‘Horizon Line’ ลุ้นระทึก..เที่ยวบินมรณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘Horizon Line’ ลุ้นระทึก..เที่ยวบินมรณะ (naewna.com)

‘Horizon Line’ ลุ้นระทึก..เที่ยวบินมรณะ

‘Horizon Line’ ลุ้นระทึก..เที่ยวบินมรณะ

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จะเป็นอย่างไรหากทริปแห่ง “ความสุข”กลับแปรเปลี่ยนเป็น “ความทุกข์” เมื่อ“ความตาย” มาเยือนตรงหน้า

โมโนฟิล์ม เตรียมส่งปรากฏการณ์ระทึกของหนึ่งคู่รักที่ต้องเผชิญหน้ากับความตายเพียงเสี้ยววินาทีกับเที่ยวบินมรณะกลางเวหาใน Horizon Line นรก…เหินเวหา จากทีมผู้สร้าง Non-Stop และ The Shallowsภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจให้คนทั่วโลกมาแล้ว นอกจากนี้ยังได้นักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวู้ด อย่าง แอลลิสัน วิลเลียมส์ เจ้าแม่หนังไซไฟสยองขวัญที่เคยเขย่าขวัญคนดูจากภาพยนตร์ Get Out และ M3GAN มาสร้างความความระทึกขั้นสุด จนคุณต้องหยุดหายใจไปกับเที่ยวบินนรก

Horizon Line นรก…เหินเวหา เรื่องราวการเอาชีวิตรอดสุดระทึกของคู่รัก ซาร่า และแจ็คสัน (รับบทโดย แอลลิสัน วิลเลียมส์ และอเล็กซานเดอร์ เดรย์มอน) ที่กำลังจะเดินทางไปร่วมยินดีกับงานแต่งเพื่อนของ บนเกาะสวรรค์แต่ชะตาพลิกผัน ทำให้ทั้งคู่กลับเอาชีวิตมาฝ่าความตายในระดับความสูงเสียดฟ้า เมื่อนักบินเกิดหัวใจวายเสียชีวิตกะทันหันหลังจากเครื่องบินขึ้นเพียงไม่กี่นาที ทำให้ซาร่าและแจ็คสันกลายเป็นนักบินจำเป็นที่ต้องขับเครื่องบินแบบไม่รู้ชะตา

Horizon Line “นรก…เหินเวหา”

24 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ช่อง 7HD ส่งนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว เสิร์ฟความสุข มอบปฏิทินพิเศษของขวัญปีใหม่ 2564 ฟรี! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ช่อง 7HD ส่งนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว เสิร์ฟความสุข มอบปฏิทินพิเศษของขวัญปีใหม่ 2564 ฟรี! (naewna.com)

ช่อง 7HD ส่งนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว เสิร์ฟความสุข  มอบปฏิทินพิเศษของขวัญปีใหม่ 2564 ฟรี!

ช่อง 7HD ส่งนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว เสิร์ฟความสุข มอบปฏิทินพิเศษของขวัญปีใหม่ 2564 ฟรี!

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่อง 7HD ส่งความสุขรับปีใหม่ 2564 ยกทัพนักแสดงชื่อดัง และผู้ประกาศข่าวชั้นนำรวมกว่า 100 ชีวิตมาร่วมส่งมอบของขวัญสุดพิเศษ แจกปฏิทินสวยๆ จากใจให้กับแฟนๆ ช่อง 7HD นำโดยนักแสดงและผู้ประกาศข่าวโดยทัพนักแสดงและผู้ประกาศข่าว พร้อมแจกปฏิทินปีใหม่ 2564 เริ่มวันแรก ศุกร์ที่18 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ณ ช่อง 7HD พบกับ แม็กกี้-อาภา, บอส-ชนกันต์, บิ๊ก-ณทรรศชัย,แจมมี่-ปาณิชดา, แพรว-เฌอมาวีร์ และ โอ๊ต-รัฐธีร์ พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าวนำโดย เปรมสุดา, ศจี, นภัสกรณ์, กมลาสน์ และ ณิชารีย์ และในเวลา 16.00 น. พบกับ ชิงชิง-คริษฐา, พีพี-พัชญา, บอม- พงศกร, ฟีฟ่า-เปรมอนันต์ และ กานต์-ณัฐชา พร้อมผู้ประกาศข่าว ภานุรัจน์ ที่ ชั้น G เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ

นอกจากนี้ ยังมีการมอบปฏิทินสวยๆ ให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดนักแสดงที่ชื่นชอบอีกหลายแห่ง อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกตศูนย์การค้าสเปลล์ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง สามารถติดตามอัพเดตข่าวคราวรายละเอียดวัน-เวลา สถานที่การแจกปฏิทินปีใหม่ 2564 ส่งมอบความสุขนี้ได้อีกครั้งทางหน้าจอ ช่อง 7HD กด 35 และทางโซเชียล Facebook, IG, Twitter : Ch7HD และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘แพรว’ ปลื้มปริ่ม ร่วมงาน ‘เกรท’ ครั้งแรก เปิดมุมมองใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘แพรว’ ปลื้มปริ่ม ร่วมงาน ‘เกรท’ ครั้งแรก เปิดมุมมองใหม่ (naewna.com)

‘แพรว’ ปลื้มปริ่ม  ร่วมงาน ‘เกรท’ ครั้งแรก  เปิดมุมมองใหม่

‘แพรว’ ปลื้มปริ่ม ร่วมงาน ‘เกรท’ ครั้งแรก เปิดมุมมองใหม่

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับนางเอกสาวสุดห้าวอย่าง “แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค” กับบทบาทของการเป็นคุณหมอที่ท้าทายความสามารถทางการแสดง รวมไปถึงการร่วมงานกันครั้งแรกกับพระเอกหนุ่มตี๋สุดฮอต “เกรท-สพล อัศวมั่นคง” ในละครดราม่าเข้มข้น “รหัสริษยา” ของค่าย “ดาราวิดีโอ” โดย “แพรว” เล่าว่า

“เรื่องนี้ถือเป็นการเปิดประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ให้กับแพรวเลยเพราะเป็นการพลิกบทบาทคาแร็กเตอร์ที่แพรวไม่เคยได้แสดงมาก่อน กับการเป็น “หมอ” แรกๆ ก็กังวล เพราะคาแร็กเตอร์ของความเป็นหมอต้องดูนิ่งๆ จริงจัง แต่พอได้มาพูดคุยคาแร็กเตอร์กับพี่ฬอน ผู้กำกับ แล้วก็เลยทำให้คลายความกังวลไปได้เยอะ เพราะตัวละครตัวนี้ที่พี่ฬอนมอง คืออยากให้เอาความเป็นตัวเองของเราที่บ้าๆ บอๆ อยากรู้อยากเห็น ช่างจุ้น ไม่อยู่นิ่งมาใช้ในตัวละครตัวนี้ เพราะหมอนิชาดา จะเป็นคนเดียวของเรื่องที่มีพาสคอเมดี้ คอยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในละคร ยิ่งทำให้เราใจชื้นขึ้นเป็นกอง นอกจากนี้มีอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้แพรวรู้สึกดีใจไม่ต่างกันก็คือการได้ร่วมงานกับนักแสดงใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้ร่วมงานด้วยมันเหมือนเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของเราด้วย โดยเฉพาะเกรท เกรทเป็นคนที่น่ารักมาก ตั้งใจและเต็มที่กับงาน เขาทำการบ้านในตัวละครของเขาที่ได้รับมาอย่างดี จนบางทีเราเองก็ไม่กล้าที่จะไปแหย่หรือหยอกเขาเลย กลัวว่าจะไปรบกวนหรือทำลายสมาธิของเขา แต่เขาก็บอกเราเสมอว่าไม่เป็นไรครับ ดีซะอีกจะได้เป็นการละลายพฤติกรรมกันด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเกรทถึงเป็นที่รักของทุกคน เพราะเขาเป็นคนนุ่มนวล สุภาพมากๆ เวลาพูดก็จะมีลงท้ายด้วยคำว่า ครับ ทุกคำ แพรวเลยรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนน่ารักๆ แบบนี้การทำงานของเราทั้งคู่เลยค่อนข้างลงตัว ถือว่าเป็นเคมีใหม่ๆที่น่าจับตามองนะคะ”

‘หม่ำ’ เปิดซิงกับพระนครฟิล์ม แปลงโฉมสวยหล่อล็อกทุกบท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘หม่ำ’ เปิดซิงกับพระนครฟิล์ม แปลงโฉมสวยหล่อล็อกทุกบท (naewna.com)

‘หม่ำ’ เปิดซิงกับพระนครฟิล์ม แปลงโฉมสวยหล่อล็อกทุกบท

‘หม่ำ’ เปิดซิงกับพระนครฟิล์ม แปลงโฉมสวยหล่อล็อกทุกบท

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักแสดงคุณภาพ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา กลับมาอีกครั้งพร้อมคาแร็กเตอร์แปลกตาทุกบทบาทในภาพยนตร์ตลกอารมรณ์ดี “คุณชายใหญ่” ของค่ายพระนครฟิลม์ ส่งท้ายปีชวด เจ้าตัวแทบจะเหนื่อยหอบกว่าจะแต่งตัวเป็นแต่ละคนแล้ว แสดงให้ผ่านฉลุยสมใจยาก

“เรื่องนี้เป็นหนังที่ท้าทายผมอีกเรื่องก็ว่าได้ ไม่ต้องมีแอ๊กชั่นตูมตาม, ไม่มีฉากใหญ่อลังการ ไม่ต้องมีบู๊ล้างผลาญ แต่ต้องมีเทคนิคแต่งหน้า แปลงโฉมเพื่อให้มีคุณชายที่หน้าตาเหมือนกันหมดกับพี่น้องและเครือญาติ แล้วในแต่ละฉาก ต้องถ่ายกันหลายซีน หลายมุมเพื่อให้ได้ที่แตกต่างและต้องมีแชร์ไอเดีย ครีเอทแต่ละซีนด้วย จึงเป็นเรื่องของความกดดันที่จะไม่ให้หนังออกมาซ้ำทางของตัวเองมากกว่า ตรงนี้แหละที่จะยากยิ่งกว่าการกำกับหนังแอ๊กชั่นด้วย”

การร่วมงานกับพระนครฟิลม์ เป็นครั้งแรก “ออกตัวก่อนว่าดีใจที่ได้เป็นอีกหนึ่งทีมงานที่ผลิตงานให้กับบริษัท พระนครฟิล์มถือว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และบอสใหญ่ก็ใจดีอย่างคุยงานกับพี่แหลม (ธวัชชัย พันธุ์ภักดี)ก็จะคอยปรับจูนและแนะนำกันมาตลอดว่า ชอบตรงไหนไม่ชอบตรงไหน อย่างหนังเรื่องนี้ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมฉายให้เป็นของขวัญปีใหม่แด่คนไทยรับปีฉลู ให้ดูหนังแล้วอิ่มสุขสบายใจสไตล์หม่ำ เป็นหนังที่ดูแล้วไม่มีพิษภัย ดูแล้วอมยิ้ม ต้องบอกว่า แค่ดูผมเล่นคนเดียวก็คุ้มแล้วนี่ยังได้เห็นหม่ำเล่นเป็นอีก6 คาแร็กเตอร์ คิดว่าคนดูได้เห็นต้องขายขำอมยิ้มแน่นอน” รอติดตามชม “คุณชายใหญ่” ผลงานการผลิตจากค่ายพระนครฟิลม์ 31 ธ.ค. ทุกโรงภาพยนตร์ต้อนรับปีฉลู

ใจหาย! ‘พลอย เฌอมาลย์’ ประกาศอำลาจอ กับผลงานละครเรื่องสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ใจหาย! ‘พลอย เฌอมาลย์’ประกาศอำลาจอ กับผลงานละครเรื่องสุดท้าย (naewna.com)

ใจหาย! 'พลอย เฌอมาลย์'ประกาศอำลาจอ กับผลงานละครเรื่องสุดท้าย

ใจหาย! ‘พลอย เฌอมาลย์’ประกาศอำลาจอ กับผลงานละครเรื่องสุดท้าย

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.53 น.

15 ธ.ค.63 ทำเอาแฟนๆ ใจหายเลยทีเดียว เมื่อจู่ๆ “พลอย เฌอมาลย์” ได้ประกาศเลิกเล่นละครผ่านอินสตาแกรม โดยสาวพลอยได้โพสต์คลิปโปรโมตละครเรื่อง “เรยา”  พร้อมเขียนข้อความว่าละครเรื่องนี้จะเป็นผลงานจอแก้วเรื่องสุดท้ายแล้ว ซึ่งสาวพลอยได้เขียนแคปชั่นว่า

“เรยา จะเป็นผลงานละครทางจอแก้ว เรื่องสุดท้าย ที่พลอยจะฝากไว้ให้กับแฟนๆละครของพลอยนะคะ พลอยได้ทำอย่างเต็มที่สุดฝีมือของพลอย ที่จะถ่ายทอดตัวละครออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด ตามที่ได้รับหน้าที่มอบหมายมาให้สวมบทเป็น เรยา (ภาคอวสาน ) ต่อเนื่องมาจาก 1 มงกุฎดอกส้ม 2 ดอกส้มสีทอง 3 เรยา พลอยอยากจะขอบคุณ พี่ถา พี่ชายที่รัก และ คุณ ถ่ายเถา สุจริตกุล (ผู้ประพันธ์บทละคร) พี่เล็กน้อย และ คุณ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ที่ไว้วางใจให้พลอยได้รับบทนี้ ได้ทำงานที่พลอยรักที่สุดในชีวิต และ เป็นผลงานทาง ละครจอแก้ว ชิ้นสุดท้ายที่พลอยภาคภูมิใจที่จะฝากให้กับผู้ชมที่พลอยรักเป็นชิ้นสุดท้าย……

มันถึงเวลาแล้ว ที่พลอยจะต้องลาจาก วงการละคร พลอยทำมาทุกบทบาทแล้วจริงๆ แต่พลอยยังไม่ไปไหนนะคะ พลอยยังเปิดรับในโอกาสใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรหรือทางหนัง ถ้ามีโอกาสได้เล่นภาพยนตร์ เราอาจจะได้เจอกัน ทางจอเงิน (ถ้ามีโอกาสนะคะ) อยากจะขอบคุณแฟนคลับทุกท่านที่คอยสนับสนุนผลงานของพลอยมาตลอด 27 ปี ทุกคำติชม กำลังใจจากทุกคน พลอยขอบคุณและทราบซึ้งใจ และจะอยู่ในความทรงจำของพลอยตลอดไป

จากนี้ ชีวิตของพลอยต้องเดินหน้าต่อไปในเส้นทางอื่นๆแล้ว เป็นกำลังใจให้พลอยด้วยนะคะ รักภาคจบของเมียน้อยยืนหนึ่ง #เรยา #ช่อง8 #ร้ายกว่านี้ก็แม่มดละนะ “พูดกับฟ้ารบกวนพูดภาษาเงิน” การกลับมาที่เหนือกว่าทุกความคาดหมาย กับบทบาททิ้งทวนของ “พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” พร้อมทีมนักแสดงนำ เพิ่มความแซ่บให้ #ภาคจบเรยา อย่างสมน้ำสมเนื้อ”

‘เต่า เชิญยิ้ม’ ควงภรรยาเผยเส้นทางความรัก พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์ตลกตกอับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เต่า เชิญยิ้ม’ควงภรรยาเผยเส้นทางความรัก พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์ตลกตกอับ (naewna.com)

'เต่า เชิญยิ้ม'ควงภรรยาเผยเส้นทางความรัก พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์ตลกตกอับ

‘เต่า เชิญยิ้ม’ควงภรรยาเผยเส้นทางความรัก พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์ตลกตกอับ

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.24 น.

ตลกแถวหน้าของเมืองไทย เต่า เชิญยิ้ม ที่วันนี้ขอควงศรีภรรยามาเปิดเผยเส้นทางชีวิตกว่า 30 ปี ที่กว่าจะรักกันได้ไม่ง่ายเลย โดยทั้งคู่มาเปิดใจผ่านทาง รายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์ไม่ได้เป็นตลกตกอับ

รักกันมา 30 ปีแล้ว ซึ่งพี่เต่าก็แอบชอบพี่อ้อยมาก่อนหน้านี้?

เต่า : ใช่ ตั้งแต่เขาเรียน ม.3 บ้านตรงข้ามกันเลย ที่มองเขาเป็นคนขยัน ช่วยพ่อ แม่ทำงาน

พี่รู้สึกเหมือนกันไหม เห็นหน้าเขาครั้งแรกเป็นยังไง?

อ้อย : ก็ธรรมด่า เฉย ๆ
เต่า : เขาไม่ชอบผม เมื่อก่อนผมติดเมา พูดง่ายๆ เด็กเกเรคนนึง

แล้วสุดท้ายปะกันได้ยังไง ไปจีบเขาติดได้ยังไง?

เต่า : น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน ก็คือคุยกันทุกวัน ทีนี้ผมทำงานด้วย มีรถ ให้เขาเห็นว่าเราขยันทำมาหากิน จะเกเรก็ส่วนเกเร เมื่อก่อนสายบู๊ เพื่อนมีเรื่องไม่ได้ต้องช่วย เป็นคนใจร้อน ทางพ่อ แม่ ไม่ชอบ คนจีนด้วย เมื่อก่อนผมเกเร แล้วเมา

แล้วมีวิธีอะไรพิชิตใจพี่อ้อย?

เต่า : เรื่องจริงหรือไม่จริงไม่รู้ผมใช้บน ผมอยู่กับเขา ผมไปแก้บนด้วยนะ ก็บนขอให้ได้ผู้หญิงคนนี้เป็นเมีย แล้วผมก็ขอคาถาพ่อ พ่อก็บอกซื้อน้ำหอม 3 ขวดห้ามต่อแล้วก็เล่นของ ผมก็ท่องคาถา แต่จริงไม่จริงมันอยู่ที่ตัวเรา

แต่สุดท้ายพี่ก็ได้พาคุณภรรยาไปกินข้าวด้วย?

เต่า : คือผมชวนไปทุกวันประมาณ 4 โมงเย็น ก็สนิทกันทั้งบ้าน ก็ขอพ่อเขา 4 โมงเย็นไป 5 โมงเย็นกลับ กินมาเป็นปี แต่ไม่ได้กินทุกวันนะ แล้ววันนั้นอยู่ๆ เขาก็บอกว่าวันนี้ไปกินวันสุดท้ายนะ เราก็งงว่าทำไมแม่พูดแบบนี้
อ้อย : แม่ให้เลิกคบ

แล้ววันไหนที่กลับมาแล้วแม่ตี?

เต่า : ก็วันนั้นแหละ ผมก็วางแผนตัวเอง ก็คบกันมานานแล้ว ดูหนังก็ดูด้วยกัน แอบจับไม้ จับมือ หอมแก้มมี แต่ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย แล้ววันนั้นไหนๆ จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว ผมชวนเขาไปร้านอาหารเลย ไปคาเฟ่แถวเตาปูน วันนั้นกลับดึกเลย ประมาณ 2 ทุ่ม พี่ชายผมก็บอกว่ารีบไปเลย แม่เขาจะเอาไม้มาตีอ้อย ผมคว้ามือเขาโบกตุ๊กตุ๊กก็ไปเรื่อยๆ ตอนนั้นมีเงินในกระเป๋าหลักพัน ไม่ได้เก็บเสื้อผ้า วันนั้นไปเลย ก็ไปอยู่โรงลิเกที่ชลบุรี ก็อยู่สักเดือนนึง สักพักเขาท้อง แม่ก็โทรมาว่าเต่าไม่ต้องมานะแม่เขาแจ้งความแล้ว แต่พอเขาท้องเราก็โทรไปบอกแม่เขาว่าเดี๋ยวไปขอขมา แล้วจากนั้นก็อยู่ด้วยกันเลย

ใครคิดว่าตอนนี้พี่เต่าเป็นตลกตกอับ?

เต่า : ตอนนั้นแจ็ค เชิญยิ้ม เขามาสัมภาษณ์ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายบ้านมาใหม่ๆ จัดของ จัดอะไรไม่เรียบร้อย ผมก็แต่งตัวเซอร์ๆ นอนเตียงทหาร ภาพมันก็หลุดออกไป  แต่ก็มีบ้านนะ ผมก็จัดฉากขำๆ  คนอื่นไม่ขำด้วย ทีนี้ก็เลยเป็น ตลกตกอับ เต่า เชิญยิ้ม แต่หลังจากวันนั้นงานเข้าเพียบเลย

พี่อ้อยมีคนเข้ามาพูดว่าเราตกอับไหม?

อ้อย : ไม่มี

คนรอบตัวเขารู้ว่าเราเป็นยังไง?

เต่า : รู้ครับ คนแถวบ้านจะรู้ว่าก็ไม่ได้ลำบากอะไร

พอหมดกับซิทคอมยุบก็ไม่ได้เห็นหน้าพี่บนจอทีวีเลยเหรอ?

เต่า : มีรับเชิญแต่น้อยมาก คนก็เลยคิดว่าตกอับ เมื่อก่อนก็รับเชิญไปช่องโน้น ช่องนี้ เดี๋ยวนี้ตลกรุ่นใหม่เยอะ ทีนี้เขาก็มองว่าเราหาย ผมไม่ออกทีวีเลยช่วงหลัง

แล้วเวลาที่เราไม่ออกทีวีเราทำอะไร?

เต่า : เขาก็ขายของทุกอย่าง
อ้อย : ขายของกิน กาแฟสดมั้ง ไก่ทอดมั้งที่มันจะขายได้ง่ายๆ
เต่า : ส่วนผมก้ขายรถมือสองอยู่แล้ว ขายมา 20 กว่าปีแล้ว

เห็นบอกว่ามีช่วงนึงที่กลัวส่งเขาเรียนไม่จบ?

เต่า : ช่วงตกงานจากเอ็กซ์แซ็ก แล้วเขาสอบติดพอดีการบิน ผมก็คิดว่าทำไงวะเนี่ย

ใช้เงินเยอะไหม?

เต่า : ก็เยอะนะ ก็ช่วยกันสองคนกับแฟน แล้วก็น้องสาวแฟนก็ช่วย

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

มธ.ชู ‘หลักสูตรนานาชาติ’ การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – มธ.ชู‘หลักสูตรนานาชาติ’การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’ (naewna.com)

มธ.ชู‘หลักสูตรนานาชาติ’การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’

มธ.ชู‘หลักสูตรนานาชาติ’การศึกษากับสำนึกคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ ‘Global Citizen’

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.07 น.

ในวันที่วัฒนธรรมข้ามพรมแดนไหลบ่าเข้ามาให้เลือกเสพอย่างล้นทะลัก การสื่อสารได้ชักนำให้โลกทั้งใบกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทุกคน จึงไม่แปลกที่วันว่างของเด็กชายจะหมดไปกับการ์ตูนอนิเมชั่นภาษาต่างประเทศ น้องสาวคุ้นชินกับบทบาทเจ้าหญิงเอลซ่าราวกับว่าเธอถือกำเนิดมาจากดินแดนหิมะ ขณะที่คู่รักเพลิดเพลินอยู่กับ Netflix มากกว่าการซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ในโรงหนัง

เมื่อโลกรวมเป็นหนึ่ง คนยุคสมัยนี้จึงมีสำนึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองของโลก (Global Citizen) มากกว่าการเป็นประชาชนของประเทศเดียว แน่นอนว่าการศึกษาต้องสอดคล้องกับสำนึกใหม่นี้ด้วยเช่นกัน

ณ ปี 2020 มีการพูดถึงการเรียนการสอนของ “หลักสูตรนานาชาติ” มากขึ้น ด้วยเชื่อว่าหลักสูตรนานาชาติจะช่วยหนุนเสริมและเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียนเพื่อก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกอย่างกลมกลืน

รศ.ดร.พิษณุ ตู้จินดา อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อธิบายว่า ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว มีการแชร์องค์ความรู้และเทคโนโลยีจากทั่วโลก เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นตลอดเวลา หลักสูตรนานาชาติจึงเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาก้าวออกจากกรอบเดิมๆ เพื่อไปเป็นส่วนหนึ่งของโลก

หลักสูตรนานาชาติจึงมีข้อกำหนดมากมาย อาทิ หลักสูตรต้องได้รับมาตรฐานเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยนานาชาติ ต้องมีความหลากหลาย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเข้าใจความแตกต่าง มีแหล่งความรู้และเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เท่าทันปัจจุบัน

“การเรียนร่วมกับชาวต่างชาติทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น เราจะรู้ว่าประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ seniority มาก การล้อเล่นกับผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ การดีลธุรกิจกับคนญี่ปุ่นหากเราไม่มีสัมมาคารวะก็จะถูกเช็คลิสต์ไว้ คะแนนจะตก หรือในญี่ปุ่นเราจะใส่สีขาวไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของงานศพ ซึ่งแน่นอนว่า ในแต่ละประเทศก็มีเรื่องละเอียดอ่อนที่แตกต่างกันออกไป” รศ.ดร.พิษณุ ยกตัวอย่าง

เห็นได้ชัดว่า  หลักสูตรนานาชาติไม่ใช่แค่การสอนเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว หากแต่มุ่งเน้นไปที่ความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้อื่นด้วย

รศ.ดร.วารี กงประเวชนนท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายรับเข้าศึกษาและประชาสัมพันธ์ SIIT อธิบายว่า ผู้ที่เรียนในหลักสูตรนานาชาติจะเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้าใจถึงมุมมอง วิธีคิด ตลอดจนธรรมชาติของเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นชาวต่างชาติ นั่นทำให้ผู้เรียนมีความยืดหยุ่น เปิดใจ และสามารถปรับทัศนคติเพื่อยอมรับความแตกต่างได้

“ยกตัวอย่างขณะนี้เรามีนักเรียนจากศรีลังกาเข้ามาร่วมด้วย หากเป็นสมัยก่อนนักศึกษาจะคิดว่าเขาเหล่านั้นเป็นคนอินเดีย หรือมองว่าผู้ที่นุ่งผ้าส่าหรีต้องเป็นคนอินเดียเท่านั้น แต่เมื่อได้เรียนรู้ก็จะเข้าใจว่าคนศรีลังกาไม่ใช่คนอินเดีย และคนศรีลังกามีมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับคนไทยมาก” รศ.ดร.วารี ระบุ

รศ.ดร.วารี อธิบายต่อไปว่า การเข้าใจความแตกต่างสัมพันธ์โดยตรงกับชีวิตการทำงานในอนาคต นั่นเพราะการทำงานจำเป็นต้องทำร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย ต่างอายุ ต่างเจนเนอเรชั่น ต่างสัญชาติ ต่างความเชื่อ ฉะนั้นการทำงานจะต้องมีความกลมกลืนและเข้าใจถึงแนวคิดของผู้อื่นจึงจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งจากการสำรวจนักศึกษาที่จบจาก SIIT พบว่าจะมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่อื่น และมีอัตราการหางานได้ถึง 95% ขณะที่ผลตอบรับของนายจ้างต่อความพึงพอใจในตัวบัณฑิตก็อยู่ในระดับที่สูงมาก

รองผู้อำนวยการฝ่ายรับเข้าศึกษาและประชาสัมพันธ์ SIIT บอกอีกว่า ขณะนี้ SIIT อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 “โครงการ Inter Portfolio 1” (ยื่นพอร์ต) ไปจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563

สำหรับการทำ portfolio มีข้อแนะนำคือควรเขียนออกมาให้น่าสนใจ ครบถ้วนและกระชับ บ่งบอกสิ่งที่ตัวนักศึกษาได้เรียนรู้มา โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดึงจุดแข็งของตัวเองออกมานำเสนอให้สอดคล้องกับคณะที่อยากเข้าเรียน หลักสำคัญคือการแสดงศักยภาพของตนเองให้ทางคณะอาจารย์ได้เห็น

นอกจากนี้ SIIT ทุนการศึกษาจากโครงการสร้างปัญญาวิทย์ผลิตนักเทคโน (YSTP) ทั้งทุนเต็มจำนวน ทุนครึ่งจำนวน ทุนบางส่วน และทุน สอวน. สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาหรือศึกษาจบการศึกษาในระดับชั้น ม.ปลาย หรือเทียบเท่า และมีเกรดเฉลี่ยสะสม ม.4 – ม.6 รวม 5 ภาคการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 2.75

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siit.tu.ac.th หรือโทร 02-986-9009 ต่อ 1002 – 1006

‘ร.10’ ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ร.10’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน (naewna.com)

'ร.10'ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน

‘ร.10’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.50 น.

16 ธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ข้อความว่า 

ฯพณฯ นายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน กรุงนูร์-ชุลตัน ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะขอส่ง คำอำนวยพรและความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนและความรุ่งเรืองไพบูลย์ของสาธารณรัฐคาซัคสถาน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไมตรีจิตมิตรภาพอันใกล้ชิดระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะยังคงดำเนินก้าวหน้าต่อไป อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมืออันก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘ในหลวง’ ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน (naewna.com)

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.47 น.

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน ในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรบาห์เรน  

16 ธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคลไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน  ในโอกาสวันชาติของราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ความว่า 

สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อัลเคาะลีฟะฮ์ แห่งบาห์เรน กรุงมานามา ในโอกาสวันชาติของราชอาณาจักรบาห์เรน หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีอย่างจริงใจ เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวบาห์เรน

หม่อมฉันเชื่อมั่นอย่างแน่แท้ว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มั่นคงระหว่างประเทศของเราทั้งสอง ซึ่งเจริญงอกงามแน่นแฟ้นมาอย่างต่อเนื่อง จะสร้างเสริมความร่วมมือให้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สุขร่วมกันของประชาชนทั้งสองฝ่าย

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิรลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ถอดบทเรียนวิกฤติโควิด(จบ) ‘ข่าวปลอม’ กับทักษะพลเมืองดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ถอดบทเรียนวิกฤติโควิด(จบ) ‘ข่าวปลอม’กับทักษะพลเมืองดิจิทัล (naewna.com)

ถอดบทเรียนวิกฤติโควิด(จบ)  ‘ข่าวปลอม’กับทักษะพลเมืองดิจิทัล

ถอดบทเรียนวิกฤติโควิด(จบ) ‘ข่าวปลอม’กับทักษะพลเมืองดิจิทัล

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จาก 3 ตอนที่แล้ว (ฉบับวันพุธที่ 2, จันทร์ที่ 7 และพุธที่9 ธ.ค. 2563) เป็นการไล่เลียงเรื่องราวของเทคโนโลยีดิจิทัลกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่การนำมาใช้วางระบบดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างครบวงจร ข้อถกเถียงระหว่างสิทธิความเป็นส่วนตัวกับการปกป้องสุขภาพส่วนรวม และความเหลื่อมล้ำของผู้ที่เข้าไม่ถึง ฉบับนี้จะเป็นตอนสุดท้ายของการจัดสัมมนานักคิดดิจิทัลครั้งที่ 14 ส่งท้ายปี 2020 สรุปบทเรียนชวนคิดว่าด้วยเรื่อง “พลเมืองดิจิทัลในการรับมือยุคนิว นอร์มอล” โดยว่าด้วยเรื่องของ “ข่าวปลอม (Fake News)” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการบัญญัติคำศัพท์ใหม่คำหนึ่งคือ“Infodemic” โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่าหมายถึง“การกระจายข่าวลวงและข่าวลือที่สร้างความเข้าใจผิดแพร่เร็วกว่าการระบาดของโรค” ก่อให้เกิดผลเสียหลายประการ รวมทั้งการตีตราทางสังคมและการเลือกปฏิบัติคนที่มาจากพื้นที่ระบาด และในงานสัมมนานักคิดดิจิทัลฯ ข้างต้นพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ อสมท ผู้นำเสนอหัวข้อที่ 4 “พลเมืองยุคดิจิทัลกับการรับมือโรคระบาดของข้อมูลข่าวสาร” เป็นผู้กล่าวถึงประเด็นนี้

พีรพล เริ่มต้นจากการกล่าวถึงคำว่า “พลเมือง” ซึ่งมีหลายมิติ เช่น พลเมืองโลก พลเมืองของชาติ ขณะที่ “พลเมืองดิจิทัล หมายถึงผู้ที่เข้าถึงอินเตอร์เนตแล้วสามารถใช้อินเตอร์เนตเพื่อมีส่วนร่วมในสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และมีความปลอดภัย” โดยการที่จะเป็นพลเมืองดิจิทัลได้ต้องมีทักษะ 8 อย่าง คือ 1.รักษาอัตลักษณ์ที่ดีของตนเอง 2.ดูแลข้อมูลส่วนบุคคล3.คิดวิเคราะห์และมีวิจารณญาณที่ดี

4.จัดสรรเวลาหน้าจอได้ 5.รับมือกับการคุกคามบนโลกออนไลน์ 6.บริหารจัดการข้อมูลที่ผู้ใช้งานทิ้งไว้ (Digital Footprint) จะโพสต์อะไรบนโลกออนไลน์ต้องเข้าใจเสมอว่าเป็นร่องรอยทิ้งไว้
หรือต้องระมัดระวังเมื่อไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการในสถานที่ต่างๆ 7.รักษาความปลอดภัยทางออนไลน์ของตนเอง และ 8.ใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม ทั้งนี้ การเป็นพลเมืองดิจิทัลซึ่งเริ่มจากการใช้งานอินเตอร์เนตเปรียบได้กับการเข้าเรียนในชั้นเรียน และการมาเยือนของวิกฤติไวรัสโควิด-19 เปรียบเหมือนการสอบครั้งสำคัญ

โดยการสอบครั้งนี้อาจแบ่งได้เป็น 5 วิชา 1.การเตรียมพร้อมรับมือ เมื่อกล่าวถึงการรับมือมักมีการอ้างถึงคำกล่าวของ บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เมื่อปี 2558 ว่า “เรายังไม่พร้อมกับสถานการณ์โรคระบาด” ซึ่ง 2 ปีก่อนหน้านั้นหรือในปี 2556 มีการระบาดใหญ่ของไวรัสอีโบลา และเมื่อถึงปี 2563 ที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดนั้น สิ่งที่บิล เกตส์ กล่าวไว้ดูจะไม่ผิดไปจากความเป็นจริงนัก เมื่อการรับมือของมนุษย์ยังห่างไกลจากคำว่าพร้อมอยู่พอสมควร

“ในส่วนของทักษะพลเมืองดิจิทัลทั้ง 8 แบบ ไม่รองรับการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด แล้วก็รวมถึง Infodemic หรือการระบาดของข่าวปลอมด้วย แล้วการไม่รองรับมันแปลว่าต้องเพิ่มเติมอะไรสักอย่างเข้าไปเพื่อทำให้ทักษะพลเมืองดิจิทัลรองรับมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน การที่เรามีทักษะพลเมืองดิจิทัลไม่ครบทั้ง 8 อย่างนั้นก็ได้สร้างผลกระทบเหมือนกัน นั่นคือการทำให้สถานการณ์โรคระบาดและโรคระบาดข่าวปลอมเลวร้ายลงไปด้วย ก็คือเราขาดอะไรบางอย่างพร้อมรับมัน แต่ในเวลาเดียวกันความไม่สมบูรณ์ของเรามันทำให้หลายอย่างเลวร้ายลง” พีรพล กล่าว

ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ อสมท กล่าวต่อไปว่า 2.การรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า ยกตัวอย่างที่ประเทศจีน มีแพทย์ท่านหนึ่งที่พบความผิดปกติอันเป็นสัญญาณโรคระบาด แต่เมื่อไปแจ้งหน่วยงานของรัฐให้ช่วยเตือนประชาชนกลับถูกจับกุมและไม่ยอมให้เผยแพร่เรื่องนี้ ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างเสรีโดยเฉพาะในจีน อาจส่งผลกับสถานการณ์ในเวลาต่อมาได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังพบทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory)ที่สนับสนุนสมมุติฐานต่างๆแม้กระทั่งนำภาพข่าวจากต่างประเทศมาทำให้สถานการณ์ในประเทศที่ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งแย่ลง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเทศใด สิ่งที่พบเหมือนกันคือเมื่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มรุนแรงขึ้น จะพบชุดข้อมูลที่คล้ายกันเสมอ เช่น คนล้ม โดยในประเทศไทยที่สถานการณ์รุนแรงช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 2563 ก็มีภาพนี้ และเมียนมาที่ระบาดหลังไทยก็เจอภาพและข้อความในทำนองเดียวกันเป็นภาษาเมียนมา

3.การรับมือข่าวปลอม แม้ความตระหนักจะเป็นเรื่องดี แต่เมื่อไปบวกกับความบกพร่องของการสื่อสาร เช่น การมีอยู่ของข่าวปลอมและการสร้างข่าวปลอมยังสร้างรายได้ให้คนปล่อยข่าวได้อยู่
ซึ่งข่าวปลอมบนโลกออนไลน์นั้นส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในโลกจริงด้วย เพราะด้วยความเป็นโรคอุบัติใหม่และแต่ละคนต้องการปกป้องตนเอง อินเตอร์เนตจึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารสำคัญ

4.การปรับตัวเผชิญสถานการณ์ ในช่วงที่การระบาดรุนแรง เกิดนวัตกรรมเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันทั้งในโลกจริง เช่น ตู้ปันสุขและบนโลกออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ทางวิชาการในต่างประเทศบางแห่ง เปิดให้เข้าไปอ่านงานวิจัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และ 5.การอยู่กับสถานการณ์ เรื่องนี้ยังทำได้ไม่ดีนัก ดังจะเห็นว่าระยะหลังๆ ไม่ค่อยมีใครสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) แพลตฟอร์มไทยชนะกันแล้ว

“มีการ์ตูนที่ออกมาจากหน่วยงานที่ชื่อว่า Infodemic Management (การบริหารจัดการข่าวลวง/ข่าวลือ) ซึ่งเป็นศาสตร์ใหม่ของ WHO เขาบอกมีหมาป่ากับแกะ หมาป่าบอกว่ารู้ไหมว่าฉันเป็นหมาป่า แกะตัวหนึ่งบอกว่าหมาป่าไม่กินเด็ก ก็คือกินแต่คนแก่คนป่วยเท่านั้น ถ้าเราร่างกายแข็งแรงหมาป่าก็ไม่กัด อีกตัวหนักเลยบอกไม่มีหมาป่าอยู่จริง คือมันอาจเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ได้ แล้วผมว่าทุกวันนี้ก็เกิดปรากฏการณ์นี้กับหลายๆ เรื่อง” พีรพล ระบุ

ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์อสมท ฝากทิ้งท้ายว่า แม้ทั้ง 5 วิชานี้จะมีทั้งที่สอบผ่านและไม่ผ่าน แต่การสอบไม่ผ่านก็เป็นโอกาสในการปรับตัว และลำพังทักษะการเป็นพลเมืองดิจิทัลเดิม 8 ข้ออาจไม่พอ ต้องมีข้อที่ 9 คือ “เชื่อมโยงและแยกแยะโลกจริงกับโลกออนไลน์ได้ชัดเจน” บางครั้งเราให้น้ำหนักกับโลกอินเตอร์เนตแยกจากโลกจริงมากเกินไป และบางครั้งเราก็เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดในโลกดิจิทัลจะมาเกิดในชีวิตจริงได้ด้วย

เช่น ความเคยชินกับการทำอะไรผิดๆ ไปก่อนแล้วค่อยมาตามลบตามแก้ทีหลังจากการกด Undo บนคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ชีวิตจริงไม่มีปุ่ม Undo หรือ Reset แต่บางเวลากลับนำนิสัยที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อผู้คนในโลกจริงไปใช้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเพราะสุ่มเสี่ยงถูกหลอกลวงได้ ดังนั้นหากทำให้คนแยกแยะและเชื่อมโยงระหว่างโลกทั้ง 2 ได้ ยุคใหม่ของพลเมืองดิจิทัลที่โลกจริงกับโลกเสมือนประสานกันก็น่าจะไปได้ไกลขึ้น

ขณะที่ ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ เลขาธิการมูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา กล่าวเสริมว่า สิ่งที่น่าทำการศึกษาต่อไปคือในช่วงก่อนเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19สังคมได้เตรียมความพร้อมไว้บ้างหรือไม่อย่างไร และหลังจากนี้ควรจะเตรียมความพร้อมสังคมอย่างไร รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับทักษะดิจิทัล ข้อ 9 เรื่องเชื่อมโยงและแยกแยะโลกจริงกับโลกออนไลน์ได้ชัดเจน จะให้คำแนะนำที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

อีกด้านหนึ่ง อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ CEO บริษัท เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ฝากประเด็นชวนคิดว่าด้วยปรากฏการณ์“ทัวร์ลง” หรือการปั่นกระแสให้มวลชนยกพวกไปโจมตีเป้าหมายบนพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งคนบนโลกออนไลน์จำนวนไม่น้อยพร้อมจะเชื่อข้อมูลนั้นด้วยเพราะมีอารมณ์เป็นที่ตั้ง โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบเสียก่อนว่าข้อความที่มีการปั่นกระแสนั้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

“เรื่องนี้ถือเป็นโรคระบาดอีกชนิดหนึ่งหรือไม่” เพราะหากเป็นผู้ที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี ด้านหนึ่งอาจเชื่อข่าวปั่นกระแสนั้นโดยง่าย และอีกด้านหากวันหนึ่งโดนทัวร์อาจถึงขั้นสุขภาพจิตเสียได้!!!

หมายเหตุ : การจัดสัมมนานักคิดดิจิทัลครั้งที่ 14 ส่งท้ายปี 2020 สรุปบทเรียนชวนคิดว่าด้วยเรื่อง “พลเมืองดิจิทัลในการรับมือยุคนิว นอร์มอล” เป็นความร่วมมือกันของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)หรือ TIJ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), Centre for Humanitarian Dialogue (HD), ภาคีโคแฟค (COFACT) ประเทศไทย, สถาบัน Change Fusion และมูลนิธิฟรีดริช เนามัน