ล้วงพฤติกรรมคนออนไลน์กับเรื่องน่าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/608712

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 09:43 น.

ล้วงพฤติกรรมคนออนไลน์กับเรื่องน่าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้

ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยองค์กรนิรโทษกรรมสากล (AI) พบว่า ผู้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ ทั้งยังหลีกเลี่ยงการใช้คำค้นหาที่เฉพาะเจาะจง เพราะอะไรไปดูกัน

จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนขององค์กรนิรโทษกรรมสากล (AI) พบว่า ผู้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ เนื่องจากความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว โดย 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 10,000 คนจาก 9 ประเทศ อาทิ บราซิล อินเดีย สหรัฐ อียิปต์ หลีกเลี่ยงการใช้คำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงหรือเว็บเพจบางเว็บเพจ เพื่อไม่ให้ถูกติดตามเก็บข้อมูล

นอกจากนี้ 7 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามยังกังวลว่าจะถูกบริษัทเทคโนโลยีเก็บข้อมูลส่วนตัวและนำไปใช้ไม่เหมาะสม ขณะที่ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกังวลว่าการใช้อินเทอร์เน็ตจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว

ด้านสมาคมอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทเทคโนโลยี รวมทั้งเฟซบุ๊กและกูเกิล ยังไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ๆ โดยเฉพาะผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ต้องเผชิญข้อกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบและไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เช่น กรณีของเฟซบุ๊กที่ละเลยให้บริษัทเคมบริดจ์ แอนาลิติกา (Cambridge Analytica) นำข้อมูบลส่วนตัวของผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามยังเผยอีกว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์ของเฟซบุ๊กก็เพิ่มความระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ เพศ รสนิยมทางเพศ และกว่า 30% เผยว่าได้ใช้เครื่องมือดิจิทัลช่วยในการจำกัดการติดตามทางออนไลน์แล้ว

นอกจากนี้ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าต้องการให้รัฐบาลออกกฎควบคุมบริษัทด้านเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันนี้มีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่มีการควบคุม อาทิ เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฝรั่งเศส ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้รับการปกป้องจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2018

 

ภาพ freepik

รีวิว CENTRAL@centralwOrld ของขวัญกล่องใหญ่ที่มอบให้คนกรุง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609010

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 16:00 น.

รีวิว CENTRAL@centralwOrld ของขวัญกล่องใหญ่ที่มอบให้คนกรุง

ตามไปดูลุคใหม่ CENTRAL@centralwOrld หลังเปลี่ยนโฉมจาก ZEN มาเป็นที่สุดของห้างไลฟ์สไตล์ในไทย จะมีอะไรให้ว้าว

 

นับเป็นการมอบของขวัญกล่องใหญ่ให้คนกรุงเทพฯ ไปเลย สำหรับการปรับโฉมจาก ZEN มาเป็น “CENTRAL@centralwOrld” ที่สุดของห้างไลฟ์สไตล์ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง ด้วยคอนเซ็ปต์ Uncover the Exciting Side of You งานนี้เซ็นทรัลประเดิมความยิ่งใหญ่ในวันฉลองเปิดห้าง CENTRAL@centralwOrld ด้วยซูเปอร์สตาร์คู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่มาจัดโชว์สุดเซอร์ไพรส์อลังการระดับทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ และยังได้มอบเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่เป็นของขวัญให้แก่ผู้ร่วมงาน รวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท!!

 

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เป็นห้างอันดับ 1 ของไทย โดยแบรนด์เซ็นทรัลได้วางรากฐานห้างสรรพสินค้าที่มีมาตรฐานสูง ทำให้เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งจึงได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยห้างเซ็นทรัลมีการพัฒนาพร้อมทั้งนำความทันสมัย และสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เป็นเทรนด์ใหม่ๆ ของโลก มารวมไว้ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเพื่อ ยกระดับอีกก้าวของการช้อปปิ้ง ด้วยการปรับโฉมใหม่ห้างเซน ขึ้นเป็นห้างไลฟ์สไตล์ที่ให้แต่ละชั้น ตั้งแต่ชั้น 1-7 เป็นมากกว่าการช้อปปิ้งสินค้า โดยวางคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ผสมผสานความลงตัวของสินค้า อาหาร และการบริการ รวมไว้ในแต่ละชั้น

 

วันนี้ CENTRAL@centralwOrld โฉมใหม่ พร้อมแล้วที่จะเป็นแหล่งนัดพบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกท่านและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้สามารถมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งที่เสมือนเป็นการรวมผลงานสถาปัตยกรรมของนักออกแบบชั้นนำระดับโลกมารวมไว้ที่แห่งนี้ ทั้งจากประเทศอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ผู้ที่เคยออกแบบห้าง Rinascente  รวมถึงดีไซเนอร์ไทย โดยร่วมมือกันภายใต้คอนเซ็ปต์ Contemporary จึงทำให้ห้างดูทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกัน และใช้โทนสีที่แตกต่างกัน ตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแต่ละชั้น มีการนำเข้าหุ่นโชว์ ดิสเพลย์ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัทผู้ออกแบบฯ ผลิตและส่งออกหุ่นโชว์ดิสเพลย์อันดับ 1 ของโลก โดยหุ่นโชว์นี้จะมีชิ้นส่วนของปากที่สามารถเปลี่ยนสีริมฝีปากได้หลายร้อยเฉดสี และใบหน้าที่สามารถถอดเปลี่ยนไปตามซีซั่นของแฟชั่นได้อย่างอิสระ

 

และเพื่อให้ทันกับสิ่งใหม่ๆ ครั้งนี้เราจึงชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง บนพื้นที่กว่า 50,000 ตร.ม.ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิน ดื่ม ช้อป และการบริการสุดพิเศษ ซึ่งรวมไว้ในแต่ละชั้น 1-7 ครบครันด้วยสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำทั่วทุกมุมโลกมากกว่า 3,000 แบรนด์ รวมถึงร้านอาหารระดับ Michelin Guide Thai Street Food Deck ที่ยกมาไว้ในห้างสรรพสินค้า พร้อมเพิ่มการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยผสานช่องทาง Offline และ Online เป็นหนึ่งเดียวกันผ่านช่องทางออนไลน์กับ 3 บริการ Chat & Shop, E-Ordering และ Click & Collect

 

เริ่มที่ชั้น 1 BEAUTY GALERIE & LUXE GALERIE อาณาจักรความงาม แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมชั้นนำและสินค้าพิเศษชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟ และมีร้าน Host x Amber ร้านกาแฟรสชาติเวิลด์คลาส Host x Amber สูตรจากบาริสต้าชาวฮ่องกง Dawn Chan เจ้าของรางวัล Hong Kong Top Barista 2011-2018, ร้าน ROAST ร้านอาหาร All day dining สไตล์อเมริกันที่เปิดมานานแล้วกว่า 8 ปี

 

 

ชั้น 2 WOMEN’S ELEGANCE เชื่อมต่อ Skywalk เข้าห้างได้อย่างสะดวกสบาย สวรรค์ของคนรักรองเท้าที่รวมหลายแบรนด์ดังกว่า 6 หมื่นคู่ พร้อมอัพลุคการแต่งตัวด้วยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ อาทิ NIKE Women ที่เปิดตัวคอนเซ็ปต์สำหรับผู้หญิงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี โซน THAITHAI แฟชั่นแบรนด์จากผลงานดีไซน์เนอร์ไทยระดับแนวหน้าของไทย อาทิ VICKTEERUT, ASV, ASAVA, POEM รวมถึง KIS Beauty Store จุดหมายใหม่แห่งความงาม ที่ตอบไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ มอบประสบการณ์เอาใจสาวสายบิวตี้

 

 

ชั้น 3 WOMEN แหล่งรวมชุดชั้นในที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงชุดว่ายน้ำที่มีให้เลือกหลายแบรนด์ดัง และเสื้อผ้าสำหรับเวิร์คกิ้งวูแมน มีกระเป๋า อาทิ KARL LAGERFELD, KATE SPADE NEW YORK และยังมี WEST ISLAND แบรนด์ดังจากเกาหลี เปิดตัวที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย (ต้นปี 2020) นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมความงาม อาทิ MOGA SALON , NAIL BAR, LASH BAR

 

ชั้น 4 UNISEX & DENIM เอาใจหนุ่มสาวแฟชั่นเลิฟเวอร์ที่มีเทสต์และไลฟ์สไตล์เป็นตัวของตัวเองแบบสตรีทแฟชั่น มีเหล่าสนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น และรุ่นหายาก มีร้าน MUJI แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่นเป็นสาขาที่ใหญ่มี ไอเท็มสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Found MUJI (ฟาวนด์ มูจิ) ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณค่า สร้างสรรค์ จากนักออกแบบท้องถิ่น

 

ชั้น 5 MEN & WATCH รวบรวมแฟชั่นชายชั้นนำที่สะท้อนลุคหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีสไตล์และรักการแต่งตัวทั้งแนว CASUAL และ BUSINESS อาทิ TOPMAN, THE NORTH FACE, LACOSTE มีมุมผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟระดับพรีเมี่ยม ALTO COFFEE รวมถึงบริการดูแลจัดแต่งทรงผมสุภาพบุรุษโดยเฉพาะกับ BARBERSMITH

 

ชั้น 6 KIDS โลกแห่งจินตนาการ ตอบรับไลฟ์สไตล์ครอบครัวสุดชิคเพื่อพรีเซ็นท์ความเป็นเด็กรุ่นใหม่ กล้าคิด กล้าแสดงออกและมี Costume Zone อวดโฉมกับชุดแต่งกายในจินตนาการ เจ้าหญิง Barbie และเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่

 

 

ชั้น 7 LIVING HOUSE แผนกโฮมคอนเซ็ปต์ใหม่ใจกลางกรุงฯ ที่แรกที่รวมร้านอาหารระดับ Michelin Guide Thai Street Food Deck มาไว้ที่ห้างสรรพสินค้าอาทิ Ten Suns ไร้เทียมทาน, ปาท่องโก๋เสวย,สว่างบะหมี่ปู, ลิ้มเหล่าโหงว, เลิศทิพย์, หวานใจ เป็นต้น

 

 

และพิเศษสุดๆ สำหรับช่วงแห่งการเฉลิมฉลองเปิดตัว CENTRAL@centralwOrld ยังได้มอบโปรโมชั่นและกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 11-22 ธันวาคม 2562 พบกับสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ลดสูงสุด 30%, แผนกบิวตี้ แกลอรี ลดสูงสุด 15%, ลด/รับเพิ่มสูงสุด 30% จากเดอะวันและบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ พร้อมรับฟรีคูปองแทนเงินสด และบัตรของขวัญเซ็นทรัล จากบัตรเครดิตซิตี้ รวมสูงสุด 5,000 บาท (เมื่อช้อปตามเงื่อนไข) และสำหรับลูกค้าบัตรมาสเตอร์การ์ด รับบัตรของขวัญเซ็นทรัลมูลค่า 1,200 บาท พิเศษ! เฉพาะบัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวันรับเพิ่มบัตรของขวัญเซ็นทรัลมูลค่า 300 บาท

 

ต่อเนื่องด้วยโปรโมชั่นแรงฉลองส่งมอบความสุข ได้แก่ CENTRAL LET’S CELEBRATE 2020 ตั้งแต่วันนี้-1 มี.ค. 2563 (ช้อปครบ 1,500 บาท ภายในวันและสาขาเดียวกัน หรือนำคะแนนสะสม The 1 Card 100 คะแนน แลกรับสติกเกอร์ 1 ดวง ใช้เป็นส่วนลดสูงสุดถึง 40%) และโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมาย

 

ส่วนที่พลาดไม่ได้เลยในช่วงเทศกาลแห่งความสุข คือการประดับตกแต่งไฟแสงสีอย่างสวยงามเพื่อสร้างรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองส่งความสุข ตามไปใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดร่วมกัน ณ ห้างเซ็นทรัล และ CENTRAL@centralwOrld ได้ทุกวัน แล้วคุณจะรู้ว่าสวรรค์แห่งการช้อปอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ

ไอเดียเลือกของขวัญสุดครีเอท เพื่อคนพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608841

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 15:01 น.

ไอเดียเลือกของขวัญสุดครีเอท เพื่อคนพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข

ช้อปของขวัญโดนใจในงาน GIFTMAS ค้นหาของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อคนพิเศษของคุณใน Creative Gift Market อาณาจักรแห่งของขวัญสุดสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยไอเท็มของดี ของเด็ด คัดสรรมาให้ได้เลือกช้อปมากกว่า 100 ไอเท็ม

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ร่วมกับ ไทยประกันชีวิต ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง จัดงาน GIFTMAS ชวนคุณมาร่วมค้นหาของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อคนพิเศษของคุณใน Creative Gift Market อาณาจักรแห่งของขวัญสุดสร้างสรรค์ ที่เต็มไปด้วยไอเท็มของดี ของเด็ด คัดสรรมาให้ได้เลือกช้อปมากกว่า 100 ไอเท็ม ทั้งของขวัญ ของแต่งบ้าน กิฟต์เซ็ทสปาและเครื่องหอมเก๋ๆ Gadget และเครื่องประดับหลากหลายสไตล์ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน

อาทิ ของขวัญสไตล์ Eco Gift ที่เอาใจสายรักษ์โลกด้วยกระเป๋าจากเศษผ้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตชุดว่ายน้ำ จากร้าน Mama Well และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ จากร้าน Shidara

ของขวัญสไตล์ Minimal Gift สำหรับสายมินิมอล จาก Room Concept Pop-up Store ผู้นำไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์สโตร์ที่รวมของขวัญของแต่งบ้านสุดฮิป ทั้งจากดีไซเนอร์ไทย และต่างประเทศ มาไว้ให้ได้เลือกหากันได้ที่งานนี้

ของขวัญสไตล์ Craft Gift คัดสรรงานคราฟต์ดีไซน์เด็ดมาไว้ให้เลือกมากมาย อาทิเช่น Char Flower Tea ชาดอกไม้ออร์แกนิก ที่นอกจากกลิ่นและรสละมุนแล้วยังมอบความสดชื่นให้กับผู้รับด้วยดอกไม้บานเต็มดอกในกาแก้วใส เหมือนงานศิลปะระดับพรีเมี่ยมที่เบ่งบานในโถชา ร้าน Wax valley candle co เทียนหอมแฮนด์คราฟจากไขถั่วเหลือง 100% ที่ออกแบบกลิ่นหอมให้มีเรื่องราวต่างๆ อาทิ กลิ่น Bangkok, กลิ่น Library, กลิ่น Woodland

ของขวัญสไตล์ไทย Thai Gift อาทิเช่น Ekamon กระเป๋าใส่ของอเนกประสงค์ไอเดียสร้างสรรค์จากฝีมือคนไทย La Orr ornament จิวเวลรี่ไหมไทย ที่ใช้ผ้าไหมไทยมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับแสนเก๋หลากหลายสไตล์ ที่ให้คุณนำไปประยุกใช้แต่ตัวกับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์

นอกจากนี้ ยังมีของขวัญน่าช้อปจากหลากหลายแบรนด์ดัง ที่มาพร้อมราคาและโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน อาทิ Teddy House, Migrator Bag, Tommy Gift, Yugen, Isignia Bangkok, LabSpace ฯลฯ

ไฮไลท์กิจกรรมพิเศษภายในงาน ให้คุณได้ครีเอทของขวัญใหม่ไม่แบบซ้ำใครกับกิจกรรม Free Workshop ทำของขวัญไม่ซ้ำแบบใคร เฉพาะคุณเท่านั้น พบกันได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ

  • 11-17 ธันวาคม 2562 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9
  • 19-25 ธันวาคม 2562 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
  • 19 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 เซ็นทรัล วิลเลจ

สิทธิพิเศษ เมื่อช้อปภายในงานครบ 300 บาท รับฟรี! Exclusive Gift Box กล่องของขวัญลวดลายพิเศษฉพาะงานนี้เท่านั้น *กล่องมีจำนวนจำกัด สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Thailife Card แลกรับสิทธ์ผ่าน Thailife Card Mobile Application เท่านั้น (ของรางวัลในแต่ละสาขาแตกต่างกัน) Handmade Soap Giftset* มูลค่า 200 บาท เพียงใช้ 9 คะแนน (1ท่าน/ 1บัตรไทยไลฟ์การ์ด /1สิทธิ์, จำกัด 30 สิทธิ์ตลอดรายการ) Central Gift Voucher มูลค่า 500 บาท เพียงใช้ 199 คะแนน (1ท่าน/ 1บัตรไทยไลฟ์การ์ด /1สิทธิ์, จำกัด 86 สิทธิ์ตลอดรายการ)

จิบชายามบ่าย เซตเฟสทีฟสุดคิ้วท์ @เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608781

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 13:10 น.

จิบชายามบ่าย เซตเฟสทีฟสุดคิ้วท์ @เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์

คริสต์มาสนี้ต้องไปโดน ชุดน้ำชายามบ่ายเซตเฟสทีฟสุดคิ้วท์ ที่เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

สายคาเฟ่ สายขนมหวานใส่ไว้ในทูดูลิสต์คริสต์มาสนี้ได้เลย สำหรับความพิเศษที่มาในรูปแบบน่ารักๆ ที่ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ในโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ รังสรรค์ขึ้นมาเสิร์ฟเป็นชุดน้ำชายามบ่ายเซตเฟสทีฟ หรือ Festive Afternoon Tea Set นับเป็นเมนูน่ารักๆ ที่จัดขึ้นต้อนรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งขะมีให้ชิมกันในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 1 มกราคม 2563 เท่านั้น

เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ต้อนรับคริสต์มาสนี้ด้วยเซตน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea Set สุดคิ้วท์ที่เสิร์ฟขนมน่ารัก ๆ ออกมาแบบจัดเต็ม เช่น Christmas Stollen เค้กผลไม้สัญชาติเยอรมัน, เอ๊กน่อกครีมบูเล่, พานาคอตต้า, คริสต์มาส พุดดิ้ง และจินเจอร์สโคนที่เสิร์ฟพร้อมกับแยมโฮมเมดหลากรส ที่สำคัญเซตนี้สำหรับ 2 ท่าน เลือกจับคู่ได้กับเครื่องดื่มชาหรือกาแฟ ตามใจชอบได้ถึง 2 ชนิด

นอกจากนี้เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ยังเตรียมกิจกรรมคิดส์ มูฟวี่ ไนท์ ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 13 – 29 ธันวาคม 2562 และคลาสสอนทำอาหารสำหรับเด็กทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 21 – 29 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น ในราคาเพียง 988++ บาทต่อท่าน ให้เทศกาลแห่งความสุขนี้เป็นช่วงเวลาสำหรับทุกครอบครัวโดยแท้จริง

เดอะ ลอบบี้ เลาจน์ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เชิญท่านมาสัมผัสบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองนี้ด้วยตัวของท่านเอง เลาจน์เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.00 น. ถึง 1.00 น. ชุดน้ำชายามบ่ายเซตเฟสทีฟให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 18.00 น. ในราคาเพียง 750++ บาทต่อเซทสำหรับ 2 ท่าน ตั้งแต่วันนี้-1 มกราคม 2563

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 088 5666

Hooters แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกัน กับการผสมผสานความเป็นไทยลงในอาหาร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608710

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

Hooters  แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกัน กับการผสมผสานความเป็นไทยลงในอาหาร

“ฮูเตอร์ส” ร้านนั่งชิลล์ที่เหมาะสำหรับนัดแฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ ในย่านสีลม เอาใจคนไทยด้วยการผสมผสานรสที่คนไทยคุ้นเคย

สำหรับฮูเตอร์ส เป็นร้านแฟรนไชส์อาหารสไตล์อเมริกันชื่อดัง ที่มีจำนวนสาขามากกว่า 400 สาขา ใน 44 รัฐ 28 ประเทศทั่วโลก โดดเด่นด้วยโลโก้นกฮูกที่ติดตาเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ซึ่งคำว่าฮูเตอร์สก็มาจากเสียงของนกฮูก เสมือนเป็นตัวแทนมนุษย์นอนดึกยันเช้าได้ดีเลยทีเดียว

ร้านฮูเตอร์สนั้นจะเป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศกึ่งผับ เหมาะสำหรับมาร่วมเชียร์กีฬานัดใหญ่ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านเป็นชาวต่างชาติ มีคนไทยไม่โต๊ะเท่านั้น ให้บรรยากาศร้านนั่งชิวแบบฉบับอเมริกันมากๆ เหมาะที่จะมากับกลุ่มเพื่อนแบบครบแก๊งค์เพระเราสามารถเฮฮาเสียงดังกันได้สนุกสนาน

เสน่ห์ของฮูเตอร์สที่เด่นออกมาเลยนั้นมี 3 อย่างหลักๆเลยก็คือ ปีกไก่ ที่มีมากกว่า 10 รสชาติ บวกกับซอสดิปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างถัดมาก็คือ เครื่องดื่ม ที่น่าสนใจก็จะเป็น เบียร์สดสัญชาติไอร์แลนด์ อย่าง Guinness, Magners หรือ Kilkenny ที่ทางร้านภูมิใจนำเสนออย่างสุดท้ายนั้นก็คือ Hooters Girls สาวๆที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เสิร์ฟอาหาร แต่ยังต้องเอนเตอร์เทรนลูกค้า และแน่นอนว่าเสน่ห์และความเซ็กซี่เหลือล้นมากๆ อยากให้ลองมาเจอ เพราะทุกๆชั่ วโมง สาวๆ จะมีโชว์สเต็ปเต้นน่ารักๆ ให้พอคึกคักกันอีกด้วย การันตีความแซ่บของสาวๆ ด้วยการประกวด Hooters Girl of the Year เพราะสาวที่นี้นอกจากจะสวยแล้วยังบริการกันแบบมืออาชีพซึ่งเป็นจุดขายสำคัญมากกว่าความสวยอย่างเดียว

มาพูดถึงเมนูใหม่ที่ทางฮูเตอร์ส ซึ่งเดิมแล้วทางร้านก็มีอาหารอเมริกันดั้งเดิมที่เป็นสัญลักษณ์นั้นก็คือเบอร์เกอร์ นาโช่ หรือจะเป็นปีกไก่ทอด แต่ทางร้านได้มีการสร้างสรรค์เมนูใหม่มาเพื่อเอาใจคนไทยให้ได้ลองอาหารสไตล์ตะวันตกที่ผสมผสานรสชาติแบบไทยลงไป หน้าตาอาหารที่ยังคงความเป็นตะวันตก แต่รสชาติแบบไทย อย่างเช่นการทำซอสที่ใช้น้ำจิ้มแบบไทยๆ มาผสมให้เข้ากับซอสแบบตะวันตกเช่น มายองเนส ออกมา 4 รสขาติ ประกอบไปด้วย “ซอสจิ้มแจ่ว” ตัวที่สองเรียกว่า “แจ่วเมโย” คือการนำน้ำจิ้มแบบ จิ้มแจ่ว มาผสมกันกับมายองเนสเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ แต่รสชาติเข้ากันมากๆ ถัดมาคือ “ศรีราชาชีส” และสุดท้ายคือ “ต้มยำเมโย” ซึ่งกว่าจะได้สูตรพวกนี้มา มีการทดลองหลายครั้ง ทำการสำรวจทดสอบรสชาติกับคนไทย 100 คนว่ารสชาติใดถูกปากที่สุด จนได้ ซอส 4 ตัวนี้มา และอีก 1 เมนูที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานนี้นั่นก็คือ ทาโก้ต้มยำ ที่รสชาติต้มยำแบบไทยๆ ที่เสิร์ฟในรูปแบบทาโก้

ร้านฮูเตอร์สสาขาสีลมนั้นได้มีการปรับปรุงร้านใหม่ หากต้องการนัดเพื่อนแฮงเอ้าท์ และยังไม่รู้จะไปที่ไหน เราแนะนำที่นี่เลย เพราะเดินทางมาง่ายมากๆ ลงบีทีเอสศาลาแดงมาก็เจอเลยที่อยู่ ซอยธนิยะ ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพ 10500เวลาเปิด-ปิด 11:00-02:00 น.โทรศัพท์ 021171136

Facebook: http://www.facebook.com/hootersbangkok / www.facebook.com/hooterssilom

Website: http://www.hootersbangkok.com / http://www.hootersasia.com / http://www.hooters.com

สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชาวเลที่ ‘ชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำประแส’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/608764

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 15:21 น.

สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชาวเลที่ 'ชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำประแส'

ชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำประแส แค่มาสัมผัสแล้วคุณจะหลงรักปากน้ำประแส

สำหรับใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์เพื่อไปดื่มด่ำกับธรรมชาติ จับมือคนรัก หรือยกก๊วนครอบครัวมาเที่ยวแบบส่วนตั๊วส่วนตัว ทำกิจกรรมเลิศๆ สนุกสุดมันส์ย้อนวัย เราขอแนะนำให้ไปที่ “ชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง”

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ โลเคิล อไลค์ ร่วมกับ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้รณรงค์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าชายเลน โดยมีกิจกรรมปลูกป่ารักษาและเพิ่มพูนภายในกิจกรรมท่องเที่ยว

“ปากน้ำประแส” เป็นชุมชนเล็กๆ ในอำเภอแกลง ที่เคยเป็นแค่ทางผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน จ.ระยอง หรือสวนผลไม้เมืองจันทบุรี แต่บัดนี้ได้กลายมาเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่นำเสนอเรื่องราวและเสน่ห์วิถีชีวิตชาวเลบริเวณปากน้ำ แม้อดีตอาจซบเซาลงจากการถูกควบคุมการออกหาปลาในน่านน้ำไทย แต่การท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถรื้อฟื้นให้ปากน้ำประแสกลับมาครึกครื้นได้อีกครั้ง

ชุมชนท่องเที่ยวนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก จึงทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวในประแสค่อนข้างส่วนตัว ชุมชนปากน้ำประแสจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะฮันนีมูนกับคนรัก ปาร์ตี้เดอะแก๊งวัยเก๋า หรือแซยิดครอบครัวก็ตาม

มาย้อนบรรยากาศวันวานด้วยบ้านไม้และบ้านปูนทรงโบราณตามทางเดินเรียบริมน้ำประแสหรือตื่นมาเช้าๆ สูดอากาศดีๆ เดินไปใส่บาตรที่ตลาดท่าเรือเก่า แล้วแวะชิมอาหารถิ่นไม่ว่าจะเป็นเส้นจันท์ผัดปู แจงลอน ขนมบอบแบบ ข้าวเหนียวหน้าเคย หรือเลือกช้อปอาหารทะเลสดๆ ไปประกอบอาหารในมื้อร่วมโต๊ะของครอบครัวก็ดีไม่น้อย ส่วนช่วงเย็นจะเดินหรือโบกซาเล้งนั่งไป ‘สะพานประแสสิน’ สะพานทอดยาวข้ามทะเลของอำเภอแกลงเพื่อชมวิวทิวทัศน์อันสวยงาม

ชุมชนปากน้ำประแสยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนั่งเรือชมป่าชายเลน รวมกลุ่มไปล่องแพเปียกสุดมัน เพิ่มความแข็งแรงด้วยการยกยอเพื่อนำเคยมาตำเป็นกะปิ เรียนรู้การทำแจงลอนซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ดูคล้ายทอดมันแต่นำไปย่างแทน หรือจะลองโม่แป้งทำขนมบอบแบบโบราณที่ทุกวันนี้หากินยากมากๆ แต่ในชุมชนประแสยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่

ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมไม่ขาดสายทั้งในฤดูกาลท่องเที่ยวและไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว หากกำลังมองหาสถานที่เงียบๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน มีธรรมชาติให้ชม มีอากาศดีๆ ให้ฟอกปอด อยากให้นึกถึงชุมชนปากน้ำประแสเป็นที่แรก แล้วพาครอบครัวหรือแท็กทีมเพื่อนๆ ร่วมก๊วนมาสัมผัสเสน่ห์ชุมชนแห่งนี้ดูสักครั้ง รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืม

ตามไปสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนตำบลปากน้ำประแสได้ทุกวัน ติดต่อได้ที่ 085-120-8014 (พี่แต๋ม) หรือติดต่อทางเพจ : ท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

แพทย์เผย 3 อันดับมะเร็งสุดฮิตที่ตามติดเป็นเงาในเพศชาย-หญิง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/608829

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 13:20 น.

แพทย์เผย 3 อันดับมะเร็งสุดฮิตที่ตามติดเป็นเงาในเพศชาย-หญิง

10 ธันวาคม “วันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ”  แพทย์เผยอันดับของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย-เพศหญิง ชี้สาเหตุของโรค พร้อมแนะการใช้ชีวิตอย่างไรให้ห่างไกล 6 มะเร็งสุดฮิต

 

นอกจากวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี จะเป็นวันรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็น “วันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ” ที่จัดตั้งโดยหน่วยงานของรัฐบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อีกด้วย หลายคนอาจจะทราบกันดีว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งนั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากพันธุกรรม หรือโรคมะเร็งที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต

 

แต่รู้หรือไม่ว่า? โรคมะเร็งที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมนั้น แท้จริงแล้วมีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น นั่นแสดงว่าสาเหตุที่คนในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็ง มาจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้ อ.นพ.ธัช อธิวิทวัส สาขาวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูล 3 อันดับแรกของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย-เพศหญิงนั้น ได้แก่

เพศชาย

อันดับ 1 มะเร็งปอด

แม้ตัวเลขของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดในประเทศไทยนั้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ แต่จำนวนของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ก็ยังถือว่าน่าเป็นห่วง เนื่องจากคนไทยจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็นประจำ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอดได้ในทุกช่วงวัย อย่างไรก็ตาม หากลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่ลงได้ อีกทั้งระมัดระวังอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง ที่โดนความร้อนสูง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอดได้ค่อนข้างมาก

อันดับ 2 มะเร็งตับ

สาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุดมาจากโรคไวรัสตับอักเสบ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าตัวเองเป็น เพราะโรคนี้จะไม่ค่อยแสดงอาการอะไร ทำให้คนที่เป็นไวรัสตับอักเสบนั้น มีโอกาสที่จะเป็นตับแข็งได้ตั้งแต่อายุยังน้อย จนกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด เพราะฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่ามีประวัติครอบครัวเคยเป็นไวรัสตับอักเสบ ก็ควรไปตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ

อันดับ 3 มะเร็งท่อน้ำดี

ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพญาธิใบไม้ ซึ่งพญาธิใบไม้จะพบได้ในเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมชอบรับประทานของดิบ เช่น ปลาร้า ปลาดิบที่เป็นปลาน้ำจืด วิธีป้องกันนั้นง่ายกว่ามะเร็งชนิดอื่น คือแค่เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ให้ปรุงสุกก่อนทุกครั้ง ก็สามารถห่างไกลจากมะเร็งท่อน้ำดีได้

 

เพศหญิง

อันดับ 1 มะเร็งเต้านม

ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม มาจากการได้รับฮอร์โมนเพศหญิงในปริมาณมากเป็นเวลานาน เช่น การรับประทานยาคุมกำเนิด การฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ไข่ตกสำหรับผู้หญิงที่มีบุตรยาก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านพันธุกรรมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านมนั้นสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ง่ายๆ โดยการใช้มือคลำ หรือไปตรวจที่โรงพยาบาลเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป

อันดับ 2 มะเร็งปากมดลูก

เดิมทีมะเร็งปากมดลูก เคยเป็นมะเร็งที่ผู้หญิงไทยเป็นเยอะที่สุด แต่ปัจจุบันมีจำนวนของผู้หญิงไทยที่เป็นโรคนี้ลดลง เพราะมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องมะเร็งปากมดลูกมากขึ้น ทำให้หลายคนเปิดใจ มีความกล้าที่จะไปตรวจมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ที่สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-12 ปี ซึ่งวัคซีนตัวนี้จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ในอนาคต

อันดับ 3 มะเร็งลำไส้

ผลการวิจัยพบว่า คนที่รับประทานผัก ผลไม้ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้น้อยกว่าคนที่ชอบรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด อย่างไรก็ตามคนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรเริ่มตรวจอุจจาระเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อดูว่ามีเลือดปนมากับอุจจาระหรือไม่ นอกจากการตรวจหาเลือดในอุจจาระแล้ว การส่องกล้องลำไส้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถตรวจหามะเร็งลำไส้ได้ดีอีกด้วย

‘ฝังเข็ม’ ทางเลือกของการรักษาที่เป็นมากกว่าวิธีแก้ปวด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/608778

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 16:28 น.

'ฝังเข็ม' ทางเลือกของการรักษาที่เป็นมากกว่าวิธีแก้ปวด

แพทย์แผนจีนให้ความรู้ “ศาสตร์การฝังเข็ม” คืออะไร? อาการแบบไหนบ้างที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม? ฝังเข็มเจ็บไหม? กลัวเข็มทำอย่างไร? พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฝังเข็ม

แม้ว่าการรักษาโรคด้วยการฝังเข็มจะเป็นที่รู้จักมานาน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่ทราบว่า ศาสตร์การฝังเข็มคืออะไร และรักษาโรคหรืออาการได้อย่างไร

นายแพทย์จีนธนัตเทพ เตระทวีดุลย์ แพทย์ประจำคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ (โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด) จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาด้วยการฝังเข็ม ดังนี้

ฝังเข็มคืออะไร? ทำไมต้องฝังเข็ม?

ฝังเข็มเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ที่ปัจจุบันมีการเรียนการสอนในประเทศไทย โดยหลักสูตรการเรียนการสอนได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ผู้ทำการรักษาจะมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะเหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งการที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาโดยวิธีฝังเข็มนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถเข้ารับการรักษาได้หรือไม่

การรักษาด้วยวิธีการฝังเข็ม สามารถทำได้ในทุกช่วงอายุ ที่ผ่านมาเคยมีการรักษาด้วยวิธีการฝังเข็มในเด็กเพื่อช่วยในเรื่องของพัฒนาการและรักษาอาการปวดต่างๆ แต่เด็กที่จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ จะต้องสามารถทนอยู่นิ่งๆ ตลอดเวลา 20-30 นาทีของการฝังเข็มได้ และผู้ปกครองควรรับทราบและยินยอมให้มีการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวด้วย

อาการแบบไหนบ้างที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม?

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินการรักษาตามอาการเจ็บป่วยและเงื่อนไขของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน อาการที่นิยมรักษาด้วยการฝังเข็ม จะเป็นอาการปวดเมื่อยต่างๆ ปวดหลัง ปวดขา ปวดศีรษะ ปวดเข่า ออฟฟิศซินโดรม บาดเจ็บจากขาพลิก ขาแพลง เป็นตะคริว เคล็ดขัดยอกที่เกิดจากการออกกำลังกาย นอนไม่หลับเพราะความเครียด วิตกกังวล โรคภูมิแพ้ นิ้วล๊อคในระยะเริ่มต้น อัมพฤตอัมพาตในระยะเริ่มต้น การฝังเข็มจะช่วยฟื้นฟูกระตุ้นให้ระบบต่างๆ กลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยรักษาควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด เพื่อกระตุ้นให้ระบบร่างกายกลับมาทำงานตามปกติได้ไวขึ้น ทำให้มีการฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และยังมีบางคนที่ฝังเข็มเพื่อลดความอ้วน เพื่อปรับสมดุลร่างกาย ควบคู่ไปกับการคุมอาหารและการออกกำลังกาย

นอกจากอาการและโรคต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น การฝังเข็มยังใช้สำหรับการเสริมความงามได้ด้วย มีการฝังเข็มเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดลมมาเลี้ยงบริเวณใบหน้าได้ดีขึ้น ลดฝ้ากระ ริ้วรอย ทำให้ใบหน้าผ่องใส

ฝังเข็มเจ็บไหม ถ้ากลัวเข็มมีวิธีรักษาแบบอื่นหรือไม่?

เข็มที่ใช้ฝังจะมีลักษณะคล้ายเข็มเย็บผ้า แต่มีขนาดที่บางกว่า เป็นเข็มที่ออกแบบมาเพื่อการฝังเข็มโดยเฉพาะ เวลาปักเข็มจะใช้ความเร็วและทักษะของหมอแต่ละคน และจะใช้มือกระตุ้นด้วยการดึงเข็มขึ้นลง ซึ่งจะเจ็บมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ แต่น้อยกว่าการฉีดยาอย่างแน่นอน ปัจจุบันยังมีการนำเครื่องกระตุ้นไฟฟ้ามาช่วย ทำให้การกระตุ้นทำได้อย่างต่อเนื่อง แต่การจะใช้เครื่องกระตุ้นหรือไม่นั้น แพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นผู้ประเมินอาการ เพราะบางอาการอาจจะไม่เหมาะที่จะใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษาโดยวิธีการฝังเข็มได้ผล ควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีระยะห่างของการรักษาแต่ละครั้งประมาณ 1-2 สัปดาห์ สำหรับใครที่กลัวเข็มแต่ต้องการรักษาตามแผนจีน สามารถเลือกการรักษารูปแบบอื่นได้ เช่น การครอบโคม เป็นต้น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการฝังเข็ม?

สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการรักษา 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเป็นลมสำหรับคนที่มีอาการกลัวเข็ม ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่บีบรัด เพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกช่วงที่มีการฝังเข็ม สำหรับผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบล่วงหน้าด้วย

ออกกำลังก่อนมื้อเช้าช่วยเบิร์นไขมัน-ควบคุมน้ำตาลในเลือด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/608708

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 09:14 น.

ออกกำลังก่อนมื้อเช้าช่วยเบิร์นไขมัน-ควบคุมน้ำตาลในเลือด

รู้หรือไม่! การออกกำลังก่อนทานอาหารเช้าช่วยเบิร์นไขมันได้มากกว่า ทั้งยังสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

ต่อไปนี้คงมีกำลังแรงใจให้ฮึดตื่นเช้ามาออกกำลังกายแล้ว เมื่อผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบาธและเบอร์มิงแฮม พบว่า การออกกำลังกายก่อนอาหารเช้าสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

จากการศึกษาผู้ชายอ้วนและน้ำหนักเกินจำนวน 30 คน เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

  • กลุ่ม 1 ออกกำลังกายก่อนกินอาหารเช้า
  • กลุ่ม 2 ออกกำลังกายหลังกินอาหารเช้า

ผลปรากฏว่า ชายที่มีน้ำหนักเกินของกลุ่ม 1 สามารถเผาผลาญไขมันได้มากกว่าปกติถึงสองเท่า จากการออกกำลังกายก่อนรับประทานอาหารเช้า ส่วนกลุ่ม 2 ลดน้ำหนักได้น้อยกว่า

Javier Gonzalez นักกายภาพบำบัดและศาสตราจารย์แผนกสุขภาพของมหาวิทยาลัยบาธ กล่าวว่า กลุ่ม 1 ที่ออกกำลังกายก่อนอาหารเช้าเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีกว่ากลุ่มออกกำลังกายหลังอาหารเช้า ทั้งที่ 2 กลุ่มนี้มีน้ำหนักและความฟิตในร่างกายเท่ากัน มีโปรแกรมการฝึกซ้อมและกินอาหารที่เหมือนกันทุกประการ แตกต่างเพียงช่วงเวลาที่รับประทานอาหารเท่านั้น

ทางด้าน Dr.Gareth Wallis นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า เป้าหมายต่อไปที่จะทำการวิจัยคือผลการปฏิบัติในระยะยาวว่ามีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง และที่สำคัญการออกกำลังกายก่อนอาหารเช้านั้นดีกับผู้หญิงเช่นเดียวกับผู้ชายหรือไม่

 

ภาพ freepik

ทรงผมนักเรียนไทย ระเบียบล้าหลังที่ควรเลิก?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609033

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

ทรงผมนักเรียนไทย ระเบียบล้าหลังที่ควรเลิก?

การไว้ผมยาวหรือผมหน้าม้าไม่เรียบร้อยตรงไหน ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนวัดกันที่ความสั้นยาวของผมเท่านั้นหรือ

จากกรณีดราม่าโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีออกกฎห้ามนักเรียนหญิงตัดผมหน้าม้า จนมีนักเรียนพากันวิพากษ์วิจารณ์กฎข้อนี้ กระทั่งกลายเป็นกระแสในโลกทวิตเตอร์และเป็นข่าวดัง

ทรงผมไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะกับเด็กไทยเท่านั้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเคยบังคับเด็กนักเรียนที่มีผมธรรมชาติเป็นสีน้ำตาลให้ย้อมผมให้เป็นสีดำเหมือนกับนักเรียนคนอื่น และยังพบอีกว่าโรงเรียนในญี่ปุ่นราว 60% ออกกฎให้นักเรียนนำใบรับรองสีผมธรรมชาติและลักษณะเส้นผมของตัวเองมาแสดง จนเกิดแคมเปญคัดค้านกฎระเบียบเกี่ยวกับผมของนักเรียน และมีการร่วมลงชื่อนับหมื่นรายชื่อ และอีกเคสหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วเป็นการตัดผมนักเรียนหญิงและชายรวมกัน 44 คน เนื่องจากผมยาวเกินกว่าที่ระเบียบของโรงเรียนกำหนดไว้

ทั้งสองกรณีเรียกเสียงวิจารณ์จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นไม่ต่างจากในกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี อาทิ “เอาจริงดิ โรงเรียนยังใช้กฎเกณฑ์เก่าๆ นี้อยู่เหรอ” “ครูที่ตัดผมนักเรียนทั้ง 44 คนควรถูกเพิกถอนใบอนุญาต” เป็นต้น

กรณีของโรงเรียนชื่อดังในจันทบุรีถือเป็นเรื่องล่าสุดที่กฎระเบียบเรื่องทรงผมของนักเรียนกลายเป็นประเด็นร้อน เกิดเป็นคำถามตัวโตๆ ขึ้นว่าแล้วทรงผมเกี่ยวอะไรกับผลการเรียน การที่นักเรียนชายต้องตัดผมสั้นรองทรง นักเรียนหญิงห้ามไว้ผมยาวเกินติ่งหู ห้ามซอย ห้ามตัดหน้าม้ามีประโยชน์อะไร ละเมิดสิทธิเสรีภาพของเด็กหรือไม่

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งแย้งว่าเด็กสมัยนี้เป็นอะไร กฎระเบียบแค่นี้ทำตามกันไม่ได้หรือ คนรุ่นก่อนๆ เขาก็ปฏิบัติกันแบบนี้ ถ้าทำตามไม่ได้แล้วจะออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างไร จะเป็นคนดีของสังคมได้อย่างไร เป็นเด็กก็ควรทำตามที่ผู้ใหญ่สั่ง

เดโบราห์ กิลโบอา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูบุตรเผยว่า แม้นักเรียนควรทำตามกฎ แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องให้เหตุผลด้วยว่าทำไมจึงต้องมีกฎห้ามทำอย่างนั้นห้ามทำอย่างนี้

แต่เหตุผลที่นักเรียนไทยมักจะได้รับก็คือ กฎนี้มีไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นักเรียนจะได้สนใจการเรียนมากกว่าสนใจรูปลักษณ์ เมื่อได้ยินคำตอบแล้ว ก็ต้องถามอีกว่าแล้วการไว้ผมยาวหรือผมหน้าม้าไม่เรียบร้อยตรงไหน ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนวัดกันที่ความสั้นยาวของผมเท่านั้นหรือ และหากนักเรียนคนหนึ่งจะสนใจภาพลักษณ์จนละเลยการเรียนไม่ว่าจะผมสั้นหรือผมยาวก็มีสิทธิ์เป็นได้เหมือนกันมิใช่หรือ

กฎของกระทรวงศึกษาธิการเพียงแต่กำหนดว่า ห้ามนักเรียนหญิงไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากทางโรงเรียนอนุญาตให้ไว้ผมยาวเกินกว่านั้น ให้รวบให้เรียบร้อย ทว่าโรงเรียนรัฐบาลหลายแห่งเลือกที่จะไม่สนใจกฎของกระทรวงศึกษาธิการแล้วตั้งกฎของโรงเรียนขึ้นมาเอง เช่นที่ในจันทบุรีที่กำลังเป็นประเด็นร้อน โดยให้เหตุผลว่าเป็นระเบียบที่ปฏิบัติกันมานาน

ขณะที่ประเทศไทยยังหาข้อสรุปไม่ได้ หลายโรงเรียนในต่างประเทศเริ่มผ่อนปรนกฎดังกล่าวบ้างแล้ว เมื่อปีที่แล้วสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงโซล (SMOE) ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศยกเลิกข้อบังคับเกี่ยวกับผมของนักเรียนทุกโรงเรียนในกรุงโซล โดยนักเรียนจะได้รับอนุญาตให้ไว้ผมยาวเท่าที่ต้องการ และจะทำสีหรือตัดผมทรงไหนก็ได้ เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่นักเรียนมีความสุข

และเมื่อเร็วๆ นี้ ครูรายหนึ่งในเมืองครัสโนยาสค์ของรัสเซียถึงกับถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากตำหนิทรงผมของนักเรียนชายวัยประถมที่ไถผมด้านข้าง ทำสีผม และมัดผมจุกคล้ายกับทรงผมของ สลาตัน อิบราฮิโมวิช นักฟุตบอลชื่อดังชาวสวีเดน ว่าผิดระเบียบของโรงเรียน

ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ไทยจะให้อิสระนักเรียนในการเลือกทรงผมตามความพึงพอใจ เพื่อให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะความรู้ที่จำเป็น อาทิ ภาษา เพื่อเป็นการเปิดโลกในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม