กยท.เจ้าภาพลงนามซื้อขายยางไทย-จีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/462705

news_default

กยท.เจ้าภาพลงนามซื้อขายยางไทย-จีน

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กยท.เป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนาม MOU เพื่อความร่วมมือด้านธุรกิจ ของChina ZhengXin Group Limited และ บริษัท Dimond Star Network จำกัดเพื่อซื้อ-ขายยางพารา เน้นยางธรรมชาติจากเกษตรกร – สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางไทยมาเป็นวัตถุดิบ กระตุ้นการส่งออกยางระหว่างประเทศ โดยมีนายขจรจักษณ์นวลพรหมสกุล  รักษาการผู้ว่าการ กยท.เป็นประธานพิธีลงนามระหว่าง Mr.BenjaminZhang GuaQiang รองผู้จัดการ ChinaZhengXin Group Limited และนายเกรียงศักดิ์ ทิพย์สิงห์ ประธาน บริษัท Dimond Star Network จำกัด ที่การยางแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)

นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยเปิดเเผยว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางด้านธุรกิจ ระหว่าง China
ZhengXin Group Limited และ บริษัท Dimond Star Network จำกัด ที่จัดขึ้นเพื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางพาราของสถาบันเกษตรกรถือเป็นการผลักดันผลิตภัณฑ์ยางพาราของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่กยท.ดูแล ซึ่งบริษัทผู้ขายต้องผลิตหรือจัดหาผลิตภัณฑ์ยาง โดยใช้วัตถุดิบยางธรรมชาติจากเกษตรกรชาวสวนยางไม่น้อยกว่า 400,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ กยท.มีบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบกิจการยางให้ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การผลิต แปรรูป การตลาดและดำเนินการอื่นที่
เกี่ยวกับยางพารา และอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น รวมถึงงานครั้งนี้จะช่วยดูดซับปริมาณยางพาราในระบบ ตลอดจนกระตุ้นส่งออกยางพาราของประเทศไทย โดยเฉพาะจีน ประเทศนำเข้ายางพารามากที่สุด ฉะนั้น การร่วมมือด้านธุรกิจระหว่างจีนและไทยสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในประเทศไทย สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์อุปทาน สร้างสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านยางพารา

สศก.แจงโควตานำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง คาดผลผลิตทั้งปท.ปี’63กว่า1.38แสนตัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/462709

news_default

สศก.แจงโควตานำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง คาดผลผลิตทั้งปท.ปี’63กว่า1.38แสนตัน

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการบริหารนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งและหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ภายใต้ความตกลง WTO ปี 2563 ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการจัดการการผลิตและการตลาดกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่และมันฝรั่ง ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมเห็นชอบนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์โรงงาน ปี 2563 ครั้งที่ 1 ปริมาณรวม 5,208.75 ตันอัตราภาษีในโควตาร้อยละ 0 อัตราภาษีนอกโควตาร้อยละ 125 โดยกำหนดให้การนำเข้ามีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2563 และจัดสรรให้ 3 บริษัทได้แก่ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด 4,347 ตัน  บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟู้ดส์ จำกัด 850 ตัน และบริษัท ยูนิแชมป์ จำกัด 11.75 ตัน การนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งกำหนดปีละ 3 ครั้ง เพื่อให้เกษตรกรปลูกคือ ช่วงเม.ย.-ก.ค.  ช่วง ส.ค.- ต.ค. และช่วงพ.ย.-ม.ค.(ปีถัดไป) ทั้งนี้ ผู้นำเข้าต้องจำหน่ายหัวพันธุ์มันฝรั่งโรงงานให้เกษตรกรราคาไม่เกินกิโลกรัมละ 35.00 บาท

สำหรับการบริหารนำเข้าหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูปปี 2563 กำหนดอัตราภาษีโควตาร้อยละ 27 (อัตราภาษีนอกโควตาร้อยละ 125) ปริมาณรวม 52,000 ตันกำหนดการนำเข้าช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม- 31 ธันวาคม 2563 โดยจัดสรรให้บริษัท เป๊ปซี่-โคล่าฯปริมาณ 44,750 ตัน บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ฯปริมาณ 6,750 ตัน และบริษัท ยูนิแชมป์ฯปริมาณ 500 ตัน มีเงื่อนไขว่าผู้นำเข้าหรือผู้แทนผู้นำเข้าต้องทำสัญญารับซื้อผลผลิตหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูปจากเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในประเทศ นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบปริมาณในโควตาที่ขอขยายเพิ่มเติมอีกปริมาณ 6,400 ตัน โดยจัดสรรให้บริษัท เป๊ปซี่-โคล่าฯปริมาณ 5,400 ตันบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ฯปริมาณ 1,000 ตัน ซึ่งสศก.จะนำเข้าคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ  ด้านราคารับซื้อ ผู้นำเข้าหรือผู้แทนผู้นำเข้าต้องรับซื้อผลผลิตหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูปจากเกษตรกรราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 14.00 บาท ช่วงฤดูฝน (ก.ค.-ธ.ค.) และราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10.60 บาทช่วงฤดูแล้ง (ม.ค.-มิ.ย.)

สำหรับแนวทางจัดการสินค้ามันฝรั่ง ปี 2563 เน้นมาตรการกระจายผลผลิตช่วงออกสู่ตลาดมาก พร้อมตรวจสอบสต็อกผู้ประกอบการป้องกันกักตุนและเก็งกำไร ขณะที่กรมศุลกากรจะดำเนินมาตรการปราบปรามการลักลอบนำเข้าอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ สศก.คาดว่า ปี 2563 (ปีเพาะปลูก 2562/63)มันฝรั่งมีเนื้อที่เพาะปลูก รวมทั้งประเทศ 47,297 ไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ผลผลิตรวม 138,782 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 โดยผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว เฉลี่ย 2,943 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 92 กิโลกรัมต่อไร่ หรือร้อยละ 3 โดยเนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทผู้รับซื้อมันฝรั่งมีแผนความต้องการและส่งเสริมให้ขยายการผลิตในปี 2561-63 ซึ่งขอเพิ่มโควตานำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์โรงงาน ส่งผลให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูก ประกอบกับสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของมันฝรั่ง และบริษัทผู้รับซื้อมันฝรั่ง ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้หัวพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน ผลผลิตได้ขนาดตามความต้องการ ภาพรวมผลผลิตทั้งประเทศจึงเพิ่มขึ้น ดังนั้น ถึงแม้จะขยายการผลิตและนำเข้าเพิ่มขึ้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาที่เกษตรกรได้รับ เนื่องจากมีการรับซื้อตามราคาขั้นต่ำที่คณะอนุกรรมการ กำหนดอยู่แล้ว

‘คิง เพาเวอร์’ชูสินค้าไทย ฝีมือ-ภูมิปัญญาแห่ง’หมู่บ้านคีรีวง’ ผ่านFrom Leaves to Lively Thai Dye Collection #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462858

‘คิง เพาเวอร์’ชูสินค้าไทย ฝีมือ-ภูมิปัญญาแห่ง’หมู่บ้านคีรีวง’ ผ่านFrom Leaves to Lively Thai Dye Collection

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 08.36 น.

คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ชูสินค้าไทยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฝีมือ และภูมิปัญญาแห่งหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราชผ่านFrom Leaves to Lively Thai Dye Collection ของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ประจำปี 2563พร้อมยกระดับสินค้าโอทอปไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก

คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทยเผยโฉมสินค้า Ready-to-wear รุ่น Limited Edition ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อ From Leaves to Lively Thai Dye Collectionที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก่อเกิดเป็นสินค้าผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในคอลเลกชั่นพิเศษที่ผลิตโดยชุมชนหมู่บ้านคีรีวง ต. กำโลน อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราช ร่วมกับทีมครีเอทีฟของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ เป้นต้นไป ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ, พัทยา, ศรีวารี, ภูเก็ต, คิง เพาเวอร์ มหานคร และภายในสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ,สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา

From Leaves to Lively Thai Dye Collectionได้รับการออกแบบ และรังสรรค์งาน ภายใต้แนวคิด Enchanted Wonderlandหรือมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนมหัศจรรย์ เพื่อเชิดชูภูมิปัญญา และคุณค่าทางวัฒนธรรมของผ้ามัดย้อมธรรมชาติ ที่เลือกใช้วัสดุในการย้อมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของทางภาคใต้ที่เกิดจากฝีมือของชุมชนบ้านคีรีวง ต. กำโลน อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราชกลายเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้า และแอคเซสซอรี่ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติสไตล์โมเดิร์น สีสันสดใสสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับการแต่งกายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทั้งเสื้อยืดแขนสั้น-แขนยาว เสื้อเชิ๊ต หมวก กระเป๋าสะพายหูรูด กระเป๋าสะพายไหล่ กระเป๋าใส่เอกสาร ลูกบอล และพวงกุญแจ รวม 17 แบบ

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่ากลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และร่วมรณรงค์ให้ช่วยกันลด ละ การทำลายธรรมชาติ บริษัทฯ ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแสดล้อมที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ จึงได้สนับสนุนสินค้าไทยที่ใช้สีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแล้ว จำนวน 3 คอลเลกชั่น และคอลเลกชั่นที่ 4 นี้ ‘คอลเลกชั่น From Leaves to Lively Thai Dye Collection’ได้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ภายใต้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ด้านชุมชน, สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และชุมชนบ้านคีรีวง จ. นครศรีธรรมราช นับเป็นปีที่ 3 คอลเลกชั่นที่ 4 ที่เราได้นำสินค้าชุมชนมาอวดสายตาชาวโลกอีกครั้ง ถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งผลงานแห่งความภาคภูมิใจที่เราได้ร่วมเป็นคู่คิด และคู่ค้ากับชุมชน เพื่อชูจุดแข็ง และภูมิปัญญาของชาวไทยที่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลงานอันงดงาม”

“เราตั้งใจผลิตคอลเลกชั่นพิเศษจากฝีมือคนไทยทุกปี หมุนเวียนเปลี่ยนชุมชนไปตามภาคต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ๆ น่าสะสม โดยเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบ พัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค และตอบโจทย์กับตลาดต่างประเทศเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเอง”

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเปิดตัวคอลเลกชั่นอย่างเป็นทางการ และประชาสัมพันธ์สินค้าฝีมือคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาคนทั่วโลกกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จึงได้ออกแบบเสื้อแจ็กเก็ตรุ่นพิเศษเพื่อให้นักเตะสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ใส่ลงสนามในช่วงพิธีเปิดการแข่งขันในวัน Boxing Day คือ วันที่ 26 ธันวาคม ในศึกดวลแข้งกับสโมสรลิเวอร์พูล โดยเสื้อแจ็กเก็ตนี้เป็นการ Collaborate เทคนิคการย้อมสีระหว่างทางใต้จากชุมชนคีรีวง นครศรีธรรมราช (สีเหลืองทองช่วงล่าง) และทางเหนือจากชุมชนตะเคียนปม ลำพูน (สีฟ้าครามช่วงบน) ปักโลโก้สโสสรเลสเตอร์ ซิตี้ที่อกซ้าย พร้อมปักรูปธงชาติไทยที่แขนข้างซ้าย และธงชาติอังกฤษที่แขนข้างขวา นำพาความเป็นไทยไปสู่สากลตามเป้าหมายของกลุ่มบริษัทฯ ที่ต้องการให้ผลงานของคนไทยไปไกลถึงระดับโลกโดยแท้จริง

สำหรับสินค้าในคอลเลกชั่นนี้ ทำจากผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติทั้งหมดเป็นการย้อมสีผ้าทั้งผืน และเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิคการมัด หรือพับด้วยวัสดุที่มีความทนทาน อย่าง แผ่นไม้ ก้อนหิน แล้วมัดด้วยเชือกฟาง เชือกกล้วย หรือหนังยางให้แน่น เพื่อกันสีซึมผ่าน หลังจากนั้น จึงนำไปย้อมสีธรรมชาติตามต้องการ ออกมาเป็น 4 สีหลัก ได้แก่

กรรมวิธีประกอบด้วย

1. การเตรียมน้ำด่าง ซึ่งทางบ้านคีรีวงใช้น้ำด่าง 2 ชนิด คือ น้ำด่างขี้เถ้าจากการเผาไม้ยางพารา และน้ำด่างขี้เถ้าจากเปลือกหอยแครงเผา

2. การเตรียมน้ำย้อมสี โดยนำส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ใบไม้ เปลือกไม้ แก่นไม้ ดอกไม้ มาต้มไว้ 5-8 ชั่วโมง กรองเฉพาะน้ำสีด้วยผ้าขาวบาง แยกกากออกมา เพื่อนำไปมัดย้อมต่อไป

3. การฟอกผ้า โดยนำผ้าฝ้ายมาฟอกก่อน โดยต้มกับน้ำเปล่า หรือน้ำด่างขี้เถ้าจากไม้ยางพาราเพื่อชะล้างคราบแป้ง และไขมันที่เกาะอยู่บนผ้า แล้วซักด้วยน้ำเปล่า บิดพอหมาด เพื่อนำไปมัดลายต่อไป

4. การมัดลายเทคนิคการมัดลายที่ใช้มี 3 วิธี คือ วิธีที่ 1 การมัดแล้วพับ เป็นการพับผ้าให้เป็นรูปต่างๆ แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ผลที่ได้ คือ ลวดลายที่มีลักษณะด้านซ้าย และขวามีความใกล้เคียงกัน โดยผ้ามีสีอ่อนด้านหนึ่ง และสีเข้มอีกด้านหนึ่ง วิธีที่ 2 การขยำแล้วมัด เป็นการขยำผ้าอย่างไม่ตั้งใจ แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ลวดลายที่ได้จะเป็นลวดลายอิสระ การขยำผ้าแต่ละครั้งไม่สามารถควบคุมการทับซ้อนของผ้าได้ ดังนั้นจึงได้ลวดลายที่ไม่ซ้ำแบบ และวิธีที่ 3 การห่อแล้วมัด เป็นการใช้ผ้าห่อวัตถุต่างๆ แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ลายที่เกิดจะเป็นลายใหญ่ หรือเล็กขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมามัด เช่น การนำผ้ามามัดด้วยก้อนหิน รูปทรงแปลกๆ นำมามัดไขว้ไปมา เว้นจังหวะของการมัดให้มีพื้นที่ว่างเพื่อให้สีซึมเข้าไปได้ ซึ่งการมัดด้วยวิธีนี้ จะเกิดความสวยงามแปลกตากว่าการมัดด้วยวิธีอื่นๆ

5. การย้อม นำผ้าที่มัดลายแล้วไปต้มกับน้ำสีที่เตรียมไว้ 3 ชั่วโมง โดยใช้เตาไร้ควัน และทุก 1 ชั่วโมง นำผ้ามัดย้อมล้างในน้ำด่าง หรือน้ำขี้เถ้า หรือน้ำโคลนแดง หรือน้ำปูน แล้วย้อมสีอีกครั้ง เมื่อย้อมเสร็จ นำไปผึ่งในที่ร่ม แล้วเข้าสู่กระบวนการตัดเย็บต่อไป

“กว่า 30 ปีแล้ว ที่คิงเพาเวอร์ได้เข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าชุมชนทั่วทุกภูมิภาค เราอยากมีส่วนช่วยสร้างอาชีพ และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนต่างๆ ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ให้พวกเขามีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น และเป็นที่รู้จักในวงกว้างจนนำไปสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืนตามความมุ่งหวังของคิง เพาเวอร์  ที่อยากเห็นคนไทยได้แสดงความสามารถในระดับสากล ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าคนไทยทำได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก” อัยยวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย./ #KINGPOWERTHAIPOWERพลังคนไทย #WeBelieveInThaiPower #เชื่อในพลังคนไทย

คุณแหน : 27 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462799

650935

คุณแหน : 27 ธันวาคม 2562

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll อาทิตย์สุดท้ายของปี…ขอ“สวัสดี”ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ มายัง“แฟนๆ”ผู้อ่านคอลัมน์“คุณแหน”และ“แนวหน้า”อย่างเหนียวแน่น…ตามประเพณีและความซาบซึ้งปรารถนาดีต่อกัน…ปีหน้า…“หนู”ร่าเริงฮ่ะ…

ll อบ“ไก่”ตามเทศกาล…กนิช บุณยัษฐิติ เก่งการครัวจนญาตินับถือผู้อาวุโส ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ชมว่าอวบอ้วนตัวใหญ่ดี…เจ้าตัวถ่อมตัวว่าตัวพ่อครัวใหญ่-อ้วนกว่าไก่…ฮา…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ เมธ์วดี กาญจนจารีนวพันธ์ ในการสูญเสีย ดร.สุขุม นวพันธ์ประธานกรรมการกลุ่ม บ.นวธานี พิธีสวดพระอภิธรรม 22-29 ธ.ค. 19.00 น.ที่บ้านเลขที่ 999 หมู่บ้านนวธานี…

ll แฟนๆเสียงเพลงแยะ…นพ.อภิชาติ ศิวยาธร ฉายา Buddy Richard ส่งเพลง Feliz Navidad สวัสดีปีใหม่ญาติมิตรสนุกสนาน…ใครจะร่วมเต้นร่วมร้อง…คุณหมอ Buddy เชิญ The Porchโรงแรม Sivatel เพลินจิต…ตอนนี้เป็นเวทีปั้นนักร้องสมัครเล่นเป็น“ดาว”ด้วยเครื่องเสียงระดับ  Mcintosh และนักดนตรีวงระดับเทพ…ช่วยเต็มที่…

ll ปิดบ้านเกิด นครพนมทั้งจังหวัด…พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลี้ยงเพื่อนๆ กว่า200 ชีวิต…ที่ขาดไม่ได้คือ“นายเก่า”…สุรีย์ประภาตรัยเวช หญิงเหล็กแห่งปราบปรามยาเสพติด…ตอนนี้มาช่วยเป็นที่ปรึกษางาน สว. …“น้องอดุลย์”…

ll สาวสวยสถานทูตสวิส…ณัฏฐิณีอังสกุลอาภรณ์ แม้ภาษา“เยอรมัน”จะคล่องระดับอ่านข่าวออกอากาศ…แต่ต้องมาเรียนภาษาที่สี่“ฝรั่งเศส”…เมื่อวัยชีวิตเริ่มต้น…ด้วยประเทศนี้คนธรรมดาๆ เขาพูดกันได้ถึง 4 ภาษาอย่างน้อย…

ll ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี นพ.สุรวุฒิ ปรีชานนท์ หนีไปเข้าค่าย“ส.ปรีชานนท์”เชียงใหม่ ช่วงหยุดปีใหม่…ไม่ได้เป็นค่ายมวยที่ไหน…เป็น“ไร่” ส่วนตัวที่“หมอขุน”หมอใหญ่ ผอ.แพทย์ รพ.วิชัยยุทธ…ขอไป Charge แบต…ก่อนกลับมา“สู้”กับ“โรคข้อ”ที่คนไข้รอเพียบ…

ll ยินดีกับศิษย์เก่า“แนวหน้า”…ฉวีวรรณ เกียรติโชคชัยกุล(“พี่เต็น”ของน้องๆ) เป็นว่าที่ ดร. …สอบป้องกันวิทยานิพนธ์หัวข้อ(ยาวเหยียด)ผ่านฉลุย…“ธุรกิจเพื่อสังคมตามหลักพระพุทธศาสนาของสหกรณ์การเกษตร”…ใครเคยร่วมงานทั้ง “แนวหน้า”,“บางจาก”…ไม่ประหลาดใจ…

ll ถึงจะเป็นเจ้าพ่อโรงแรมย่านรัชดา-ห้วยขวางแต่ ปรีชา ถิรกิจพงศ์ สุภาพอ่อนน้อม…ยังขยันหาอาหารอร่อยมาเสนอลูกค้า The Emerald…แต่ที่ไม่ขาดทุกปีคือ สั่งผลไม้ชั้นดีจากต่างประเทศมาบรรณาการ“ผู้มีบารมี”ที่เศรษฐีไหหลำคนนี้ประพฤติเป็นประเพณี…ปีนี้มีทั้ง Appleชั้นดีและลูกพลับหวานกรอบจากญี่ปุ่น…

llนักเขียนใหม่ อัศศิริ ธรรมโชติ ไม่ได้ห่างหายไปไหน ผลิตงานล่าสุด…“หลายๆ ครั้งในชีวิต” …คนรับเป็นคนแรกคืออดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ บูรพา อารัมภีร แบ่งกันอ่านกับภรรยาสุดรักนักเขียนใหญ่อีกคน…ญาดา อารัมภีร…

ll ปกติต้องคว้า“ข้าวต้มมัด”เลื่องชื่อของเลานจ์บางกอกแอร์เวย์สทุกครั้งเมื่อบินไปบัลวี เชียงใหม่…ช่วงเทศกาล พญ.ลลิตาธีระสิริ คว้า“ขนมปังขิงรูปตุ๊กตา”ชิมแทนแล้วติดใจ…เลยช่วยเผยแพร่ลง FB ที่คุณหมอมีแฟนติดตามพอสมควร…

ll ปีหน้าต้องช่วยกันถือ“ถุงผ้า”…Unicef ออกแบบสวยเท่น่าถือ…หากบริจาคกล่องช่วยชีวิต 2 กล่อง (กล่องละ 999 บาท) จะได้“ถุงผ้า”1 ใบ…สนใติดต่อ Web ของ Unicef…ได้ทั้งลด“โลกร้อน”และช่วย“เด็ก” อ่อนแอ…ll

ภิญญ์สิรี

‘บอดี้ โกลฟ’แอคทีฟแวร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์และสีสัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

‘บอดี้ โกลฟ’แอคทีฟแวร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์และสีสัน

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สร้างความสนุกให้กับทุกไลฟ์สไตล์ผ่านชุดแอคทีฟแวร์ดีไซน์สวยได้ทุกวันกับแบรนด์ “บอดี้ โกลฟ”(Body Glove) ที่มีต้นกำเนิดจากการคิดค้นเวทสูทหรือชุดดำน้ำรายแรกของโลก ในปี ค.ศ. 1953 ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยผสมผสานความเป็นสตรีทแวร์และสปอร์ตแวร์ได้อย่างลงตัวสามารถสร้างสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างไม่ซ้ำใคร ภายใต้การบริหารของ ดลนภา ธรรมวัฒนะ ผู้อำนวยการสายงานบริหารการตลาดและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ล่าสุด เปิดตัวคอลเลคชั่นวินเทอร์ 2019 นี้ “แบล็คไลท์” (Blacklight) และ “นีออน ไนท์” (Neon Nights) ที่โดดเด่นขึ้นด้วยสีสันอันสดใส เพิ่มลูกเล่นให้กับการแต่งกาย โดยมีแรงบันดาลใจหลักมาจากความสนุกสนานของลีลาและท่วงท่าจากการเต้นสุดเร้าใจ

ดลนภา ธรรมวัฒนะ ผู้อำนวยการสายงานบริหารการตลาดและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลคชั่นนี้ว่า “เพราะเราคิดว่าสีสันและเส้นสายจะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับทุกการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ซึ่งคอลเลคชั่นวินเทอร์ 2019 นี้ เราได้ออกแบบชุดแอคทีฟแวร์ ที่นำแนวคิดมาจากความสนุกสุดมันในการโยกย้ายร่างกายตามจังหวะดนตรี ถ่ายทอดผ่านชุดที่มีงานดีไซน์ที่คำนึงถึงคุณภาพและความสวยงามเป็นหัวใจหลัก โดยชุดของเราถักทอมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) และสแปนเด็กซ์ (Spandex)ที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและให้สัมผัสที่นุ่ม สวมใส่สบาย รวมไปถึงดีไซน์ที่ออกแบบให้มีสีสันอันหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อว่าเฉดสีเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกให้ชีวิตประจำวันของเรานั้นมีความสนุกสนาน ไม่ซ้ำซากจำเจ แต่เราก็คงโทนสีคลาสสิกอย่างขาวและดำไว้ เพื่อให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่”

สำหรับคอลเลคชั่นประจำฤดูกาลวินเทอร์ 2019 แบรนด์ “บอดี้ โกลฟ” แนะนำ 2 คอลเลคชั่นที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่หยิบลูกเล่นของสีสันมารังสรรค์เป็นชุดแอคทีฟแวร์สุดเท่ ได้แก่คอลเลคชั่น “แบล็คไลท์” (Blacklight) ที่นำคู่สีคลาสสิกอย่างสีดำและสีขาวมาดีไซน์ให้ชุดดูมีความสมาร์ทและทะมัดทะแมง โดยมีชิ้นเด่น อาทิ เสื้อแจ๊กเกตบอมเบอร์ผ้าผสม สีดำล้วน แต่งสกรีนชื่อแบรนด์บริเวณแขนเสื้อเพิ่มลูกเล่น ถัดมาที่เสื้อแจ๊กเกตคอจีนแต่งลายทางแนวตั้งสีดำตัดสลับกับสีขาวเพิ่มความน่าค้นหา ต่อมาที่เสื้อฮู้ดดี้แขนยาวแต่งแถบแขนเสื้อ และเสื้อฮู้ดดี้แขนสั้นสีดำเข้มสกรีนโลโก้แบรนด์บริเวณหน้าอกให้ลุคสุดเท่ ยังมีเสื้อยืดหลากหลายสไตล์ที่หยิบสีดำและสีขาวมาผสมผสานให้มีลวดลายที่โดนใจหนุ่มสาว สามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เข้าคู่กับกางเกงจ๊อกเกอร์ดีไซน์สปอร์ตสีดำและสีเทาเข้มได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ชุดเด่นสำหรับผู้หญิงคือ ฮู้ดดี้เดรสตัวยาวสีเข้มสกรีนโลโก้แต่งบริเวณแขนเสื้อเพิ่มความเท่ กางเกงจ๊อกเกอร์และกางเกงเลกกิ้งที่ผลิตจากผ้าคอตตอนผสมกับผ้าโพลีเอสเตอร์ และผ้าสแปนเด็กซ์เหมาะกับการสวมใส่ออกกำลังกายเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่

และอีกหนึ่งคอลเลคชั่นคือ “นีออน ไนท์” (Neon Nights) ชุดแอคทีฟแวร์สีนีออนสด ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบการแต่งตัวด้วยชุดที่มีสีสันสดใส ผ่านการเลือกจับคู่สีที่เหมาะสำหรับหนุ่มสาว ได้แก่ คู่สีเขียวมะนาวกับสีฟ้าสำหรับผู้ชาย และคู่สีชมพูฟิวเซียกับสีส้มนีออนสำหรับผู้หญิง รังสรรค์ชุดผ่านงานดีไซน์เพิ่มความโดดเด่นทั้งการสกรีนตัวอักษรให้สีสันสดใสลงบนชุดที่มีโครงร่างที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ๊กเกตบอมเบอร์ผ้าผสม เสื้อยืดผ้าเนื้อนุ่ม กางเกงจ๊อกเกอร์ และกางเกงเลกกิ้งผ้าโพลีเอสเตอร์ ผสมกับผ้าสแปนเด็กซ์ พร้อมการตกแต่งแถบคู่สีลงบนชุด อาทิ เสื้อฮู้ดดี้และเสื้อแจ๊กเกตแต่งแถบสีบริเวณแขนเสื้อเพิ่มดีเทล และกางเกงจ๊อกเกอร์แต่งแถบสีบริเวณด้านข้างลำตัว นอกจากนี้ยังมีชิ้นเด่นสำหรับผู้หญิงคือ กระโปรงพลีทสีดำแต่งแถบสีสันเพิ่มลูกเล่นดูน่าสนใจและฮู้ดดี้เดรสตัวยาวแต่งสกรีนอักษรสีสวยช่วยทำให้ลุคดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ดลนภา ธรรมวัฒนะ 

พบแบรนด์ “บอดี้ โกลฟ”(Body Glove) ได้แล้ว ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงสามารถสั่งซื้อและอัพเดทเทรนด์เสื้อผ้าใหม่ๆ ได้ทางเว็บไซต์ www.bgt4u.com หรือInbox ผ่านทาง FB : Body GloveThailand, IG : bodygloveth และ Line :@bodygloveth

สยามพารากอน เวิลด์ เมจิคัล เคานท์ดาวน์ 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462761

สยามพารากอน เวิลด์ เมจิคัล เคานท์ดาวน์ 2020

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เพื่อให้ปลายปีของทุกคนเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สยามพารากอนเวิลด์ เมจิคัล เคานท์ดาวน์ 2020” (Siam Paragon World Magical Countdown 2020) เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง มอบความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับไปกับโลกแห่งจินตนาการสุดมหัศจรรย์ แสนตระการตา ร่วมสนับสนุนมอบความสุขสุดมหัศจรรย์โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสายการบินอีวีเอ(EVA Air)

“สยามพารากอน เวิลด์ เมจิคัล เคานฺท์ดาวน์ 2020” คือหนึ่งในกิจกรรมที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อมอบความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการเนรมิตไฟประดับประดา พร้อมด้วยผลงานอาร์ตอินสตอลเลชั่นปราสาทจากเทพนิยายที่ได้รับการสร้างสรรค์ให้เข้ากับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง มีรูปทรงราวกับต้นคริสต์มาสตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข รวมถึงอุโมงค์ไฟ “เดอะ เมจิคัล เทล”ส่องแสงเปล่งประกายระยิบระยับแวววาวให้ทุกคนได้มาร่วมถ่ายภาพสุดประทับใจ เสมือนหนึ่งอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย

นอกจากนี้ ยังมีเอนเตอร์เทนเมนต์โชว์พิเศษส่งตรงจากนานาชาติ ทั้ง ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน ชิลี พาเหรดกันมาสลับสับเปลี่ยนมอบความสุข อาทิ โชว์กองทัพหมีไฟตัวยักษ์สุดยิ่งใหญ่จากฝรั่งเศสของคณะ “เกิล ดูร์ส” (Gueule d’Ours) หรือเหล่าไดโนเสาร์สีสันคัลเลอร์ฟูลสูงกว่า4 เมตร ยาวเกือบ 5 เมตรจากประเทศสเปนของคณะ “แทรปส์” (Traps) ที่มาร่วมมอบความสุขแบบยกฝูง ทั้งหมดสามารถชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายทุกวัน ณ พาร์ค พารากอนศูนย์การค้าสยามพารากอน

พิเศษสุดวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคมนี้ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ขยายเวลาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30-24.00 น. และเชิญร่วมบันทึกความทรงจำแห่งความสุข ในวันสุดท้ายของปี ด้วยความบันเทิงแบบแสงสีเสียงสุดอลังการ เพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพผลงานอาร์ต อินสตอลเลชั่นปราสาทแห่งเทพนิยายรูปทรงต้นคริสต์มาส และอุโมงค์ไฟคริสตัล “เมจิคัล เทล” สุดตระการ พร้อมชมการแสดงแบบนอนสต๊อป เปิดประเดิมด้วยพาเหรดโชว์ส่งตรงจากต่างประเทศต่อด้วยคอนเสิร์ตสุดมันจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง 4 โพดำ โดย กัน/ แก้ม /ตั้ม / โดม, ปาล์มมี่, เดอะทอยส์ The Toys, โจอี้บอย และเจ-เจตริน ควงคู่มาแร็ปกับเจ้านาย พร้อมปิดท้ายความสนุกสุดมันชวนกันมาออกสเต็ปแบบข้ามปีด้วยเพลงมิกซ์จาก “ดีเจ Hello Kitty” บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาเปิดฟลอร์ความคิวท์ Have Fun กันแบบไม่มียั้ง ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ พาร์ค พารากอนชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ชาโตว์ มาร์โกซ์ ไวน์ดินเนอร์สุดหรู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462754

news_default

ชาโตว์ มาร์โกซ์ ไวน์ดินเนอร์สุดหรู

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ นำโดยมร.เซิร์จ ไซเปอร์ รองผู้จัดการใหญ่ ร่วมกับเดอะ ไวน์ เมอร์แชนท์จัดงานชาโตว์ มาร์โกซ์ (Chateau Margaux)ไวน์ดินเนอร์สุดหรู ณ เดอะ ล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้เนรมิตค่ำคืนอันแสนประทับใจให้แขกผู้มีเกียรติและผู้ที่ชื่นชอบไวน์ได้สัมผัสประสบการณ์อิ่มอร่อยและเพลิดเพลินกับอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษ 5 คอร์ส ที่เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟของโรงแรมฯ บรรจงรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่องานไวน์ดินเนอร์ ครั้งนี้โดยเฉพาะพร้อมดื่มด่ำกับไวน์คุณภาพชั้นเลิศจาก ชาโตว์ มาร์โกซ์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์บอร์โดซ์ ระดับแถวหน้าของโลก รวมถึงได้รับเกียรติจาก มร.ออเรเลียนวาลองซ์ รองกรรมการผู้จัดการ ชาโตว์ มาร์โกซ์ บินตรงจากประเทศฝรั่งเศสมาเป็นวิทยากรรับเชิญเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องไวน์และต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองอีกด้วย

ศิลปินดาวรุ่ง ‘อะโนะ’ แสดงนิทรรศการเดี่ยวในต่างแดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462758

ศิลปินดาวรุ่ง ‘อะโนะ’ แสดงนิทรรศการเดี่ยวในต่างแดน

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อะโนะ-อโณทัย นิรุตติเมธี กับผลงาน “ANO›s Wonder Horror Land”

ที่สุดแห่งความฝันของศิลปินทุกคน คงหนีไม่พ้นการได้เห็นผลงานที่วาดด้วยหัวใจมีโอกาสเฉิดฉายให้คนรักศิลปะไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของโลกได้ชื่นชม เช่นเดียวกับศิลปินสายสตรีทอาร์ต “เนะ” อโณทัย นิรุตติเมธีหรือที่คนในวงการศิลปะคุ้นหูในชื่อ “อะโนะ”(ANO) อีกหนึ่งศิลปินดาวรุ่งเจ้าของลายเส้นแบบ Doodle Art ที่ภายใต้ลายเส้นที่ดูเหมือนว่าจะไร้แบบแผน ทว่าได้ฝากเรื่องราวและเปลี่ยนให้วันร้ายๆบนโลกที่เคยหม่นหมอง แลดูสดใสขึ้นทันตามาแล้วมากมาย

จากจุดเริ่มต้นของการเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ นักวาดภาพผนัง และประสบความสำเร็จเกินคาดจากนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่มีชื่อว่า “ANO›s Wonder Horror Land”และได้ร่วมงานออกแบบกับแบรนด์ดังมากมายตลอดเส้นทางสายศิลปะ ล่าสุดในนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 “Sweet HOME Sweet” ซึ่งเธอตอบรับคำเชิญจาก Luxbite คาเฟ่ชื่อดังของเมืองเมลเบิร์นในประเทศออสเตรเลีย ในการเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้แปลงโฉมคาเฟ่แห่งนี้ให้เป็นอาร์ตแกลเลอรี่ขนาดย่อม โดยนำผลงานภาพวาดทั้ง 9 ชิ้นที่สนุกสนาน มีความเป็นเด็ก และสอดแทรกแนวคิดการมองโลกในแง่บวกที่ได้รับการปลูกฝังมาจากพ่อและแม่ตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งที่เธอได้ใช้ชีวิตอยู่ที่มหานครแห่งนี้เกือบ 8 ปีเต็ม ผ่านลายเส้นแบบ Surreal และสีสันสดใส

“เมลเบิร์น เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ที่เนะได้มาเรียนและใช้ชีวิต การกลับมาแสดงงานนิทรรศการที่เมลเบิร์นครั้งนี้ จึงเหมือนเป็น Home Coming ที่ชวนให้นึกถึงหลากหลายเรื่องราวที่ในเวลานั้น อาจมองเป็นเรื่องเล็กน้อยแสนธรรมดา แต่เมื่อมองย้อนไปกลับกลายเป็นว่า ความทรงจำเหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวดีๆ ที่มีทั้งความสนุกสนาน ความตื่นเต้น และการผจญภัยที่ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้ง ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ต่างจากความสุขเวลาที่ได้ตักขนมหวานแสนอร่อยเข้าปาก นี่จึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เนะเลือกใช้ขนมหวานมาเป็นกิมมิคในการถ่ายทอดความคิด เชื่อว่านิทรรศการครั้งนี้จะไปแตะความรู้สึก “สุข” ที่อยู่ลึกๆ ภายในใจของคนที่เคยใช้ชีวิตต่างแดน”

นอกเหนือจากคาแร็กเตอร์คุ้นตาอย่างเจ้าตาเดียวมีปีกอย่าง ANO (อะโนะ) และเด็กหญิงผมสั้นอย่าง Lulu (ลูลู่) ในนิทรรศการครั้งล่าสุดนี้ เธอได้เพิ่มคาแร็กเตอร์ใหม่อย่าง Bambit (แบมบิท) หรือ Lulu ที่แต่งตัวเป็นกระต่าย มีหลายอารมณ์ ทั้งมีความสุขโกรธ และสับสน เพื่อเป็นตัวแทนของมนุษย์ที่บางครั้งก็อยากหลีกหนีจากความเป็นตัวเองสักพัก นอกจากนี้ ยังเลือกใช้วัสดุหลากหลายมากขึ้น เช่น กลิตเตอร์ ขนสังเคราะห์ ฯลฯ ในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อช่วยสร้างมิติให้แก่ชิ้นงานมากขึ้น

ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ดวงตาเพื่อเสพงานศิลป์บนผืนผ้าแคนวาสเท่านั้น แต่ผลงานของเนะยังชิมได้ โดย เบอร์นาร์ด ชู (Bernard Chu)ผู้เชี่ยวชาญด้านของหวานของ LuxBite ได้รังสรรค์เค้ก ANO X LuxBite เค้กชิฟฟอนสปันจ์ มาสคาโปเน่ครีมรสชาไทย พร้อมไข่มุกกรอบรสสตรอว์เบอร์รี่ และมาร์ชแมลโลวลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ได้แรงบันดาลใจจาก“อะโนะ” ราวกับการได้ชิมเค้กชิ้นนี้จะพาเราย้อนกลับไปสู่ความทรงจำอันแสนหวานของเธอนั่นเอง

ด้วยความเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกมาตั้งแต่เด็กและมีความเชื่อที่ว่าการทำอะไรผิดพลาดอาจนำไปสู่ไอเดียใหม่ๆ ได้ ทำให้เนะมีความกล้าและมีพลังที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อยู่เสมอ

“คุณพ่อปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า คนเราไม่จำเป็นต้องจริงจังกับชีวิตจนเป็นทุกข์แต่ต้องรู้จักหาความสุขให้ชีวิต พอโตมาเนะก็เริ่มศึกษาธรรมะที่สอนให้โฟกัสกับปัจจุบัน เวลามีเรื่องอะไรเข้ามากระทบต้องตัดให้เร็วแม้จะยังทำไม่ได้ 100% แต่ก็พยายามฝึกตลอด อย่างน้อยทุกครั้งที่ออกจากบ้านเนะจะสังเกตคนรอบตัว เวลาเห็นคนที่อยู่ในสภาวะที่ลำบากกว่า มันทำให้เนะบอกตัวเองว่าเราต้องก้าวผ่านเรื่องที่เราคิดว่าเลวร้ายไปให้ได้ เพราะบางครั้งถ้าเทียบกับคนอื่นๆ แล้วเรื่องของเราอาจกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย”

“เนะ”หรือ ANO (อะโนะ) สำเร็จการศึกษาทั้งปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัย Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในสาขา Communication Art and Design ผลงานของเนะส่วนใหญ่จะวาดบนกำแพงและเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการวาดสไตล์ Doodle Art คือการวาดไปแบบใช้จินตนาการไปเรื่อยๆ โดยการปล่อยจิตให้ว่าง ผสมผสานกับกลิ่นอายของศิลปะแนว Surrealism (ศิลปะลัทธิเหนือจริง)และด้วยลายเส้นที่น่ารัก สนุกสดใสเป็นเอกลักษณ์ งานของ เนะผู้คนจึงเห็นและเริ่มจดจำได้ถึงสไตล์ของเธอ และเธอเชื่อว่า“ข้อผิดพลาดสามารถนำไปสู่ไอเดียใหม่” ลายเส้นงานของเนะนั้น จึงสามารถขีดเขียนออกมาอย่างมั่นใจ มีพลัง และสนุก นอกจากนี้ เธอยังเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงบันเทิงอีกด้วย

ปี 2561 ที่ผ่านมา เนะมีผลงานออกแบบร่วมกับหลากหลายแบรนด์ชั้นนำตลอดจนองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Kiehl›s, New balance, ตาวิเศษไปจนถึงการใช้คาแร็กเตอร์แสนน่ารักชุบชีวิตกระถางต้นไม้ในโครงการ ChulaArt Town บริเวณสยามสแควร์ให้ดูสดใส รวมถึงการได้เป็นศิลปินไทยเพียงคนเดียวที่ได้นำผลงานไปโชว์ในองค์กรไวลด์เอด (WildAid) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ผลักดันไม่ให้มีการฆ่าสัตว์เพื่อการค้า โดยนำภาพไปประมูลหารายได้เข้าองค์กร นับว่าเป็นความน่าภาคภูมิใจของศิลปินไทย

ดร.คฑา ชินบัญชร เปิดทริปรับพลังบวก รักษ์โลก ลดขยะ สะสมบุญ ที่สมุทรสงคราม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462755

news_default

ดร.คฑา ชินบัญชร เปิดทริปรับพลังบวก รักษ์โลก ลดขยะ สะสมบุญ ที่สมุทรสงคราม

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำโดย วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ดร.คฑาชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์ของโครงการ“เที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ดร.คฑา ชินบัญชร”เนื่องในโอกาสฉลอง 60 ปีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี 2563 จัดทริปเปิดเส้นทางรับพลังบวก ทริปแรกไหว้พระขอพรส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ณ วัดบางกะพ้อม พร้อมเที่ยวชุมชนเด่นแบบรักษ์โลกของจังหวัดสมุทรสงคราม วันที่ 28-29 ธันวาคม 2562

วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ในปีพ.ศ.2563 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะครบรอบ 60 ปี จึงร่วมมือกับพันธมิตรจัดทำโครงการ “เที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ดร.คฑา ชินบัญชร” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวมิติใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวไทยรับพลังบวก รักษ์โลก ลดขยะ สะสมบุญ” ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบของรัฐบาล โดยมี ดร.คฑา ชินบัญชร เป็นพรีเซ็นเตอร์ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย เพื่อรับพลังบวกจากศาสนสถาน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนใกล้เคียงเพื่อชูเอกลักษณ์วิถีไทยที่ทรงเสน่ห์ กระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนท้องถิ่น และพิเศษกว่าทุกๆ โครงการ ที่จะผลักดันให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์สร้างพลังบวกให้กับสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมที่ ดร.คฑา ชินบัญชร จะนำร่องไปปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปเยือนและมีกิจกรรมทำถุงผ้าลดโลกร้อนด้วยตนเอง เมื่อเวลาไปท่องเที่ยวหรือจับจ่ายใช้สอย จะได้นำถุงผ้าที่ตัวเองทำขึ้นไปใส่สินค้าต่างๆ ลดการใช้พลาสติก

ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์ของโครงการ กล่าวว่า ทริปแรกรับพลังบวกที่วัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสงครามนั้นเหมาะกับผู้ที่เกิดในราศีพิจิก (16 พ.ย-15 ธ.ค.) เราจะพาไปรับพลังบวกธาตุน้ำริมสายน้ำแม่กลอง สักการะรูปหล่อหลวงพ่อคงองค์ใหญ่ ณ วิหารริมน้ำ ให้การงานมั่นคง ธุรกิจก้าวหน้า และบูชาหนุมานอุ้มดวง ให้บริวารมีความจงรักภักดี มีไหวพริบปฏิภาณ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ยอดเยี่ยม ทำงานสำเร็จลุล่วง นอกจากนี้ ในทริปยังพา เยี่ยมชมโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำบางน้อย และพิพิธภัณฑ์บ้านขนมไทย อีกด้วย

“อยากเชิญชวนให้ทุกคนได้เดินทางเพิ่มเติมพลังบวกเพิ่มเติมพลังแห่งความสุข ทั้งทางกายและทางใจ จากศาสนสถาน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศเพิ่มพลังให้กับชีวิตภายใต้อิทธิพลของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนใกล้เคียงช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวและเคล็ดลับการไหว้ขอพรสำหรับทุกราศี สามารถติดตามได้ที่ www.เที่ยวไทยรับพลังบวก.com”

แสดงไฟประดับสุดอลังการ ณ สัทธา อุทยานไทย NaSatta Light Festival‘แรงบันดาลใจ 2019’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462763

แสดงไฟประดับสุดอลังการ ณ สัทธา อุทยานไทย NaSatta Light Festival‘แรงบันดาลใจ 2019’

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มาร่วมสนุกสนาน เบิกบาน รับแรงบันดาลใจกับเทศกาลแห่งความสุขที่จะรอให้คุณมาเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งกลางวันและกลางคืนพร้อมการแสดงและกิจกรรมมากมายที่ NaSatta Light Festival“แรงบันดาลใจ 2019” ณ สัทธา อุทยานไทยอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว ณ สัทธา อุทยานไทย อ.บางแพ จ.ราชบุรี ชวนนักท่องเที่ยวร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ในกิจกรรมพิเศษ NaSatta Light Festival “แรงบันดาลใจ2019”งานจัดแสดงไฟประดับสุดอลังการภายใต้แนวคิด “แสงศรัทธาสู่แรงบันดาลใจมหัศจรรย์แห่งชีวิต”นำเสนอความงดงามของการจัดแสดงกว่าล้านดวง ด้วยเทคนิคProjector Mapping, Interactive Light Art และ Interactive Display เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประสบการณ์ Illumination Art อย่างตระการตา พร้อมชมการแสดงและกิจกรรมมากมาย โดยจัดกิจกรรมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในเดือนธันวาคม 2562 จนถึงวันที่ 1, 4-5 มกราคม 2563 โดยการเข้าชมแบ่งเป็น2 รอบ คือ รอบกลางวัน 08.30-17.00 น.และรอบกลางคืน (งานจัดแสดงไฟประดับ) 18.00-22.00 น.

กิจกรรมกลางวันตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. จะมีมุมถ่ายภาพกับสถานที่ที่ตกแต่งพิเศษต้อนรับความเบิกบานในเทศกาลปีใหม่ สวยงามทั้งอุทยาน พร้อมจัดดอกไม้ไหว้พระขอพรปีใหม่ที่โซน ณ สัทธาปฏิมา 3 สมัย ยังมีกิจกรรม Workshops สร้างสรรค์ ความเบิกบาน ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตลอดเดือนธันวาคม 2562 และมกราคม 2563 อาทิ ปั้นลูกชุบ, ระบายสีร่ม,ระบายสีโอ่ง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีงานสาธิตศิลปหัตถกรรมขนมไทย จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สินค้าจากวัสดุทางธรรมชาติที่หลากหลายเต็มไปด้วยสินค้าท้องถิ่นของชุมชนต่างๆ ในจังหวัดราชบุรี อีกทั้งยังมีการแสดงจากทีมศรศิลป์นาฏมวยไทยจาก รร.วัดน้ำพุ ที่การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ “นาฏมวยไทยอีซูซุ” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก รร.บางแพปฐมพิทยา (อาทิ การแสดงระบำไก่ชน การแสดง 4 ภาค)สามารถเลือกชิมอาหาร ของดีของอร่อยขึ้นชื่อในจังหวัดราชบุรี ที่รอให้ทุกคนมาลิ้มลอง

ส่วนกิจกรรมกลางคืน ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ชมความงดงามของการจัดแสดงไฟประดับกว่าล้านดวงที่จะทำให้อุทยานสว่างไสว สวยงามในยามค่ำคืน ด้วยเทคนิค Projector Mapping,Interactive Light Art และ Interactive Display กับการจัดแสดงไฟประดับให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประสบการณ์ Illumination Art อย่างตระการตา พร้อมกับจัดดอกไม้ไหว้พระขอพรปีใหม่ ที่โซน ณ สัทธาปฏิมา 3 สมัยและเลือกซื้อสินค้าและชิมอาหาร ของดีของอร่อยราชบุรีที่ไม่ควรพลาด และชมการแสดงจากศิลปิน “ก้อง-สหรัถ” คืนวันที่ 28ธันวาคม 2562 และ “ศุ บุญเลี้ยง” คืนวันที่29 ธันวาคม 2562 พร้อมทั้งฟังเพลงเพราะๆชิลๆ จากวง pastel season นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมลุ้นโชคมหาสนุกและกิจกรรมรื่นเริงอื่นๆ ลุ้นรับของรางวัลมากมายอีกด้วย

ร่วมสัมผัสเทศกาลแห่งความสุขและความเบิกบานทั้งกลางวันและกลางคืนพร้อมกับกิจกรรมพิเศษมากมายที่ไม่ควรพลาดมุมถ่ายรูปสุดตระการตาให้คุณได้แชะ โพสต์ แชร์ และอิ่มอร่อยกับอาหารละลานตาในงานเดียว ได้ ช้อป ชิม ชิลแบบอิ่มหน่ำสำราญใจกันสามารถจองบัตรได้ทาง LINE@ : @nasatta และ Inbox Fanpage : nasatta.thai บัตรเข้าชมราคาเริ่มต้นสำหรับเด็ก 250 บาท และผู้ใหญ่ 350 บาท สอบถามเพิ่มเติมโทร.032-3833333 http://www.nasatta.com, Facebook : Nasatta_thai, Line : @nasatta, Instragram: nasatta_thai, Twitter : @nasatta_thai, Youtube:NaSatta