Amnesty concert seeks harmony on human rights #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30379753?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Amnesty concert seeks harmony on human rights

Dec 23. 2019
 The IHS World Orchestra in action

The IHS World Orchestra in action
By Kittipong Thavevong
Special to The Nation

1,227 Viewed

Amnesty International Thailand held a charity concert recently as part of its ambitious campaign to “ignite human rights across Thai society”.

The “Rise of Melodies” concert, featuring the IHS World Orchestra from Canada, was held on a warm Thursday (December 19) evening at RCB Helipad, on the rooftop of River City Bangkok hotel, with stunning views of nearby riverside towers and structures.

Proceeds from ticket sales will be used for publishing 70,000 booklets of the Universal Declaration of Human Rights (UDHR) for schools, universities and communities across Thailand, according to the organisers. The UDHR was adopted by the United Nations General Assembly in December 1948, 71 years ago this month.

The booklet, titled “Passport for Human Rights” and containing colourful cartoons, is a simplified version of all 30 articles of the Universal Declaration of Human Rights.

Amnesty Thailand director Piyanut Kotsan told the concert’s audience of about 200 that more than seven decades after the UDHR adoption, there was still the need to fight against hatred, discrimination and abuse of power. The audience members were like candles coming together to light up the dark tunnel of human right issues, she said that evening. “Let’s light up the candle of hopes together.”

 Amnesty Thailand director Piyanut Kotsan addresses the audience.

Amnesty Thailand director Piyanut Kotsan addresses the audience.

International human rights expert and law professor Vitit Muntarbhorn advocated educating people about human rights from a young age. He said children should be encouraged to experience human rights through learning. For instance, school children from different religions should be put in the same classroom so that they can learn about respect for others.

For him, human right education starts at home. “It doesn’t cost anything to respect human rights,” he told the audience.

Vitit was designated in September 2016 as the first UN independent expert on violence and discrimination based on sexual orientation and gender identity by the Human Rights Council.

Young amateur musicians from Harrow International School and Mahidol University’s College of Music performed two separate shows before the main concert by IHS. The young performers’ shows included “Only Us”, Beethoven’s “Fur Elise”, “Oh Holy Night” and “Joy to the World”.

 Young performers from Harrow International School.

Young performers from Harrow International School.

IHS World Orchestra, with 15 musicians mostly playing brass instruments, later took over the stage and performed for just over an hour.

The non-profit band is led by music director Lawrence Daher and its musicians are mostly from the United States, with others hailing from Norway, Israel, Canada and Switzerland. IHS performed for the Amnesty Thailand concert without charge, according to the organisers. During the concert, Daher stressed that “AI stands for basic rights for everyone”.

The band treated the audience to an early Christmas atmosphere by performing such songs as “I’m Dreaming of a White Christmas”, “I Wanna Wish You a Merry Christmas” and “Jingle Bells” – all sung by the band’s vocalist Kristi, who is Daher’s daughter.

The IHS musicians also entertained the audience with many familiar tunes and songs such as “New York, New York”, “Cherry Pink”, “Polka”, “L-O-V-E” and “Tico Tico”. Unfortunately, the band skipped many songs on the programme.

วัชระ แฉ 4 ชื่อเอี่ยวสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406534?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วัชระ แฉ 4 ชื่อเอี่ยวสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า

24 ธันวาคม 2562 – 19:22 น.
วัชระ,แฉ 4 ชื่อ,เอี่ยวสร้างรัฐสภาแห่งใหม่,ล่าช้า,กมธ
เปิดอ่าน 91 ครั้ง

“วัชระ” แฉ 4 ชื่อเอี่ยวสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า มีตั้งคนกันเองนั่งเป็น กมธ.

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2562 – นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 12 คนที่เสนอมานั้น เป็นที่น่าสงสัยมาก เพราะตั้งผู้ที่จะถูกสอบสวนหรือลูกน้องผู้ถูกสอบสวนมานั่งเป็นกรรมาธิการด้วย ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสภาไทย

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ ม.129 วรรคสอง กำหนดให้คณะกรรมาธิการมีหน้าที่ในการกระทำกิจการ สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ตามหน้าที่และอำนาจ แล้วรายงานให้สภาทราบ ซึ่งตามหลักของการสอบหาข้อเท็จจริง ระหว่างผู้สอบข้อเท็จจริงกับผู้ถูกสอบข้อเท็จจริงต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือในภาษากฎหมายเรียกว่า การขัดกันแห่งผลประโยชน์ และที่ร้ายแรงที่สุดที่ไม่ควรเกิดขึ้น คือ ผู้สอบข้อเท็จจริงกับผู้ถูกสอบข้อเท็จจริงเป็นคนๆเดียวกัน เพราะจะทำให้ผลการสอบข้อเท็จจริงไม่เกิดความชอบธรรมหรือความจริงแน่นอน

นายวัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ควรจะถูกสอบข้อเท็จจริงในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ แต่กลับได้เป็นกรรมาธิการ ประกอบด้วย 1.นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และในอีกฐานะหนึ่งคือ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง (ตรวจรับ) งานก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ในการพิจารณาตรวจรับงานการก่อสร้าง และให้ความเห็นชอบในการขยายระยะเวลาการก่อสร้างฯ และงาน ICT งานสาธารณูปโภคฯ ตลอดจนงานอื่นๆ ของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ และเป็นกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ และเป็นกรรมการบริหารการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการอำนวยการก่อสร้างในภาพรวม และต้องรับผิดชอบโดยตรง หากปรากฏว่า การขยายเวลาก่อสร้างเป็นไปโดยมิชอบ

2.นายพินิจ พูลเกิด ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างฯ CAMA เป็นผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการให้คำปรึกษา ประสานงาน รวมทั้งให้ความเห็นในการพิจารณาการขยายระยะเวลาการก่อสร้างฯ รวมถึงงาน ICT งานสาธารณูปโภค และงานอื่นๆ ของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ และเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงหากปรากฏว่า การขยายระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไปโดยมิชอบ

นายวัชระ กล่าวต่อไปว่า 3.นายพงศ์กิตต์ อรุณภักดีสกุล และนางปัณณิตา สะท้านไตรภพ ข้าราชการระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้แทนของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมีนายนัท ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้บังคับบัญชาของนายพงศ์กิตต์และนางปัณณิตา ซึ่งสามารถให้คุณให้โทษแก่บุคคลทั้งสองได้โดยตรง ทั้งนี้ สถานะของนายนัท ย่อมส่งผลโดยตรงกับความเห็นของบุคคลทั้งสองอย่างชัดเจน

และ 4.นายนัท เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างฯ และเป็นกรรมการบริหารการก่อสร้างฯ ซึ่งได้รับทราบและไม่คัดค้านผลของการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง และเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า การขยายระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไปโดยมิชอบ ดังนั้น ความเห็นของบุคคลทั้งสองในฐานะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงย่อมไม่เกิดความเป็นธรรมอย่างแน่นอน

“ด้วยเหตุผลโดยประจักษ์ดังกล่าวนี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าความเห็นของบุคคลทั้ง 4 ในฐานะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการก่อสร้างอาคารรัฐสภา จึงมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน และมีลักษณะอันไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้สอบข้อเท็จจริงกับผู้ถูกสอบข้อเท็จจริง เป็นบุคคลคนเดียวกันนั่นเอง” นายวัชระ กล่าว

‘กวินนาถ’ อดีตอนาคตใหม่ ซบ ‘ชัช เตาปูน’ พลังท้องถิ่นไท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406519?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘กวินนาถ’ อดีตอนาคตใหม่ ซบ ‘ชัช เตาปูน’ พลังท้องถิ่นไท

24 ธันวาคม 2562 – 18:15 น.
กวินนาถ,ซบชัช เตาปูน,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 599 ครั้ง

‘กวินนาถ’ อดีตอนาคตใหม่ ซบ ‘ชัช เตาปูน’ พรรคพลังท้องถิ่นไท

หลัง 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ถูกขับออกจากพรรค  แต่ละคนก็ได้บ้านใหม่กันถ้วนหน้า ล่าสุด น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์เฟซบุุ๊กส่วนตัวเผยพรรคที่ย้ายไปสังกัดใหม่ เรียบร้อยแล้ว

 อ่านข่าว :  กวินนาถ ยันไม่เป็น งูเห่า หลังโหวตแย้งมติพรรค อนค.

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.  2562 น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครปฐม  ซึ่งถูกมติพรรคอนาคตใหม่ขับออกจากพรรค ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “กวินนาถ ตาคีย์” ระบุว่า “ผมไม่ได้ไปพลังประชารัฐ ผมไปพลังท้องถิ่นไท #ชัชเจน”

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กของ นายชัชวาลล์ คงอุดม  หรือชัช เตาปูน หัวหน้าพรรคพรรคพลังท้องถิ่นไท โพสต์รูป โดยมีนายชัชวาลล์  คงอุดม และนายชื่นชอบ คงอุดม จับมือกับน.ส.กวินนาถ  ตาคีย์ โดยมีข้อความระบุว่า  “เทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดีใจที่คนอุดมการณ์เดียวกันมาอยู่ด้วยกัน ”

  อ่านข่าว :  อนค.วุ่น ชงขับงูเห่าสีส้ม กวินนาถ ตาคีย์ พ้นพรรค

ทั้งนี้ ก่อนหน้า นางสาวศรีนวล บุญลือ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็น1 ใน 4 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกขับออกจากพรรค และได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เรียบร้อยแล้ว

บิ๊กจิ๋ว ฝากถึง บิ๊กตู่ การทำงานให้นึกถึง ปชช.เป็นหลัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406496?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กจิ๋ว ฝากถึง บิ๊กตู่ การทำงานให้นึกถึง ปชช.เป็นหลัก

24 ธันวาคม 2562 – 16:41 น.
บิ๊กตู่,บิ๊กจิ๋ว,การทำงาน,ให้นึกถึงปชช,บิ๊กแดง,เกณฑ์ทหาร
เปิดอ่าน 197 ครั้ง

“บิ๊กจิ๋ว” ฝากถึง “บิ๊กตู่” ถูกตั้งฉายาเรื่องธรรมดา การทำงานให้นึกถึง ปชช.เป็นหลัก พร้อมแนะ “บิ๊กแดง” เปลี่ยนวิธีการเกณฑ์ทหาร ย้ำสร้างประชาธิปไตยแก้รธน.

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ว่า ที่กำลังตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้นจะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ และขออย่าว่าทหารไม่ดี แต่ให้ไปย้อนดูว่าการที่ทหารเข้ามายึดอำนาจนั้นเกิดจากอะไร ดูที่สาเหตุอย่างปัจจุบันที่นักการเมืองยังคงทะเลาะกันอ้างว่าสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด แต่ปัจจุบันรัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตยได้จริงหรือไม่ ทำไมประเทศสหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวสามารถสร้างประชาธิปไตยได้ แต่ของประเทศไทยมันผิดหลักการ เพราะส่วนตัวมองว่ากฎหมายต้องเกิดหลังจากเหตุการณ์ ต่างประเทศต้องการประชาธิปไตยก็ต้องสร้างประชาธิปไตยให้ได้ก่อนแล้วค่อยสร้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายมาคุ้มครองประชาธิปไตย เพราะที่เรียกร้องกันทุกวันนี้มองว่าไม่ได้เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ว่าระบอบการปกครองของประเทศไหน หัวใจหลักสำคัญคือทำเพื่อประชาชนโดยประชาชน เมื่อนั้นประชาธิปไตยก็จะเกิดขึ้นเอง

พล.อ.ชวลิต ยังมีข้อแนะนำการทำงานของรัฐบาลด้วยว่า ให้สนใจทำงานในเรื่องใหญ่ที่สำคัญต่อประเทศ ในส่วนเรื่องเล็กๆนั้น รัฐบาลมีการแบ่งการทำงานหลายฝ่าย นายกรัฐมนตรีผู้ที่มีอำนาจส่วนกลางสามารถบริหารจัดการแจกจ่ายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปกำกับดูแลได้ ส่วนจะให้ตนประเมินการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นั้น ขอย้ำว่าไม่สามารถไปประเมินหรือแสดงความคิดเห็นการทำงานของใครได้ เพียงแต่แนะนำการทำงานให้ได้เท่านั้น พร้อมยกตัวอย่างเรื่องการให้ที่ดินทำกินแก่ประชาชนซึ่งในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ได้เขียนกฎหมายไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่ขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ ส่วนที่กระแสข่าวที่จะมีกลุ่มคนจะลงถนนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยนั้น ย้ำว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้ว มีแต่ความเจ็บปวดและความขัดแย้ง ทะเลาะกันมา 87 ปีแล้ว

เมื่อถามว่าต้องการฝากอะไรถึงนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ทบ.บ้าง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ทุกคนมีความเข้าใจที่ดี แต่อยากให้ลำดับความสำคัญเร่งด่วนก่อนหลัง โดยเฉพาะกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้ส่งตัวแทนเข้ามาอวยพรในวันขึ้นปีใหม่ ตนก็ได้แนะนำไปถึงเรื่องกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รณรงค์ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ว่า การเกณฑ์ทหารไม่ได้จำเป็นเหมือนในอดีต แต่ทหารเกณฑ์มีความจำเป็นอยู่ แต่ต้องไม่ใช้วิธีแบบสมัยอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันควรคัดชายไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 22 ปีเข้ารับการฝึก และเรียนมหาวิทยาลัยควบคู่กันไปด้วยจนจบมหาวิทยาลัย เมื่อครบหลักสูตรใครอยากจะเป็นทหารก็ให้ยศขั้นต่ำร้อยตรี แต่หากใครไม่ต้องการรับราชการทหารต่อก็ไปประกอบอาชีพตามสายวิชาที่เรียนมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้าย พล.อ.ชวลิต ยังฝากถึงการตั้งฉายาให้กับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของสื่อมวลชนด้วยว่า ขอให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาให้คิดว่าจะตั้งฉายาอะไรก็แล้วแต่อย่าไปสนใจ แต่สิ่งสำคัญที่ควรไปสนใจอย่างเดียวคือประชาชน พร้อมย้ำว่าต้องไม่ใช่แค่การพูดเฉยๆ เท่านั้น

นายกฯโวตัวเลขเปิดโรงงานใหม่เพิ่ม 3 เท่าของที่ปิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406481?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯโวตัวเลขเปิดโรงงานใหม่เพิ่ม 3 เท่าของที่ปิด

24 ธันวาคม 2562 – 15:48 น.
ปิดโรงงาน,ถนนคนเดิน,ตัวเลขเศรษฐกิจ
เปิดอ่าน 79 ครั้ง

นายกฯ โอดถ้าทำให้รู้สึกเศรษฐกิจ ไม่ดีเกินเลยไปหน่อย หากร่วมสร้างความมั่นใจก็เดินต่อได้ เผยมีมาตรการรองรับโรงงานปิดตัว โวตัวเลขเปิดใหม่เพิ่มเป็น 3 เท่าของที่ปิด

24 ธันวาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังประชุมครม. ถึงเป้าหมายปี 63 ของรัฐบาล และความคาดหวังไตรมาสแรกปีหน้าของรัฐบาลว่า เราคาดหวังว่าไตรมาสแรกของปีหน้าน่าจะดีขึ้น

รัฐบาลดำเนินการมาตลอดต่อเนื่อง ทั้งมาตรการสั้น กลาง ยาว และต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลง ทุกประเทศกำลังลำบาก ทุกคนทราบสาเหตุอยู่แล้ว ทั้งนี้เรื่องของเศรษฐกิจเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนประเทศ ถ้าเราทำให้เกิดความรู้สึกโดยตลอดว่า มันไม่ดีมาก ๆ บางครั้งก็เกินเลยไปหน่อย หากเราร่วมกันสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจยังไปได้อยู่ อาจน้อยบ้าง ชะลอตัวบ้าง แต่ถ้าทุกคนร่วมมือกันก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้

เชื่อมั่นว่าโครงการถนนคนเดินทั่วประเทศ จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยทุกพื้นที่ ทำให้เศรษฐกิจฐากรากมีการหมุนเวียนทุกอย่างก็จะดีขึ้นและเมื่อภาครัฐมีเงินงบประมาณเติมเข้าสู่ระบบหลังพ.ร.บ.งบประมาณผ่านตามขั้นตอนก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นและน่ายินดีว่า งานโอทอปซิตี้ 2019 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมมากกว่า 1,372 ล้านบาท ทำลายสถิติรอบ 5 ที่ผ่านมา เป็นการแสดงให้เห็นว่า ชุมชนและสินค้าต่างๆ มีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

“ผมต้องการให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ไตรมาส 4 ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผลไปยังไตรมาสแรกของปี 2563 รวมทั้งการเน้นการลงทุนในรัฐวิสาหกิจต่างๆ เกือบแสนล้านบาท ต้องเร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว ต้องใช้เงินอย่างเหมาะสม ทุกคนต้องช่วยกันด้วยความเข้าใจจะไปบังคับเขาไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับมาตรการทางการเงินวันนี้ ทุกคนทราบดีว่าเรามีปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัว ซึ่งมีมาจากหลายสาเหตุ โดยเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานต่างๆ เพื่อหามาตราการการผ่อนคลายว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้มีมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการออกมาตรการที่จะให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ จึงไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนกกันมากเกินไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต เพราะไม่เช่นนั้นจะกระเทือนไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ การปลดพนักงาน ธุรกิจปิดตัว รัฐบาลก็มีมาตราการรองรับไว้หลายด้าน จึงไม่อยากให้เหมารวมว่า เป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าตรวจสอบดูจะพบว่า หลายโรงงานเขาสมัครใจที่จะปิดตัวเอง

เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว หรือไม่สามารถพัฒนาสินค้าได้ จึงจำเป็นต้องปิดตัวลง  โดยที่ปิดไปแล้วจำนวน 1,480 แห่ง แต่ขณะเดียวกัน ก็มีการเปิดโรงงานใหม่ ๆ มากขึ้นเพิ่มเป็นสามเท่า มีการจ้างงานใหม่จำนวน 178,733 คน มีมูลค่าการลงทุนแสนล้านบาทมีการหมุนเวียนแรงงานและทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ซึ่งภาวะการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกปี วันนี้ตัวเลขการจ้างงานมีมากกว่าคนตกงาน ถือเป็นเรื่องธรรมดาของโลกปัจจุบัน

กมธ.แก้รธน.ซีกฝ่ายค้าน จ่อเสนอพิมพ์เขียวโละ ม.256 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406474?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กมธ.แก้รธน.ซีกฝ่ายค้าน จ่อเสนอพิมพ์เขียวโละ ม.256

24 ธันวาคม 2562 – 15:42 น.
กมธแก้รธน,ฝ่ายค้าน,เสนอพิมพ์เขียว,โละ ม256,ตั้ง สสร,ทำ รธนใหม่
เปิดอ่าน 85 ครั้ง

“กมธ.แก้รธน.ซีกฝ่ายค้าน” จ่อเสนอพิมพ์เขียวโละ ม. 256 ตั้ง “ส.ส.ร.” ทำรธน.ใหม่ บรรยากาศก่อนประชุมเลือกปธ.ฯ ชื่นมื่น กมธ.ฯ หลายคนเปรย เหมือนพบเพื่อนเก่า

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2562 – ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นัดแรก ในเวลา 14.00 น. ว่า บรรยากาศก่อนการเข้าประชุมเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยส.ส.ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งกมธ.ฯ หลายคนระบุว่าเหมือนเป็นการกลับมาพบปะเพื่อนฝูง และอดีตนักศึกษารุ่นเดียวกันอีกครั้ง ทั้ง นายวัฒนา เมืองสุข กมธ.โควต้าของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนั่งข้างกับนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาพระปกเกล้า หรือนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา กมธ. โควต้าพรรคเพื่อไทย ที่นั่งสนทนา กับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ​ฐานะกมธ.โควต้าของพรรคพลังประชารัฐ ฐานะแคนนิเดตประธานกมธ.ฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จัดที่นั่งให้นั่งติดกัน

คลิปที่ 2

ทั้งนี้การจัดเก้าอี้กมธ. ทั้ง 49 คนนั้น เจ้าหน้าที่ประจำกมธ.​ฯ ได้เรียงลำดับตามตัวอักษร ทำให้ กมธ.ซีกฝ่ายค้านและซีกฝ่ายรัฐบาลนั่งคละกันโดยไม่มีการแบ่งฝ่าย หรือพื้นที่ สำหรับการประชุมนัดแรก ช่วงต้น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกมธ.ที่อาวุโสสูงสุด ได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมชั่วคราว สำหรับการประชุมนัดแรก เพื่อเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกมธ. ได้กระทำเป็นการลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนการเข้าประชุม กมธ.ฯ ซีกฝ่ายค้าน จำนวน 19 คน ซึ่งนำโดย นายโภคิน และมีนายสมพงษ์​ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ฐานะหัวหน้าพรรค ร่วมประชุมในครั้งดังกล่าว เพื่อลงมติว่าจะเสนอชื่อนายโภคิน ชิงตำแหน่งประธานกมธ.ฯ และบุคคลในโควต้าพรรคฝ่ายค้าน ที่ดำรงตำแหน่งรองประธาน, เลขานุการ, โฆษกกมธ.ฯ ด้วย ทั้งนี้นายโภคิน กล่าวว่าแม้การเสนอชื่อกมธ.ซีกฝ่ายค้านจะทราบว่าไม่ชนะโหวตในกมธ.ฯ ได้ แต่เพื่อแสดงถึงความพยายามอย่างเต็มที่จึงจะเสนอบุคคลเข้าแข่งขัน

นายโภคิน กล่าวยอมรับว่ากมธ.ฯ ซีกฝ่ายค้านจะเสนอพิมพ์เขียวต่อแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อกมธ. คือ การยกเลิกหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เฉพาะมาตรา 256 เท่านั้น และยกร่างหมวดใหม่ขึ้นมา โดยตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องนั้นยอมรับว่าฝ่ายค้านได้ยกร่างเนื้อหาแล้ว และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมร่วมพิจารณา ซึ่งตนเชื่อว่ากมธ.ซีกฝ่ายรัฐบาล และรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม รวมถึง ส.ว. เห็นร่วมกันต่อประโยชน์ชาติของบ้านเมือง จะต้องให้การสนับสนุนต่อข้อเสนอดังกล่าว เพื่อให้มีองค์กรขึ้นมาทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พวกผมไม่รู้ว่าจะยกร่างอะไรประเด็นไหน ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย และผมเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน ส่วนระยะเวลาของการยกร่างใหม่นั้น เบื้องต้นจะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน โดยแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเว้นหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าการลงมือทำงานเพื่อศึกษาแนวทางแก้รัฐธรรมนูญจะไม่ใช่การทำงานฟรี” นายโภคิน กล่าว

นายโภคิน กล่าวด้วยว่า สำหรับโมเดลให้มีส.ส.ร.​ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตนไม่ทราบว่าา ส.ว.​จะสนับสนุนหรือไม่ แต่เชื่อว่าหากทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ร่วมกัน และผลดีต่อบ้านเมืองจะสนับสนุน ส่วนการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกสภาฯ นั้น ตนเชือว่ายังสามารถทำได้ และการรับฟังแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเปิดให้สาธารณะเข้ามามีส่วนร่วมกับกมธ.ฯ​ทั้ง 49 คนด้วย อย่างไรก็ตาม ตนสนับสนุนและยินดีให้การประชุมกมธ.ฯ คณะดังกล่าวเป็นไปโดยเปิดเผยและให้สื่อมวลชนร่วมเกาะติดการประชุม.

ตามคาด พีระพันธุ์ นั่งปธ. กมธ.แก้ไขรธน. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406461?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ตามคาด พีระพันธุ์ นั่งปธ. กมธ.แก้ไขรธน.

24 ธันวาคม 2562 – 15:17 น.
ตามคาด,พีระพันธุ์,นั่งปธแก้รธน
เปิดอ่าน 703 ครั้ง

ตามคาด พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ได้รับเสียงโหวต 25 เสียง นั่งปธ.กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งรอง ปธ.กมธ.7คน นัดประชุมทุกวันศุกร์ นัดหน้า10 ม.ค.ปีหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นัดแรกเพื่อเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกมธ. โดยตำแหน่งประธาน กมธ.ฯ ได้เสนอชื่อจำนวน 2 รายชื่อ คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และ นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ทำให้ที่ประชุมต้องออกเสียงด้วยการลงคะแนนลับผ่านบัตรออกเสียง ผลการลงมติของที่ประชุม 25 เสียง สนับสนุนนายพีระพันธุ์ ส่วน 19 เสียงสนับสนุนให้นายโภคิน

โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวกับที่ประชุมหลังได้รับตำแหน่ง ว่า ตนขอขอบคุณกมธ. ที่เลือกตนดำรงตำแหน่งประธานกมธ. ในการทำงานตนขอความร่วมมือจากกมธ.ทุกฝ่าย ให้ทำงานโดยถือว่าทุกคนคือเพื่อนร่วมงานกัน และยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง และตนเชื่อว่าเมื่อยึดประโยชน์ดังกล่าวจะทำให้การทำงานของ กมธ. สำเร็จ

ขณะที่ตำแหน่งรองประธานกมธ. ทั้ง 7 คนนั้นก่อนได้บทสรุปในกมธ. ต้องพักการประชุมเพื่อให้ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานของซีกฝ่ายค้านและซีกรัฐบาลหารือนอกรอบนานกว่า 30 นาที เนื่องจาก กมธ.ซีกฝ่ายค้าน ต้องการให้รองประธาน กมธ. คนที่1 เป็นสัดส่วนของฝ่ายค้าน แต่ถูกโต้แย้งโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ทำให้เกิดการพูดคุยที่คาดว่าต้องใช้เวลานาน หากต้องลงมติทุกตำแหน่ง และหลังการหารือนอกรอบ ที่ประชุมกลับมาประชุมอีกครั้งและเป็นไปอย่างราบรื่นโดย กมธ.ซีกรัฐบาล เสนอชื่อบุคคลของพรรคฝ่ายค้าน

ขณะที่กมธ.ซีกฝ่ายค้านผลัดเสนอชื่อบุคคลของฝ่ายพรรครัฐบาล โดยตำแหน่งรองประธาน กมธ. ทั้ง 7 ตำแหน่ง อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นรองประธาน กมธ. คนที่หนึ่ง, นายวัฒนา เมืองสุข เป็นรองประธานกมธ. คนที่2, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เป็นรองประธานกมธ. คนที่3,

ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ อาทิ นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเลขานุการ กมธ. , ตำแหน่งโฆษกฯจำนวน 5 คน อาทิ สายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, นายธนากร วังบุญคงชนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น ขณะที่นายโภคิน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา

ทั้งนี้กมธ. จะนัดประชุมทุกวันศุกร์ เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และนัดประชุมครั้งที่2 วันที่ 10 มกราคม 2563 เพื่อวางกรอบการทำงาน และแนวทางการรับฟังความเห็นในภาคส่วนต่างๆ

ครม.กระหน่ำอัดของขวัญปีใหม่ เอาใจประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406464?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ครม.กระหน่ำอัดของขวัญปีใหม่ เอาใจประชาชน

24 ธันวาคม 2562 – 15:15 น.
อัดของขวัญปีใหม่,ครม,ฟรีทางด่วน,ลดค่าบริการ,ขยายเวลา,บีทีเอส,เอ็มอาร์ที,ลดดอกเบี้ย
เปิดอ่าน 1,221 ครั้ง

ครม.อัดของขวัญปีใหม่ ฟรีทางด่วน-ลดค่าบริการ ทางบก-อากาศ-น้ำ พร้อมขยายเวลา BTS – MRT แจก “ข้าวของแม่ นาของพ่อ” 2.5 หมื่นซองบนรถไฟ สั่งโรงรับจำนำรัฐ ลดดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2562 ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.รับทราบ และเห็นชอบโครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2563 สำหรับประชาชนของกระทรวงคมนาคมแบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ คือ ทางถนน ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง 4 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9และทางพิเศษบูรพาวิถีและทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ระยะเวลา 27 ธ.ค. 62 เวลา 00.01 น. – 3 ม.ค. 63 เวลา 24.00 น. ,การให้ส่วนลดค่าผ่านทางพิเศษสาหรับระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ ร้อยละ 5 ต่อเที่ยว ทุกด่านเก็บค่าผ่านทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา หลังเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว เป็นเวลา 1 เดือน

พร้อมทั้ง จำหน่ายคูปองค่าผ่านทางในราคาถูกแทนการชำระด้วยเงินสด (ถูกกว่าร้อยละ 5) สำหรับผู้ใช้ทางยกระดับดอนเมือง Toll way ระยะเวลา  22 ธ.ค. 62 เป็นต้นไป ต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน และการจ่ายเครดิตเงินคืนจากการเดินทางด้วยบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ จากการชำระ ค่าโดยสารรถเมล์ โดยได้รับเครดิตเงินคืน 1 สิทธิ เท่ากับ 2 บาท สูงสุด 15 สิทธิ/บัตร/เดือน (30บาท/บัตร/เดือน) ระยะเวลา  1 ธ.ค. 62 – 31 ม.ค. 63

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนทางอากาศ ยกเว้นค่าบริการและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต ระยะเวลา 27 ธ.ค. 62 – 3 ม.ค. 63 เช่น ยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ และ บริการรถ Shuttle Bus รับ-ส่งระหว่างจุดจอดรถยนต์กับอาคารผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง จัดจุดจอดรถบัสโดยสารสาธารณะ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) และการจำหน่ายบัตรโดยสารราคาพิเศษ “Weekday Vacation” โดยบริษัท การบินไทยฯ และสายการบินไทยสมายล์จำหน่ายบัตรชั้นประหยัดเที่ยวบินในประเทศ (เที่ยวเดียว) ราคาเริ่มต้น 1,300 บาท และโครงการจำหน่าย ONE PASS ONE PRICE Value Card สำหรับการเดินทางในกลุ่มประเทศ CLMVT กัมพูชาลาวมาเลเซียเวียดนามไทย นอกจากนี้เพิ่มเที่ยวบินสายการบินไทยสมายล์ และให้บริการเมนูพิเศษสำหรับเที่ยวบิน ในประเทศและระหว่างประเทศ ระยะเวลา 25 ธ.ค. 62 – 1 ม.ค. 63

สำหรับการคมนาคมทางราง ขยายเวลาเปิดให้บริการรถไฟฟ้า Airport Rail Link ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 62 เวลา 05.30 น. – 1 ม.ค. 63 เวลา 02.00 น. รถไฟฟ้า MRT สายสีน้าเงินและสายสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 62 เวลา 06.00 น. – 1 ม.ค. 63 เวลา 02.00 น. รวมไปถึงขยายเวลาให้บริการอาคารและลานจอดรถของ MRT ทั้ง 2 สาย และมอบของที่ระลึกให้ผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟ โดยนำข้าวขาวดอกมะลิ 107 จัดทำเป็นของขวัญ “ข้าวของแม่ นาของพ่อ” จำนวน 25,000 ซอง

ขณะที่ทางน้ำ ลดหย่อนค่าโดยสารให้แก่ผู้สูงอายุที่ใช้บริการเรือในเขต กทม. เฉลี่ยร้อยละ 50โดยให้แสดงบัตรประชาชนเพื่อขอรับสิทธิ (มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. 62)และ กิจกรรมล่องเรือสวดมนต์ข้ามปีกลางแม่น้าเจ้าพระยา ในวันที่ 31 ธ.ค. 62 โดยเริ่มจากท่าเรือกรมเจ้าท่าไปยังสะพานกรุงเทพและสะพานรามแปด จากนั้นจะจอดเรือเพื่อสวดมนต์บริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และสิ้นสุดเส้นทางที่ท่าเรือกรมเจ้าท่า ตลอดจนถึงการส่งเสริมความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกของประชาชน เช่น ตั้งจุดตรวจและหน่วยบริการประชาชน บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จัดทำแอปพลิเคชัน “นำทาง (NUMTANG)” และโครงการชูชีพเก่าแลกใหม่ โครงการของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชน ประจำปี 2563

ของกระทรวงพลังงาน (พน.) ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน B 10 และ E 20 ลง 1 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 62-10 ม.ค. 63 โดยขอรับการสนับสนุนส่วนต่างราคาจากเงินอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวม 120.382 ล้านบาท (อุดหนุนสำหรับบี 10 ประมาณ 2.97 ล้านบาท และสำหรับอี 20 ประมาณ 117.412 ล้านบาท) ตรึงราคาน้ำมันทุกประเภทตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค.-2 ม.ค. 63 เพื่อลดค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางช่วงปีใหม่และ การตรึงราคาค่าไฟฟ้า โดยคงอัตราค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บเดือน ม.ค. – เม.ย. 63 จำนวน -11.60 สตางค์/หน่วย (คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 6,869 ล้านบาท) อันจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.64 บาท/หน่วย อีก 4 เดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ด้านของขวัญปีใหม่ของกระทรวงมหาดไทย ให้สถานธนานุบาลของ อปท. 248 แห่ง ลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ด้านค่าใช้จ่ายของประชาชน (2 เดือน) โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 0.25 ต่อเดือน (จาก ร้อยละ 0.50 ต่อเดือน) และเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท ร้อยละ 1 ต่อเดือน (จากเดิม ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) ระยะเวลา 1 ม.ค. – 29 ก.พ. 63

ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดระเบียบสายสื่อสารทั่วไทย จัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าทั่วไทย 4,209 เส้นทาง ระยะทางรวม 10,020 กม. (กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ 318เส้นทาง ๒,๑๕๗ กม. และส่วนภูมิภาค 74 จังหวัด 3,891เส้นทาง 7,863 กม.) ระยะเวลา 1 ก.ย. 62 – 30 มิ.ย. 63 พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวในการติดต่อขอรับบริการ จาก 59 หน่วยงาน 214 งานบริการ โดยไม่ต้องใช้สำเนาเอกสาร    ระยะเวลา ม.ค. 63 เป็นต้นไป รวมถึงขอเอกสารงานทะเบียนฉบับภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว โดยให้บริการประชาชนคัดรับรองสำเนาเอกสารราชการฉบับภาษาอังกฤษ ณ สำนักงานทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขต เทศบาล และเมืองพัทยา เพิ่มอีก 15 งานบริการ (รวมของเดิมเป็น 27) 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป

ปรับปรุงการให้บริการรังวัดเฉพาะรายในสำนักงานที่ดินทั่วประเทศให้นัดรังวัดได้ภายใน 50 วัน ด้วยระบบ RTK GNSS Network ซึ่งสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานรังวัดได้ทุกขั้นตอน ทำให้ประชาชนได้รับโฉนดที่ดินเร็วขึ้น ระยะเวลา ม.ค. – ก.พ. 63 ขยายผลต่อมี.ค. – ก.ย. 63 และค้นหารูปแปลงโฉนดที่ดินทั่วไทย บริการฟรี ฉับไวด้วย LandsMaps เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของรูปแปลงที่ดิน และรายละเอียดเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทั้งทางเว็บไซต์ http://dolwms.dol.go.th และ Mobile Application “LandsMaps” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลา ม.ค. – ก.พ. 63ขยายผลต่อ มี.ค. 63 – พ.ค. 64

ด้านคู่มือผังเมือง จัดทำคู่มือการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 62 ฉบับประชาชน ในรูปแบบ E-Book ในรูปของภาพการ์ตูน เผยแพร่ในเว็บไซต์ของกรมโยธาฯ (www.dpt.go.th) ระยะเวลา ธ.ค. 62 – มี.ค. 63 จัดตลาดเทศบาลทั่วไทย สะอาดถูกสุขอนามัย ถูกใจประชาชน ยกระดับตลาดเทศบาลให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีความสะอาดและปลอดภัยในเทศบาล ซึ่งมีตลาดแบบมีโครงสร้าง 742 แห่งทั่วประเทศ ระยะเวลา ธ.ค. 62 – ม.ค. 63 พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ทางสัญจรบนโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณช่องกลางสะพานพระปกเกล้า สวนสาธารณะลอยฟ้า (พระปกเกล้าสกายปาร์ค) ให้เป็นแหล่งนันทนาการริมแม่น้ำเจ้าพระยา และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณย่านกะดีจีน – คลองสาน โดยการปรับปรุงโครงสร้างสะพานรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นLandmark ใหม่ ระยะเวลา ปี 61 – 63 คาดว่า จะแล้วเสร็จ มี.ค. 63

รัฐบาล แจงจัดระเบียบที่ดิน หวังจัดสรรคนยากไร้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406462?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

รัฐบาล แจงจัดระเบียบที่ดิน หวังจัดสรรคนยากไร้

24 ธันวาคม 2562 – 15:11 น.
จัดระเบียบที่ดิน,จัดสรรที่ดินคนยากไร้
เปิดอ่าน 51 ครั้ง

“บิ๊กตู่” แจง จัดระเบียบที่ดิน หวัง จัดสรรคนยากไร้ ฮึ่ม อย่าบุกรุกกันอีก 

24 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนว่า เป็นปัญหาที่ภาครัฐได้แก้มายาวนาน จึงมีกลไกคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ขึ้นมา รวมถึงกลไกแผนที่มาตรา 1: 4,000 เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเป็นพื้นที่

โดยใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยมาแต่เดิม แต่หากตรงไหนไม่มีปัญหาก็ไม่ได้ใช้แผนที่ 1:4,000 ตรงไหนที่มีการบุกรุก พิสูจน์สิทธิแล้ว บางอย่างต้องปรับเป็นการเช่าที่ให้ถูกต้อง เป็นการพิจารณาร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำที่ดินเหล่านั้นมาให้ผู้ไม่มีที่ทำกิน ที่ผ่านมาดำเนินการไปหลายแสนครัวเรือนแล้ว

และยังมีอีกเยอะ ตอนนี้มีปัญหาทุกจังหวัด ตนได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา ตอนนี้ขอให้รู้ไว้ว่าอย่าบุกรุกกันอีก และตอนนี้ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ภาครัฐต้องหามาตรการที่เหมาะสม อันไหนที่ผิดชัดก็ขอให้คืน ปรับเปลี่ยนไปเป็นเช่า เราต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดในที่ดินที่มีจำนวนน้อย ต้องนึกถึงคนยากจนเป็นหลัก ไม่ใช่ดูแลคนรวยหรือดูแลคนจน ถ้าคิดแบบนี้แก้ไม่ได้สักอัน

บิ๊กตู่ จ่อรีดภาษีที่ดินฯพัฒนาท้องถิ่นแทนงบกลาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406466?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ จ่อรีดภาษีที่ดินฯพัฒนาท้องถิ่นแทนงบกลาง

24 ธันวาคม 2562 – 15:10 น.
ภาษีที่ดิน,ท้องถิ่น,งบกลาง
เปิดอ่าน 364 ครั้ง

บิ๊กตู่ ขออย่าตระหนก หลังท้องถิ่นร่อนจม. เรียกแจงข้อมูล หวังเก็บภาษีที่ดินฯ แทน ทุ่มงบกลาง พัฒนาพื้นที่ ขอให้ความร่วมมือรับกติกา ช่วยพัฒนาประเทศ

24 ธันวาคม 2562  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ว่า ตนทราบว่าทุกคนตื่นตระหนกจากการที่มีหนังสือแจ้งไปอะไรต่าง ๆ

อ่านข่าว-เกษตรกรตัวปลอม เลี่ยงภาษีที่ดิน… ไม่ง่ายอย่างที่คิด

ทั้งนี้ขณะนี้กำลังหามาตรการว่าจะทำอย่างไร ขอให้มองเจตนารมณ์ว่าคืออะไร เป็นการเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ
ตรงกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพย์สินโดยตรง ว่าจะทำอย่างไร เพราะงบประมาณเหล่านี้จะนำไปสู่รายรับรายจ่ายของท้องถิ่นเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ถ้าเรามีงบฯ ท้องถิ่นน้อยเกินไป ก็ต้องเอางบกลางไปเสริมมาก ซึ่งงบกลางต้องนำไปทำอย่างอื่น ดังนั้น จะทำอย่างไรจะเข้มแข็งได้ ก็ต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

ดังนั้น วันนี้อยากทำความเข้าใจว่า สิ่งที่ต้องทำมีสองอย่าง กรณีที่อยู่อาศัยหรืออื่น ๆ ที่ไม่มีรายได้เพิ่มเติมภาษีน้อยมากอยู่แล้ว ส่วนที่สองคือหาเอาแปลงบ้านไปให้เช่า เหล่านี้ก็ต้องเสียภาษีอีกอันหนึ่งเพราะมีรายได้ขึ้นมา นี่คือหลักการสำคัญอยู่แล้ว ในช่วงนี้มีเวลาประมาณ 4 เดือน ที่เขาแจ้งไปก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพียงแต่ว่าขอให้ส่งรายละเอียดไปว่าบ้านที่มีตรงนั้นตรงนี้ที่ซื้อไว้ หรือซื้อให้ลูกก็ถือเป็นเรื่องอื่น ๆ แต่ถ้าให้เช่าก็ขอให้แจ้ง ถ้าไม่แจ้งก็เดือดร้อนวุ่นกันไปหมด คนทำงานก็ทำไม่ได้ เก็บอะไรก็ไม่ได้ ข้อมูลไม่มี ฉะนั้น เราต้องยอมรับในกติกาด้วย

“ถ้าเราไม่ได้อยู่แล้วเอาให้คนเช่าต่อก็แจ้งไป หรือจะอยู่ตลอดหรือเป็นครั้งเป็นคราวก็แจ้งไป เขาจะได้เก็บภาษีให้ถูกต้อง
ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไปรีดภาษีจากใคร แต่ขอให้แจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ วันนี้ได้มีการแจ้งหนังสือไป หลายคนก็ร้องมาว่าตื่นตระหนกกันหมด ทั้งนี้หลายต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงของตัวเองด้วย ต้องช่วยกันพัฒนาประเทศ” นายกฯกล่าว