ปิยบุตร จวก กกต.ลดขั้นตอนคดีเงินกู้ จ่อฟ้องอาญา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404887?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปิยบุตร จวก กกต.ลดขั้นตอนคดีเงินกู้ จ่อฟ้องอาญา

16 ธันวาคม 2562 – 15:34 น.
ปิยบุตร,กกตลดขั้นตอนคดีเงินกู้,จ่อฟ้องอาญา
เปิดอ่าน 68 ครั้ง

ปิยบุตร จวก กกต. เหตุลัดขั้นตอนสอบสวนคดีเงินกู้ เผยพรรคฯจ่อฟ้องอาญา

วันที่ 16 ธ.ค. เลขาธิการพรรคฯ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แถลงข่าว ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กรณีใช้อำนาจโดยมิชอบ

โดยกล่าวว่า เหตุที่ต้องฟ้องกกต.นั้นมีอยู่สองประการ คือเรื่องแรก กระบวนการพิจารณาของกกต.นั้น ไม่เป็นไปตามที่กฏหมายที่กำหนด

นอกจากนี้ระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 ที่ลงนามประกาศใช้โดยประธานกกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ยังได้กำหนดกระบวนการพิจารณาซึ่งจะแตกต่างไปตามแต่ละองค์กร

ทั้งนี้นายปิยบุตร ยังได้ฉายภาพประกอบการบรรยายถึงขั้นตอนการพิจารณาโดย กกต. ที่มีลักษณะคล้ายการเร่งรัดขั้นตอนเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างผิดวิสัย

ซึ่งโดยปกติการเรียกตัวหัวหน้าพรรคไปชี้แจงนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนและไต่สวน จึงยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา แต่ทางกกต. กลับมีมติยื่นคำร้องให้ยุบพรรคโดยที่ไม่ผ่านขั้นตอนตามปกติ

ถัดมาคือประเด็นการใช้กฏหมายที่ไม่สุจริต เพราะตามเอกสารของกกต.ที่ปรากฏในวันแถลงข่าว ที่ระบุว่าพรรคอนาคตใหม่มีความผิดในมาตรา 72 จึงเป็นเหตุให้ยุบพรรคตามมาตรา 92 ที่กำหนดข้อห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงินที่เข้าข่ายได้มาหรือมีแหล่งที่มาโดยมิชอบด้วยกฏหมาย เช่นเงินที่ได้มาจากธุรกิจสีเทา

ซึ่งตามหลักทางกฏหมายการวินิจฉัยต้องพิจารณาจากองค์ประกอบความผิดเสียก่อน ดังนั้นถ้าพิจารณาจากมาตรา 72 ตนยืนยันว่ามาตราดังกล่าวไม่เกี่ยวกับกรณีกู้ยืมเงินแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดที่เป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตามที่ระบุไว้ในกฏหมายพรรคการเมืองอีกด้วย

ทางพรรคฯจึงเห็นว่า กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 โดยภายในสัปดาห์นี้ทางพรรคฯจะนำเรื่องไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป

คลิปที่ 3

จัดวิ่งไล่ลุง แจกเหรียญปราบกบฏฟรี ถ้าโชว์รูปร่วมม็อบ กปปส.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404870?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จัดวิ่งไล่ลุง แจกเหรียญปราบกบฏฟรี ถ้าโชว์รูปร่วมม็อบ กปปส.

16 ธันวาคม 2562 – 15:09 น.
จัดวิ่งไล่ลุง,แจกเหรียญปราบกบฏฟรี,ถ้าโชว์รูปร่วมม็อบ กปปส
เปิดอ่าน 113 ครั้ง

ทีมจัดวิ่งไล่ลุง แจกเหรียญปราบกบฎฟรี เงื่อนไข โชว์รูปถ่ายตอนร่วมม็อบ กปปส.

วันที่ 16 ธ.ค.ที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงเพื่อประโยชน์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย แถลงข่าว การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค. 2563
ทั้งนี้ ทางกลุ่มมีกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่เคยชุมนุมกับ กปปส. หากนำภาพถ่ายที่มีสัญลักษณ์กับกปปส. ทั้งนกหวีดและธงชาติ สามารถนำมาโชว์ได้ที่งานและจะได้รับเหรียญปราบกบฎทันที

สำหรับเส้นทางวิ่ง เริ่มรวมตัวในเวลา 04.30 น. ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปทางสนามหลวง มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้นจะมีการวิ่งวน 3 รอบก่อนจะวิ่งต่อที่ถนนราชดำเนินกลาง ผ่านอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ผ่านหน้าซอยหน้าพระธาตุ เลี้ยวขวาซอยพระจันทร์ เลี้ยวขวาถนน 16 สิงหา ไปบนถนนพระอาทิตย์ ผ่านป้อมพระสุเมรุ ผ่านหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร และวิ่งต่อไปบนถนนสวรรคโลก ถนนพะเนียง กลับมาที่จุดปล่อยตัวสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร


สำหรับผู้ที่จะมาลงทะเบียนสมัคร หากไม่ต้องการรับของที่ระลึกก็สามารถลงทะเบียนได้ฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการของที่ระลึกจะมีค่าสมัคร 600 บาท มีเสื้อและเหรียญที่ระลึกมอบให้ โดยสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงได้ที่เพจ “วิ่งไล่ลุง” โดยทางกลุ่มฯ ตั้งเป้าว่าจะมีผู้มาร่วมกิจกรรม ประมาณ 2 พันคน ขณะเดียวกันในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศมาวิ่งด้วยเช่นเดียวกัน.


ต่อข้อถามที่ว่า  หากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตทางผู้จัดจะดำเนินการอย่างไร นายธนวัต กล่าวยืนยันว่าอย่างไรก็จะต้องจัดงานนี้ และงานนี้จะต้องมีขึ้นในวันที่ 12 มกราคม 2563 เพราะงานนี้ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และขอยืนยันว่างานนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใด เพราะเงินที่จัดงานทุกบาทเกิดจากการสนับสนุนของนิสิตนักศึกษาและโลกออนไลน์ รวมไปถึงเงินที่ขายของที่ระลึกในงานที่ได้จากประชาชน

เลขาสภา แจงตั้งงบซื้อรถ ‘ชวน’ 7.5 ล้านบาทคันใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404862?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เลขาสภา แจงตั้งงบซื้อรถ ‘ชวน’ 7.5 ล้านบาทคันใหม่

16 ธันวาคม 2562 – 15:00 น.
รถประจำตำแหน่ง,ประธานสภาผู้แทนราษฏร,ชวน หลีกภัย,นายสรศักดิ์ เพียรเวช
เปิดอ่าน 181 ครั้ง

เลขาสภาแจง ตั้งงบซื้อรถประธานชวน 7.5 ล้านบาท คันใหม่เป็นไปตามระเบียบ เหตุคันเดิม มีอายุเกินการใข้งาน ประกอบกับตำแหน่งประธานสภายังเทียบเท่า นายกฯ-ประธานศาล

วันที่ 16 ธ.ค.2562-นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อรถประจำตำแหน่ง ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีราคาสูงถึง 7 ล้าน 5 แสนบาท ทั้งที่นายชวนมีความสมถะ ว่า..

      อ่านข่าว : ชวน สั่งสภาฯ​ใช้งบประหยัด

            “การจัดตั้งงบประมาณครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมูลค่า 7,500,000 บาท เป็นการตั้งในราคาที่เทียบเท่ากับรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และรถประจำตำแหน่งของประธานศาลฎีกา ประกอบกับรถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีอยู่ปัจจุบัน ก็จัดซื้อในราคา 7,500,000 บาท เช่นกัน แต่เหตุผลที่ต้องจัดซื้อใหม่เพราะ รถประจำตำแหน่งที่มีอยู่เดิมมีอายุการใช้ 8 ปี ซึ่งมากกว่าอายุการใช้งานตามระเบียบไว้เพียง 6 ปี” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าว

นายสรศักดิ์ เพียรเวช

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวอีกว่า ซึ่งการจัดทำคำของบประมาณครั้งนี้ ยังมีการตั้งงบประมาณจัดซื้อของรองประธานสภา วงเงิน 3,700,000 บาท และรถของผู้นำฝ่ายค้าน ในราคา 4,000,000 บาท เนื่องจากในช่วงที่มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติเข้าทำหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถของบประมาณจัดซื้อได้ เพราะอยู่ในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร

นายสรศักดิ์ ยืนยันว่า การที่นายยุทธพงศ์ ให้ข่าวว่างบประมาณส่วนนี้จัดตั้งตามความเห็นชอบของนายชวน นั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นการตั้งงบประมาณตามกรอบ ซึ่งนายชวน ยืนยันว่าจะจัดซื้อจริง เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของที่ได้มาเท่านั้น ส่วนงบประมาณที่เหลือจะส่งคืนเข้าคลังตามเดิม

แต่จนถึงขณะนี้ นายชวน หลีกภัย  ประธานสภาผู้แทนราษฏร และประธานรัฐสภา ยังไม่ได้กำหนดว่าจะซื้อรถรุ่นใด หรือยี่ห้อใด และยังใช้รถส่วนตัวในการทำหน้าที่ สลับรถสำนองของสภา

ชวน สั่งสภาฯ​ใช้งบประหยัด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404850?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวน สั่งสภาฯ​ใช้งบประหยัด

16 ธันวาคม 2562 – 14:11 น.
รถประจำตำแหน่ง,ชวน หลีกภัย,ใช้งบประหยัด
เปิดอ่าน 437 ครั้ง

ชวน สั่งสภาฯ​ใช้งบประหยัดบอกไม่ควรซื้อรถคันละ 7.5 ล้านบาท บอกงบปี 62 ส่วนปธ.สภาฯ คืนคลัง 5 แสน 

รัฐสภา 16 ธันวาคม 2562  นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าตนไม่เคยให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติให้จัดซื้อรถประจำตำแหน่ง มูลค่า 7.5 ล้านบาท ตามที่มีการเสนอของบประมาณ ปี 2563

ทั้งนี้การตั้งงบประมาณดังกล่าวไม่เกี่ยวกับตน อย่างไรก็ตามกับประเด็นที่เกิดขึ้นตนสอบถามไปยังนายสรศักดิ์​ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ถึงความจำเป็น ซึ่งตนระบุว่าไม่มีความจำเป็นและหากอะไรที่ประหยัดได้ขอให้ประหยัดงบประมาณ  อย่างไรก็ตามตนได้ย้ำกับเลขาฯสภาฯ ด้วยว่าขอให้สภาฯ​ชุดปัจจุบันใช้งบประมาณอย่างประหยัด ทั้งนี้ปลายปีงบประมาณ 62 มีงบประมาณส่วนของประธานสภาฯเหลือจ่าย ประมาณ 5แสนบาท และได้คืนคลังแล้ว นอกจากนั้นตนได้หารือกับคณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ ซึ่งพบว่าบางคณะต้องการใช้งบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งหมด แต่ตนขอให้ใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็น

“การตั้งงบประมาณจัดซื้อรถประจำตำแหน่งคันละ 7.5 ล้านบาท แต่เป็นเรื่องของสภาฯ ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคล ที่ถึงวาระจะต้องจัดซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่ ของประธานสภาฯ รองประธานสภาฯและผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เนื่องจากไม่มีสภาฯมาหลายปี และเรื่องของการตั้งงบประมาณไม่ได้เกี่ยวกับประธานสภาฯ แต่เป็นการกำหนดตามตำแหน่งว่าควรจะใช้งบเท่าไหร่ ซึ่งทราบว่าในอดีตเคยมีการจัดสรรงบประมาณในราคานี้” นายชวน กล่าว

ประธานสภาฯ​ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล ที่ระบุว่าประชาชนเบื่อสภาฯ ล่ม และให้ความเห็นว่าให้ยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ ว่า สภาฯ​ล่มเพียง 2 ครั้งและเป็นในการพิจารณาญัตติ ไม่ใช่พิจารณาร่างกฎหมาย ทั้งนี้ตนขอให้ประชาชนแยกภาพลักษณ์ของบุคคลออกจากสถาบันนิติบัญญํติ และไม่นำมาเหมาะรวม ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตนกำชับให้ส.ส.ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้สภาฯ​เป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนการยุบสภานั้น ตามอำนาจเป็นเรื่องของนายกฯ​ตนไม่ขอก้าวล่วง

เลขาสภาฯ​แจงงบซื้อรถปธ. รองสภาฯ ตามกฎหมาย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404832?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เลขาสภาฯ​แจงงบซื้อรถปธ. รองสภาฯ ตามกฎหมาย

16 ธันวาคม 2562 – 13:28 น.
รถประจำตำแหน่ง,ชวน หลีกภัย,เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร์,งบประมาณ
เปิดอ่าน 78 ครั้ง

เลขาสภาฯ​แจง งบซื้อรถ ประธาน-รองประธานสภาฯ ตามกฎหมาย-เงินเหลือคืนคลัง ไม่มีราคากลาง แต่ให้ราคาเหมาะสมกับตำแหน่ง

รัฐสภา  16 ธันวาคม 2562  นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงยืนยันต่อการเสนอของบประมาณ ปี 2563 เพื่อจัดซื้อรถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มูลค่าคันละ 7.5 ล้านบาท

โดยกล่าวว่า เป็นการเสนอของบประมาณ เพื่อทดแทนรถประจำตำแหน่งประธานสภาฯ​คันเดิมที่อายุการใช้งาน กว่า 8 ปี ซึ่งเกินอายุการใช้งานที่กำหนดไว้เพียง 6 ปีเท่านั้น ขณะที่งบประมาณราคาดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ.2523  และได้นำเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งนายชวนระบุเป็นนโยบายว่าไม่สมควรซื้อรถประจำตำแหน่งเต็มราคาที่ 7.5 ล้านบาท และให้จัดซื้อรถในราคา 4 ล้านบาทแทน

ทั้งนี้การตั้งงบประมาณดังกล่าวไม่มีราคากลางกำหนดไว้ เป็นเพียงการตั้งราคาให้เหมาะสมกับตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งราคาดังกล่าวาเทียบเท่ากับรถยนต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี , ประธานศาลฎีกา ที่ราคาซื้อ 7.5 ล้านบาท เช่นกัน​ อย่างไรก็ตามเมื่อสภาฯ​ ใช้งบจัดซื้อต่ำกว่าราคาที่เสนอขอ งบประมาณที่เหลือจ่างต้องส่งคืนคลังทั้งหมด

นายสรศักดิ์ กล่าวถึงการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งของรองประธานสภาจำนวน 2 คันๆละ 3,761,000 บาท รวมถึงรถประจำตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจำนวน 1 คัน  4,059,000 บาท ว่า เป็นไปตามกรอบงบประมาณ ทั้งนี้ที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะคณะอนุกรรมการฯ งบประมาณฯ ให้ข่าวนั้นไม่เป็นข่าวจริง ขณะที่ยี่ห้อ หรือรุ่นรถนั้นนายชวนไม่ได้กำหนด และปัจจุบันได้ใช้รถประจำตำแหน่งของสภาฯ​สลับกับรถยนต์ส่วนตัว

ยิ่งลักษณ์โผล่โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายก ชีวิตต้องสูญเสียบ้าน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404821?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ยิ่งลักษณ์โผล่โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายก ชีวิตต้องสูญเสียบ้าน

16 ธันวาคม 2562 – 13:14 น.
ยิ่งลักษณ์
เปิดอ่าน 1,131 ครั้ง

ยิ่งลักษณ์โผล่โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายก ชีวิตต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงการใช้กฎหมาย ม.44 ในการเร่งรัดดำเนินคดี ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ชีวิตนี้สูญเสียทุกอย่าง

อ่านข่าว-บิ๊กป้อม ถาม ยิ่งลักษณ์ ทำไมถึงถูกยึดทรัพย์

 

หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน

ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

วันนี้ดิฉันเองจึงอยากจะขออนุญาตเล่าความในใจว่า ดิฉันเองจะต้องต่อสู้เรื่องของการถูกประมูลทรัพย์สินทุกชิ้นที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้มา ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ ดิฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและสะเทือนใจทุกครั้งที่รับทราบว่าทรัพย์ถูกทยอยขายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น บางครั้งดิฉันก็ต้องปลอบใจตัวเองและบอกกับตัวเองว่า หากเรายังเศร้าและจมปลักอยู่กับอดีตเราก็จะไม่มีความสุข เรายังต้องมีภาระและดูแลอีกหลายชีวิตที่เขาฝากความหวังไว้กับเรา

ดังนั้นดิฉันจึงต้องพยายามยืนและมองไปข้างหน้าโดยมองอดีตเป็นประสบการณ์ และคนเราควรจะอยู่เพื่อวันนี้และเพื่ออนาคต ไม่เอาอดีตมาทำให้เราไม่สามารถจะหลุดพ้นหรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะวันนี้ดิฉันพยายามที่จะบอกว่าดิฉันอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับอนาคต เราจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งในอดีตที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อดิฉันโดยเสมอมาค่ะ #ม.44กฎหมายเลือกข้าง #กฎหมายเลือกข้าง

CR.Yingluck Shinawatra

บิ๊กตู่ชี้มีคนยุให้ทำผิดกม.เตือนอย่าให้ใครบิดเบือน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404818?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ชี้มีคนยุให้ทำผิดกม.เตือนอย่าให้ใครบิดเบือน

16 ธันวาคม 2562 – 13:00 น.
สถิติอุบัติเหตุทางถนน,นายกฯ,ป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนน
เปิดอ่าน 73 ครั้ง

บิ๊กตู่ สั่งลดอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือศูนย์เร็วที่สุด จี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ชี้ วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกม. เตือนอย่าให้ใครบิดเบือน ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ

16 ธันวาคม 2562 “บิ๊กตู่” สั่ง ลดอุบัติเหตุทางถนน ให้เหลือศูนย์เร็วที่สุด จี้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ชี้ วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกม. เตือน อย่าให้ใครบิดเบือน ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ

อ่านข่าว-“บิ๊กตู่” ชี้บังคับเฟซบุ๊กไม่ได้ แค่ขอร่วมมือ

ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ พร้อมกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ถือเป็นปัญหาที่นำมาซึ่งความสูญชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ และเป็นโศกนาฏกรรมของสังคมไปถึงระดับชาติ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเราจึงต้องช่วยแก้ปัญหา

โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนนแบบองค์รวม ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว และเมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) ตนได้ไปเปิดถนนคนเดินสีลมและถนนเยาวราช ได้เห็นรอยยิ้มและเห็นความสุขของประชาชน จึงอยากให้คนไทยมีรอยยิ้มตลอดทั้งปีในทุกวาระ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภายใต้ปฏิญญามอสโก ได้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 2563 ซึ่งในระยะเวลาที่กำหนดตนอยากให้ลดให้เร็วที่สุดให้เหลือศูนย์ให้ได้ โดยมีความกังวลหากมีคนเจ็บ คนตาย และมีความสูญเสียเกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางถนนท้องถิ่น ตำบลและหมู่บ้าน จึงจำเป็นต้องใช้กลไกในระดับพื้นที่ และต้องได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นงานหนักทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนอยากให้แก้ปัญหาให้เร็วสุด เพื่อขอเป็นของขวัญในปีนี้และปีต่อๆ ลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเทศกาลวันแห่งความสุขทุกคนควรมีความสุข สิ่งที่หลายคนลืมคือไม่นึกถึงคนอยู่ข้างหลัง ไม่ระมัดระวังตัวเองและคึกคะนอง ดังนั้นทำอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนขึ้นมาอีก ทั้งนี้ปี 2562 มีกว่า 7 แสนคนที่บาดเจ็บสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน จึงเน้นย้ำขอให้ทุกคนมีวินัยการจราจรและเคารพกฎหมาย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถป้องกันได้ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ซึ่งการบาดเจ็บสูญเสียไม่สามารถเรียกกลับมาได้ ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายและทุกพื้นที่ถือความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นนโยบายสำคัญรัฐบาล โดยทุกชีวิตมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงให้ทุกจังหวัดกำกับดูแลศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง ป้องกันดีกว่าแก้ไข

ขณะที่รัฐบาลผิดชอบหลายเรื่อง ทั้งเรื่องถนนหนทาง ไฟฟ้า และเรื่องอื่นๆ ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ร่วมมือแก้ไขทุกอย่างกลับเหมือนเดิม กลับมาที่รัฐบาลรับผิดชอบ มันถูกหรือไม่ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง รวมทั้งฝากให้ผู้ใหญ่หาหมวกกันน็อคให้ลูกและเด็กๆ ใส่ ขณะที่รถจักรยานยนต์รับจ้างก็จัดหาหมวกกันน็อคให้ลูกค้าและทำความสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่อยากไป

จึงขอกำชับทุกฝ่ายและพื้นที่อย่าปล่อยให้บกพร่อง และอย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ เพราะทุกอย่างอยู่ที่การเอาใจใส่ อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบ โดยต้องลงไปดูในพื้นที่จริงไปตรวจและติดตามอย่าโยนให้เป็นหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูข้างล่างเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันขอให้ทุกจังหวัดทำแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทุกๆปี ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่พูดเสียงดังไม่ได้โมโห ไม่ได้เครียด

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้อยากให้เครือข่ายเมาไม่ขับ ไปดูเครือข่ายเมาแล้วขับด้วยว่ามีหรือไม่ เพราะบางคนไม่เมาเหล้าก็เมาความมคิดที่คึกคะนอง อย่างไรก็ตามในช่วงสิ้นปีนี้ตนจะดูว่าอุบัติเหตุลดลงได้เท่าไหร่ และในปี 2563 ขอให้ลดลงให้ได้มากที่สุด และหวังว่าไม่มีใครตายอีกเลย แต่ไม่รู้ทำได้หรือไม่เพราะตนไม่ได้ขับรถไปกับท่าน ตำรวจก็ไม่ได้ขับรถไปด้วย ย้ำว่ากฎหมายมีไว้ป้องปราม วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกฎหมาย จึงขออย่าให้ใครบิดเบือนให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายมีไว้ป้องกันไม่ใช่ปราบปราม ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นในทุกระดับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ทำปฏิญญาไทยแลนด์ คือ ทุกคนต้องรักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่น ต้องรักสามอย่างนี้เท่ากันปัญหาก็จะไม่เกิด พร้อมสร้างชาติของเราให้เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งตนมองว่าบางคนน่าจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้อีกมากในอนาคต จึงไม่ควรมาบาดเจ็บสูญเสียไปก่อน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรมนุษย์ของเราให้ปลอดภัยด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาอะไรก็ตามขึ้นอยู่คนไทยทุกคน ซึ่งทุกคนมีศักยภาพ มีอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรักครอบครัวเราเอง สิ่งเหล่านี้ลืมไปหรือไม่ถ้าลืมต้องดึงกลับมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้บ้านเมืองของเราปลอดภัยและสงบสุข ตนเข้าใจว่าไม่มีใครชอบให้บังคับใช้กฎหมาย ตนก็ไม่ชอบ แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการนั่นคือการบริหารราชการแผ่นดิน

ดังนั้นอย่ามองว่ารัฐบาลบังคับใช้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลเพียงแต่ให้แต่ละหน่วยงานนำกฎหมายมาพิจารณาและบังคับใช้อย่างระมัดระวัง จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจและจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีความปลอดภัย ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกรอบกว้างๆ แต่ทุกคนต้องเคารพกฎหมายรองลงมารวมทั้งพ.ร.บ.ต่างๆ ทั้งหมดด้วย ซึ่งความมุ่งหมายของเราคือการทำให้ประเทศชาติมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน อีกทั้งไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ตามออกมาก็ต้องมีกฎหมายลูกตามมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบสุขในแผ่นดินผืนนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้ชัดเจนด้วย

บิ๊กป้อม ย้ำหน่วยงานมั่นคงไม่ประมาท เข้มงานการข่าว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404813?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กป้อม ย้ำหน่วยงานมั่นคงไม่ประมาท เข้มงานการข่าว

16 ธันวาคม 2562 – 12:48 น.
บิ๊กป้อม,ประชุมรับมือปีใหม่,ย้ำหน่วยงานความมั่นคง,ไม่ประมาท,เข้มงานการข่าว,จับตากลุ่มเสี่ยง
เปิดอ่าน 107 ครั้ง

“บิ๊กป้อม” ประชุมรับมือปีใหม่ ย้ำหน่วยงานความมั่นคงไม่ประมาท เข้มงานการข่าว-แผนเผชิญเหตุ จับตากลุ่มเสี่ยงทั้งใน-นอกประเทศ-3 จชต. เข้มบังคับใช้กฎหมาย 7วันอันตราย

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2562 – ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลัง ประชุม VTC กับฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัด เตรียมความพร้อมมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องกันไป ว่า การประชุมในวันนี้ เนื่องจากเราต้องการไม่ให้มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตและกำชับหน่วยงานได้เตรียมการดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชนในทุกๆ เรื่อง ทั้งโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ซึ่งการประชุมวันนี้เป็นการประชุมทั้งประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมทางไกล ซึ่งได้กำชับให้ดูแลในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะให้เปรียบเทียบตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียในปี 2563 ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่

     พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาเรื่องการนั่งท้ายรถกระบะนั้น ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะให้ความร่วมมือหรือไม่เพียงแต่ไม่ต้องการให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอยู่แล้วและก็ไม่ได้มีการหยุดพัก ในส่วนของทหารก็มีการเปิดค่ายทหารในการอำนวยความสะดวกจุดพักรถให้ประชาชนเหมือนเดิม รวมถึงมาตรการเมาแล้วขับจับยึดรถก็ยังคงบังคับใช้

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานความพร้อมของเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช โดย พล.อ.ประวิตร กำชับ ขอให้ฝ่ายข่าว เพิ่มความเข้มงานการข่าวในทุกมิติและจับตากลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในข่ายและอาจเป็นปัญหาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนทั้งภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองใหญ่และในพื้นที่ภาคใต้ เครือข่ายนิยมความรุนแรง กลุ่มก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การแสวงประโยชน์จากการลักลอบค้ามนุษย์และสินค้าผ่านแดน การเคลื่อนย้ายยาเสพติดและอาวุธสงคราม เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ขอให้หน่วยงานความมั่นคงในทุกจังหวัด ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาตั้งแต่พื้นที่ชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ชั้นใน โดยให้ร่วมหารือและปรับแผนเผชิญเหตุให้สามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาพรวม พร้อมทั้งให้สำรวจความพร้อมของกำลังคนและนำเทคโนโลยีเฝ้าตรวจมาเสริมให้เพียงพอกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ประชาชนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก พื้นที่จัดงานปีใหม่ รวมทั้งชุมทางคมนาคมทั้ง ทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ทั้งนี้ให้มีแผนรองรับปัญหาอัคคีภัยควบคู่กันไป

สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พล.อ.ประวิตร ได้กำชับขอให้นำสถิติอุบัติเหตุทั้งปีที่ผ่านมา ทั้งพื้นที่ สาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนปรับแผนและเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาอุบัติเหตุ โดยขอให้กระทรวงคมนาคม คุมเข้มบังคับใช้กฎหมายและสำรวจความพร้อมยานพาหนะสาธารณะทั้งทางบก น้ำและอากาศ  ความพร้อมของเส้นทาง แสงสว่างและเครื่องหมายจราจร รองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกเส้นทาง และกำชับขอให้ตำรวจทางหลวงดูแลในเส้นทางหลัก กระทรวงมหาดไทยดูแลในเส้นทางหลวงชนบทภาพรวม  พร้อมทั้ง ขอให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลและการส่งกลับ เพื่อลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
พล.อ.ประวิตร ยังได้ย้ำ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มบังคับใช้กฎหมายจราจรในห้วง 7 วันอันตรายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ คือ เมาแล้วขับ ขับรถเร็วและการไม่สวมหมวกกันน็อค พร้อมกำชับให้ดำรงความต่อเนื่องในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกท้องที่ โดยให้ดำเนินการตามแผนกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่องกันไปและขอให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกับจิตอาสาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ จำเป็นต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและปรับปรุงการทำงานในพื้นที่ร่วมกันไป พร้อมทั้งต้องสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเฝ้าระวังและดูแลกันเอง ทั้งการป้องกันอุบัติเหตุในครอบครัวและการดูแลความปลอดภัยภายในชุมชน

นอกจากนี้ ยังกำชับขอให้กระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลัก ขับเคลื่อนกลไกท้ังระดับจังหวัดและท้องถิ่นทุกระดับในมาตรการต่างๆให้ครอบคลุมทั้ง คน ถนน ยานพาหนะ การช่วยเหลือ ความปลอดภัยทางน้ำและนักท่องเที่ยวและการบริหารจัดการ โดยขอให้มีจุดตรวจ จุดสกัดตามความเหมาะสม ไม่สร้างปัญหาด้านการจราจร พร้อมทั้งขอให้ตั้งเป้าหมายลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตบนท้องถนนในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพ่งเล็งพื้นที่เสี่ยงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ขอให้มีการส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล

‘เฉลิมชัย’พร้อมรับ‘ม็อบกฟก.-ประมง’เคลื่อนพลบุกก.เกษตรฯพรุ่งนี้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460489

news_default

‘เฉลิมชัย’พร้อมรับ‘ม็อบกฟก.-ประมง’เคลื่อนพลบุกก.เกษตรฯพรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.01 น.

“เฉลิมชัย” ไม่หวั่น พร้อมรับฟังปัญหาเกษตรกรที่จะมาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯพรุ่งนี้ ยันเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ “ชาวประมง” ตามแนวทางรัฐบาล ขณะที่ “ม็อบหนี้สินเกษตรกร” รวบรวมรายชื่อสมาชิกที่ตกหล่นเข้าสู่วาระการประชุมของ กฟก.แล้ว

16 ธันวาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนจะรับข้อร้องเรียนของเกษตรกรที่จะมาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯวันพรุ่งนี้(17 ธันวาคม 2562) ด้วยตนเอง โดยชาวประมงจาก 22 จังหวัดชายทะเลนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เอาแน่!‘ม็อบประมง’กางแผนแก้ถูกสกัดบุกกรุง17ธ.ค. ลั่นขอคุย‘เฉลิมชัย’คนเดียว) จะชี้แจงให้เข้าใจว่ากระทรวงเกษตรฯได้ผ่อนคลายปัญหาต่างๆให้แล้ว ทั้งด้านโครงการเงินกู้สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนในการออกทำประมง การพิจารณาเพิ่มวันทำประมง การให้ข้ามฝั่งจากอ่าวไทยไปอันดามันและจากอันดามันไปอ่าวไทยได้ตามฤดูกาล

ทั้งนี้ ไม่มีการออกกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ มีแต่การออกกฎหมายลำดับรองที่ส่งเสริมต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง เช่น การจะออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. …. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนการปรับปรุงยกร่างกฎหมายประมงนั้น คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณา

สำหรับการนำเรือประมงขาว-แดงออกนอกระบบซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ 53 ลำ งบประมาณ 294,850,200 บาท รอการจัดสรรงบประมาณปี 2563 เมื่อได้รับแล้วจะเร่งดำเนินการต่อไป ส่วนโครงการการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ระยะที่ 2 โดยนำเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐและ/หรือมีความประสงค์จะเลิกอาชีพทำการประมง 2,768 ลำ งบประมาณค่าใช้จ่ายในการชดเชยเรือประมง 7,143,847,900 บาทอยู่ระหว่างเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

รมว.เกษตรฯ ระบุว่า ปัญหาภาคการประมงนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง อีกทั้งการแก้ปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ในส่วนที่กระทรวงเกษตรฯรับผิดชอบนั้นได้ดำเนินการแล้ว แต่บางเรื่อง เช่น การขาดแคลนแรงงาน กระทรวงเกษตรฯได้ประสานกระทรวงแรงางาน โดยนำเสนอมาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งขอความเห็นชอบจากหน่วยงานกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานทางด้านความมั่นคง เช่น กองทัพเรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานได้ให้ความเห็นชอบมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562

ด้านการอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมัน และการบริการ คือ มีเรือ Tanker ที่เข้าร่วมในโครงการประมาณ 50 ลำ จะนำเรือไปจอดทอดสมอเพื่อขายน้ำมันในบริเวณทะเลเขตต่อเนื่องให้แก่เรือประมง ส่วนเรือประมงที่ประสงค์จะเติมน้ำมันเขียวจะต้องได้รับโควตาปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละเที่ยวเรือที่ออกจับปลาในทะเลจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาคมฯจะเป็นผู้ออกรหัส (Code) การเข้าเติมน้ำมันเขียวกับเรือประมง เพื่อเข้าไปเติมน้ำมันจากเรือ Tanker ซึ่งเป็นสถานีบริการนอกชายฝั่งทะเล และจะต้องไม่เกินกว่าปริมาณความจุของถังน้ำมันใช้การของเรือ

ขณะที่โครงการนำระบบฟรีทการ์ด (Fleet Card) มาใช้ ซึ่งเป็นระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเติมน้ำมัน ทดแทนการออกเป็นรหัส (Code) เพื่อประโยชน์ในการกำกับ ติดตามและบริการการใช้น้ำมัน (เขียว) ให้ถูกต้อง ทันสมัย และเป็นฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำมันได้ตั้งแต่โรงกลั่น เรือ Tanker จนถึง เรือประมง โดยได้มอบหมายให้ผู้แทนจากธนาคารกรุงไทย ได้มาร่วมรับฟังศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาให้ระบบฟรีทการ์ดสามารถใช้เป็นบัตรเครดิตสำหรับเติมน้ำมันเขียวกับเรือประมง ส่วนสมาคมผู้ค้าน้ำมันเรือ Tanker ได้เข้าร่วมประชุมด้วยก็มีท่าทีไม่ขัดข้อง หากธนาคารกรุงไทยสามารถให้เครดิตการชำระหนี้น้ำมันในระยะเวลาที่เหมาะสมได้ ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิตประธานกรรมการโครงการได้ประชุมร่วมกับประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยแล้ว

นายเฉลิมชัย กล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้สินที่นายสิตภิธัมพอน เกษรแก้วชวนันท์  ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรของพระราชาจะเดินทางถึงหน้ากระทรวงเกษตรฯ ช่วงเช้าวันที่ 17 ธันวาคม 2562 โดยประสงค์ให้ปรับโครงสร้างหนี้สมาชิกที่ตกหล่น ซึ่งจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 มีสมาชิกที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้สิน ฯ 18,000 คน แต่ที่ยังไม่ได้แก้ไขมีอีก 2,400 คนนั้น ขณะนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เพื่อให้นำรายชื่อ สมาชิก กฟก. กลุ่มนี้ เสนอ ครม.เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ โดยนำข้อดีของ มติ ครม.เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 คือ ครอบคลุมทุกสถาบันเจ้าหนี้ โดยให้ลูกหนี้ชำระเงินต้น 50% ตามระยะเวลาที่กำหนด แล้วจะยกหนี้ 50% หลังและดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ และให้นำข้อดีของ มติ ครม.เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 คือมีการฟื้นฟูอาชีพให้กับสมาชิกด้วย  ความก้าวหน้าของการดำเนินการอยู่ระหว่าง กฟก.ตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติของทั้ง 2,400 ราย และจะนำเสนอคณะกรรมการ กฟก.พิจารณาดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ ตน ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ กฟก. จะประชุมแก้ไขแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มมวลชนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 โดยได้บรรจุเรื่องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรของพระราชา เข้าวาระการประชุมด้วยแล้ว

ประมงเก็บข้อมูลวิจัยใช้อวนจับแมงกะพรุน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460356

news_default

ประมงเก็บข้อมูลวิจัยใช้อวนจับแมงกะพรุน

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากกรณีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบประกาศ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำประมง วิธีทำประมง และพื้นที่ทำประมง ที่ห้ามใช้ทำประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแมงกะพรุนสอดคล้องกับวิถีทำประมงในพื้นที่บางแห่ง ตามความต้องการและข้อเรียกร้องของชาวประมง

จากข้อมูลวิชาการเบื้องต้นของกรมประมงพบว่า ปัจจุบันแมงกะพรุนแพร่กระจายชุกชุมในเขตทะเลชายฝั่ง เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแมงกะพรุนสอดคล้องกับวิถีทำประมงจึงจำเป็นต้องศึกษาทางวิชาการ กระทรวงเกษตรฯ จึงออกประกาศ ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำประมง วิธีทำประมง และพื้นที่ทำประมง ที่ห้ามใช้ทำประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 โดยประกาศฉบับดังกล่าวเป็นการศึกษาวิจัยรูปแบบทำประมงด้วยเครื่องมืออวนจับแมงกะพรุน ซึ่งจะเก็บรวบรวมข้อมูลพร้อมกันจากทั้ง 2 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายวิชาการกรมประมง และจากการทำการประมงของชาวประมง จึงอนุญาตให้ใช้เครื่องมืออวนจับแมงกะพรุน ให้ทำประมงในเขตทะเลชายฝั่ง ได้โดยมีผลการบังคับใช้ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ การใช้อวนลากแมงกะพรุนในเขตทะเลชายฝั่งนั้น ชาวประมงยังไม่สามารถทำประมงได้ทันที หากจังหวัดใดประสงค์จะออกมาตรการภายใต้ประกาศฉบับนี้ ต้องเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดเพื่อพิจารณาพื้นที่และเงื่อนไขอื่น เช่น เวลาทำประมง และออกประกาศคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด

ทั้งนี้ การพิจารณารูปแบบเครื่องมือประมงวิธีทำประมง ขนาดของเรือที่ใช้ประกอบการทำประมง ระยะที่ทำประมงได้ ต้องเป็นไปตามแนบท้ายของประกาศโดยสาระสำคัญของประกาศฯ กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนลากทุกชนิดที่ใช้ประกอบเรือประมงทำประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง ยกเว้นอวนจับแมงกะพรุนที่ใช้ประกอบเรือประมงทำประมงตามรูปแบบของเครื่องมือวิธีทำประมง พื้นที่ทำประมง ขนาดของเรือประมงที่ใช้ทำการประมง และเงื่อนไขอื่นที่ใช้ทำประมง กรมให้ความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและชาวประมง เพื่อให้เกิดการยอมรับจากชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราเห็นการมีส่วนร่วมของภาครัฐและชาวประมงร่วมกันเก็บข้อมูลการทำประมง เพื่อศึกษาสร้างผลงานวิจัยร่วมกันให้เกิดผลชัดแจ้งเป็นที่ประจักษ์นำมาซึ่งการปรับปรุงมุ่งพัฒนาประกาศฉบับที่มาจากความร่วมมือของผู้ใช้ทรัพยากรโดยตรง มาปรับใช้บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศต่อไป