รวมภาพประวัติศาสตร์ สุริยุปราคาวงแหวนพาดผ่านเอเชีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610220

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 20:07 น.

รวมภาพประวัติศาสตร์ สุริยุปราคาวงแหวนพาดผ่านเอเชีย

วันที่ 26 ธันวาคม 2019 (พ.ศ. 2562) เกิดสุริยุปราคาแบบ “สุริยุปราคาวงแหวน” เริ่มต้นจากตะวันออกกลางแต่จะมองเห็นได้บางส่วน จนกระทั่งแนวคราสวงแหวนพาดผ่านประเทศอินเดีย ศรีลังกา สิงคโปร์ มาเลเซียอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์  ซึ่งจะมองเห็นวงแหวนที่สวยงาม ส่วนประเทศไทยจะเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” เช่นเดียวกับตะวันออกกลางและเอเชียตอนเหนือ ในโอกาสนี้โพสต์ทูเดย์ได้รวบรวมภาพการเกิดคราสแบบต่างๆ รวมถึงบรรยากาศการชมปรากฎการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ยากนี้มาให้ชมกัน และเก็บบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์

1. ภาพถ่ายโดย Sadiq ASYRAF / AFP

1. ภาพแสดงระยะการเกิดคราสขณะที่ดวงจันทร์เคลื่อนผ่านดวงอาทิตย์จนเกิดสุริยุปราคา ที่เห็นได้จากตันหยง ปิไอ ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2019 (ภาพถ่ายโดย Sadiq ASYRAF / AFP)

2. ภาพถ่ายโดย Sadiq ASYRAF / AFP

2. ภาพขณะที่ดวงจันทร์เคลื่อนผ่านดวงอาทิตย์จนเกิดลักษณะหัวแหวนของสุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งเห็นได้จากตันหยง ปิไอ ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2019 (ภาพถ่ายโดย Sadiq ASYRAF / AFP)

3. ภาพถ่ายโดย Ferdinandh CABRERA / AFP

3. ภาพถ่ายสุริยุปราคาวงแหวน หรือ “ring of fire” ที่หาชมได้ยากและเกิดขึ้นได้ยาก ภาพนี้ถ่ายไว้ที่เกาะบาลุต จังหวัดซารักกานี ประเทศฟิลิปปินส์ (ภาพถ่ายโดย Ferdinandh CABRERA / AFP)

4. ภาพถ่ายโดย Arun SANKAR / AFP

4. ภาพถ่ายสุริยุปราคาวงแหวน หรือ “ring of fire” ถ่ายไว้ที่เมืองทินดิกุล ในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มองเห็นสุริยุปราคาเกือบเต็มดวง (ภาพถ่ายโดย Arun SANKAR / AFP)

5. ภาพถ่ายโดย YASSER AL-ZAYYAT / AFP

5. ภาพขณะดวงจันทร์ผ่านดวงอาทิตย์จนเกิดคราสรูปเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์เสี้ยวคว่ำลง มองเห็นได้ที่ชายหาดกรุงคูเวต ซิตี้ เมืองหลวงของประเทศคูเวต หนึ่งในจุดที่เกิดคราสแห่งแรกๆ ของคราวนี้ (ภาพถ่ายโดย YASSER AL-ZAYYAT / AFP)

6. ภาพถ่ายโดย YASSER AL-ZAYYAT / AFP

6. ภาพโคลสอัพดวงอาทิตย์ขณะถูกคราสกินที่เมืองคูเวตซิตี้ เป็นภาพทางดาราศาสตร์ที่สวยงามมาก (ภาพถ่ายโดย YASSER AL-ZAYYAT / AFP)

7. ภาพถ่ายโดย AAMIR QURESHI / AFP

7. เด็กสาวชาวปากีสถานใช้ฟิล์มเอ็กซ์เรย์เท้ามองผ่านดวงอาทิตย์ระหว่างการชมสุริยุปราคา ที่เมืองอิสลามาบัด (ภาพถ่ายโดย AAMIR QURESHI / AFP)

8. ภาพถ่ายโดย Rakesh Nagar / AFP

8. พระภิกษุชาวทิเบตในประเทศอินเดียร่วมกันชมสุริยุปราคา ที่เขตอาศัยของชาวทิเบตอพยพในเมืองเตคินกอปปา ในรัฐกรณาฏกะ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย (ภาพถ่ายโดย Rakesh Nagar / AFP)

9. ภาพถ่ายโดย UNI KRISWANTO / AFP

9. ชาวมุสลิมอินโดนีเซียในเมืองสุราบายาทำละหมาด ขณะที่มีการถ่ายทอดสดการเกิดสุริยุปราคาในพื้นที่ดังกล่าว โดยกำลังก่อตัวเป็นคราสเกือบเต็มรูปวงแหวน (ภาพถ่ายโดย UNI KRISWANTO / AFP)

10. ภาพถ่ายโดย PRAKASH MATHEMA / AFP

10. หญิงชาวเนปาลที่นับถือศาสนาฮินดูต่างพากันลงไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่ริมแม่น้ำตามความเชื่อทางศาสนา ระหว่างเกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคา หรือสุริยคราส ซึ่งสามารถมองเห็นได้บางส่วนที่กรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูสุริยุปราคาเกิดขึ้นจากราหูและพระเกตุกลืนกินดวงอาทิตย์ แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวฮินดูแต่โบราณต่างก็ทราบมานานหลายร้อยปีแล้วว่าสุริยุปราคาเกิดจากดวงจันทร์โคจรมาบดบังดวงอาทิตย์ กระนั้นประชาชนทั่วไปก็ยังยึดถือความเชื่อเดิมเรื่องราหูกลืนตะวันว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นมงคลเพราะหมายถึงความชั่วร้ายเอาชนะความดีงาม ความมืดเอาชนะแสงสว่าง จึงต้องพากันไปประกอบพิธีชำระล้างที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ (ภาพถ่ายโดย PRAKASH MATHEMA / AFP)

แปลกแต่จริง ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดหิมะมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610217

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 19:13 น.

แปลกแต่จริง ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดหิมะมากขึ้น

สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า นักวิจัยในญี่ปุ่นเตือนว่าภาวะโลกร้อนจะทำให้หิมะตกหนักในพื้นที่ภูเขาทางตะวันออกของญี่ปุ่น

ทากาชิโร ซาไซ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโทโฮกุ หัวหน้าทีมวิจัยได้สร้างจำลองเพื่อพยากรณ์ปริมาณหิมะหากอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียสเนื่องจากภาวะโลกร้อน

จากการค้นพบของพวกเขาพบว่า ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนัก ปริมาณหิมะจะลดลงตามแนวชายฝั่งแปซิฟิกและทะเลญี่ปุ่น แต่พื้นที่ภูเขาตามแนวชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นจะมีปริมาณหิมะเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภูเขาที่ทอดยาวจากจังหวัดกิฟุไปยังจังหวัดนีงาตะ คาดว่าความถี่ที่จะเกิดปรากฎการณ์หิมะตกหนักทับถมจนมีความหนากว่า 60 เซนติเมตรต่อวันจะเกิดบ่อยครั้งขึ้น โดยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1 ครั้งทุกๆ 40 ปี จากเดิมที่จะเกิดขึ้น 1 ครั้งในทุกๆ 80 – 90 ปี

นักวิจัยกล่าวว่าภาวะโลกร้อนจะทำให้อุณหภูมิพื้นผิวทะเลสูงขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของปริมาณไอน้ำในอากาศ เมื่อมีปริมาณไอน้ำในอากาศมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวก็จะส่งผลให้หิมะตกหนัก

ทั้งนี้ การที่บางประเทศมีอากาศหนาวขึ้นและหิมะตกหนักขึ้นทำให้เกิดกระแสตอบโต้ว่าภาวะโลกร้อนไม่เป็นความจริง ทว่า ข้อเท็จจริงก็คือเมื่อโลกร้อนขึ้นทำให้สภาพอากาศแปรปรวนอย่างที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น และสาเหตุที่หิมะตกหนักขึ้นก็เกิดมาจากอากาศเหนือผิวน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

การสมรสในเครือญาติคือที่มาของใบหน้าที่บิดเบี้ยวในราชวงศ์ฮับส์บูร์ก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610200

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 15:43 น.

การสมรสในเครือญาติคือที่มาของใบหน้าที่บิดเบี้ยวในราชวงศ์ฮับส์บูร์ก

รายงานการวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Annals of Human Biology ระบุว่า “ขากรรไกรฮับส์บูร์ก” (Habsburg jaw) ซึ่งเป็นสภาพใบหน้าของสมาชิกในราชวงศ์ฮับส์บูร์สายกษัตริย์สเปนและออสเตรีย เกิดจากการสมรสกันในหมู่พระญาติวงศ์ด้วยกันเอง

การแต่งงานระหว่างเครือญาติหลายชั่วรุ่นในราชวงศ์ฮับส์บูร์กมีจุดประสงค์เพื่อรักษาอิทธิพลของตระฏูลให้ครอบคลุมทั่วทั้งจักรวรรดิยุโรป รวมถึงสเปนและออสเตรียมานานกว่า 200 ปี แต่นำไปสู่การจุดจบของราชวงศ์เมื่อพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ฮับส์บูร์กองค์สุดท้ายไม่มีทายาทสืบทอด อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการศึกษายืนยันว่า ลักษณะหน้าตาของคนในราชวงศ์นี้่ที่มีคางและขากรรไกรเหมือนกันจนถูกเรียกว่า “ขากรรไกรฮับส์บูร์ก” เป็นผลมาจากการสมรสในหมู่เครือญาติหรือไม่

หนึ่งในบุคคลที่มีลักษณะคางยื่นที่สุดในราชวงศ์ฮับส์บูร์ก คือพระเจ้าการ์โลสที่ 2 แห่งสเปน (ในภาพประกอบ) ทรงมีคางยื่นมากจนไม่สามารถที่จะขบเคี้ยวได้ตามปกติ

ศาสตราจารย์โรมัน บีลาส จากมหาวิทยาลัยซานติอาโก เด กอมโปสเตลา (Santiago de Compostela) ในประเทศสเปน กล่าววว่า ราชวงศ์ฮับส์บูร์กเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรป แต่ก็มีชื่อเสียงไม่ดีนักในด้านการแต่งงานระหว่างเครือญาติกันเองซึ่งนำมาสู่หายนะในที่สุด (เพราะไม่อาจมีทายาทสืบทอดได้อีกต่อ) และในครั้งนี้ นักวิจัยพยายามพิสูจน์ว่าเพราะการแต่งกันในหมู่คนสายเลือดเดียวกัน ยังทำให้คนในตระกูลนี้มีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์

นักวิจัยได้ทำการคัดเลือกศัลยแพทย์ช่องปากและใบหน้าขากรรไกรจำนวน 10 คนเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของใบหน้าใน 66 ภาพของสมาชิก 15 คนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก แม้จะมีความแตกต่างในรูปแบบศิลปะ แต่ภาพบุคคลก็มีลักษณะที่เหมือนจริงเมื่อเทียบกับใบหน้ามนุษย์

สิ่งที่ศัลยแพทย์วินิจฉัย คือโรคคางยื่น (Mandibular prognathism) หรือที่เรียกว่า “ขากรรไกรฮับส์บูร์ก” และพบความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดลักษณะคางยื่นกับการแต่งงานในเครือญาติจำนวน 6,000 คน จากทั้งหมด 20 รุ่น ยิ่งแต่งงานกับคนที่ใกล้ชิดทางสายเลือดมากเท่าไร อาการคางยื่นยิ่งปรากฎชัด

สาเหตุของความสัมพันธ์ระหว่างการผสมพันธุ์และความผิดปกติของใบหน้ายังไม่ชัดเจน แต่ผู้เขียนเสนอว่าเพราะผลกระทบจากการผสมพันธุ์ระหว่างญาติ ทำให้โอกาสในการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของยีนพ่อและแม่ที่เหมือนกันมีมากขึ้น ทำให้ลูกมียีนด้อยจนขากรรไกรมีลักษณะดังกล่าว คือคางยื่นแบบคนในตระกูลฮับส์บูร์กอย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยชี้ว่าการศึกษานี้ยังเกี่ยวข้องกับบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ความถี่ที่จะเกิดลักษณะขากรรไกรของฮับส์บูร์กอาจมาจากการขาดช่วงทางพันธุกรรมได้เช่นกัน แต่โอกาสมีน้อย

ปีแห่งการประท้วงและการโค่นเผด็จการ มองย้อนความวุ่นวายในปี2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610176

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 13:25 น.

ปีแห่งการประท้วงและการโค่นเผด็จการ มองย้อนความวุ่นวายในปี2019

ปี 2019 เป็นปีที่เกิดการประท้วงทั่วโลกเนื่องจากผู้คนเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบการเมืองและเรียกร้องร้องให้รีบแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำนักข่าว AFP ได้สรุปข่าวใหญ่ประจำปีเพื่อที่เราจะสามารถย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เหล่านั้น เพื่อเตรียมที่จะเดินหน้าเข้าสู่ปีใหม่และทศวรรษใหม่ 2020

การประท้วงยืดเยื้อในชิลี Photo by Martin BERNETTI / AFP

– ประท้วงระบาดทั่วละตินอเมริกา –

เมื่อวันที่ 23 มกราคม ฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาประกาศตนเป็นประธานาธิบดีชั่วคราว ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยาวนาน

ไกวโดได้รับการยอมรับจากกว่า 50 ประเทศรวมถึงสหรัฐ แต่กองทัพไม่ทำตามเสียงเรียกร้องให้ทำรัฐประหาร และกลับสนับสนุนประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรและจนถึงขณะนี้มาดูโรก็ยังคงอยู่ในตำแหน่ง

ในช่วงกลางเดือนกันยายนการประท้วงครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่เฮติหลังจากขาดแคลนเชื้อเพลิง โดยประชาชนเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโชเวอเนล มออีส ลาออกแต่การประท้วงลุกลามกลายเป็นความรุนแรงคร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 40 ชีวิต

การขึ้นราคาตั๋วรถไฟใต้ดินในเมืองหลวงของชิลีเมื่อกลางเดือนตุลาคม เป็นต้นเหตุของการประท้วงยืดเยื้อที่ทำให้มีคนตายมากกว่า 20 รายก่อนที่จะมีการลงประชามติเรื่องการปฏิรูป

โบลิเวียเผชิญกับการประท้วงนาน 3 สัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส อ้างว่าชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่ประชาชนไม่พอใจจนชุมนุมกันและมีหลายสิบคนถูกฆ่าตาย โมราเลสลาออกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนและหนีไปลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่รัฐบาลต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

เอกวาดอร์กลายเป็นอัมพาตเกือบสองสัปดาห์หลังเกิดการประท้วงในเดือนตุลาคม และในประเทศโคลัมเบียมีการนัดหยุดงานและการประท้วงต่อต้านรัฐบาลฝ่ายขวาโดยเริ่มกลางเดือนพฤศจิกายน

อับเดลมัดจิด เตบบูนเน Photo by RYAD KRAMDI / AFP

– ความรุนแรงในแอฟริกาเหนือ/ตะวันออกกลาง –

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เดิดการประท้วงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศแอลจีเรีย เพื่อต่อต้านการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 5 ของประธานาธิบดีอับเดลาซิซ บูเตฟลิกา ที่ครองอำนาจมานานถึง 20 ปี

บูเตฟลิกา สูญเสียการสนับสนุนจากกองทัพและลาออกไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน แต่การเดินขบวนประท้วงยังดำเนินต่อไป โดยเรียกร้องให้ยกเครื่องการจัดตั้งทางการเมืองทั้งหมดและปฏิเสธประธานาธิบดีคนใหม่คือ อับเดลมัดจิด เตบบูนเน ผู้ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม

ในซูดานเมื่อวันที่ 11 เมษายน การกุมอำนาจที่ยาวนานสามทศวรรษของกองทัพและเผด็จการโอมาร์ อัลบาชีร์ต้องสิ้นสุดลง เพราะแรงกดดันจากพลังประชาชนที่ปักหลักการประท้วงทั่วประเทศนาน 4 เดือน

แต่การเดินขบวนยังดำเนินต่อไปและมีการเจรจาอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งมีการตกลงกันได้ในเดือนสิงหาคม โดยจัดตั้งสภาปกครองร่วมเพื่อดูแลการเปลี่ยนผ่านการปกครองจากทหารไปสู่พลเรือน โดยรวมแล้วมีผู้เสียชีวิตกว่า 250 คน

ในอิรักการประท้วงครั้งใหญ่ปะทุขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม โดยสั่งสมจากความไม่พอใจในปัญหาว่างงาน การทุจริตและการบริการสาธารณะที่ย่ำแย่ และขยายวงกว้างเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรง จนมีผูเสียชีวิตถึง 460 ชีวิต จนกระทั่งวันที่ 1 ธันวาคม รัฐสภายอมรับการลาออกของคณะรัฐบาลอิรัก

ในเลบานอน การประท้วงใหญ่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมาโดยมีแผนที่เรียกเก็บภาษีแอพสำหรับส่งข้อความและลุกลามกลายเป็นการต่อต้านชนชั้นนำทางการเมือง และยังคงเดินหน้าประท้วงต่อไปหลังจากนายกรัฐมนตรีซาอัด ฮาริรี ลาออกไปเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม เพราะผู้ประท้วงยังไม่ยอมรับฮัสซัน ดิอับ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ จึงต้องจัดการเลือกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

อิหร่านเกิดการจลาจลเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนหลังจากการขึ้นราคาน้ำมัน เจ้าหน้าที่เข้าสลายผู้ก่อความไม่สงบโดยตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทำให้โลกภายนอกไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 304 คนส่วนใหญ่ถูกกองกำลังรักษาความปลอดภัยยิง แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว

อะบู บักร์ อัลบัฆดาดี Photo by – / various sources / AFP

– ผู้นำรัฐอิสลามถูกฆ่า –

หลังจากการโจมตีห้าปีเพื่อยึดคืนเขตการยึดครองของขบวนการรัฐอิสลาม (IS) อันกว้างใหญ่ในอิรักและซีเรียในที่สุดพวกญิฮาดก็ถูกขับออกจากฐานที่มั่นสุดท้ายในเดือนมีนาคมโดยกองกำลังพันธมิตรต่อต้านรัฐอิสลามที่นำโดยกองกำลังเคิร์ด

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐประกาศว่าผู้นำของรัฐอิสลาม คือ อะบู บักร์ อัลบัฆดาดี ถูกสังหารในระหว่างการโจมตีโดยกองหน่วยรบพิเศษของสหรัฐในประเทศซีเรีย

กองเรือลาดตระเวนของอิหร่าน Photo by ATTA KENARE / AFP

– อิหร่านเกือบจุดชนวนสงคราม –

ในวันที่ 8 พฤษภาคม รัฐบาลอิหร่านประกาศไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้ในปี 2558 หลังจากที่สหรัฐยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวก่อนและคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง โดยอ้างว่าอิหร่านไม่ยุติโครงการนิวเคลียร์จริงๆ จังๆ

ในอีกไม่กี่เดือนต่อมาอิหร่านก็หันมาพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของตนอีกครั้ง รวมถึงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หลังจากที่ยุติไปนาน

การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับอิหร่านตึงเครียดเกิดขึ้น เมื่อรัฐบาลสหรัฐกล่าวโทษอิหร่านว่าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียหลายลำ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม

เมื่อวันที่ 14 กันยายนอิหร่านถูกกล่าวโทษอีกครั้ง เมื่อโรงงานผลิตน้ำมันรายใหญ่ของซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีโดยกลุ่มกบฏฮูษีของเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น

ในเวลาหกเดือนที่ผ่านมา อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและน้ำมวลหนักในปริมาณที่เกินกว่าข้อตกลงกับนานาประเทศ และยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องหมุนเหวี่ยงสำหรับโครงการนิวเคลียร์อีกด้วย

ความรุนแรงในฮ่องกงเดือนธันวาคม Photo by Dale DE LA REY / AFP

– ฮ่องกงปะทุ-

วันที่ 9 มิถุนายนเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในฮ่องกงตั้งแต่กลับสู่การปกครองของจีนในปี 1997 ติดตามมาด้วยการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเกือบทุกวัน

การประท้วงเริ่มต้นจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ แต่พัฒนาไปสู่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนและกลายเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยในวงกว้าง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่การประท้วงและเหตุรุนแรงก็ยังไม่จบลง

โดนัลด์ ทรัมป์ Photo by Nicholas Kamm / AFP

– สหรัฐนำโลกกลับสู่สงครามเย็น –

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมสหรัฐถอนตัวออกจากสนธิสัญญากำลังนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) กับรัสเซียอย่างเป็นทางการ ทำให้โลกเสี่ยงที่เกิดการสะสมอาวุธและการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจทางการทหารอีกครั้ง ในลักษณะเดียวกับสงครามเย็น

แนวคิด “America First” (อเมริกามาก่อน) ของทรัมป์ยังเป็นจุดเริ่มของการทำสงครามการค้ากับจีน และสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ทรัมป์ยังถอนตัวจากความตกลงปารีสเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้สหรัฐมีสภาพโดดเดี่ยวตัวเองจากข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ และทำให้เกิดเงื่อนไขของการเผชิญหน้าโดยไม่จำเป็น

วันที่ 24 กันยายน พรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสเปิดการไต่สวนคดีฟ้องร้องทรัมป์หลังจากพบข้อมูลว่าทรัมป์กดดันให้รัฐบาลยูเครนดำเนินการสอบสวนโจ ไบเดน คู่แข่งของเขาจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ในปี 2563

ในเวลาต่อมมา สภาผู้แทนราษฎรที่มีเสียงส่วนใหญ่มาจากพรรคเดโมแครต ก็ดำเนินกระบวนการถอดถอนทรัมป์อย่างเป็นทางการในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบและขัดขวางการทำงานของรัฐสภา แต่คาดว่ากระบวนการถอดถอนไม่น่าจะผ่านความเห็นชอบโดยวุฒิสภาที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน และอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีถอดถอนดังกล่าว

ชาวเคิร์ดต่อต้านกองทัพตุรกี Photo by Delil SOULEIMAN / AFP

– ตุรกีรุกรานซีเรีย –

ในวันที่ 9 ตุลาคมตุรกีโจมตีซีเรียทางตอนเหนือ เพื่อผลักดันชาวเคิร์ดกลับจากชายแดนซีเรีย เพราะตุรกีถือว่าชาวเคิร์ดเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เพราะเกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในตุรกี

เมื่อสองวันก่อนหน้าที่ตุรกีจะโจมตีซีเรีย ทรัมป์ได้ประกาศถอนทหารสหรัฐออกจากพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐได้ละทิ้งพันธมิตรชาวเคิร์ดที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับนักรบญิฮาดของขบวนการรัฐอิสลาม

ตุรกีหยุดการโจมตีในวันที่ 23 ตุลาคมหลังจากที่สหรัฐและรัสเซียตกลงกันว่า จะเปิดทางให้นักรบชาวเคิร์กเดินทางออกจากพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนตุรกี-ซีเรีย

มีโอกาส50%ที่จะรักษาโครงสร้างทั้งหมดนอเทรอดามไว้ไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610131

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 18:49 น.

มีโอกาส50%ที่จะรักษาโครงสร้างทั้งหมดนอเทรอดามไว้ไม่ได้

อธิการประจำอาสนะวิหารนอเทรอดามกล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า อาสนวิหารแห่งนี้ยังคงเปราะบางจนมีโอกาสถึง 50% ที่จะไม่สามารถรักษาโครงสร้างอาคารหมด เนื่องจากนั่งร้านที่ติดตั้งไว้ก่อนเกิดไฟไหม้ในปีนี้กำลังบั่นทอนโครงสร้างหลังคาโค้งแหลมของตัววิหาร

อธิการปาทริค โชเวต์ กล่าวว่างานบูรณะไม่น่าจะเริ่มจนกว่าจะถึงปี 2564 และบอกว่าท่านปวดใจที่ไม่สามารถที่จะเฉลิมฉลองงวันคริสมาสต์ในวิหารนอเทรอดามปีนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศสที่ไม่มีการฉลองวันคริสต์มาส ณ สถานที่สำคัญของกรุงปารีสแห่งนี้

“จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีอันตรายอยู่ จะไม่เป็นอันตรายก็ต่อเมื่อเรานำนั่งร้านส่วนที่เหลือออกไป” อธิการโชเวต์ บอกกับ AP ระหว่างร่วมงานคริสต์มาสอีฟในโบสถ์ใกล้ ๆ

“วันนี้เราสามารถพูดได้ว่าอาจมีโอกาส 50% ที่จะรักษาวิหารไว้ได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาส 50% ที่นั่งร้านจะพังลงมาบนหลังคาที่เหลืออยู่ทั้งช่วง อย่างที่คุณเห็น ตัวอาคารนั้นยังมีความเปราะบางมาก” อธิการโชเวต์กล่าวว่า

อาสนวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และอยู่ระหว่างการปรับปรุงตอนที่เกิดไฟไหม้ในเดือนเมษายนซึ่งทำลายหลังคาจนพังทลายลงมา หนึ่งในส่วนที่ยากที่สุดของความพยายามในการบูรณะ คือการรื้อนั่งร้านเก่าแก่จำนวน 50,000 ชิ้นที่ค้ำแนวด้านบนของอาคารเอาไว้

โชเวต์ กล่าวว่า “เราต้องถอดโครงนั่งร้านออกให้หมดเพื่อทำให้อาคารปลอดภัยเพื่อที่เราอาจจะเริ่มการบูรณะโบสถ์ใหม่ได้ในปี 2564 เมื่อถอดโครงนั่งร้านออกแล้ว เราจำเป็นต้องประเมินสถานะของวิหาร ปริมาณหินที่จะรื้อออกและแทนที่ด้วยของใหม่”

เขาคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 ปีหลังจากนั้นเพื่อให้วิหารปลอดภัยพอที่ผู้คนจะกลับเข้ามาประกอบศาสนกิจอีกครั้ง แต่การฟื้นฟูทั้งหมดจะใช้เวลานานกว่านั้น ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครองกล่าวว่าเขาต้องการให้วิหารได้รับการบูรณะแล้วเสร็จในปี 2567 ให้ทันกับที่ปารีสเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ผู้เชี่ยวชาญถามว่ากรอบเวลานั้นอาจเป็นไปไม่ได้

เนื่องจากสมาชิกของเขตวัดอาสนวิหารนอเทรอดามไม่สามารถฉลองคริสต์มาสได้ในปีนี้ การชุมนุมของคณะนักบวชและคณะนักร้องประสานเสียงจึงต้องมาจัดกันที่โบสถ์แซงต์ แฌกแมง โลแซรัว (Saint-Germain l’Auxerrois) ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์แทน

สมาชิกของอาสนวิหารร่วมงานวันคริสต์มาสอีฟพร้อมกับช่วยปลอบใจจากความโศกเศร้าหลังไฟไหม้วิหารอันเป็นที่รักของพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่

“ผมจำได้ว่าแม่ของผมบอกว่าแม่กำลังดูทีวีอยู่และเกิดไฟไหม้ที่นอเทรอดาม ผมบอกแม่ว่า `มันเป็นไปไม่ได้’ แล้วผมก็ขี่จักรยานออกไป และเมื่อผมมาถึงผมถึงกับร้องไห้” ฌอง-ลุค โบดอง วิศวกรชาวปารีสคนหนึ่งที่เคยประกอบศาสนกิจที่นอเทรอดามเล่าความรู้สึก

“พวกเราคือชาวฝรั่งเศส เราจะพยายามสร้างนอเทรอดามขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเมื่อก่อน เพราะมันคือสัญลักษณ์” เขากล่าว

Photo by Geoffroy VAN DER HASSELT / AFP

ต่างชาติลงทุนพุ่งพรวด เงินไหลเข้าเวียดนามไม่หยุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610119

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 17:17 น.

ต่างชาติลงทุนพุ่งพรวด เงินไหลเข้าเวียดนามไม่หยุด

กระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนามแถลงว่า เวียดนามได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงปี 2562 เป็นเงินทั้งสิ้น 20,380 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อนหน้านี้

ส่วนคำมั่นสัญญาที่จะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI pledges) ซึ่งบ่งชี้ถึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอนาคต เพิ่มขึ้น 7.2% ในปีนี้เป็น 38,020 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในจำนวนเงินลงทุนในอนาคตจากต่างประเทศ จะมุ่งลงทุนในด้านการผลิตและการแปรรูปในอัตราส่วนถึง 64.6% ขณะที่ 10.2% จะมุ่งไปที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เกาหลีใต้เป็นผู้ลงทุนจากต่างประเทศอันดับต้นๆ ของเวียดนาม ตามมาด้วยฮ่องกงและสิงคโปร์

ปัจจุบัน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจเวียดนาม โดยมีสัดส่วนถึง 70% ในภาคการส่งออกของเวียดนาม

 

ขณะที่ประเทศไทย อัตราการยื่นของลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในช่วงเดือรมกราคม – กันยายน เพิ่มขึ้นมาถึง 69% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยญี่ปุ่นมีโครงการลงทุนสูงสุดในไทย คาดว่ากระแสเงินที่ไหลเข้าไทยเป็นจำนวนมาก เป็นผลมาจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ

ภาพระทึกนักดำน้ำฝรั่งเศส หยอกล้อกับฉลามในตาฮิติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610103

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 15:29 น.

ภาพระทึกนักดำน้ำฝรั่งเศส หยอกล้อกับฉลามในตาฮิติ

ปิแยร์ริค เซย์บาลด์ (Pierrick Seybald) นักประดาน้ำอิสระชาวฝรั่งเศส เผชิญหน้ากับฉลามในน่านน้ำทางตอนเหนือของเกาะตาฮิติ ในเขตเฟรนช์โปลินีเซีย กลางมหาสมุทรแปซิฟิก

ในภาพนี้ เซย์บาลด์ ลงไปดำน้ำที่วาลเล่ บลองช์ (Vallee Blanche) สถานที่ดำน้ำที่มีชื่อเสียงในเรื่องฉลามเสือทางตอนเหนือของตาฮิติ ในภาพชุดนี้ เซย์บาลด์ถ่ายกับปลาฉลามครีบดำ ปลาฉลามครีบขาว และฉลามเลมอน

ภาพถ่ายโดย Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

Photo by Cameron Grant / AFP

ทรัมป์ยังเชื่อคิมใจดีให้แจกันหรูวันคริสต์มาส ไม่ได้ขู่ด้วยขีปนาวุธ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610078

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 13:25 น.

ทรัมป์ยังเชื่อคิมใจดีให้แจกันหรูวันคริสต์มาส ไม่ได้ขู่ด้วยขีปนาวุธ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐยังเชื่อมั่นในตัวเองอย่างไม่ดูสถานการณ์รตอบด้าน โดยกล่าวเมื่อวันคริสต์มาสอีฟว่าคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือาจวางแผนที่จะให้ของขวัญดีๆ กับแก่เขา เช่นแจกันที่สวยงามมากกว่าที่จะเป็นขีปนาวุธ

คำตอบของทรัมป์เป็นความคิดที่สวนทางกับผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทั่วโลกโดยสิ้นเชิง เพราะต่างก็มองว่าเกาหลีเหนือจะทดสอบขีปนาวุธเพื่อท้าทายสหรัฐ และเป็น “ของขวัญ” พิเศษให้ทรัมป์

เกาหลีเหนือได้ขู่ว่าจะดำเนินบางอย่างหากสหรัฐไม่ยอมผ่อนคลายการลงโทษลงในช่วงปลายปี ผู้เชี่ยวชาญการเมืองระหว่างประเทศต่างเชื่อว่าอาจเป็นการทดสอบขีปนาวุธรอบใหม่ซึ่งอาจเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่สามารถส่งหัวรบนิวเคลียร์ได้

เกาหลีเหนือกล่าวว่า “ของขวัญคริสต์มาส” ที่ส่งไปยังสหรัฐจะขึ้นอยู่กับการกระทำของรัฐบาลสหรัฐเอง แต่เมื่อทรัมป์ถูกถามว่าเขาจะทำอย่างไรถ้าเกาหลีเหนือทำการทดสอบขีปนาวุธระยะไกล เขากลับแสดงความเชื่อมั่นไปคนละทาง

ในเวลานี้ทรัมป์อยู่ที่รฐฟลอริด้าในช่วงวันหยุดโดยเขาบอกว่า “บางทีของขวัญที่เขาส่งมา คงเป็นแจกันสวยๆ ให้ผม ไม่ใช่การทดสอบขีปนาวุธ ผมอาจได้รับของขวัญที่ดีจากเขา พวกคุณไม่รู้หรอก พวกคุณไม่มีทางรู้ได้”

การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือได้หยุดชะงักตั้งแต่การประชุมสุดยอดคิม-ทรัมป์ในเดือนกุมภาพันธ์ระหว่างทรัมป์และคิมบ่มลงโดยไม่มีผลคืบหน้า

และจากภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด พบว่ามีการก่อสร้างเพิ่มเติมในโรงงานที่เกาหลีเหนือใช้สร้างยุทโธปกรณ์สำหรับใช้ในการยิงขีปนาวุธพิสัยไกล

รัสเซียทดสอบตัดเน็ตจากโลกภายนอก ซ้อมรับการโจมตีจากสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610056

  • วันที่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 09:59 น.

รัสเซียทดสอบตัดเน็ตจากโลกภายนอก ซ้อมรับการโจมตีจากสหรัฐ

รัสเซียได้ดำเนินการทดสอบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในกรณีที่ถูกตัดการเชื่อต่อจากโลกภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตจะมีความปลอดภัย ในกรณีที่ถูกโจมตีจากต่างประเทศ

การทดสอบนี้เป็นไปตามกฎหมายที่ผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตามกฎหมายสถาบันของรัฐและบริการรักษาความปลอดภัย รวมถึงผู้ให้บริการสื่อสารผู้ส่งสาร และผู้ให้บริการอีเมลทั้งหมด ต้องเข้าร่วมในการทดสอบ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป

กฎหมายฉบับนี้มุ่งให้รัสเซียสามารถลดปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากเซิร์ฟเวอร์ระหว่างประเทศได้ ที่สำคัญก็คือจะเป็นการสร้าง “อธิปไตยอินเทอร์เน็ต” และเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่รัสเซียเรียกว่า “ท่าทีคุกคาม” ของยุทธศาสตร์ความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหรัฐ

นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิกังวลว่ามาตรการนี้อาจทำให้การเซ็นเซอร์ในรัสเซียเข้มงวดขึ้นและนำไปสู่การโดดเดี่ยวรัสเซียจากโลกออนไลน์ ในลักษณะเดียวกับที่จีนกำลังทำอยู่

แต่กระทรวงคมนาคมปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้พยายามที่จะโดดเดี่ยวเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรัสเซียออกจากโลกภายนอก และกล่าวว่าผู้ใช้ทั่วไปจะไม่สังเกตเห็นการทดสอบครั้งนี้

อเล็กเซ โซโคลอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของรัสเซียเปิดเผยว่า รัสเซียทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากทำการทดสอบหลายครั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม

“เป้าหมายของเราคือการให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องในดินแดนรัสเซียไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม” โซโคลอฟ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

โซโคลอฟกล่าวด้วยว่า ผลลัพธ์ของการตรวจสอบแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐและผู้ให้บริการการสื่อสารพร้อมที่จะตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (หากถูกคุกคาม)

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะจัดทำรายงานเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการทดสอบแล้วส่งไปให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินต่อไป

ญี่ปุ่นเจออัตราเกิดต่ำที่สุดรอบ 120 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610038

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2562 เวลา 17:59 น.

ญี่ปุ่นเจออัตราเกิดต่ำที่สุดรอบ 120 ปี

อัตราทารกแรกเกิดของญี่ปุ่นปีนี้น้อยกว่า 9 แสนราย ต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 1899

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการของญี่ปุ่นได้เปิดเผยวันนี้ ( 24 ธ.ค.) ระบุุถึงอัตราทารกแรกเกิดของปีนี้มีจำนวนลดต่ำน้อยกว่า 9 แสนราย ซึ่งถึอเป็นจำนวนน้อยที่สุดตั้งแต่รัฐบาลเริ่มเก็บสถิติในปี 1899

โดยรายงานระบุว่า อัตราการเกิดของปีนี้อยู่ที่ประมาณ 864,000 ราย ลดน้อยกว่าปีก่อนหน้าราว 54,000 ราย หรือคิดเป็นอัตราหดตัวที่ร้อยละ 5.9% ขณะที่ยอดการเสียชีวิตทำสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่หลังสิ้นสุดสงครามเช่นกัน อยู่ที่ราว 1,376,000 ราย เมื่อปีที่แล้วมีทารกเกิดมา 918,400 คน

อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องดิ้นรนงบประมาณของชาติเพื่อรักษาสภาพคล่องระบบเงินบำนาญและการบริการด้านการแพทย์ในปีต่อๆไป

นอกจากนี้ทางการญี่ปุ่นยังเผยตัวเลขคู่รักแต่งงานใหม่ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมาลดลงเหลือราว 583,000 คู่ ลดลง 3,000 คู่ หากเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนคู่รักหย่าร้างเพิ่มขึ้นราว จาก 2,000 ถึง 210,000

ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามออกมาตการสนับสนุนการมีบุตรในหลากหลายรูปแบบ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเด็กแรกเกิดให้ได้ร้อยละ 1.8 ภายในปี 2025

แฟ้มภาพ AFP