UNESCO ขึ้นทะเบียน “นวดไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609069

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 12:35 น.

UNESCO ขึ้นทะเบียน "นวดไทย" เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “นวดไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโบโกตา ประเทศโคลัมเบีย ได้มีมติให้ขึ้นทะเบียน “นวดไทย” หรือ “Nuad Thai”, “Traditional Thai Massage” อยู่ในบัญชีรายชื่อมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ปี 2003 ขององค์การยูเนสโก

การขึ้นทะเบียนนี้ นับเป็นการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของไทยเป็นรายการที่สอง ต่อจาก “โขน” “Khon, masked dance drama in Thailand” ซึ่งขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ในปี 2018

ยูเนสโก อธิบายความสำคัญต่อหนึ่งว่า “นวดไทย” คือศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของการดูแลสุขภาพแบบไทย ๆ ในรูปแบบที่ไม่ใช้ยาและเป็นการรักษาด้วยตนเอง นวดไทยเป็นศาสตร์เกี่ยวข้องกับบำบัดรักษาด้วยร่างกาย (bodily manipulation) ซึ่งผู้นวดจะช่วยปรับสมดุลพลังและร่างกายของผู้ป่วยเพื่อรักษาความเจ็บป่วยที่เชื่อว่าเกิดจากการอุดตันของการไหลของพลังงานตาม”เส้น”ต่างๆของร่างกาย นวดไทยมีรากฐานมาจากการดูแลตนเองในสังคมชาวนาไทยในอดีต ทุกหมู่บ้านมีหมอนวดซึ่งชาวบ้านจะหันไปหาเมื่อพวกเขาปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานในทุ่งนา เมื่อเวลาผ่านไปประสบการณ์เหล่านี้ได้พัฒนาเป็นระบบความรู้อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันศาสตร์การนวดไทยได้พัฒนากลายเป็นเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างหลากหลาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย ได้ทำเอ็มโอยูกับโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพลฯ(วัดโพธิ์) เพื่อให้ทางโรงเรียนแพทย์แผนไทยฯ จัดส่งครูนวดแผนไทยต้นตำรับวัดโพธิ์แท้ๆไปสอนให้ผู้สนใจฟรี ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการนวดแผนไทยในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจ ซึ่งที่ผ่านมาเปิดรับสมัครมาแล้ว 4 รุ่น เปิดตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ถึง 5 ธ.ค.รุ่นละ 20 คนปรากฎว่า มีผู้สมัครเข้าอบรมครบตามจำนวนตั้งแต่  2 แรก ส่วนรุ่นที่ 5 เป็นต้นไปจะเปิดรับสมัครช่วงเดือน ม.ค.2563 พร้อมเปิดรับสมัครหลักสูตรระยะยาวนวดไทยเพื่อสุขภาพด้วย ผู้สนใจสอบถามได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ หรือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั่วประเทศ

ที่มายูเนสโก : https://ich.unesco.org/en/RL/

 แฟ้มภาพ : Bangkok Post 

“บอริส” ชนะเลือกตั้งอังกฤษ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609063

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 11:46 น.

"บอริส" ชนะเลือกตั้งอังกฤษ

พรรคอนุรักษ์นิยมแลนด์สไลด์กวาดเสียงข้างมาก คาดชนะเลือกตั้งอังกฤษถล่มทลาย

การนับคะแนนผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษพบว่า พรรคอนุุรักษ์นิยมของนายบอริส จอห์นสัน มีคะแนนนำอยู่ที่ 317 เสียง ส่วนพรรคแรงงานได้ 193 เสียง ซึ่งแม้ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมยังต้องการที่นั่งในสภาสามัญอีกอย่างน้อย 326 ที่นั่ง เพื่อชนะเลือกตั้งเป็นพรรคเสียงข้างมากและผลการนับคะแนนยังคงไม่สิ้นสุด แต่จากผลเอ็กซิตโพลหลายสำนัก อาทิของบีบีซีคาดว่าพรรคอนุรักษ์นิยมจะชนะเลือกตั้ง ครองเสียงข้างมากและกวาดที่นั่งในสภาได้อย่างน้อย 400 เสียง

สอดคล้องกับรายงานจากสื่ออังกฤษหลายแห่งอย่าง เดอะการ์เดี้ยนที่รายงานว่า พรรคอนุรักษ์นิยมจะเอาชนะพรรคแรงงานได้อย่างถล่มทลาย โดยคาดว่าจะกวาดที่นั่งในสภาได้เกินกึ่งหนึ่งที่ 80 ที่นั่ง รวมถึงยังสามารถชิงคะแนนเสียงในพื้นที่ฐานเสียงของพรรคแรงงานได้ในหลายพื้นที่

ด้านบีบีซีรายงานว่า พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงในสภาลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว โดยพบว่าพรรคแรงงานเสียคะแนนเสียงจากเขตเลือกตั้งในแถบภาคเหนือ มิดแลนด์ และแคว้นเวลส์ แต่ทว่าพรรคแรงงานกลับสามารถชิงคะแนนเสียงในเขต Putney ภูมิภาคปริมณฑลของกรุงลอนดอน ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงอนุรักษ์นิยมได้

ทรัมป์โวใกล้ลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609056

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 10:54 น.

ทรัมป์โวใกล้ลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน

สหรัฐ-จีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก หลังคณะผู้แทนเจรจาสองชาติเห็นชอบในหลักการ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความระบุว่า “เรากำลังใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับจีน พวกเขาต้องการทำข้อตกลง เช่นเดียวกับเรา”

ข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์ สอดคล้องกับรายงานจากสื่อหลายแห่งซึ่งอ้างแหล่งข่าวในทำเนียบขาวที่ระบุว่า ขณะนี้คณะผู้แทนเจรจาการค้าของทั้งจีนและสหรัฐเห็นชอบในหลักการแล้ว สำหรับข้อตกลงการค้าในเฟสแรก

“ข้อตกลงการค้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการ” แหล่งข่าวกล่าวกับเดอะการ์เดี้ยน

ข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นก่อนที่เขาจะประชุมกับบรรดาที่ปรึกษาการค้าระดับสูงในวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ด้วยวงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์ที่มีกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค.

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่า ผลจากการประชุมที่จะเป็นไปได้มากที่สุดคือสหรัฐอาจตัดสินใจชะลอการเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ออกไปอีก 90 วันโดยคาดว่าทำเนียบขาวเตรียมแถลงเรื่องดังกล่าวในวันศุกร์ตามเวลาท้องวอชิงตันดี.ซี.

ทั้งนี้ หลายรายงานระบุตรงกันว่า คณะผู้แทนสหรัฐยื่นขอเสนอให้กับคณะผู้แทนจีนด้วยการลดมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนลงสูงสุดที่ร้อยละ 50% พร้อมระงับมาตรการภาษีรอบใหม่ในวันที่ 15 ธ.ค. หากจีนยอมซื้อสินค้าเกษตรล็อตใหญจากสหรัฐ

“แอมเนสตี้”ชี้ “ซูจี” เบี่ยงเบนปมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609037

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 21:26 น.

"แอมเนสตี้"ชี้ "ซูจี" เบี่ยงเบนปมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลชี้ “อองซานซูจี” จงใจเบี่ยงเบนประเด็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ได้แถลงหลัง อองซานซูจี มุขมนตรีแห่งเมียนมา ได้มีถ้อยแถลงที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ โต้ข้อกล่าวหาเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า อองซานซูจีพยายามลดภาพความรุนแรงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มประชากรชาวโรฮิงญา อันที่จริงเธอไม่ได้เรียกชื่อพวกเขาด้วยซ้ำ หรือไม่ยอมรับระดับความรุนแรงของการปฏิบัติมิชอบที่เกิดขึ้น การตอบโต้ข้อกล่าวหาเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างจงใจ หลอกลวง และเป็นอันตราย

การอพยพของคนเกือบล้านจากบ้านเรือนและประเทศของตนเอง ไม่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่น นอกจากปฏิบัติการที่มีการประสานงานอย่างเป็นระบบเพื่อสังหาร ข่มขืน และสร้างความหวาดกลัว การระบุว่ากองทัพ ‘ไม่ได้แยกแยะอย่างชัดเจนเพียงพอระหว่างบุคคลที่เป็นนักรบกับพลเรือน’ เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ

ในทำนองเดียวกัน การชี้ว่าทางการเมียนมามีศักยภาพเพียงพอที่จะสอบสวนและดำเนินคดีในตอนนี้อย่างเป็นอิสระ กับผู้ต้องสงสัยว่าก่ออาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเรื่องในจินตนาการเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินคดีกับผู้บัญชาการทหารระดับสูงผู้ก่ออาชญากรรม ซึ่งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาต่างลอยนวลพ้นผิดอย่างสิ้นเชิง

“แม้ในวันนี้โลกให้ความสนใจกับอองซานซูจี แต่โปรดระลึกว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เกี่ยวข้องอย่างแท้จริงกับความยุติธรรมสำหรับชุมชนชาวโรฮิงญา ซึ่งยังมีเหลืออยู่อีก 600,000 คนที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ พวกเขาเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเพิ่มเติม และจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน ทั้งยังเกี่ยวข้องกับผู้ลี้ภัยอีกหลายแสนคนซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับเมียนมาได้ แม้อองซานซูจีจะพูดอย่างไรในวันนี้ แต่ไม่มีความปลอดภัยเพียงพอให้พวกเขาเดินทางกลับได้

“ศาลและประชาคมระหว่างประเทศควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองชาวโรฮิงญา และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ทารุณโหดร้ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้รวมถึงการสั่งการให้เมียนมายกเลิกมาตรการจำกัดสิทธิที่เป็นการเลือกปฏิบัติ ดูแลให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวนใดๆ ก็ตามขององค์กรระหว่างประเทศ”นิโคลัสกล่าว

อองซานซูจี เป็นมุขมนตรีแห่งเมียนมาและประมุขโดยพฤตินัยของประเทศ ได้นำคณะผู้แทนจากเมียนมาไปที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าเมียนมาละเมิดพันธกรณีของตนตามอนุสัญญาว่าด้วยการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ. 2491 เป็นคดีที่ฟ้องโดยประเทศแกมเบีย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562

ในครั้งนี้เมียนมาได้ให้การต่อศาลเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของแกมเบียเป็นครั้งแรก โดยแกมเบียได้ขอให้ศาลสั่งให้เมียนมาใช้ ‘มาตรการชั่วคราว’ ‘เพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาวโรฮิงญา’ และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำใดๆ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นหรือสนับสนุนให้เกิดอาชญากรรมการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ที่กระทำต่อชุมชนเหล่านี้ ระหว่างรอการไต่สวนอย่างเป็นทางการในคดีนี้

การวิจัยของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลพบว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 13 คนรวมทั้งพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา ควรถูกสอบสวนและดำเนินคดีจากอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา

ภาพ เอเอฟพี

ฐนภัทร บอกเสียใจที่สุดในชีวิตถูกขับออกจากพรรค

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404935?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ฐนภัทร บอกเสียใจที่สุดในชีวิตถูกขับออกจากพรรค

16 ธันวาคม 2562 – 18:20 น.
ฐนภัทร,เสียใจที่สุดในชีวิต,ถูกขับออกจากพรรค
เปิดอ่าน 194 ครั้ง

ฐนภัทร ยอมรับ เสียใจที่สุดในชีวิตโดนขับออกจากพรรค อนค. แต่ไม่กังวลหาพรรคใหม่อยู่ได้ทัน 30วัน

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.  พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทุบรี  ที่ถูกประชุมพรรคอนาคตใหม่สมัยวิสามัญ มีมติขับให้พ้นพรรค กล่าวว่า ตนเคารพมติที่ออกมา จากนี้ก็คงต้องดำเนินการตามกฎหมายนั่นคือหาพรรคสังกัดใหม่ ภายใน 30 วัน ก็ยอมรับว่า มีหลายพรรคที่คุยกันไว้บ้าง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ และตนจะยังคงขอมุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อประชาชนต่อไป
ต่อข้อถามที่ว่าพรรคมีมติอย่างนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.ฐนภัทร กล่าวว่าว่า รู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต  เชื่อว่า เรื่องนี้มาจากกรณีการโหวต พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังฯ  นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ คิดว่าตัดสินใจถูกมาตลอด เพราะเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่จะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศไทย แต่ส่วนตัวเชื่อว่า การเปลี่ยนที่เกิดขึ้นนั้นจะเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป


พ.ต.ท. ฐนภัทร กล่าวอีกว่า  จุดยืนบางเรื่องของพรรค ตนก็ไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าคงมี ส.ส.คนอื่นไม่สบายใจเหมือนกับตน เพียงแต่เขาไม่กล้าพูด แต่ตนต้องพูดออกไปเพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะขัดกับจุดยืนที่ตนเคยบอกไว้กับประชาชน หากตนไม่ทำตามก็จะผิดสัญญาที่ให้ไว้ เราเป็นนักการเมืองมาทำงานรับใช้ประชาชนไม่ใช่เพราะคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้อยากให้พรรคคิดถึงตรงนี้ไว้ด้วย เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นที่อาจจะไม่เห็นด้วย ก็ขอให้กล้าแสดงออกมาบ้าง อย่าไปน้อมรับฟังอย่างเดียว เพราะความถูกต้องย่อมเป็นความถูกต้อง ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

ที่ประชุมวิสามัญอนค. มีมติขับ 4 ส.ส. งูเห่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404909?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ที่ประชุมวิสามัญอนค. มีมติขับ 4 ส.ส. งูเห่า

16 ธันวาคม 2562 – 16:39 น.
ที่ประชุมใหญ่ อนค,มีมติขับ,4 สส งูเห่า
เปิดอ่าน 965 ครั้ง

ที่ประชุมสมัยวิสามัญพรรคอนาคตใหม่ มีมติขับ 4 ส.ส.งูเห่า ศรีนวล บุญลือ- จารึก ศรีอ่อน- กวินนาถ ตาคีย์ – ฐนภัทร กิตติวงศา

เมื่อวันที่ 16  ธ.ค. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคสมัยวิสามัญมีมติ 250 ต่อ 5 คะแนน และมีบัตรเสีย 6 เสียงให้ขับส.ส.ของพรรค 4 คนออกจากพรรค ประกอบด้วย 1.น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ 2.นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี 3.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี และ 4.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี

โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและส.ส.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายณัฐชา กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่มีมติขับออกจากพรรค คือ การไปให้สัมภาษณ์ในทำนองโจมตีพรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วยกับการจัดแฟลชม็อบเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ซึ่งในประเด็นของการจัดแฟชลม็อบดังกล่าวยืนยันว่าไม่ได้เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อและก่อให้เกิดความรุนแรงแต่อย่างใด

นายจารึก ศรีอ่อน

โดยก่อนหน้านี้ ส.ส.ทั้ง 4 คน เคยแสดงออกด้วยการโหวตลงมติสวน กับมติพรรค และมติของฝ่ายค้านหลายครั้ง จนพรรคมีมติบอยคอต ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรค
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 101 (9) กำหนดให้ส.ส.ที่ถูกที่ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ขับออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ส.ส.ที่ถูกขับออกดังกล่าวจะยังไม่พ้นจากการเป็นส.ส. หากสามารถหาพรรคสังกัดใหม่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่พรรคการเมืองมีมติ

อย่างไรก็ตามทางพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า  มติดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมวิสามัญ ซึ่งยังต้องเข้าสู่กระบวนการของ​  กรรมการบริหารและ ส.ส.ในพรรคโหวตอีก ดังนั้นจึงยังไม่ใช่มติขับ 4 ส.ส.ออกจากพรรค

น.ส.กวินนาถ ตาคีย์

.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา


ศรีนวล บุญลือ

สนธิรัตน์ ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้ เลขาฯพปชร.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404902?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สนธิรัตน์ ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้ เลขาฯพปชร.

16 ธันวาคม 2562 – 16:36 น.
สนธิรัตน์,ไม่ยึดติดเก้าอี้,เลขาฯพปชร,ปรับโครงสร้าง,พปชร
เปิดอ่าน 54 ครั้ง

“สนธิรัตน์” เผย ประชุมใหญ่ ปรับโครงสร้าง “พปชร.” 21 ธ.ค.นี้ ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้ “เลขาฯพรรค” ชี้ตัวบุคคลเป็นเรื่องรอง ระบุอย่าคิดมากถึงแรงกระเพื่อม

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีจะมีการปรับโครงสร้างพรรคพปชร. ว่า ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ คงมีการเสนอปรับโครงสร้างของพรรคไปสู่การบริหารจัดการ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมตอนจัดตั้งพรรค พปชร. เพื่อให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง ให้กิจกรรมของพรรคยาวต่อไป รายละเอียดเป็นอย่างไรคงต้องรอวันที่ 21 ธ.ค.

คลิปที่ 2

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นจะมีการปรับเปลี่ยนบุคคลส่วนใดมาเป็นกรรมการบริหารพรรค นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เบื้องต้นคงมีส่วนของการคณะกรรมการบริหารพรรค โดยเราให้ความสำคัญกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของภาค ถือเป็นเรื่องหลักที่พรรคกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนจะมีตัวแทนรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรคเข้ามาเพิ่มเติมในคณะกรรมการบริหารพรรคหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุย รายละเอียดคงต้องรอจากที่ประชุมใหญ่สามัญ

เมื่อถามว่า จะให้ ส.ส.แต่ละภาคมาเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า คงดูที่ความเหมาะสมของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะสามารถช่วยกันขับเคลื่อนพรรค จะต้องมีตัวแทนของแต่ละส่วนเข้ามา

เมื่อถามว่า จะมีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เดี๋ยวรอวันที่ 21 ธ.ค. ยังไม่ถึงวันนั้นเลย เมื่อถามย้ำว่า เคยมีการพูดคุยในเรื่องของตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นกรอบใหญ่ของการพูดคุย ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังมีเวลาพูดคุยกันอยู่

เมื่อถามว่า ตามที่ระบุว่าในกรอบใหญ่มีการพูดคุย ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กรอบใหญ่ในที่นี้หมายถึงว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้พรรคปรับวิธีการ มีคณะกรรมการที่สอดรับกับการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันในอนาคต นั่นคือ หลักใหญ่ของการพิจารณา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ระหว่างการพูดคุยกันอยู่

เมื่อถามว่า การเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ตามหลักต้องเปลี่ยนยกชุด หรือแต่งตั้งเป็นรายตำแหน่งได้ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องใช้มติที่ประชุมใหญ่พรรคในการเสนอเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น ตำแหน่งกรรมการบริหาร เป็นต้น อันนี้เป็นวาระอยู่ในการประชุม

เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรค มองว่าควรมีการปรับโครงสร้าง หรืออะไรในพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เมื่อพรรคมี ส.ส.จำนวนมาก กลไกการปรับโครงสร้างการบริหารก็ควรจะดำเนินการให้สอดรับกับโครงสร้างของพรรค ต้องยอมรับว่าโครงสร้างปัจจุบันเป็นโครงสร้างพรรคเพื่อจัดตั้งพรรค มาถึงวันนี้พรรคมีขนาดใหญ่ และมี ส.ส.ทุกพื้นที่ โครงสร้างก็ต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า หากที่ประชุมใหญ่พรรคมีมติให้นายสนธิรัตน์ พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค พปชร. จะยอมรับได้หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าตัวบุคคลเป็นเรื่องรอง เรื่องสำคัญคือ จะดำเนินการอย่างไรก็ตามนั้น จะต้องเป็นเรื่องที่พรรคเรามีความเข้มแข็ง เป็นสถาบันต่อไป อย่าไปยึดติดเรื่องตัวบุคคล มองว่าเรื่องตัวบุคคลเป็นเรื่องที่มาทีหลัง เรื่องของนโยบายและแนวทางการทำงานเป็นเรื่องหลัก

เมื่อถามอีกว่า เคยได้ยินกระแสข่าวเรื่องการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค พปชร.มาก่อนหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การพูดคุยหารือกันเป็นปกติเพื่อหาการทำงานที่เหมาะสมของพรรคการเมืองทุกพรรค เมื่อถามอีกว่า ตกใจกับกระแสข่าวเปลี่ยนตัวที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ก็ช่วยกันทำงาน มีอะไรก็ช่วยกันได้ และตนไม่อยากให้ความสำคัญที่ตัวบุคคล เมื่อพรรคจะเป็นสถาบันต่อไป การให้ความสำคัญกับการทำระบบหรือการจัดการ เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่า

เมื่อถามว่า จะมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นในพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า อย่าไปคิดมากเลย เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล ถึงอย่างไรพรรคก็ต้องเดินต่อไปใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เดี๋ยวรอวันที่ 21 ธ.ค. พร้อมกับพูดกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกนี้ชอบถามเรื่องอนาคตผม อนาคตยังมาไม่ถึง”

เมื่อถามว่า ที่ต้องมีการพูดคุยเพิ่มเติม หมายถึงประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.ใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนจะกล่าวว่า เอาไว้วันที่ 21 ธ.ค.แล้วกัน ยังไม่ถึงวันนั้นเลย

ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า วันที่ 21 ธ.ค. ถือเป็นการหารือกัน แต่โดยหลักหากมีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ก็เพื่อให้การทำงานของพรรคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะเราเป็นพรรคใหม่ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า ในตำแหน่งสำคัญ เช่น หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค จะต้องมีการปรับด้วยหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า เป็นเรื่องในพรรคที่จะต้องคุยกัน

แจ้งจับ “ธนาธร-แกนนำ” จัดแฟลชม็อบ ใกล้เขตพระราชฐาน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404897?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แจ้งจับ “ธนาธร-แกนนำ” จัดแฟลชม็อบ ใกล้เขตพระราชฐาน

16 ธันวาคม 2562 – 16:10 น.
นายสนธิญา,แจ้งจับ,ธนาธร,อนาคตใหม่,ใกล้เขตพระราชฐาน
เปิดอ่าน 868 ครั้ง

“สนธิญา”สมาชิกพปชร.แจ้งจับ”ธนาธร-แกนนำอนาคตใหม่” 3 ข้อหาหนัก หลังจัดชุมนุมแฟลชม็อบ”สกายวอล์ก” ใกล้เขตพระราชฐาน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่16 ธ.ค. 2562 ที่สน.ปทุมวัน นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อังกูร จรัสเมธาวิทย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อกล่าวโทษต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคฯ น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรณีโพสต์เฟสบุ๊กประกาศเชิญชวนให้มีการชุมนุมแฟลชม็อบ ที่บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ในช่วงบ่ายของวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา

อ่านข่าว :  แฟลชม็อบธนาธรชิมลางของจริงวิ่งไล่ลุง

การเดินทางเข้าแจ้งความในวันนี้ นายสนธิญา ได้เข้าร้องทุกข์และแจ้ง 3 ข้อกล่าวหากับบุคคลทั้ง 4 ประกอบด้วย 1.การชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้แจ้ง และชุมนุมใกล้วังสระปทุม ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ชุมนุมห่าง 150 เมตร และจัดชุมนุมขวางทางเข้า-ออกสถานที่ , 2.มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 ทำให้ประชาชนกระด้างกระเดื่อง และไม่เคารพกฎหมาย , 3.ทำความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา6 ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์


นายสนธิญา เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วยกับการแสดงออก แต่การชุมนุมต้องไม่กระทบกับชาวบ้านทั่วๆไป หรือคนอื่นๆ ที่นายธนาธร ประกาศเชิญชวนให้มีการชุมนุม ตนตรวจสอบในพจนานุกรมในราชบัณฑิตยสถาน เรื่องความหมายการชุมนุม ถือว่าการกระทำของนายธนาธร เข้าข่ายการจัดชุมนุม ทั้งนี้ ถ้าไปชุมนุมที่หน้าสนามกีฬาแห่งชาติในวันนั้น หรือจะไปที่อื่น

นายสนธิญา สวัสดี

“ผมก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะที่จริงผมไม่อยากฟ้องร้อง แต่ที่ต้องทำเพราะอยากให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะผมตามฟ้องเรื่องการชุมนุมมาตลอดหลาย 10 ปี ไม่กังวลว่าจะเป็นการสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องบังคับใช้ตามกฎหมาย และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ ไม่อยากเห็นให้มีการชุมนุม มีเพียงแค่บางส่วน และการแจ้งความดังกล่าว ผมมาใช้สิทธิ์ร้องเรียนในนามส่วนตัว ไม่ใช่มาในนามตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ” นายสนธิญา กล่าว

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ตนเคยเป็นผู้คัดค้าน ไม่ให้รับจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ ไม่ให้จดทะเบียนรับเป็นพรรคที่ กกต. และสงสัยว่าทำไมถึงเลือกมาประท้วง ไม่เข้าไปต่อสู้ในสภา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทำผิดอะไร ถ้านายธนาธร เคลื่อนไหวล้มรัฐบาลนี้สำเร็จ ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องตอบสังคมไทยให้ได้

บิ๊กตู่ ปัดตอบ ยิ่งลักษณ์ โพสต์คร่ำครวญ โดนแกล้งยึดทรัพย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404896?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ ปัดตอบ ยิ่งลักษณ์ โพสต์คร่ำครวญ โดนแกล้งยึดทรัพย์

16 ธันวาคม 2562 – 16:04 น.
นายกฯ,บิ๊กตู่,ยิ่งลักษณ์,ยึดทรัพย์,ม44
เปิดอ่าน 37 ครั้ง

“บิ๊กตู่” ปัดตอบ หลัง “ยิ่งลักษณ์” โพสต์คร่ำครวญ โดนแกล้งยึดทรัพย์ โดย ม.44

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2562 – ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าถูกกลั่นแกล้ง จากการที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้มาตรา 44 ยึดทรัพย์ ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด

อ่านข่าว – ยิ่งลักษณ์โผล่โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายก ชีวิตต้องสูญเสียบ้าน

โดยนายกรัฐมนตรีทำท่าเอามือปิดหู ในทำนองว่าไม่ได้ยินคำถามของสื่อมวลชน และให้คณะทำงานมาสอบถามว่าสื่อถามว่า “อะไร”

จากนั้น เมื่อเวลา 15.10 น. ภายหลังเลิกประชุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพปชร. ได้หารือเป็นการภายใน โดยให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกมารอด้านนอก ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 15 นาที จากนั้นทั้งหมดได้เดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

   โดยเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามผู้สื่อข่าวว่า “อะไรจ๊ะ” ก่อนจะหันไปชี้ที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทั้งหมด พร้อมบอกว่า “วันนี้ยังนั่งประชุมกันอยู่ทั้งหมด” ก่อนจะเดินขึ้นห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งการพูดของนายกรัฐมนตรีเป็นการแสดงให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทั้งหมด ยังทำงานร่วมกันปกติ

ยื่นสตง.สอบ เลขาสภา ขยายเวลาสร้างสภาส่อผิดกม.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404891?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ยื่นสตง.สอบ เลขาสภา ขยายเวลาสร้างสภาส่อผิดกม.

16 ธันวาคม 2562 – 15:40 น.
วิลาศ,ยื่นสตง,สอบ เลขาสภา,ขยายเวลา,สร้างสภา,ส่อผิดกฎหมาย
เปิดอ่าน 45 ครั้ง

“วิลาศ” ยื่น สตง.สอบกราวรูด เลขาสภา-ผู้เกี่ยวข้อง ขยายเวลาสร้างสภาครั้งที่ 3-4 ส่อไม่ชอบด้วยกม. ทำรัฐเสียหายไม่ได้ค่าปรับวันละ 12.28 ล้าน แนะดำเนินคดีอาญา-แพ่ง

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2562 – นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ยื่นหนังสือถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ขอให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กรณีกระทำส่อว่าผิดกฎหมาย กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดในหน้าที่ราชการของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง

นายวิลาศ กล่าวต่อไปว่า สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาขยายเวลาก่อสร้างครั้งที่สาม 674 วัน และครั้งที่สี่ไปอีก 382 วัน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีการอ้างเหตุผลที่เป็นเท็จ ในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ไม่ครบถ้วน ทั้งที่การส่งมอบพื้นที่ทำครบ 100% ไปตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 แล้ว แต่กลับนำเหตุผลดังกล่าวมาอ้างในการขอขยายเวลาครั้งที่สาม รวมถึงการขยายเวลาครั้งที่สี่ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยสิ้นเชิง เพราะมีการอ้างถึงความล่าช้าจากงานของผู้รับเหมารายอื่น คือ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งานสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร มาเป็นเหตุผล ทั้งที่ตามสัญญาระบุชัดเจนว่า ผู้รับจ้างจะยกเอาเหตุที่ผู้รับจ้างรายอื่นๆรายใดรายหนึ่ง หรือหลายรายทำงานล่าช้าขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อขอขยายเวลาทำงาน หรือขอปรับค่าดำเนินการเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีหนังสือลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เสนอแนะในเรื่องดังกล่าวด้วย

“สตง.ต้องตรวจสอบการขยายเวลาทั้งครั้งที่สามและครั้งที่สี่ว่ากระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะทำให้รัฐเสียหายไม่ได้รับค่าปรับที่ควรได้วันละ 12.28 ล้านบาท โดยขอให้ดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่งกับผู้เกี่ยวข้อง” นายวิลาศ กล่าว