ส่งออก BMW ไทยสู่เอเซีย!!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405429?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ส่งออก BMW ไทยสู่เอเซีย!!!

19 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย,บีเอ็มดับเบิลยู,BMW,รถBMW,BmwX5,เขตการค้าเสรีอาเซียน,R 1250 GS
เปิดอ่าน 892 ครั้ง

เดินหน้าส่งออกบีเอ็มอับเบิลยู X5 สู่จีน และส่งออกมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ไปยังอินเดีย

นับเป็นอีกก้าว!!! ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นหนึ่งในโรงงาน  31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จังหวัดระยอง

บีเอ็มดับเบิลยู เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายการผลิตระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู ผนึกกำลังด้วยการส่งออกรถยนต์บีเอ็มอับเบิลยู X5 ใหม่ไปยังประเทศจีน และส่งออกมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ไปยังประเทศอินเดีย สานความสำเร็จต่อเนื่องพร้อมตอบรับแนวทางการดำเนินงานของโรงงานในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปทั่วโลกในการผนึกกำลังการผลิตระหว่างโรงงานต่าง ๆ ในเครือข่ายเพื่อสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งภายในประเทศและในทุกภูมิภาคทั่วโลก และขับเคลื่อนความสามารถทางการผลิตระหว่างโรงงานในเครือข่ายอย่างเต็มสูบครบทั้งสามแบรนด์

มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ในเครือข่ายทั้งหมด 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก มุ่งประสานความร่วมมือจากโรงงานแต่ละแห่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรและกำลังการผลิต นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงงานในปี 2543 เราได้ใช้เงินลงทุนจำนวน 5.47 พันล้านบาท (ประมาณ 143 ล้านยูโร) ในการก่อสร้างและขยายกระบวนการประกอบ และได้ลงทุนเพิ่มอีก 818.6 ล้านบาท (ประมาณ 21 ล้านยูโร) ในปี 2561 โดยที่ยังคงรักษามาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยูไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และกลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากร เช่นเดียวกับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก

นอกจากการส่งออกบีเอ็มดับเบิลยู X5 ไปยังประเทศจีนแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังเดินหน้าเสริมศักยภาพการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เริ่มการส่งออกรถแอดเวนเจอร์ไบค์ใหม่ไปยังประเทศในทวีปเอเชีย ได้แก่ จีนและอินเดีย การร่วมผนึกกำลังกับประเทศอินเดียนั้นอยู่ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพทางการผลิตระหว่างโรงงานในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูให้มีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความร่วมมือในเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

เรายังได้ยกระดับกลยุทธ์การผลิตเพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราได้เสริมความแข็งแกร่งระหว่างประเทศในเครือข่าย สะท้อนถึงกลยุทธ์ ‘Production follows the Market’ ที่ปรับกำลังการผลิตให้เหมาะสมกับข้อกำหนดในแต่ละประเทศ ทำให้สามารถนำเสนอราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น มีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ มร. อูเว่ กล่าวเสริม

โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง ถือเป็นหนึ่งในโรงงานประกอบยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นมากที่สุดในเครือข่ายทั่วโลกของบีเอ็มดับเบิลยู รองรับการประกอบยนตรกรรมของทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั้งหมด 14 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 และ บีเอ็มดับเบิลยู X5

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR โดยมีบุคลากรกว่า 950 คน และยังคงมีแผนในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการถ่ายทอดทักษะความเชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐานในระดับโลกเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสร้างรายได้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นอกเหนือจากความสามารถในด้านการผลิตแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังยึดมั่นในหลักการแห่งความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินงาน อันเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไม่เพียงกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในกระบวนการการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น แต่ยังมุ่งเสริมกำลังในเครือข่ายการผลิตเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากร ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้สร้างสติถิใหม่ในการลดอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการผลิตรถยนต์ 1 คัน ซึ่งลดลงถึง 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 0.40 ตัน/คัน โดยใน 5 ปีที่ผ่านมานี้ ตัวเลขดังกล่าวนี้ได้ลดลงถึง 39% สอดคล้องกับอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวมจากเครือข่ายการผลิต ที่ลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับปีที่ก่อนหน้า แสดงให้เห็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงเจตนารมณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมที่มีความยั่งยืน

 

5จี เทคโนโลยีเปลี่ยน(สังคม)โลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405916?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

5จี เทคโนโลยีเปลี่ยน(สังคม)โลก

23 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
5จี,เทคโนโลยี
เปิดอ่าน 255 ครั้ง

5จี เทคโนโลยีเปลี่ยน(สังคม)โลก คอลัมน์… อินโนสเปซ โดย…  บัซซี่บล็อก

วันนี้เทคโนโลยี 5จี กลายเป็นคำที่เริ่มคุ้นหูประชาชนชาวไทยเกือบทั้งประเทศแล้ว ดังนั้นไม่น่าแปลกใจว่าในเวที งาน “5G The New Beginning พลิกโฉมเศรษฐกิจ” ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่น จึงมีผู้บริหารที่ร่วมแชร์วิสัยทัศน์หลายรายกล่าวในทิศทางเดียวกันว่า การปฏิวัติของ 5จี จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมและโลกใบนี้ จากจุดเด่นในด้านความรวดเร็วที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ในแบบเรียบไทม์ และการเชื่อมต่อของอุปกรณ์มากมายมหาศาลที่สื่อสารกันได้โดยอัตโนมัติและรวดเร็วในแทบเสี้ยววินาที กลายเป็นแหล่งสร้างข้อมูลมหาศาลป้อนให้ทุกวงการ นำมาพัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรมใหม่ๆ เสิร์ฟทุกความต้องการของผู้บริโภคและผู้คนบนโลก

น.ส.นาดีน อัลเลน ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) ได้กล่าวถึงวิวัฒนาการ 5จี ในมุมมองของบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลกว่า “5จี ไม่ใช่แค่อีกหนึ่ง จี แต่คือตัวเปลี่ยนเกม” และไม่มีข้อสงสัยเลยว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว 5จี คือตัวขับเคลื่อนให้ 4.0 เกิดขึ้นได้จริง และมองว่าประเทศไทยน่าจะมอง 5จี ว่ามีความสำคัญในแง่ของการเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ (National Infrastructure) อย่างเช่น สนามบิน เป็นต้น

เมื่อมองถึงเสถียรภาพทางเทคโนโลยีของ 5จี ปัจจุบันมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือกว่า 8 พันล้านเครื่องทั่วโลก แต่ภายในอีก 6 ปีข้างหน้า จำนวนมือถือที่มีการใช้งานอยู่ทั้งโลกจะมีถึง 2.6 พันล้านเครื่องที่เป็นมือถือ 5จี

ที่น่าสนใจคือคนไทยเป็นชาติที่ไม่เคยตกเทรนด์เทคโนโลยี โดยจากผลสำรวจของ Ericsson Mobility Report ฉบับเมื่อกลางปี 2562 พบว่า ครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคไทยจะเปลี่ยนผู้ให้บริการภายใน 6 เดือน หากผู้ให้บริการเดิมที่ใช้อยู่ไม่เปิดบริการ 5จี อีกทั้งผู้บริโภคในประเทศไทยยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม 30% เพื่อใช้บริการ 5จี ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งในมุมมองผู้ผลิตเทคโนโลยีนี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เทคโนโลยี 5จี สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างจุดแข็งในการนำเสนอบริการสำหรับผู้บริโภคได้

ขณะที่รายงานอีกฉบับของอีริคสันเมื่อไม่นานนี้ “The 5G Business Potential” ระบุว่า อานิสงส์ของ 5จี ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนมูลค่าทางธุรกิจสำหรับผู้ให้บริการ (เซอร์วิส โพรไวเดอร์) เติบโตถึงเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า

นายวัตสัน ถริภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประเทศไทยและอินโดจีน บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มทั่วโลกจะมีบริษัทผู้ให้บริการทั้งหน้าใหม่และรายเก่าเข้าสู่ 5จี มากขึ้นเรื่อยๆ และปัจจุบันมีหลายประเทศเริ่มนำไปใช้ประโยชน์ในสาขาต่างๆ สำหรับซิสโก้ 5จี คือการพูดถึงประสบการณ์ใหม่ๆ องค์กรเองจะได้ประโยชน์จากการทำ 5จี มาใช้ หนึ่งในเทรนด์ที่เริ่มเห็นการใช้งานคือ เข้ามายกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่สร้างความกลมกลืนระหว่างโลกความจริงกับโลกดิจิทัล อย่างเช่น AR (Augmented Reality)

พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษา (Use Case) ในหลายประเทศที่ซิสโก้ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ได้แก่ เกาหลีใต้ มีการใช้เออาร์ ในกิจการท่าเรือ โดยเป็นเครื่องมือการสอนและให้คำแนะนำแก่พนักงานใหม่เพื่อซ่อมอุปกรณ์ในเรือและมีการใช้งานด้านการรักษาความปลอดภัย (Public Safety) หรือใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนนักเรียนในญี่ปุ่นให้รู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญกับภัยธรรมชาติ อย่าง สึนามิ เป็นต้น

นางอเล็กซานดรา ไรซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมนูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า เชื่อว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์จาก 5จี แต่สิ่งหนึ่งที่อยากแชร์ก็คือ 5จี ไม่ใช่แค่การวางเครือข่าย แต่จำเป็นที่ต้องมีภาคธุรกิจในไทยช่วยสร้างให้มีการใช้งาน (ยูสเคส) ควบคู่ไปด้วย เพราะ “5จี ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี หรือแค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องของวิธีการทำงานที่จะมีการปรับเปลี่ยนโดยใช้ประโยชน์จากการมีเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทย ดังนั้นธุรกิจต้องไม่หยุดการพัฒนา

หนึ่งในตัวอย่างของโอกาสมหาศาลจาก 5จี สำหรับประเทศไทยก็คือการยกระดับประสิทธิภาพด้านการรักษาทางไกล หรืองานบริการสาธารณสุขทางไกล (e-Health) ซึ่งตอบโจทย์คประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน 20% ของประชากรมีอายุมากกว่า 60 ปี งานบริการทางการแพทย์ที่รวดเร็ว การวินิจฉัยมีความแม่นยำ/รวดเร็ว และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังสนับสนุนบทบาทของประเทศในการเป็นฮับด้านการแพทย์อีกด้วย

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ความแตกต่างของ 5จี เมื่อเทียบกับการพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายตั้งแต่ 1จี-4จี ก็คือเทคโนโลยีก่อนหน้านี้สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค แต่ 5จี จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยเฉพาะจากจุดเด่นด้านความเร็ว และความหน่วงต่ำที่ทำให้อุปกรณ์จำนวนมากสามารถสื่อสารกันได้ในความเร็วระดับเสี้ยววินาที เกิดโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมอีกมากมาย เปลี่ยนแปลงโลกได้

“ทรูเองจะมีส่วนที่ทำให้พฤติกรรมและสังคมต่างๆ อยู่กันได้อย่างเป็นสุขด้วย 5จี เราโชคดีเพราะมีบริษัท ไชน่า โมบาย (ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของจีน) เป็นพันธมิตร เขาเริ่มเปิดบริการ 5จี ไปแล้ว ช่วยลดเหลื่อมล้ำและผลักดันเศรษฐกิจ เปิดโอกาสสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ อีกมากมาย เพราะแม้ในบางส่วนมีการลดคน ใช้หุ่นยนต์ไปทดแทน แต่คนก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นคนสร้างหุ่นยนต์ได้ คนต้องหันไปสร้างทักษะใหม่ๆ (รีสกิล) ก็จะเกิดเป็นอีโคซิสเต็มใหม่ๆ”

พระเอก-นางเอก ช่องหลากสี ทำบุญทอดผ้าป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406650?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

พระเอก-นางเอก ช่องหลากสี ทำบุญทอดผ้าป่า

26 ธันวาคม 2562 – 06:00 น.
ฮาน่า ลีวิส,ยูโร ยศวรรธน์,บอส ชนกันต์,ทำบุญทอดผ้าป่า,ดรเยาวลักษณ์ พูลทอง,เบน สันติราษฎร์,โรงเรียนวัดสระแก้ว จอ่างทอง
เปิดอ่าน 211 ครั้ง

ทอดผ้าป่าประจำปี 2562 ที่วัดสระแก้ว และโรงเรียนวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง

ร่วมแรงร่วมใจส่งต่อเรื่องราวดีๆ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 53 ช่อง 7 HD ผู้บริหาร นักแสดง อาทิ ฮาน่า ลีวิส, “เนย” ปภาดา กลิ่นสุมาลย์, “ชิงชิง” คริษฐา สังสะโอภาส, “ยูโร” ยศวรรธน์ ทะวาปี, “บอส” ชนกันต์ พูนศิริวงศ์, “เบน” สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ ฯลฯ

   

 “ยูโร” ยศวรรธน์

     พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าว “บี” กมลาสน์ เอียดศรีชาย, “จอย” จีรนันท์ เขตพงศ์ และพนักงานหลายสิบชีวิต ร่วมทำบุญในงานทอดผ้าป่าประจำปี 2562 ที่วัดสระแก้ว และโรงเรียนวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง โดยมี ดร.เยาวลักษณ์ พูลทอง กรรมการผู้จัดการ เป็นประธานในพิธี เมื่อวันก่อน

“บอส” ชนกันต์-“เบน” สันติราษฎร์-“ชิงชิง” คริษฐา

     บรรยากาศอบอุ่นตั้งแต่เช้าตรู่ ขบวนบุญมากันอย่างพร้อมหน้า ที่วัดสระแก้ว เพื่อทอดผ้าป่าร่วมกัน โดยมีประชาชนในพื้นที่และละแวกใกล้เคียงมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก ซึ่งในปีนี้มียอดร่วมทำบุญจำนวนทั้งสิ้น 888,888 บาท มาจากคณะผู้บริหาร นักแสดง ผู้ประกาศข่าว ผู้ผลิตรายการและละคร พนักงาน หน่วยงานพันธมิตร องค์กรต่างๆ รวมถึงแฟนๆ  และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมสมทบเป็นกองบุญนี้ นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน และจัดซื้ออุปกรณ์เสริมทักษะ รวมทั้งตกแต่งห้องสมุดให้สวยงาม เพื่อเติมเต็มทั้งด้านการศึกษาและสันทนาการ ให้น้องหนูๆ โรงเรียนวัดสระแก้ว และยังได้ส่งมอบเรื่องราวดีดี อุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียนแก่ โรงเรียนบางเสด็จวิทยาคม และโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 อีกด้วย

       

 ฮาน่า ลีวิส

    ฮาน่า ลีวิส เผยว่า งานนี้นอกจากได้ทำบุญด้วยกันแล้ว พวกเราในนามช่อง 7HD พี่ๆ น้องๆ นักแสดงยังได้ส่งมอบความสนุกร่วมเล่นเกม และร้องเพลงอย่างใกล้ชิด เป็นมินิคอนเสิร์ตสนุกคึกคักกันทั่วหน้า พวกเราขอมอบโอกาสนี้เป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นวันแห่งรอยยิ้มที่อิ่มใจผู้ให้และสุขใจผู้รับกันทั่วหน้ากันนะคะ อิ่มใจมากๆ และยังได้ส่งต่ออุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียนที่พันธมิตรต่างๆ ร่วมนำมาสมทบ นำไปส่งต่อสร้างโอกาสในพัฒนาการด้านต่างๆ ให้แก่น้องๆ เยาวชนด้วย

รำลึก “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ผ่านนิทรรศการ “เสื้อเชิ้ตสีขาว” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406729?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

รำลึก “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ผ่านนิทรรศการ “เสื้อเชิ้ตสีขาว”

26 ธันวาคม 2562 – 01:00 น.
คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์,เสื้อเชิ้ตสีขาว,อะ ทรีบิวท์ ทู คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์,เดอะ ไวท์ เชิ้ต โปรเจกท์,พรเดช จันทวานิช
เปิดอ่าน 229 ครั้ง

“เสื้อเชิ้ตสีขาว” ไอคอนิกไอเทมถูกสร้างขึ้นเพื่อย้อนรำลึกถึงดีไซเนอร์ระดับตำนาน

ชื่อของ “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ถูกจารึกอยู่ในหัวใจของบรรดาคนแฟชั่นทั่วโลก จนกลายเป็นความทรงจำและเรื่องราวสุดแสนพิเศษในทุกๆ ครั้งที่หวนนึกถึง “อะ ทรีบิวท์ ทู คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ : เดอะ ไวท์ เชิ้ต โปรเจกท์” นิทรรศการ “เสื้อเชิ้ตสีขาว” ไอคอนิกไอเทมของแบรนด์ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อย้อนรำลึกถึงดีไซเนอร์ระดับตำนาน โดยนิทรรศการได้เดินทางมาจัดแสดงที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ สโตร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายเสื้อเชิ้ตจะมอบให้แก่องค์กรการกุศล “โซเว ลา วี” เพื่อการวิจัยทางการแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยปารีส เดส์คาต์

จิตติมา วรรธนะสิน

วรวิทย์ ศิริพากย์

สิริโสภา จุลเสวก

ภายในงานนี้มีบรรดาเซเลบริตี้และสาวกคาร์ลร่วมงานคับคั่ง อาทิ “ผึ้ง” สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา, “แจน” จิตติมา วรรธนะสิน, “ยีน” สิริโสภา จุลเสวก, “ปุ๋ย” วรวิทย์ ศิริพากย์ เป็นต้น

สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา-ภัทรพล พึ่งบุญพระ-พรเดช จันทวานิช

 พรเดช จันทวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำพูดของคาร์ลที่กล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณถามผมว่าผมอยากเป็นผู้คิดค้นสิ่งใดมากที่สุด ในวงการแฟชั่น ผมขอตอบว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวเพราะมันคือพื้นฐานของทุกอย่าง และสิ่งอื่นๆ จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น” นิทรรศการเสื้อเชิ้ตสีขาวนี้จะนำทุกท่านร่วมย้อนรำลึกถึงความทรงจำและเรื่องราวของเขา ที่ได้บรรดานักสร้างสรรค์ระดับโลกมารวมตัวกัน เพื่อตีความใหม่ให้กับผลงานการออกแบบระดับไอคอนิก

นิทรรศการย้อนรำลึกถึง คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์  

ภายในนิทรรศการได้รวบรวมเสื้อเชิ้ต 7 สไตล์ที่ออกแบบโดยคนดังระดับโลกทั้ง 7 ท่าน ได้แก่ คารีน รอยท์เฟลด์, คารา เดเลแวนจ์, เซบาสเตียน ชองโด, ไดแอน ครูเกอร์, เคท มอสส์, ทอมมี ฮิลฟิเกอร์ และ ทาคาชิ มูราคามิ อีกทั้งผลงานการออกแบบเสื้อเชิ้ตสีขาวอีกบางส่วนที่ได้บรรดาคนดังกว่า 50 ชีวิตมาร่วมรังสรรค์ รวมไปถึงนักแสดงสาวชาวไทย “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ได้ร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวในนิทรรศการสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ด้วย และภายในงานยังการเปิดตัว “เอสเซนเชียล ไวท์ เชิ้ต” เสื้อที่ตกแต่งด้วยรายละเอียดอันเป็นซิกเนเจอร์ของคาร์ล ไม่ว่าจะเป็นปกคอเสื้อทรงสูง ข้อมือเสื้อหนา และมีตราสัญลักษณ์พิเศษของการสืบสานตำนานอยู่ด้านหน้าอีกด้วย

“ใหม่” ดาวิกา 

 “ใหม่” ดาวิกา กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองว่า เลือกนำเสนอมุมมองและความประทับใจที่มีต่อคาร์ลผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตกแต่งด้วยโบสีดำ แฝงไว้ด้วยความขี้เล่น นั่นคือมุมมองที่มีต่อเขา และนอกจากนี้ยังได้เพิ่มเสน่ห์ให้แก่เสื้อเชิ้ตตัวนี้ ด้วยการนำผ้าไหมไทยมาตกแต่งที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้าง เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตาคนทั่วโลก และในส่วนของด้านหลังตัวเสื้อ เลือกใส่เป็นหมายเลข 5 เนื่องจากเมื่อ 5 ปีก่อนเคยมีโอกาสได้พบกับเขาในงานแฟชั่นโชว์ที่ต่างประเทศ และเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ จึงเลือกใส่ตัวเลขแห่งความทรงจำนี้ลงไปบนผลงานการออกแบบครั้งนี้ด้วย

โชว์เครื่องเพชรหรูควรคู่ไฮโซกระเป๋าหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406405?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

โชว์เครื่องเพชรหรูควรคู่ไฮโซกระเป๋าหนัก

24 ธันวาคม 2562 – 13:35 น.
ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ,50 สตาร์ กาล่า ไนท์ บาย ชูชัย,เครื่องประดับเพชร
เปิดอ่าน 285 ครั้ง

เผยโฉม 50 เครื่องประดับเพชรชิ้นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขโดยเฉพาะ

เป็นอีกหนึ่งค่ำคืนพิเศษสำหรับคนชอบเพชร เมื่อ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจมพีซ กรุ๊ป จัดงานดินเนอร์สุดหรูแห่งปี “50 สตาร์ กาล่า ไนท์ บาย ชูชัย” เผยโฉม 50 เครื่องประดับเพชรชิ้นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขโดยเฉพาะ พร้อมร่วมประมูลเครื่องประดับเพชรรุ่นลิมิเต็ดรวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท เพื่อมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้แก่องค์กรกุศล สร้างความประทับใจส่งท้ายศักราช ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์, มณฑ์ลัชชา สกุลไทย, บุญเรือน ศักดิ์ศิริเวทย์กุล, สมศักดิ์ ชลาชล, อรุโณชา ภาณุพันธุ์, กรณ์ ณรงค์เดช, ดร.สิริลักข์ ศัลยสิริ, นรรจาพร จงควินิต, สุจิตราภรณ์ ศิริวรรณพร, อนันดา-สุณี หวังวณิชกุล, มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์, เยาวเรศ ชินวัตร, อาภัสรา เตชะรัตนไชย, ดร.ผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์ ฯลฯ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่โรงแรมโฮเทลมิวส์ แบงค็อก เมื่อวันก่อน

สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์

อนันดา หวังวณิชกุล-ดร.สิริลักข์ ศัลยสิริ

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

   ชูชัย กล่าวว่า ดินเนอร์ในคืนนี้ถือเป็นการแสดงความขอบคุณลูกค้าและผู้มาร่วมงานทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และยังมอบความรัก ความเอื้อเฟื้อให้กันเสมอมา จึงอยากให้ทุกคนได้ร่วมกันแบ่งปันความรักต่อไปยังองค์กรการกุศลต่างๆ ด้วยการประมูลเครื่องเพชรที่เตรียมมาอย่างตั้งใจ นอกจากจะประมูลได้เครื่องเพชรไปเป็นของขวัญให้กันในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังได้ทำบุญกับมูลนิธิต่างๆ อีกด้วย

ดร.มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์-ดร.ผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์

อสิตา วิมลไชยจิต-ณิชชา ชินวัตร-ดร.อารียา อัศวานันท์-ปริญญา เธียนวร

          ไม่ทันสิ้นเสียงปรบมือ บรรดาแขกไฮโซก็ต้องตาลุกวาวเพราะออเดิร์ฟจานแรกที่มาเสิร์ฟตรงหน้าคือขบวนเครื่องประดับเพชรที่เรียงรายมาให้เชยชมอย่างเต็มอิ่ม ส่วนไฮไลท์เด็ดอยู่ที่การประมูลเครื่องประดับเพชรรุ่นลิมิเต็ดกว่า 50 ชุด รวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท โดยไฮโซเพชรพันล้านนำเสนอความพิเศษของเครื่องเพชรแต่ละชุดที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ชิ้นเดียวด้วยตัวเอง ทำให้เหล่าผู้ร่วมประมูลที่เตรียมเงินล้นกระเป๋ายกมือประมูลกันดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใคร เรียกได้ว่าพร้อมใจกันดันราคาเพชรขึ้นไปจนเคาะราคาสุดท้ายสูงลิบ อีกทั้งยังได้มีการมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้แก่องค์กรเพื่อการกุศลทั้งหมด 3 องค์กร องค์กรละ 200,000 บาท ได้แก่ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ งานนี้นอกจากจะได้เครื่องเพชรแล้ว ยังได้บุญกลับไปอีกด้วย

ศรีริต้า เจนเซ่น

          ภายในงานยังมีโชว์สุดพิเศษมากมาย อาทิ การแสดงจากนักร้องเสียงทรงพลัง ธาบิทา คิง ที่มาขับร้องบทเพลงสร้างบรรยากาศให้ผู้มาร่วมงานได้มีความสุขอย่างครบรสตลอดทั้งค่ำคืน ตามมาด้วยแฟชั่นโชว์เหล่าเครื่องเพชรสุดหรู นำโดยสาวหน้าหวานเจ้าของตำแหน่งนางสาวไทยอย่าง “บิ๊นท์” สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ที่เดินเปิดตัวด้วยต่างหูเพชรสุดวิจิตรมูลค่าสูงถึง 19 ล้านบาท ปิดท้ายด้วยดาราสาวมาดสวยแพงอย่าง ศรีริต้า เจนเซ่น ที่ออกมาเดินฟินาเล่ด้วยชุดต่างหูคู่จากเพชรรวม 30 กะรัต และสร้อยคอจากเพชรเหลี่ยม 88 กะรัต ที่นอกจากจะเป็นอัญมณีชิ้นที่หายากแล้ว ยังรวมมูลค่าสูงถึง 200 ล้านบาท ส่องประกายและเฉิดฉายจนยากจะละสายตา

“เจี๊ยบ” ลลนา นำทีมมอบความสุขส่งท้ายปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406262?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“เจี๊ยบ” ลลนา นำทีมมอบความสุขส่งท้ายปี

24 ธันวาคม 2562 – 06:00 น.
เจี๊ยบ ลลนา,นวลพรรณ ชัยนาม,วัตสัน,วัตสัน เมมเบอร์ เดย์,โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3,สมาชิกบัตรวัตสัน
เปิดอ่าน 199 ครั้ง

ส่งมอบความสุขและความอบอุ่นให้แก่น้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย นำโดย นวลพรรณ ชัยนาม คัสโตเมอร์ ไดเร็กเตอร์ วัตสัน ประเทศไทย จัดกิจกรรม “วัตสัน เมมเบอร์ เดย์” ร่วมกับ สมาชิกบัตรวัตสัน และคุณหมอใจดี “เจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์ มาร่วมส่งมอบความสุขและความอบอุ่นให้แก่น้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 ด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียวโดยการปลูกหญ้าบริเวณหน้าห้องอนุบาล

 

มอบเสื้อกันหนาวและของใช้ที่เป็นประโยชน์แก่น้องๆ นักเรียนและคนในชุมชน

  ให้น้องๆ ได้มีพื้นที่สำหรับวิ่งเล่นและทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งร่วมกันทาสีและปรับปรุงพื้นที่สำหรับแปรงฟัน นอกจากนี้ยังได้มอบเสื้อกันหนาวและของใช้ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้น้องๆ นักเรียนและคนในชุมชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ที่โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 จังหวัดลำปาง เมื่อวันก่อน

 นวลพรรณ ชัยนาม นำทีมร่วมกิจกรรม

      นวลพรรณ ชัยนาม กล่าวว่า วัตสันได้มีการจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ทุกปี และครั้งนี้เราก็ได้เข้ามาร่วมปรับปรุงพื้นที่โรงเรียน และมอบของใช้จำเป็นให้แก่น้องๆ นักเรียนโรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 แค่นั้นยังไม่พอเรายังมามอบความสุขและความสนุกให้แก่สมาชิกบัตรวัตสัน ที่จังหวัดลำปางกันอีกด้วย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะมอบความสุขและความอิ่มใจให้แก่ทั้งสมาชิกบัตรวัตสันและน้องๆ นักเรียนโรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 จังหวัดลำปาง เป็นของขวัญในปีใหม่นี้

   

น้องๆ ดีใจได้สิ่งดีๆ จากผู้ใหญ่

“เจี๊ยบ” ลลนา มีความสุขได้เป็นจิตอาสา

ด้าน “เจี๊ยบ” ลลนา กล่าวว่า โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับประถมศึกษา และทางโรงเรียนก็ยังขาดแคลนทุนทรัพย์บางส่วนในการปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน เราจึงมาร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อส่งมอบความสุขให้น้องๆ และทางโรงเรียน กับกิจกรรม “สมาชิกบัตรวัตสัน ส่งต่อความสุข ความอบอุ่นให้น้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3” และรู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมแบ่งปันรอยยิ้ม และความอบอุ่นให้แก่น้องๆ ที่นี่ เป็นการเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้แก่น้องๆ และจิตใจของเราด้วย

“แชมป์-น้ำฟ้า” ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ “บ้านแบ้รัน 2019” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406278?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“แชมป์-น้ำฟ้า” ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ “บ้านแบ้รัน 2019”

23 ธันวาคม 2562 – 18:13 น.
แบ้รัน2019,ชุมแสงมินิฮาล์ฟมาราธอน,แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ,น้ำฟ้า ธัญญภัสร์ ภัทรธีรชัยเจริญ,โบ๊ท ธารา ทิพา,เฟื่อง นิพนธ์ เที่ยงธรรม,เบลล่า ราณี แคมเปญ,กรงกรรม,อุปกรณ์ทางการแพทย์,พญบุญญธิดา ยาอินทร์,โรงพยาบาลชุมแสง
เปิดอ่าน 173 ครั้ง

จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้แก่ผู้ป่วยโรงพยาบาลชุมแสง

 “ชุมแสงมินิฮาล์ฟมาราธอน” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระแสละครเรื่อง “กรงกรรม” ในตอนที่สามีของย้อยป่วยเข้าโรงพยาบาลชุมแสง แต่เพราะเครื่องมือแพทย์ไม่เพียงพอจึงถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลปากน้ำโพ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้คณะจัดงานมีความเห็นร่วมกันให้มีการจัดงานวิ่ง ภายใต้ชื่อกิจกรรม “บ้านแบ้รัน 2019” ครั้งที่ 1 เพื่อระดมทุนรายได้จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้แก่ผู้ป่วยโรงพยาบาลชุมแสง

 

   กิจกรรมในครั้งนี้ยังได้นักแสดงจากละคร “แชมป์” ชนาธิป โพธิ์ทองคำ, “น้ำฟ้า” ธัญญภัสร์ ภัทรธีรชัยเจริญ และ “โบ๊ท” ธารา ทิพา รวมถึง “เฟื่อง” นิพนธ์ เที่ยงธรรม ผู้เขียนนวนิยายกรงกรรม ร่วมวิ่งทำบุญไปพร้อมกับจิตอาสาชาวบ้านในชุมชนชุมแสง ทางด้าน “เบลล่า” ราณี แคมเปญ, “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข, “เพ็ชร” ฐกฤต ตวันพงค์, “ออกัส” วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์, “ยิหวา” ปรียากานต์ ใจกันทะ, “บลู” พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ, “บอล” กัมมัญญ์ กลมแก้ว และ “แพร์” พิชชาภา พันธุมจินดา ได้ร่วมโปรโมทกิจกรรมดีๆ ผ่านโซเชียลอีกหนึ่งทาง

นิพนธ์ เที่ยงธรรม

     ชูศักดิ์ รุ่งเรืองวิวัฒน์ หนึ่งในตัวแทนคนชุมแสงชมรมวิ่ง วินเนอร์รัน ผู้ริเริ่มกิจกรรม “บ้านแบ้รัน 2019” กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยรองผู้ว่าฯ นายอำเภอ นายกเทศมนตรี ผู้กำกับ ผอ.โรงพยาบาลชุมแสง และประธานชุมชน อบต. คณะเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ ททท. จิตอาสาของเมืองชุมแสงและอาสาสมัครทั่วสารทิศ มากกว่า 5,000 คน ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มียอดเงินบริจาคหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 2,074,000 บาท ได้ส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลชุมแสงเป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นการจัดการวิ่งครั้งแรกของเมืองชุมแสงที่ได้รับเสียงตอบรับเกินความคาดหมาย และเป็นการต่อยอดยกระดับกระแสการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง

   

“แชมป์” ชนาธิป-“น้ำฟ้า” ธัญญภัสร์ 

       “แชมป์” ชนาธิป ตัวแทนจากนักแสดง “กรงกรรม” ได้กล่าวถึงความสำเร็จในกิจกรรม “บ้านแบ้รัน 2019” ว่า รู้สึกดีใจมาก รู้สึกว่าการเป็นผู้ให้นี่คือความสุขที่แท้จริง วันนี้กรงกรรมบ้านแบ้ก็ประสบความสำเร็จเรียกว่าเกินเป้ามาก  รู้สึกชื่นใจที่ทางชุมแสงจะได้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยไว้ใช้ จริงๆ พวกเราเป็นแค่ตัวแทน ทั้งยังมีนักแสดงจากกรงกรรมอีกหลายท่านเลยที่มาช่วยในโปรโมทครั้งนี้ ชุมแสงเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มากแต่ต้อนรับนักวิ่งกว่า 5,000 คนได้เป็นอย่างดี รวมถึงชาวบ้านที่ร่วมให้กำลังใจ ทั้งยังสนุกไปด้วยกันถึงแม้ว่าจะไม่ได้วิ่งไปกับเรา

พญ.บุญญธิดา ยาอินทร์ (ซ้าย)

      ทางด้าน พญ.บุญญธิดา ยาอินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแสง กล่าวถึงผลตอบรับของกิจกรรมครั้งนี้ว่า ต้องขอขอบคุณโครงการดีๆ ขอบคุณทั้งทางทีมงาน นักแสดง ผู้จัด รวมถึงทางช่อง 3 ที่ให้โอกาสดีๆ ทางชุมแสงจะได้มีอุปกรณ์ดีๆ ที่ทันสมัยไว้ใช้ ก็คาดว่าสิ่งที่ส่งต่อจะไปต่อลมหายใจและต่อชีวิตของคนในชุมแสง ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน

        ติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ก “บ้านแบ้รัน 2019” หรือสามารถบริจาคเงินได้ต่อเนื่องที่บัญชี “โครงการบ้านแบ้รัน 2019” ธนาคารกรุงไทย สาขาชุมแสง เลขที่บัญชี 608-0-25846-3

สิ่งดีๆ มีโอกาสต้องทำ “ตั้ม” วราวุธ โพธิ์ยิ้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406255?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

สิ่งดีๆ มีโอกาสต้องทำ “ตั้ม” วราวุธ โพธิ์ยิ้ม

23 ธันวาคม 2562 – 16:28 น.
ตั้ม เดอะสตาร์9,ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม,4 โพธิ์ดำ,จิตอาสา,ลองสิจ๊ะ,ทำบุญ,คิดฮอดไทยบ้าน อีสานซีรี่ส์,บ้านพักคนชรา,ราชบุรี,คมคิด
เปิดอ่าน 160 ครั้ง

“แค่เห็นรอยยิ้มก็รู้สึกว่า เฮ้ย…โลกใบนี้ไม่จำเป็นว่าทำบุญแล้วได้บุญหรอก”

ดังเป็นพลุแตกและแจ้งเกิดในวงการบันเทิงเต็มตัวเมื่อครั้งคว้าที่ 1 เวทีค้นฟ้าคว้าดาว “เดอะสตาร์ ปี 9” นอกจาก “ตั้ม” วราวุธ โพธิ์ยิิ้ม หรือ “ตั้ม เดอะสตาร์”  จะเป็นหนุ่มเสียงดีอันดับต้นๆ แล้ว บุคลิกช่างพูด ขี้เล่น มุกแพรวพราวยังเป็นจุดขายที่ส่งให้เขาได้รับโอกาสหลากหลายในวงการบันเทิง ที่ท็อปฟอร์มสุดๆ เห็นจะเป็นลีลามันหยดในรายการที่เพิ่งลาจอไปอย่าง “4 โพธิ์ดำ” เรียกว่าชั่วโมงนี้ใครไม่รู้จัก “ตั้ม” วราวุธ ถือว่าตกขบวน !

     

     กว่า 6 ปีที่โลดแล่นอยู่ในวงการ หน้าฉาก “ตั้ม” ในวัย 26 ปี เป็นทั้งนักร้อง พิธีกร นักแสดง ส่วนหลังฉากที่หลายคน (อาจ) ไม่เคยรู้ เขาเติบโตมาพร้อมทัศนคติชอบช่วยเหลือคนอื่นและพร้อมสร้างความสุขได้ทุกเมื่อ อย่างการเป็น “จิตอาสา” นำพาความสุขไปมอบให้ผู้ด้อยโอกาสหรือขาดแคลนปัจจัยดำรงชีวิต ล้วนอยู่ในลิสต์ที่ต้องแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนพร้อมแบ่งปันความสุขสม่ำเสมอ

     ศิลปินหนุ่มอารมณ์ดีคนราชบุรีโดยกำเนิด เล่าแรงบันดาลใจของการคิดช่วยเหลือคนอื่นก่อนจะมาโด่งดังและยืน 1 เรื่อง “เอ็นเตอร์เทน” ว่า ช่วงเรียนหนังสืออยู่ที่ราชบุรี เป็นจังหวะเดียวกับเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อหลายปีก่อน คนกรุงเทพฯ หนีน้ำไปอยู่ที่ราชบุรีจำนวนมาก ก็มีความคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะนำเงินไปช่วยเหลือได้บ้าง ความที่เป็นเด็กชอบร้องเพลง ชอบสนุก ชอบเล่นดนตรี ก็ไปเรี่ยไรเงินกับเพื่อนๆ ที่ตลาดนัดเพืิ่อจะนำไปช่วยเหลือ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อของใช้ที่จำเป็น บางคนหนีน้ำมาอยู่ตามวัด ก็ซื้ออาหารข้าวของเครื่องใช้ไปมอบให้ รวมถึงไปสร้างความสุขด้วยการร้องเพลงให้ฟัง ด้วยหวังให้มีกำลังใจและช่วยลดความเครียด

    “ช่วงนั้นมีโอกาสเข้าไปอยู่ในโครงการทูบี นัมเบอร์ วัน ด้วย ก็ได้ฟอร์มวงดนตรีให้ใหญ่ขึ้น ได้จัดคอนเสิร์ต อันดับแรกสนองความอยากของตัวเอง ชอบร้องเพลง ก็เอาจุดเด่นตรงนี้มาสร้างประโยชน์ ก็จัดคอนเสิร์ตในโรงเรียนกัน เก็บบัตรเข้าชม 20 บาท มาดูกัน 1,000 คนก็ได้เยอะนะ มีขายน้ำด้วย กำไรเยอะมาก ได้เงินมาก็เอาไปช่วยน้ำท่วมตอนนั้น” หนุ่มราชบุรี เผย

    ตั้ม บอกไม่เคยใส่ใจว่าทำแล้วจะได้บุญหรือไม่ สิ่งที่ได้เห็นๆ คือรอยยิ้มของคนที่ไปช่วยเหลือ ได้เห็นความสุข เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทางใจ แล้วการให้ตรงนี้รู้สึกว่าไม่ได้เสียอะไรเลย ตรงกันข้ามกลับมีแต่ได้ ได้รับรอยยิ้ม ได้รับความสุข อิ่มเอมใจในความอยู่รอดของคนอื่น สำคัญที่สุดคือกำลังใจและแรงบันดาลใจ

     “บางทีเราไปหรือไม่ไปเขาก็ยังอยู่ได้ แต่พอไปแล้วมันเกิดแรงบันดาลใจ อย่างคุณตาคุณยายที่บ้านพักคนชรา ท่านห่อเหี่ยวนะ เวลาเราไปเอ็นเตอร์เทนก็เหมือนลูกหลานไปเยี่ยม แค่เห็นรอยยิ้มก็รู้สึกว่า เฮ้ย โลกใบนี้ไม่จำเป็นว่าทำบุญแล้วได้บุญหรอก แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ได้เห็นเขาได้ใช้สิ่งที่เราให้ไปตอนนี้เลย ไม่ต้องรออะไร มีอยู่ที่หนึ่งเห็นคุณยายดูทีวีอยู่ในห้องกว้างๆ รู้สึกว่าท่านจะได้ยินมั้ย ผมก็ควักเงินแล้วให้คนไปซื้อลำโพงมาให้เลย เห็นแล้วเขาขาดนอกเหนือจากที่เราได้รับรู้ก็อยากช่วยแก้ให้ตอนนั้นเลย เป็นการสร้างความสุขในหลายๆ มิติ” ตั้ม เล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

     

    มีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อๆ ไปเพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืน เจ้าตัวยอมรับว่าหลังจากเป็นที่รู้จักและมีฐานแฟนคลับหนาแน่นขึ้น การระดมทุนระยะหลังๆ จะเป็นลักษณะของการจัดงาน “แฟนมีตติ้ง” ส่วนใหญ่ใช้โอกาสวันคล้ายวันเกิดของทุกปีจัดคอนเสิร์ต อาจจะปีละครั้ง หรือสองครั้ง หรืออาจใช้โอกาสวันครบรอบวันที่ได้ตำแหน่งเดอะสตาร์ โดยเน้นนำเงินไปช่วยเหลือผู้ที่ลำบากจริงๆ เช่น บ้านพักคนชรา ผู้ป่วยที่เป็นทหารผ่านศึก พระสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาลสงฆ์ หรือกลุ่มเด็กกำพร้าตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ แม้กระทั่งโรงเรียนด้อยโอกาสตามถิ่นทุรกันดาร

     เจ้าของแชมป์ “เดอะสตาร์คนที่ 9” มองว่าการเป็นคนดังมีคนชื่นชอบเยอะ ก็น่าจะมีโอกาสได้ทำกิจกรรมดีๆ เยอะ แล้วการมีกิจกรรมดีๆ นี้สังคมต้องได้อะไรกลับไปด้วย ผู้คนที่ยังลำบากขาดแคลนต้องได้ประโยชน์ แน่นอนว่าการจัดงานแต่ละครั้งจะมีเหล่าแฟนคลับตัวยงคอยซัพพอร์ตเป็นอย่างดี อย่างล่าสุดโอกาสครบ 6 ปี “แชมป์เดอะสตาร์ 9” ก็จัดมีตติ้งหาทุนช่วยซ่อมอาคารเรียนโรงเรียนวัดเนินสะอาด อ.บ้านนา จ.นครนายก ก็ได้แฟนคลับไปช่วยสำรวจความต้องการ รวมถึงการะดมทุนช่วยคนหูหนวก ด้วยรู้สึกว่าการเป็นนักร้องได้มอบความสุขด้วยเสียงเพลง แต่ยังมีผู้ที่ไม่สามารถรับฟังได้ วิธีไหนที่จะช่วยสร้างความสุขให้พวกเขาก็อยากทำสิ่งนั้น จึงจัดกิจกรรมหาทุนช่วยคนหูหนวกที่สยามสแควร์วัน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากเหล่าแฟนคลับและคนทั่วไปเช่นเคย

      “กลุ่มแฟนคลับของผมส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ค่อนข้างมีอายุก็จะชอบอยู่แล้วเรื่องการทำบุญ เราก็เห็นดีเห็นงาม ปีหนึ่งเราเจอกันครั้งสองครั้งนอกจากคอนเสิร์ตใหญ่ ก็จะเป็นธุระช่วยหาที่ เพราะรู้ว่างานเราเยอะไม่ค่อยมีเวลาหาสถานที่อยู่แล้ว พอได้ที่แล้วก็มาเคาะกันว่าจะจัดกิจกรรมในรูปแบบไหน อย่างไร แต่ละสถานที่แต่ละกลุ่มที่เข้าไปสัมผัส ผมสะท้อนใจเวลาไปเจอคนด้อยโอกาส แววตาคือสิ่งที่ทำให้เราเห็นข้างในของเขา ตรงนี้ดาราทุกคนเลยผมอยากบอกว่าถ้าอยากทำบุญ ผมว่าไปเอ็นเตอร์เทนแบบนี้ก็ดีนะ คิดดูดารามีเป็นร้อยเป็นพันคน เราหมุนเวียน ผลัดกันไป” นักร้องจิตอาสา กล่าว

     นอกจากโครงการจิตอาสาสร้างความสุขแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม อีกบริบทของชีวิตและการทำงาน นักร้องหนุ่มอารมณ์ดี เผยว่าตอนนี้กำลังทำรายการออนไลน์ “โต๊ะแชร์” นำเสนอเรื่องราวการแชร์ไอเดียแต่งเพลงร่วมกับศิลปินแนวร่วมคนอื่นๆ เช่น “สงกรานต์ เดอะวอยซ์”, “บอย โลโมโซนิก”, “โดม” จารุวัฒน์, “หนึ่ง อีทีซี” เป็นต้น แล้วก็มีรายการ “ลองสิจ๊ะ” ทำร่วมกับ “โดม” จารุวัฒน์ อีกทั้งช่องยูทูบของตัวเองชื่อ “ตั้ม วราวุธ” และละครที่จะออนแอร์ต้นปีหน้าอย่าง “คิดฮอดไทยบ้าน อีสานซีรี่ส์” อยากฝากให้ติดตาม รวมถึงถ้ามีโอกาสก็เชิญเป็นแนวร่วมจิตอาสาด้วยกันได้

      ท้ายที่สุดแล้วเดอะสตาร์ในดวงใจของใครหลายคน ชี้ชวนเรื่องการแบ่งปันความสุขเพียงสั้นๆ ว่า “แม้ไม่มีเงินทองเพื่อบริจาคก็สามารถใช้ความสามารถที่เรามีไปสร้างความสุขได้…” นั่นล่ะคมคิดแบบ “ตั้ม” วราวุธ โพธิ์ยิ้ม

++++++++++++

เรื่อง:ชาญยุทธ ปะวะขัง

‘สุวัจน์’ เปิด แข่งวิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน ชิงถ้วยพระราชทาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/406091?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

‘สุวัจน์’ เปิด แข่งวิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน ชิงถ้วยพระราชทาน

22 ธันวาคม 2562 – 19:50 น.
ชิงถ้วยพระราชทานฯ,สุวัจน์ ลิปตพัลลภ,วิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน
เปิดอ่าน 179 ครั้ง

“สุวัจน์ ลิปตพัลลภ”นิสิตเก่า KUเปิดตัวนักวิ่งกว่า 5,000 คน ลงสนาม KU REN ซีรี่ย์1″วิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน”ชิงถ้วยพระราชทาน

วันที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 05.50 ณ สนามอินทรีจันทรสถิตย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนนักวิ่งกว่า 5,000 คน อายุตั้งแต่ 10 ปีถึง 60 ปีขึ้นไป ได้รวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันโครงการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ หรือ KU RUN ครั้งที่ 1 “วิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน”

อ่านข่าว :  (คลิปข่าว)’สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ตอบทุกคำถามยุทธศาสตร์หาเสียง

ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ในประเภทชายและหญิงทั่วไประยะทาง 10 กม.( OVER ALL) ซึ่งสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้จัดโครงการนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก

โดย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นิสิตเก่า KU 46 ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพฯ นายนิพนธ์ ลิ้มแหลมทอง นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ นิสิตเก่า KU 34

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นิสิตเก่า KU 33 ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ หรือ KU RUN ครั้งที่ 1 วิ่งลั่นทุ่ง บางเขน ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

“วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นิสิตเก่า นิสิตปัจจุบันครอบครัวนิสิตเก่า ประชาชนและสังคมให้เห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย การอนุรักษ์ธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนการศึกษาและกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ตลอดจนกิจกรรมการกุศลสาธารณะประโยชน์ต่างๆ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาร่วมวิ่งในครั้งนี้ถึง 5,000 คน”

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นิสิตเก่า KU 33 ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ หรือ KU RUN ครั้งที่ 1 วิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน กล่าวเปิดงานและย้ำว่า

“โครงการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ หรือ KU RUN” ถือเป็นโครงการแรกที่จัดแบบซีรี่ย์ 5 สนาม และเป็นปีแรกคณะผู้จัดตั้งเป้าว่าจะจัดให้ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และตั้งใจว่าทุกสนามจะมีผู้วิ่งสนามละ 5,000 คน 5 สนามก็ 25,000 คน ซึ่งแต่ละสนามจะมีบุคลิกที่แตกต่างกัน อย่างที่บางเขน เรียกว่า วิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน สนามศรีราชา เรียกว่า วิ่งลั่นมหาสมุทร สนามสกลนคร เรียกว่า วิ่งป่าลั่น สนั่นสกล เป็นต้น

คาดหวังว่า นักวิ่งหรือผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่านจะได้มีความชื่นชมในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือศิษย์เก่าก็ได้รำลึกถึงมหาวิทยาลัย และเป้าหมายสำคัญคือให้ทุกคนรักษาสุขภาพ

จากนั้น ประธานโครงการฯ บีบแตรลมปล่อยตัวนักวิ่งมินิ มาราธอน ระยะ 10 กม. 5 กม.และ 2.5 กม.โดยการร้องเพลงพระราชนิพนธ์เกษตรศาสตร์ และ AGGIE BOOM ซึ่งถือเป็นการต้อนรับและให้กำลังใจแก่นักวิ่งโครงการ KU RUN ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการจัดเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพในรูปแบบของซีรี่ย์ 5 สนาม เติมอิ่มกับความร่มรื่นสวยงามในบรรยากาศ UNSEEN ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “วิ่งลั่นทุ่ง ลูกบางเขน” สนามแรก

สนามที่ 2 “วิ่งป่าลั่น สนั่นสกล” ที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร จ.สกลนคร วันที่ 20 มกราคม 2563 สนามที่ 3 “วิ่งมหาสนุก ลั่นมหาสมุทร” วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 สนามที่ 4 “วิ่งลั่นทุ่งนา มาสุพรรณบุรี” โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี วันที่ 1 มีนาคม 2563 และสนรมสุดท้าย สนามที่ 5 “วิ่งชวนฝัน ลั่นกำแพงแสน” วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม วันที่ 22 มีนาคม 2563

ฉลองยิ่งใหญ่แทนคำขอบคุณ 14 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/405783?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฉลองยิ่งใหญ่แทนคำขอบคุณ 14 ปี

20 ธันวาคม 2562 – 17:00 น.
สยามพารากอน โฟร์ทีน แอนนิเวอร์ซารี่ เวิลด์ เมจิคอล เซเลเบรชั่นส์,สยามพารากอน
เปิดอ่าน 197 ครั้ง

สยามพารากอนฉลองครบ 14 ปีสุดยิ่งใหญ่มอบความสุขสุดมหัศจรรย์แทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าคนสำคัญ

ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตอกย้ำศูนย์กลางการช็อปปิ้งระดับโลก ฉลองครบ 14 ปีสุดยิ่งใหญ่ จัดงาน “สยามพารากอน โฟร์ทีน แอนนิเวอร์ซารี่ เวิลด์ เมจิคอล เซเลเบรชั่นส์” มอบความสุขสุดมหัศจรรย์แทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าคนสำคัญ

ชฎาทิพ จูตระกูล-เกตุวลี นภาศัพท์-พาสินี ลิ่มอติบูลย์-ศุภลักษณ์-กฤษณา อัมพุช

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ-สุเวทย์ ธีรวชิรกุล-ไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ

ภายในงานมีคณะกรรมการและผู้บริหารสยามพารากอน อาทิ “แอ๊ว” ศุภลักษณ์ อัมพุช, “ไก่” พาสินี ลิ่มอติบูลย์, “ปุย” เกตุวลี นภาศัพท์, “แป๊ก” กฤษณา อัมพุช, สุเวทย์ ธีรวชิรกุล, “แป๋ม” ชฎาทิพ จูตระกูล, “กบ” เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ ไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ ร่วมต้อนรับผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ กลินท์-เพชรพริ้ง สารสิน, เพิ่มพูน-จุฑาทิพย์ ไกรฤกษ์, พรเทพ-มยุรี พรประภา, “น้ำ” สลิล ล่ำซำ, ลี-“ปิ๊บ” ภัทรพล พึ่งบุญพระ, “ตุ๊ก” ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, “เอ” ดนัย สรไกรกิติกูล ฯลฯ บริเวณพาร์ค พารากอน ชั้นเอ็ม สยามพารากอน

การแสดงสุดพิเศษ “เดอะ กลอเรียส ดรีม” 

ดลชัย บุญยะรัตเวช-รัดเกล้า อามระดิษ

          บรรยากาศภายในงานมีผู้มีเกียรติมาร่วมงานอย่างคับคั่งและเป็นกันเอง โดยมีการแสดงสุดพิเศษ “เดอะ กลอเรียส ดรีม” ที่แสดงถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสยามพารากอน ถ่ายทอดโดยศิลปินคุณภาพชื่อดัง รัดเกล้า อามระดิษ และ ดลชัย บุญยะรัตเวช พร้อมตื่นตาไปกับ อินเตอร์เนชั่นแนล คาร์นิวัล สุดตระการตาโดยคณะนักแสดงจากประเทศฝรั่งเศส พิคโต แฟคโต ในรูปแบบอิมเมจ โบลเวอร์ส ที่ครีเอตโครงสร้างต่างๆ ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับโลกแห่งแฟนตาซีไม่รู้จบ พร้อมกันนี้ยังมีเหล่านักแสดงชื่อดัง อาทิ “แอน” ทองประสม, “ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน, “สน” ยุกต์ ส่งไพศาล, “กัน” นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ควงคู่มากับหวานใจ มารี เบิร์นเนอร์ และคู่น้าหลาน “แน็ก” ชาลี กับน้องอาเธอร์ ที่ยกขบวนมาร่วมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มีเกียรติในงาน

มารี เบิร์นเนอร์-“กัน” นภัทร

น้องอาเธอร์-“แน็ก” ชาลี

“ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก

         ในช่วงเวลาอันล้ำค่าแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 14 ปีนี้ สยามพารากอนยังได้รังสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขสุดประทับใจไปกับแสงสีสุดตระการตา ภายใต้ธีม “เวิลด์ เมเจิคอล เซเลเบรชั่นส์” ตกแต่งบรรยากาศฉลองเทศกาลเชิญชวนทุกคนมาสัมผัสและถ่ายภาพแชร์ความสุขสุดฟิน เริ่มด้วยผลงานอาร์ตอินสตอลเลชั่นรูปปราสาทในเทพนิยายที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีรูปทรงดุจต้นคริสต์มาส ตั้งตระหง่านรอรับทุกๆ คนบริเวณด้านหน้าสยามพารากอน ต่อด้วยอุโมงค์ เดอะ เมจิคอล เทล ที่ประดับประดาแสงสีวาววับยามค่ำคืน ให้ทุกย่างก้าวเสมือนการท่องอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ เมื่อเข้าสู่ภายในสยามพารากอนยังมีการตกแต่งบรรยากาศฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วย ดิออร์ ฮอลิเดย์ เดคอเรชั่น จากลักชัวรี่แบรนด์ดังระดับโลกอีกด้วย

แสงสีสุดตระการตา ภายใต้ธีม “เวิลด์ เมเจิคอล เซเลเบรชั่นส์”

เพชรพริ้ง-กลินท์ สารสิน​​​​​​​

สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ภัทรพล และลี พึ่งบุญพระ​​​​​​​

จุฑาทิพย์-เพิ่มพูน ไกรฤกษ์​​​​​​​

          และวาระแห่งการเฉลิมฉลองนี้ ลูกค้านักช็อปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองโดยรับสิทธิพิเศษมากมายกับแคมเปญ “สยามพารากอน 14th แอนนิเวอร์ซารี่ เวิลด์ เมจิคอล เซเลเบรชั่นส์” เพียงช็อป ภายในศูนย์หรือห้างฯ ร่วมลุ้นลักกี้ดรอว์ สร้อยข้อมือประดับเพชรน้ำงาม ทุกสัปดาห์จาก และบัตรจอดรถฟรี 1 ปี ส่วนพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จัดกิจกรรมพิเศษ ผ่านแนวคิด “เดอะ กิ๊ฟท์ มาสเตอร์” รังสรรค์สินค้า และประสบการณ์พิเศษด้วยการนำเทรนด์แฟชั่นระดับสากลมาให้คนกรุงเทพฯ ได้สัมผัส และนำเสนอแบรนด์ที่คนไทยภูมิใจไปสู่สายตาระดับโลก กับกิจกรรม พารากอน กิ๊ฟท์ สโตร์ บนวิธีคิดที่ให้คุณค่ามากกว่าแค่ของขวัญ แต่คือความสุขของผู้รับ รวมถึงบริการส่งความสุขให้อย่างครบครัน ตามสโลแกน “แฮปปี้เนส เดลิเวอรี่” ที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้งเดียวในช่วงเวลาปีใหม่