ซีพีเอฟมอบบ้าน 40 หลังแก่ผู้ยากไร้ชุมชนคลองเตย ถวายเป็นพระราชกุศล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463146

ซีพีเอฟมอบบ้าน 40 หลังแก่ผู้ยากไร้ชุมชนคลองเตย ถวายเป็นพระราชกุศล

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนกองทัพบก ในการมอบบ้านพักเฟสที่ 2 จำนวน 40 หลัง มูลค่ารวม 5.2 ล้านบาท ให้แก่ ผู้ยากไร้ในชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักให้กับผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่กรุงเทพฯ และ 25 จังหวัดภาคกลาง

อดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยเข้าร่วมโครงการจิตอาสา “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ด้วยความปลื้มปีติที่ได้มีส่วนทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ขณะเดียวกันความดีที่ได้ทำยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องชาวไทยในชุมชนแออัดด้วย ทั้งหมดนี้สอดคล้องต่อค่านิยมองค์กรของซีพีเอฟด้าน “ตอบแทนคุณแผ่นดิน” ที่บริษัทยึดมั่นปฏิบัติมาโดยตลอด

ล่าสุด ซีพีเอฟ ได้ให้การสนับสนุนการซ่อมแซมและสร้างบ้านพักให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนคลองเตย ในเฟสที่ 2 เป็นจำนวน 40 หลัง คิดเป็นมูลค่า 5.2 ล้านบาท โดยได้ดำเนินไปแล้ว 28 หลัง การซ่อม-สร้างบ้านในชุมชนแออัดคลองเตยเฟสที่ 2 นี้ เป็นบ้านในชุมชนล็อก 4-5-6 จัดวางในลักษณะเป็นหมู่บ้าน โดยบ้านทุกหลังมีแบบแปลนเหมือนกันให้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าอยู่ ทั้งนี้ คาดว่าบ้านจะแล้วเสร็จ พร้อมส่งมอบได้ทั้งหมดในวันที่ 31 มกราคม 2563

ด้าน พลตรีรังษี กิตติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ชุมชนหลายพื้นที่ในประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย บ้านบางหลังมีหลังคารั่ว ฝาผนังบ้านพังบ้าง ฯลฯ จึงได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านในชุมชนต่างๆ โดยเฟสแรกได้ดำเนินการเมื่อเดือนตุลาคม 2561 และในเฟสที่ 2 นี้ดำเนินการในเขตชุมชนคลองเตย ล็อก 4-5-6 โดยมีซีพีเอฟเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทั้งหมด 40 หลัง ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน 31 มกราคม 2563 นอกจากนี้ ก็มีการจัดทำสวนหย่อมสำหรับเป็นที่ปรึกษาหารือกันของคนในชุมชน หรือต้อนรับแขก โดยสวนนงนุชพัทยาและซีพีออล์ช่วยสนับสนุน ตลอดจนมีการติดไฟฟ้าให้แสงสว่างในจุดเสี่ยงเพื่อลดปัญหาอาชญากรรม

“มันไม่ใช่เพียงการสร้างบ้านให้คน แต่มันคือการยกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับชุมชน การร่วมมือกันจากทุกภาคส่วนเช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่จะยั่งยืนได้นั้น ชุมชน ต้องช่วยกันดูแลรักษาให้ดี ไม่ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม” พลตรีรังษีกล่าว

โครงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 25 จังหวัดภาคกลาง เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพภาคที่ 1 กับกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน

BKI ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463142

มอบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ป้องกันภัย

BKI ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI นำโดย สุชาติ จิรายุวัฒน์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขาและการ
ร่วมทุน จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2562 นี้ พร้อมมอบอุปกรณ์ดับเพลิง ชุดเฝือก ไม้ดามแขน ขา และกระเป๋ายา ให้แก่โรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย โดยมี ดร.ธวัช กรุดมณี ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นแก่เด็กนักเรียนรวมถึงเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนได้

นอกจากนี้ พนักงานทีมอาสาบรรเทาภัย (Emergency Response Team: ERT) ของบริษัท ได้ฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สาธิตการปั๊มหัวใจ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (AED) เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หมดสติและสาธิตการดับเพลิง ให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ 4 จำนวน 60 คน ได้ฝึกปฏิบัติจริงทั้งการเข้าเฝือก ห้ามเลือด ทำแผล ปั๊มหัวใจ ฝึกซ้อมการอพยพหนีไฟและการใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในกรณีฉุกเฉิน และมีความพร้อมสำหรับการระงับเหตุเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที ณ โรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

มอบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ป้องกันภัย

มอบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ป้องกันภัย
พี่ๆ สาธิตวิธีการปั๊มหัวใจ (CPR)

พี่ๆ สาธิตวิธีการปั๊มหัวใจ (CPR)
น้องๆ นักเรียนฝึกเข้าเฝือกชั่วคราว

น้องๆ นักเรียนฝึกเข้าเฝือกชั่วคราว
พี่ๆ ทีม ERT และน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมอบรมการดับเพลิง

พี่ๆ ทีม ERT และน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมอบรมการดับเพลิง

โลกไม่ได้กลม…อย่างที่เราคิด : ความยุติธรรมอันซับซ้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463162

news_default

โลกไม่ได้กลม…อย่างที่เราคิด : ความยุติธรรมอันซับซ้อน

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

1.เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีการประเมินการทำงานของ “ศาลไซเบอร์” แห่งเมืองหางโจว ใน “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน” ออกมาว่า นับตั้งแต่เดือน มีนาคม-ตุลาคม ที่ผ่านมา (2019) ศาลแห่งนี้ได้ช่วยรับเรื่อง พิจารณา และไต่สวน ในคดีความไซเบอร์ทั่วประเทศไปแล้วกว่า3.1 ล้านคดี โดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มีในโทรศัพท์มือถือ (Smart Phone) เช่น WeChat (สังคมออนไลน์ยอดนิยมในประเทศจีน) ซึ่งเป็นช่องทางให้โจทก์และจำเลยสามารถยื่นเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมไปถึงการรับฟังการไต่สวน-พิจารณาคดีผ่านช่องทางนี้ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังศาลด้วยตัวเอง

ที่สำคัญ ในการรายงานผลการประเมินยังบอกว่า เทคโนโลยี “บล็อกเชน”ของ “ศาลไซเบอร์” ยังช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการรับคำร้องรวมถึงการยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบการไต่สวนคดีได้อย่างราบรื่นทำให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังบันทึกข้อมูลการพิจารณาคดีของ “ผู้พิพากษาปัญญาประดิษฐ์” ที่มีต่อโจทก์และจำเลยในคดีความอย่างละเอียด สามารถตรวจสอบข้อมูลภายหลังได้ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ใช้คำว่า เป็นการยกระดับกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสที่สอดรับกับโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

2.“ศาลไซเบอร์” แห่งเมืองหางโจว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระงานของบุคลากรที่เป็นมนุษย์ในกระบวนการยุติธรรม และสาเหตุที่ตั้งศาลที่เมืองแห่งนี้ ก็เพราะหางโจวเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) ที่ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศจีน นี่เองที่ทำให้ “ธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์” (E-Commerce) ขยายตัวอย่างรวดเร็วแบบคู่ขนาน จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คดีความไซเบอร์เพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยคดีที่ถูกยื่นต่อศาลไซเบอร์ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ในสื่อออนไลน์ และข้อพิพาททางการค้าในธุรกิจออนไลน์ รวมไปถึงความขัดแย้งกันในเรื่องสินค้าที่วางจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ทั่วประเทศ

โดยใครที่ต้องการยื่นฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ก็สามารถลงทะเบียนต่อ “ศาลไซเบอร์”ผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ จากนั้นผู้ลงทะเบียนจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นฟ้อง-ดำเนินคดี
รวมถึงการส่งหลักฐานและเอกสารประกอบ แล้วก็จะมีการส่งข้อความนัดหมายผู้เกี่ยวข้องในคดีมาให้ปากคำ โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสารผ่านวีดีโอคอล (Video Call) ต่อมา “ผู้พิพากษาปัญญาประดิษฐ์” (AI) จะทำการไต่สวนและพิพากษาคดีตามข้อมูลที่ได้รับ โดยที่ยังมี“ผู้พิพากษาที่เป็นมนุษย์” คอยให้คำปรึกษาและตรวจสอบกระบวนการตัดสินอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ยื่นเรื่องทั้งสองฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรม และโดยส่วนใหญ่ “ผู้พิพากษาปัญญาประดิษฐ์” จะสามารถพิจารณาและปิดคดีได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ที่สำคัญยังสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ 7 วันต่อสัปดาห์อีกด้วย นี่คือความน่าทึ่งของกระบวนการ “ศาลไซเบอร์” ที่ปัจจุบัน รัฐบาลกลางของจีนได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานไปยังเมืองและเขตปกครองอื่นๆ ในอีก 12 มณฑลทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว

3.แน่นอนว่า ในเรื่องของการอำนวยความสะดวกน่าจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ สำหรับผู้ที่หันมาใช้กระบวนการยุติธรรมในระบบของ “ศาลไซเบอร์” แต่ในเรื่อง “ความเที่ยงตรง” ของ“ผู้พิพากษาปัญญาประดิษฐ์” นั้นเชื่อว่าหลายคนน่าจะมีคำถามตามมา ถ้าการตัดสินใจในคดีความนั้นๆ มันไม่ได้อยู่แค่บนกติกาทางธุรกิจ

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปีที่ผ่านมา (2018) ก็เริ่มมีการใช้ Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯยกระดับของปัญญาประดิษฐ์ในการช่วยกรองผู้กระทำความผิดว่า ควรต้องปฏิบัติต่อพวกเขาในรูปแบบไหน (ปล่อยตัวหรือคุมขัง) พิจารณาอย่างไร (อัตราค่าประกันตัว) และควรกำหนดการพิจารณานานกี่วันนี่คือการพิพากษาเบื้องต้นด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง โดยหนึ่งในระบบปัญญาประดิษฐ์รูปแบบนี้ มีชื่อเรียกว่า “ระบบประมวลผลความปลอดภัยของสาธารณะ” (Public Safety Assessment) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในการประเมินการให้ประกันตัวของผู้กระทำความผิด

เนื่องจากผู้ต้องหาจะต้องปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาทันทีหลังจากถูกจับกุมตัวดังนั้น เป็นหน้าที่ของผู้พิพากษาต้องกำหนดวันไต่สวนคดีให้กับผู้ต้องหา ต้องเลือกที่จะควบคุมตัวหรือควรปล่อย และถ้าปล่อยจะต้องมีค่าประกันตัว
เป็นจำนวนเงินมากน้อยเท่าไหร่ (ตามความเสี่ยง) การตัดสินใจตรงนี้เองที่จำเป็นต้องใช้ “ความเที่ยงตรง” ที่เป็นธรรมให้มากที่สุด และ “มูลนิธิลอร่าเเละจอห์น อาร์โนลด์” (Laura and John Arnold Foundation) เห็นว่า การป้อนข้อมูลให้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์คือคำตอบที่สมบูรณ์ที่สุดพวกเขาจึงออกแบบ “ระบบประมวลผลความปลอดภัยของสาธารณะ”นี้ขึ้นมา ด้วยความเชื่อที่ว่า การตัดสินผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลของคดีความต่างๆ และปัจจัยเสี่ยง อาทิ อายุ ประวัติการก่ออาชญากรรมในอดีต (แต่ไม่รวมเอาข้อมูลเกี่ยวกับ สีผิว เพศ ประวัติการทำงาน ที่อยู่อาศัย หรือประวัติการถูกจับกุม มาประกอบ) โดยปราศจากความคิดเห็น และความรู้สึกส่วนตัว เท่ากับการให้ความเป็นธรรมที่เที่ยงตรง

4.กระนั้นก็มีความกังวลว่า ข้อมูลที่ได้รับการประมวลโดยระบบปัญญาประดิษฐ์นี้ อาจจะเข้าไปแทนที่การตัดสินใจของผู้พิพากษาในด้านการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับตัวผู้ต้องหา เเละในการพิพากษากำหนดบทลงโทษ ซึ่งจะทำให้กระบวนการยุติธรรมที่ต้องใช้มนุษย์ จะเสียระบบการคิดวิเคราะห์ไป เมื่อทุกศาลฯหันไปใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์ทำงานแทนทั้งหมด ซึ่งทาง “มูลนิธิลอร่าเเละจอห์น อาร์โนลด์” ก็ยืนยันว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ของพวกเขายังพัฒนาไปไม่ถึงจุดนั้น และเห็นว่าควรปล่อยให้ระบบยุติธรรมแบบปกติ คือผู้พิพากษาที่เป็นมนุษย์ยังคงเป็นคนกำหนดบทลงโทษเหมือนที่เคยเป็นมา น่าจะเป็นมาตรฐานที่ดีกว่าการพิจารณาตามการวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้น

ถึงตรงนี้ ก็น่าจะได้คำตอบสำหรับความยุติธรรมที่ต้องการกันแล้วว่า นอกจาก “การอำนวยความสะดวก” และ “ความเที่ยงตรง” ที่ปัญญาประดิษฐ์ได้รับการพัฒนาศักยภาพจนสามารถทำแทนเราได้อย่างสมบูรณ์แล้วนั้น มันยังไม่พอ และท้ายที่สุด เราก็ยังคงต้องตั้งหน้าตั้งตารอกันอีกต่อไป ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นอะไรและอยู่ในรูปแบบไหนก็ตาม นี่แหละคือความงดงามของระบบยุติธรรมอันซับซ้อน

‘จ๊อบไทย’ ครองใจคน Gen Y คว้ารางวัล Influential Brands #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463144

‘จ๊อบไทย’ ครองใจคน Gen Y คว้ารางวัล Influential Brands

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จ๊อบไทย ผู้ให้บริการหางาน สมัครงานออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย คว้ารางวัล Influential Brands สุดยอดเเบรนด์ที่มีอิทธิพลเเห่งปี ของคน Gen Y ประเภทOnline Job Search ปี 2019 จาก Influential Brands®สถาบันจัดอันดับชั้นนำในเอเชีย

แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ จ๊อบไทย กล่าวว่า จ๊อบไทยให้บริการหางานสมัครงานออนไลน์มากว่า 20 ปี ได้เห็นพัฒนาการของพฤติกรรมและความต้องการของคนหางานที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี จึงมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัลด้วยการพัฒนาฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนใน “จ๊อบไทย โมบาย แอพพลิเคชั่น” อาทิ การสมัครงาน 4 วิธี, ค้นหางานใกล้ตัวในรูปแบบแผนที่,การค้นหางานอย่างละเอียด และยังได้ “พลิกโฉมเว็บไซต์ครั้งใหญ่” พร้อมทั้งอัพเดทฟีเจอร์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดปี 2019 เพื่อให้คนหางานได้งานที่ใช่ และองค์กรได้บุคลากรที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ปัจจุบันจ๊อบไทย แพลตฟอร์ม มีผู้ใช้งานเฉลี่ยกว่า 1,800,000 คน ต่อเดือน และจำนวนใบสมัครสู่องค์กรทั้งหมดเฉลี่ยกว่า 1,000,000 ครั้งต่อเดือน

“รางวัล Influential Brands ประเภท Online Job Search ปี 2019” ถือเป็นรางวัลที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ ให้ใช้งานง่ายตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย จนสามารถครองใจคนหางานและนึกถึงเป็นแบรนด์แรกเมื่อต้องการหางาน ของกลุ่ม Gen Y ซึ่งเป็นรางวัลที่เกิดจากการวิจัยจากตลาดเพื่อหาเเบรนด์ที่มีอิทธิพลเเห่งปีที่สำรวโดย Influential Brands® ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับสวนดุสิตโพล นับเป็นรางวัลที่สร้างความภูมิใจให้กับจ๊อบไทยเป็นอย่างมาก”

จ๊อบไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์ม ทั้งจากการนำข้อมูลจากการใช้งานจริงสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน มาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคิดค้นและพัฒนาบริการที่เรายึดถือมาตลอด ในอนาคตจะมีการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้นอีกด้วย

Health News : โอริฮิเมะ หุ่นยนต์เพื่อผู้ป่วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463152

news_default

Health News : โอริฮิเมะ หุ่นยนต์เพื่อผู้ป่วย

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โอริฮิเมะ หุ่นยนต์ตัวเล็กๆ ที่พัฒนาโดยบริษัท โอรี แลบอราทอรี ทำหน้าที่เสมือนเป็นดวงตาให้กับ ยูรินะ ฟูริคาวา เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงจากด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่เกิด ให้สามารถเห็นโลกภายนอกได้โดยใช้โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเลตคอมพิวเตอร์ควบคุมโอริฮิเมะจากบ้านพักในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เคนทาโร โยชิฟูจิ ผู้ก่อตั้งบริษัทโอรีแลบอราทอรี บอกว่า วัตถุประสงค์ของบริษัทคือการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อช่วยให้มนุษย์ไม่ต้องทุกข์ทรมานจากความอ้างว้างโดดเดี่ยว ความคิดที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ประเภทนี้ มาจากของตัวเขาเองที่เคยป่วยและต้องขาดเรียน จนรู้สึกเหงาและถูกทอดทิ้ง ทำให้เขาเกิดความคิดว่าน่าจะมีตัวแทนเขาอีกคนหนึ่งเพื่อที่จะได้ไปเรียนหนังสือและสนุกสนานกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน นับแต่นั้น เคนทาโรก็เดินหน้าพัฒนาหุ่นยนต์ตามจินตนาการ หุ่นยนต์ที่บริษัทของเคนทาโรพัฒนาจะไปในที่ต่างๆ ที่เจ้าของไม่สามารถไปได้ด้วยตัวเอง แต่เจ้าของสามารถมองเห็นสถานที่นั้นๆ ได้ผ่านทางดวงตาของโอริฮิเมะ นอกจากนี้ ยังสามารถทำท่าทางและพูดคุยกับผู้คนที่อยู่รอบข้างได้อีกด้วย

รูดม่าน ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12’ เคาะ 4 มติ ส่งต่อ ครม.พิจารณา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463163

รูดม่าน ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12’ เคาะ 4 มติ ส่งต่อ ครม.พิจารณา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปิดฉากการจัดงาน “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12” มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,300 คน จาก 254 เครือข่ายทั่วประเทศ ได้ข้อสรุป 4 มติหลัก ได้แก่ แร่ใยหิน-เพศภาวะ-ใช้ยาสมเหตุผล-รวมพลังต้านมะเร็ง เตรียมยื่นคณะรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมยังร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการทำเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติต่อไป

นพ.กิจจา เรืองไทย ประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจัดงาน “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12” ระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกว่า 2,300 คนจาก 254 กลุ่มเครือข่ายทั่วประเทศ มีกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งการปาฐกถาพิเศษ โดย นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า ระเบียบวาระทั้ง 4 เรื่องที่เข้าสู่การประชุมปีนี้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติของเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด 77 จังหวัดและเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ ที่เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ ต้องทำหน้าที่ยกเลิกสารเคมีการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงการทำงานกับคนรุ่นใหม่เครือข่าย “Young ทำได้”ที่จะมาสานต่องานและผลักดันอุดมการณ์และขยายเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติต่อไป

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463140

650935

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2562

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll Merry Christmas and Happy New Year 2020 …. โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ… คือเปล่งวาจางาม..ยังประโยชน์ให้สำเร็จ.. พรปีใหม่ของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มอบแก่คนไทยทุกคน…

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน ส.ค.ส.ปีใหม่
๒๕๖๓ ด้วยภาพฝีพระหัตถ์ สวัสดีปีชวดหนูค้างคาว คือหนูมีปีกนำโชคหนูปีกดูแปลกแท้ อะไร เป็นสัตว์ประเภทใด ใคร่รู้ อ๋อค้างคาวนั่นนำชัย นำโชค จีนว่า “ฝูเต้า” ทุกผู้สุขล้ำปีหนู…

ll ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรมว.กลาโหม (วีรบุรุษของเรา) อวยพรให้คนไทยทุกคนอยู่ดีมีสุขแต่ก็ไม่วายกังวล “ทุกคนจะต้องระมัดระวังเพราะสถานการณ์ต่างๆก็ยังไม่เป็นไปปกติสุขนัก ฝากทุกคนช่วยดูแล และในช่วงปีใหม่นี้สิ่งที่เป็นห่วงกันคือความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนการจราจร”…

ll ส่วนประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย เขียนเรียบง่ายด้วยลายมือ ส.ค.ส. ๒๕๖๓ ขอให้ ท่านและครอบครัวเจริญด้วย จตุรพิธพรชัยตลอดไป…

ll ปีใหม่แล้วรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คงมีกำลังใจและสุขภาพดีขึ้น “ตอนนี้แข็งแรงขึ้น งานก็มากขึ้น ซึ่งจะช่วยงานได้ยาวขนาดไหนก็ขึ้นอยู่ที่สภาพร่างกาย ซึ่งก็ต้องดู ๔ ปี นี้ก่อนอย่าเพิ่งไปดูอนาคตเอา ๔ ปีนี้ให้ช่วยกันตลอดรอดฝั่งไปก่อน”…

ll หลังจาก สมศักดิ์ คุณเงิน ชนะเลือกตั้ง สส.เขต ๗ ที่ขอนแก่น มีคำครหาต่างๆ นานา ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าว “ส่วนตัวเข้าใจว่ากำนันไม่น่าจะไปกาบัตรแทนเพราะเป็นผู้ที่ทราบข้อปฏิบัติในหน่วยเลือกตั้งอย่างดี แต่เมื่อมีการแจ้งความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องดำเนินการ สอบสวนข้อเท็จจริง”…

ll ถ้าไม่ไปต่างจังหวัด ที่สนามหลวงตั้งแต่ ๓๐ ธันวา ถึง ๑ มกรา สมเด็จธงชัย นำพระเกจิเจริญพระพุทธมนต์เสริมศักดิ์สิทธิ์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๑ มกราคม เวลา ๐๗.๐๐ น. มีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน ๖๙ รูป ด้วยที่ลานคนเมือง…

ll ขออนุญาต ป.ปฏัก ในวันสิ้นปี “สักวาการเมืองใช่เรื่องเล็กเอาโกเต๊กเป็นศาสตราประหัตประหารโจมจู่เป้าสาดใส่รัฐบาล เปิดประจานบีบคั้นประชาชน ขึ้นภาษีของจำเป็นของสาวๆ เหตุอื้อฉาวครองเมืองไม่เป็นผล พลพรรคประสานเสียงอลวน กลับอายคนเพราะปั้นเท็จเผ็ดร้อนเอยฯ”…ll

น้องนิ่งๆ..นิ่ง..

วว.-คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์เพื่อสุขภาพการแพทย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463147

วว.-คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์เพื่อสุขภาพการแพทย์

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัย พัฒนา และทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง “วว.” และ “ศิริราช” ในการสนับสนุน ส่งเสริมและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัย พัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพและการแพทย์ รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง “วว.” และ “ศิริราช” ในการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์บนฐานความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โอกาสนี้ ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. พร้อมผู้บริหาร พนักงานทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติณ ห้องประชุม กวท. ชั้น 8 อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี

“ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก วัสดุชนิดต่างๆ สามารถนำมาพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่แพทย์และผู้ป่วยได้มากขึ้น ซึ่งการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ทดสอบเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้จะนำมาซึ่งความเข้มแข็งของการพัฒนางานวิจัยด้านการแพทย์ให้ยั่งยืนต่อไป…” ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าว

ขอบเขตความร่วมมือภายใต้การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.“วว.” ดำเนินการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่วิจัยและพัฒนา องค์ความรู้ เทคโนโลยีในการพัฒนาวัสดุ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์จากยางพาราและกลุ่มวัสดุฐานชีวภาพ ในระดับห้องปฏิบัติการ และโรงงานนำทาง เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการนำผลงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม 2.“วว.” ดำเนินการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจะมีหน้าที่วิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการใช้งานต่อไป 3.“ศิริราช” ดำเนินการเชิงบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยด้านการทดสอบวัสดุ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ ต่อการยับยั้ง ไรฝุ่น ปรสิต หรือ จุลชีพ อื่นๆ เป็นต้น และ 4.“ศิริราช” ดำเนินการเชิงบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่ศึกษาผลทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องมือ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกัน ส่งเสริมการพัฒนา สนับสนุนกิจกรรมของแต่ละหน่วยงาน ที่ตกลงดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคตตามกรอบความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว

หนังสือเด่น : บันทึกเลือดล้างบัลลังก์แห่งรัชศกชิ่งซี สิบหกปีของการรังสรรค์เพื่อผู้อ่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463149

news_default

หนังสือเด่น : บันทึกเลือดล้างบัลลังก์แห่งรัชศกชิ่งซี สิบหกปีของการรังสรรค์เพื่อผู้อ่าน

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มีความเชื่อกันว่า วิกฤติผกพัน หรือ ดิสรัปชั่น อันเกิดจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้วงการ สื่อสิ่งพิมพ์ ล้มกันระเนระนาด แวดวงวรรณกรรมสะเทือนกันไปทุกหย่อมหญ้า นักเขียนหลายคนหายสาบสูญ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ที่เรียกกันว่า นิยายออนไลน์ กลับเพิ่มปริมาณนักเขียน มากขึ้นจนต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพ และหนึ่งในการตัดสินคุณภาพ หรือติดตราคุณภาพให้กับนักเขียนนั่นคือ การจัดประกวดนิยายออนไลน์เพื่อวัดคุณค่าผลงานของนักเขียนแต่ละคน

นิยายออนไลน์ ในสังคมของนักเขียนชาวจีน ไม่ว่าจะเป็น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง ผลงานที่ถูกนำเอาไปต่อยอด เป็นภาพยนตร์ เป็นหนังสือเล่ม หรือเป็นละครทีวี ล้วนถูกคัดเลือกมาจากผลงานที่มีเครดิต เป็นอันดับต้นๆ ของการคัดเลือกจากคณะกรรมการทั้งสิ้น

ในแวดวงวรรณกรรมจึงไม่ใช่ เรื่องแปลกที่จะเกิด นักเขียนหน้าใหม่ออนไลน์ขึ้นมาอย่างถี่ยิบ ไม่เว้นแม้ในประเทศไทย

“บันทึกเลือดล้างบัลลังก์แห่งรัชศกชิ่งซี” งานเขียนของ “หงจูเลีย” ก็เป็นหนึ่งใน จำนวนนักเขียน ที่ผลงานของตัวเอง ได้รับการต่อยอดให้เผยแพร่ในการนำไปทำเป็นละครและจัดพิมพ์เป็นเล่ม และในเมืองไทย “อรจิรา” คือผู้ที่ถอดเรื่องราวของนิยายเรื่องนี้จากภาษาจีนออกมาเป็นภาษาไทย

จุดเด่นของนิยาย ที่เกิดจากนักเขียนหน้าใหม่ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนิยายเด่นในออนไลน์ หัวใจสำคัญของการถูกพิจารณา สิ่งแรกคงต้องมีความสนุก สิ่งต่อมาต้องมีเหตุมีผล มีตรรกะที่เชื่อถือได้ แม้จะเป็นจินตนาการล้วนๆ จินตนาการนั้นก็ต้องตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ และถ้าหากเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวเหล่านั้น ต้องมีหลักฐานเชื่อมต่อ สืบค้นได้จากตำนานหรือประวัติศาสตร์ที่เคยถูกบันทึกเอาไว้

นิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนเปิดเผยว่าต้องมีการรังสรรค์ สืบค้น หาตรรกะ มาอย่างยาวนานถึงสิบหกปี จึงกล้านำออกมาเผยแพร่ จึงเชื่อได้ว่าสำหรับผู้อ่านที่นิยมความเป็นจริงตามประวัติศาสตร์ต้องยอมรับในเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมผสมผสานกับจินตนาการเพื่อให้เกิดความสนุกสนานด้วย

“บันทึกเลือดล้างบัลลังก์แห่งรัชศกชิ่งซี” เล่าถึงเรื่องราวของการแก้แค้น ที่ไม่เคยจางหายไปจากประวัติศาสตร์ของบรรดาจอมยุทธ์ ซึ่งจะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้พบกับความสมหวังแห่งการรอคอย นิยายเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วย เล่ห์เหลี่ยม กลวิธี สารพัด ที่ถูกนำออกมาใช้ภายใต้สำนวนสมัยใหม่ที่อ่านง่ายและกระชับกว่านักเขียนกำลังภายในโบราณ

แม้เป็นเด็กก็มีสิทธิรู้เรื่องกระเพาะอาหาร

วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเข้าใจง่ายมีภาพประกอบ

“เก่งวิทย์ด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ” เป็นหนังสือของ ชาวเกาหลีใต้ เขียนโดย “K[m Hannah” นำมาแปลเป็นภาษาไทยโดย “นิรชา มีวรรณภาค และ ครุชา ปัญชะนา” จำหน่ายเล่มละ 265 บาท ในเล่มนี้ เจาะจงพูดถึงเรื่องราวของ กระเพาะอาหารโดยเฉพาะ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะภายในของคนที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง ด้วยการบอกเล่าให้ทราบตั้งแต่ การกินอาหาร แล้วอาหารจะลื่นไหลไปที่ไหนบ้าง ของดีและของเสียในอาหาร แต่ละอย่างจะถูกแยกไปที่ใดบ้าง ซึ่งเด็กๆ ที่ได้อ่านและได้มองเห็นด้วยภาพจะเข้าใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกระเพาะอาหารของสัตว์บางชนิดให้รับทราบกันอีกด้วย

อยู่ๆเมื่อคนทั้งวัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จอมโจรแห่งสุสานภาคทิเบต เข้มข้นในเล่ม4

“บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ภาคทิเบต” เล่มที่ 4 หนังสือ การ์ตูนผจญภัย ของ “หนานไพ่ซานซู” แปลเป็นไทย
โดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี” ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น เมื่อนักขุดสมบัติจากสุสาน ได้ผจญกับเรื่องราวที่ เร้นลับ
ขึ้นทุกที โดยแม้จะพยายามหาสาเหตุของการเกิด แต่ทุกอย่าง
ก็ดูเหมือนจะยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร โดยเฉพาะเมื่อ ทีมนักขุดสุสาน ได้พบว่า วัดซึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้คน แต่พอ
กลับมาอีกครั้งพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปตรงกันข้าม ภายในวัดไม่มีผู้คนและหลักฐานให้ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับวัดแห่งนี้ แล้วพวกเขาจะพบคำตอบได้อย่างไร คำเฉลยมีอยู่ในเล่มนี้ ราคา 160 บาท

เรียนรู้แบบการวิเคราะห์ คิดเองทำเอง

พ่อแม่ต้องปลูกฝังให้เด็กทำได้คิดได้ด้วยตัวเอง

นักการศึกษายุคนี้บอกว่า ครูไม่ควรสอนเด็กให้ท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง เพราะมันจะทำให้เด็ก ไม่ได้ใช้ความคิดในเรื่องของการวิเคราะห์ เมื่อเด็กโตขึ้น ก็จะมีการตัดสินใจไม่ดี เพราะไม่เคยถูกฝึกมาให้คิดตั้งแต่เด็ก “โครงงาน
ตามแนวทางนักวิทย์น้อย” เป็นหนังสือ ที่ใช้ภาพประกอบคำบรรยายเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ง่ายสำหรับเด็กๆ โดยเจตนาของผู้เขียนต้องการจะให้แนวทางของการเรียนรู้แก่เด็กด้วยการใช้ การวิเคราะห์ แทนที่จะมานั่งท่องจำโดยไม่รู้ที่มาที่ไปว่ามาจากไหนพ่อแม่ที่อยากให้ลูกๆ หัดใช้ความคิดในการทำงานด้วยตัวเอง หนังสือเล่มนี้เหมาะมากสำหรับลูกหลานสมัยใหม่ ราคาเล่มละ 225 บาท ขนาด เอสี่

‘ตำนานกระบี่ข้ามฟ้า’ตอบรับนักอ่านมืออาชีพ

วางตลาดพร้อมกันสี่เล่ม รวดเดียวจบไม่ต้องรอนาน

“ตำนานกระบี่ข้ามฟ้า” นิยายกำลังภายใน เขียนโดย “โจวเสี่ยน” นักเขียนชาวฮ่องกง ที่สามารถเอาชนะใจนักอ่านสายประวัติศาสตร์และกำลังภายในได้อย่างน่าเลื่อมใส เมื่อผลงานในเรื่องนี้ของเขา ได้รับการจัดพิมพ์ออกมาทีเดียวครบจบสมบูรณ์คือสี่เล่ม ทำให้นักอ่านที่ ไม่ชอบการรอคอยเต็มอิ่มกับการได้ติดตามอ่านได้ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเสียเวลารอคอย ใครที่เกลียดการรอคอย สามารถยกแผง ซื้อได้รวดเดียวจบ ในราคาเล่มละ 280 บาท เป็นเรื่องราวร่วมสมัยกันระหว่าง วิชากำลังภายใน ในยุคโบราณกับการนำมาใช้ในยุคดิจิทัล แปลเป็นภาษาไทยโดย “ธารยุทธ์”

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition ใน Egon Schiele Art Centrum #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463168

Dance of Miriam

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition ใน Egon Schiele Art Centrum

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โดยทั่วไปมิวเซียมหรือห้องภาพ นอกจากมีการจัดแสดงผลงานถาวรแล้ว สิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวและคนพื้นเมืองก็คือ Exhibition หรือนิทรรศการ Egon Schiele Art Centrum จึงได้จัดแสดงนิทรรศการของศิลปินหญิง 3 คนขึ้นเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของเมืองและดึงดูดนักท่องเที่ยว การที่ Hana Jirmusova Lazarowitz ภัณฑรักษ์ประจำมูลนิธิเลือกจัดแสดงผลงานของศิลปินหญิงเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งประเทศเช็กโกสโลวาเกีย และการให้สิทธิสตรีในการเลือกตั้งโดยใช้หัวข้อว่า แนวคิดของผู้หญิง (A Woman’s View) เป็นเพราะเธอทราบดีว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้เวลาและความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะประสบความสำเร็จเฉกเช่นเดียวกันกับผู้ชาย แม้แต่ในโลกของศิลปะ ยิ่งกว่านั้นศิลปินหญิงบางคนต้องอาศัยใบบุญของสามีในการประสบความสำเร็จด้วย การเป็นศิลปินหญิงจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อศิลปินหญิงแต่ละคนก้าวออกมาจากสิ่งแวดล้อม ที่ต่างกันจึงสะท้อนมุมมองของเธอด้วยวิธีการที่ต่างกันส่งผลให้ผลงานของศิลปินหญิงแต่ละคนมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน มุมมองของผู้หญิงต่อศิลปะที่ภัณฑรักษ์เลือกมาจัดแสดงนั้นยังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมทางสังคม ที่เป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน ในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากมายอีกด้วย

ในห้องจัดแสดงส่วนนิทรรศการของ Egon Schiele Art centrum ชั้นบนสุดเป็นผลงานที่ผู้ชมเห็นแล้วแทบต้องกลั้นหายใจเมื่อได้พบกับภาพสีเดี่ยวที่ดูลึกลับเต็มไปหมดอันเป็นผลงานของ Magdelena Chaya Rajnisova ศิลปินที่ใช้ชีวิตในสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี อิสราเอล ไอร์แลนด์และนิวเม็กซิโก ศิลปินผู้นี้ได้เปลี่ยนความทรงจำเกี่ยวกับฝูงชนและสัตว์ให้เป็นเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลโดยได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานเลียนแบบการนำเสนอในโรงละคร แม้ภาพส่วนใหญ่ของศิลปินจะใช้สีเดียวและโทนของเนื้อหาจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา แต่กลับมีความน่าทึ่ง และชวนศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์และสัญลักษณ์ที่ต้องการสื่อกับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นภาพ Exodus from Egypt, Ten Commandments, Jacob Wrestling with an Angel และ Samson and Delilah นอกจากภาพสีโทนเดี่ยวแล้ว ศิลปินยังสร้างสรรค์งานหนักๆ ให้มีลักษณะคล้ายการ์ตูนได้ อีกต่างหากด้วย เช่น White Camel

ส่วนนิทรรศการของ ToyBox ศิลปินหญิงที่ไม่ใช้ชื่อจริงในการนำเสนอผลงานชั้นล่างสุดนั้น เป็นผลงานเกี่ยวกับสังคมและเด็กในกรุงโรม และความพยายามในการช่วยเหลือสัตว์ ศิลปินหญิงที่มีชื่อเสียงในการวาดภาพประกอบ ภาพบนท้องถนน ผู้นี้ได้รับการอบรมตั้งแต่เด็กให้ช่วยเหลือคนอ่อนแอ และชอบทำกิจกรรม เธอจึงมักเข้าร่วมกิจกรรมทำอาหารให้คนไร้บ้านกิน และยังช่วยเหลือสัตว์เร่ร่อน งานของเธอเน้นการส่งเสียงแทนคนด้อยโอกาสและได้รับการปฏิเสธในรูปแบบต่างๆ ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งก็คือ ภาพเกี่ยวกับหมู ซึ่งได้รับแรงจูงใจมาจากพ่อค้าหมู และเรื่องราวบางอย่างก็มาจากชีวิตใหม่ของเธอเมื่อมีลูกแฝด ภาพทั้งสองนี้ ไม่เพียงมีความแปลกและน่าขยะแขยง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับสัตว์ที่เป็นอาหารให้กับคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

Dance of Miriam

Dance of Miriam
White Camel

White Camel
Toybox’s work

Toybox’s work
Toybox’s work

Toybox’s work
Samson and Delilah

Samson and Delilah
Pork leg

Pork leg
Pork exhibition

Pork exhibition
King David

King David
Jacob Wrestling with an Angel

Jacob Wrestling with an Angel
Exodus from Egypt

Exodus from Egypt
Exodus from Egypt

Exodus from Egypt