แนะรับมือไรแดงแอฟริกันทำลายส้มเขียวหวาน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460354

news_default

แนะรับมือไรแดงแอฟริกันทำลายส้มเขียวหวาน

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศแห้งแล้งในช่วงเช้าจะมีอากาศเย็นถึงหนาว และกลางวันมีอากาศร้อน กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรสวนส้มเขียวหวานให้เฝ้าระวังไรแดงแอฟริกันในระยะติดผล จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยง อยู่ที่บริเวณหน้าใบ หรือด้านบนใบ กรณีที่มีการระบาดรุนแรง อาจพบการทำลายของไรที่บริเวณหลังใบ และที่ผลส้มเขียวหวาน ทำให้ใบและผลมีสีเขียวจางลงเพราะสูญเสียคลอโรฟิลล์ หากมีการระบาดรุนแรง อาจทำให้ใบและผลร่วงในที่สุด ทั้งนี้ แนวทางป้องกันและแก้ไขการเข้าทำลายของไรแดงแอฟริกัน เกษตรกรควรหมั่นสำรวจใบส้มทุกสัปดาห์ช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนธันวาคม – พฤษภาคม และฤดูฝนที่ฝนทิ้งช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม หากพบไรแดง
แอฟริกันเริ่มลงทำลายส้มเขียวหวาน ให้เกษตรกรป้องกันกำจัดด้วยการให้น้ำติดต่อกันหลายๆ ครั้ง กรณีระบาดรุนแรง เกษตรกรจะสังเกตเห็นใบส้มเริ่มมีสีเขียวจางลง เมื่อใช้แว่นขยายส่องดูบนใบ จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดทำลายอยู่ทั่วไป จากนั้น ให้พ่นด้วยสารฆ่าไรชนิดใดชนิดหนึ่ง คือ สารโพรพาร์ไกต์ 30% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเฮกซีไทอะซอกซ์ 2% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอะมิทราซ 20% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโบรโมโพรไพเลต 25% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร สารฆ่าไรเหล่านี้ค่อนข้างปลอดภัยต่อตัวห้ำ ตัวเบียน และผึ้ง หลีกเลี่ยงการพ่นสารชนิดเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรใช้สลับชนิดกัน เพื่อป้องกันไรสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าไรหากพบว่ายังมีไรแดงแอฟริกันระบาดให้พ่นสารฆ่าไรอีกครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 5 วัน

เร่งแก้ปัญหากุ้งราคาตก รัฐตีปี๊บบริโภคในปท.อัดมาตรการพยุงราคา ประมงเก็บข้อมูลวิจัยใช้อวนจับแมงกะพรุน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460359

news_default

เร่งแก้ปัญหากุ้งราคาตก n รัฐตีปี๊บบริโภคในปท.อัดมาตรการพยุงราคา ประมงเก็บข้อมูลวิจัยใช้อวนจับแมงกะพรุน

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ราคาซื้อขายกุ้งขาวแวนนาไมที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม – กันยายน ปี 2562 พบว่า กุ้งขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 139 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 6  เนื่องจากไทยส่งออกกุ้งลดลง มีปริมาณส่งออก 126,658 ตัน (ลดลงร้อยละ 5) คิดเป็นมูลค่า 37,531 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 10) เนื่องจากราคากุ้งไทยมีราคาที่สูงกว่าคู่แข่ง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ความสามารถแข่งขันของไทยจึงลดลงไปด้วย นอกจากนี้ ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปขาดสภาพคล่องรวมทั้งเลิกกิจการไปบางส่วน ดังนั้น ความต้องการกุ้งเพื่อส่งออกจึงน้อยลง และกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับความเดือดร้อนจากราคากุ้งตกต่ำตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 เป็นต้นมา

กระทรวงเกษตรฯ โดย สศก. และ กรมประมง ร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาราคากุ้งขาวแวนนาไมร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางแก้ปัญหา โดยนำผลผลิตส่วนเกินกุ้งออกจากตลาด 40,000 ตัน และกำหนดราคาเป้าหมายที่เกษตรกรขายได้ให้กุ้งขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม อยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท

ด้านนางอัญชนา  ตราโช  รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเสริมว่า สำหรับมาตรการแก้ปัญหาราคากุ้ง กรมการค้าภายในเตรียมเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อกุ้งเพิ่ม 30,000 ตัน  วงเงินกู้ 5,000 ล้านบาท โดยชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ระยะเวลา 6 เดือน วงเงิน 75 ล้านบาท  และการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อกุ้งเพื่อเก็บในสต๊อก ระยะเวลา 3 เดือน 10,000 ตัน วงเงินกู้ 1,500 ล้านบาท โดยชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ระยะเวลา 6 เดือน วงเงิน 22.50 ล้านบาท และชดเชยค่าเก็บกิโลกรัมละ 1 บาท เป็นเงิน 10 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 32.50 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำโครงการและมาตรการดังกล่าว

นอกจากนี้ เตรียมขยายการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ให้มากขึ้น โดยให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทีมเจรจาระหว่างผู้ประกอบการส่งออกไทยกับผู้ประกอบการนำเข้ารายใหม่ๆ พร้อมส่งเสริมการบริโภคในประเทศ โดยให้กรมการค้าภายในจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค เช่น นำกุ้งจากฟาร์มเกษตรกรจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรงผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น ขายออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปลายปีที่เป็นช่วงเทศกาลที่ผู้บริโภคภายในประเทศจะซื้อกุ้งราคาถูกลงกว่าท้องตลาดทั่วไป เชื่อมั่นว่า มาตรการดังกล่าว จะยกระดับราคากุ้ง ให้สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน

ชายคาพระพิรุณ : 16 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460357

586851

ชายคาพระพิรุณ : 16 ธันวาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง น้ำท่วมและมีระดับน้ำสูง ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไปเก็บในสถานที่ปลอดภัยได้ทัน บ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก รวมทั้งส่งผลกระทบในภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์เกษตรที่เกษตรกรใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพได้รับความเสียหายจากอุทกภัยดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทีได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ที่เกษตรกรจำเป็นจะต้องซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกภายหลังจากน้ำลด ดังนั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดจัดงานบริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ขึ้น ในวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรดอนมดแดง (ศพก.) บ้านท่าเมือง ตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมอื่นๆ ภายในงานประกอบด้วย การให้บริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกร โดยช่างเกษตรท้องถิ่น ระดับ 3 นิทรรศการถ่ายทอดความรู้ และให้คำปรึกษาเรื่องการใช้และบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตร การตอบปัญหาชิงรางวัลด้านเครื่องยนต์เกษตร/เครื่องจักรกลการเกษตร นิทรรศการถ่ายทอดความรู้จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดขอนแก่น นิทรรศการถ่ายทอดความรู้จากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมแจกจ่ายพันธุ์พืชแก่เกษตรกร ซึ่งเกษตรกรผู้สนใจสามารถลงทะเบียนขอรับบริการได้ฟรี ณ ศพก.ดอนมดแดง หรือสำนักงานเกษตรอำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา โดย กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการสร้างช่างเกษตรท้องถิ่น โดยการฝึกอบรมเกษตรกรผู้ใช้เครื่องยนต์เกษตร พัฒนาทักษะให้เป็นช่างเกษตรท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตร สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้และบำรุงรักษาแก่เกษตรกรในชุมชน ตลอดจนพัฒนาเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์เกษตรที่ใช้ประกอบอาชีพได้อีกด้วย ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้สร้างช่างเกษตรท้องถิ่นทั้ง 3 ระดับแล้ว จำนวน 12,010 คน โดยช่างเกษตรระดับที่ 1 สามารถนำความรู้เรื่องการใช้และการบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตรไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้เฉลี่ย 756.09 บาทต่อเครื่องต่อปี ช่างเกษตรระดับที่ 2 และช่างเกษตรระดับที่ 3 สามารถลดค่าใช้จ่ายในการนำเครื่องยนต์ไปซ่อมแซมนอกพื้นที่ได้เฉลี่ย 1,476.75 บาทต่อรายต่อปี โดยช่างเกษตรระดับที่ 3 สามารถถ่ายทอดความรู้และให้บริการซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกรในท้องถิ่น…นับว่าเป็นโครงการดีๆ ที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำขึ้นเป็นการติดอาวุธทางปัญาและสร้างอาชีพต่อเนื่องให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

วันก่อน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการเดิน ย่ำ ปั่น เก็บ ขยะรอบสวนสาธารณะในชุมชน ภายใต้โครงการสหกรณ์รวมใจภักดิ์ พัฒนารักษาสิ่งแวดล้อม น้อมนำพระราชปณิธานความดี เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจัดขึ้น ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พื้นที่ในตำบลบางกระเจ้า และตำบลบางกอบัว อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการสำหรับการจัดโครงการเดิน ย่ำ ปั่น เก็บ ขยะรอบสวนสาธารณะในชุมชนภายใต้โครงการ สหกรณ์รวมใจภักดิ์ พัฒนารักษาสิ่งแวดล้อม น้อมนำพระราชปณิธานความดี เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อเป็นการรณรงค์ให้บุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ และขบวนการสหกรณ์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อขบวนการสหกรณ์ รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการแสดงพลังความรับผิดชอบต่อสังคมโดยน้อมนำจิตอาสาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มาขยายผลต่อยอด สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้กับทุกภาคส่วน และเป็นการสืบสานพระราชปณิธานบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้ ภายใต้โครงการจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในการนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมโครงการทำกิจกรรมเดิน และปั่นจักรยาน เพื่อเก็บและคัดแยกขยะรอบสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ บริเวณวัดกอบัว ตำบลบางกอบัว และในชุมชนตำบลบางกะเจ้า จากนั้นร่วมกันทำกิจกรรมการเรียนรู้การปั้นลูกบอลจุลินทรีย์ หรือ EM Ball รวมทั้งโยนลูกบอลจุลินทรีย์ หรือ EM Ball ลงในบึงน้ำสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตำบลบางกะเจ้า เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม บำบัดน้ำเน่าเสีย ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ด้วย

กรมประมง แจ้งข่าวให้พี่น้องชาวประมงที่ประสงค์ขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ในรอบปีประมง พ.ศ. 2563-2564 นำเรือประมงพาณิชย์เข้ารับการตรวจประเมินมาตรฐานด้านสุขอนามัยในเรือประมงเพื่อออกหนังสือรับรอง (สร.3) โดยเจ้าของเรือที่มีความประสงค์จะขอหนังสือรับรองมาตรฐาน สามารถยื่นแบบคำขอหนังสือรับรองมาตรฐาน ด้านสุขอนามัยในเรือประมง (สร.1) ได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงฯ สถานีวิจัยประมงทะเล สำนักงานประมงจังหวัด หรือสำนักงานประมงอำเภอในท้องที่ที่มีเรือประมงเทียบท่าขอความกรุณาให้ชาวประมงเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562 นี้นะครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มตรวจสอบและรับรองแหล่งประมง กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล โทร. 0-2562-0533

ขุนเกษตรา

รมช.เกษตรฯลุย ตรวจด่านกักสัตว์ เฝ้าระวังโรคติดต่อ สกัดระบาดเข้าไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460413

news_default

รมช.เกษตรฯลุย ตรวจด่านกักสัตว์ เฝ้าระวังโรคติดต่อ สกัดระบาดเข้าไทย

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รมช.เกษตรฯลุย

ตรวจด่านกักสัตว์

เฝ้าระวังโรคติดต่อ

สกัดระบาดเข้าไทย

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว กำชับคุมเข้มโรคติดต่อสัตว์ เยี่ยมชม “โคบาลบูรพา” เดินหน้าเลี้ยงโคเนื้ออาชีพ ยันรบ.ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อครบวงจรภาคตะวันออก

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว , ด่านตรวจพืช และด่านประมง ประจำด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมี นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผวจ.สระแก้ว , นายออน อุ่นทวีทรัพย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ , พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.กรม.ทพ.12 และนายวิบูลย์ ศรีมั่นคงธรรม หัวหน้ากลุ่มด่านกักกันสัตว์ที่ 2 ภาคตะวันออก พร้อมคณะ ให้การต้อนรับที่ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ

ทั้งนี้ นายประภัตร ได้ออกเดินเท้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนคลองลึกฯ พร้อมทักทายและให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ดูแลเรื่องการตรวจและสกัดกั้นโรคสัตว์ทุกชนิด ป้องกันไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศไทยได้ และกำชับการป้องกันการลักลอบนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้ามาในประเทศไทย

เมื่อนายนายประภัตร เดินตรวจไปจนถึงบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ริมชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก็ได้ทักทายประชาชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ที่เดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว และเยี่ยมชมการจำหน่ายลูกโคเนื้อเพศผู้ของสมาชิกสหกรณ์โคบาลบูรพาวัฒนานคร ในพื้นที่หมู่ 7 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดให้การต้อนรับ

พร้อมกันนั้น รมช.เกษตรฯ ได้มอบถังสนามเก็บน้ำเชื้อแก่อาสาผสมเทียมและมอบลูกโคเพศเมียโคบาลบูรพา เพื่อเป็นการขยายผลโครงการพร้อมทั้งยังได้มอบหญ้าแห้งเพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ให้แก่สหกรณ์โคบาลบูรพาทั้ง 3 แห่งอีกด้วย

นายประภัตร เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาด้านปศุสัตว์ให้แก่โครงการโคบาลบูรพา จำนวน 1,329.30 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่ประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไม่เหมาะสมหรือให้ผลผลิตต่ำ มาเลี้ยงปศุสัตว์ ที่สามารถสร้างรายได้ สร้างความมั่นคง และเป็นอาชีพที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นการเพิ่มปริมาณโคเนื้อให้เพียงพอต่อการบริโภคในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย โดยมอบแม่พันธุ์โคเนื้อ จำนวน 3,000 ตัว และแพะเนื้อ จำนวน 3,200 ตัว ให้กับเกษตรกรจังหวัดสระแก้วไปแล้วนั้น ในอนาคต โคเนื้อและแพะเนื้อจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น สามารถส่งไปจำหน่ายยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย หรือส่งออกไปยังต่างประเทศได้

ส่งช่างเกษตรบริการซ่อมเครื่องยนต์ฟรี18ธ.ค.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460355

news_default

ส่งช่างเกษตรบริการซ่อมเครื่องยนต์ฟรี18ธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม 2562  ที่ผ่านมา เกิดอุทกภัยรุนแรงในจ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไปเก็บในสถานที่ปลอดภัยได้ทัน บ้านเรือนเสียหายมาก รวมทั้งส่งผลกระทบภาคเกษตรโดยเฉพาะเครื่องยนต์เกษตรที่ใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพเสียหายจากอุทกภัยดังกล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2542 กรมส่งเสริมการเกษตรสร้างช่างเกษตรท้องถิ่น โดยฝึกอบรมเกษตรกรผู้ใช้เครื่องยนต์เกษตร พัฒนาทักษะให้เป็นช่างเกษตรท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้และบำรุงรักษาแก่เกษตรกรในชุมชน ตลอดจนพัฒนาเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์เกษตรที่ใช้ประกอบอาชีพได้ด้วย ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรสร้างช่างเกษตรท้องถิ่นทั้ง 3 ระดับแล้ว 12,010 คน โดยช่างเกษตรระดับที่ 1 สามารถนำความรู้เรื่องการใช้และการบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตรไปปฏิบัติได้ถูกต้องทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายซ่อมแซมได้เฉลี่ย 756.09 บาทต่อเครื่องต่อปี ช่างเกษตรระดับที่ 2 และช่างเกษตรระดับที่ 3 ลดค่าใช้จ่ายนำเครื่องยนต์ไปซ่อมนอกพื้นที่ได้เฉลี่ย 1,476.75 บาทต่อรายต่อปี โดยช่างเกษตรระดับที่ 3 สามารถถ่ายทอดความรู้และให้บริการซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกรในท้องถิ่น

สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ เกษตรกรจำเป็นต้องซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรให้นำกลับมาใช้งานได้อีกหลังน้ำลด ดังนั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรจึงกำหนดจัดงานบริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ขึ้นวันที่ 18 ธันวาคม ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรดอนมดแดง (ศพก.) บ้านท่าเมือง ตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การให้บริการซ่อมเครื่องยนต์เกษตรแก่เกษตรกร โดยช่างเกษตรท้องถิ่น ระดับ 3 นิทรรศการถ่ายทอดความรู้ และให้คำปรึกษาเรื่องการใช้และบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกษตร การตอบปัญหาชิงรางวัลด้านเครื่องยนต์เกษตร/เครื่องจักรกลการเกษตร นิทรรศการถ่ายทอดความรู้จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดขอนแก่น นิทรรศการถ่ายทอดความรู้จากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมแจกพันธุ์พืชแก่เกษตรกร ซึ่งเกษตรกรผู้สนใจลงทะเบียนขอรับบริการได้ฟรี ณ ศพก.ดอนมดแดง หรือสำนักงานเกษตรอำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี

มอบเงินเยียวยาเกษตรกรประสบภัยแล้ง’62

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460353

news_default

มอบเงินเยียวยาเกษตรกรประสบภัยแล้ง’62

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยหลังมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ภาวะฝนแล้ง ปี 2562 ที่อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานีว่า จากภาวะฝนแล้ง สร้างความเสียหายแก่พืชผลการเกษตร ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจ.อุทัยธานีมีพื้นที่การเกษตรเสียหายรวม 8 อำเภอ มีเกษตรกรประสบภัย 10,377 ราย 151,228 ไร่ วงเงินช่วยเหลือรวม 169,444,764.75 บาท ซึ่งช่วยเหลือเกษตรกร โดยโอนผ่าน ธ.ก.ส. ตรงไปยังบัญชีเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ และเร่งโอนเงินให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพต่อไป

สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกระทรวงเกษตรฯมีแนวทางแก้ไขบรรเทาความเสียหาย ได้แก่ 1) มาตรการเร่งด่วน โดยรัฐบาลมีแผนฟื้นฟู เยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย ปี 2562 เพื่อสร้างรายได้หรือลดรายจ่ายในครัวเรือนให้เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยปี 2562 เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ประสบภัย โดยจ.อุทัยธานี มีแผนปฏิบัติการฟื้นฟู เยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง ปี 2562 จำนวน 3 โครงการ คือ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว) ซึ่งจ.อุทัยธานีมีเกษตรกรผู้ประสบภัยเข้าร่วมโครงการ 1,541 ราย โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าวปี 2563/64 จ.อุทัยธานี มีเกษตรกรผู้ประสบภัยเข้าร่วมโครงการ 4,596 ราย และโครงการพัฒนาเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมง การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในบ่อดิน จ.อุทัยธานี มีเกษตรกรผู้ประสบภัยเข้าร่วมโครงการ 1,656 ราย 2) การส่งเสริมให้เกษตรกรวางแผนการผลิตและการปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ 3) นำเทคโนโลยีน้ำหยดมาใช้ผลิต ลดต้นทุนใช้น้ำ 4) ส่งเสริมให้เกษตรกรขุดสระเก็บกักน้ำไว้ใช้ เพื่อบรรเทาการขาดแคลนน้ำ และ 5) ปรับปรุงบำรุงดินให้เก็บกักความชุ่มชื้นไว้ได้นาน

ด้าน นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม รองอธิบดีกรมส่งเสริมเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การมอบเงินช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกพืชที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ หากมีพื้นที่ทำการเพาะปลูกเสียหายสิ้นเชิง และขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร จะได้รับความช่วยเหลือ ตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายจริง รายละไม่เกิน 30 ไร่ ได้แก่ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตรา ไร่ละ 1,690 บาท ทั้งนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติและผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือฯ เกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ. 01) โดยให้ผู้นำท้องถิ่นรับรอง ก่อนตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร และพื้นที่เสียหายจริง เพื่อพิจารณาความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

รัฐมนตรี อว.นำยุวอาสาแก้ไขปัญหากุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460373

รัฐมนตรี อว.นำยุวอาสาแก้ไขปัญหากุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 19.20 น.

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ นำยุวชนอาสากาฬสินธุ์ แก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ตามนโยบายรัฐบาล โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเพิ่มผลผลิตจาก 120 กก.ต่อไร่เป็น 200 กก.ต่อไร่

15 ธันวาคม 2562 เมื่อเวลา 14.30 น.  ที่ทำการสมาพันธ์กลุ่มผู้เลี้ยงก้ามกรามบัวบาน บ้านโป่งแค ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะลงพื้นที่โครงการยุวชนอาสา จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามดูโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการเพิ่มมูลค่าการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบบูรณาการในพื้นที่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมพบปะและเยี่ยมชมกิจกรรมของสมาชิกผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม

โดยมีนายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ นายอำเภอยางตลาด นายวีระชาติ ภูโปร่ง ประธานสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ยุวอาสา สมาชิกผู้เลี้ยงกุ้งกร้ามกราม ให้การต้อนรับจำนวนมาก

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมโครงการยุวชนอาสา จ.กาฬสินธุ์  ในการร่วมแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม  และเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากเดิม 120 กก.ต่อไร่ เป็น 200 กก.ต่อไร่ อีกทั้งยังสามรถลดต้นทุนการผลิตจาก 230 บาทเหลือเพียง 190 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มอัตราการรอดตายของลูกกุ้งจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 45

ทั้งนี้เพื่อเป็นต้นแบบให้อีก 3หมู่บ้านที่เลี้ยงกุ้งก้ามกราม  ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการเพิ่มมูลค่าการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบบูรณาการ ในพื้นที่บ้านโคกก่อง และบ้านโพธิ์ชัย ต.บัวบาน อ.ยางตลาด ซึ่งมีจำนวนคนจนตามตามระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) จำนวน 120 คน

ดร.สุวิทย์ กล่าวต่อว่า ก่อนที่ชาวบ้านจะเริ่มโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการเพิ่มมูลค่าการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม  พบว่าปัญหากุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงนำมาจำหน่ายในตลาดมีขนาดเล็ก น้ำหนัก 25 – 30 ตัวต่อ กก. ซึ่งยังไม่เป็นที่พอใจของผู้บริโภค แถมมีราคาสูง ไม่แน่นอน การอนุบาลลูกกุ้งมีอัตราการรอดตายต่ำ ปัญหาสายพันธุ์ลูกกุ้งไม่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำที่ใช้ในการเลี้ยง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้โครงการ “หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ของ กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและพัฒนากระบวนการผลิตกุ้งก้ามกรามร่วมกับชาวบ้าน จนกระทั่งได้ผลผลิตที่ดีขึ้น

จากนั้นจึงต่อยอดโดยการนำนักศึกษาใน โครงการยุวชนอาสาลงไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบพัฒนาที่ได้มาตรฐานเข้าไปใช้ ตั้งแต่การเตรียมบ่อเลี้ยง การจัดหาลูกกุ้ง อาหาร รวมทั้งการติดตั้งระบบเติมอากาศที่ประดิษฐ์จากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เข้าไปและนำเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์กุ้ง ก้ามกรามเพื่อเพิ่มมูลค่า การจัดทำระบบบัญชี

ดร.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินโครงการ ปรากฏว่ากุ้งก้ามกรามมีขนาดสม่ำเสมอ สามารถขายได้ทั้งบ่อพร้อมกัน และเป็นต้นแบบให้กับหมู่บ้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับโครงการยุวชนอาสา อว.นั้นเป็นการส่งนักศึกษา 800 คนลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้าน 1 ภาคการศึกษา จำนวน 83 โครงงาน ลงชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย 83 ตำบล ใน 15 อำเภอ จาก ทั้งหมด 18 อำเภอ ของ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งประสบปัญหาด้านความยากจน ความเหลื่อมล้ำ หรือปัญหาคุณภาพชีวิตในมิติต่าง ๆ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคนต่อปีเพิ่มสูงขึ้น โดยค่าเป้าหมายเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 และลดสัดส่วนคนจนลดลง มีค่าเป้าหมาย ลดลงร้อยละ 2.5 ต่อปี

โดยจะมุ่งพัฒนาศักยภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ยกระดับคุณภาพและรายได้ด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมการค้า การลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาทุนมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่มีความมั่นคงและสงบสุข ตามนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาล โดยนำร่องที่ จ.กาฬสินธุ์เป็นแห่งแรก

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458608

650935

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2562

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณเสด็จแทนพระองค์ ประทานรางวัลประชาบดี ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการโดย รมว.การพัฒนาสังคมฯ จุติ ไกรฤกษ์ นำคณะบุคคล องค์กรผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นฯเฝ้า 9 ธ.ค. 15.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา…ก่อนหน้านั้นในวันและสถานที่เดียวกัน 09.30 น. อธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ สุทธิ จันทรวงษ์จัดอภิปราย “ทำดีทำได้ไม่ยาก” ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัล เช่น บุญยืน สุขเสน่ห์, ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช, พรสุปรีฐ์ บุปผานนทพัฒน์ ร่วมกันอภิปราย…

ll ยินดีย้อนหลังก็ยังไม่ช้า ตั้งแต่ต้นเดือนก่อน กระทรวงพม.มีอธิบดีใหม่ 4 คน ได้แก่ สุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน สุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ, อุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  และสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ…

ll ขอแสดงความยินดีกับหนุ่ม LA สุรพล สุขถาวร และ วิฑูร อิทธิวงศ์ศุภกิจ ที่ได้รับการคัดเลือกจาก สมาคมผู้อาสาสมัครช่วยการศึกษาและคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ให้เข้ารับเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ” ในงานวันพ่อแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา เมื่อ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมาโดยทั้งสองคุณพ่อตัวอย่างบินตรงจาก LA มาพร้อมคู่ชีวิต เพื่อรับรางวัลนี้โดยเฉพาะ…

ll เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ธานี แสงรัตน์ และ มาดามชลทิพย์ นำทีมไทยแลนด์กับชุมชนไทยในฮานอยร่วมเป็นอาสาทำความสะอาดรอบทะเลสาบฮวน ชวนกันทำดีเพื่อส่วนรวมอันเป็นกิจกรรมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา…

ll หลังจากทำบุญวันจากไปของมารดาเสร็จ สมจิต เฉินบำรุง พาภรรยา ประนอม บินไป เบอร์มิงแฮม อังกฤษ เยี่ยมอลีน-อาริยา หลานตา-ยายวัย 2 ขวบของครอบครัวบุตรสาว ดร.สายสกุล-ดร.พงษ์กรกุลแสงเจริญ โดยคุณตา-คุณยายจะอยู่กับหลานก่อน เพื่อรอรับซานตาคลอสช่วงคริสต์มาสและล่วงเลยถึงปีหน้าฟ้าใหม่ จึงจะกลับเมืองไทย…

ll ดวงพร-ไพศาล ศรีตุลานนท์ไปทริปนิวซีแลนด์ช่วงนี้ แม้ฝนตกเกือบทุกวัน เจ้าตัวบอกไม่หวั่นออกเที่ยวได้สบายมาก…

ll เพื่อนๆ ก๊วนเดียวกันกับ อารี กังวาลเนาวรัตน์ อาทิ แสงเดือน เอกสิงห์ ไปทริปญี่ปุ่นอยู่ขณะนี้…ข่าวว่าเอ็นจอยอีทติ้งกับอาหารที่นั่นเป็นยิ่งนัก…

ll นิศากร โฆษิตรัตน์บ๊ายบายเพื่อนๆ ไปยุโรป เพื่อทำความคุ้นเคยกับครอบครัวหมอฝรั่งอนาคตลูกเขย โดยมีบุตรสาวพญ.กรุณา ต้อนรับขับสู้ดูแลมารดาด้วยความอิ่มเอมใจยิ่ง…

ll จักรชัย-ขจรสิริ บาลีพากันเดินสายธรรม 5-8 ธ.ค. ไปทัวร์ธรรมที่วัดต่างๆ ใน อุดรธานี สกลนคร และ นครพนม…สาธุ อนุโมทามิ…

ll ดีใจด้วยกับ ชาญ-รสยา แดงพวงไพบูลย์ ที่บุตรสาวคนเล็กให้กำเนิดหลานตา-ยายคนแรกให้ชื่อว่า ปรินทร์…

ll ยุพดี ชัยภักดิ์ ขอรีบไปทริปเชียงใหม่ แอ่วเมืองเหนือก่อนบุตรสาวจะคลอดหลานแฝดให้คุณยาย ผู้ซึ่งปลื้มล่วงหน้าจนยากจะบรรยายแล้วตอนนี้…

ll อายุเป็นเพียงตัวเลข ดร.จารุพงศ์ บุญหลง ยังตีกอล์ฟและร้องเพลงไพเราะจนหนุ่มสาวชิดซ้าย…

ll ไปกันแต่เช้าในวันงานเดิน-วิ่งการกุศลที่โรงเรียนวัฒนาฯ ศิษย์เก่ารุ่นพี่ ลานทิพย์ ทวาทศิน กับรุ่นน้อง นพพร อนันต์ศิลป์ นับว่าสปิริตเยี่ยม…

ll ครอบครัวของ วันชัย-จุไรรัตน์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ ต้องเศร้าอีกครั้งเมื่อ พี่มึน สุนัขสุดรักวัย 10 ปีจากไป ทุกคนในบ้านร่วมใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้ในตอนเช้า ก่อนนำร่างฝังใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณบ้าน…ขอให้ไปเกิดใหม่ในที่ดีงามต่อไป !!…ll

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458644

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 ธันวาคม 2562

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“บุฟเฟ่ต์แซลมอนซาซิมิไม่อั้น” ชวนชิมแซลมอนซาซิมิ รับประกันความสดใหม่ คัดสรรเฉพาะแซลมอนนอร์เวย์ แซลมอนนำเข้าขึ้นชื่อทั้งความสะอาดและปลอดภัย
แล่เสิร์ฟสดๆ ทันทีทุกคำ พร้อมเสิร์ฟไม่อั้นในรูปแบบบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะคนไทยในราคาเพียงท่านละ490 บาทสุทธิ สิทธิพิเศษนี้สำหรับผู้ที่จองและชำระเงินล่วงหน้าเท่านั้น พร้อมฟรี ชมวิวที่หอชมวิวชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุนชั้น 84 วันนี้-30 ธ.ค. ที่ห้องอาหารตลาดน้ำใบหยก ชั้น 75 โรงแรมใบหยกสกาย โทร.02-6563939

“กุ้งทอดกับซอสเรมูลาด” ชวนชิมเมนูอร่อยทานง่ายเอาใจคุณหนูๆ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรคุณภาพ เชฟเลือกกุ้งสดขนาดกำลังดี ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ชุปแป้งทอดจนกรอบสีเหลืองทอง เสิร์ฟพร้อมซอสเรมูลาด เพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำ อิ่มอร่อยหลากหลายเมนูกว่า 50 รายการ อาทิ มุมซีฟู้ดออนไอซ์, มุมซูชิ, มุมข้าวต้มพร้อมเครื่องเคียง ฯลฯ พิเศษ รับส่วนลดทันที 20% เฉพาะค่าอาหาร เมื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่ห้องอาหารนานาชาติทิโวลี่ คอฟฟี่ ช็อป ชั้น 1 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯโทร.02-2170808 ต่อ 5291

“โออิชิ แก๊งซ่า” ชวนชิมเมนูอาหารว่างและของทานเล่น เกี๊ยวซ่าหน้าใหม่ เกี๊ยวซ่าชีสไส้หมู สไตล์ญี่ปุ่น เกี๊ยวซ่าไส้หมู สูตรต้นตำรับ แป้งบ้าง ไส้แน่น ย่างบนกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกเกรียมกรอบ ก่อนราดและโรยด้วยซอสทาโกะยากิ ชีสมอสซาเรลล่า และปลาโอแห้งฝอย พร้อมนำมาจัดเป็นเซตเมนูอาหารญี่ปุ่น 2 เซต ทั้งโออิชิ แก๊งซ่า 1เกี๊ยวซ่าชีสไส้หมูสไตล์ญี่ปุ่น 14 ชิ้น เสิร์ฟพร้อมกับข้าวหน้าปลาซาบะ, ข้าวหน้าหมูย่างมิโซะ, ซูชิ จูเนียร์, และกุ้งทอดอิซากายะในราคาพิเศษเพียงชุดละ 599 บาท จากปกติ 721 บาท และโออิชิ แก๊งซ่า 2 ในราคาพิเศษเพียงชุดละ 899 บาท จากปกติ 957 บาท วันนี้-31 ธ.ค. ที่โออิชิ เดลิเวอรี่ โทร.1773

ชวนชิม

“Amor Orange Cake” ชวนชิมเค้กส้มที่หลายคนประทับใจในรสชาติเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นน้ำส้มแท้ที่ลงตัวกับเนื้อเค้กนุ่มละมุน ทั้งขนาด 1 ชิ้น, 1 ปอนด์, 2.7 ปอนด์ ในราคาเริ่มต้นที่ 45-580 บาท และยังมีคุกกี้ 4 รสชาติ ด้วยวัตถุดิบสดใหม่ หอมกลิ่นเนยถังทองนำเข้าจากนิวซีแลนด์ อาทิ ช็อกโกแลตชิพถั่ว, ดับเบิ้ลช็อกโกแลต, กาแฟอัลมอนด์ และบัตเตอร์ ในแพ็กเกจจิ้งดีไซน์เก๋ที่มีให้เลือกถึง 4 สไตล์ ในราคาเริ่มต้นที่กล่องละ 175-320 บาท พิเศษ ซื้อ 4 กล่องขึ้นไปเหลือเพียงกล่องละ 145 บาท เฉพาะลูกค้าที่เป็นสมาชิกของอะมอร์เท่านั้น วันนี้-15 ม.ค. 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านอะมอร์ ทุกสาขา โทร.02-6812885

“Krapong Festival” ชวนชิมปลากะพงเนื้อแน่นคัดพิเศษ ขนาดใหญ่ 1 กิโลกรัม อาทิ ปลากะพงลุยสวนจานโต ที่ทอดปลาจนเหลืองกรอบ พร้อมเสิร์ฟด้วยน้ำยำที่เต็มไปด้วยเครื่องสมุนไพรไทย ครบคุณค่า, ปลากะพง Have a Zeed หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ที่เสิรฟ์พร้อมส้มตำไทยเมนูยอดนิยม, ปลากะพงทอดน้ำปลา กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นน้ำปลาคุณภาพยั่วลิ้น, ปลากะพงสามรส รสชาติจัดจ้าน ทั้งเปรี้ยวหวานเค็มแบบครบรส, ปลากะพงผัดฉ่าที่แอบซี๊ดดไปกับพริกแกงเข้มข้น สูตรเฉพาะคั่วกับกะทิ หอมสดให้ละมุนลิ้น และปลากะพงพริกไทยดำ ที่ผสมความซี๊ดดเผ็ดร้อนกำลังดีของพริกไทยดำสดกับปลากะพงทอดกรอบหอมอร่อย ในราคาพิเศษเพียงตัวละ 450 บาททุกเมนู วันนี้-29 ก.พ. 63 ที่ร้าน Have a ซี๊ดดด ทั้ง 5 สาขา โทร.02-0599540

“Festive Menu” ชวนชิมเมนูซิกเนเจอร์ประจำเทศกาลอย่าง ไก่งวง โฮมเมด กับ สตัฟฟิ่ง เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมสตัฟฟิ่งสูตรพิเศษและเครื่องเคียงต่างๆ สำหรับ 8-10 ที่ ในราคา 4,950 บาท, ตับบดกับขนมปังกระเทียม ขนมปังกระเทียมอุ่นๆ ทานคู่กับตับบดเนื้อดี เมนูที่เหมาะกับทุกโอกาสรวมถึงเทศกาลส่งความสุข ในราคา 280 บาท, พานาโตเน่ เค้กคริสต์มาสยอดฮิตของอิตาลีด้วยสูตรเฉพาะและวัตถุดิบที่นำเข้าจากอิตาลีแบบฉบับของแท้และดั่งเดิม เค้กเนื้อขนมปัง หอมและชุ่มด้วยเนยแท้ฉ่ำหวานกับผลไม้อบแห้ง ผ่านกรรมวิธีสุดพิถีพิถันกว่าจะได้พานาโตเน่ที่สุดแสนวิเศษ ในราคา 1,950 บาท และพานาคอตต้าเบอร์รี่ เนื้อเนียนละมุนลิ้นกับซอสเบอร์รี่ ผลไม้ยอดฮิตประจำฤดูกาล ในราคา180 บาท วันนี้-31 ธ.ค. ที่ร้านใหม่ใหม่ อีทเทอร์รี่ โถงกลาง ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถ.ราชดำริโทร.02-6521399

ชวนช็อป

“ไอ.ซี.ซี.แฟร์ ครั้งที่ 20” ชวนช็อปสินค้าเสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าสตรี เครื่องหนัง จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ BeckyRussell, Elle, Elle Bag, Elle Homme, iiMK, Itokin, Minna,Guy Laroche, Arrow, Lacoste, Daks ฯลฯ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 200 บาท ลดสูงสุด 70% พร้อมชมสินค้าหลากหลายและชิมอาหารร้านดังในเขตยานนาวามากมายวันนี้-8 ธ.ค. เวลา 08.00-20.00 น. ที่บริเวณโซน A และโซน B บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 โทร.02-2939300

“เล่นของหย่ายยย” ชวนช็อปสินค้าและอาหารหลากสไตล์กว่า 75 ร้านค้า อาทิ รองเท้าและกระเป๋าหนังแกะ, กางเกงยีนส์, กระเป๋าสาน, หมวกทำมือ, เครื่องประดับคริสตัล, เสื้อยืดสไตล์มินิมอล, พวงกุญแจ, ปลาหมึกทอดกรอบ, ลูกชิ้นหมูปิ้ง ฯลฯ พร้อมชม 15 ไอเทมอัพไซส์สุดคูลที่ใหญ่ผิดหูผิดตา อาทิ Scrabble,Swimming Pool, แก้วชา, ขนมเค้ก, รองเท้าแตะ,กล่องขนม, กล่องรองเท้า, หนังสือ, ห้องน้ำ, ชุดเครื่องสำอาง,แว่นตา, เตาอบ, ไอศกรีมโคน,ถังป๊อปคอร์น, แก้วน้ำอัดลมฯลฯ วันนี้-15 ธ.ค. ที่ลานกลางชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถ.เพชรเกษมโทร.02-4547777

“The Nine Garden Market” ชวนไม้ประดับนานาพันธุ์ ทั้งจากไทยและต่างประเทศ งานแฮนด์เมด และของตกแต่งบ้านสวยๆ ฯลฯ ภายใต้บรรยากาศตกแต่งสวนสไตล์สวนยุโรป ให้ได้พักสูดโอโซนให้เต็มปอด พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมจัดสวนและดอกไม้ เวิร์กช็อปจัดสวนถาดตามสไตล์ของตัวเอง พิเศษ ช็อปภายในศูนย์การค้าครบ 500 บาทขึ้นไป รับฟรีทันที ต้นไม้สวยๆ จำนวน 1 ต้น วันนี้-8 ธ.ค. ที่บริเวณลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

ชวนใช้

“อิ่มคุ้มลุ้นรับ” ชวนใช้บัตรเครดิตกสิกรไทยกับ 22 ร้านอาหารชื่อดังภายในเซ็นทรัลเวิลด์ อาทิ Suchi Cyu, Zheng Dou Grand, Jim’s Burger, Sukishi Prime, Ippudo Ramen, Sizzler, Seven Sins, The Pizza Company, Haagen-Dazs, Lee Café, Café Har, Acai Story, Pepper Lunch, สมบูรณ์โภชนา, ทองสมิทธ์, เสือใต้, เอี่ยวไถ่, บ้านหญิง, สีฟ้า, ฮั่วเซ่งฮง, ตำนัว, แม่ศรีเรือน ฯลฯ รับส่วนลดจากเมนูพิเศษทันที 50% และรับจาน collection พิเศษฟรี เมื่อรับประทานอาหารครบ 1,000 บาท วันนี้-6 ม.ค. 2563ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“Healthy Every Day” ชวนใช้โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี โปรโมชั่นราคาพิเศษแก่คุณพ่อและคนที่ท่านรัก อาทิ โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีชุดหลัก ในราคาเริ่มต้นที่ 2,720 บาท, โปรแกรมตรวจมวลกระดูก, โปรแกรมตรวจมะเร็งเต้านม, โปรแกรมตรวจสุขภาพวัยทอง, โปรแกรมตรวจมะเร็งปากมดลูกและตรวจหาเชื้อเอชพีวี ฯลฯ วันนี้-15 ม.ค. 2563 ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา โทร.02-4335666, 02-4338222

“Pandora The Wizarding World” ชวนใช้เครื่องประดับและจิวเวลรีแบรนด์แพนดอร่า แบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก เพียงซื้อสินค้าคอลเลคชั่นใดก็ได้ครบทุก 7,000 บาท/ใบเสร็จ รับสิทธิ์ชิงโชคตั๋วเครื่องบินไปกลับญี่ปุ่นและที่พัก 5 วัน 2 คืน พร้อมตั๋วฟรี 1 วัน เข้า Universal Studios Japan ตะลุยโลกแห่งเวทมนตร์ รวมมูลค่ากว่า 62,000 บาท วันนี้-15 ธ.ค. ประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง Facebook Pandora Thailand ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธ.ค. ที่ร้านแพนดอร่า ทุกสาขา
ทั่วประเทศ โทร.02-2645080

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนเขมราฐ อำเภอหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทัศนียภาพสวยงาม เคยเป็นศูนย์กลางการค้าการปกครอง ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนไม้ เครื่องมือเครื่องใช้โบราณอาหารพื้นเมือง ศิลปะการแสดงเก่าแก่ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค. เวลา 17.00-17.15 น.และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอน ฟิสิกส์โอลิมปิก ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. เวลา 07.52-07.57 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“Women in Limitless Space” ชวนชมการสัมมนาภาษาอังกฤษในหัวข้อ Women in Limitless Space เนื้อหาเกี่ยวกับ Space, Me and Fellow Women รวมทั้งมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ Nurturing Women Leader of Next Generations นอกจากนี้จะได้พบกับนักประดิษฐ์หญิงรุ่นเยาว์ มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย ลงทะเบียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทาง http://www.eventpop.me/e/7509 ในวันพุธที่ 11 ธ.ค. เวลา 14.00-16.30 น.ที่ศศินทร์ ฮอลล์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.02-2183853

“Mille Malle Magic North Pole” ชวนชมการแสดงสุดน่ารัก Cutie Santa Dance Show พร้อมร่วมกิจกรรมมากมาย อาทิ สนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่นยอดฮิตของเด็กๆ บ้านลมยักษ์สูงกว่า 9 เมตร, กิจกรรมสำหรับนักล่ารางวัลที่พลาดไม่ได้กับหมุนวงล้อมหัศจรรย์ ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย, กิจกรรมเวิร์กช็อปประดิษฐ์ของตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยตนเอง ฯลฯ กิจกรรมฟรีตลอดงาน ในวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. เวลา 16.00-19.00 น. ที่ชั้นจีศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20โทร.02-6637593

‘BARA’เผยเคล็ดลับหนาวนี้เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างไรให้ชุ่มชื้นและดูอ่อนวัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458596

‘BARA’เผยเคล็ดลับหนาวนี้เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างไรให้ชุ่มชื้นและดูอ่อนวัย

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.54 น.

ลมหนาวพัดโชยมาแล้ว การดูแลผิวจึงต้องแอดวานซ์มากขึ้นไปอีก แน่นอนว่าเรื่องผิวแห้งกร้านเป็นปัญหาอันดับหนึ่งในช่วงเวลานี้เลยก็ว่าได้ ยิ่งคนที่มีผิวแห้งอยู่แล้วก็ยิ่งแห้งหนักมากขึ้นไปอีกนับเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับสาวๆได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ทีนี้เรามาพูดถึงตัวช่วยผิวกันหลายคนมักจะนึกถึง มอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นอันดับแรก แต่สาวๆรู้หรือไม่ว่าเคล็ดลับการบำรุงผิวของสาวในยุคโบราณนั้นเลือกใช้วิธีธรรมชาติบำบัดด้วยการนำน้ำมันจากPentavitin (จมูกข้าวสาลี) มาใช้ในการดูแลผิว ถือเป็นตัวท๊อปตัวฮิตที่สาวๆในยุคนั้นเลือกใช้เลยก็ว่าได้ เพราะมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นเทียบเท่ากับมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ในปัจจุบันนั่นเองแถมยังปลอดภัยอีกด้วย  และยังช่วยยืดอายุผิวให้ชุ่มชื้นยาวนาน มีสัมผัสที่นุ่มนวล และเรียบเนียนขึ้นได้ อีกทั้งสารสกัดจากPentavitinยังมีความพิเศษมากกว่าที่หลายคนคาดคิด เพราะนอกจากเรื่องของการเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมงแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำออกจากผิวได้อีกด้วย แต่แน่นอนว่าแค่ความชุ่มชื้นยังไม่พอสำหรับความต้องการของผิว เพราะยังมีปัญหาผิวอีกมากมายที่สาวๆต้องพึงระวัง อย่าง ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่มาคอยทิ่มแทงใจตลอดเวลา และเมื่อผิวต้องการบำรุงมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการมากมายที่พยายามค้นหาสารสกัดชั้นเลิศเพื่อมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ  ซึ่งสารสกัดจากพืชนั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย นอกจากข้าวสาลีแล้ว กุหลาบก็ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสารสกัดที่มีคุณสมบัติชั้นเลิศในการดูแลผิวอีกด้วย โดยเฉพาะ Damask Rose  ซึ่งเป็นกุหลาบที่งดงามมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล แม้แต่พระนางคลีโอพัตราก็ยังทรงโปรดปราน ในอดีตกุหลาบสายพันธุ์นี้ได้ถูกนำมาสกัดเป็นน้ำมันดอกกุหลาบเพื่อใช้ในการทำน้ำหอม และน้ำแร่ แต่ต่อมาได้มีนักพัฒนาชาวญี่ปุ่นได้นำ Damask Rose มาทำการศึกษาวิจัยพัฒนาจนสามารถผลิตสเต็มเซลล์จากกุหลาบที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงที่สามารถนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ ซึ่งในปัจจุบันได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นสายพันธุ์กุหลาบที่มีคุณสมบัติในการบำรุงรักษาความงามเป็นอันดับต้นๆ  ไม่ว่าจะเป็นความกระจ่างใสด้วยพลังการผลัดเซลล์ผิวที่ปลอดภัยและสูงกว่าวิตามินเอ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

สูงกว่าวิตามินซี และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อฟื้นฟูผิวหนังที่เหี่ยวย่นกลับมากระชับเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นได้อีกด้วย และนั่นทำให้สเต็มเเซลล์จากกุหลาบได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจความงาม เพราะถือว่าเป็นนางเอกที่ช่วยดูแลและปกป้องผิวของสาวๆเลยก็ว่าได้  เมื่อรู้แบบนี้แล้วลองหันไปหยิบผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้เป็นประจำแล้วลองอ่านตรงส่วนผสมดูว่ามีสารสกัดจากข้าวสารีหรือกุหลาบบ้างหรือไม่ ถ้ามีถือว่าดีงามสุดๆไปเลยค่า และเมื่อเรามีผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศอยู่ในมือแล้วขั้นตอนของการบำรุงผิวถือเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าหากเรามองข้ามขั้นตอนที่ถูกต้องของการดูแลผิวไปก็อาจไม่ได้ผลอย่างที่คาดหวังไว้ วันนี้เรามีขั้นตอนในการบำรุงผิวง่ายๆมาฝากกันค่ะ การเรียงลำดับในการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่มีอะไรตายตัว ถ้าคุณมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายอยู่ในมือแล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้ลองสังเกตเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนเป็นอันดับแรก อันไหนเนื้อบางเบาและซึมง่ายสุดให้เลือกตัวนั้นก่อน และเรียงลำดับขึ้นไปหาตัวที่มีเนื้อหนักมีความเข้มข้นสูง ยกตัวอย่างเช่น โทนเนอร์ < เอสเซนส์/โลชั่น < เซรั่ม <อีมัลชั่น/ครีม < กันแดด ขั้นตอนนี้คือการดูแลผิวแบบง่ายๆเหมาะสำหรับสาวๆที่เร่งรีบและมีเวลาน้อยในการแต่งหน้า แต่ถึงสาวๆจะมีเวลาน้อยแค่ไหนก็อย่าละเลยการดูแลผิวเป็นอันขาดนะคะ เพราะงานดูแลย่อมง่ายกว่างานแก้เสมอค่า

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น โครงสร้างชั้นผิวหน้าจะเริ่มเสื่อมสภาพลง และเริ่มเผยให้เห็นปัญหาริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าเพิ่มขึ้นตามลำดับ และถ้ายิ่งไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจะยิ่งทำให้โครงสร้างชั้นผิวเสื่อมลงอย่างรวดเร็วก่อนวัยอันควร ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า BARA Rose Phyto Placenta Extract เหมาะกับทุกสภาพผิวหน้า มีส่วนผสมของสารสกัดหลักจากธรรมชาติ 100% อาทิ สเต็มเซลล์กุหลาบ   ข้าวสาลี ใบบัวบก  ดอกเดซี่  ดอกสคิวลาเลีย (SCUTELLARIA พืชออร์แกนิคจากเทือกเขาอัลไพน์ ที่ได้รับการรับรองจาก Nature Certification ขององค์กรจากสหรัฐอเมริกา)  และสารสกัดธรรมชาติอื่นๆอีกมากมาย ที่จะมาช่วยแก้ความกังวลต่อปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ  ของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวคล้ำแห้งเสียขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยต่างๆ ฝ้า กระ หรือแม้แต่สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ด้วยขั้นตอนง่ายๆไม่ยุ่งยาก คือ บำรุง ฟื้นฟู และ ปกป้อง ซึ่งเป็นสามขั้นตอนหลักในการช่วยรักษาความเยาว์วัยบนใบหน้าของผู้หญิงทุกคน ขั้นตอนแรกคือการบำรุงด้วยการเติมความชุ่มชื้นถึงใต้ชั้นเซลล์ผิวหนังเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นบนผิวหน้าที่เป็นบ่อเกิดของความเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยในอนาคต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจนที่ลดลงตามอายุ ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ผลัดเซลล์ผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่ม ส่วนการฟื้นฟูนั้นถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพราะบางปัญหาผิวที่ขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน หรืออาจไม่ถูกวิธีนั้นได้เผยปัญหาผิวออกมาและยากที่จะกำจัดออกไป ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าบาระช่วยฟื้นฟู  3 ปัญหาหลักของผิวหน้าคือ 1) ปัญหาผิวแห้งแพ้ง่ายและคล้ำเสีย 2) ปัญหาฝ้ากระ  จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ  3) ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ตีนกา และความหย่อนคล้อย ซึ่งผู้หญิงทุกคนสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความกังวลและแก้ปัญหาผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญยิ่งคือการปกป้องผิวหน้าไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำและไม่ให้ผิวหน้าไม่ถูกทำลาย เพื่อช่วยยืดอายุผิวให้อ่อนเยาว์

บาระ ขอแนะนำ ชุดต้อนรับขนาดเดินทาง (EXCLUSIVE WELCOME KIT) จาก บาระ ที่ช่วยฟื้นฟูบำรุง และปกป้อง ผิวให้มีสุขภาพดีขึ้นและเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ให้คุณพร้อมรับวันใหม่ที่สดใสในแบบตัวคุณเอง ชุดเซ็ต ประกอบไปด้วย   น้ำตบกุหลาบ ออร่า เฟเชียล เอสเซนส์   (AURA FACIAL ESSENCE) ขนาด 25 g.มอยเจอร์ไรเซอร์ เพอเฟคเชิน ยูท สกิน อิมัลชั่น (PERFECTION YOUTH SKIN EMULSION) ขนาด 6 g.และครีมกันแดด เดลี่ มอยเจอร์ไรเซอร์ ซันสกรีน (DAILY  MOISTURIZING SUNSCREEN) ขนาด 10 g. สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ในราคาเพียง 780 บาท ได้ที่

Castle C สาขา สยาม, แฟชั่น, เอเชียทิค  และช่องทางออนไลน์  https://www.baraskincare.com/contactus, https://www.facebook.com/barathailand/  หรือ  Line:@baraskincareโทร  098-825-6947