Grooming a ‘Green Mindset’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30379474?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Grooming a ‘Green Mindset’

Dec 15. 2019
By The Nation

1,108 Viewed

People in large numbers participate in a green campaign launched in Bangkok.

The Green Bangkok 2030 campaign aims to create a “Green Mindset” among people in the city and plant more trees in the Vachirabenjatas Park.

Police may charge political rally leaders

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30379473?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Police may charge political rally leaders

Dec 15. 2019
By The Nation

2,293 Viewed

Police are putting together evidence to charge leaders of a political gathering on Saturday in Bangkok after finding out that the rally was held without permission.

Pol Maj-General Metee Rakpan, chief of Metropolitan Police Division 6 said the police were checking if the rally, near the Pathumwan intersection skywalk on Rama I Road, was against the law, as the leaders had not notified Pathumwan Police Station.

Senator Somchai Sawangkarn also posted a message on his Facebook account stating that the rally was illegal as the Public Assembly Act requires organisers to notify the event in advance, and prohibits the assembly from taking place within a 150-metre radius of the palace.

Future Forward Party (FWP) leader Thanathorn Juangroongruangkit had gathered his supporters on Saturday (December 14), to express their opposition to the current political situation and showing that people would not surrender to dictatorship.

Krungsri outlines key strategies to be more competitive

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30379460?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Krungsri outlines key strategies to be more competitive

Dec 15. 2019
By THE NATION

1,498 Viewed

Krungsri Auto, an automotive financial company under Bank of Ayudhya, has launched three key strategies — connected data, collaborative service offerings, and co-creating platform, to compete with others in the auto finance market, Pairote Cheunkrut, Krungsri Auto Group’s head, revealed on Friday (December 13).

“To stay ahead in the age of digital disruption, these three central strategies will help enhance thr capacity of our services to meet the lifestyle needs of automobile users,” he added.

On connected data, he said that Krungsri Auto has continually collected and analysed data usage of its servicing platforms to improve its service.

“Recently, we simplified the  user journey of ‘Krungsri Auto PromptStart’ programme, allowing our customers to check their credit appraisal on the mobile web without documents,” he explained.

“Within three weeks after this improvement, we found the  conversion rate increased five times”.

Meanwhile, to create collaborative service offerings for serving different lifestyle of customers, in 2019 Krungsri Auto Broker partnered with 12 leading insurance companies to offer digital motor insurance service with the budget-to-plan feature.

“This service was very successful in acknowledgement,” he added. “Over 1.36 million visitors visited our website within five months.”

In addition, Pairote said that Krungsri Auto planned to create its co-creating platform to approach customers effectively, providing numerous services about auto finance, vehicle-related, and lifestyle in a single channel.

“This idea was developed as Krungsri Auto Ecosystem, the new business model that will be announced officially in the next year,” he explained.

He said that sale of new cars presently was 1.012 million, decreasing by three per cent from 2018. Factors for drop in sales were declining consumption of private sector, and pressure of domestic debt. Besides, the auto finance market shrunk by four per cent this year, or around Bt601 billlion.

“Next year, Krungsri Auto aims to grow sustainably, and our expected growth number is in estimation,” he added.

This year, Krungsri Auto’s proportion of outstanding loans included 38 per cent of new car loans, 22 per cent of used car loans, 17 per cent of refinance loans, 10 per cent of motorcycle loans, and 13 per cent of dealer loans. The organisation planned to extend the proportion of refinance from 17 to 20 per cent in 2020.

Furthermore, Krungsri Auto expects its new loan balance to be at Bt211 billion this year, while outstanding loans will be at Bt411 billion. “Besides, we think about a providing loan service in the future when cars are not personal assets anymore but a sharing asset of everyone,” he added.

กทม.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403918?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

กทม.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน

11 ธันวาคม 2562 – 15:30 น.
โรคชิคุนกุนยา,ยุงลาย,เปิดซองส่องไทย,ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม
เปิดอ่าน 251 ครั้ง

กทม.ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน คอลัมน์…  เปิดซองส่องไทย  ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าว ประชาชนในพื้นที่เขตคลองสาน ประสบปัญหาการแพร่ระบาดโรคชิคุนกุนยา ว่า กทม.พบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่เขตคลองสาน บริเวณซอยเจริญรัถ 20, 22, 24 และ 26 ซึ่งโรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก 

สำนักอนามัย กทม. จึงได้วางมาตรการป้องกันโรคชิคุนกุนยา ประกอบด้วย การสำรวจ/ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านผู้ป่วยและบ้านข้างเคียง ในรัศมี 100 เมตร ค้นหาผู้ป่วยรายอื่นในชุมชน คัดกรองอาการที่เข้ากับอาการของโรค ให้ความรู้ในการเกิดโรคและการป้องกันยุงกัด การกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะที่มีน้ำขัง ตลอดจนเฝ้าระวังผู้ป่วยในพื้นที่ภายในระยะเวลา 28 วัน และสนับสนุนทรายกำจัดลูกน้ำและโลชั่นทากันยุงให้บ้านที่พบผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้นสำนักงานเขตคลองสาน ยังได้ลงพื้นที่เพื่อควบคุม ป้องกันโรคทุกสัปดาห์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค พร้อมรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพในชุมชน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม รณรงค์สัปดาห์ฆ่ายุงลาย และจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ในซอยดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามจากการสำรวจแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายในบริเวณซอยเจริญรัถ พบที่พักอาศัยจำนวนมากยังมีภาชนะขังน้ำ มีลูกน้ำยุงลาย และบ้านบางหลังมีสภาพรกรุงรัง เจ้าหน้าที่จึงทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย โดยแนะนำเจ้าของบ้านให้ปรับปรุงสถานที่ คว่ำภาชนะขังน้ำ พร้อมฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย ซึ่งทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่จะเข้าฉีดพ่นสารเคมีก็ได้ให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะและโทษจากสารเคมีที่ใช้ในการฉีดพ่นหมอกควันทุกครั้ง

ปลื้ม บล็อกเชนประสบความสำเร็จขยายคอมมูนิตี้สู่ธุรกิจใช้จริง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403680?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ปลื้ม บล็อกเชนประสบความสำเร็จขยายคอมมูนิตี้สู่ธุรกิจใช้จริง

10 ธันวาคม 2562 – 10:27 น.
บล็อกเชน,ธุรกิจบัณฑิตย์
เปิดอ่าน 98 ครั้ง

มธบ.ปลื้ม หลักสูตรบล็อกเชนประสบความสำเร็จ หวังขยายคอมมูนิตี้ด้านบล็อกเชนเพื่อผลักดันไอเดียธุรกิจสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรม  

10 ธันวาคม 2562 DPU_X มธบ. ปลื้ม หลักสูตรบล็อกเชนประสบความสำเร็จ ทั้งสาย Technical และ Non-Technical  หลังจบคอร์ส หวังขยายคอมมูนิตี้ด้านบล็อกเชนเพื่อผลักดันไอเดียธุรกิจสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรม

สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต (DPU X) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.)ร่วมกับ Smart Contract Thailand  จัดอบรมหลักสูตร “Blockchain Appreciation for NON-Technical”

ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธบ.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ DPU X ได้เปิดอบรมหลักสูตรบล็อกเชนภายใต้ชื่อ Geeks on the Block (Chain) Batch#1 ให้กับ Technical เพื่อสร้างความเข้าใจในพื้นฐานและแนวคิดของระบบบล็อกเชน โดยภายหลังการอบรมผู้เข้าอบรมสามารถเขียนโค้ดและนำไปปรับใช้ในองค์กรได้ นอกจากนี้ในหลักสูตรผู้เข้าอบรมยังได้ทำเวิร์คช็อปร่วมกัน เพื่อค้นหาไอเดียธุรกิจที่ใช้บล็อกเชนเป็นองค์ประกอบโดยมีหลายโปรเจคที่น่าสนใจ

อาทิ TRAFFIX การจัดการปัญหาจราจรโดยดึงการใช้รถจากถนนเส้นหลักที่หนาแน่นไปสู่ถนนสายรองที่คล่องตัวมากกว่า หรือ Gross Domestic Happiness แนวคิดของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ให้คะแนนความสุขของคนในประเทศ  เป็นต้น ทุกคนมีไอเดียแต่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องการบริหารธุรกิจ DPU X จึงเกิดแนวคิดในการจัดหลักสูตรอบรมบล็อกเชนขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “Blockchain Appreciation for NON-Technical” เพื่อให้ตัวแทนองค์กร หรือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเขียนโค้ดไม่เป็น ได้เข้าใจวิธีการทำงานของบล็อกเชนรวมถึงกลยุทธ์และเทคนิคในการเลือกใช้บล็อกเชนให้เหมาะสมกับธุรกิจ  รวมถึงนำไปปรับใช้และต่อยอดธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดร.พัทธนันท์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าหลังจากเปิดคอร์สอบรมบล็อกเชนให้กับ Technical และ Non-Technical  ไปแล้ว จะเกิดการสร้างและขยายคอมมูนิตี้ทางด้านบล็อกเชน เพื่อให้กลุ่มคนที่มีความสนใจเรื่องเดียวกัน พบปะแลกเปลี่ยนไอเดียนำบล็อกเชนขยายต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมในด้านอื่นๆ และยังเป็นการส่งเสริมการเกิดธุรกิจแนวใหม่ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย  ทั้งนี้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่มีมานาน

ปัจจุบันทุกภาคส่วนเริ่มนำไปปรับใช้ในธุรกิจหลายประเภท อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมทางด้านการเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ข้อดีของเทคโนโลยีดังกล่าวจะโดดเด่นในเรื่องข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถบอกแหล่งที่มาของข้อมูลได้  แม้แต่หน่วยงานรัฐบาลยังนำบล็อกเชนมาบริหารการจัดส่งสินค้าทางการเกษตร เพื่อคำนวณผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดส่งผลให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสถาพน พัฒนะคูหา CEO และผู้ก่อตั้ง Smart Contract Blockchain Studio ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับแนวหน้าของประเทศไทย กล่าวว่า บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาก ซึ่งหากมีการดีไซน์อย่างถูกต้องแล้ว บล็อกเชนจะเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง มีความน่าเชื่อถือ สามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือนำไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ให้กับประเทศได้

ปัจจุบันบล็อกเชนถูกนำไปใช้หลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน สุขภาพ โลจิสติกส์ หรือแม้แต่วงการเกษตรกรรมยังสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาช่วยปรับโฉมธุรกิจ เพราะคนเริ่มกลัวสารเคมีจึงให้มูลค่าเพิ่มกับผัก ผลไม้ที่ปลอดสารพิษ การนำเทคโนลีบล็อกเชนมาใช้จะทำให้ผู้บริโภคสามารถรู้ถึงแหล่งที่มาของการผลิตที่ชัดเจนทำให้เพิ่มมูลค่าของสินค้าได้

ด้วยเหตุนี้ เจ้าของธุรกิจด้านการเกษตรจึงนำบล็อกเชนมาใช้กับระบบซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ลูกค้าเห็นแหล่งที่มาของสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเทคโนโลยี  หรือแม้แต่หน่วยงานภาครัฐ ก็สามารถนำบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร หรือใช้เป็นตัวเชื่อมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าของข้อมูลและผู้ขอใช้ข้อมูล  โดยเจ้าของข้อมูลสามารถอนุญาตหรือปฏิเสธการให้ข้อมูลได้และยังทราบด้วยว่า ผู้ขอใช้ข้อมูลเป็นใครนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม บล็อกเชนกำลังมาเปิดโอกาสความเป็นไปได้ใหม่ๆให้กับธุรกิจต่างๆ กล่าวได้ว่าตอนนี้ บล็อกเชนได้รับการยอมรับ และมีการนำไปใช้จริงในวงกว้างมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญ คือ หน่วยงานหรือเจ้าของธุรกิจควรจะมีความเข้าใจถึงปัญหาที่ต้องการจะแก้และเข้าใจเทคโนโลยีนี้ก่อนนำไปใช้ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าจะสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างไร

“การจัดอบรมหลักสูตรบล็อกเชนในครั้งนี้เป็นความพยายามที่ SmartContract Blockchain Studio ได้ร่วมกับ DPU X  เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการและปรัชญาพื้นฐานของบล็อกเชน และเฟรมเวิร์คในการนำบล็อกเชนไปใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท  ในบางกรณีการนำบล็อกเชนมาใช้แบบทื่อๆอาจไม่เหมาะกับการใช้งาน เราถึงต้องมีการดีไซน์ และศึกษาให้เข้าใจพื้นฐานเพื่อให้รู้ว่าจะหยิบข้อดีมาใช้อย่างไร หรือหลีกเลี่ยงข้อเสีย เพื่อจะได้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเราและองค์กร” นายสถาพน กล่าว

นางสาวรับขวัญ ชลดำรงค์กุล ตัวแทนจาก บริษัท ลอร์เอ็กซ์เทค จำกัด ธุรกิจที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย กล่าวว่า  การเข้าอบรมในครั้งนี้ เพราะต้องการทราบว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนมีประโยชน์อย่างไร มีองค์ประกอบอะไรบ้างและสามารถนำไปใช้ในธุรกิจได้จริงหรือไม่ สำหรับคอร์สที่ DPU X เปิดอบรมเป็นคอร์สสำหรับคนที่เขียนโค้ดไม่เป็น ซึ่งตรงกับสิ่งที่ตนอยากเรียนรู้พอดี

ส่วนบรรยากาศในการอบรมดีมาก วิทยากรสามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนไอเดียทำให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง  หลังจบคอร์สคาดว่าจะนำบล็อกเชนไปใช้ในธุรกิจของตนเอง เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทุกวันนี้ เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าไม่รีบปรับตัวในการทำธุรกิจจะไปได้ยาก บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามามีบทบาทในหลายธุรกิจ  หากศึกษาและทำความเข้าใจก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้

หวั่นเกิดอันตราย จากกำแพงทรุดตัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403500?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

หวั่นเกิดอันตราย จากกำแพงทรุดตัว

9 ธันวาคม 2562 – 15:25 น.
ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม,กำแพงทรุดตัว
เปิดอ่าน 253 ครั้ง

หวั่นเกิดอันตราย จากกำแพงทรุดตัว คอลัมน์… เปิดซองส่องไทย ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม

จากปัญหากำแพงที่เกิดการทรุดตัวลงของเขตชุมชน ทำให้ประชาชนที่ต้องใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว กลัวอันตรายที่จะเกิดจากกำแพง

เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ผลข้างเคียงมาจากการที่มีรถใหญ่ใช้ถนนบริเวณนั้นสัญจร กรณีเดียวกับผู้ร้องเรียนที่แจ้งเรื่องราวมายังลุงแจ่ม ผมใช้ถนนตรงตลาดรังสิตทางไปเทศบาลเมืองลำสามแก้ว ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จะเห็นรั้วกำแพงชำรุดเอียงตลอดแนวของหมู่บ้านตรงบริเวณดังกล่าว ตรงข้ามเทศบาลเมืองลำสามแก้ว

ปัจจุบันกำแพงได้ทรุดโทรมและแตกร้าว กลัวว่าจะพังลงมาทับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในเขตตรงนั้น เพราะมีสภาพเอนเอียงรั้วกำแพงติดถนนพอดี มีรถวิ่งกันตลอดเวลาทำให้เกิดการสั่นสะเทือนทุกๆ วัน ไม่ทราบว่าในส่วนนี้ใครเป็นคนรับผิดชอบในเรื่องนี้ หากเกิดกำแพงล้มพังลงใส่รถที่วิ่งไปมาและเกิดอุบัติเหตุกำแพงล้มทับคน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย
ปรีชา

ตอบ
นายกำพล สุขเปีย ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เทศบาลเมืองลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงเรื่องราวที่มีประชาชนบริเวณตลาดรังสิต ทางไปเทศบาลเมืองลำสามแก้ว แจ้งเรื่องราวเข้ามาเกี่ยวกับกำแพงของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งเกิดการทรุดตัวลง และหวั่นว่าจะได้รับอุบัติเหตุที่เกิดจากกำแพงแตกร้าว โดยทางเทศบาลเมืองลำสามแก้วไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดได้เร่งเข้าตรวจสอบถึงกำแพงในบริเวณดังกล่าว
โดยตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกำแพงของหมู่บ้านไดมอนด์วิลล์ 2 จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่และเทศบาลเมืองลำสามแก้วได้ยื่นหนังสือต่อเจ้าของอาคาร ให้มีการดำเนินการแก้ไขดูแลปัญหากำแพงทรุดตัว โดยผลการยื่นหนังสือต่อเจ้าของอาคารในครั้งนั้นทำให้ของเจ้าของอาคารแก้ไขปัญหาได้แล้วกว่า 40% เทศบาลเมืองลำสามแก้วพยายามคอยดูแลสอดส่องปัญหากำแพงทรุดในส่วนของพื้นที่ดังกล่าวอยู่เป็นประจำ

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีประชาชนสัญจรอยู่เป็นจำนวนมากจึงหวั่นจะได้รับอุบัติเหตุจากปัญหาดังกล่าว และสำหรับกำแพงนั้นมีการทรุดตัวลง แต่ยังไม่ถึงกับอยู่ในเกณฑ์ถึงขั้นเกิดอันตราย ดังนั้นเทศบาลจึงคอยตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอว่าสภาพตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ไหนแล้วบ้าง เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที หากประชาชนพบเจอปัญหาสามารถโทรมาได้ที่เบอร์โทร.0-2987-6001 เป็นเบอร์ของเทศบาลเมืองลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี

ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402695?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓

8 ธันวาคม 2562 – 02:03 น.
ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง
เปิดอ่าน 4,906 ครั้ง

ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓ โดย…  0 ต้น อ้อมน้อย 0

มรดกล้ำค่า “ผ้ายันต์หลวงพ่อวัดไร่ขิง” รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๓ จัดสร้างขึ้นในสมัยพระครูมงคลวิลาศ (เฉย กิตฺติสาโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงรูปที่ ๖

ชาติภูมิ นามเดิม “เฉย รอดอนันต์” เกิดเมื่อวันพุธแรม ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา พ.ศ.๒๔๒๗ ที่บ้านคลองใหม่ ต.ไร่ขิง อ.ตลาดใหม่ (อ.สามพรานในปัจจุบัน) จ.นครปฐม เป็นบุตรนายเจียด-นางเอม รอดอนันต์

ชีวิตในวัยเยาว์ได้รับการศึกษาหนังสือไทยอยู่กับพระอาจารย์จิ๋ว วัดบางช้างใต้ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา ภายหลังได้กลับมาช่วยบิดามารดาทำอาชีพกสิกรรม จนเมื่ออายุครบ ๒๑ ปี ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางช้างใต้ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๔๔๘ โดยมีพระครูทักษิณานุกิจ (ผัน) วัดสรรเพชญ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดใจ วัดเชิงเลน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์บุก วัดท่าข้าม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “กิตฺติสาโร”

หลังอุปสมบทแล้วได้จำพรรษาที่วัดสรรเพชญเป็นเวลา ๓ พรรษา แล้วย้ายไปจำพรรษาที่วัดสุปดิษฐารามกับพระอาจารย์เป้า เพื่อศึกษาเล่าเรียนในทางวิปัสนากรรมฐานกับพระอาจารย์ดำอีก ๓ พรรษา

ต่อมาได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเรไร จ.ธนบุรี กับท่านอาจารย์รื่นอยู่เรียนมูลไวยากรณ์กับอาจารย์เทศอีก ๓ พรรษา จนได้เข้าสอบไล่พระธรรมวินัยที่สนามหลวง สอบได้นักธรรมชั้นตรีจึงได้ย้ายมาจำพรรษาวัดไร่ขิง(พระอารามหลวง) เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖ จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตามลำดับ

ในระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่งนี้ ท่านได้ทำคุณงามความดีในด้านต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัด อาทิ กำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ, ซุ้มประตูทั้ง ๔ ทิศ, โรงเรียนประชาบาล, หอระฆัง เป็นต้น

จวบจนเมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา สุขภาพของท่านไม่สมบูรณ์ดีนักต้องให้แพทย์รักษาอยู่ตลอด แต่ท่านก็ยังเอาใจใส่ทำนุบำรุงภายในวัดมาโดยตลอด ด้วยความวิริยอุตสาหะอดทนโดยไม่ได้เห็นแก่ความเจ็บป่วย จวบจนวาระสุดท้าย ท่านมรณภาพลงเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ สิริรวมอายุได้ ๗๓ ปี พรรษา ๕๒

พุทธลักษณะผ้ายันต์รุ่นแรกนี้ เป็นรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิงรูปทรงเดิมประทับอยู่ด้านบนตารางยันต์ภควัมบดีปิดตา มีข้อความด้านข้างรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง ใจความว่า “ที่ระลึกพระพุทธรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง พ.ศ.๒๔๘๓” ใต้ตารางยันต์ด้านล่างมีข้อความว่า “ยันต์นี้ผู้ใดมีไว้สักการบูชาที่บ้านก็ดี หรือสำหรับติดตัวไปในสารทิศก็ดี อาจป้องกันสรรพอันตรายต่างๆ ได้ และจะประสิทธิ์ประสาทลาภสักการะความสวัสดีให้แก่ท่านกับเปนอำนาจและเมตตามหานิยม ขอท่านผู้มีจิตร์ศรัทธาสักการเคารพจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกทิวาราตรีเทอญ” ผ้ายันต์รุ่นนี้มีจำนวนสร้างน้อยมาก พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

คมเลนส์ส่องพระ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/402894?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

8 ธันวาคม 2562 – 01:05 น.
พระเครื่อง,คมเลนส์ส่องพระ,พระร่วงยืน หลังลายผ้า พิมพ์ใหญ่,พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่
เปิดอ่าน 14,416 ครั้ง

คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

*** วันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ มี งานประกวดพระ ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย จัดโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขา จ.สุโขทัย (จิระพรชัย ใบทอง ประธานกรรมการบริหาร) พระที่จัดประกวด ๒,๓๒๙ รายการ ครบทุกประเภท รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ พระร่วงหลังรางปืน (ย้อนยุค) เนื้อตะกั่วดีบุก (ช่างเกียรติ สิงห์บุรี แจ้งข่าว)

** พระองค์แรกวันนี้ ขอเสนอ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เนื้อดินเผา เป็นพระองค์แชมป์เมื่อ ๔๐ ปีก่อน ที่โด่งดังมาก เพราะความสวยสมบูรณ์คมชัด ต่อมาพระองค์นี้ได้เข้ารังเซียนพระระดับปรมาจารย์ท่านหนึ่ง จนหายเงียบไปนาน มาถึงปี ๒๕๔๙ หนุ่มสุพรรณคนหนึ่งได้นิมนต์พระองค์นี้กลับบ้านในราคา ๗ ล้านบาท ต่อมาปี ๒๕๕๙ ได้มีการเปลี่ยนมือพระองค์นี้อีกครั้งหนึ่งในราคา ๔๕ ล้านบาท นับเป็นพระองค์ในตำนานที่มีราคาสูงมากองค์หนึ่งของวงการพระเครื่องเมืองไทย (ขอขอบพระคุณ ภาพและข้อมูลจากหนังสือ “พระเครื่องพระศรีวสุนธรา” รางวัลงานประกวดพระเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒จัดทำโดย นิตยสาร “พระท่าพระจันทร์”)

**พระร่วงยืน หลังลายผ้า พิมพ์ใหญ่ เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี อายุประมาณ ๙๐๐ ปี ศิลปะขอมแบบบายนหรืออาจจะสูงกว่านั้นเล็กน้อย ด้านหลังพระทุกองค์จะมีรอยลายผ้าหยาบๆ อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้แตกกรุครั้งแรกประมาณปี ๒๔๓๐ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ต่อมามีการพบอีก ๒ ครั้ง ประมาณปี ๒๔๕๕ และปี ๒๔๕๘ ในบริเวณใกล้ๆ กันพระที่พบมีจำนวนไม่มากนัก องค์ที่สมบูรณ์ยิ่งมีน้อยกว่า พระพิมพ์นี้จัดอยู่ในหมวดพระยอดขุนพลยอดนิยมที่หายากและมีสนนราคาเช่าหาสูงองค์นี้ติดรางวัลหลายครั้ง ล่าสุดงานสมาคมฯ ที่ศูนย์ราชการ (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) เป็นพระของ เบียร์ นครปฐม นักสะสมพระแท้ทุกสาย

** พระพุทธชินราชใบเสมา เนื้อชินเงิน หนึ่งในชุดเบญจภาคีพระเนื้อชินยอดนิยมพุทธศิลปะแบบสุโขทัยลัทธิลังกาวงศ์ ผสมกับศิลปะเขมร ลักษณะองค์พระเข้มขลังงดงาม ขุดพบจากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุจ.พิษณุโลกมี ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็กที่นำมาให้ชมนี้เป็นพระพิมพ์กลาง สวยสมบูรณ์ ดูง่ายทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อพระ เป็นพระติดรางวัลมาแล้วหลายครั้ง เจ้าของพระ ส.จ.บอม เมืองน่าน นักสะสมพระอารมณ์ดีมีพระแท้สวยเยอะมาก

**พระ​ชัยวัฒน์ไพรี​พินาศ วัด​บวร​นิเวศวิหารปี ๒๔๙๕ สมเด็จ​พระ​สังฆราช​เจ้า​กรมหลวง​ว​ชิ​ร​ญาณ​วงศ์​ ทรง​สร้าง​ขึ้นพร้อมกับ พระกริ่งไพรีพินาศ ​มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะคือ เนื้อโลหะที่สร้างเป็นเนื้อทองเหลืองที่มีลักษณะพิเศษ ถึงแม้จะผ่านเวลาเนิ่นนานสีสันยังคงเป็นสีเหลืองสดใสอมเขียวเล็กน้อย สร้างโดยการเททองหล่อแบบโบราณ ไม่มีการแต่งผิวหรือแต่งองค์พระแต่อย่างไร องค์นี้ผิวน้ำทองกระจายทั่วองค์ บัวติดชัดสวยดูง่าย เป็นพระหลักแสนต้นที่มีแนวโน้มว่าจะค่านิยมจะสูงขึ้นไปอีก เจ้าของพระ เกล้า วังวิเศษ ผู้ชำนาญพระกริ่งพระชัยวัฒน์พระหล่อโบราณ

**พระศรีอาริยเมตไตรย (หลวงพ่อพระศรีอารย์) วัดเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรีเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกันมาก เมื่อปี ๒๔๖๐ พระอุปัชฌาย์ก๋ง เจ้าอาวาส ได้สร้างเหรียญ ๒ หน้า หลวงพ่อพระศรีอารย์ หลังพระพุทธชินราช ปลุกเสกโดยท่านและ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าซึ่งเป็นสหธรรมิกกัน เหรียญรุ่นนี้มี ๒ พิมพ์ คือ ๑. พิมพ์หน้านาง(นิยม) มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง, ทองแดงผิวไฟ (เหรียญในภาพ) และเนื้ออะลูมิเนียม ๒.พิมพ์หน้ายักษ์ (แบบโบราณ) มีเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง อย่างเดียว ค่านิยมของเหรียญรุ่นแรก พิมพ์นิยมหลักหมื่นปลาย เจ้าของเหรียญนี้ ประเสริฐ ทองประเสริฐ (อ.หยิก ลพบุรี) รองประธานชมรมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยจังหวัดลพบุรี

**พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ ลึก เป็นพิมพ์ที่หายากมากๆ องค์สวยคมชัดราคาเช่าหาสูงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เคยทำสถิติเช่าบูชากันถึงองค์ละกว่า ๑๐ ล้านบาท สำหรับองค์ที่นำมาให้ชมนี้ มีความสวยสมบูรณ์คมชัดลึกทุกมิติ เป็นพระองค์ดาราขึ้นหน้าปกนิตยสาร “ไทยพระคอลเลกชั่น” เมื่อกว่าสิบปีก่อน หลังจากนั้นพระองค์นี้ได้หายหน้าไปนานปี กลับมาอีกครั้งอยู่ในครอบครองของ สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต

**วางตลาดแล้ว นิตยสาร  พระท่าพระจันทร์ ฉบับใหม่ ปก เหรียญหลวงพ่อสุด วัดกาหลง อ่านประวัติในฉบับ พร้อมกับเหรียญครบทุกรุ่น

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ชมภาพพระ สุดยอดพระเครื่องแห่งปี ๖๒ พระสวยแท้ระดับ “องค์ครู” ที่น่าสนใจ…ขอขอบพระคุณอย่างสูง ***

สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบอันดับ1ของเมืองไทย3

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403059?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบอันดับ1ของเมืองไทย3

8 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
สีผึ้งเขียว,หลวงพ่อทาบ,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 736 ครั้ง

ไขปมปริศนาสีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบเหตุใดถึงขึ้นทำเนียบสีผึ้งอันดับ1 ของเมืองไทย (3) ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน  โดย…  เอก อัคคี (facebook.com/Akeakkee Ake)

ท่านเกจิอาจารย์ต่างๆ นั้น ถือเป็นเคล็ดว่าไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ที่มีเสน่ห์อย่างสูง ที่ใช้ลวงให้ไก่ตัวเมียวิ่งมาหาได้ ต่างก็แสวงหาไว้เพื่อเอาไว้สร้างวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังเป็นเสน่ห์มหานิยม เมื่อได้ไม้ไก่กุกมาแล้ว หลวงพ่อทาบก็จะนำมาเอาว่านต่างๆ และไม้มงคล รวมทั้งไม้ไก่กุกด้วยมาบดป่นทำเป็นผงปั้นเป็นแท่งดินสอ

หลังจากนั้นหลวงพ่อทาบจะเอาถาดทองเหลืองขนาดกลางมารอง มีกระดานชนวนวางอยู่บนถาดทองเหลือง หลวงพ่อทาบจะครองจีวรเรียบร้อย รำลึกถึงครูบาอาจารย์แล้วท่านก็จะลงผงอิทธิเจ ผงปถมัง และผงตรีนิสิงเห จากที่ได้เรียนมา ด้วยการใช้แท่งดินสอซึ่งสร้างจากว่าน และไม้มงคลต่าง ๆ ปั้นเป็นชอล์ก เมื่อเขียนบนกระดานชนวน ก็จะหลุดลอดแผ่นกระดานชนวนลงไปในถาดทองเหลือง

 เจ้าของสมญาด้านเสน่ห์ “เจ้าชู้ไก่แจ้”

ลุงเจริญเล่าว่า ท่านได้นั่งสังเกตเห็นหลวงพ่อทาบลงผงเต็มกระดาน แล้วเคาะให้ลอดกระดานลงไปอยู่ในถาดทองเหลือง เสร็จแล้วหลวงพ่อทาบก็จะรวบรวมผงนั้นใส่ขวด มีอยู่วันหนึ่ง ขณะหลวงพ่อทาบกำลังนั่งสมาธิลบผงอยู่นั้น ชอล์กที่ท่านเขียนเกิดหักดังเปาะขึ้น หลวงพ่อทาบสะดุ้งขึ้นตัว และเพ้อเสียสติทันที เป็นอยู่หลายวัน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ลุงเจริญ เพชรนคร จึงไปตามครูภู่ที่บ้านซากกอไผ่มาดูอาการ และรักษา ครูภู่ ชาวอุบล เมื่อเห็นอาการหลวงพ่อทาบแล้วทำน้ำมนต์ให้หลวงพ่อทาบอาบ หลวงพ่อทาบอาบกินน้ำมนต์ของครูภู่อยู่ ๒-๓ ครั้ง อาการก็กลับปกติ

สีผึ้งหลวงพ่อทาบ สร้างขึ้นตามตำราของครูภู่ ชาวอุบล นั้นแรกๆ ก็เป็นสีผึ้งธรรมดา ไม่มีสีเขียว ต่อเมื่อหลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงทางด้านสีผึ้งมากขึ้น ท่านจึงได้นำใบของว่านชนิดหนึ่งผสมลงไปด้วย สีผึ้งก็เลยมีสีเขียวจนภายหลังเรียกกันว่า “สีผึ้งเขียว”

ไม้ไก่กุก ไม้อาถรรพณ์ที่มีพุทธคุณด้านมหาเสน่ห์

คุณลุงเจริญเล่าว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้น ท่านทำเสร็จแล้วจะใส่ไว้ในโถโบราณซึ่งมีฝาครอบ ปรากฏว่าสีผึ้งเขียวของหลวงพ่อทาบนั้นจะงอกหรือเพิ่มปริมาณได้ตามความแรงของกำลังวัน บางครั้งสีผึ้งจะฟูขึ้นจนติดฝาครอบโถเกาะกันเป็นวงคล้ายๆ กับดอกของใบพลู ซึ่งเป็นรูปคล้ายดอกใบพลูนี้แหละขลังนัก

ศิษย์วัดกระบกขึ้นผึ้งเมื่อเปิดฝาโถเห็นเข้าก็จะเอาใบจาก ซึ่งใช้สำหรับมวนบุหรี่สูบมาม้วนเป็นกรวยตักไป ใช้ได้ผลชะงัดนัก รายไหนรายนั้น มักหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามคนป้ายไปและไม่เคยมีพลาดเลยสักรายเดียว เมื่อถามว่าต้องใช้ป้ายกี่ครั้งจึงจะสำเร็จ คุณลุงเจริญบอกว่าโดยมากมักครั้งเดียวก็สำเร็จ แต่ถ้าผู้หญิงบางคนดวงแข็งมีของดีคุ้ม หรืออำนาจดวงคุ้มครอง ก็ต้องใช้หลายหนหน่อย แต่สำเร็จทุกราย

สีผึ้งของหลวงพ่อทาบนั้น มีเคล็ดวิธีการใช้ดุจเดียวกับหลวงปู่ทิม คือใช้ตามคำสั่งความสำคัญของนิ้วมือทั้ง ๕ นิ้ว นับแต่หัวแม่โป้งเรื่อยมา จนถึงนิ้วก้อยซึ่งเล็กที่สุด และวิธีจะใช้ป้ายผู้หญิงซึ่งหมายปองก็อย่าป้ายให้ต่ำกว่าบั้นเอวลงไป เวลาป้ายก็ให้ป้ายให้ถูกต้องเนื้อ อย่าให้ถูกผ้า เพราะจะได้ผลช้า

สีผึ้งนั้นคนสมัยก่อนมักจะใส่ตลับเล็กๆ พร้อมกับพระเครื่องด้านเมตตาและตะกรุดจิ๋ว

จะว่าไปแล้วสำหรับเหตุที่จะทำให้หลวงพ่อทาบมีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นเอกในด้านเมตตามหานิยมและเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป ก็มาจากสีผึ้งเขียว เมื่อหลวงพ่อทาบมีอายุล่วงเข้า ๘๐ พรรษาเศษแล้ว ท่านใช้เวลารวบรวมมงคลวัตถุต่างๆ เป็นเวลานานถึง ๔ ปีเศษ หลังจากนั้นท่านก็เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนในแถมละแวกวัดกระบกขึ้นผึ้งและ คนในถิ่นใกล้เคียง จนเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในย่านนั้น เมื่อเจ้าอาวาสวัดกระบกขึ้นผึ้งมรณภาพลง ชาวบ้านจึงได้นิมนต์ท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดกระบกขึ้นผึ้ง ท่านไม่สามารถขัดศรัทธาของชาวบ้านได้ จึงจำใจต้องรับตำแหน่งนั้น การพัฒนาวัดกระบกขึ้นผึ้งในสมัยท่านไปด้วยดี เพราะได้รับแรงศรัทธาจากประชาชน จนหลวงพ่อทาบสามารถสร้างกุฏิ วิหาร โบสถ์ ได้อย่างรวดเร็วในยุคของท่าน

นอกจากงานพัฒนาทางวัดแล้วหลวงพ่อทาบยังได้สงเคราะห์ญาติโยมที่เดือดร้อนทางใจและตกทุกข์ได้ยาก โดยการทำน้ำมนต์อาบขจัดทุกข์ขจัดโศก จนบุคคลเหล่านั้นประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงเกียรติคุณของหลวงพ่อทาบจึงเลื่องลือระบือออกไปตามท้องถิ่นต่างๆ จนจัดเป็นเกจิอาจารย์ที่มีเกียรติคุณอย่างยิ่งรูปหนึ่งในบ้านค่าย

ผลงานศิลปะพื้นที่ทับซ้อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/403106?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

ผลงานศิลปะพื้นที่ทับซ้อน

6 ธันวาคม 2562 – 15:30 น.
Sacrifice Chapter 1,สมัคร์ กอเซ็ม,Unspoken Truth,เอแลน เลอชาเตอริเย,Overlapping,ยุทธ พฤฒาสัจธรรม,เมตามอร์-โฟซิส
เปิดอ่าน 135 ครั้ง

ผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ด้วยแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่สีเขียว

** นิทรรศการ “Sacrifice Chapter 1 : พลีตน” โดย สมัคร์ กอเซ็ม เชื้อชวนให้ทวนพินิจมองความน่าประหลาดต่อความเป็นจริงต่างๆ ในพื้นที่ที่ถูกเรียกขานว่าพื้นที่สีแดง จัดแสดงวันนี้-22 ธันวาคม ที่เแกลเลอรี่ เวอร์ ซ.นราธิวาส 22 (เว้นวันจันทร์และอังคาร)

นิทรรศการ Unspoken Truth

** นิทรรศการ “Unspoken Truth” โดย เอแลน เลอชาเตอริเย ตั้งคำถามเกี่ยวกับมิตรภาพของผู้คนในปัจจุบัน สำรวจพื้นที่แห่งความเงียบงันและการขุดคุ้ยเข้าไปในจิตใจ เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-10 มกราคม ที่สมาคมฝรั่งเศส

นิทรรศการ “Overlapping”

** นิทรรศการ “Overlapping” โดย ยุทธ พฤฒาสัจธรรม นำเสนอผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ด้วยแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่สีเขียว จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล ถ.บรมราชชนนี (เว้นวันจันทร์)

** ชวนคุณมากลายร่างเป็นแมลงยักษ์และสัมผัสกับความสับสนใน “วีอาร์ เมตามอร์-โฟซิส” นิทรรศการความจริงเสมือนที่สร้างด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องเมตามอร์-โฟซิส ถ่ายทอดผลงานของคาฟคาสู่โลกเสมือนจริง จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม ที่สถาบันเกอเธ่