Science Update : จีนทดสอบยานลงจอดดาวอังคาร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454401

news_default

Science Update : จีนทดสอบยานลงจอดดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สำนักงานอวกาศแห่งชาติประสบความสำเร็จในการทดสอบการลอยตัวและการหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางสำหรับยานลงจอด ที่สถานที่ทดสอบการลงจอดในเมืองฮ่วยไหลมณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นก่อนภารกิจสำรวจดาวอังคารในปีหน้า ที่ผ่านมา จีนได้พัฒนาจรวดลอง มาร์ช 5 เพื่อขนส่งยานสำรวจลำนี้ไปยังดาวอังคารในปีหน้า โดยการเดินทางผ่านอวกาศจะใช้เวลาประมาณ7 เดือน ในขณะที่การลงจอดจะใช้เวลา 7 นาที จรวดรุ่นเดียวกันนี้ยังจะถูกใช้เพื่อขนส่งยานสำรวจฉางเอ๋อ-5 ไปยังดวงจันทร์ช่วงสิ้นปีนี้ หรือไม่ก็ต้นปีหน้าเพื่อนำตัวอย่างหินดวงจันทร์กลับมา ก่อนหน้านี้ ยานสำรวจฉางเอ๋อ-4 สามารถลงจอดบนด้านมืดของดวงจันทร์ในเดือนมกราคมปีนี้ ถือเป็นความสำเร็จประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ครั้งแรกสำหรับโครงการอวกาศของจีน หลังจากเคยลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งแรกในปี 2556 จีนตั้งเป้าหมายว่า จะสร้างสถานีอวกาศส่วนจำเพาะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปี 2022

ตะลอนเที่ยว : ล่องลอยนาวาหรรษากลางห้วงมหานทีกับทัวร์คุณแหน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454393

ตะลอนเที่ยว : ล่องลอยนาวาหรรษากลางห้วงมหานทีกับทัวร์คุณแหน

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทัวร์คุณแหน และ Mr. Flower มีข่าวดีแสนดีมาแจ้ง และขอเชิญชวนมวลหมู่สมาชิกแนวหน้าไปร่วมสุขสันต์หฤหรรษ์ด้วยการล่องนาวาจากสิงคโปร์สู่แหลมฉบัง ประเทศไทยวันที่ 9-11 มกราคม 2563 ด้วยเรือเดินสมุทรQuantum of the Seas เรือเดินสมุทรที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และบริบูรณ์ไปด้วยอาหารการกิน รวมถึงความสนุกสุดสำราญด้วยโชว์แสนพิเศษระดับโลก

เมื่อพูดถึงเรือ Quantum of the Seas แล้ว ต้องขอบอกว่าไม่มีคำถามใดๆ ถึงความใหญ่โตมโหฬาร และความทันสมัย แต่ที่สำคัญที่สุดคือระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล

ทัวร์คุณแหน และ Mr. Flower มีทริปสุดพิเศษในราคาที่สุดพิเศษเช่นกันมานำเสนอให้คุณได้รับทราบ เพื่อเรียนเชิญให้คุณร่วมเดินทางไปพบความสำราญพร้อมกับคณะของเรา

แต่ขออนุญาตเรียนย้ำให้ทุกท่านทราบว่าทริปนี้ห้องราคาพิเศษเพียงจำนวนจำกัด (เพราะทัวร์คุณแหนได้ราคาพิเศษมาเพียงไม่มากนัก)

Mr. Flower ขอเชิญคุณไปร่วมสรวลเสเฮฮา พบปะสนทนาพูดคุยร่วมกันตามประสาคนคอเดียวกันในทริปนี้ (ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายได้ในใบประกาศของบริษัท World Express ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ในสังกัดหนังสือพิมพ์แนวหน้า)

ขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ว่า โชว์บนเรือลำนี้สุดตื่นตาตื่นใจ แล้วจะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ส่วนอาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารเช้านอกจากนี้ยังมีอาหารมื้ออื่นๆ ที่แสนอร่อยเช่นกัน

ถ้าถามว่ากลุ่มของเราจะทำกิจกรรมอะไรบนเรือเดินสมุทรลำนี้ ก็ขออนุญาตตอบสั้นๆว่าไปเพื่อผักผ่อน และพูดคุยสนทนากัน และรับประทานอาหารอร่อยๆ ด้วยกัน พร้อมกับชมการแสดงระดับมาตรฐานสากล ซึ่งก็คือการไปเติมพลังความสุขให้กับชีวิต

สนใจร่วมทริปสุดพิเศษกับ ทัวร์คุณแหนและ Mr. Flower โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615

แหวกฟ้าหาฝัน : Andy Warhol in Central Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454395

แหวกฟ้าหาฝัน : Andy Warhol in Central Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ Pop Art ศิลปินที่โด่งดังที่สุดคงไม่มีใครเกิน Andy Warhol และมิวเซียมในยุโรปที่จัดแสดงงานของเขาได้ดีที่สุด
คงไม่มีที่ไหนเทียบเท่ากับ Central Gallery Prague เขาเกิดเดือนสิงหาคม ปี 1928 มลรัฐเพนซิลวาเนีย แม้เขาจะไม่ใช่คนยุโรป แต่พ่อแม่ของเขาเป็นชาวสโลวัก Central Gallery กรุงปราก จึงได้จัดแสดงผลงานและประวัติของเขาเพื่อเป็นเกียรตินักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมแห่งนี้จะไม่เพียงได้เห็นผลงานของเขาตั้งแต่ยังอายุน้อยเท่านั้น แต่ยังจะได้สัมผัสถึงอัจฉริยภาพของเขาในการสร้างเรื่องราวให้กับชีวิตตัวเองด้วย เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักวาดภาพประกอบ ก่อนจะกลายเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวทางด้านทัศนศิลป์ และนักสร้างภาพยนตร์ รวมทั้งผู้จัดการวง Rock ที่ชื่อThe Velvet Underground

การที่พ่อแม่ของเขาบริจาคผลงานของเขาให้กับบ้านเกิดของตัวเองในเมือง Medzilaborce สโลวาเกีย เพราะพวกเขาอพยพมาจากเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ Mikova ของอาณาจักรออตโต-ฮังกาเรียน และอาจเป็นสถานที่เกิดที่แท้จริงของ Andy Warhol ด้วย เพราะ Warhol พูดเสมอว่าเอกสารการเกิดของเขาเป็นของปลอม ส่วนการที่วันเกิดและสถานที่เกิดของเขาตรงกับวันที่ 6 สิงหาคม 1928 มลรัฐเพนซิลวาเนียด้วยชื่อ Andrew Wahola ก็เพราะพ่อของเขากำลังทำงานเหมืองอยู่ที่นั่นในวันเวลาและสถานที่นั้นพอดี เขามีพี่น้องอีก 2 คนคือ Jan และ Paul พวกเขานับถือศาสนาคริสต์ไบเซนไทน์ และเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอส่งผลให้เขาจึงไม่เพียงถวายทรัพย์ให้กับศาสนจักรอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น เขายังชอบสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรตามความเชื่อด้วย

แม้เขาจะมีสุขภาพไม่ดีแต่เล็ก แต่เขากลับสามารถเข้าเรียนทางด้านการค้าศิลปะที่ CarnegieInstitute of Technology เมือง Pittsburgh หลังจากได้รับปริญญาตรีทางด้าน Fine Arts สาขา Pictorial Design แล้ว เขาย้ายมาอยู่นิวยอร์กและเริ่มอาชีพนักวาดภาพประกอบ ให้กับนิตยสารและโฆษณาเขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Andy Warhol เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียง อีกทั้งยังทำให้นายจ้างไม่สามารถทราบได้ว่าเขาเป็นคนสโลวักอันจะส่งผลต่อการหางานของเขาด้วย การเปลี่ยนชื่อจึงเป็นกลยุทธ์แรกที่แสดงความเป็นอัจฉริยภาพของเขานอกเหนือจากเนื้องาน ตลอดทศวรรษที่ 1960 เขาเริ่มสร้างสรรค์งานแนว Pop Art โดยอาศัยภาพที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสหรัฐ เช่น กระป๋องซุปแคมเบลภาพของดาราหรือคนมีชื่อเสียงในสหรัฐในช่วงเวลานั้นเป็นต้นแบบซึ่งการเลือกหัวข้อก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในการสร้างความโด่งดังให้ตัวเอง อาทิMarilyn Monroe, Elvis Presley, Muhammad Ali, Troy Donahue and Elizabeth Taylor จนส่งผลให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้นจนกลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐในเวลาอันรวดเร็ว

ในทศวรรษที่ 1960 เขาได้เปิดห้องภาพชื่อThe Factory ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่นัดพบกับศิลปินหลากหลายแนว รวมทั้งนักเขียนและดาราด้วย ในปี 1962 เขาเริ่มผลิตผลงานที่เรียกว่า Silk screensออกขายแบบ mass product ชิ้นใหญ่ๆ โดยเขายังคงเห็นว่าการผลิตงานเยี่ยงนี้เป็นงานศิลปะอยู่ อย่างไรก็ดีโลกกลับยอมรับผลงานเหล่านี้อย่างรวดเร็วในฐานะศิลปะเช่นกัน ผลงานเหล่านี้แม้ไม่เหมือนแนวทางศิลปะแบบเดิมๆ ที่คนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้โดยง่าย เพราะสร้างสรรค์จากสิ่งที่ปกติดูด้อยค่า เช่น เงิน ภาพถ่ายดารา หนังสือพิมพ์ กลับกลายเป็นงานแนว Pop Art ที่นิยมไปทั่วโลก ความสำเร็จนี้สร้างความตื่นตะลึงไม่เพียงกับตัวศิลปินผู้สร้างงาน แต่กับประชาคมโลกโดยรวมด้วย

นอกจากงานศิลปะแล้ว เขายังเป็นผู้จัดการวง The Velvet Underground วงร็อกตั้งแต่ปี 1965 วงนี้ไม่เพียงประสบความสำเร็จจากฝีมือแล้ว ยังได้รับผลดีจากฝีมือการออกแบบปกแผ่นจาก Warhol ด้วย เมื่อวงร็อกนี้ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ Nico นักร้องชาวเยอรมันและร่วมงานกันออกอัลบั้ม Warhol ได้ออกแบบปกเป็นรูปกล้วยซึ่งภายในมีสีแดงโดยเขียนคำนำว่า Peel Slowly and See ซึ่งสร้างความแปลกใหม่และน่าสนใจให้กับวงการ นับจากนั้นมาเขาก็ออกแบบปกอัลบั้มให้กับศิลปินอีกหลายวง เช่น Sticky Fingers และ Love You Live วง Rolling Stones, The Academyin Peril และ Hori Soit ยิ่งกว่านั้นการที่เขามีห้องภาพเป็นที่สังสรรค์ของนักดนตรีและคนดัง ทำให้เขาเป็นเพื่อนกับทั้ง Mick Jagger, Bob Dylanและ John Lennon ทำให้เขาเป็นศิลปินที่มีผลงานของคนดังเหล่านี้ตลอดชั่วอายุการทำงานซึ่งยิ่งส่งเสริมความโด่งดังให้กับเขามากขึ้น

เบื้องหลังความสำเร็จของ Warhol ที่สำคัญอีกคนก็คือ Julia Warhola แม่ของเขา ซึ่งแม้ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย แต่กลับสามารถเป็นความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่น และความสุขของเขาจนทำให้เขาสามารถสร้างงานที่แปลกแหวกแนวออกมาสู่โลกได้อย่างแท้จริง การที่เขาเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์และกล้าที่จะทำอะไรแตกต่างอย่างมีกลยุทธ์ส่งผลให้เขากลายเป็นคนดังในเวลาอันรวดเร็วจนอะไรๆ ก็หยุดเขาไม่ได้แม้แต่ความตาย เป็นที่น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตด้วยอายุเพียงแค่ 58 ปี จากภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดถุงน้ำดีทั้งๆ ที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนเข้าโรงพยาบาลแล้วว่า คนดีๆ บางคนต้องเสียชีวิตโดยไม่สมควรหากเลือกโรงพยาบาลผิด หรือตกอยู่ในมือแพทย์ผิดคนทั้งๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ดีเลิศ

กลุ่มบริษัทบีทีเอส ทอดกฐินประจำปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454390

กลุ่มบริษัทบีทีเอส ทอดกฐินประจำปี

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส นำคณะกรรมการ พร้อมพนักงาน กลุ่มบริษัทบีทีเอส ไปทอดกฐิน ประจำปี 2019 ณ วัดรังสีสุนทร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยได้รวบรวมเงินของพนักงานในกลุ่มบริษัท และผู้โดยสารที่มีจิตศรัทธาถวายวัด รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 2,302,930 บาท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลวิภาวดี ให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่พระภิกษุสงฆ์ และชาวบ้าน นอกจากนี้ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวม 99 ทุน จาก 15 โรงเรียนในแถบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาล ‘ขอบคุณพระเจ้า’ จาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454240

เฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาล ‘ขอบคุณพระเจ้า’ จาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้าฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ยังคงเอาใจผู้อ่านที่ชื่นชอบบรรยากาศของห้องอาหารโรงแรมขาประจำ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่อีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ ที่มีประวัติศาสตร์มาจากศาสนาคริสต์ เป็นประเพณีเฉลิมฉลองของคนอเมริกัน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระเจ้าเมื่อสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยจะเฉลิมฉลองด้วยการจับจ่ายใช้สอย และใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวและรับประทานอาหารมื้อใหญ่ด้วยกัน โดยอาหารที่นิยมรับประทานจนเป็นประเพณีคือไก่งวง นั่นก็คือ “วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day)” ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่กำลังจะมาถึง จึงขอพาผู้อ่านร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล ร่วมทานอาหารมื้อหรูทั้งแบบอลาคาร์ทเมนู เซตเมนู หรือบุฟเฟ่ต์เต็มอิ่มกับเมนูที่เชฟแต่ละห้องอาหารบรรจงรังสรรค์ขึ้นเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะจาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นำเสนอเซตเมนูอาหารมื้อค่ำเลิศรส เฉลิมฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยทีมเชฟมากประสบการณ์ พบกับความอร่อยล้ำเลิศของอาหารคอร์สแรก คิงแซลมอนกับขนมปังพัมเพอร์นิคเคิล หรือหอยเชลล์อเมริกาซอสราสพ์เบอร์รี่ ต่อด้วยซุปบัตเตอร์นัทสควอชที่ทำมาเนื้อเนียนนุ่ม ก่อนจะอิ่มอร่อยกับอาหารจานหลักอย่างไก่งวงอบยัดไส้กับเครื่องนานาชนิด หรือสเต๊กเนื้อสันในกับซอสบอร์เดอเลส์สไตล์ฝรั่งเศส ปิดท้ายมื้อค่ำแสนพิเศษพายฟักทองสูตรดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม ในราคาท่านละ 1,600 บาท++ คืนวันพฤหัสบดีที่28 พ.ย. เวลา 18.00-22.30 น. ที่ห้องอาหาร “คาเฟ่แอดทู” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6909999

โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท นำเสนออาหารมื้อค่ำ 4 คอร์สแสนพิเศษที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เริ่มต้นกันที่อาหารเรียกน้ำย่อย ตามด้วยซุปฟักทองและขิง สำหรับเมนูหลักจะเป็นไก่งวงอบม้วน ต่อด้วยขนมหวาน พบกับพายหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นพายฟักทอง พายชีสเค้กแอปเปิ้ล ทาร์ตกล้วยหอม และพายร็อกกี้โร้ด ในราคาท่านละ 2,100 บาทสุทธิ ที่ห้องอาหาร “เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์” หรือบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำกับหลากหลายเมนูอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงอบสูตรพิเศษพร้อมเครื่องเคียง ขาแกะอบรสเลิศ หอยนางรมและปลาแซลมอนสดใหม่ พร้อมปิดท้ายค่ำคืนแสนพิเศษด้วยของหวานประจำเทศกาล ได้แก่ พาย 6 ชนิด และไอศกรีมหลากรส ในราคาท่านละ 1,450 บาทสุทธิ ที่ห้องอาหาร “ฟิฟท์ตี้เซเว่น สตรีท” คืนวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. เวลา 18.00-23.00 น.สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-7970000

โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน นำเสนออาหารมื้อพิเศษ ฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า อิ่มอร่อยพร้อมครอบครัวบรรยากาศริมแม่น้ำสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงอบมันบด แครนเบอร์รี่ซอส ซุป สลัด พีแคนพาย อาหารอเมริกันหลากหลายเมนู บุฟเฟ่ต์นานาชาติ พาสต้า อิตาเลี่ยนพิซซ่า และของหวานอีกมากมาย ในราคาท่านละ 1,250 บาท++เด็กอายุ 10-12 ปีลด 50% เด็กอายุ 0-9 ปีทานฟรีคืนวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. เวลา 18.00-22.00 น. ที่ห้องอาหาร“ฟีสท์” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2660123

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ ลิ้มลองไก่งวงอบยัดไส้ อาหารทะเลมากมาย อีกทั้งเมนูไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และของหวานละลานตา ในราคาท่านละ 2,900 บาทสุทธิ พิเศษ รับส่วนลดทันที 50% เมื่อมาตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป ท่านที่ 13 ขึ้นไปรับส่วนลด 30% สำหรับค่าอาหาร ที่ห้องอาหาร “เอเทรี่ยม” หรือ Thanksgiving Buffet Roast เต็มอิ่มกับเมนูไก่งวงอบยัดไส้ แกมมอนแฮมอบน้ำผึ้ง เนื้อวากิวอบ พร้อมยอร์คเชียร์พุดดิ้ง ปลาแซลมอนนอร์เวย์นึ่ง พายเนื้อบด ชีสหลากหลายชนิด และอีกมากมาย ให้อิ่มอร่อยกันแบบไม่อั้น ในราคาท่านละ 1,050 บาท++ พิเศษ รับส่วนลดเหลือเพียงท่านละ 950 บาท เมื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าวันนี้-25 พ.ย. ที่ “ฮันส์แมน ผับ”คืนวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. เวลา 18.00-22.00 น. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ นำเสนอเซตเมนู 5 คอร์ส ที่หัวหน้าพ่อครัวรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ อาทิหอยเชลล์ เสิร์ฟพร้อมฟัวกราส์และเฮเซลนัท, ซุปฟักทองกับเนื้อแก้มวัวและครีมแบบฝรั่งเศส, ไก่งวงม้วน เสิร์ฟพร้อมทรัฟเฟิล แครอท และซอสแครนเบอร์รี่,ทาร์ตถั่วพีแคนเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา ในราคาท่านละ 2,600 บาท++หรือเลือกแบบจับคู่พร้อมไวน์ ในราคาท่านละ 3,600 บาท++ คืนวันพฤหัสบดีที่28 พ.ย. เวลา 18.00-22.30 น. ที่ห้องอาหาร “เมดิสัน สเต๊กเฮ้าส์” หรือเมนูไก่งวงอบ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งอบ ซอสแครนเบอร์รี่ ซอสเครื่องใน กะหล่ำดาวผัดกับเบคอน และเบรดสตัฟฟิ่ง สามารถเสิร์ฟได้สำหรับ 8-10 ท่าน ในราคาตัวละ9,900 บาท+ วันนี้-28 พ.ย. เวลา 07.00-20.00 น. ที่ร้าน “มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์”สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1268866 ต่อ 1201

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพิเศษ สัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษในวันขอบคุณพระเจ้า อิ่มอร่อยกับไก่งวงอบพร้อมเบคอนและผักต่างๆ สูตรต้นตำรับประจำเทศกาลที่ทุกคนชื่นชอบ รวมไปถึงเนื้อวากิวอบสูตรพิเศษ และอาหารนานาชาติให้เลือกอีกมากมาย รวมถึงของหวานนานาชนิด อาทิ เค้กผลไม้รวมราสเบอร์รี่ ช็อกโกแลตโดม และแอปเปิ้ลสตรูเดิ้ล รวมไปถึงอาหารนานาชาติที่ชื่นชอบหลากหลาย ในราคาท่านละ 1,400 บาท++คืนวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. ที่ห้องอาหาร “เอสเพรสโซ่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6560444

โลกของหนังสือ โลกของคนแสวงหาความรู้ และความสุนทรีในชีวิต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454258

โลกของหนังสือ โลกของคนแสวงหาความรู้ และความสุนทรีในชีวิต

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อเด็กคุ้นเคยกับหนังสือตั้งแต่เขายังเล็กๆเด็กจะไม่รู้สึกแปลกแยกกับการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแล้วเขาจะมีหนังสือเป็นเพื่อนตลอดไป เพราะเขารู้ดีว่าหนังสือคือเพื่อนของเขา แล้วเขาจะมีความสุขกับการอ่านหนังสือ

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยพาคุณไปสนทนากับ คุณทรงยศ สามกษัตริย์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้สาธารณชนได้ทราบความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจหนังสือในสังคมไทยว่ากำลังเผชิญกับสภาวการณ์เช่นใด รุ่งเรืองหรือร่วงโรย

l คนบางกลุ่มบอกว่าหนังสือที่เป็นกระดาษกำลังจะตายจากโลกนี้ไป ในฐานะผู้บริหารศูนย์หนังสือจุฬาฯ มีมุมมองอย่างไรกับคำพูดดังกล่าวครับ และจากสถิติผู้เข้าใช้บริการในศูนย์หนังสือจุฬาฯ มีจำนวนมากขึ้นหรือน้อยลง ในระยะ 2-3 ปีมานี้

พูดกันตามข้อเท็จจริงคือ ทุกวันนี้กระบวนการผลิตหนังสือยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ยังมีผู้เขียนหนังสือ และยังมีการผลิตหนังสือออกสู่ตลาดทุกวัน และมีคนหน้าใหม่เข้าสู่วงการหนังสือตลอดเวลา นั่นแสดงว่ายังมีคนสนใจหนังสืออยู่ และหนังสือที่ผลิตออกมาทุกวันนี้ก็มีหลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการอ่านของคนเฉพาะกลุ่ม เราพบว่ามีหนังสือที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มต่างๆ มากมาย ขึ้นอยู่กับความสนใจใคร่รู้ของผู้อ่านในกลุ่มต่างๆ เช่น จำพวก Know Howจำพวกเรียนรู้เฉพาะด้าน เช่น หุ้น ตลาดหลักทรัพย์การท่องเที่ยว ธรรมะ หรือภาษาต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าหนังสือจะไม่ตายไปจากโลกใบนี้ แต่หนังสือจะเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ผมแบ่งหนังสือออกเป็นสองชนิด คือหนังสือที่จำเป็นต้องอ่าน เช่น ตำราเรียนในแต่ละระดับชั้น คู่มือสอบ คู่มือสอบบรรจุ เป็นต้น ส่วนอีกประเภทคือหนังสือที่เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือที่เลือกอ่านนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มคน เช่น วัยรุ่นที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว ก็เลือกหนังสือการท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง หรือผู้ที่สนใจการทำธุรกิจ และการเงิน ก็จะเน้นไปที่หนังสือกลุ่มที่ให้ความรู้เฉพาะด้าน คือโฟกัสไปที่สิ่งที่แต่ละคนสนใจ แต่เท่าที่สังเกตนั้นความสนใจของคนอ่านก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และตามกระแสสังคมเช่นบางปีคนสนใจเรื่องธรรมะมาก หนังสือกลุ่มนี้ก็จะขายดีเป็นที่สนใจ บางยุคคนรุ่นใหม่ชอบเรื่องการเกษียณอายุการทำงานเร็วๆ ก็จะสนใจเรื่องหุ้น เรื่องการลงทุน บางช่วงก็สนใจเรื่องราวในหนังสือที่เขียนโดยคนดังของสังคม  นี่คือตัวสะท้อนความสนใจของสังคมที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดโดยผ่านกลุ่มคนอ่านหนังสือแต่ละกลุ่ม ซึ่งก็เป็นไปตามกระแสความสนใจ ส่วนกระแสE- book ก็มีเข้ามาเป็นระยะๆ แต่หนังสือเล่มก็ยังคงอยู่ได้แต่ต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของคนอ่าน สรุปคือหนังสือเล่มไม่ตายไปจากโลกนี้แน่นอน ส่วนสถิติผู้ใช้บริการศูนย์หนังสือจุฬาฯ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามาใช้บริการตลอด ขณะเดียวกันผู้ปกครองก็พาลูกหลานตัวน้อยๆ เข้ามาใช้บริการเสมอๆ ซึ่งเราเตรียมพื้นที่ให้ผู้ปกครองพาลูกหลานตัวเล็กๆ เข้ามาทำความคุ้นเคยกับหนังสือ สามารถนั่งอ่านได้ทั้งวัน หรือนานเท่าที่ต้องการ อ่านโดยไม่ซื้อก็ไม่ว่ากันขอให้เข้ามาอ่าน เราก็ดีใจแล้ว

l แสดงว่า E-book ไม่ได้ส่งผลกระทบกับศูนย์หนังสือจุฬาฯ มากนักใช่ไหมครับ

ก็มีผลกระทบบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เกิดวิกฤติซึ่งเราก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน ผมสังเกตจากตลาดหนังสือในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งมีผลวิจัยเปรียบเทียบระหว่างหนังสือเล่ม กับ E-book พบว่า E-bookเติบโตขึ้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วเมื่อแตะระดับ30 เปอร์เซ็นต์ แล้วมันก็ไม่โตต่อไป ส่วนหนังสือเล่มยังคงอยู่ได้ต่อไป แล้วที่สำคัญคือระยะหลังๆ มีการเปิดร้านหนังสือมากขึ้นในยุโรป

l เห็นด้วยครับ ผมเห็นว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในยุโรปมีร้านหนังสืออยู่ทุกแห่ง และมีโปสต์การ์ดขายมากมาย เพื่อให้คนไปเที่ยวได้เลือกซื้อกันตามความชอบ

ใช่ครับ นั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเมืองนอกร้านหนังสือยังเป็นสถานที่ยอดนิยม และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะคนยุโรปยังชอบอ่านหนังสือเล่มๆ ตามประเภทที่แต่ละคนต้องการและสนใจ ในบางแห่งเปิดร้านหนังสือ 24 ชั่วโมงเลย นั่นแสดงว่ายังมีคนนิยมอ่านหนังสือ แน่นอนว่ายุคนี้มีกระแส social media เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้คนบางกลุ่มหันไปนิยม social media จึงทำให้อ่านหนังสือเล่มน้อยลงซึ่งก็เป็นไปตามกระแสโลก เพราะข้อเท็จจริงคนเรามีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน เมื่อเขาใช้เวลาไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว เวลาสำหรับการทำเรื่องอื่นก็จะลดลงไป เช่นถ้าเขาสนใจ social media เขาก็ให้เวลากับหนังสือเล่มน้อยลง ซึ่งต่างจากคนยุคก่อนที่ยังไม่มีอิทธิพลของ social media ในชีวิตประจำวันมากนักดังนั้นเขาจึงสนใจหนังสือมาก เพราะเมื่อว่างจากการทำงาน ถ้าไม่เล่นกีฬา ไม่ทำงานอดิเรกอื่น ก็มักจะอ่านหนังสือ แต่ระยะหลังมีคนที่เห็นว่า social mediaให้ประโยชน์ได้ไม่เท่ากับหนังสือ เขาก็กลับมาอ่านหนังสือ เพราะหนังสือมีตัวตนมีที่มาที่ไปมากกว่า social media บางชนิด เพราะเรารู้ว่าใครเขียนหนังสือ และมีการอ้างอิงได้ แต่ใน social media นั้น หลายครั้งไม่สามารถอ้างอิงได้ เพราะเราไม่รู้ว่าต้นตอมาจากไหน ไม่รู้ว่าใครให้ข้อมูลใน social media ต้องบอกว่ากว่าจะผลิตหนังสือขึ้นได้แต่ละเล่ม ต้องมีการค้นคว้า ต้องมีที่มาที่ไป และต้องพิสูจน์ได้ เพราะถ้าหากไม่สามารถพิสูจน์ได้แล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะมีใครกล้าผลิตหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา ถ้าเทียบกับ social media ต้องยอมรับว่าหนังสือมีแหล่งอ้างอิงมากกว่า

l มีคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทยบอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ เพราะสามารถอ่านได้ฟรีจากอินเตอร์เนต ผมถามกลับว่า เพราะอ่านได้ฟรีใช่หรือไม่ แล้วถ้าหากต้องเสียเงิน จะยังคงอ่านจากอินเตอร์เนตหรือไม่ คู่สนทนาก็นิ่งไป ผมขอถามว่าหนังสือเล่มๆ เหล่านี้ถูกนำไป down load ลงในอินเตอร์เนต แล้วคนทั่วไปสามารถอ่านได้ฟรี มีบ้างหรือไม่ครับ

นั่นคือการละเมิดลิขสิทธิ์ครับ หากนำหนังสือเล่มไป down load ลงอินเตอร์เนตมันคือการละเมิดลิขสิทธิ์ เราไม่ควรส่งเสริมให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ เราต้องช่วยกันสนับสนุนให้คนเขียนหนังสือมีรายได้ อย่าช่วยคนทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพวกที่นำหนังสือไป down load ลงอินเตอร์เนต เราต้องเคารพสิทธิ์ของผู้แต่งหนังสือ เพราะกว่าเขาจะค้นคว้าเรื่องราวใดๆ จนสามารถนำไปเขียนหนังสือได้สักเล่มหนึ่ง เขาต้องทุ่มเทมาก ต้องค้นคว้า ต้องสืบหา และต้องเรียบเรียงข้อมูล เราต้องช่วยกันต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ครับ การละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนั้นทำให้เจ้าของเว็บไซต์ได้ประโยชน์ แต่ผู้แต่งหนังสือเสียประโยชน์ เราไม่ควรทำตัวให้เป็นผู้ละเมิดกฎหมาย

l เวลาเห็นผู้คนเข้ามาในศูนย์หนังสือจุฬาฯ โดยเฉพาะเมื่อเห็นพ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกหลานมาดูหนังสือ ในฐานะผู้บริหารศูนย์หนังสือจุฬาฯ มีความรู้สึกอย่างไรครับ

มีความสุขมาก ไม่ว่าเขาจะซื้อหนังสือของเราหรือไม่ เราก็มีความสุข สุขเพราะเห็นคนอ่านหนังสือมีความสุขเพราะเห็นเด็กสนใจหนังสือ สุขเพราะเห็นพ่อแม่ส่งเสริมให้ลูกๆ รักการอ่าน เมื่อเด็กรักการอ่านรักหนังสือแล้ว เขาจะไม่รู้สึกแปลกแยกกับการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หรือไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้ต้องอ่าน เขาจะอ่านหนังสืออย่างมีความสุข และจะแสวงหาความรู้ไปตลอดชีวิต สมัยก่อนปู่ยาตายายมักมีวิธีสอนให้ลูกหลานรักการอ่าน โดยให้ลูกหลานอ่านหนังสือให้ฟัง แล้วให้รางวัลตอบแทน เด็กจึงอ่านหนังสือบ่อย จึงรักการอ่านไปโดยปริยาย  แต่เดี๋ยวนี้บางบ้านปล่อยให้ลูกหลานอยู่กับโทรศัพท์มือถือจำพวก smart phone มากเกินไปเด็กๆ จึงไม่รักการอ่าน แต่ติดเกมมากกว่า แต่บางบ้านก็ยัดเยียดบังคับให้เด็กอ่านหนังสือ เด็กบางคนจึงเกลียดหนังสือ ไม่อยากอ่าน เพราะเขาไม่ได้อ่านเพราะความอยากอ่านของตัวเขาเอง เด็กมักจะดูจากต้นแบบในบ้านด้วย บางบ้านพ่อแม่ไม่อ่านหนังสือ แต่อยู่กับ smart phone ตลอดเวลา แบบนี้เด็กก็ไม่ชอบอ่านหนังสือตามไปด้วย ถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกรักการอ่าน ต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกก่อน

l กลุ่มลูกค้าสำคัญของศูนย์หนังสือจุฬาฯ คือใครครับ

นักเรียน นิสิต นักศึกษาครับ คนกลุ่มนี้เข้าไปใช้บริการศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา โดยเฉพาะเด็กที่ต้องการหาหนังสือเรียน หนังสือสำหรับอ่านสอบ นักเรียนนิสิต นักศึกษาจะเข้ามาใช้บริการมากเป็นพิเศษในช่วงใกล้สอบ โดยเฉพาะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนคนทั่วไปก็เข้ามาใช้บริการในศูนย์หนังสือจุฬาฯ เป็นจำนวนมากอย่างน่าพอใจ แล้วก็ยังมีสถาบันการศึกษาเป็นลูกค้าสำคัญด้วย เขาต้องการให้เราจัดหาหนังสือให้กับสถาบันการศึกษาของเขา และยังมีองค์กรอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะองค์กรที่เน้นการสร้างภูมิความรู้ให้กับพนักงาน ก็จะให้เราจัดหาหนังสือให้ เพื่อนำไปให้พนักงานอ่าน และยังมีกลุ่มคนที่ตั้งใจบริจาคหนังสือให้กับโรงเรียน วัด และที่อื่นๆ เขาก็ให้เราจัดหนังสือให้เหมาะสมกับกลุ่มคนอ่านในแต่ละที่ ซึ่งเราก็ยินดีเป็นอย่างมาก หลายคนเข้ามาเพราะตั้งใจจะหาหนังสือบางเล่ม บางชนิด แต่เมื่อเข้ามาแล้ว เขาได้เห็นหนังสืออื่นๆ ที่น่าสนใจ เขาก็ซื้อหาไปอ่าน บางคนไม่ซื้อ แต่ยืนอ่านนานๆ เราก็ยินดี เราไม่หวงห้าม

l ศูนย์หนังสือจุฬาฯ มีบริการสั่งซื้อหนังสือผ่านระบบโทรศัพท์ หรือผ่านระบบอินเตอร์เนต หรือไม่ครับ

มีครับ เราพยายามอำนวยความสะดวกให้กับผู้อ่านให้มากที่สุด แต่จริงๆ แล้วเราอยากให้ผู้อ่านเข้ามาสัมผัสหนังสือในศูนย์หนังสือจุฬาฯ เพราะเมื่อเข้ามาแล้วจะได้เห็นหนังสือเล่มอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อได้ลองอ่านแล้วก็จะยิ่งสนุกกับการอ่าน การสั่งซื้อหนังสือผ่านระบบออนไลน์เป็นการอำนวยความสะดวก ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ แต่ขอยืนยันว่าหากมีโอกาสเข้ามา ก็อยากเชิญชวนให้เขามาดูหนังสือเล่มอื่นๆ ด้วย เพราะยิ่งได้เห็น ยิ่งได้อ่าน จะยิ่งสนุกกับการอ่านบางคนอ่านหนังสือเล่มที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อ แต่สุดท้ายก็ซื้อเพราะอ่านแล้วชอบ ต้องขอย้ำว่า ยิ่งได้อ่านหนังสือ ก็จะยิ่งรู้สึกสนุก และได้ประโยชน์มามากมาย ศูนย์หนังสือจุฬาฯไม่หวงหนังสือ ใครอยากอ่านเล่มไหน เชิญอ่านตามสะดวก เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสำนักพิมพ์ต่างๆ เขายินดีนำหนังสือมาให้เราวางบนชั้นหนังสือ รอให้ผู้อ่านได้อ่าน ศูนย์หนังสือจุฬาฯ พยายามนำเสนอหนังสือมากที่สุดเพื่อให้คนอ่านเลือก เราพยายามจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการอ่านหนังสือตลอดเวลา เพราะหนังสือนั้นหากวางอยู่บนชั้นเฉยๆ ก็อาจจะไม่มีใครสนใจมากนัก แต่เมื่อมีกิจกรรมกระตุ้นการอ่านก็ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้น

l เศรษฐกิจยุคนี้ คนซื้อหนังสือบ่นว่าหนังสือแพงหรือไม่ครับ

ผมอยากบอกว่าหนังสือนั้นเหมือนอาหาร มันต้องชิมก่อน จึงจะรู้ว่าอร่อยหรือไม่ นั่นคือต้องลองอ่านก่อนอ่านแล้วชอบก็ซื้อ อ่านแล้วไม่ชอบก็ไม่ซื้อ แต่ที่สำคัญต้องอ่านก่อน ยุคนี้เศรษฐกิจดูไม่ค่อยดี ดังนั้นการที่คนแต่ละคนตัดสินใจซื้อหนังสือ เขาจึงต้องอ่านก่อน เมื่อเขาอ่านแล้วชอบ เขาก็ซื้อ แล้วเขาก็ไม่คิดว่าหนังสือมีราคาแพง เพราะเขาได้ประโยชน์จากหนังสือ

l อย่างหนังสือเล่มนี้ ชื่อพุทธธรรม เขียนโดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต) ราคา200 บาท หนาประมาณ 380 หน้า แบบนี้เรียกว่าราคาแพงไหมครับ ส่วนเล่นนี้ชื่อ ข้าพเจ้าทดลองความจริง เป็นหนังสืออัตชีวประวัติของมหาตมะ คานธี หนังสือแปล ราคา 750 บาท หน้าประมาณ 760 หน้าเฉลี่ยหน้าละ 1 บาท อย่างนี้เรียกว่าแพงไหมครับ

คนอาจจะบ่นว่าหนังสือแพง ก็ต้องดูว่าเขาบ่นเพราะอะไร แต่ต้องบอกว่าหนังสือมีหลายระดับ หลายราคาขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน แต่หนังสือหนึ่งเล่มนั้นหากอ่านเกินหนึ่งครั้ง ราคาก็ถือว่าถูกลง ยิ่งอ่านบ่อยๆ ราคาก็ยิ่งถูกลงไปเรื่อยๆ อ่าน 10 ครั้ง ก็เท่ากับราคาเหลือแค่เล่มละ 20 บาท อย่างเช่นหนังสือของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ปยุตโต เป็นหนังสือปกแข็ง เย็บเล่มอย่างดี หนาประมาณ 380 หน้า ราคา 200 บาทผมเห็นว่าไม่แพงเลย ค่าถ่ายเอกสารยังแพงกว่าเลย ต้องถามว่าเงิน 200 บาท ใช้อะไรได้บ้างในยุคนี้ แต่สามารถซื้อหนังสือดีๆ ได้หนึ่งเล่ม และสามารถเก็บไว้อ่านได้อีกนาน ผมมีตัวอย่างคือ มีอาจารย์บางท่านบริจาคเงิน2,500 บาท บอกว่าต้องการให้ช่วยเลือกหนังสือให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จะได้หนังสือกี่เล่มผมบอกว่าจัดได้หลากหลาย ตั้งแต่ 20 ถึง 30 เล่มตามแต่ชนิดของหนังสือ

l มีผู้วิจารณ์ว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อย ปีหนึ่งอ่านไม่ถึง 6 บรรทัด ฟังแล้วเจ็บปวดนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเชื่อมากนัก แต่เท่าที่ผมสังเกตคือทำไมหนังสือบางเล่มขายดีจังเลย ทั้งๆ ที่อ่านแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจมากนัก มีมุมมองเรื่องนี้อย่างไรครับ

แล้วแต่ความชอบของผู้อ่าน เหมือนอาหารที่แต่ละคนชอบต่างกันไป บางคนบอกว่าร้านนั้นอร่อย แต่เราบอกว่าไม่อร่อย ขึ้นกับความชอบของคนครับ แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน ชอบไม่เหมือนกัน มันขึ้นกับยุคสมัยด้วย เราชอบหนังสือแบบไหน เราก็อ่านแบบนั้น คนอื่นชอบแบบไหน เขาก็เลือกอ่านแบบนั้น

l ย้อนกลับไปคุยเรื่องอนาคตของหนังสือเล่มคิดว่ายังอยู่ได้ใช่ไหมครับ

ผมตอบแบบนี้แล้วกัน สมัยเมื่อยังไม่มีโทรทัศน์คนฟังวิทยุมาก เมื่อโทรทัศน์เกิดขึ้น วิทยุก็ยังไม่สูญหายไปใช่ไหมครับ หนังสือก็เช่นกัน แม้จะมี social media แต่มันก็คงละกลุ่มกัน มันเป็นเรื่องของยุคสมัย หนังสืออาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่มันยังต้องคงอยู่ต่อไป หนังสืออาจจะมีการเกิดขึ้น และมีปิดตัวลงไปบ้าง มันอยู่ที่ความต้องการของคนอ่านเป็นสำคัญ ส่วนคนทำหนังสือก็ทำตามความถนัดของตัวเอง หนังสือดีๆ เล่มหนึ่ง อ่านได้ทั้งบ้าน และอ่านได้ทุกยุคทุกสมัย เช่น เรื่องเจ้าชายน้อย หนังสือแปล ที่เขียนโดยอองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี หนังสือเล่มนี้อ่านกี่ครั้งก็ได้มุมมองที่น่าสนใจ อ่านในวันที่เราเป็นเด็ก เราก็ได้มุมมองแบบหนึ่ง อ่านเมื่อวันเราเป็นวัยรุ่นก็ได้มุมมองอีกแบบหนึ่ง อ่านในวันที่เราเป็นผู้ใหญ่ ก็มีมุมมองต่างไปอีกแบบหนึ่ง แบบนี้น่ามหัศจรรย์ไหมเล่าผมยืนยันว่าหนังสือดีๆ มีคุณค่ามาก หนังสือเล่มเดียวกัน เมื่ออ่านในวัยที่ต่างกัน ก็จะได้วิธีคิดที่แตกต่างกัน มันขึ้นกับประสบการณ์ของคนอ่านในแต่ละช่วง นี่แหละคือความมหัศจรรย์ และมันคือคุณค่าของหนังสือ หนังสือจึงเป็นขุมความรู้ เป็นแหล่งที่น่ารื่นรมย์ของคนอ่าน และเป็นเพื่อนแท้ของคนรักการอ่าน

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการ แนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN2ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 16 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454239

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 16 พฤศจิกายน 2562

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“โฮลี่ ชีส โคเรีย ชิคเก้น เพรทเซล” ชวนชิมความอร่อยใหม่สไตล์เกาหลี ไก่นุ่ม ชุ่มซอส ชีสแน่น ด้วยแป้งเพรทเซลสูตรเฉพาะของอานตี้แอนส์ อบจนเป็นสีน้ำตาลทอง ให้สัมผัสถึงความหอมนุ่มอร่อย ผสานเข้ากับไก่ผัดซอสสไตล์เกาหลีที่ให้รสชาติจัดจ้าน เพิ่มความเข้มข้นหอมมัน ด้วยมอซซาเรลล่าชีสเน้นๆ เต็มๆ คำนำมาทำเป็นรูปทรงวงแหวน ซึ่งมีที่มาจากวงแหวนด้านบนของโลโก้แบรนด์อานตี้แอนส์ ในราคากล่องละ 79 บาท สมาชิกบัตร CRG Gift Card เหลือเพียง 71 บาท หรือจะเลือกอร่อยแบบเป็นเซตคู่เครื่องดื่ม ในราคาเริ่มต้นที่เซตละ 99 บาท วันนี้-30 พ.ย. ที่ร้านอานตี้ แอนส์ กว่า 170 สาขาทั่วประเทศ โทร.1312

“ข้าวหน้าล้นหมูสุกียากี” ชวนชิมข้าวหน้าล้นหมูสุกียากี จัดหนักจัดเต็มวัตถุดิบต่างๆเสมือนยกหม้อสุกียากีมาไว้ในชาม ทั้งหมูสามชั้นนุ่มๆ สไลด์เป็นชิ้นพอดีคำ เต้าหู้คินุหรือเต้าหู้ขาวอ่อนเนื้อนุ่ม และผักต่างๆ ทั้งเห็ดหอม, เห็ดเข็มทอง, และแครอท นำไปผัดคลุกเคล้ากับซอสสุกียากีสูตรพิเศษ หอมหวานรสชาติกลมกล่อมกำลังดี โรยเพิ่มด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอยเล็กน้อย และเพิ่มความอร่อยจุใจด้วยไข่ออนเซ็นฟองโตบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ในราคาชามละ149 บาท วันนี้-30 พ.ย. ที่ร้านคาคาชิ บาย โออิชิ ทุกสาขา

“คาราเมลคัสตาร์ด” ชวนชิมเครื่องดื่มชุดพิเศษ กับการจับคู่ความอร่อยของคัสตาร์ดนุ่มหนึบกับเครื่องดื่มสุดว้าว 2 รสชาติ ให้ฟินกันแบบไม่ยอมกันกับไม่ว่าจะเป็นเมนู Caramel Custard Peach Tea ชาพีชเปรี้ยวหวาน ที่มาพร้อมความละมุนละไมของคาราเมลคัสตาร์ดหวานมัน และเมนูCaramel Custard Apple Tea ชาแอบเปิ้ลหอมๆ ที่ร่วมดับเบิ้ลความอร่อยด้วยคาราเมลคัสตาร์ดรสกลมกล่อมที่ไม่ควรพลาด วันนี้-15 ม.ค. 2563 ที่ร้านเบค บราเธอร์ส สาขาห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21 อโศก และสาขาอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ชวนชิม

“คริสปี้ ครีม ไบท์ ไข่เค็มลาวา” ชวนชิมโดนัทขนาดใหม่เอาใจสายมินิมอลแต่ความอร่อยเกินเบอร์ด้วยความลงตัวระหว่างโดนัทออริจินอลซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มเคลือบด้วยเกลซสูตรเฉพาะของคริสปี้ครีม กับไข่เค็มลาวา รสชาติแสนละมุน ที่จัดมาให้แบบเยิ้มเต็มคำ อร่อยเพลินเกินห้ามใจในราคากล่องละ 129 บาท วันนี้-5 ม.ค. 2563 ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 35 สาขาใกล้บ้าน

“เชคฟรายส์ลาบ” ชวนชิมเฟรนช์ฟรายส์ระดับโลก ผลิตจากมันฝรั่งแท้ 100% ทอดร้อน กรอบนอกนุ่มใน เขย่าเพิ่มความจัดจ้าน แซ่บนัว อร่อยลงตัวด้วยผงรสลาบฟินเกินเบอร์ราคาเบาๆ ขนาดกลางราคา 59 บาท ขนาดใหญ่พิเศษราคา 79 บาท วันนี้-7 ม.ค. 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด นอกจากนี้ยังมีเครี่องดื่มเมนูใหม่บราวน์ชูการ์ บับเบิล มิลค์ที ชานมหอมๆ พร้อมไข่มุกบุก นุ่มหนึบหนับ ขนาด 16 ออนซ์ราคาเพียง 55 บาท จากปกติ 65 บาท หรือเพิ่มความเย็นฉ่ำด้วยไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟกับโฟลต บราวน์ชูการ์ บับเบิล มิลค์ที ขนาด 16 ออนซ์ ราคาเพียง 60 บาท จากปกติ 70 บาท หอมอร่อยเคี้ยวเพลิน สามารถเพิ่มเป็นท็อปปิ้งกับเมนูอื่นๆ ได้ อาทิ โอวัลติน สวิส, กาแฟ,ชามะนาว ในราคาเพียง 15 บาท วันนี้-14 ม.ค. 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาที่ร่วมรายการ ยกเว้นสาขาในสนามบิน, เมืองทองธานี, เกาะพีพี และแมคดิลิเวอรี่ โทร.1711

“ฉลอง 27 ปี ลด 27%” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์นานาชาติหลากหลายรูปแบบ ฉลองวันเกิดครบรอบ 27 ปี มอบส่วนลด 27% อาทิ บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ซีฟู้ดออนไอซ์ ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์คอฟฟี่ช็อป, บุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่นซูชิพรีเมียม ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นไดอิจิ, บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ที่ห้องอาหารจีนหยก, เค้กนานาชนิด ที่เค้กช็อพ, อาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ที่ห้องไวน์ไนน์ตี้ไนน์ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิกเก่าที่ศูนย์สุขภาพ รับเพิ่มฟรีอีก 2 เดือน หรือฟรีสมาชิก 1 เดือน + ฟรีค่าเช่าล็อกเกอร์ และสำหรับสมาชิกที่สมัครใหม่ รับเพิ่มฟรีอีก 1 เดือน วันนี้-30 พ.ย. ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ โทร.02-2764567

ชวนช็อป

“หัตถศิลป์ ถิ่นสยาม” ชวนช็อปสินค้าศิลปหัตถกรรมของดีของเด็ดจากทุกภาคในประเทศไทย อาทิ หนังตะลุงแกะสลัก บ้านไทยเรือนจิ๋ววิถีชีวิตโบราณ เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด เครื่องจักสานกระติบข้าว เขียนหัวโขน ศิลปะภาพวาดจากช่างฝีมือ เครื่องประดับเพชร พลอย เครื่องถมเครื่องเงินจากน่าน ผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค รวมไปถึงของกินของใช้จากผลิตภัณฑ์ออแกนิค ฯลฯ วันนี้-20 พ.ย. ที่ชั้น 1 ลานรอยัลพาร์ค พลาซา ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค โทร.1285

“Book Festiwow” ชวนช็อปหนังสือราคาพิเศษจากซีเอ็ดฯและสำนักพิมพ์พันธมิตรกว่า 50 สำนักพิมพ์150 บูธ จากอภิมหาคลังหนังสือกว่า 100,000 รายการลดกว่า 90% เริ่มต้นเพียงเล่มละ 10 บาท ลุ้นรับ Gift Card1,000 บาท สมัครสมาชิกซีเอ็ดฟรีเมื่อช็อปครบ 1,000 บาท พร้อมร่วมกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมสัมมนา เสวนา เวิร์กช็อปส่งเสริมการเรียนรู้ และโครงการ Read for Books ฯลฯ วันนี้-18 พ.ย. ที่พระราม 2 ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2

“Tourist 7 Days Special” ชวนช็อปสินค้าจากร้านค้าแบรนด์ดังกว่า 300 ร้านค้า ลดสูงสุดถึง 80% รับสิทธิ์ร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายเมื่อมียอดใช้จ่ายทุก 1,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จนำมาแสดงพร้อมหนังสือเดินทาง พร้อมชมการแสดงบนเวทีสุดตระการตา อาทิ คาบาเร่โชว์, การแสดงรำไทย, การแสดงดนตรีลูกทุ่ง, การแสดงมายากล, การแสดงละครใบ้ ฯลฯ ระหว่างวันที่ 23-29 พ.ย.ที่ลานเดอะพอร์ท อารีน่า ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต โทร.076-600111

ชวนใช้

“70 ปีไทยสมุทร” ชวนใช้ประกันภัยไทยสมุทร กับกิจกรรมส่งท้ายปี รับบัตรคอนเสิร์ต My BoyfriendsPower of Love ที่นั่ง VVIP ท่านละ 2 ใบ พร้อม Meet&Greetกับมาริโอ้ เมาเร่อ ในบรรยากาศสุด Exclusive ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี สำหรับTop Spender 15 ท่านแรกที่มียอดซื้อสูงสุด ที่ซื้อประกันภัยและชำระเบี้ยประกันภัยปีแรกงวดแรกไม่ต่ำกว่า200,000 บาท เงื่อนไขตามบริษัทกำหนด วันนี้-20 พ.ย. ที่บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต โทร.02-2078888

“All For Love 46” ชวนใช้แพ็กเกจงานวิวาห์ในราคาสุดคุ้ม ด้วยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่พิธีสงฆ์ ยกขันหมาก รดน้ำสังข์ ยกน้ำชา ฉลองมงคลสมรส รวมถึงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ทั้งแบบงานเลี้ยงค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีน รองรับแขกได้ถึง 2,500 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมรับฟรี พิธีหมั้น มือถือ ค่านำเข้าซุ้มขนมหวานและดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้าชุดใหญ่ ฯลฯ ในวันเสาร์ที่ 30 พ.ย. เวลา 06.00-20.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“Nue Noble” ชวนใช้โครงการคอนโดฯห้องหน้ากว้าง บนทำเลที่ดีที่สุดในย่านศรีนครินทร์ ลาซาล ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีศรีลาซาลเพียง 60 เมตรรายล้อมด้วยแหล่งช็อปปิ้ง คอมมูนิตี้มอลล์ โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล พร้อมจัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลาง 8 โซน รวมกว่า 17 พื้นที่รอบโครงการ ในราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท ผ่อนเริ่ม 4,900 บาทต่อเดือน เปิดให้จองรอบพิเศษพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ย. ที่สำนักงานขายโครงการนิว โนเบิล ศรีนครินทร์ ลาซาล โทร.02-2519955

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน ลมหายใจภูเขาไฟ ชุมชนบนที่ราบลุ่มบริเวณเชิงเขาอังคาร ชาวบ้านนำทรัพยากรธรรมชาติต่อจากพื้นที่ภูเขาไฟและพืชพื้นเมืองเพื่อปัจจัย 4 รวมทั้งผลิตเป็นสินค้าชุมชนมีเอกลักษณ์เพิ่มรายได้ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พ.ย. เวลา 17.00-17.15 น. และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอนพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. เวลา 07.52-07.57 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“ประทีปทัศน์ 3” ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายเพื่อการกุศล อันทรงคุณค่าและน่าประทับใจ โดย ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย และประธานกรรมการมูลนิธิ ประทีป-อัจฉรา ตั้งมติธรรมพร้อมร่วมจับจองภาพหรือหนังสือประทีปทัศน์ lll เพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายบริจาคสนับสนุนการดำเนินโครงการของหอศิลปฯ วันนี้-17 พ.ย. เวลา 10.00-21.00 น. ที่บริเวณผนังโค้งชั้น 3-5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โทร.1720

“Once in Siam” ชวนชมประวัติศาสตร์ย้อนอดีตรำลึกเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นในสยาม รัชสมัยรัชกาลที่ 3-5 พบกับการจำลองป้อมพระจุลจอมเกล้า รับมือเรือรบฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 และเงินถุงแดงแลกอิสรภาพไทยจากอาณานิคม เรียนรู้เรื่องราวความสำคัญของโรงกษาปณ์แห่งแรกของสยาม เหรียญ ธนบัตรชุดแรก ตราไปรษณีย์ชุดแรก จำลองพลับพลาที่ประทับดูดาวสมัยโบราณ และการเสี่ยงโชคด้วยหวย กข ฯลฯ วันนี้-17 พ.ย. ที่ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ โทร.02-7218888

มอบรางวัลประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติ ‘พลังความดีด้วยหัวใจ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454246

มอบรางวัลประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติ ‘พลังความดีด้วยหัวใจ’

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกิจกรรมประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงาน
และพลังงานทดแทนปีที่ 7 ในหัวข้อ “พลังความดีด้วยหัวใจ” โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกรวมจำนวน 64 รางวัล ในประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และปวช. ประเภทอุดมศึกษา และปวส. และประเภทประชาชนทั่วไป ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะคริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา) บริเวณ วีรันดาฮอลล์ กรุงเทพฯ

ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ กระทรวงพลังงานจึงได้จัด โครงการประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 7 ในหัวข้อ “พลังความดีด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมนำเอาพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ที่สำคัญด้านพลังงาน ในทุกรูปแบบมาถ่ายทอดให้ประชาชนได้ตระหนัก และถือเป็นแบบอย่างในการประหยัดรู้จักความพอเพียง พึ่งพาตนเอง อันจะส่งผล ให้ประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชกรณียกิจถ่ายทอดถึงแนวทางการทำความดีบำเพ็ญประโยชน์ ต่อสังคม ครอบครัว ชุมชนประเทศชาติ ด้วยการอนุรักษ์พลังงาน และการนำพลังงานทดแทนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ของกระทรวงพลังงานที่จะมุ่งบริหารพลังงานอย่างยั่งยืน ให้ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมีพลังงานใช้อย่างพอเพียงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ตลอดจนมีพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย มีความสมดุลและยั่งยืนเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น บทบาทหนึ่งของกระทรวงพลังงาน ที่ให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือ การส่งเสริม จัดหา พัฒนา ทางเลือกของพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกผ่านโครงการดังกล่าว

คณะกรรมการในการตัดสินประกอบด้วยผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงพลังงาน ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี นที ทับมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ร่วมด้วย สมภพ พัฒนอริยางกูล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ศิลปินแห่งชาติ ศ.วิโชค มุกดามณี ศิลปินแห่งชาติ,ดร.สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร,ประทีป คชบัว ศิลปินอิสระ และ ประครอง สุวงทาหัวหน้ากลุ่มสื่อโสตทัศนูปกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน

ผลการประกวดภาพวาดเทิดพระเกียรติแบ่งเป็นดังนี้ ประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น ชนะเลิศด.ช.ภัทรายุทธ ภาคุณ, รองชนะเลิศอันดับ 1ด.ช.วัชระ ทองสงคราม, รองชนะเลิศอันดับ 2 ด.ญ.ศตนัน สังฆ์สุข ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย / ปวช. ชนะเลิศ วิกาวี รัตตมณี, รองชนะเลิศอันดับ 1 จันทกานต์ จันทรโกมล, รองชนะเลิศอันดับ 2 ลักษ์คณา มีพารา ประเภทอุดมศึกษา /ปวส. ชนะเลิศ ศิริโรจน์ โคตรวงษา, รองชนะเลิศอันดับ 1 พรเบญญา ศิริชัยวัจนเดชา, รองชนะเลิศอันดับ 2 ปิยะธิดา ไกรกิจราษฎร์ ประเภทประชาชนทั่วไป ชนะเลิศ จรัญ บุญประเดิม, รองชนะเลิศอันดับ 1 สารัช ศรีบุรินทร์ และรองชนะเลิศอันดับ 2ณรงค์ชัย สิทธิวัฒนาพร

BDMS รณรงค์ ลด ละ เลิก ใช้คำพูดทำร้ายผู้อื่น เสวนา ‘คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454241

BDMS รณรงค์ ลด ละ เลิก ใช้คำพูดทำร้ายผู้อื่น เสวนา ‘คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่’

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งต่อคำพูดที่ดีต่อกันบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ต้องการเห็นคนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี จัดงานเสวนา Dek Talk by BDMS ในหัวข้อ “Shared Kindness -คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่” รณรงค์ ลด ละ เลิกการใช้คำพูดทำร้ายจิตใจกัน (Bullying) อีกหนึ่งปัญหาด้านสังคมที่กำลังที่ BDMS ให้ความสำคัญ

สืบเนื่องจากการจัดกิจกรรม “Superhero in me”ให้แก่เด็กๆ จากชุมชน โดย BDMS ร่วมกับ ศูนย์จิตรักษ์โรงพยาบาลกรุงเทพ และ ฝ่าย Patient Relationship Management บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า เด็กๆ อยากเห็นสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คนไทยทำดีต่อกัน ไม่ทำร้ายกันด้วยคำพูด ประกอบกับสถิติของกระทรวงสาธารณสุขปี 2562 พบว่าสถานการณ์การรังแกกันในโรงเรียนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยพบว่ามีเด็กถูกรังแกในสถานศึกษาปีละประมาณหกแสนคน โดยประเทศไทยมีสัดส่วนนักเรียนถูกรังแกจากเพื่อนนักเรียนด้วยกันสูงถึงร้อยละ 40 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับสองของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ด้วยเหตุนี้ BDMS จึงมุ่งหวังที่จะร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนและร่วมสนับสนุนการส่งต่อคำพูดที่สร้างสรรค์สู่สังคมไทยลดการทำร้ายกันผ่านคำพูด สร้างความตระหนักรู้ในข้อเท็จจริงที่ว่า เราทุกคนควรได้รับการปฎิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่ควรมีบุคคลใด หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถูกตัดสินและได้รับถ้อยคำวิจารณ์ รูปลักษณ์ภายนอก เพศสภาพ หรือเชื้อชาติที่แตกต่างในเชิงลบ การรณรงค์ ลด ละ เลิก การใช้คำพูดทำร้ายจิตใจกันจึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาด้านสังคมที่ BDMS ให้ความสำคัญด้วยในขณะนี้ และนำมาซึ่ง งานเสวนา Dek Talk by BDMS ในหัวข้อ “Shared Kindness – คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเด็กๆ ในสี่ชุมชน ได้แก่ ชุมชนคลองเตย ชุมชนอ่อนนุช 88 ชุมชนเสือใหญ่ประชาอุทิศ และชุมชนสามัคคีพัฒนา เพื่อสร้างเวทีให้สังคมได้ยินเสียงสะท้อนจากเด็ก และแสดงให้เห็นว่า เสียงของพวกเขา “มีพลัง”ที่สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

รองศาสตราจารย์อัจจิมา เศรษฐบุตร ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ฝ่ายกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SVP -CSD) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานเสวนา Dek Talk by BDMSภายใต้หัวข้อ “Shared Kindness – คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่” จัดขึ้นเพื่อสานต่อเสียงเล็กๆ ของเด็กๆ จากชุมชน เสียงที่เป็นพลังอันยิ่งใหญ่และสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ให้สังคมได้ เวทีในวันนี้ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับแรงบันดาลใจจากความคิดเห็นของเด็กๆ ที่ต้องการเห็นสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่องการใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ สร้างการตระหนักรับรู้และไตร่ตรองถึงผลกระทบของการใช้คำพูดเชิงลบต่อผู้อื่น และร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่”

ภายในงานเสวนา Dek Talk by BDMS ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์กมล แสงทองศรีกมล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกรุงเทพ และ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ ร่วมเสวนาเกี่ยวกับผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่ถูกทำร้ายผ่านคำพูด และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อรับมือกับคำพูดเชิงลบต่างๆ พร้อมด้วย รัศมีแขฟ้าเกื้อล้น ดารานักแสดงชื่อดัง ที่มีประสบการณ์ถูกทำร้ายจิตใจผ่านคำพูด มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์ที่พบเจอก่อนและหลังเข้าวงการ เพื่อเป็นเสียงสะท้อนสู่สังคมของผู้ถูกกระทำ และเพื่อรณรงค์ให้คนในสังคมไทยเข้าใจและเห็นความสำคัญของคำพูด และกล่าวทิ้งท้ายว่า “แขเชื่อว่าเราทุกคนนั้นแตกต่างกัน ไม่มีใครควรได้รับคำพูดเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำวิจารณ์ รูปลักษณ์ภายนอก หรือเพศสภาพของผู้อื่น แขอยากให้งานเสวนาในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้เกิดการส่งต่อคำพูดที่ดีเพื่อสร้างสังคมที่ดีมากขึ้น”

ทั้งนี้ ความตระหนักรู้และไตร่ตรองถึงผลกระทบต่อผู้อื่นก่อนที่จะกระทำ การพูดเพื่อให้กำลังใจกัน การยอมรับและการเคารพถึงความแตกต่างของกันและกัน คือกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ BDMS ต้องการเห็นคนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี อยากเห็นคนไทยทุกคนร่วมมือกัน รณรงค์เรื่องคำพูดที่สร้างสรรค์ สร้างสังคมให้น่าอยู่ โดยเริ่มต้นจากการพูดสิ่งดีๆกับคนในครอบครัว เพื่อนในโรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชน และสังคม เพราะเมื่อเรามีสุขภาพจิตที่ดี ร่างกายเราก็จะดีตามจิตใจเราไปด้วย สังคมที่น่าอยู่จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราร่วมมือกัน

สามารถรับชมวีดีโอ “ดอกไม้ในคมมีด” ภายใต้โครงการ“Shared Kindness – คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่”ได้ที่เฟซบุ๊ค มูลนิธิเวชดุสิตฯ https://www.facebook.com/587052674766987/posts/1527586187380293?sfns=mo

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สืบสานประเพณีไทย LOY KRATHONG FESTIVAL

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454245

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สืบสานประเพณีไทย LOY KRATHONG FESTIVAL

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดกิจกรรม MBK Center LOY KRATHONG FESTIVAL ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สีสันแห่งสายน้ำ สัมผัสประเพณีลอยกระทง (Season of The River) เชิญชวนคนไทยร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง และนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยอันดีงามให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงวิถีชีวิต ส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดประทับใจ บริเวณทางเข้าศูนย์การค้าตกแต่งด้วยกระทงหลากสีสันสวยงาม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบและจุดถ่ายรูปเช็คอินสุดฮอตที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมมากมายสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ อาทิ ขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยอันงดงามอ่อนช้อย สาธิตประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ และแจกให้กับลูกค้าทั้งคนไทยและต่างประเทศได้นำไปลอยกระทงร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย บริเวณชั้น G ซึ่งจัดมาตั้งแต่วันที่9-11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ไฮไลท์อยู่ที่การประกวด เทพบุตรนพมาศและนางนพมาศ MBK MISTER & MISS NOPPHAMAT INTERNATIONAL CONTEST 2019 ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท บริเวณลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว ชั้น G โซน A ซึ่งมีหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 18-27 ปีให้ความสนใจเข้าร่วมประกวด โดยแต่ละคนจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผม ชุดแต่งกายแบบไทย และการนำผ้าไทยมาประยุกต์เป็นชุดสุดเท่ถือกระทงจากวัสดุธรรมชาติเดินโชว์บนเวที ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีเกณฑ์การตัดสินพิจารณาจากความสวยงามของชุดที่สวมใส่ ความสร้างสรรค์ของกระทง ตาม CONCEPT “SEASON OF THE RIVER สีสันแห่งสายน้ำ” รวมถึงบุคลิกภาพในการแนะนำตัวและท่วงท่าการเดิน

รางวัลผู้ชนะเลิศการประกวดได้รับตำแหน่ง MISTER NOPPHAMAT ได้แก่ สรพล ลูเซียโน่ มีสมพร หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ วัย 20 ปี ที่มีลีลาการแนะนำตัวอย่างมั่นใจและรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ทั้งยังเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมด้วยการพูดอีสานเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันรักษาประเพณีไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยต่อไป ซึ่งเขาแสดงความในใจหลังได้รับรางวัลว่า “ผมมีเวลาเตรียมตัวไม่กี่ชั่วโมง พยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดและทำอย่างเต็มที่ พอได้รับรางวัลชนะเลิศก็รู้สึกปลาบปลื้มดีใจ ตื่นเต้นมากๆ ต้องขอขอบคุณเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่จัดกิจกรรมดีๆ อย่างนี้ขึ้นมา”

ส่วนผู้ชนะเลิศการประกวดได้รับตำแหน่ง MISS NOPPHAMAT ได้แก่ พัชรินทร์ อินทรเดโชกุล ในชุดไทยจักรพรรดิ สวยงามดึงดูดสายตาทุกคู่ที่มาชม ถือกระทงใบตองที่ร่วมกับเพื่อนๆ ช่วยกันทำ ซึ่งเธอกล่าวว่า “ดีใจที่ได้รับรางวัล เพราะเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์การค้าใจกลางเมืองและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยตั้งใจเตรียมตัวมาอย่างดี ตอนอยู่บนเวทีพยายามเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด และมีความสุขกับทุกโมเมนต์ ชุดที่เลือกมามีสีแดงสื่อถึงสีสันสวยงามของดอกไม้บนกระทง สีทองสื่อถึงเปลวเทียนส่องสว่างไสวบนกระทง กระทงใบตองทำเองกับมือจึงเต็มไปด้วยความรักและตั้งใจ”