ผู้บริหารซัมซุงฝังคอมพิวเตอร์ซ่อนความผิด แต่ปกปิดไม่มิดเจอส่งเข้าคุก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608791

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 17:36 น.

ผู้บริหารซัมซุงฝังคอมพิวเตอร์ซ่อนความผิด แต่ปกปิดไม่มิดเจอส่งเข้าคุก

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุกผู้บริหาร 3 คนของ Samsung Electronics ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการปกปิดการฉ้อโกง หนึ่งในแผนการคือการซ่อนคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางบัญชี โดยฝังลงใต้พื้นของโรงงานไบโอเทคในเครือ

อัยการเกาหลีใต้เริ่มสอบสวนกรณีฉ้อโกงที่บริษัท Samsung Biologics หลังจากหน่วยงานด้านการเงินของรัฐบาลเกาหลีใต้ร้องเรียนว่า มูลค่าของบริษัทสูงขึ้นถึง 4.5 ล้านล้านวอนหรือ 3.82 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2558

อัยการกล่าวหาว่าผู้บริหารสั่งให้พนักงานที่บริษัทชีวเวชภัณฑ์ในเครือ Samsung ทำลายและปกปิดเอกสารภายใน หลังจากที่เจ้าหน้าที่สอบสวนเริ่มสืบค้นหลักฐานการละเมิดกฎการบัญชีที่นั่น

ความพยายามทำลายข้อมูลดังกล่าว รวมถึงการการฝังคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กเกือบ 24 เครื่อง รวมถึงเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ ลงในพื้นที่ใต้พื้นของโรงงาน Samsung Biologics ใกล้กับกรุงโซล

หลังจากการสืบสวนสอบสวนนำไปสู่การพิจารณาคดี ผู้พิพากษาจึงตัดสินลงโทษผู้ต้องหา 3 คน ซึ่งล้วนแต่เป็นระดับผู้บริหารของซัมซุง โดยรับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี

ผู้พิพากษากล่าวว่า ความกล้าหาญที่จะกระทำผิดทางอาญาของจำเลยนั้น เกินกว่าที่คนในสังคมจะจินตนาการได้และทำให้สังคมต้องตกตะลึง

“คนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ต้องการให้ซัมซุง … เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีส่วนช่วยเศรษฐกิจของประเทศ” ผู้พิพากษากล่าว “อย่างไรก็ตาม หากความเจริญรุ่งเรืองดังกล่าวเกิดจากการละเมิดและผิดกฎหมาย ก็ไม่ควรได้รับการยกย่อง”

กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมกล่าวว่า การฉ้อโกงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัทของ Samsung C&T บริษัทแม่ของ Samsung Biologics เพื่อปูทางให้กับการของทำข้อตกลงทางธุรกิจของบริษัทแม่และทำให้ อีแจยอง หรือ Jay Y. Lee รองประธานบริษัท Samsung สามารถรวบอำนาจการปกครองบริษัทให้แข็งแกร่งขึ้น

ในเวลานี้ อีแจยอง เผชิญข้อกล่าวหาว่าติดสินบนอดีตประธานาธิบดีพัคกึนเฮ เพื่อเป็นการตอบแทนที่อดีตประธานาธิบดีสนับสนุนเขาให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้บริหารของบริษัท และเอื้อในการควบรวมบริษัท Samsung C&T กับ Cheil Industries ซึ่งช่วยให้มูลค่าของบริษัท Samsung เพิ่มมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ อีแจยองต้องติดคุกไปแล้วครั้งหนึ่งในข้อหาคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีพัคกึนเฮเช่นกัน แต่ได้รับการปล่อยตัวในปี 2561

สำนักข่าว Reuters ได้ติดต่อไปยังทนายความของผู้บริหารเหล่านี้ แต่ยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที ส่วนบริษัท Samsung Electronics ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และตัวแทนของ Samsung Biologics ก็ยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

เหมือนปาฏิหาริย์ หัวใจหยุดเต้น6ชั่วโมงยังรอดมาได้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608743

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 13:38 น.

เหมือนปาฏิหาริย์ หัวใจหยุดเต้น6ชั่วโมงยังรอดมาได้

หญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งเกดอาการหัวใจหยุดเต้นนานถึง 6 ชั่วโมงจากภาวะตัวเย็นเกินอย่างรุนแรง แต่กลับเอาชีวิตมาได้โดยแพทย์ในสเปน เจ้าตัวบอกว่าที่รอดมาได้ในครั้งนี้คือ “ปาฏิหาริย์” ชัดๆ

ออเดรย์ มาร์ช มีอาการทรุดลงเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายนเมื่อเธอและสามีของเธอตกอยู่ท่ามกลางพายุหิมะขณะที่กำลังเดินอยู่บนภูเขาพิเรนีสทางตอนเหนือของประเทศสเปน

แต่กว่าที่ทีมกู้ภัยจะสามารถไปถึงพวกเขาได้ก็เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงครึ่ง เมื่อไปถึงแล้ว ออเดรย์ ด้วยวัย 34 ปีไม่มีสัญญาณชีวิตหรือการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิร่างกายเพียง 18 องศาเซลเซียส

ความพยายามในการชุบชีวิตของเธอในที่เกิดเหตุไม่มีผล จึงพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบาร์เซโลนา ซึ่งมีเครื่องหัวใจ-ปอดเทียมแบบเคลื่อนย้าย (ECMO)

เมื่อเชื่อมต่อกับระบบหัวใจของผู้ป่วย ECMO จะเข้าควบคุมการทำงานของหัวใจและปอด อัดฉีดออกซิเจนในเลือดภายนอกร่างกาย แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้อวัยวะทั้งสองพักตัว

อย่างไรก็ตาม ECMO ไม่เคยถูกใช้ในสเปนในกระบวนการฟื้นคืนชีวิตผู้ที่หัวใจหยุดเต้น แต่แล้วความพยายามนี้ก็ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อเวลา 22:45 น. อุณหภูมิร่างกายของออเดรย์ก็สูงขึ้นถึง 30 องศาเซลเซียส และแพทย์พยายามชุบชีวิตเธออีกครั้งโดยใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ

“มันเหมือนกับปาฏิหาริย์” ออเดรย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในบาร์เซโลนาในงานแถลงข่าวกับแพทย์ที่สามารถช่วยเธอ ที่หน่วยกู้ชีพของโรงพยาบาล Vall d’Hebron ของบาร์เซโลนา

“นี่เป็นกรณีตัวอย่างของการรอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ที่ยาวที่สุด เท่าที่เราเคยบันทึกไว้ในสเปน” นายแพทย์เอดูอาร์ด อาร์กูโด ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยกล่าวกับสำนักข่าว AFP แบะกล่าวว่ามีการบันทึกกรณีลักษณะเดียวกันที่เทือกเขาแอลป์และสแกนดิเนเวีย

อาร์กูโดกล่าวว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ออเดรย์รอดชีวิตมาได้คือภาวะอุณหภูมิในร่างกาย

“ภาวะตัวเย็นเกินฆ่าเธอ แต่ก็ช่วยเธอในเวลาเดียวกัน เพราะความเย็นทำให้การเผาผลาญของร่างกายช้าลงอวัยวะต่างๆ ต้องการเลือดและออกซิเจนน้อยลง ซึ่งช่วยปกป้องสมอง (ไม่ให้ถูกทำลาย)” อาร์กูโดอธิบาย

ออร์เดรย์ฟื้นตัวเร็วผิดปกติและภายใน 6 วันเธอออกจากแผนกผู้ป่วยหนักโดยไม่พบความเสียหายทางระบบประสาท

รงพยาบาลกล่าวในแถลงการณ์ แม้ว่ามือของเธอยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ชีวิตของเธอกลับสู่สภาพปกติแล้ง และเธอจะกลับไปทำงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โ

ภาพประกอบโดย AFP PHOTO / PIERRE-PHILIPPE MARCOU

นิวซีแลนด์ภูเขาไฟปะทุฉับพลัน นักท่องเที่ยวติดเกาะนับร้อย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608723

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 11:09 น.

นิวซีแลนด์ภูเขาไฟปะทุฉับพลัน นักท่องเที่ยวติดเกาะนับร้อย

ภูเขาไฟนอกชายฝั่งของนิวซีแลนด์ปะทุขึ้นในวันนี้ (9 ธันวาคม 2019) ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและภูเขาไฟปล่อยควันสีขาวและเถ้าจำนวนมากขึ้นสู่อากาศ

นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น แถลงว่ามีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 คนอยู่ในหรือรอบๆ เกาะไวท์ เมื่อเกิดการระเบิดของภูเขาไฟขึ้น ซึ่งบางคนยังไม่พบตัว เธอไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่

“มีรายงานว่ามีผู้คนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและถูกส่งตัวไปยังชายฝั่งแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ยังคงดำเนินอยู่ ในขั้นตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่หลวงมากโดยเฉพาะจำนวนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ” อาร์เดิร์น กล่าว

GeoNet หน่วยงานภาครัฐของนิวซีแลนด์ กล่าวว่าเกาะนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกของเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ประมาณ 48 กิโลเมตร ปะทุขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 2:10 น. โดยระดับการเตือนภัยภูเขาไฟได้รับการยกระดับจาก 2 เป็น 4 หรือต่ำกว่าระดับสูงสุดเพียง 1 ระดับ ในขณะที่รหัสสีการบินที่เตือนอันตรายจากเถ้าในอากาศได้ยกระดับขึ้นเป็นสีส้ม

บริการรถพยาบาลบอกกับสถานีวิทยุ NewstalkZB ว่ามีรายงานถึงผู้บาดเจ็บ 20 คน แต่ไม่สามารถยืนยันลักษณะหรือขอบเขตของการบาดเจ็บได้

เบื้องต้นคาดว่า ผู้คนที่มาเยือนเกาะไวท์หลายคนล่องเรือมากับเรือสำราญ Ovation of the Seas ซึ่งจอดเทียบท่าที่ท่าเรือทารองกาเช้านี้

Photo by DAVID GRAY / AFP

ขณะเดียวกัน มีนักท่องเที่ยวเกือบ 1,000 คนติดอยู่ในเมืองฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef) เมืองเล็กๆ บนเกาะใต้ของของนิวซีแลนด์หลังจากที่มีพายุฝนฟ้าคะนองทำให้เกิดแผ่นดินถล่มและน้ำท่วมตามทางหลวงสายหลักของเมือง

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า งถนนไปยังเมืองนั้นจะไม่สามารใช้สัญจรได้จนกว่าจะถึงวันศุกร์ ดังนั้น นักท่องเที่ยวบางคนเลือกที่จะออกจากเมืองโดยเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินเล็ก ขณะที่คนอื่นรอจนกว่าทางหลวงจะเปิดอีกครั้ง

บรูซ สมิธ นายกเทศมนตรีเมืองเวสต์แลนด์กล่าวว่ามีนักท่องเที่ยว 970 คนในฟรานซ์โจเซฟ และตอนนี้มีเครื่องบินประมาณ 20 ลำและเฮลิคอปเตอร์ที่บินเข้าและออกจากเมืองเพื่อช่วยเหลือผู้คน เขากล่าวว่านักท่องเที่ยวบางคนต้องการที่จะอยู่กับยานพาหนะของตัวเองที่จอดในเมือง ขณะที่คนอื่นๆ ต้องการจะบินออกไป แต่ต้องตรวจสอบว่าประกันการเดินทางของพวกเขาครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้านการโดยสารเครื่องบินฉุกเฉินหรือไม่

มินิสทรี ออฟ แครบ ศรีลังกามาถึงกรุงเทพฯแล้ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404208?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มินิสทรี ออฟ แครบ ศรีลังกามาถึงกรุงเทพฯแล้ว

12 ธันวาคม 2562 – 16:32 น.
มินิสทรี ออฟ แครบ
เปิดอ่าน 42 ครั้ง

มินิสทรี ออฟ แครบ ศรีลังกา 1 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย เดินทางมาถึงกรุงเทพฯแล้ว

เจ้าพ่อร้านปูชื่อดังระดับโลกได้เดินทางมาถึงเมืองสวรรค์แห่งอาหารในเอเชีย เมื่อมินิสทรี ออฟ แครบ ได้เปิดตัวแล้วในกรุงเทพฯ

มินิสทรี ออฟ แครบ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนใจกลางถนนสุขุมวิท ทางร้านได้นำเสนอเมนูหลากหลายที่มีปูทะเลในตำนานของศรีลังกา และกุ้งยักษ์เป็นส่วนประกอบหลัก

อย่างไม่ต้องสงสัย ปูเป็นตัวชูโรงของร้านอาหาร มีขนาดให้เลือกสรรตั้งแต่ ครึ่งกิโล ไปจนถึง ‘แครบซิลาหรือปูยักษ์’ ซึ่งหนักถึง 2 กิโลกรัม โดยมีวิธีการปรุงหลากหลาย ตั้งแต่ปูพริกไทยสด ไปจนถึง ปูพริกกระเทียม และปูอบ นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ของศรีลังกาอีกด้วยตั้งแต่กุ้งยักษ์ไปจนถึงหอยนางรมและหอยลาย

มินิสทรี ออฟ แครบ เลือกใช้ปูที่จับได้ตามธรรมชาติ ไม่มีการซื้อปูมาจากฟาร์มต่างๆ และจะเลือกเฉพาะตัวที่ดีที่สุดในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าปูทุกตัวต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์และมีเนื้อเยอะ แหล่งที่มาจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงศรีลังกา และจะเสิร์ฟในรูปแบบที่สดใหม่ด้วยนโยบายเข้มงวดที่ห้ามไม่ให้มีการแช่แข็งเด็ดขาด

เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาของร้าน เมนูที่ต้องใช้เนื้อปูนั้น จะถูกเตรียมโดยการนึ่งปู ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการใช้ผลิตภัณฑ์กระป๋อง เนื้อปูเทียม หรือ เนื้อปูแช่แข็ง เป็นอันขาด

“เราภูมิใจที่ได้มาเปิดร้านในเมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยรสชาติ กลิ่นหอมของเครื่องเทศ ที่มาพร้อมความรักในอาหาร บวกกับความมุ่งมั่นทุ่มเทและ รอยยิ้มของคนไทย” เชฟ ดาร์ชาน มูนิดาซา กล่าว “ความเคารพต่อส่วนผสมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในครัวของเรา และเรานำนโยบายเดียวกันนี้มาสู่กรุงเทพฯ”

คนชอบอาหารทะเลสามารถเพลิดเพลินกับอาหารจานเด่นของมินิสทรี ออฟ แครบ เช่น ปูพริกไทยสด ซึ่งปูสดๆจะถูกหลอมรวมกับความร้อนของพริกไทยป่น พริกไทย และน้ำซอสพริกไทย ปูพริกกระเทียม เป็นปูแบบดั้งเดิมของมินิสทรี ออฟ แครบ ที่นำปรัชญาอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและญี่ปุ่นมาพบกับปูศรีลังกา ผ่านการผสมผสานของน้ำมันมะกอกอิตาลี, กระเทียม, พริกเกล็ดศรีลังกา และซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น แกงกะหรี่กุ้งในหม้อดิน กุ้งครึ่งกิโลกรัมสองสายพันธุ์เสิร์ฟในเครื่องเทศเสิร์ฟพร้อมกับกับขนมปังทรงลูกบาศก์เพื่อซับรสชาติ และที่ขาดไม่ได้คือของหวาน เครม บรูเล่ มะพร้าว ขนมหวานจากเขตร้อนที่ผสมผสานกับความคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งถูกอบในกะลามะพร้าว

มินิสทรี ออฟ แครบ มุ่งเน้นไปยังอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเครื่องเทศจากศรีลังกาที่ขึ้นชื่อ โดยทางร้านจะนำเสนอรสชาติดั้งเดิมที่เอาใจคนไทย นักชิมจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลคุณภาพสูงไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือคุณภาพก็ตาม โดยราคาจะเริ่มต้นที่ 2,000 บาท ++ ขึ้นอยู่กับขนาดของปู

ร้านอาหารชื่อดังจากศรีลังกาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดย ฮังกรี  โนแมด (Hungry Nomad) บริษัทที่มีแรงจูงใจในการนำรสชาติอาหารต่างๆบนโลกใบนี้มาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มจาก มินิสทรี ออฟ แครบ กรุงเทพฯ เป็นร้านแรก บรรยากาศสบายๆของร้านจะให้ประสบการณ์กับแขกที่เดินเข้ามารู้สึกผ่อนคลาย ด้วยบรรยากาศสไตล์โคโลเนียลซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสาขาแม่ที่เมืองโคลัมโบ ร้านอาหารประกอบไปด้วยสองชั้น โดยชั้นล่างจะต้อนรับแขกด้วยครัวแบบเปิดสำหรับ 30ที่นั่ง ส่วนด้านบนจะเป็นบาร์ และสามารถต้อนรับแขกได้ 56 ที่นั่ง

มินิสทรี ออฟ แครบ เปิดให้บริการ เวลา 18.30 – 23.30 (ปิดทุกวันจันทร์) และต้นปีหน้า (2020) จะเปิดให้บริการมื้อกลางวันด้วยเช่นกัน

แซบริมทะเลสาบสไตล์”อีสานจิ้มจุ่ม”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404120?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

แซบริมทะเลสาบสไตล์”อีสานจิ้มจุ่ม”

12 ธันวาคม 2562 – 12:30 น.
อาหาร,เครื่องดื่ม,จ้ำบ๊ะ,กุ้งแม่น้ำเผา,พล่าหมูย่าง,แซบ,อีสานจิ้มจุ่ม,ทะเลสาบเมืองทองธานี,ปลาทับทิมทอดกระเทียมพริกไทย,จิ้มจุ่ม,ปลาแซลมอน,ส้มตำไทยวาซาบิ,อิมแพ็ค เลคฟรอนท์,ลาบหมูทอด
เปิดอ่าน 70 ครั้ง

หลายเสียงเอ่ยปากติดใจเมนูเด็ดซิกเนเจอร์อย่าง “จิ้มจุ่ม” ของเขาที่พิเศษไม่เหมือนใคร

ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย ถามถึงจุดนัดพบคนไทยเวลานึกอยากออกไปเฮฮาสังสรรค์ ยกให้ร้านส้มตำอยู่ในลิสต์หัวตารางและความป๊อปปูลาร์นี้เองนำพาให้คออาหารรสแซบทั้งหลายได้มีจุดปักหมุดเพิ่มอยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกับร้าน “อีสานจิ้มจุ่ม” ริมทะเลสาบเมืองทองธานี หรือโซน “อิมแพ็ค เลคฟรอนท์” ที่อุบัติขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

   

อาหารราคาหลักร้อยบรรยากาศหลักล้าน

       ร้านสไตล์อีสานโมเดิร์นเปิดมาได้ราว 2 ปีแล้ว บรรยากาศถือเป็นความลงตัวเพราะตั้งอยู่แนวโค้งริมทะเลสาบ ยิ่งช่วงนี้อากาศเย็นๆ เป็นใจให้อยากไปนั่งแช่นานๆ แล้วสั่งเมนูเด่นดังของร้านมาลิ้มรสให้พุงกางแน่นอนว่าหลายเสียงเอ่ยปากติดใจเมนูเด็ดซิกเนเจอร์อย่าง “จิ้มจุ่ม” ของเขาที่พิเศษไม่เหมือนใคร ถามไถ่ได้ความว่าเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่น้ำซุปที่เคี่ยวนาน 4 ชม.จากเครื่องสมุนไพรหลักอย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่นำไปเผาให้หอมก่อนลงหม้อ เวลาซดร้อนๆ เลยได้ทั้งกลิ่นและรสกลมกล่อม

น้ำซุปจากเครื่องเผาหอมๆ รสชาติกลมกล่อม

จิ้มจุ่มชุดอิ่มสุดคุ้ม

     จิ้มจุ่มมีทั้งแบบเซตและตามสั่งเป็นจานๆ ให้เลือก โดยเฉพาะแบบเซตให้เลือกหลายราคา ก็ตามความหลากหลายของวัตถุดิบนั่นล่ะ ถ้ามากัน 2-3 คนแนะนำเป็น “ชุดอิ่มสุดคุ้ม” ก็น่าจะเอาอยู่ ในถาดไม้ทรงกลมมีทั้งหมูนุ่ม ไก่ เบค่อน ตัวหมู ปลาดอลลี่ ปลาแซลมอน หมึก กุ้ง และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวเป้ง ส่วนน้ำจิ้มเสิร์ฟมา 3 แบบ ทั้งซีฟู้ด แจ่ว และสุกี้ จิ้มแล้วจุ่มร้อนๆ ท่ามกลางอาหาศเย็นๆ อิ่มอุ่นขึ้นมาทันที

ส้มตำไทยวาซาบิ

    นอกจากจิ้มจุ่มที่เป็นตัวชูโรงของร้าน กางเมนูสำรวจรายการอาหารอื่นๆ ส่วนใหญ่จะยืนพื้นด้วยอาหารอีสานทั้งแบบดั้งเดิมและฟิวชั่น แต่ละจานครีเอทโดยเชฟมากประสบการณ์ อย่าง “ส้มตำ” อยากให้ลองความแปลกไม่ซ้ำใครกับ “ส้มตำไทยวาซาบิ” ตัวส้มตำแซบอยู่แล้วพอมาเจอวาซาบิก็ทำให้รสชาติอร่อยแปลกออกไป แต่เขาจะไม่ได้ตำคลุกมาสำเร็จ แค่โปะไว้ข้างบนเผื่อไว้สำหรับใครไม่คุ้นลิ้นจะได้ลองชิมรสปกติก่อนแล้วค่อยคลุกผสมวาซาบิอีกที

พล่าหมูย่าง

ลาบหมูทอด

   พวกยำๆ ของเขาก็เด็ดใช่ย่อย ไม่อยากให้พลาด “พล่าหมูย่าง” แค่หน้าตาที่เสิร์ฟมาตรงหน้าก็ดูออกว่าแซบแค่ไหน เครื่องยำมาเต็มคลุกเคล้ากับหมูย่างรสกำลังกิน เป็นกับข้าวก็อร่อย กับแกล้มก็เคี้ยวเพลิน เช่นเดียวกับ “ลาบหมูทอด” บางคนอาจรู้สึกว่าร้านไหนก็มีไม่เห็นแปลก แต่ร้านนี้พิเศษตรงที่จัดเต็มเครื่องลาบ ทอดใหม่ๆ หอมกลิ่นข้าวคั่วและใบมะกรูดมาแต่ไกล ที่สำคัญทำเป็นชิ้นแบนๆ เพื่อให้ทอดแล้วกรอบทั้งชิ้น หรือจะเป็น “ปลาทับทิมทอดกระเทียมพริกไทย” แบบแล่มาเป็นคำใหญ่ๆ ทอดจนเหลือง กรอบนอกนุ่มใน โรยกระเทียมทอดหอมๆ มาเยอะๆ เพื่อคอปลาทอดกระเทียมโดยเฉพาะ

ปลาทับทิมทอดกระเทียมพริกไทย

   

กุ้งแม่น้ำเผา

ซีฟู้ดสดใหม่เตรียมพร้อมเผ่าบริการนักชิม

    อย่างที่บอกว่าอาหารมีความหลากหลายไม่เฉพาะอีสานรสแซบ อย่าง “กุ้งแม่น้ำเผา” หรือ “ทะเลเผา” เขาก็จัดหนักจัดเต็ม คัดไซส์กุ้งแม่น้ำขนาดตัว 4-5 ขีด เผาจนได้ที่แบบมันกุ้งเยิ้มๆ เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ และพอได้ลิ้มรส สัมผัสได้เลยว่าเนื้อแน่นเด้งดึ๋งฟ้องว่าสดใหม่ แฟนพันธุ์แท้กุ้งเผาน่าจะรู้ดีข้อนี้ ยังมีเปาะเปี๊ยะลาบวุ้นเส้น เมี่ยงปลาทับทิมเผา พล่ากุ้ง ยำวุ้นเส้นหมูสับกุ้งสด และอื่นๆ รวมถึงของหวานคลาสสิกอย่าง “จ้ำบ๊ะ” หวานเย็นชื่นใจ แต่ละเมนูราคาสมเหตุสมผลสบายกระเป๋าไม่ได้แพงกระฉูดอย่างที่คิด

จ้ำบ๊ะ

น้ำสมุนไพร

     ขณะที่เครื่องดื่มก็มีทั้งแบบซดแล้วมึนๆ ตึงๆ กันแบบสบายคำ เรียกความสดชื่น มาถึงร้านใหม่ๆ สั่งน้ำสมุนไพรหอมหวานเย็นจำพวกน้ำมะตูม ตะไคร้ อัญชัน เป็นต้น มาจิบเบาๆ ก่อนเลย หลังจากนี้พลบค่ำลมโชยเย็นๆ ค่อยเรียกดีกรีตามลำดับและถ้าตั้งใจนั่งยาวหรือนัดปาร์ตี้สังสรรค์โอกาสพิเศษทางร้านก็ยังมีห้องคาราโอเกะไว้บริการเพื่อความบันเทิงหลายห้อง

ห้องคาราโอเกะ   

    แว่วว่าลมหนาวของชาวกรุงยังอยู่อีกหลายวัน ถ้ากำลังมองหาที่นั่งชิลพร้อมความแซบ ลองปักหมุดร้าน “อีสานจิ้มจุ่ม” ทั้งในร้านแอร์เย็นฉ่ำและเอาท์ดอร์ริมทะเลสาบรับลมธรรมชาติรองรับลูกค้าได้ราว 150 ที่ เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00-23.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 22.30 น.)  ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เปิดเร็วขึ้นเวลา 12.00-23.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 22.30 น.) สอบถามเพิ่มเติมโทร.0-2033-5009 เฟซบุ๊ก: Isan Jim Joom 

มาแรงฮอนด้าคว้ายอดจองมอเตอร์ไซค์สูงสุด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404213?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

มาแรงฮอนด้าคว้ายอดจองมอเตอร์ไซค์สูงสุด

12 ธันวาคม 2562 – 16:00 น.
CUB House,เอพีฮอนด้า,มอเตอร์ไซค์,Honda CBR500R,Honda ADV150,มอเตอร์ เอ็กซ์โป,MOTOR EXPO,motor expo2019
เปิดอ่าน 38 ครั้ง

รถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. ส่วนช่วยให้ฮอนด้าคว้าอันดับหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง

ปฎิเสธความร้อนแรงของค่าย เอ.พี. ฮอนด้า ไม่ได้เลย เมื่อสามารถคว้ายอดจองรถมอเตอร์ไซค์เป็นอันดับหนึ่งในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา ชูโรงด้วย Honda ADV150 รถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. รุ่นแรกของเมืองไทย

เอ.พี. ฮอนด้า สามารถตอกย้ำในฐานะผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทยอีกครั้งด้วยการประกาศคว้ายอดจองสูงสุด 1,443 คัน ครองอันดับหนึ่งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ที่ผ่านมาจากทั้ง 26 ผู้ผลิต 26 ผู้ผลิตยอดขายรถจักรยานยนต์รวมทั้งสิ้น 7,251 คัน

โดยโมเดลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Honda ADV150 รถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. รุ่นแรกของเมืองไทย ที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน สามารถคว้ายอดจองได้สูงสุดถึง 532 คัน และกลายเป็นโมเดลสำคัญที่ทำให้ฮอนด้าคว้าอันดับหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง ตามมาด้วย Honda Forza ในอันดับที่สองด้วยยอดจอง 212 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตัวรถพรีเมียมเอ.ที. ของฮอนด้าอย่างชัดเจน

อันดับที่สามตกเป็นของ Honda CBR500R สปอร์ตบิ๊กไบค์ที่กวาดไป 158 คัน ยืนหนึ่งความเป็นบิ๊กไบค์ที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุดในปีนี้ เช่นเดียวกับ Honda CBR650R บิ๊กไบค์ 4 สูบที่คว้ายอดจองตามมาติด ๆ ด้วยตัวเลข 150 คัน

 

 

 

ในขณะเดียวกัน กลุ่มโมเดลระดับตำนานจาก CUB House ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Monkey Dragon Ball Limited Edition ที่จำหน่ายหมดทั้ง 100 คันภายใน 3 วันนั้น ก็เป็นยอดจองจากในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป มากถึง 45 คัน ส่งผลให้ยอดจองรวมของ Monkey ทั้งรุ่น Limited Edition และ Standard รวมกันนั้นสูงถึง 111 คัน

จากความนิยมในรถทุกประเภทที่คนไทยมีต่อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้ส่งผลให้เอ.พี. ฮอนด้า คว้าอันดับหนึ่งยอดจองสูงสุดในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ถึง 1,443 คัน

 

เอ.พี. ฮอนด้า ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจของคนไทย ที่มีให้ต่อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ต่อไป

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

ยอดจองมาสด้าพุ่ง ยืด 0%ถึงสิ้นปี!!!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404163?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ยอดจองมาสด้าพุ่ง ยืด 0%ถึงสิ้นปี!!!

12 ธันวาคม 2562 – 14:00 น.
มาสด้า,มาสด้า3,มาสด้า2,มาสด้า บีที-50 โปร,CX5,Mazda MX-5,MazdaCX8,MazdaCX3
เปิดอ่าน 63 ครั้ง

เอาใจสาวกที่มาไม่ทันในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ ที่บรรดาลูกค้าหงใหลการออกแบบโคโดะดีไซน์ และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ทางมาสด้าได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกมาเรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย อาทิ มาสด้า 3 ใหม่ และ มาสด้า CX8 ที่ทุกคนต่างรอชมของจริงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป สาวกที่ชื่นชอบต่างหลั่งไหลเข้าชมพร้อมยอดจองสูงถึง 3,998 คัน

มาสด้า เผยความสำเร็จยอดจองรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงความต้องการและกำลังซื้อของลูกค้าที่ยังมีอยู่อีกมาก ส่งสัญญาณถึงทิศทางบวกของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า จากยอดจองรถใหม่เกือบ 4 หมื่นคัน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ประสบความสำเร็จทั้งจำนวนผู้เข้าชมงานและจำนวนยอดจอง โดยมาสด้ามียอดจองสูงถึง 3,998 คัน และมาสด้า2 ใหม่ ที่เปิดตัวในงานมียอดจองสูงสุดถึง 2,209 คัน มาสด้า3 ใหม่ มียอดจองรองลงมา 780 คัน ส่วนรถอเนกประสงค์ 3-row crossover SUV มาสด้า CX-8 ใหม่ มียอดจองสูงถึง 442 คัน และรถอเนกประสงค์เอสยูวีอย่าง มาสด้า CX-5 ใหม่ มียอดจอง 245 คัน, มาสด้า CX-3 จำนวน 240 คัน, ปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO จำนวน 79 คัน ส่วนรถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า MX-5 จำนวน 3 คัน  มาสด้าเองกำลังเร่งส่งมอบรถใหม่ถึงมือลูกค้าให้เร็วที่สุด

บรรยากาศภายในบูธตลอด 12 วัน คึกคักมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในเวลาใกล้เคียงกันถึง 4 รุ่น ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น ส่งผลให้ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมบูธอย่างเนืองแน่น ลูกค้าต่างชื่นชมในความหรูหราของห้องโดยสารที่อัดแน่นไปด้วยวัสดุคุณภาพสูง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ส่งผลให้ยอดจองรถมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ปีนี้สูงเกือบ 4,000 คัน

 

 

 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากตัวเลขยอดจองที่เกิดขึ้นทำให้เรายังมองเห็นกำลังซื้อของลูกค้าที่ยังคงมีอยู่อีกมาก สามารถบ่งชี้ได้ว่าสภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยยังมีทิศทางที่สดใส เพียงแต่ผู้บริโภคต้องการความเชื่อมั่นเท่านั้น และแม้จะสิ้นสุดมหกรรมงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ไปแล้ว มาสด้ายินดีที่จะส่งมอบความสุขให้ลูกค้าต่อเนื่องไปจนถึงวันสุดท้ายของปี

ด้วยการขยายระยะเวลาแคมเปญ Mazda Festive Moment กับอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 6 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี ทุกรุ่น และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection สูงสุด 5 ปี ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม นี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับขี่และรับความพิเศษนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek

ปิดม่าน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403939?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ปิดม่าน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019

11 ธันวาคม 2562 – 13:00 น.
รถหรูพรีเมี่ยม,Motor Expo 2019,motor expo,มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36,อีโค คาร์,รถกระบะ
เปิดอ่าน 279 ครั้ง

อีโค คาร์เต็งหนึ่ง ซูเปอร์คาร์ฝืด! ยอดจองลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจ… 

ปิดม่านไปแล้วสำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ที่แสดงรถที่นับว่ายิ่งใหญ่ส่งท้ายปียอดขายรถรวมเฉียด 40,000 คันเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5 หมื่นล้าน  ผู้เข้าชมคึกคักทะลักถึง 1.5 ล้านคน

​​​​​​​

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้, นิสสัน อัลเมร่า, ฮอนด้า ซีวิค, มาสด้า 2 และโตโยต้า ยาริส  โดยมีรถอีโค คาร์ นำหัวแถว ส่วนรถหรูพรีเมี่ยม บีเอ็มดับเบิลยู, เมอร์เซเดส-เบนซ์, วอลโว่, ปอร์เช่ และอาวดี้

รถกระบะนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อีซูซึ ดี-แมคซ์, โตโยต้า รีโว่, ฟอร์ด เรนเจอร์, มิตซูบิชิ ไทรทัน และนิสสัน นาวาร่า และสัดส่วนรถเอนกประสงค์หรือ เอสยูวี 5 อันดับแรก ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, เอ็มจี เอชเอส, ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ยอดขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ภายในงานรวมทั้งหมด 44,740 คัน ลดลงจากปีก่อน 16.2 %  มีสาเหตุจากหลายปัจจัย ทั้ง ปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สงครามการค้า และปัจจัยภายในประเทศ เช่น การปรับขึ้นอัตราภาษีที่ดิน รวมถึงภาษีรถจักรยานยนต์อัตราใหม่คิดตามค่าการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม  2563 ส่งผลให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ยอดขายรถยนต์จาก 34 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 37,489 คัน ลดลงจากปีก่อน 15.2 % จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า,โตโยต้า,มิตซูบิชิ,มาสด้า,เอ็มจี และนิสสัน

 

ปีนี้รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 45.5 % มากกว่าปีก่อน (38.9 %) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 29.2 % แฮทช์แบค 12.6 % และเก๋งประเภทอื่น 3.7 % โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้,นิสสัน อัลเมร่า,ฮอนด้า ซีวิค,มาสด้า2 และโตโยต้า ยาริส

รถหรูพรีเมี่ยม มียอดขายรวม 4,181 คัน โดย 5 บแรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู,เมอร์เซเดส-เบนซ์,วอลโว่,ปอร์เช่ และอาวดี้

รถรถเอนกประสงค์หรือ เอสยูวี มีสัดส่วน 33.4 % ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (34.3 %) 5 อันดับแรก ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, เอ็มจี เอชเอส, ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ส่วนรถจักรยานยนต์จาก 26 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 7,251 คัน ลดลงจากเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย  จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซด์…ชิงบิกไบค์” พบกว่า รถจักรยานยนต์ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า, ยามาฮ่า, คาวาซากิ, ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน และจีพีเอ็กซ์

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,251,743 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 265,860 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 50,000 ล้านบาท ส่วนยอดผู้เข้าชมงาน ยังได้รับความสนใจจากประชาชนตามเป้าที่ตั้งไว้ ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,510,307 คน ใกล้เคียงปีก่อน (1,534,961)

 

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

ฮอนด้า คว้าแบรนด์รถที่ลูกค้าเชื่อมั่น 8 ปีซ้อน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403907?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฮอนด้า คว้าแบรนด์รถที่ลูกค้าเชื่อมั่น 8 ปีซ้อน

11 ธันวาคม 2562 – 12:00 น.
ฮอนด้า,Honda,ฮอนด้า ออโตโมบิล
เปิดอ่าน 140 ครั้ง

และครั้งแรกกับรางวัลความรับผิดชอบต่อสังคมในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36

ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 หรือ Motor Expo 2019 ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล คว้า 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมครองตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจกว่า 8 ปีซ้อน พร้อมคว้ารางวัลภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ และนายณัฏฐ์ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและวางแผนกลยุทธ์ ร่วมรับมอบ 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2562 (TAQA: Thailand Automotive Quality Award 2019) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ได้แก่ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ (Outstanding Brand Image for Trusted Brand)

ซึ่งฮอนด้าได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2562 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้แก่ฮอนด้า พร้อมด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่น ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม (Outstanding Brand Image for Good Corporate Social Responsibility) ซึ่งได้รับรางวัลเป็นครั้งแรกในปีนี้ ตอกย้ำพันธกิจหลักของฮอนด้าในการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม สานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

 

โดยทั้ง 2 รางวัลดังกล่าวที่ฮอนด้าได้รับ นับเป็นบทพิสูจน์และยืนยันถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าทั่วประเทศมอบให้แก่ฮอนด้า นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในฐานะของการเป็นแบรนด์ผู้นำธุรกิจยานยนต์ด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่ให้ความสำคัญในการดูแลและการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดเสมอมา อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนให้ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยี

และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผสานกับการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนบนพื้นฐานของการช่วยเหลือและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของฮอนด้าปี 2030 และเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/

เรนเจอร์คว้า กระบะยอดเยี่ยมระดับโลก 2020

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/403654?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เรนเจอร์คว้า กระบะยอดเยี่ยมระดับโลก 2020

9 ธันวาคม 2562 – 21:30 น.
ฟอร์ด,ปลั๊กอิน ไฮบริด,ฟอร์ด เรนเจอร์,เรนเจอร์ แร็พเตอร์,Ford,Ford Transit Custom,Ford Ranger
เปิดอ่าน 1,423 ครั้ง

ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2546

ขอแสดงความยินดีกับทางค่าย ฟอร์ด ที่สามารถคว้ารางวัลระดับโลก International Pick-up Award รถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลกปี 2020 จากรุ่น เรนเจอร์ นับเป็นครั้งที่สองที่ได้รับรางวัล IPUA หลังห่างหายนับสิบปี

ฟอร์ด เรนเจอร์ ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญกับการคว้ารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (International Pick-up Award หรือ IPUA) ในพิธีประกาศรางวัล ณ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยังคว้ารางวัลรถตู้ยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 (International Van of the Year หรือ IVOTY) โดยฟอร์ดถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ได้รับรางวัล IPUA และ IVOTY ทั้งสองรางวัลในปีเดียวกัน

ถือเป็นความภาคภูมิใจของฟอร์ดในฐานะรถกระบะที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตรถกระบะระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี โดยครองตำแหน่งเป็นรถกระบะขายดีอันดับหนึ่งในยุโรป ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้สร้างความประทับใจให้แก่คณะกรรมการผู้พิจารณารางวัลรถกระบะยอดเยี่ยมระดับโลก ทั้ง 18 คน ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ที่ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัล IPUA ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี

 

นอกจากนี้ ไลน์อัพของฟอร์ด เรนเจอร์ ยังรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ไม่เคยมีมาก่อน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง เพื่อการควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสภาพถนน

 

มร. ฮานส์ เชป ผู้จัดการทั่วไป รถยนต์เชิงพาณิชย์ ฟอร์ด ยุโรป กล่าวว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานในยุคนี้ได้อย่างครบครัน ตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการรถเพื่อการใช้งานและบรรทุกหนักได้ในเวลาเดียวกัน นับได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้ปฏิวัติมาตรฐานของวงการรถกระบะ ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือกว่า

 

มร. จาร์ลาธ สวีนี หัวหน้าคณะกรรมการตัดสินรางวัลรถกระบะ และรถตู้ยอดเยี่ยมแห่งปี กล่าวว่า ยินดีกับฟอร์ดสำหรับความสำเร็จอีกครั้งที่คว้าทั้งรางวัลรถกระบะและรถตู้และยอดเยี่ยมระดับโลกแห่งปี 2020 ในปีเดียวกัน ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และสมควรได้รับเป็นอย่างยิ่ง รถกระบะขนาด 1 ตันที่ขายดีที่สุดในยุโรป อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการให้เป็นรถอันดับหนึ่ง เมื่อจะต้องเลือกรถกระบะยอดเยี่ยมในปี 2020 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ฟอร์ด เรนเจอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2546 ซึ่งฟอร์ดได้พัฒนารถรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฟอร์ด ทรานซิท คัสตอม แบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Transit Custom Plug-In Hybrid) และรุ่นทรานซิท คัสตอม อีโคบลู ไฮบริด ใหม่ (Transit Custom EcoBlue Hybrid) ยังได้รับการตัดสินให้ชนะรางวัล IVOTY ประจำปี จากคณะกรรมการซึ่งเป็นสื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญกว่า 25 คนจาก 25 ประเทศในทวีปยุโรป โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส โดยฟอร์ดทรานซิท คัสตอม แบบปลั๊กอิน ไฮบริด (Transit Custom Plug-In Hybrid) และฟอร์ด ทรานซิท คัสตอม อีโคบลู ไฮบริดขนาด 1 ตัน และ 2 ตัน ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในครั้งนี้ เป็นรถ 3 รุ่นจาก 14 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ดที่กำลังจะเปิดตัวในยุโรปภายในปี 2563 โดยปัจจุบันฟอร์ดได้รับรางวัล IVOTY มาแล้วถึง 6 ครั้ง

เรื่อง: ธวัชชัย พิชิตรณชัย

E-mail : tawatchai@nationgroup.com

Facebook https://www.facebook.com/AeyTawatKomchadluek/