Real Christmas trees being snapped up at Baan & Beyond, Thai Watsadu

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30379483?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Real Christmas trees being snapped up at Baan & Beyond, Thai Watsadu

Dec 16. 2019
By THE NATION

1,104 Viewed

Thais may not really celebrate Christmas but they are as usual getting into the festive spirit and snapping up gifts, home decoration items and, surprisingly, real Christmas trees.

Chutiporn Kongjaroensuk, vice president of marketing at CRC Thai Watsadu, operator of home outlet Baan & Beyond and hardware retail chain Thai Watsadu, says the stores started importing fir trees from Canada three years ago and demand has soared, with this year’s pre-orders going up by 25 per cent.

The trees are grown in Nova Scotia’s Lunenburg County. “We choose the Balsam Fir species which has a unique aroma and shape and is grown sustainably, she says. “The trees are available in 3 sizes – medium, large and extra large, with heights ranging from 183-280 cm. They are priced Bt4,990, Bt5,990 and Bt6,990 respectively.”

Buyers of real Christmas trees will be entitled to a cash coupon valued at Bt1,500-Bt2,500 to purchase home decoration items at all branches of Baan & Beyond and 18 branches of Thai Watsadu, plus 5-per-ccent discount if they pay with Central The One credit card. “We expect that this campaign will attract at least 10-per-cent more customers to our stores,” she said.

“Apart from real Christmas trees, Baan & Beyond and Thai Watsadu also have fake Christmas trees, decorative lights, indoor and outdoor Christmas decorations and gifts for your needs during this holiday season,” Chutiporn added.

ปีนี้ปีทอง คนจนในจีน95%จะหลุดพ้นจากความยากจน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609311

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 19:36 น.

ปีนี้ปีทอง คนจนในจีน95%จะหลุดพ้นจากความยากจน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ภายในสิ้นปี 2562 คาดว่าจะมีประชากรจีนกว่า 10 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน

หลิวหย่งฝู (Liu Yongfu) ผู้อำนวยการสำนักงานนำร่องเพื่อบรรเทาความยกจนและการพัฒนาของรัฐบาลจีนเปิดคาดว่า 95% ของประชากรที่ยากจนของจีนจะสามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ในปีนี้ และกว่า 90% ของมณฑลที่ยากจนคาดว่าจะถูกลบออกสถานะความยากจนภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่หลิวกล่าวว่าจะต้องมีความพยายามต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าการต่อสู้กับความยากจนจะได้รับชัยชนะอย่างครอบคลุมในปีหน้าตามที่วางแผนไว้

หลิวกล่าวเสริมว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป รัฐบาลจะประสานงานลดความยากจนในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากความยากจนขั้นรุนแรง จากนั้นจึงค่อยสรุปยอดความสำเร็จของการรณรงค์เพื่อบรรเทาความยากจน

หลิวกล่าว ยังกล่าวว่า การณรงค์เพื่อบรรเทาความยากจนไม่เพียงแต่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นงานของทั้งสังคมทั่วไป เขาจึงเรียกร้องให้องค์กรทางสังคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

เช่น องค์กรเพื่อสังคมของจีนที่มีเป้าหมายบรรเทาความยากจน ได้ให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยต้อกระจกที่ลงทะเบียนประมาณ 300,000 คนและผู้ป่วย 20,000 คนที่มีปัญหาความยากจนตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรงเพื่อรับการรักษาในปี 2563

ยิ่งเล่นยิ่งถูกกิน แล้วทำไมคนจนยังลงทุนกับหวยแบบสุดตัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609295

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 16:31 น.

ยิ่งเล่นยิ่งถูกกิน แล้วทำไมคนจนยังลงทุนกับหวยแบบสุดตัว

นี่เป็นคำถามโลกแตก เพราะเราเชื่อว่าหลายคนซื้อหวยด้วยความหวังว่าจะถูกรางวัลเข้าสักวัน แต่จนแล้วจนรอดไม่ถูกสักที บางคนอาจจะมีโชคบ้างแต่เมื่อคิดสะระตะแล้ว เงินที่ซื้อหวยไปยังไม่เท่ากับรางวัลที่ได้มา

แล้วทำไมเราจึงยังฝากความหวังกับหวยอยู่อีก?

เรื่องนี้มีการวิจัยโดยคณาจารย์คณะทฤษฎีและพฤติกรรมองค์กร แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ประเทศสหรัฐ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการเซื้อลอตเตอรี่ของคนจนในสหรัฐ ซึ่งมีพฤติกรรมเหมือนกับคนจนทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) ที่มักจะเจียดเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อเสี่ยงดวงกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าเอาเลย

ในรายงานการวิจัยระบุว่า การเล่นหวยในสหรัฐมีผลตอบแทนเพียง 0.53 เซนต์ต่อเงินทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ซื้อหวยไปแต่คนก็ยังทุ่มให้กับมันโดยเฉพาะคนจน ลอตเตอรี่ของรัฐก็เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่คนยากจนที่เล่นมากที่สุด แต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหวยน้อยที่สุด

ทีมงานวิจัยจึงได้ทำการทดลองแล้วพบว่า คนๆ หนึ่งจะซื้อลอตเตอรี่มากขึ้นเมื่อตระหนักว่ารายได้ของตนลดลง ส่วนอีกพวกหนึ่งจะซื้อลอตเตอรี่เมื่อคิดว่าตัวเองมีโอกาสจะถูก ไม่ว่าจะรวยหรือจะจนก็ตามมีโอกาสถูกเท่าๆ กัน

การซื้อหวยยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองของคนจนๆ เพราะทำให้พวกเขาคิดว่าตัวเองก็มีโอกาสที่จะรวย และเมื่อคนรวยและคนจนมีโอกาสเท่าเทียมกันในเกมนี้ นี่จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนจนที่จะเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพเท่ากับคนที่มีเงินมากว่าตน นั่นคือคือศักยภาพในการซื้อ เดิมพัน และถูกรางวัล (หรือถูกกิน) เท่ากันไม่ว่าจะมาจากพื้นเพไหน

ผู้ทำการวิจัยชี้ว่า ไม่ควรจะคิดว่าคนจนเล่นหวยจนเกินตัวเพราะความไม่รู้หรือมีความบกพร่องในการประเมินผลได้ผลเสีย แต่คนจนเล่นหวยจนเกินฐานะของตัวเองก็เพราะมีเหตุผลด้านเศรษฐกิจ นั่นก็คือลอตเตอรี่ให้โอกาสกับพวกเขาในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากความยากจน (ถูกรางวัลแบบเบี้ยหัวแตก) และเป็นหนึ่งในโอกาสที่น้อยนิดสำหรับพวกเขาในการรวยแบบทันตาเห็น (ถูกรางวัลระดับแจ็คพ็อต)

บทสรุปอันแสนจะยอกย้อนของงานวิจัยนี้ก็คือ คนจนเล่นหวยก็เพราะพวกเขาตระหนักว่าตัวเองจน ยิ่งรู้สึกว่าจนก็ยิ่งจะเล่นหวย ด้วยโอกาสถูกที่น้อยนด ทุกครั้งที่พวกเขาซื้อหวยไป ก็เท่ากับผลาญ 0.47 เหรียญสหรัฐในทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ซื้อหวยไปแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ นี่คือการลงทุนที่ขาดทุนทันที 47%

ยิ่งร้ายไปกว่านั้น เมื่อคนจนซื้อหวยไปม่ถูก ทำให้พวกเขายิ่งจนลง ยิ่งบีบบังคับให้พวกเขาซื้อหวยหนักขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์แห่งการถูกหวยกินและการเป็นคนจนลงไปเรื่อยๆ

ในประเทศสหรัฐ 50% ของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (ซึ่งถือเป็นคนมีรายได้ต่ำ) จะซื้อหวย และในกลุ่มนี้จะใช้เงินถึงกว่า 550 เหรียญสหรัฐต่อปีไปกับการซื้อหวย (ตัวเลขจากรายงานปี 1999)

แม้ว่ามันจะดูไม่สมเหตุสมผลที่คนจะทุ่มเทให้กับสิ่งที่เลื่อนลอย แต่ผู้วิจัยไม่คิดว่ามันคือการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล (irrational) เพราะการซื้อหวยเป็นการซื้อความฝันอย่างหนึ่ง และจะว่าไปแล้วจับต้องไม่ได้เหมือนกับที่เราจ่ายเงินไปกับการเสพความบันเทิงรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มันเป็นการซื้อความฝันที่ไม่สมเหตุสมผลทางเศรษฐศาสตร์สักเท่าไร เมื่อทันที่เราซื้อหวย เราจะขาดทุนทันทีในสัดส่วนที่มาก (ในสหรัฐคือครึ่งหนึ่ง) ขณะที่หากเราไปลงทุนอย่างอื่น เช่น พันธบัตรที่มีดอกเบี้ยชัดเจน แม้จะได้ผลตอบแทนเพียง 0.1% ก็ยังถือว่าดีกว่าขาดทุน 47% ในทันที่ซื้อการลงทุนอย่างแน่นอน

นักเศรษฐศาสตร์บางคนกล่าวว่า การซื้อหวยเป็นการเก็บภาษีแบบหนึ่ง แต่ผู้วิจัยเสนอว่ารัฐไม่ควรจะรีดภาษีจากคนจนด้วยวิธีนี้ เพราคนเล่นหวยมักเป็นคนจน แม้ยิ่งเล่นยิ่งจน แต่ยิ่งเล่นยิ่งหลง มันคืออาการเสพติดอย่างหนึ่งที่เลิกได้ยาก โดยที่ผู้ชนะเพียงผู้เดียวคือรัฐ อันเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่สุด

ผู้วิจัยเสนอว่า ไม่ควรที่จะเลิกหวยรัฐ เพราะจะยิ่งทำให้มันลงใต้ดิน แต่ “เจ้ามือ” ควรจะปรับให้อัตราผลตอบแทนยุติธรรมกว่านี้ โดยลดต้นทุนการดำเนินการ ลดรางวัลใหญ่ เพื่อที่จะเกลี่ยมาเพิ่มรางวัลย่อยๆ ให้มากขึ้น เพื่อที่โอกาสที่คนเบี้ยน้อยหอยน้อยจะมีโอกาสถูกมากขึ้น

สูตรนี้เสนอโดยนักวิจัยชาวอเมริกัน แต่แน่นอนว่ามันนำมาใช้ในไทยได้เหมือนกัน

อ้างอิง

Haisley, Emily et al. “Subjective Relative Income and Lottery Ticket Purchases”. Journal of Behavioral Decision Making J. Behav. Dec. Making, 21: 283–295, (2008).

ภาพโดย

Krit Promsaka na Sakolnakorn / Post Today

สงครามจารกรรมระอุ สหรัฐไล่ทูตจีนฐานแอบสอดแนมฐานทัพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609277

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 13:53 น.

สงครามจารกรรมระอุ สหรัฐไล่ทูตจีนฐานแอบสอดแนมฐานทัพ

หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐขับไล่เจ้าหน้าที่สถานฑูตจีน 2 คนใน หลังจากที่พวกเขาขับรถไปยังฐานทัพที่มีความมั่นคงสูงในรัฐเวอร์จิเนีย จากเรื่องที่กิดขึ้น อาจเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่นักการทูตจีนต้องสงสัยว่าอาจทำงานด้านจารกรรมในสหรัฐ

รายงานระบุว่า มีชาวจีน 6 คนที่เกี่ยวข้องกับการไปด้อมๆ มองๆ ฐานทัพสำคัญ หนึ่งในนั้นรวมถึงบรดาาภรรยาของเจ้าหน้าที่ทางการทูต เมื่อถูกจับได้ คนกลุ่มนี้ก็พยายามหลบเลี่ยงทหารสหรัฐที่ติดตามมา กว่าจะหยุดได้ก็เมื่อไม่สามารถไปต่อได้ เนื่องจากรถดับเพลิงปิดกั้นเส้นทางของพวกเขา

เจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จีนอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่ปฏิบัติงานโดยอำพรางเป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูต

เรื่องนี้เกิดขึ้นในเดือนกันยายนซึ่งทั้งรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีนไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่กรณีนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลอย่างมากต่อรัฐบาลทรัมป์ที่กำลังจับตามองจีนว่าอาจกำลังขยายความพยายามสอดแนมในสหรัฐ เนื่องจากทั้งสองประเทศเผชิญหน้ากันมากขึ้นในด้านยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐยังกล่าวว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐด้านการจารกรรมมากกว่าประเทศอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐเผยว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของจีนที่มีหนังสือเดินทางทางการทูตไปปรากฏตัวที่ศูนย์วิจัยหรือหน่วยงานของสหรัฐอย่างเงียบๆ หลายครั้ง โดยการเข้ามาสอดแนมฐานทัพเป็นเพียงหนึ่งในกรณีดังกล่าวเท่านั้น

การขับทูตครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐบังคับให้พนักงานสถานทูตจีนสองคนเดินทางออกไปเมื่อปี 2530 และแสดงให้เห็นว่าฝ่ายสหรัฐใช้มาตรการที่แข้งกร้าวมากขึ้นกับผู้ต้องสงสัยชาวจีนว่าอาจจะเข้ามาจารกรรม

ในวันที่ 16 ตุลาคม ไม่กี่สัปดาห์หลังจากการบุกรุกและการขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ประกาศข้อจำกัดเกี่ยวกับกิจกรรมของนักการทูตจีนในสหรัฐ ซึ่งกำหนดให้ทูตจีนต้องแจ้งให้ทราบก่อนที่จะพบกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย

ในเวลานั้น เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กฎนี้จะใช้กับคณะทูตทั้งหมดของจีนในสหรัฐและดินแดนของสหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อกฎระเบียบของจีนเมื่อหลายปีก่อน ที่บังคับให้นักการทูตสหรัฐต้องขออนุญาตหากจะเดินทางนอกที่พำนักอยู่ หรือเพื่อเยี่ยมชมสถาบันบางแห่ง

ที่ประชุมแก้ปัญหาโลกร้อนพังไม่เป็นท่า นับถอยหลังวันหายนะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609265

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 12:12 น.

ที่ประชุมแก้ปัญหาโลกร้อนพังไม่เป็นท่า นับถอยหลังวันหายนะ

นับเป็นความสิ้นหวังของโลกอย่างแท้จริง เมื่อการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ทั้งๆ ที่มีการต่อเวลาเพื่อเจรจาถึง 2 วัน จากกำหนดเดิมที่จะจบลงในวันที่ 13 ธันวาคม แต่แม้จะขยายมาเจรจากันต่อถึงวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม ก็ยังไม่ประสบผล การเจรจาสิ้นสุดลงโดยมีหลายประเทศไม่ใช้มาตการแก้ปัญหาโลกร้อนตามข้อตกลง ท่ามกลางความแตกแยกอย่างรุนแรงระหว่างประเทศต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

การประชุมรัฐภาคีในกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 25 หรือ COP25 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ถูกเลื่อนมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยแต่เดิมนั้นบราซิลเป็นเจ้าภาพตั้งแต่แรก แต่กลับขอยกเลิกเพราะอ้างว่าไม่พร้อม ต่อมาชิลีรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพแทน แต่ต้องยกเลิกไปเพราะเกิดจลาจลภายในประเทศ การประชุมจึงต้องย้ายมาจัดที่ประเทศสเปน ด้วยความหวังว่าจะต้องมีการผ่านมาตรการที่ลงมือจริงๆ จังๆ

การเจรจาที่เริ่มขึ้นในกรุงมาดริดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจากฎเกณฑ์สำหรับการปฏิบัติตามความตกลงปารีสเมื่อปี 2015 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และที่ประชุมจะต้องผ่านมาตรการเพื่อปรับใช้ข้อตกล ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า

ผู้แต่ปรากฎว่า ประเทศต่างๆ ตกลงกันไม่ได้ เช่นบราซิลยืนยันว่าว่าคาร์บอนเครดิตที่สะสมภายไว้ใต้ข้อตกลงสภาพภูมิอากาศก่อนหน้านี้ ควรถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของภาระผูกพันภายใต้เป้าหมายของความตกลงปารีส และยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ตกลงกันไม่ได้อีก

ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กและประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด (ซึ่งเป็นประเทศที่จะจมน้ำก่อนใครหากโลกร้อนขึ้นและน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น) รวมถึงสหภาพยุโรป ต่างร่วมกันผลักดันเพื่อเพื่อให้ประเทศต่างๆ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยสมัครใจ

ประเทศเหล่านี้ ประณามประเทศที่ขัดขวางการลดก๊าซเรือนกระจกและขวางการผ่านฉันทามติของนานาประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย

จีนและอินเดียซึ่งเป็นผู้ปล่อยคาร์บอนอันดับ 1 และอันดับ 4 ของโลกย้ำว่าจะไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมอีกจากกำหนดเดิมที่ 2573 และประเทศยักษ์ใหญ่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ ยังเน้นย้ำความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของประเทศร่ำรวยที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างเลวร้ายมาก่อนประเทศกำลังพัฒนา และเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยจัดหาเงินทุนให้กับประเทศยากจน เพื่อชดเชยกับการสูญเสียทางเศรษฐกิจอันเกิดการการใช้มาตรการลดการปล่อยก๊าซ

ผู้สังเกตการณ์การเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติเผยกับสำนักข่าว AFP ว่ารู้สึกตะลึงงันกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

อัลเดน เมเยอร์ (Alden Meyer) ผู้อำนวยการกลยุทธ์และนโยบายของสหภาพนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นการขาดการเชื่อมโยงขนาดนี้มาก่อน ระหว่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์ต้องการกับสิ่งที่ที่ประชุมเจรจากัน ในอันที่จะผลักดันการปรับใช้มาตรการอย่างจริงจัง

“ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลกส่วนใหญ่ต่างก็แก้ปัญหาอย่างขาดๆ เกินๆ แถมยังขัดขืนที่จะยกระดับความพยายามลดการปล่อยก๊าซ” เมเยอร์ กล่าว

จีนสั่งห้ามถ่ายทอดอาร์เซนอล หลังเออซิลวิจารณ์ซินเจียง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609237

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 21:00 น.

จีนสั่งห้ามถ่ายทอดอาร์เซนอล หลังเออซิลวิจารณ์ซินเจียง

สโมสรอาร์เซนอลกำลังเผชิญหน้ากับผลกระทบด้านการตลาดในประเทศจีนที่อาจจะหนักหน่วงมาก หลังจาก เมซุท เออซิล ผู้เล่นดาวเด่นของทีมแสดงความเห็นที่กระทบต่อความมั่นคงของจีน เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง

เออซิล ซึ่งเป็นชาวมุสลิมสัญชาติเยอรมันเชื้อสายเติร์ก โพสต์ความเห็นใน Instagram และ Twitter กล่าวหาว่าชาวมุสลิมไม่มีปฏิกิริยากับการปฏิบัติของจีนต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ เขาอ้างว่า“ อัลกุรอานถูกเผา มัสยิดถูกปิด โรงเรียนของพวกเขาถูกสั่งห้าม แต่ชาวมุสลิมกลับเงียบกริบ”

สโมสรตอบโต้ท่าทีของ เออซิล ด้วยการโพสต์บน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 5 ล้านคนโดยสลัดตัวออกจากความคิดเห็นของผู้เล่น

“เนื้อหาที่เผยแพร่เป็นความเห็นส่วนตัวของโอซิล อาร์เซนอลในฐานะสโมสรฟุตบอลมักจะยึดมั่นในหลักการการไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง”

ชาวจีนจำนวนหนึ่งระบายความรู้สึกในช่องคอมมเนต์ใต้โพสต์ Weibo กล่าวว่าสโมสรต้องการดำเนินการกับเรื่องนี้ และมีชาวจีนคนหนึ่งโพสต์ภาพเสื้ออาร์เซนอลพร้อมชื่อด้วยชื่อของเออซิล ที่ถูกตัดด้วยกรรไกร

จากท่าทีของเออซิล ทำให้สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนจะไม่ทำการถ่ายทอดสดการแข่งขันระหว่างอาร์เซนอลกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในสุดสัปดาห์นี้ แม้ว่าสโมสรจะพยายามปลีกตัวจากคำพูดของสมาชิกของทีมแล้วก็ตาม

คาดว่าอาร์เซนอลจะต้องพยายามปกป้องตัวเองจากการตอบโต้ของจีน เพราะจีนเป็นตลาดฟุตบอลใหญ่ของโลก มีแฟนฟุตบอลอย่างน้อย 187 ล้านคน จากการประมาณการของบริษัท Nielsen

สูตรในการไกล่เกลี่ย “ประโยชน์ส่วนตัว กับส่วนรวม”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609236

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 19:38 น.

Posttoday Podcast:The Expert Ep.17 ความยุติธรรมคืออะไร? สูตรในการไกล่เกลี่ย “ประโยชน์ส่วนตัว กับส่วนรวม”

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ศึกนี้ยืดเยื้อ แฟลชม็อบต้านรัฐบาลป่วนฮ่องกง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609234

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 19:19 น.

ศึกนี้ยืดเยื้อ แฟลชม็อบต้านรัฐบาลป่วนฮ่องกง

ตำรวจฮ่องกงใช้สเปรย์พริกไทยและมีการจับกุมหลายจุดในวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านประชาธิปไตยที่พร้อมใจกันสวมชุดดำ ร่วมกันทำแฟลชม็อบมาชุมนุมกันตามห้างสรรพสินค้าในเมือง ทำให้การชุมนุมในฮ่องกงที่เงียบไปพักใหญ่กลับมาดุดเดือดเลือดพล่านอีกครั้ง

การก่อกวนของแฟลชม็อบในหลายสถานที่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กลายเป็นการเผชิญหน้าที่รุนแรง และบีบให้ตำรวจปราบจลาจลต้องใช้สเปรย์พริกไทฉีดเข้าใส่ผู้ชุมนุมและทำการจับกุมผู้ก่อเหตุในห้างสรรพสินค้าอย่างน้อยสองแห่ง นับเป็นการปะทะรุนแรงครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าว AFP ในห้างสรรพสินค้าย่านซาถิ่น เผยว่าเห็นเด็กหญิงระดับมัธยมและเด็กชายอายุ 16 ปีถูกจับพร้อมกัน และต่างพากันตะโกนออกมาขณะที่เจ้าหน้าที่พาพวกเขาออกไป

ก่อนหน้านี้ในช่วงบ่ายมีหญิงชราคนหนึ่งกระแทกจนล้มลงในห้างสรรพสินค้าเดียวกัน หลังจากเกิดการต่อสู้เกิดขึ้นเมื่อนักช้อปพยายามที่จะหยุดผู้ประท้วงจากการพ่นสีสเปรย์เขียนข้อความใส่พื้นที่ของห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ยังปรากฎนักเคลื่อนไหวสวมหน้ากากบุกเข้าไปทำลายข้าวของในร้านอาหารดำเนินการโดย Maxim’s ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจร้านอาหาร ซึ่ง Maxim’s กลายเป็นเป้าหมายของผู้ประท้วงบ่อยครั้ง เพราะลูกสาวเจ้าของบริษัทวิจารณ์การเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

เดือนที่ผ่านมาการชุมนุมประท้วงเริ่มลดระดับความรุนแรงและการทำล้ายข้าวของลง หลังจากฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้งในสภาท้องถิ่น และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม มีชาวฮ่องกวประมาณ 800,000 คนเดินขบวนไปตามถนนอย่างสันติเพื่อแสดงพลัง

แต่ความโกรธของสาธารณชนยังคงอยู่ ในขณะที่รัฐบาลกลางที่ปักกิ่งและแคร์รี่หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงไม่แสดงอาการว่าจะยอมอ่อนข้อให้ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย แม้อีกฝ่ายจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งก็ตามา

ล่าสุด หลั่มเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งตามกำหนดการเยี่ยมเยือนประจำปีและมีกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในวันจันทร์

วันที่ 15 ธันวาคม การท่าอากาศยานของฮ่องกงรายงานว่า จำนวนผู้โดยสารลดลงมากที่สุดในรอบทศวรรษ โดยลดลง 16% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

ภาภประกอบหน้าปก – ในภาพนี้ ช่างภาพคนหนึ่งกำลังโต้เถียงกับตำรวจ ระหว่างการประท้วงที่ห้างสรรพสินค้า New Town Plaza ในย่านซาถิ่น ในฮ่องกงเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2019 จนถึงวันนี้ ฮ่องกงก็ยังเผชิญกับประท้วงยืดเยื้อเป็นเวลา 6 เดือน แล้วแม้จะมีการออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายก็ตามภาพถ่ายโดย Philip FONG / AFP

สิงคโปร์ใช้กฎหมายข่าวปลอมเล่นงานฝ่ายค้าน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609228

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 17:12 น.

สิงคโปร์ใช้กฎหมายข่าวปลอมเล่นงานฝ่ายค้าน

รัฐบาลสิงคโปร์ใช้กฎหมายข่าวปลอมกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในที่สุด ด้วยการสั่งให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านทำการแก้ไขสองโพสต์ในโซเชียลมีเดียและบทความบนเว็บไซต์เกี่ยวกับข้อมูลการจ้างงานในประเทศ

นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่รัฐบาลใช้กฎหมายที่เรียกว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (POFMA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ประมาณสองเดือนที่ผ่านมา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีการใช้เล่นงานพรรคการเมือง

เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ รัฐบาลได้สั่งให้พรรคประชาธิปัตย์สิงคโปร์ (SDP) แก้ไขโพสต์ที่ซื้อโฆษณาใน Facebook และโพสต์อื่นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงบทความบนเว็บไซต์เกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดงานของประเทศ

บทความของพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า ในเวลานี้ผู้ทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการ ผู้บริหาร และช่างเทคนิคในท้องถิ่น (รู้จักกันในชื่อ PMET) กำลังสูญเสียงานของพวกเขา

แต่กระทรวงแรงงานตอบโต้ว่าการจ้างงาน ในกลุ่ม PMET เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558

รัฐบาลจึงสั่งให้พรรคฝ่ายค้านทำการแก้ไข และยังสั่งการว่าทางพรรคต้องโพสต์ข้อความและบทความโดยระบุว่ามีเนื้อหาที่ทำให้เข้าใจผิด และมีเนื้อหาผิดไปจากข้อเท็จจริง

ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พรรค SDP (ซึ่งไม่มีที่นั่งในรัฐสภา) กล่าวว่ากำลังพิจารณาเรื่องนี้ แต่ยังไม่พบว่ามีการแก้ไขโพสต์และบทความ

กลุ่มสิทธิใได้เตือนว่ากฎหมายข่าวปลอม บั่นทอนเสรีภาพในการแสดงความเห็น และนักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวว่ารัฐบาลอาจใช้อำนาจตามกฎหมายมากเกินเพื่อหวังผลในการเลือกตั้งได้

รัฐบาลกล่าวว่า ประเทศสิงคโปร์มีความเสี่ยงจากภัยคุกคามของข่าวปลอมและข่าวที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก ประกอบไปด้วยประชากรมาจากเชื้อชาติและศาสนาต่างๆ และยังมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง

ปัจจุบันสิงคโปร์ปกครองโดยพรรคกิจประชาชน (PAP) นับตั้งแต่ได้รับเอกราชมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งภายในไม่กี่เดือน

เผยภาพลับซูเปอร์ปืนใหญ่ของสหรัฐเตรียมพัฒนาให้ยิงไกล100กม.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609215

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 13:46 น.

เผยภาพลับซูเปอร์ปืนใหญ่ของสหรัฐเตรียมพัฒนาให้ยิงไกล100กม.

ในเวลานี้มีการเปิดเผยภาพถ่ายที่รั่วไหลออกจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐ ทำให้เกิดความสนใจในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและนักวิเคราะห์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสได้เห็นปืนใหญ่อัตตาจรฮาวอิตเซอร์ขนาด 155 มม. รุ่นใหม่ล่าสุดของกองทัพสหรัฐ พร้อมด้วยปืน XM907 58

ผู้ใช้ Twitter รายหนึ่ง (ซึ่งจากการตรวจสอบอาจจะเป็นชาวจีน) ได้โพสต์รูปถ่ายใหม่ของปืนใหญ่อัตตาจรรุ่นต้นแบบรุ่นต่อไปของกองทัพบกสหรัฐซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ XM1299

ปืนใหญ่อัตราจรฮาวอิตเซอร์ขนาด 155 มม. ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการปืนใหญ่พิสัยไกล หรือ ERCA ได้รับทุนจากศูนย์วิจัย พัฒนา และวิศวกรรมอาวุธ ของสำนักงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ระบบปืนใหญ่ระยะไกลของกองทัพสหรัฐออกแบบมาเพื่อเพิ่มระยะและอัตราการยิงของปืนใหญ่อัตตาจรฮาวอิตเซอร์ M109A7 ในปัจจุบันและในอนาคต เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ระบบปืนใหญ่ใหม่จะได้รับเทคโนโลยีระดับแนวหน้าสองแบบ คือกระสุนปืนใหญ่ที่ขับดันด้วยจรวดรุ่น XM1113 และปืนใหญ่อัตราจรฮาวอิตเซอร์ลำกล้อง 58 ระยะการยิงเพิ่มขึ้นจาก 38 กม.เป็น 70 กม. ขึ้นไป

แต่กองทัพหวังว่าด้วยกระสุนของ “ซูเปอร์ปืนใหญ่” ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจะสามารถยิงไปถึงเป้าหมายได้ที่ 100 กม.

 

ภาพจาก @lfx160219

ภาพจาก @lfx160219

ภาพจาก @lfx160219