จับโป๊ะ ธนาธร ปัดเอี่ยว แต่ออกหน้าชวนสาวกวิ่งไล่ลุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406758?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จับโป๊ะ ธนาธร ปัดเอี่ยว แต่ออกหน้าชวนสาวกวิ่งไล่ลุง

25 ธันวาคม 2562 – 17:57 น.
ธนาธร,วิ่งไล่ลุง,รองโฆษกพปชร,อ้น,จับโป๊ะ,ออกหน้า,ชวนสาวก,เครื่องมือต่อรอง,ยุบพรรค
เปิดอ่าน 143 ครั้ง

“อ้น” จับโป๊ะ “ธนาธร” ปัดเอี่ยว “วิ่งไล่ลุง” แต่ออกหน้าชวนสาวก เตือนหยุดหลอกใช้ยืมวัยรุ่นออกหน้าจัดงาน เอา ปชช.วิ่งปกป้องตนเอง ใช้การยุบพรรคเป็นเครื่องมือต่อรอง

เมื่อวันที่ 25 ะ.ค. 2562 – น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ “อ้น” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกมาทวิตข้อความชวนผู้ติดตามทวิตเตอร์ให้ร่วมกันชวนเพื่อนคนละ 5 คนร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายธนาธรได้บรรยายในหัวข้อก้าวต่อไปที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ระบุว่า “ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนอยู่เบื้องหลังงานวิ่งในวันที่ 12 ม.ค.ที่กำลังจะเกิดขึ้น” แต่สิ่งที่นายธนาธรทำในวันนี้ ทั้งการทวิตเชิญชวนผู้คนไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง การพูดในหลายเวที เช่น เวทีชุมนุมที่สกายวอล์ก หน้าหอศิลป์ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 62 และเวทีที่ จ.ยโสธร เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 62 โดยเชิญชวนคนอีสานให้ร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง การปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมนี้ แต่แสดงตนออกหน้าเชิญชวนอย่างเป็นทางการในหลายที่

“อยากตั้งข้อสังเกตว่า ที่นายธนาธรไม่กล้ายอมรับออกหน้าด้วยตนเองว่าเป็นผู้จัดงาน เพราะกลัวว่าจะไม่มีคนมาเข้าร่วม เนื่องจากรู้ทันว่าเป็นกิจกรรมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนายธนาธรเอง และต้องการผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงไม่ต้องการรับผิดชอบหากมีข้อผิดพลาดในการจัดงานหรือไม่ ดังนั้นนายธนาธรจึงต้องอ้างเยาวชนมาเป็นตัวแทนจัดงาน” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า นอกจากการทวิตข้อความเชิญชวนแล้ว การพูดในเวทีต่างๆ เช่น เมื่อครั้งจัดกิจกรรมที่สกายวอล์กว่า ถือเป็นการชิมลางส่วนของจริงเดือนหน้า ให้ไปซ้อมวิ่งซ้อมเดินได้เลย พยายามที่จะเชื่อมโยงกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงตลอด มาถึงตรงนี้ สิ่งที่นายธนาธรเปิดหน้าออกมา อาจมีความชัดเจนยิ่งกว่าอยู่เบื้องหลังเสียอีก ดังนั้นนายธนาธรควรหยุดยืมชื่อเยาวชนมาใช้บังหน้า หากเป็นผู้จัดงานจริงเพื่อป้องกันการปัดความรับผิดชอบให้เยาวชนที่อาจเกิดข้อผิดพลาดในการจัดงานดังกล่าว เพราะงานนี้มีนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ(ฟอร์ด) หนึ่งในเยาวชนที่เป็นผู้นำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้น เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เองและยังเป็นว่าที่ผู้สมัครกรรมการเครือข่ายคนรุ่นใหม่ สัดส่วนภาคกลางและเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย

“นายธนาธร ควรมีความจริงใจในการรับผิดชอบกิจกรรมดังกล่าว นายธนาธรไม่ควรอาศัยชื่อผู้อื่นเป็นตัวแทนจัดงานเพื่อเลี่ยงว่ากิจกรรมนั้นเป็นประเด็นของสังคม เพราะประชาชนทราบดีแล้วว่าความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่เป็นเพราะตัวของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ทำขึ้นเองทั้งนั้น รวมถึงหากต้องการให้ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยที่ไม่พอใจนายธนาธรจากที่ได้พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร มาร่วมงานดังกล่าว นายธนาธรควรสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่มายืมชื่อเยาวชนจัดงานและอ้างว่าตนเองไม่เกี่ยวข้อง”  น.ส.ทิพานัน กล่าว

รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ยังกล่าวเรียกร้องให้ผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงทบทวนในการออกหน้า หากเป็นตัวแทนผู้อื่น เพราะหากเกิดความผิดพลาดในการจัดงาน เช่น การทำงบประมาณ บัญชีรายรับรายจ่ายของการจัดกิจกรรม การเสียภาษี การขออนุญาตจัดกิจกรรมตามกฎหมาย อุบัติเหตุต่างๆ ผู้จัดกิจกรรมตัวจริงอาจปัดความรับผิดชอบว่าตนเองไม่เกี่ยวข้องได้ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อนายทัตเทพทำการจูบที่สภาและ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่อ้างว่าไม่รู้เห็น ทั้งนี้ประชาชนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะข้อมูลการจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่มีความชัดเจน

แรง…อนาคตใหม่ ชงตั้งกมธ.ศึกษากัญชาเพื่อสันทนาการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406757?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แรง…อนาคตใหม่ ชงตั้งกมธ.ศึกษากัญชาเพื่อสันทนาการ

25 ธันวาคม 2562 – 17:41 น.
เทพไท เสนพงศ์,กัญชา,อนาคตใหม่,เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
เปิดอ่าน 96 ครั้ง

อนาคตใหม่ ชงสภาฯ ตั้งกมธ.ฯ ศึกษาใช้กัญชาเพื่อสันทนาการคู่การแพทย์ ชี้เป็นช่องทางรัฐมีรายได้ หนุนให้รัฐกำกับ-จัดโซนนิ่งจังหวัดใช้กัญชาเพื่อพักผ่อน เทพไท ชงแก้

รัฐสภา   25 ธันวาคม 2562 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในที่ประชุม เข้าสู่วาระพิจารณากลุ่มญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษา การใช้ และแก้ปัญหา รวมถึงตรวจสอบผลกระทบการใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบ รวม  6 ญัตติ  ซึ่งช่วงแรก ที่ประชุมได้รับฟ้งส.ส.ที่เสนอญัตติได้อภิปรายนำเสนอรายละเอียด

ทั้งนี้นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ฐานะผู้นำเสนอญัตติให้ตั้งกมธ.พิจารณาศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชาในรูปแบบต่างๆ ในประเทศไทย อภิปรายว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่จะปลดล็อคเพื่อใช้ประโยชน์จากกัญชา ซึ่งทั่วโลกที่ทำธุรกิจกัญชา มีผลสำรวจเมื่อปี 2017 พบว่าทำมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านบาทต่อปี

ตนเชื่อว่าหากการปลดล็อคกัญชาเกิดขึ้น อาจทำให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ตามการวางแผนว่าจะใช้ประโยชน์เพื่อทางการแพทย์ หรือเพื่อสันทนาการ โดยตนมองว่าหากมีการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องให้ความรู้กับเกษตรกรด้วย  อย่างไรก็ตามตนสนับสนุนให้รัฐออกแบบและกลไกควบคุมกัญชา โดยพิจารณาโมเดลของต่างประเทศ และขอให้การพิจารณาปลดล็อคกัญชาเพื่อประชาชนทุกคนไม่ใช่เฉพาะนายทุนเท่านั้น

“การใช้ประโยชน์ทางแพทย์ ทั้งกัญชาและกัญชงซึ่งรัฐบาลเตรียมผลักดันนั้น ผมสงสัยว่าจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่ ส่วนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ เช่น สูบ เหมือนที่ต่างประเทศดำเนินการนั้นต้องพิจารณาโมเดลที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เช่น บางประเทศอนุญาตให้ใช้ และสกัดเพื่อเป็นวัตถุดิบประกอบการทำอาหาร หรือขนม หรือ เพื่อการทอ่เงที่ยว หากประเทศในอนาคตต้องการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ควรจัดโซนนิ่งเพื่อสันทนาการ เช่น จังหวัด หนองคาย หรือ จังหวัดเลยหรือ จังหวัดนครพนม เพื่อพักผ่อน และทำให้ถูกต้อง เพื่อรัฐจะได้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษี และได้รับประโยชน์จากการลดจำนวนนักโทษในเรือนจำกว่า 5,000 คนที่รับโทษเพราะมีกัญชาในครอบครอง” นายเท่าพิภพ อภิปราย

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะผู้เสนอญ้ตติให้สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ อภิปรายตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันพบว่าประชาชนใช้ใบกระท่อมเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความสดชื่นและความตื่นตัว ซึ่งแนวทางควรพิจารณาคือ การลดความเดือดร้อนของประชาชน ที่ถูกตำรวจจับเพราะครอบครองใบกระท่อม จำนวน 5-10 ใบ ต้องเสียค่าปรับ 10,000 บาท ทั้งนี้ชาวบ้านที่ถูกจับเป็นบุคคลที่หาเช้ากินค่ำ ดังนั้นกมธ.ฯ ที่จะตั้งขึ้นควรพิจารณาประเด็นดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบกับประชาชนด้วย

ช่อ เย้ยยุบ อนค.ไร้ผล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406753?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ช่อ เย้ยยุบ อนค.ไร้ผล

25 ธันวาคม 2562 – 17:21 น.
ช่อ,เย้ยยุบ อนค,ไร้ผล
เปิดอ่าน 174 ครั้ง

ช่อ เย้ยใบสั่งยุบอนาคตใหม่ไร้ผล ส.ส.ย้ายไปอยู่พรรคใหม่และสมาชิกไปสมัครพรรคใหม่ เหมือนว่า อนค.ยังคงอยู่ ปัด ปูดข่าว บิ๊กเเดง นายกรัฐมนตรีคนต่อไป

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษก อนค. กล่าวถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ไม่รับคำร้องพรรคอนาคตใหม่ ฟ้อง7กกต.เร่งรัดลงมติส่งศาลรัฐธรรมนูญในคดีถือหุ้นสื่อ ว่า เรื่องคดีต่างๆพรรคได้เตรียมการไว้เเล้วอย่างรัดกุม แต่ต้องยอมรับว่า เรื่องของการยุบพรรคไปไหนประชาชนก็ถาม และสมาชิกพรรคเราก็ถาม ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับทุกคน ว่า เรื่องการยุบพรรคไม่อยู่ในวิสัยที่เราจะตอบได้ เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

น.ส.พรรณิการ์  กล่าวต่อไปว่า  วันนี้สิ่งที่เราทำได้ คือ ทำความเข้าใจกับประชาชน และต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกว่า ไม่สามารถโอนย้ายสมาชิกพรรคไปพรรคใดได้อย่างเเน่นอน ต้องขอความกรุณาสมาชิกพรรคว่า หากถูกยุบพรรคคงต้องไปสมัครสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ นอกจากนี้ เรายังตอบประชาชนว่า จะต้องทำทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยส.ส.ไปอยู่พรรคใหม่ และสมาชิกไปสมัครสมาชิกพรรคใหม่ ทำให้เหมือนว่า พรรคอนาคตใหม่ยังคงอยู่

“จะทำให้ผู้มีอำนาจได้เห็นว่า การยุบพรรคไม่มีความหมายเพราะอนาคตใหม่ ไม่ใช่แค่พรรคที่มีผลทางกฎหมาย แต่เราคือคนทุกคนที่รวมตัวกันด้วยอุดมการณ์ และเมื่อมีการยกฟ้องไป วันนี้ประชาชนรู้สึกเหมือนว่า มีใบสั่งทางการเมือง อย่างไรหรือไม่ วันนี้ประชาชนก็ได้รับทราบ ทั้งนี้ เมื่อศาลไม่รับฟ้อง เราก็คงจะดำเนินการอะไรไม่ได้ ” โฆษกพรรคอนาคตใหม่

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์  มีการให้ข่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก   โฆษกพรรคอนาคตใหม่  กล่าวว่า เพราะประชาชนเข้าใจว่า ไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ รอเพียงเปลี่ยนนายกฯประเทศก็จะดีขึ้นได้ ตนจึงบอกประชาชนว่าไม่จริงเสียทีเดียว แค่ได้นายกฯที่ดีมีความสามารถ เเน่นอนว่าประเทศจะดีกว่านี้เเน่ แต่ปัญหาคือนายกรัฐมนตรีที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างเเท้จริง ไม่สามารถได้มาโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีส.ว.250 คน ซึ่งมีวาระ5ปี คอยเลือกนายกฯอยู่ ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ดำรงตำเเหน่งจนครบ4 ปี ส.ว.ก็เลือกนายกฯกลับมาได้อีก ในสภาพการณ์นี้ทำให้การจัดวางตัวนายกฯคนต่อไปเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และเป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจของ คสช.เนื่องจากรัฐธรรมนูญนี้เป็นมรดกของ คสช.

เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองมองว่า เป็นการพูดเพื่อสร้างความขัดเเย้ง น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า ความขัดเเย้งเกิดขึ้นจากการไม่ยอมให้อำนาจอยู่ในมือประชาชน พยายามจะยึดตัวเองอยู่ในอำนาจตลอดไป นี่ต่างหากคือความขัดเเย้งจริงๆ เป็นแบบนี้มา5ปีกว่าเเล้ว ในรูปแบบของรัฐบาลเผด็จการ เเม้วันนี้พยายามจะบอกโลกว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราเหมือนสิ่งที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ลองถามตัวเองดู.

ธนาธร ระทึกรับปีใหม่ ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406726?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนาธร ระทึกรับปีใหม่ ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง

25 ธันวาคม 2562 – 16:17 น.
ระทึกรับปีใหม่,ธนาธร,ศาลรธน,ล้มล้างการปกครอง,ปิยบุตร,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 345 ครั้ง

ศาลรธน.ชี้หลักฐานคดี อนค.ใช้เสรีภาพ ล้มล้างการปกครองเพียงพอแล้ว นัดอ่านคำวินิจฉัย 21ม.ค.นี้ “ธนาธร-ปิยบุตร” ระทึกลุ้นคำพิพากษา พร้อมรับคำร้อง คดีให้พรรคกู้เงิน

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยศาลได้พิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า เป็นกรณีที่คณะกรรมการ กกต.กล่าวอ้างว่าผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งบัญญัติว่า “ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

เมื่อ กกต. (ผู้ร้อง) มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้องได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมแจ้งให้ กกต.(ผู้ร้อง) ทราบ และส่งสำเนาคำร้องให้พรรคอนาคตใหม่ (ผู้ถูกร้อง) ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่

โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ในคดีนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ ตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันอังคารที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 11.30 น. ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ

 

นายกฯกลัวคุกทำอะไรต้องระวัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406730?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯกลัวคุกทำอะไรต้องระวัง

25 ธันวาคม 2562 – 16:15 น.
นายกฯ,กลัวคุก,ชัยภูมิ,ตรวจเยี่ยมประชาชน,ลงพื้นที่
เปิดอ่าน 113 ครั้ง

บิ๊กตู่ เผย ต้องทำงานให้ได้ประชาชนเลือกมา ถ้าเลือกไม่ดีคงไม่ได้ยืนตรงนี้ รับกลัวคุกทำอะไรต้องระวัง เมินพวกหาว่าบ้าอำนาจ แช่งสื่อตั้งฉายาขอให้ปวดท้อง

25 ธันวาคม 2562  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ หมายเลข 31525 ก่อนใช้รถตู้อัลพาร์ดสีขาว ทะเบียน กจ 2987 ชัยภูมิ เดินทางมายังไร่กุดจอก (ไร่อ้อย) อ.ภูเขียว

ทั้งนี้เพื่อพบปะประชาชนประมาณ 5,000 คนคนและตรวจเยี่ยมการตัดอ้อย  สางใบอ้อย และเก็บใบอ้อย ด้วยวิธีการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ (Modern Farm) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างยั่งยืนจากองค์ความรู้ที่ได้มีการนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย เสริมประสิทธิภาพในการทำไร่อ้อยและลดการเผาอ้อยและลดค่า PM2.5

โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯได้ชมการแสดงฟ้อนรำในบทเพลง”ไร่อ้อยคอยรัก” ก่อนจะกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า รู้ว่าทุกคนรอนายกฯ มานาน นายกฯก็รอมาทั้งเดือนไม่ได้มาสักที แต่ก็ส่งใจมาให้ทุกวันได้รับกันหรือไม่ แต่วันนี้ตัวจริงมาแล้ว ที่เห็นพูดกันที่นั่นที่นี่เป็นตัวปลอม วันนี้ประชาชนจะมามากหรือมาน้อยก็ไม่เป็นไร ถือว่ามาพูดคุยกัน ใครไม่ได้มาก็ส่งใจให้กัน วันนี้เราทำงานร่วมกันแบบประชารัฐ ไม่ว่าพรรคไหนนี่คือพรรครัฐบาล ที่มีพรรคร่วมถึง 19 พรรครวมถึงพรรคเล็กพรรคน้อยต่าง ๆ แต่ทุกคนต้องทำงานให้ได้ เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกมา เมื่อประชาชนเลือกมาตนก็ต้องทำงานกับทุกคนให้ได้ เลือกยังไงก็ไม่รู้ทำให้นายกฯมายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าเลือกไม่ดีตนก็ไม่ได้มายืนตรงนี้ ใช่หรือไม่ เพราะคนเหล่านี้เป็นคนสนับสนุนตนและสนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยและคนไทยเท่าเทียมกันทุกอย่างในการจะทำอะไร แต่ขอให้เหมาะสมก็แล้วกันในการใช้ชีวิตของเรา

ทั้งนี้การปลูกอ้อยถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ แต่ก็มีการจุดไฟเผาทิ้ง วันนี้การเกษตรแบบดั้งเดิมอย่างไรก็ต้องเผา ดังนั้น ขอให้ช่วยกันลด PM2.5 ให้ได้ เพราะถือว่าอันตรายต่อสุขภาพ และเรากำลังเดินหน้าประเทศทำอย่างไรให้ประเทศของเราปลอดภัย รวมถึงการเกษตรก็ต้องทำให้ปลอดภัย เพราะโลกให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพ วันนี้โรคประจำตัวคนไทยมีทั้งโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน และโรคประสาท

เมื่อพูดถึงช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดหัวเราะ ก่อนกล่าวอีกว่า “โรคเครียด โรคประสาท ไม่ใช่บ้าหรอก มันเครียดไง ประสาทเสื่อมบ้าง โรคหลงลืม อัลไซเมอร์ต่างๆ เหล่านี้ ต้องศึกษาด้วยสุขภาพสำคัญ และการที่เราผ่านชีวิตมาถึงวันนี้ถือว่าเราอดทนมากที่สุดแล้ว ที่อยู่ในโลกใบนี้มาอย่างปลอดภัยแข็งแรงจนถึงทุกวันนี้”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากสุขภาพแล้วเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนก็สำคัญ รวมทั้งความสุขของสังคมและชุมชนที่ถือเป็นอาหารใจ หากไม่มีความสุขไม่มีอะไรกินและไม่มีอะไรใช้ก็ไม่มีความสุข โดยขอให้ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีมากใช้มากมีน้อยใช้น้อย ส่วนรัฐบาลก็เติมในส่วนอื่น เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำว่าไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการทำให้คนทุกกลุ่มได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันต้องทำให้ทุกคนมีความสุขตั้งแต่เด็กโตเป็นผู้ใหญ่จนตาย จึงต้องดูว่าเราสามารถให้ได้มากน้อยเท่าไหร่ ถ้าให้มากเกินไปก็จะไปไม่ถึงคนอื่น เป็นสิ่งที่ตนพยายามคิดทุกวันนี้ โดยต้องวางเป้าหมายว่าจะใช้งบประมาณลงไปที่ใดบ้าง เหมือนกำลังตัดเสื้อให้พอตัวมาตรการช่วยเหลือให้พอตัวตรงความต้องการประชาชนแต่ละพื้นที่

วันนี้อย่าให้อะไรมันร้อนขึ้นมาเลย อย่าให้อุณหภูมิมันร้อนขึ้นมากๆ ความขัดแย้งสูง ไปรับฟังเรื่องบางเรื่องแล้วปวดหัวโรคประสาทก็จะขึ้นอีก อย่าไปฟังมากนัก เอาเรื่องดี ๆ มาคุยกัน ปัญหามันต้องมีทางออกด้วยรัฐออกด้วยตัวเรา ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร ถ้าบอกว่ารัฐต้องทำนู่นต้องทำนี่ แล้วรัฐต้องทำด้วยอะไร ต้องทำด้วยกฎหมายและกฎระเบียบ ทำผิดๆถูกๆตามใจก็ติดคุก

“ผมกลัวคุกนะ ใครไม่กลัวล่ะ ดังนั้น ทำอะไรก็ต้องกลัวและต้องระมัดระวัง หลายคนบอกผมใช้อำนาจๆ ก็พูดไปเถอะ ถ้าใช้อำนาจจริงคงไม่มานั่งกันอยู่แบบนี้ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสว่าผมก็ได้จะด่าผมอะไรก็ได้ ผมก็เฉย แล้วอย่างนี้เหรอเผด็จการ ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน จะตั้งฉายาอะไรผมก็ตั้ง อยากตั้ง ตั้งไปให้คนตั้งปวดท้อง ผมไม่เป็นอะไรหรอก อย่าไปให้ความสำคัญ เรารู้อยู่ว่าเราทำอะไร เราต้องรู้ว่าทำอะไรอยู่ อะไรคือถูกอะไรคือผิดทุกคนรู้อยู่แล้ว ดังนั้น การฟังคำพูดอะไรบางทีเชื่อง่ายไปหรือเปล่า หรือเปิดโทรศัพท์ดูมันเชื่อได้หรือแบบนี้ ถ้าแบบนี้มันคงไม่เกิดเรื่องอื่น ๆ เช่นการหลอกลวง เรื่องใบ้หวยแล้วก็ไม่เคยถูก วันนี้ก็บอกให้เขาปิดทะเบียนรถไม่รู้ปิดหรือเปล่า เพราะถ้าไม่ถูกก็ด่านายกฯอีก ไม่รู้จะว่ายังไงคนไทย แต่ผมสนับสนุนไม่ได้อยู่แล้ว”

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้มาแบบนี้ ก็รักทุกกลุ่ม ไม่ว่าเขารักหรือไม่รักตนก็ตาม เพราะทุกคนเป็นคนไทย แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะเกิดหรือตายก็บนแผ่นดินนี้ ตนขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันตามแนวทางประชารัฐ และขอขอบคุณบริษัทมิตรผลที่ร่วมมือกับจ.ชัยภูมิ ในเรื่องอ้อยและน้ำตาล ถ้าทุกธุรกิจร่วมมือกันแบบนี้ เช่นไปช่วยกันขุดคลอง เดี๋ยวก็เรียบร้อยเอง เงินก้อนใหญ่ของรัฐบาลจะได้เอาไปทำอย่างอื่น ไม่ต้องมาเป็นเบี้ยหัวแตกและทำได้ช้า

นอกจากนั้น ตนอยากให้ทุกคนรู้จักการคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่นายกฯ มาก็เฮ แต่พอกลับไป อีกพวกหนึ่งมาก็ด่านายกฯ อีกรอบ อย่างนี้ถือว่าไม่ใช่ ต้องใคร่ครวญ นายกฯ พูดวันนี้เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ  4-5 ปีที่ผ่านมา เข้าสู่ปีที่ 6 รัฐบาลกำลังทำอะไร รู้หรือไม่ว่ารัฐบาลทำอะไรไป ถ้าไม่รู้ก็จบ ใครมายุแยงตะแคงรั่วมันก็เกลียดกันหมด แต่ตนไม่ได้เกลียดใครสักคน เป็นเรื่องธรรมชาติของสังคมที่ต้องเข้มแข็งมีภูมิต้านทาน มีความรู้คุณธรรมคู่กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ พูดมาถึงช่วงนี้ ได้ถามเด็กนักเรียนที่ฟังอยู่ว่า คิดในใจกันเป็นหรือไม่ 25 คูณ 25 ได้เท่าไหร่ ซึ่งเด็กนักเรียนตอบว่า 525 แต่นายกฯ เฉลยว่า 625 ก่อนจะกล่าวว่า ในต่างประเทศมีสูตรในการคิดคำนวณที่เร็วกว่าเครื่องคิดเลขอีก พร้อมระบุ “ก็พอเก่งอยู่เหมือนกันตอนเด็กๆ มีอีกหลายอย่าง เดี๋ยวจะหาว่าโม้ ผมโม้ไม่เป็น ทำงานดีกว่า ”

นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ให้กับประชาชนที่มีรายได้ต่ำว่า 1 แสนบาทต่อปีว่า รัฐบาลต้องหาเงินมาเติมให้ ตนเจอชาวบ้านบางคนก็บอกว่าเดือนละ 500 บาทที่ได้เขาอยู่ได้ เอาไว้ซื้อข้าว ซื้อกับ ไม่ใช่เป็นนโยบายประชานิยม มีคนบอกว่า อย่าไปรับเลยเสียชื่อจังหวัด จะไปกลัวอะไร ทั้งที่ข้าวก็ไม่มีจะกิน รัฐบาลต้องดูแลอย่างนี้ มากบ้างน้อยบ้าง ใครที่โกง ใครที่ไม่ยอมเพื่อที่จะได้บัตรนี้ เพราะบางคนไม่ได้อยากได้เงินแต่จะเอาบัตรไว้โชว์ ต้องเห็นใจคนที่เขาไม่มีจริง ๆ ด้วย

จากนั้นนายกฯ ได้ถามว่ามีนักการเมืองส.ส. คนไหนจะถามอะไรตนหรือไม่ ก่อนที่นายกฯ จะนึกขึ้นได้ว่ามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะกล่าวว่า หลายอย่างก็อย่างนี้ นี่คือประชาธิปไตยแล้ว เลือกตั้งเข้ามาก็เลือกมาแล้ว ส.ส.ก็มาเป็นรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ แล้วอะไรที่ยังเป็นประชาธิปไตยอีกหล่ะ สภาก็มี  กฎหมายก็ออกโดยสภา ซักถาม อภิปราย ตอบกระทู้ทุกวัน บางคนที่เป็นส.ส.ท่านไปถ่ายคลิปในกระทู้มา แล้วก็พูดข้างเดียว แต่เวลาเขาตอบ ท่านก็ไม่ได้รู้เรื่องว่าเขาว่าอย่างไร ต้องมีเหตุมีผล คราวหลังบอกเขานะ ถ้าเขาถ่ายทอดเวลาที่เขาพูด ให้ท่านเข้าใจว่า ได้พูดให้ชาวบ้านแล้ว แต่เขาไม่รับผิดชอบสิ่งที่รัฐบาลหรือสภาชี้แจง ว่าหรือทำอย่างไรไปบ้างแล้ว ท่านไม่เคยได้ยิน เชื่อตนสิ ตนจำเป็นต้องพูดเพราะเจอปัญหาอย่างนี้มาเยอะทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว ตนทำงานไม่ได้

ทั้งนี้ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่า ผมรักประเทศของผม ประชาชนของผม เวลาผมเห็นใครไม่รัก แล้วไม่ค่อยมีความสุข นอกจากนั้นนายกฯ ยังได้ถามประชาชน ว่า ใจสู้หรือเปล่า สู้ไปด้วยกัน สู้ไปกับนายกฯ

จดหมายลูกโซ่ 4.0 ธนาธร ปลุก วิ่งไล่ลุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406636?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จดหมายลูกโซ่ 4.0 ธนาธร ปลุก วิ่งไล่ลุง

25 ธันวาคม 2562 – 12:13 น.
ธนาธร,แท็กชื่อ,วิ่งไล่ลุง,จดหมายลูกโซ่ 40,แฮชแท็ก,ทวีต
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

เกมการเมืองล่าสุดของหัวหน้าพรรค อนค. ทวีตเชิญชวน วิ่งไล่ลุง 12 มกราคม พร้อมแท็กชื่อดารานักร้อง ผู้เชี่ยวชาญมองไม่ต่างส่งจดหมายลูกโซ่ในอดีต

นายอภิสิทธิ์ ไชยประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อดิจิทัล กล่าวว่า การแท็กชื่อดารา นักร้อง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง สามารถทำได้ไม่ยาก เพราะผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม สามารถค้นหาได้ว่ามีใครบ้างที่เคยกดไลก์ให้ตนเอง และสามารถแท็กชื่อบุคคลเหล่านั้นกลับไปได้ แต่บุคคลที่ถูกติดชื่อไว้อาจจะไม่ได้รับรู้ว่า เจ้าของบัญชีได้โพสต์อะไรไปบ้าง

นายอภิสิทธิ์ แสดงความเป็นห่วงว่า ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์มีการโจมตีกันอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง วิธีการที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ทำ จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจ เพราะบุคคลที่ถูกแท็กชื่อไปถึง อาจถูกดึงเข้าไปสู่สมรภูมิรบ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีพวกพ้องทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักในโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม แต่สามารถถูกโยงถึงกันได้โดยเครื่องหมาย “แฮชแท็ก” เพียงอันเดียว แล้วแท็กชื่อบุคคลต่อๆ กันไป

นายพันธ์ศักดิ์ อาภาขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสื่อสาร กล่าวว่า การเชิญชวนร่วมกิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยวิธีการที่พรรคอนาคตใหม่ทำอยู่ ไม่ต่างจากการที่เราได้รับ “จดหมายลูกโซ่” ในอดีต ที่จะมีการส่งต่อผ่านอีเมล เช่น อีเมลที่เขียนข้อความว่า…เมื่อคุณได้รับจดหมายนี้แล้วต้องคัดลอกและส่งต่อไปยังคนอีก 9 คน ท่านจะมีโชคดี แต่ถ้าผู้รับไม่ส่งต่อก็จะโชคร้ายภายใน 3 วัน 7 วัน โดยผู้ส่งมักจะใช้นามปากกาเป็นพระ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ แต่จดหมายลูกโซ่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ใดเป็นพิเศษ นอกจากผู้ส่งจะสร้างความหวาดกลัวให้กับคนทั่วไป อาจถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งประเภทหนึ่งก็ได้

ปัจจุบัน โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูง ผู้คนสามารถรับรู้ได้กว้างขวางกว่าอีเมล จึงอาจมีการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ เช่น วัตถุประสงค์ทางการเมือง โดยการชักชวนทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจดหมายลูกโซ่บนสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นข้อความที่เผยแพร่ทางสาธารณะ แตกต่างจากอีเมล ผู้ที่ถูกอ้างถึงอาจจะทราบหรือไม่ทราบก็ได้ว่าชื่อของตัวเองถูกนำไปอ้างถึง จึงทำให้มีความล่อแหลม โดยเฉพาะหากวัตถุประสงค์ของจดหมายลูกโซ่ในโซเชียลมีเดียนั้นมีนัยแอบแฝงหรือส่อไปในทางที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิด ฉะนั้นผู้ที่ได้รับจดหมายลูกโซ่โซเชียลมีเดีย จึงต้องระมัดระวัง หากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอาจถูกนำชื่อไปแอบอ้าง หากใครไม่เห็นด้วย หรือไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ควรต้องรีบออกมาแสดงตนว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อความที่ได้รับนั้น

ขณะที่ ตำรวจเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การสร้างแฮชแท็ก และแท็กชื่อบุคคลให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทางสื่อสังคมออนไลน์ อาจไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาททางตรง และไม่ได้เป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากบุคคลที่ถูกติดแท็กรู้สึกว่าอาจจะทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง เพราะข้อความเหล่านี้อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่าไปเป็นแนวร่วมหรือเห็นด้วยกับพรรคการเมืองที่โพสต์ข้อความ ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ และเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วย โดยจะต้องแสดงให้เห็นว่า พรรคการเมืองที่กระทำนั้นมีเจตนาทำให้สังคมเข้าใจว่าตนเองเป็นแนวร่วม ทั้งที่ไม่ได้เป็น

 

อมรินทร์กรุ๊ปจับมือ 3 ศิลปินนักออกแบบ แถลงเปิดโครงการ’ผลบุญ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462436

อมรินทร์กรุ๊ปจับมือ 3 ศิลปินนักออกแบบ แถลงเปิดโครงการ’ผลบุญ’

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.00 น.

บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัดผู้นำด้านธุรกิจจัดจำหน่ายสิ่งพิมพ์อันดับ 1 ของประเทศ ได้แถลงข่าวเปิดโครงการ “ผลบุญ” โครงการพวงหรีดหนังสือร่วมกับ3 ศิลปินชื่อดัง ได้แก่ พัชรพล แตงรื่น หรือ ALEX FACE, กชวัช บูรณภิญโญ และ กรศริน ภัทรโสภาคย์ หรือ REENP โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งต่อโอกาส ส่งต่อหนังสือ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “ซื้อพวงหรีดเท่าไร บริจาคหนังสือเท่ากัน 100%เต็ม”ให้แก่  7  องค์กรพันธมิตรกรมราชทัณฑ์ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน CYF มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กบ้านเด็กอ่อนพญาไท โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยหรือองค์กรใดก็ตาม ที่ผู้ซื้อพวงหรีดผลบุญมีความประสงค์ที่จะบริจาคหนังสือ ณ  Mind Space managed byนายอินทร์สามย่านมิตรทาวน์:

นางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อมรินทร์กรุ๊ป กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่อมรินทร์กรุ๊ปได้แก่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด ได้สืบสานเจตนารมณ์ในการทำงานเพื่อความสุขและความรุ่งโรจน์ของสังคม ริเริ่มโครงการบริจาคหนังสือให้แก่สังคมผ่านโครงการ“ปันความรักด้วยความรู้” โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” และอีกหลายโครงการ  ซึ่งได้ทำการบริจาคหนังสือไปยังองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศเป็นจำนวนรวมกว่า1,000,000 เล่ม หรือกว่า 150,000 บาท แต่ยังพบว่า ยังมีผู้ด้อยโอกาส ทั้ง เด็กและเยาวชน มูลนิธิ ผู้ที่อยู่ในทัณฑสถาน ที่ไม่สามารถเข้าถึงหนังสือได้อีกจำนวนมาก เราจึงจัดตั้งโครงการผลบุญ พวงหรีดหนังสือ เพื่อเปิดโอกาสในทุกคนในสังคม สามารถที่จะเป็น ผู้ให้ และ ผู้เติมเต็มโอกาส ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยได้ต่อยอดทางความคิด ต่อยอดอนาคต”

พวงหรีดผลบุญ ได้รับเกียรติจากศิลปินนักออกแบบที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย  3  ท่าน สร้างสรรค์ขึ้นมา 3 แบบ 3 สไตล์ออกแบบพัฒนาให้มีความสวยโดดเด่นเป็น Art Piece เฉพาะตัวทำจากกระดาษลูกฟูกมีรูปแบบเป็นหนังสือเล่มใหญ่ขนาด 120 x 80 เซ็นติเมตร สะท้อนถึงการบริจาคหนังสือสู่สังคมไทย โดย

คุณพัชรพล แตงรื่น หรือที่รู้จักกันในนาม Alex Face ศิลปินกราฟฟิตี้แนวสตรีทอาร์ต ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของเมืองไทย ที่ใช้ศิลปะออกแบบผลงานชื่อ  Flower  To  The  Souls ถ่ายทอดให้เห็นมุมมองความเป็นสัจธรรม ความไม่จีรัง ผ่านคาแรคเตอร์ “เด็กสามตาหน้าบึ้ง” หรือ “น้องมาร์ดี”คาแรคเตอร์ชื่อดังระดับ International ที่มีขนร่วง ตัวแทนของหลักธรรมของการพิจารณาสังขาร ได้แก่ เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ ประกอบกับรูปดอกไม้สีชมพู เพื่อลดทอนความเศร้าหมองในจิตใจ และพร้อมในการดำเนินชีวิตต่อไปด้วยการส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากเหมือนกัน ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง อีกทั้งเทคนิคที่ต้องทำเป็นเลเยอร์ เป็นพวงหรีดที่ตั้งใจออกแบบเพื่อใช้ในงานศพ ผมเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องของการให้แบบหนึ่ง ดอกไม้น่าจะแทนอะไรได้หลายๆ อย่างได้  เช่นการให้โอกาส การให้ความรู้ การให้หนังสือกับมูลนิธิ โดยให้ดอกไม้เป็นตัวแทน  อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของผู้ล่วงลับ ที่ถึงแม้จะล่วงลับไป แต่ความรักและความทรงจำยังอยู่ โดยการออกแบบนี้ก็ยังมีคาแร็กเตอร์งานที่เราใช้อยู่แล้วด้วย คือน้องมาร์ดี ซึ่งยังเข้ากับไอเดียที่วางไว้ เป็นภาพเด็กซึ่งก็เหมือนเด็กที่เกิดใหม่ ตามความเชื่อการตายก็คือการเกิดใหม่อีกครั้งครับ

คุณกชวัช บูรณภิญโญ เจ้าของภาพเขียนศิลปะลายไทยประยุกต์  ผลงานชื่อThe  Last   Friendship เล็งเห็นความสำคัญของพวงหรีดที่จะไม่ใช่แค่พวงหรีดอีกต่อไป แต่สามารถส่งต่อความรัก ความทรงจำที่มีต่อผู้วายชนม์ให้เกิดการรับรู้จากรุ่นสู่รุ่น โดยเพิ่มฟังก์ชันในพวงหรีด ให้สามารถเขียนข้อความระลึกถึงผู้วายชนม์ ประกอบกับลายเส้นลายไทยรูปคนกอดปลอบใจอยู่รอบข้าง เพื่อปลอบประโลมผู้ที่สูญเสีย พร้อมแฝงด้วยสัจธรรม การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นวัฎสงสาร เป็นธรรมดาในการดำเนินชีวิต แรงบันดาลใจและความตั้งใจที่ต้องการลดขยะและสร้างเป็นพวงหรีดหนังสือ ออกแบบให้มีฟังก์ชั่นเขียนประสบการณ์ออกมาเป็นข้อความที่เคยมีร่วมกันบนหรีดเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำเป็นเรื่องหลัก ถึงแม้คนที่จากไปแล้วจะไม่ได้อ่านแต่ญาติและลูกหลานมาเปิดอ่านก็จะมาสารถระลึกถึงคนที่จากไปว่าเคยมีความทรงจำกับเพื่อนๆ ในช่วงเวลานั้นๆ  ด้านในเป็นสีเทาซึ่งเป็นตัวแทนของความเศร้าหมองและลดความเศร้าลงด้วยลวดลายคนโอบกอดและให้กำลังใจกันและกันซึ่งเปรียบเสมือนแขกมาร่วมงานที่มาให้กำลังใจ และพยายามไม่ทำออกมาให้เศร้า เพื่อคนที่เก็บไว้มองเห็นทุกครั้งแล้วได้ระลึกถึงความทรงจำที่มีคุณค่า

คุณกรศริน ภัทรโสภาคย์กราฟฟิคดีไซน์   เจ้าของนามปากกาREENP นักวาดภาพประกอบสไตล์มินิมอลชื่อดังกับผลงานชื่อA  Never  Ending  Journey  ถ่ายทอดถึงความสูญเสียที่ไปสู่การเริ่มต้นใหม่ผสานดอกไม้ ผ่านเส้นทางการเดินทางที่ไม่มีจุดจบ จากดินกลับสู่ท้องฟ้าที่ดงาม สิ่งที่เหลืออยู่คือรอยประทับที่จะบันทึกเรื่องราวดีๆ และการระลึกถึงบุคคลที่จากไป

ม.ล.ลือศักดิ์  จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการผลบุญว่า“โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อต่อยอดการบริจาคหนังสือให้แก่ผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงหนังสือ พัฒนาความรู้สติปัญญา และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ และเป็นโครงการที่จะช่วยสร้างผลบุญกับผู้ให้ช่วยกระจายความรู้สู่สังคม โดยทางเราได้คัดสรรหนังสือ5กลุ่มหนังสือ  ได้แก่กลุ่มหนังสือเพื่อเด็กและเยาวชนกลุ่มหนังสือพัฒนาส่งเสริมอาชีพและพัฒนาตัวเองกลุ่มหนังสือธรรมะและสุขภาพที่เหมาะกับชุมชนหรือหน่วยงานที่รับบริจาค เพื่อให้ทุกคนที่ได้หนังสือ นำไปเสริมสร้างทักษะในการเรียนรู้สร้างการพัฒนาการศึกษาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ทั่วประเทศนอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อพวงหรีดผลบุญจะได้บริจาคหนังสือ 100% เต็มของราคาพวงหรีดแล้ว สำหรับบุคคลธรรมดายังสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้100% อีกด้วย”

ผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วยการบริจาคหนังสือถึงองค์กรต่างๆ  สนใจซื้อพวงหรีดผลบุญสามารถสั่งซื้อพวงหรีดผลบุญได้โดยติดต่อช่องทางการสั่งซื้อ ได้แก่ ช่องทางที่ 1 :www.phonboon.com, ช่องทางที่ 2 : Line @phonboon, ช่องทางที่ 3 : โทร 02-4239889จากนั้น เลือกพวงหรีดของศิลปินที่ต้องการ มี 2 ระดับราคา คือ 3,500 บาท และ 4,500 บาท พร้อมเลือกระบุชุดหนังสือที่ต้องการบริจาคโดยจะมีมูลค่าหนังสือในการบริจาค 100% เต็มตามราคาพวงหรีดได้แก่ 5กลุ่มหนังสือจากนั้น เลือกองค์กรที่ต้องการบริจาคหนังสือจากรายชื่อ 7องค์กรข้างต้น หรือระบุองค์กรอื่นๆ ตามที่ผู้สั่งซื้อต้องการทางโครงการจะดำเนินการส่งพวงหรีดผลบุญไปยังวัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี พร้อมจัดชุดหนังสือบริจาคแก่หน่วยงานผู้รับบริจาคต่อไปและจัดส่งใบเสร็จกลับไปยังผู้สั่งซื้อ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้  100%  และจะขยายพื้นที่ในการสั่งซื้อพวงหรีดไปยังจังหวัดหัวเมืองในอนาคต

‘แฟชั่นไอส์แลนด์’และ’เดอะพรอมานาด’จัดความสนุกเทศกาลส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่’Gift Fest 2020’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462413

‘แฟชั่นไอส์แลนด์’และ’เดอะพรอมานาด’จัดความสนุกเทศกาลส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่’Gift Fest 2020’

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.28 น.

ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์และศูนย์การค้าเดอะพรอมานาด รามอินทราพร้อมยกขบวนจัดความสนุกต้อนรับเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีกับเทศกาล Gift Fest 2020”ในคอนเซ็ปต์Happiness Is all aroundที่พร้อมมอบความสุขและความอบอุ่นต้อนรับปีใหม่แก่ลูกค้าภายในศูนย์การค้าโดยทางศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์จัดงานในธีม“Moomin New Year Celebration”พบกับคาแรคเตอร์การ์ตูน Moomin Troll  ตัวการ์ตูนสีขาวดูนุ่มนิ่มขวัญใจเด็กๆ เนรมิตให้เป็น “Moomin Valley” ในบรรยากาศเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ภายในศูนย์ฯพบกับกิจกรรม Meet & Greet กับ Moomin พร้อมผองเพื่อนและการประกวดหนูน้อยซานต้า& แซนตี้ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 30,000 บาทพิเศษ! เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าภายในงานหรือภายในศูนย์ฯมูลค่า 1,500 บาทขึ้นไป ได้รับสิทธิ์ถ่ายรูปกับ Moomin ฟรีเฉพาะวันที่มีการแสดง (1สิทธิ์/1ท่าน/1วัน/1ใบเสร็จเท่านั้น)และ “Work Shop Moomin Cookie” ฟรี!เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน มูลค่า 500 บาทขึ้นไปหรือซื้อสินค้าภายในศูนย์ฯ มูลค่า 1,000 บาทขึ้นไป (วันธรรมดา 30 สิทธ์ ,วันเสาร์ -อาทิตย์ แลวันหยุดนักขัตฤกษ์  50 สิทธิ์ 1สิทธิ์/1ท่าน/1วันเท่านั้น)  โดยมีโปรโมชั่นอีกมากมายและของขวัญสุดพิเศษ อาทิ  ฟรี !!! ตุ๊กตา Moomin เมื่อซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้า มูลค่า 8,000 บาท ขึ้นไป แลกซื้อสามารถ  ตุ๊กตา Moomin ในราคา 259 บาทเมื่อซื้อสินค้าภายศูนย์การค้า มูลค่า 5,000 บาท ขึ้นไป และแลกซื้อ ตุ๊กตา Moomin ในราคา 299 บาท เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน มูลค่า 2,000 บาท ขึ้นไป(1สิทธิ์/1ท่าน/1วัน/1ใบเสร็จเท่านั้น)ภายในงานพบกับศิลปินดังสุดพิเศษ เป๊ก-ผลิตโชค ในวันที่31 ธันวาคม 2562 เวลา 16.30น. ที่จะมาสร้างสีสันความอบอุ่นและความสนุกส่งท้ายปี

ด้านศูนย์การค้าเดอะพรอมานาด รามอินทรา  ร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่  GIFT FESTนับถอยหลังสู่ปี 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Santa Celebration”  ที่จะมามอบของขวัญแห่งความสุขในเทศกาลปีใหม่นี้กับบรรยากาศขบวนซานตาคลอสสุดน่ารัก พร้อมโชว์สุดพิเศษSanta Dance Show และพบกับไลฟ์คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่จะมอบเสียงเพลงเพราะๆ อาทิ อ๊อฟ-ปองศักดิ์(22 ธ.ค.62) และบุรินทร์  บุญวิสุทธิ์ (29 ธ.ค.62)  เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ทั้ง2ศูนย์การค้ายังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่ให้ลูกค้า ในระหว่างวันที่ 20 ธค. 2562- 5 มค. 2563พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงานไอเท็มของขวัญที่หลายๆคนกำลังมองหาให้กับคนพิเศษในช่วงสิ้นปีมีมาให้เลือกช้อปกันนอกจากจะได้ทั้งของที่ถูกใจแล้วยังได้ราคาที่ตอบโจทย์อีกด้วยพร้อมจุดถ่ายภาพเก็บภาพในบรรยากาศสุดน่ารักๆ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่www.facebook.com/fashionislandmallและwww.facebook.com/ThePromenadeTH

Life & Health : ปีใหม่นี้ร่วมปาร์ตี้อย่างไรให้สุขภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462223

Life & Health : ปีใหม่นี้ร่วมปาร์ตี้อย่างไรให้สุขภาพดี

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปีๆหนึ่งผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแป๊บเดียวฤดูกาลของงานเฉลิมฉลองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เสน่ห์มนต์ขลังที่ตลบอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความสุข สนุกสนานและเสียงดนตรีในงานปาร์ตี้คริสต์มาสและเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่เข้าคิวกันมาให้ได้กิน ดื่ม เที่ยวแบบเต็มพิกัด ทั้งกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสมัยเรียน ลูกค้า หรือกับครอบครัว ญาติพี่น้อง เชื่อว่าในงานเลี้ยงปาร์ตี้ย่อมมีอาหารหลากหลายมากมายให้เราได้รับประทานกันอย่างอิ่มหนำสำราญ จนยากแก่การห้ามใจในการควบคุมแน่นอน

หลังจากคุณเพลิดเพลินกับอาหารคาว หวาน ขนม เครื่องดื่มต่างๆ จนลืมไปว่าได้กินอะไรไปบ้างแล้ว หรืออดใจไม่ไหวกับอาหารหลากชนิดกระทั่งรับประทานมากเกินกว่าปกติ ประกอบกับช่วงนี้มีคนนำกระเช้าของขวัญขนมเค้ก คุกกี้ ช็อกโกแลต ขนมหวานต่างๆ มามอบเป็นของขวัญให้แก่กัน หลายคนจึงมักมีปัญหาสุขภาพตามมา เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้นรอบเอวขยาย น้ำตาลในเลือดสูงเกิน ฯลฯ ข้อมูลจาก ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานชมรมโภชนวิทยามหิดล เปิดเผยว่า เคล็ดลับง่ายๆ ที่ให้ช่วยให้ไปร่วมงานเลี้ยงปาร์ตี้ปีใหม่อย่างมีความสุข และไม่บั่นทอนสุขภาพมาฝากกันดังนี้

รองท้องก่อนไปงาน หลายคนมักชอบอดอาหารก่อนไปงานเลี้ยง หรือปล่อยให้ตัวเองหิวมาก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งผลให้คุณหิวจนขาดสติ อยากรับประทานทุกอย่างโดยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ ทางที่ดีคุณควรรับประทานอาหารรองท้องก่อนไปบ้าง เพื่อไม่ให้หิวและยังช่วยลดปริมาณการรับประทานอาหารในงานเลี้ยงลงได้ ทั้งนี้อาหารที่ควรรองท้องไปก่อน เช่น สลัดผัก ผลไม้ที่ไม่หวาน น้ำเต้าหู้ หรือโยเกิร์ตปราศจากน้ำตาล เมื่อไปถึงงานปาร์ตี้ก็จะได้ไม่หิวจนตาลาย กระหน่ำกินมากเกิน

เลือกตักผัก ผลไม้ ธัญพืชเป็นหลัก อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าผักผลไม้เป็นแหล่งรวมของวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีใยอาหารสูง ซึ่งช่วยลดการดูดซึมของไขมันและน้ำตาลได้ดี รวมทั้งช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในผักผลไม้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย คุณจึงควรตักอาหารจำพวกผักสีสันต่างๆ ให้หลากหลาย ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีในจานอาหาร หรือเลือกนำเอาผักต่างๆ มารับประทานคู่กับเมนูโปรด ขณะเดียวกันควรเปลี่ยนจากขนมเค้กและของหวานมาเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ชมพู่ ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่แอปเปิ้ล ฯลฯ จะดีกว่า เพราะนอกจากจะทำให้อิ่มแล้ว เรายังได้รับประโยชน์จากผัก ผลไม้สีสันต่างๆ อย่างเต็มที่อีกด้วย

เน้นอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อภายในร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเพิ่มปริมาณของกล้ามเนื้อมัดใหม่ๆ การหันมาเน้นรับประทานโปรตีนมากขึ้น มีส่วนช่วยส่งเสริมให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น แถมยังช่วยยับยั้งความอยากอาหาร แต่ต้องเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีปริมาณกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการมากพอ และมีไขมันต่ำ เช่น ปลา อกไก่ ไข่ขาว เต้าหู้  หรืออาจจะมาจากธัญพืชประเภทถั่วต่างๆ ให้หลากหลาย ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารแปรรูปต่างๆ ที่เติมเกลือ และควรปรุงด้วยวิธีนึ่ง ย่าง อบ หรือต้มแทนวิธีปรุงที่ต้องใช้น้ำมัน

แบ่งขนาดให้เล็กลง หากคุณเป็นคนที่ชอบตักอาหารแบบไม่ได้คิดอะไร พอตักไปตักมา รู้ตัวอีกทีก็เต็มจานแล้ว ลองหันมาเลือกใช้ภาชนะใส่อาหารที่มีขนาดเล็กลงถือเป็นการควบคุมปริมาณอาหารและช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเองรับประทานอาหารมากจนเกินไป นอกจากนี้คุณควรเลือกที่จะตักอาหารแต่ละอย่างที่ต้องการรับประทานทีละน้อยๆ และตัดแบ่งอาหารในจานออกเป็นชิ้นเล็กๆ ให้พอดีคำ เพื่อเพิ่มจำนวนคำที่จะรับประทาน จะช่วยให้คุณควรรับประทานแต่พออิ่มและจำกัดปริมาณการรับประทานของตัวเอง

ใจเย็นๆ เคี้ยวช้าๆ ลองปรับเวลาในการเคี้ยวอาหารให้ช้าๆ ใช้เวลาในการรับประทานอาหารแต่ละคำให้นานขึ้น โดยคุณควรพูดคุยกับคนอื่นบ้างอย่าก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว เพราะการเคี้ยวอาหารช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดนั้น นอกจากจะช่วยให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนักและได้ลิ้มรสชาติอาหารจานนั้นอย่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยให้เราอยากรับประทานอาหารน้อยลงและทำให้อิ่มเร็วขึ้นอีกด้วย เนื่องจากสมองต้องการเวลาอย่างน้อย 15-20 นาที ในการส่งสัญญาณเพื่อบอกว่าอิ่มแล้ว

เลือกเครื่องดื่มอย่างมีสติ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำหวานเป็นแหล่งให้พลังงานสูงแบบที่เรามักลืมนึกถึง แถมยังมีน้ำตาลส่วนเกินแฝงในปริมาณมาก ทำให้อ้วนลงพุงมากขึ้น เบียร์หรือน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋อง ให้พลังงานเกือบเท่าข้าว 1 ถ้วย ลองนึกดูว่า หากคุณดื่มเพลินๆ สัก 3-4 กระป๋อง ก็จะได้พลังงานเทียบเท่าข้าวขาหมู 1 จาน ได้เลยทีเดียว เมื่อทราบอย่างนี้ลองตั้งเป้าไว้ว่าตลอดช่วงเทศกาล จะดื่มแต่น้ำเปล่า หรือจะเลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี เช่น ชาเขียว หรือเครื่องดื่มสมุนไพรที่ไม่เติมน้ำตาลก็จะดีกว่าดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากจะไม่เมาและไม่อ้วนแล้ว ยังช่วยลดพลังงานส่วนเกินที่มาจากเครื่องดื่มต่างๆ ไปได้มากเลยทีเดียว

ขึ้นชื่อว่าปาร์ตี้แล้ว อย่าเน้นแต่รับประทานอย่างเดียว คุณควรเพิ่มการเผาผลาญพลังงานด้วยการเดินไปพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ในมุมอื่นๆ พร้อมหามุมถ่ายรูปกับบรรยากาศชิลๆ ไปด้วยกัน หรือจะลองหากิจกรรมนันทนาการเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์และความสนุกในงานอย่างเช่น การเต้นรำ การเล่นเก้าอี้ดนตรี ร้องคาราโอเกะไปเต้นไป รวมถึงควรลุกขึ้นออกสเต็ปโยกย้ายส่ายสะโพกไปกับเสียงเพลงมันๆ ร่าเริงให้เต็มที่
เรียกว่าได้ทั้งความสนุก ได้ทั้งออกกำลังกาย และคลายเครียดไปในตัว เพียงเท่านี้คุณก็ฉลองปาร์ตี้ปีใหม่ได้อย่างมีความสุขพร้อมรับปีใหม่ด้วยการมีสุขภาพดี

สำหรับเทศกาลปีใหม่นี้ นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผอ.รพ.ราชวิถี ชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษาโรคมะเร็ง ใน “กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิรพ.ราชวิถี” สามารถบริจาคได้ที่บัญชี “มูลนิธิรพ.ราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 SCBสาขาโรงพยาบาลราชวิถี สอบถาม 02-3547997-9หรือ www.rajavithifoundation.com

ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เปิดตัวพรีเมียมเบอร์เกอร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462218

news_default

เปิดตัวพรีเมียมเบอร์เกอร์

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
ธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท(คนกลาง) กรรมการผู้จัดการบริษัทแมคไทยจำกัดเปิดตัว ‘พรีเมียมเบอร์เกอร์’ 2 เมนูใหม่ระดับไฮเอนด์ใน The Signature Collection by McDonald’sเสิร์ฟเนื้อแองกัสชิ้นใหญ่แบบที่ไม่เคยมาก่อน ภายใต้แนวคิด NEVER FELT BEFOREโดยมี มาวินทวีผล เซเลบริตี้แห่งวงการอาหารพร้อมด้วย เจสสิก้า หวัง และ นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข  ผู้เข้าแข่งขันจากรายการมาสเตอร์เชฟมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความอร่อย โดยมีนำสุข  จันธำรงค์  ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทแมคไทยจำกัด ให้การต้อนรับจัดขึ้น ณ ร้านแมคโดนัลด์ สาขาสยามพารากอน