ควีนพระราชทานพรคริสต์มาส ทรงรับปี 2019 เป็นปีที่”ค่อนข้างขรุขระ”ของชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610017

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2562 เวลา 15:35 น.

ควีนพระราชทานพรคริสต์มาส ทรงรับปี 2019 เป็นปีที่"ค่อนข้างขรุขระ"ของชาติ

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานพรวันคริสต์มาส ทรงตรัสถึงความยากลำบากหลายเรื่องที่อังกฤษต้องประสบตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

เป็นประเพณีในทุกปีที่สมเด็จพระราชินีนาถเบลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร พระชนมายุ 93 พรรษา จะทรงบันทึกวิดิโอคำกล่าวพระราชทานพรเนื่องในวันคริสต์มาส ซึ่งในปีนี้สำนักพระราชวังได้เผยถึงประเด็นสำคัญที่สมเด็จพระราชินีจะทรงกล่าวถึง โดยในปีนี้ทรงเน้นย้ำถึงความประนีประนอมท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบากของอังกฤษในประเด็นการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือ เบร็กซิต

นอกจากนี้ยังรวมถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับสมาชิกพระราชวงศ์ตลอดทั้งปี โดยการนี้ตอนหนึ่งของพระราชดำรัสทรงกล่าวยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากของพระองค์ในหลายเรื่อง

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัสทรงกล่าวว่า “ก้าวเล็กๆ ที่เกิดจากความศรัทธาและความหวังจะสามารถเอาชนะความแตกต่างขัดแย้งที่ฝังลึกมายาวนานจนนำไปสู่ความรักใคร่กลมเกลียวและเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน”

“เส้นทางอาจไม่ราบเรียบเสมอไป โดยเฉพาะปีนี้ที่อาจมีอะไรขรุขระอยู่บ้าง แต่ก้าวเล็กๆเหล่านี้จะสามารถสร้างโลกที่แตกต่างออกไปในที่สุด”

คาดว่าประเด็น “ยากลำบาก” ของสมเด็จพระราชินีที่ทรงตรัสถึง คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับตั้งแต่เหตุการณ์อุบัติเหตุของเจ้าชายฟิลิป พระสวามีที่ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ไปจนถึงกรณีอื้อฉาวทางเพศของเอ็ปสตีน ที่พบหลักฐานว่าเจ้าชายแอนดรูวส์ พระโอรสทรงมีส่วนพัวพัน จนส่งผลให้เจ้าชายต้องประกาศงดพระกรณียกิจต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ พระราชดำรัสฉบับเต็มของสมเด็จพระราชินีจะออกอากาศ ผ่านเครือข่ายสำนักข่าวบีบีซีในวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน

ประมวลภาพถ่ายเหตุการณ์ทั่วโลกแห่งปี 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610004

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2562 เวลา 14:42 น.

ประมวลภาพถ่ายเหตุการณ์ทั่วโลกแห่งปี 2019

โพสต์ทูเดย์คัดสรรภาพถ่ายภาพถ่ายเหตุการณ์สำคัญตลอดปี 2019 ก่อนเข้าสู่คริสต์ทศวรรษ 2020 ผ่านเลนส์ของสำนักข่าวต่างประเทศให้ได้รับชม

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ทศวรรษใหม่ในปี 2020 .. ตลอดห้วงเวลาของปี 2019 ทั่วโลกมีเหตุการณ์ สำคัญช็อกโลกเกิดขึ้นมากมาย ข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ขอรวบรวมภาพถ่ายจากหลายเหตุการณ์สำคัญ ผ่านเลนส์ของสำนักข่าวต่างประเทศให้ผู้อ่านได้ย้อนเหตุการณ์ก่อนจะเข้าสู่ศักราชใหม่ในปีหน้า

กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของเคนย่า ขณะเข้าคุ้มกันความปลอดภัยผู้คนในโรงแรมดุสิต D2 ท่ามกลางเหตุ ก่อการร้ายที่โรงแรมดังกล่าวในกรุงไนโรบี ภาพวันที่ 15 มกราคม

ผู้ประท้วงชาวเวเนซุเอลาขณะร่วมตัวเพื่อแสดงการสนับสนุนนาย ฮวน กุยโด ผู้นำฝ่ายค้าน หลังเขาประกาศ ตัวเป็นรักษาการประธานาธิบดีแทนทีนายนิโคลัส มาดูโร จนส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในเวเนซุเอลาตามมา ภาพวันที่ 23 มกราคม

ชายคนหนึ่งกำลังเดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยกองขยะในเขต Mosafejo ชานกรุงลากอสของไนจีเรีย ภาพ วันที่ 12 กุมภาพันธ์

 

ทหารหญิงกองกำลังแนวร่วมเคิร์ด ทำการตรวจค้นร่างกายสตรีรายหนึ่งซึ่งเคยเข้าร่วมกองกำลังไอซิส หลังปฏิการทางทหารของกองกำลังแนวร่วมเคิร์ดทำลายฐานที่มั่นสุดท้ายของไอซิสในซีเรียได้สำเร็จ ส่งผลกลุ่มไอซิสในพื้นที่ยกธงขาวยอมแพ้ ภาพวันที่ 27 กุมภาพันธ์

 

มหาวิหารนอร์เทอดามแห่งปารีส ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญยอดสูงและหลังคาของมหาวิหารจน เสียหายอย่างหนัก ภาพวันที่ 15 เมษายน

 

Cardi B ศิลปินแรพเปอร์ดังในชุดสุดอลังการขณะเดินเข้าร่วมงาน Met Gala 2019 ในนครนิวยอร์ก ภาพวันที่ 6 พฤษภาคม

 

ครอบครัวชาวปาเลสไตน์รับประทานอาหารร่วมกันในเทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน ท่ามกลางซากปรักหักพักของอาคารในเขตฉนวนกาซา จากการต่อสู้ของกลุ่มฮามาส กับกองทัพอิสราเอล ภาพวันที่ 18 พฤษภาคม

 

หนูน้อยรายหนึ่งขณะว่ายน้ำอยู่ในสระที่เต็มไปด้วยขวดพลาสติก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์ World Oceans Day ที่กรุงเทพฯ ภาพวันที่ 8 มิถุนายน

 

ภาพถ่ายโดย Steffen Olsen นักวิทยาศาสตร์ชาวเดนมาร์กขณะเดินทางด้วยสุนักลากเลื่อน ตามธารน้ำแข็ง ของกรีนแลนด์ที่ละลายเร็วอย่างผิดปกติจนกลายเป็นทะเลสาบขนาดย่อมๆ ภาพวันที่ 13 มิถุนายน

 

ชาวเกาหลีเหนือขณะกำลังพักร้อนที่สวนน้ำ Munsu water park ในกรุงเปียงยาง ภาพวันที่ 16 มิถุนายน

 

หมีขั้วโลกที่กำลังหิวโหยขณะเดินหาอาหารตามท้องถนนในเมือง Norilsk เขตอุตสาหรรมทางเหนือของรัสเซีย ภาพวันที่ 17 มิถุนายน

 

หน่วยพิทักษ์พรมแดนเม็กซิโก เข้าสกัดผู้อพยพสองแม่ลูกชาวอเมริกากลาง ขณะกำลังข้ามแม่น้ำ Rio Bravo รัฐชิวาวา เพื่อใช้เม็กซิโกเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐ ภาพวันที่ 21 มิถุนายน

 

ประธานาธิบดีทรัมป์สร้างเซอร์ไพร์ซเดินทางเยือนเขต DMZ ระหว่างสองเกาหลี พร้อมทั้งพบปะกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อีกทั้งผู้นำสหรัฐยังเดินข้ามไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ แม้ว่าการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ของทั้งสหรัฐและเกาหลีเหนือยังไม่มีความคืบหน้า ภาพวันที่ 30 มิถุนายน

 

ม็อบฮ่องกงบุกเข้าไปภายในรัฐสภาของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับช่วงครบรอบ 22 ปีอังกฤษส่งมอบฮ่องกงกลับสู่จีน

 

ควันจากไฟป่าในรัฐปารา ของบราซิล ซึ่งอยู่ในเขตลุ่มน้ำอเมซอน อันเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ที่เสมือนปอดของโลก ภาพวันที่ 27 สิงหาคม

 

หนูน้อยกำลังขี่รถยนต์ของเล่นไฟฟ้าในจตุรัสคิมอิลซุง ในกลางกรุงเปียงยาง ช่วงวันหยุดยาวฉลอง 71 ปีวันชาติเกาหลีเหนือ ภาพวันที่ 9 กันยายน

 

ม็อบฮ่องกงประจันหน้ากับปืนใหญ่น้ำของตำรวจ ขณะรวมตัวประท้วงแสดงความไม่พอใจที่ด้านหน้าที่ทำการใหญ่ของรัฐบาลฮ่องกง โดยเหตุประท้วงในฮ่องกงยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 7 เดือนแล้วภาพวันที่ 15 กันยายน

 

ผู้สื่อข่าวรุมถ่ายภาพมัมมี่ของ Sennedjem ขณะถูกเดินทางถึงยังพิพิธภัณฑ์ในกรุงไคโร ผู้ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นช่างฝีมือของอียิปต์โบราณในรัชสมัยฟาโรห์เซติที่ 1 ถึง ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ภาพวันที่ 21 กันยายน

 

เกรต้า ทุนแบร์ก สาวน้อยนักเคลื่อนไหวชาวสวีเดน ขณะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสุดยอดสภาพภูมิ อากาศของสหประชาชาติ ด้วยวลีเด็ดของเธอคือ ” คุณกล้าดียังไง! ขโมยความฝันและวัยเด็กของฉันไปด้วย คำพูดที่ว่างเปล่า” ภาพวันที่ 23 กันยายน

 

ประธานาธิบดีทรัมป์ขณะหารือร่วมกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี้ ของยูเครน ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ทั้งนี้ปธน.ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบกดดันผู้นำยูเครนเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้งปีหน้า และเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาที่พรรคเดโมแครตเดินหน้าญัตติถอนถอดโดยสภาคองเกรส ภาพวันที่ 25 กันยายน

 

นางเมิ่ง หวานโจว ลูกสาวประธานใหญ่หัวเว่ย ขณะเดินทางออกจากบ้านพักไปยังศาลสูงแห่งรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยเธอยังคงถูกทางการแคนาดาควบคุมตัวห้ามเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมติดกำไลอีเอ็มเพื่อติดตามตัว ภาพวันที่ 30 กันยายน

 

กลุ่มผู้ประท้วงชิลีขว้างปาระเบิดขวดที่บรรจุด้วยน้ำมันเบนซิน เข้าใส่เจ้าหน้าที่ปราบจลาจล จนเกิดไปลุกไหม้ ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเญรา ในกรุงซานติอาโก ภาพวันที่ 4 พฤศจิกายน

 

ลิขสิทธิ์ภาพ AFP

ลือหึ่ง Apple ซุ่มพัฒนาดาวเทียมอินเตอร์เน็ตจากอวกาศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609974

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2562 เวลา 11:17 น.

ลือหึ่ง Apple ซุ่มพัฒนาดาวเทียมอินเตอร์เน็ตจากอวกาศ

ลือ Apple Inc. ซุ่มฟอร์มทีมพัฒนาดาวเทียม ส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ตจากอวกาศเข้าไอโฟนโดยตรง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท Apple Inc. ยักษ์ใหญ่อุปกรณ์ไอทีของสหรัฐ ได้แอบตั้งทีมพัฒนาเทคโนโลยีด้านดาวเทียมและการส่งข้อมูลไร้สายอย่างลับๆ เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้บริการข้อมูลอินเตอร์เน็ตจากอวกาศเข้าสู่อุปกรณ์ของ Apple โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายบนภาคพื้น

บลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีดาวเทียม โดยระบุว่า Apple ได้ซุ่มตั้งทีมงานซึ่งมีราวๆ 12 คน จากทั้งฝั่งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีส่งข้อมูลผ่านด้าวเทียมรูปแบบนี้โดยเฉพาะ ในจำนวนนี้มีวิศวกรดาวเทียมรวมถึงผู้บริหารจากบริษัท Skybox Imaging ซึ่ง Apple เข้าซื้อกิจการไปเมื่อปี 2014 เข้าร่วมทีมด้วย

ยังไม่ชัดเจนว่า ในอนาคต Apple มีแผนจะเข้าสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศเหมือนกับคู่แข่งอย่าง Amazon หรือ SpaceX ที่มีแผนส่งดาวเทียมสื่อสารนับร้อยๆดวงขึ้นสู่วงโคจรเพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านอินเตอร์เน็ต หรือจะเป็นโครงการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาคพื้น ในการรับสัญญาณจากดาวเทียมแล้วส่งสัญญาณกระจายไปยังอุปกรณ์ของ Apple โดยตรงแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการเครือโทรศัพท์มือถือในแบบเดิม ทั้งนี้รายงานระบุว่าแผนดังกล่าววางกรอบเวลาพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้สำเร็จภายใน 5 ปี

ทั้งนี้ กระแสข่าวดังกล่าว Apple ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่ได้แสดงให้เห็นว่า Apple ให้ความสนใจแนวทางพัฒนาใหม่ๆนอกเหนือจากการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งเป็นการต่อยอดแพลต์ฟอร์มการรับส่งข้อมูลที่ Apple มีอยู่แล้วทั้ง iMessage, voice calls และ navigation ให้ครอบคลุมมากขึ้นผ่านเครือข่ายของตัวเอง

อินฟลูเอนเซอร์จีนไลฟ์ขายเสื้อผ้าแค่ 24 ชม. โกยเงิน 430 ล้านบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609947

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 21:23 น.

อินฟลูเอนเซอร์จีนไลฟ์ขายเสื้อผ้าแค่ 24 ชม. โกยเงิน 430 ล้านบาท

จางต้าอี้ผันตัวจากนางแบบดังมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่นที่มีผู้ติดตามในโซเชียลกว่า 20 ล้านคน แต่ละคลิปที่เธอไลฟ์มียอดวิวเกือบ 10 ล้าน

“โค้ทตัวนี้ทำจากวูล 100% เลยค่ะ น้ำหนักเบาและบางกว่าเสื้อโค้ทวูลทั่วไป แต่ว่าอุ่นเหมือนกัน”

หญิงสาวคนหนึ่งอธิบายผ่านไลฟ์ในขณะที่กำลังสวมโอเวอร์โค้ทสีชมพูให้ลูกค้าดู

“แล้วมันจะกันหนาวได้มั้ย”

ลูกค้ารายหนึ่งพิมพ์ถามเข้ามาในแชทบ็อกซ์

“ฉันว่าเหมาะกับช่วงอากาศหนาวทางภาคใต้นะ ลมหนาวทางภาคเหนือค่อนข้างแรง”

หญิงสาวคนเดิมตอบกลับ

ในไลฟ์นี้และไลฟ์อื่นๆ หญิงสาวจะเป็นทุกอย่าง ทั้งช็อปปิ้งไกด์ นางแบบ สไตลิสต์ เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า นำเสนอเสื้อผ้าที่ทีมงานของเธอครีเอทขึ้น ไปจนถึงให้คำปรึกษาเรื่องสไตล์ และตอบคำถามเรื่องดีไซน์ เนื้อผ้า ราคา

ไลฟ์ที่ว่านี้มีคนเข้ามาดูกว่า 9.73 ล้านครั้ง

เจ้าของไลฟ์คือ จางต้าอี้

จางต้าอี้เป็นแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ต้นๆ ของจีน มีผู้ติดตามในโซเชียลกว่า 20 ล้านคน และยังเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่ sold out ภายในพริบตาด้วย

ว่ากันว่าเธอมีอิทธิพลกับนักช็อปออนไลน์มากกว่าฟ่านปิงปิง หรือคิม คาร์ดาเชี่ยนเสียอีก

จางต้าอี้ในวัย 31 ปี เริ่มสั่งสมความดังจากการเป็นนางแบบให้กับนิตยสารแฟชั่นตั้งแต่ปี 2009

ปี 2014 ก็เริ่มทำร้านเสื้อผ้าของตัวเองในแพลตฟอร์ม Taobao ร่วมกับ เฝิงหมิ่น ผู้ก่อตั้ง Ruhan E-commerce บริษัทที่ปรึกษาให้กับอินฟลูเอนเซอร์

แฟนคลับที่ตามเธอมาตั้งแต่เห็นหน้าเธอในนิตยาสารแฟชั่นก็พากันมาสนับสนุนร้านของเธอเพียบ

และด้วยความที่เธอเป็นนางแบบมาก่อน การโพสต์ภาพที่เจ้าตัวสวมใส่เสื้อผ้าร้านตัวเองยิ่งส่งให้เสื้อผ้าดูดีดูสวยขึ้นไปอีก

สาวๆ คนไหนเห็นก็ต้องอยากใส่ตามเป็นธรรมดา

พูดง่ายๆ ก็คือขายทั้งเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไปพร้อมๆ กัน

เพียงแค่เธอโพสต์ขายเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ในเว็บไซต์ Taobao ในเทศกาลช็อปปิ้งวันคนโสด 11.11 เมื่อปี 2016 ก็ขายได้ถล่มทลายถึง 5,000 ชิ้นภายใน 2 วินาที

สรุปแล้วในเทศกาล 11.11 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จางต้าอี้กลายเป็นร้านค้าแรกของ Taobao ที่ทำลายสถิติทำยอดขายแตะ 100 ล้านหยวนได้เร็วที่สุด

สถิตินี้ยังทำให้จางต้าอี้ติดอันดับ 1 ใน 10 เซเลบริตี้ออนไลน์ของจีนในปี 2016

มีรายงานว่าในปีเดียวกันนี้เธอยังโกยรายได้ไปถึง 300 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,290 ล้านบาท

ตัวเลขนี้สูงกว่ารายได้ของนักแสดงอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงจีนด้วยซ้ำ

ในปี 2017 จางต้าอี้ตัดสินใจเปิดร้านค้าออนไลน์ร้านที่ 2 สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง

หญิงสาวสร้างปรากฏการณ์ sold out อีกครั้ง หลังโพสต์ขายลิปสติก 20,000 แท่งในเว็บไซต์ได้เพียง 2 ชั่วโมงก็ถูกซื้อไปจนเกลี้ยง

ทำให้จางต้าอี้ได้รับตำแหน่งร้านค้าที่ทำยอดขายได้ 100 ล้านหยวนในวันคนโสดได้เร็วที่สุดอีก 1 ปี

น่าทึ่งมากว่าในขณะที่ร้านค้าอื่นหรือแบรนด์ใหญ่ๆ ตั้งเป้าว่าจะทำยอดขายให้ได้ปีละ 100 ล้านหยวน

แต่สำหรับจางต้าอี้ เธอทำมันราวกับว่าเป็นเรื่องง่ายๆ เป้าหมายนี้ใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

จางต้าอี้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแฟชั่นถึงเคล็ดลับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเจ้าตัวไว่อย่างน่าสนใจ

เธอบอกว่าการจะโพสต์โซเชียลมีเดียให้ได้ยอด engagement เยอะๆ ต้องรู้จักการตั้งคำถาม

คำถามที่จะทำให้คนดูเข้ามาตอบ

เธอยกตัวอยย่างเปรียบเทียบ 2 ประโยค คือ “ชุดนี้สวยมาก” กับ “คุณคิดว่าชุดนี้เป็นยังไงบ้าง”

ประโยคหนึ่งเป็นการบอกเล่าเฉยๆ ประโยคหนึ่งเป็นประโยคคำถาม

ประโยคแรก หากคนดูคิดว่าชุดนั้นไม่สวยก็จะไม่ตอบเลย

ส่วนประโยคหลังเปิดโอกาสให้คนดูโต้ตอบ และยังทำให้เราตอบกลับคนดูได้อีก

แต่แค่นี้ยังไม่พอ

จางต้าอี้ยังประเมินความชอบของฟอลโลเวอร์ซึ่งแน่นอนว่าเป็นลูกค้าของเธอจากช่องคอมเม้นต์อีกช่องทางหนึ่ง

วิธีนี้ช่วยให้เธอผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

และยังทำให้คาดการณ์ได้เบื้องต้นว่าควรผลิตสินค้าชิ้นไหนจำนวนเท่าไร เพื่อแก้ปัญหาสินค้าเหลือ

กลยุทธ์สุดท้าย เธอจะทำโปรโมชั่น flash sale คือขายในราคาพิเศษภายในเวลาจำกัด และเปิดพรีออร์เดอร์

ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากกลเม็ดเคล็ดลับเจ๋งๆ แล้ว ขั้นตอนการซื้อสินค้าก็ต้องง่าย จบภายในไม่กี่สเต็ป

ในกรณีของจางต้าอี้ ลูกค้าสามารถคลิกลิ้งค์ในโพสต์ที่เธอลงในเว่ยปั๋วได้เลย

แล้วลิ้งค์นั้นๆ จะพาไปยังหน้าเว็บของสินค้าที่ลูกค้าต้องการ ตอนจ่ายเงินก็ใช้กระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ที่คนจีนส่วนใหญ่มีกันอยู่แล้ว

ซื้อง่ายจ่ายคล่องแบบนี้ ร้อยล้านไม่แตกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

ครูสเปนทุ่มสุดตัวใส่บอดี้สูทลายอวัยวะภายในสอนอนาโตมี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610040

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 19:00 น.

ครูสเปนทุ่มสุดตัวใส่บอดี้สูทลายอวัยวะภายในสอนอนาโตมี

เด็กนักเรียนตื่นเต้นพากันตื่นเต้นกับวิธีการสอนที่น่าสนใจของคุณครูคนนี้

เวโรนิกา ดูเก ครูชาวสเปนลงทุนสวมชุดบอดี้สูทรัดรูปลายอวัยวะภายในสอนวิชากายวิภาคศาสตร์นักเรียนวัย 8 และ 9 ขวบ เพื่อช่วยให้เด็กๆ มองเห็นภาพและจำตำแหน่งของอวัยวะภายในต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ภาพดังกล่าวนี้ มิคาเอล สามีของคุณครูรายนี้เป็นคนนำภาพมาโพสต์ลงในทวิตเตอร์ พร้อมกับแคปชั่นว่า “ภูมิใจมากกับไอเดียนี้ วันนี้เธอสอนเรื่องอวัยวะภายในให้นักเรียนฟังด้วยวิธีที่ธรรมชาติสุดๆ และเด็กๆ ก็ตื่นเต้นกันมาก”

หลังจากโพสต์ไปก็มีเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยความชื่นชมไอเดียของคุณครูคนนี้มากมาย อาทิ ซานเชส บอกว่า “เยี่ยมมาก เด็กๆ ไม่ลืมแน่” หรือ เออร์มา เมอร์ชาน โรมีโอ บอกว่า “โชคดีมากที่มีครูแบบนี้ที่หาทางช่วยให้นักเรียนจดจำสิ่งต่างๆ ได้”

แฮ็คเกอร์รัฐบาลเวียดนามโจมตีไทย ล้วงความลับทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609925

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 17:53 น.

แฮ็คเกอร์รัฐบาลเวียดนามโจมตีไทย ล้วงความลับทางธุรกิจยักษ์ใหญ่

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่ากลุ่มแฮ็คเกอร์ชาวเวียดนามกำลังเรียนรู้ยุทธศาสตร์การทำสงครามไซเบอร์แบบเดียวกับที่จีนทำ โดยใช้การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อสอดแนมคู่แข่งและช่วยให้เวียดนามสามารถไล่ตามคู่แข่งทั่วโลกได้

บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ CrowdStrike Inc. เผยว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีกลุ่มแฮ็คเกอร์ที่คาดมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเวียดนามและรู้จักกันในชื่อ APT32 ได้ทำการจารกรรมไซเบอร์มากขึ้นโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกับที่แฮ็คเกอร์ชาวจีนทำกันอยู่

จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญหลายรายระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นเป้าหมายสำคัญของ APT32  นักวิจัยที่จับตาเรื่องนี้อยู่แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อระบุว่ากลุ่ม APT32 สร้างโดเมนปลอมของ Toyota Motor Corp และ Hyundai Motor Co. เพื่อพยายามแทรกซึมเครือข่ายของผู้ผลิตรถยนต์ ในเดือนมีนาคมโตโยต้าค้นพบว่าบริษัทสาขาในเวียดนามและไทยตกเป็นเป้าหมาย รวมถึงบริษัทสาขาในญี่ปุ่นคือ Toyota Tokyo Sales Holdings Inc ในเรื่องนี้โฆษกของบริษัทคือไบรอัน ลีออนส์เป็นผู้เปิดเผย และยังมีพนักงานของโตโยต้าอีกคนหนึ่ง (ซึ่งร้องขอไม่ให้เปิดเผยตัวตน) ยืนยันว่ากลุ่มแฮ็ค APT32 เป็นผู้ลงมือ

เวียดนามยังมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของเวียดนาม รวมถึงอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นเวลาหลายปีจากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญแอนดรูว์ กร็อตโต แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการอาวุโสด้านนโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติตั้งแต่ปลายปี 2558 ถึงกลางปี 2560 เขากล่าวว่า มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ในด้านการคุกคามทางไซเบอร์และผู้ที่เข้ามามีบทบาทในกิจกรรมนี้ยังเก่งขึ้นเรื่อยๆ กร็อตโต ยังกล่าวว่า “พวกเขามีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเครื่องมือของตัวเองมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ไปเจาะตลาดมัลแวร์ระดับโลกเพื่อหาเครื่องมือมาใช้ในเชิงพาณิชย์”

การจู่โจมด้านการจารกรรมทางเศรษฐกิจของเวียดนามเริ่มขึ้นในปี 2555 และทวีความหนักหน่วงมากขึ้นตั้งแต่ปี 2561 ตามข้อมูลของ CrowdStrike ในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลทรัมป์พยายามควบคุมการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนักหน่วงโดยจีน การจารกรรมทรัพย์สินทางปัญญาของจีนนั้นทำให้ คีธ อเล็กซานเดอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา และประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ถึงกับเรียกว่าเป็น “การดูดความมั่งคั่งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แฮ็คเกอร์ชาวเวียดนามได้เลียนแบบวิธีการทำสงครามไซเบอร์บางส่วนมาจากจีนแต่มีสเกลเล็กกว่าอย่างมาก

เอริค รอเซนแบค ผู้อำนวยการศูนย์เบลเฟอร์ว่าด้วยวิทยาศาสตร์และวิเทศสัมพันธ์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเคนเนดี้ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในด้านการป้องกันความมั่นคงระดับในสมัยโอบามา กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่แฮ็คเกอร์รัฐบาลเวียดนามจะเห็นความสำเร็จของจีนในการสร้างขีดความสามารถด้านการจารกรรมทางไซเบอร์และความแสนยานุภาพในด้านความั่นคงไซเบอร์ เป็นผลให้พวกเขาอาจสร้างหรือซื้อเทคโนโลยีที่จะทำจารกรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือขโมยทรัพย์สินทางปัญญาแบบทันท่วงที

กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามและสถานทูตเวียดนามในวอชิงตันไม่ตอบคำร้องขอความคิดเห็นของสำนักข่าว Bloomberg ก่อนหน้านี้ โฆษกหญิงของรัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่มุ่งโจมตีผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาตินั้น “ไม่มีมูลความจริง” ส่วนตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

ตัวแทนของ Hyundai ก็ไม่ขอแสดงความคิดเห็นว่าบริษัทตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มแฮ็คเกอร์ชาวเวียดนามหรือไม่ แต่กล่าวว่าบริษัท “ตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับความมั่นคงด้านไอทีของบริษัทในทันที”

เวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาและซื้อแสนยานุภาพด้านไซเบอร์ นอกเหนือจากมหาอำนาจไซเบอร์ เช่น รัสเซียและจีน

ไมเคิล แดเนียล ผู้ประสานงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ในสภาความมั่นคงแห่งชาติในสมัยรัฐบาลโอบามา และปัจจุบันเป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม Cyber Threat Alliance กล่าวว่า หนึ่งในแนวโน้มที่พวกเขาติดตามตอนอยู่ที่เขาทำงานในทำเนียบขาวคือ การเพิ่มจำนวนของประเทศที่มีโครงการด้านไซเบอร์ “ประเทศที่ลงทุนในด้านไซเบอร์อย่างเวียดนามกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ต่างให้เหตุผลที่แตกต่างกันและบางครั้งก็ขัดแย้งกันในการอธิบายสาเหตุที่กลุ่มแฮ็คเกอร์เวียดนามลงมือ ซึ่งเหตุผลมีตั้งแต่การขโมยทรัพย์สินทางปัญญาไปจนถึงการล้วงข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์เวียดนามเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและในการเจรจา ไปจนถึงการสอดแนมเพื่อสอดส่องว่าบริษัทต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศหรือไม่

FireEye Inc. ซึ่งเป็นบริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ได้ติดตามกลุ่ม APT32 ซึ่งยังมีฉายาว่า Ocean Lotus และ Ocean Buffalo มาตั้งแต่ปี 2555 นิค คาร์ ผู้อำนวยการของบริษัทกล่าวว่า ในปี 2560 ทีมของเขาได้สืบสวนกรณีแฮ็คในสหรัฐ, เยอรมนีและหลายประเทศในเอเชีย และพบว่ากลุ่มแฮ็คเกอร์ในเวียดนามใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีในการโจมตีรัฐบาลต่างประเทศ นักข่าว ผู้คัดค้านรัฐบาลเวียดนาม และบริษัทต่างประเทศที่ลงทุนในด้านผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคและภาคการบริการของเวียดนาม

“APT32 ใช้ประโยชน์จากชุดของมัลแวร์ที่มีคุณลักษณะครบครัน มาใช้ร่วมกับเครื่องมือที่มีจำหน่ายทั่วไป เพื่อดำเนินการตามเป้าหมายที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของรัฐบาลเวียดนาม” บริษัท FireEye กล่าวในรายงาน

คาดว่ายุทธวิธีที่ใช้โดย APT32 รวมถึงการจดทะเบียนโดเมนที่มีลักษณะคล้ายกับบริษัทรถยนต์ต่างๆ ซึ่งจะสามารถโจมตีด้วยการทำฟิชชิ่ง หมายความว่าข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้จริงจะถูกขโมยโดยแฮ็คเกอร์เพื่อเข้าถึงเครือข่ายภายใน

“ล่าสุดเราเคยเห็นการลงทะเบียนโดเมนโดย APT32 ที่น่าสงสัยซึ่งออกแบบมาให้คล้ายกับบริษัทยานยนต์” จอห์น อัลท์ควิสต์ ผู้จัดการของบริษัท FireEye กล่าว “การลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องของ APT32 ในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติที่ทำธุรกิจในเวียดนาม”

Eset บริษัท รักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตในสโลวาเกีย เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ APT32 ใช้ Facebook เพื่อล็อคเป้าบุคคลที่มีส่วนร่วมในการเมืองเวียดนาม โดยแฮ็คเกอร์ของ APT32 จะส่งอัลบั้มรูปไปยัง Facebook Messenger หรือหน้าเพจ Facebook ของเป้าหมายที่จะเล่นงาน เมื่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคลิกดูอัลบั้มก็จะตกหลุมพรางทันที เพราะหนึ่งในภาพถ่ายจำนวนมากที่ส่งมาคือมัลแวร์อันตรายที่ซ่อนไว้ และจะแทรกซึมเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของเป้าหมาย

ด้านสตีเวน เอแดร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Volexity, Inc. กล่าวว่าการที่ APT32 ล็อคเป้าหมายผู้ต่อต้านรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการเฝ้าจับตาของภาครัฐ รวมการแฮ็คเข้าไปในเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วใช้เว็บไซต์เหล่านี้ติดตามผู้ที่ใช้บริการแล้วเก็บข้อมูล

บริษัท Volexity ยังเผยว่า APT32 สอดแนมและจู่โจมด้วยระบบดิจิตอลที่มีความซับซ้อนกับกลุ่มประชาชนในวงกว้าง นอกจากนี้ยังกำหนดเป้าหมายโจมตีประเทศต่างๆ ในเอเชีย สื่อมวลชนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและประชาสังคม รวมทั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน

ในขณะที่การแฮ็คภาคธุรกิจของเวียนามดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้น บริษัท FireEye เห็นว่าการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของจีนลดลงอย่างมากต่อภาคธุรกิจ แม้แต่ในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังเน้นไปที่การเจรจาให้จีนยุติการจารแกรรมแบบนี้ด้วย ดังนั้นจากมุมมองของ FireEye การแฮ็คของจีนจะลดลงอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน

แต่เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ และเช่นเดียวกับที่จีนทำไว้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้เวียดนามหันมาใช้การจารกรรมทางไซเบอร์เพื่อการแข่งขันทางธุรกิจมากขึ้น อดัม เมเยอร์ส รองประธานฝ่ายข่าวกรองของบริษัท CrowdStrike กล่าวว่าการจารกรรมไซเบอร์ของเวียดนามนั้น “เหมือนกับวีรกรรมของจีนในแบบที่ย่อส่วนลงมา”

แปลและเรียบเรียงจาก Vietnam-linked Hacking Group Targets Toyota, Other Companies

เงินบาทส่อแววอ่อนค่าปีหน้า หลังซิวแชมป์แข็งสุดในเอเชีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609918

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 16:23 น.

เงินบาทส่อแววอ่อนค่าปีหน้า หลังซิวแชมป์แข็งสุดในเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างมากในปีนี้ กำลังอ่อนค่าลงเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ชะลอตัว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เริ่มที่จะเข้ามาจัดการกับการแข็งค่าของสกุลงิน

หลังจากแข็งค่าขึ้นถึง 8% ในปีนี้จนกลายเป็นสกุลเงินที่มีความเคลื่อนไหวที่ดีที่สุดในเอเชีย เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปีเงินบาทกลับกำลังสูญเสียโมเมนตัมเนื่องจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนกับเงินบาทในฐานะการลงทุนที่ปลอดภัย รวมถึงปัจจัยอื่นๆ คืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศที่ลดลง และการไหลออกของตราสารทุน

เงินบาทสวนทางกับการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นๆ ภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนต้องการลงทุนในสกุลเงินที่ปลอดภัยแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ นอกจากนี้ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในระดับสูงและทุนสำรองต่างประเทศจำนวนมากยิ่งช่วยให้นักลงทุนแห่กันเข้ามาลงทุนกับเงินบาท

แต่ทิศทางเริ่มที่จะเปลี่ยนไป เงินบาทแข็งค่าขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนธันวาคมทำให้เป็นสกุลเงินที่มีความเคลื่อนไหวแย่ที่สุดในภูมิภาค โดยปรับตัวลดลง 0.2% มาอยู่ที่ประมาณ 30.2 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่แข็งค่ามากที่สุดในรอบกว่า 6 ปีในเดือนตุลาคม

เงินบาทอาจอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องหากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนดีมากขึ้น จากการวิเคราะห์สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ 19 สกุลเงินโดยสำนักข่าว Bloomberg พบว่าเงินบาทเป็นสกุลเงินที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของเงินหยวนน้อยที่สุด

การผ่อนคลายของเงินบาทในเดือนธันวาคมเกิดขึ้นเนื่องจากธนาคารแห่งประเทสไทยปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยอ้างความเสี่ยงทั่วโลก และตัวเลขส่งออกช่วง 11 เดือนของปีนี้ยังปรับลดลงด้วย

นักวิเคราะคาดว่า เงินบาทคาดว่าจะอ่อนค่าลง 1% มาอยู่ที่ 30.5 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี 2563

หากการเติบโตของไทยชะลอตัวลงอาจช่วยกระตุ้นการเทขายในตลาดหุ้นไทยและกดดันค่าเงินบาทลง การไหลออกของทุนต่างประเทศจากตลาดหุ้นในไทยระยะเวลา 12 เดือนสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

พันธบัตรไทยก็เสื่อมความนิยมลง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนลดลง หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทสไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุสิบปีให้ผลตอบแทนน้อยกว่าพันธบัตรสหรัฐประมาณ 1.6%

หากค่าเงินบาทไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเข้าแก้ไขการแข็งค่ามาอีกครั้ง ที่ผ่านมาผู้กำหนดนโยบายทางการเงินการคลังของไทย ได้ออกมาตรการต่างๆ มากมาย รวมถึงการชะลออุปทานพันธบัตรระยะสั้นและการผ่อนคลายกฎระเบียบเกี่ยวกับการไหลออกของเงินทุนเพื่อบีบไม่ให้ค่าเงินแข็งขึ้น

แปลจาก Thai Baht, Asia’s Best-Performing Currency, Faces Reversal โดย Bloomberg

ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล / Post Today

ส่งท้ายทศวรรษที่ 2010 เมื่อยุโรปตกต่ำ จีนผงาด และสหรัฐยอมไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609887

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 12:29 น.

ส่งท้ายทศวรรษที่ 2010 เมื่อยุโรปตกต่ำ จีนผงาด และสหรัฐยอมไม่ได้

ย้อนกลับไปเมื่อทศวรรษที่ 2000 สัญญาณความสั่นคลอนของทุนนิยมตะวันตกก็เกิดขึ้น

เมื่อเกิดวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ในสหรัฐ วิกฤตนี้เกิดจากการที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้กู้ยืมที่ไม่น่าจะชำระหนี้ได้ แต่ก็ยังปล่อยให้กู้ยืมเงินไปซื้อสินเชื่อ จนทำให้สถาบันการเงินสหรัฐล่มสลายไปตามๆ กันในปี 2007 – 2008

แต่รัฐบาลสหรัฐกระโดดเข้ามาอุ้มภาคการเงินเอาไว้โดยอ้างว่า “ใหญ่เกินกว่าที่จะปล่อยให้ล้ม” (Too big to fail) แม้จะต้องใช้ภาษีประชาชนมหาศาล เพื่อตามล้างตามเช็ดความไม่รอบคอบของสถาบันการเงิน

แต่วิกฤตซับไพรม์ลุกลามกลายเป็นวิกฤตการเงินโลก ส่งผลสะเทือนไปถึงยุโรปและกลายเป็นวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปเริ่มต้นขึ้นในต้นปี 2010 (พ.ศ. 2553) เมื่อรัฐบาลกรีซยอมรับว่ามีปัญหาในการให้บริการหนี้สาธารณะขนาดใหญ่ จนต้องขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นระยะ

ถึงกลางปี 2011 วิกฤตลามไปถึงโปรตุเกส ไอร์แลนด์ สเปน และไซปรัส และเกือบที่จะฉุดอิตาลีให้จมดิ่งไปด้วยเมื่อบวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เช่น อัตราว่างงานของกรีซและสเปนที่สูงถึง 27%, ส่งผลให้สภาพยุโรปต้องแบกรับภาระให้การอุ้มภาระหนี้สาธารณะของประเทศเหล่านี้รวมเป็นเงิน 2 ล้านล้านยูโร

วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปทำให้เกิดคำถามถึงความมั่นคงของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การใช้เงินสกุลเดียวกัน การควบคุมนโยบายการคลังร่วมกัน รวมถึงความฝันที่จะเห็นโลกมีตลาดร่วมที่ไร้พรมแดน ที่สำคัญก็คือ วิกฤตนี้ได้บั่นทอนอิทธิพลและความเชื่อมั่นในตนเองของยุโรปลงไปมาก ยังไม่นับการถอนตัวจากสหภาพยูโรปของอังกฤษ หรือ Brexit ที่เริ่มในช่วงกลางทศวรรษแต่จนถึงสิ้นทศวรรษนี้กระบวนการดังกล่าวก็ยังไม่เห็นทางออก

ยุโรปเริ่มที่จะทนกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของกรีซไม่ไหว จนเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกรีซทีติดหนี้จนเกือบจะฉุดยูโรปให้พังตามไปด้วย กับเยอรมนีในฐานะสมาชิกที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่สุดในยุโรปและแสดงอาการว่าไม่อยากจะอุ้มกรีซอีกต่อไป ทำให้เกิดกระแสต่อต้านเยอรมนีในกรีซและอิตาลี

ขณะที่ยุโรปกำลังทะเลาะกัน กรีซก็ได้ผู้กอบกู้คนใหม่จากแดนไกล นั่นคือจีน

ในปี 2010 นายกรัฐมนตรีเวินเจียเป่าของจีน เสนอตัวที่จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลกรีซโดยบอกว่า “จีนจะพยายามอย่างมากที่จะพยุงประเทศยูโรโซนและกรีซในอันที่จะฟันฝ่าวิกฤตนี้”

หลังจากนั้นกรีซกับจีนก็สนิทสนมกันอย่างมาก จนถึงปี 2019 ทั้ง 2 ประเทศก็ยังรักกันปานจะกลืนกินเพราะต่างก็รับประโยชน์ร่วมกัน โดยกรีซมีจีนช่วยในฐานะกระเป๋าเงินโดยไม่ต้องง้อสหภาพยุโรป (โดยเฉพาะเยอรมนี) ส่วนจีนก็ได้ท่าเรือของกรีซเป็นฐานที่มั่นทางโลจิสติกส์ในยุโรป

การเข้ามาช่วยเหลือกรีซของจีน ถือเป็นหมายหลักสำคัญที่บอกว่าในทศวรรษที่ 2010s จีนมีอำนาจทางเศรษฐกิจมากพอที่จะช่วยประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งๆ ที่จีนยังอยู่ในสถานะประเทศกำลังพัฒนา

ปี 2010 ปีเดียวกับที่จีนเสนอช่วยยุโรป จีนยังกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าญี่ปุ่น หลังจากนั้นเศรษฐกิจจีนก็เติบโตอย่างมั่นคง จนกระทั่งเริ่มชะลอตัวในปลายทศวรรษ แต่ภาคธุรกิจของจีนสยายปีกจากแดนมังกรไปปักหมุดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในยุคนี้ เราจึงเริ่มคุ้นชื่อของมหาเศรษฐีชาวจีนคนแล้วคนเล่า โดยเฉพาะแจ็ค หม่า และบริษัทอาลีบาบาของเขา

ทศวรรษนี้จีนเปลี่ยนผู้นำอีกครั้ง ผู้ที่ขึ้นมากุมบังเหียนคือ สีจิ้นผิงซึ่งมีผลงานแรกคือปฏิบัติการกวาดล้างการคอร์รัปชั่นและจัดระเบียบการเมืองครั้งใหญ่ หลังจากนั้นสีจิ้นผิงเริ่มจัดระเบียบทางสังคมและเศรษฐกิจ ด้วยการชูอุดมการณ์ “ความฝันจีน” (จงกั๋วเมิ่ง) เพื่อสร้างค่านิยมแบบจีน การกระตุ้นให้คนจีนสร้างชาติให้แข็งแกร่งเพื่อฟื้นฟูจีนให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ นิยามที่สั้นที่สุดของความฝันจีน คือ “สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีน”

จีนยังกลายเป็นแถวหน้าของสังคมไร้เงินสด (cashless society) และเงินดิจิทัล ซึ่งกลายเป็นปรากฎการณ์สำคัญของยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะในช่วงปี 2018 – 2019 กับการทำราคาขึ้นมาอย่างมหาศาลของบิตคอยน์และเงินคริปโตเคอร์เรนซี่สกุลต่างๆ แม้แต่โซเชียลเน็ตเวิร์กรายใหญ่ๆ ยังคิดที่จะออกเงินดิจิทัลของตัวเอง เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป

ในขณะที่จีนกำลังรวยเอาๆ สหรัฐเผชิญกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ในบางช่วงถึงกับตกอยู่ในภาวะถดถอย ศักยภาพด้านการแข่งขันของสหรัฐย่ำแย่ลง โดยถูกสิงคโปร์แซงหน้าเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการแข่งขันที่ดีที่สุด และยังถูกฮ่องกงแซงไปอีกด้วย พร้อมๆ กับกระแสคาดการณ์ว่า จีนอาจจะแซงหน้าสหรัฐขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในเวลาไม่นานเกินรอ

แต่จีนกลับอ่อนแรงลง จีนพยายามประคองไม่ให้เศรษฐกิจอ่อนแรงเร็วเกินไปจนเกิดแรงกระแทกหนักหน่วงหากเกิดภาวะทรุดตัวฉับพลัน ในระยะปลายของทศวรรษนี้ เศรษฐกิจจีนจึงโตช้าลง สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง เมื่อสหรัฐพยายามที่จะทวงคืนตำแหน่งเบอร์หนึ่ง และเลือกโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี ผู้มีแคมเปญการหาเสียงที่ชัดเจนว่า “ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” (Make America Great Again) และนโยบาย “อเมริกามาก่อน” (America First’)

แผนการอันยิ่งใหญ่ของทรัมป์เริ่มต้นด้วยการประกาศสร้างงงาน ฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศ เริ่มต้นด้วยการขับไล่และควบคุมแรงงานผู้อพยพ จากนั้นลามไปถึงผู้อพยพโดยทั่วไป จากนั้นเมื่อทรัมป์ปักหมุดเศรษฐกิจในบ้านได้มันคงแล้ว จึงเปิดสงครามการค้ากับจีน ซึ่งเขาบอกว่าเป็นตัวการทำลายอุตสาหกรรมของสหรัฐ เป็นผู้ทำการค้าอย่างไม่แฟร์ และยังละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ

ทั้ง 2 ประเทศตอบโต้กันไปมาด้วยการแย่งกันขึ้นภาษีสินค้าของกันและกัน แต่เพราะทั้งคู่เป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 และ 2 ดังนั้นผลกระทบของสงครามการค้าจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะทั้งคู่ แต่ได้ลุกลามไปทั่วโลก ทำให้ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและนำเข้าและต้องพึ่งอุปสงค์-อุปทานของสหรัฐและจีนต้องเจ็บกันระนาว รวมถึงไทยด้วย

ผลของสงครามการค้า ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐดีขึ้น มีการจ้างงานมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง แต่เรายังไม่อาจสรุปได้ว่านี่เป็นผลดีระยะสั้นหรือระยะยาวต่อสหรัฐ อีกทั้งทศวรรษที่ 2010s ได้สิ้นสุดลงไปก่อน

ในทศวรรษหน้าเราจึงต้องจับตากันต่อไปว่า ศึกยักษ์ชนยักษ์จะจบลงดีๆ หรือไม่ก็จะกลายเป็นศึกยืดเยื้อที่เรียกกันว่า “สงครามเย็นครั้งใหม่”

Photo by JIM WATSON / AFP

วิกฤตหนัก จีนขาดแคลนเนื้อหมูต้องลดภาษีนำ12% เหลือ8% #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609870

  • วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 10:38 น.

วิกฤตหนัก จีนขาดแคลนเนื้อหมูต้องลดภาษีนำ12% เหลือ8%

กระทรวงการคลังจีนประกาศว่าจะลดภาษีนำเข้าสินค้ากว่า 850 รายการรวมถึงหมูแช่แข็งตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า คาดว่าเป็นมาตรการที่อาจช่วยลดแรงกดดันต่ออุปทานเนื้อหมูที่ลดลง เนื่องจากการระบาดของไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร

ประเทศจีนได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนเนื้อหมูอย่างรุนแรงหลังจากการระบาดอย่างหนักไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทำลายอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหมูของประเทศอย่างหนักหน่วง จากสถิติของทางการระบุว่ามีสุกรมากกว่าล้านตัวที่ถูกกำจัดทิ้งเนื่องจากติดโรคและราคาเนื้อสัตว์หลักเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

จากการประกาศล่าสุดระบุว่าอัตราภาษีสำหรับหมูแช่แข็งจะลดลงจาก 12% เป็น 8% โดยเริ่มจากวันที่ 1 มกราคม ซึ่งคณะกรรมาธิการภาษีของสภาแห่งรัฐ ระบุว่าการลดภาาจะเพิ่มประสิทธิภาพ “โครงสร้างการค้าและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง” ซึ่งหมายความว่าราคาเนื้อหมูของจีนกำลังแพงมากจนบั่นทอนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากลดภาษีนำเขาเนื้อหมูอย่างมากแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ถูกลดภาษีนำเข้าลดลงรวมถึงผลิตภัณฑ์อาหาร เช่นปลา ชีส และถั่ว และยังมียากับผลิตภัณฑ์เคมีหลากหลายประเภท

และจีนกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมปีหน้าจะลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีบางอย่างอีกด้วย

นอกจากนี้ สินค้าจากประเทศต่างๆ ได้แก่ นิวซีแลนด์, เปรู, คอสตาริกา, สวิตเซอร์แลนด์, ไอซ์แลนด์, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และปากีสถาน ก็จะถูกเรียกเก็บแม้แต่น้อยลงภายใต้ข้อตกลงการค้าทวิภาคี

สำนักข่าว AFP คาดว่าท่าทีดังกล่าวไม่ได้เชื่อมโยงกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และเมื่อต้นเดือนนี้ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศข้อตกลงแบบย่อ เพื่อลดการเรียกเก็บภาษีบางส่วน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากสงครามการค้าไปได้ระดับหนึ่ง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจีนกล่าวว่าผลิตภัณฑ์เคมีของสหรัฐที่จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า ได้แก่ กาวและกาวอุตสาหกรรมบางชนิด โพลิเมอร์อุตสาหกรรม และพาราฟิน

จูบยัดเยียด นักอุดมคติที่เท้าไม่ติดดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609845

  • วันที่ 22 ธ.ค. 2562 เวลา 19:58 น.

Posttoday Podcast:The Expert Ep.18 จูบยัดเยียด นักอุดมคติที่เท้าไม่ติดดิน

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday