“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 ฉลูทอง “นายกฯ” รับศึกหนัก ยิ่งทำยิ่งเจ็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453543

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 ฉลูทอง “นายกฯ” รับศึกหนัก ยิ่งทำยิ่งเจ็บ

 "ซินแสเข่ง" ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 ฉลูทอง "นายกฯ" รับศึกหนัก ยิ่งทำยิ่งเจ็บ

29 ธันวาคม 2563 – 09:54 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 “นายกฯ” รับศึกหนัก รับปีใหม่ “ฉลูทอง” ยิ่งทำยิ่งเจ็บ ดวงตกริษยา “ม็อบราษฏร” รอรับอนิสงค์อาถรรพ์ วิบากกรรมกันถ้วนหน้า

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี  64  นายกฯรับศึกหนัก  รับปีใหม่  ฉลูทอง ยิ่งทำยิ่งเจ็บ  ดวงตกอิจฉาริษยา   ไม่ประสงค์ดี  ดาวพระเคราะห์จร  ทับดวงเมือง  ดาวราหูขัดแย้ง  365  ต้องฝ่ามรสุมรอบ  2  ต่อปี  65  อยู่ยาว  ดวงเมืองประเทศหาตัวแทนนายกฯ ยาก  กลุ่มม็อบราษฏร  รอรับอนิสงค์อาถรรพ์  วิบากกรรม  ผลที่ก่อ  คดี  112  กันถ้วนหน้า  

“ซินแสเข่ง”   อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ   สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ดวง ประเทศไทย ยุคปี 64 นายกฯ ประยุทธ์  จันทร์โอชา เตรียมรับศึกรอบ   2 ตกดวงขัดแย้ง  ศัตรูอิจฉาริษยา  ทำคุณไม่ขึ้นทำดีกลับเป็นผลร้าย  ศัตรูสร้างความไม่ไว้วางใจ  จฉาริษยาที่จะต้องประคองตัวเอง ให้ผ่าน ในรอบปีนี้  เป็นมรสุมหนัก รอบ 2 อย่างต่อเนื่อง ดวงเมือง มีผลกระทบ ดาวมฤตยู ทับดวงเมืองปีที่ 2  ตกทูตมรณะ โรคภัยไข้เจ็บระบาดหนัก  ปัญหาความขัดแย้ง จากกลุ่มก่อเหตุ ไม่หวังดีต่อประเทศ รุนแรงต่อเนื่อง จากกลุ่มราษฎร และผู้ที่หวังล้ม สถาบัน ตลอดจนถึง กลุ่มพรรคการเมือง ฝ่ายค้าน ที่ยังคง ก่อความขัดแย้ง ในสภา อย่างต่อเนื่อง  แต่ฝ่ายค้านต้านไม่สำเร็จ  ส่งผลให้ รัฐบาล มีความมั่นคง ต่อไป จนถึงปี 2565   ยืนหยัดอยู่ได้ยาวหลังผ่านมรสุมรอบสอง โดยการนำของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์  จันทร์โอชา 

“ซินแสเข่ง” กล่าวถึง   ดาวพระเคราะห์ และดาวราหู   ที่เป็นอริกับดวงเมืองส่งผลกลับก่อเหตุอาเพศ ปัญหาความขัดแย้ง   ของศัตรูบ้านเมือง จากกลุ่มไม่ประสงค์ดี หรือเยาวชนปลดแอก กลุ่มคณะราษฎร ที่หวังล้มรัฐบาล  ล้มสถาบันฯ   เพราะเหตุ ตกดาวพระเคราะห์ ก่อหตุให้เกิดคดีความ ในรอบปี 2564  ที่จะทำให้ คนไทยทั้งแผ่นดิน  ตกเหตุความทุกข์ จากการกระทำ ของบุคคลเหล่านี้ทำให้ ประเทศไทย หาความความสุขไม่ได้ เพราะการสร้างปัญหาความวุ่นวายให้เกิดขึ้น  แต่ความแกร่งของดวงเมืองและดวงกษัตริย์มั่นคง ที่ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบ สู้อย่างไรก็ไม่ชนะ

“ธนกร-แรมโบ้” เข้าขอพรปีใหม่ “บิ๊กตู่” ปลื้มนายกชื่นชมขอให้ทำงานให้ประเทศชาติต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453599

“ธนกร-แรมโบ้”เข้าขอพรปีใหม่”บิ๊กตู่” ปลื้มนายกชื่นชมขอให้ทำงานให้ประเทศชาติต่อไป

29 ธันวาคม 2563 – 16:59 น.

“ธนกร-แรมโบ้”เข้าขอพรปีใหม่”บิ๊กตู่” ปลื้มนายกชื่นชมขอให้ทำงานให้ประเทศชาติต่อไป วอนพรรคฝ่ายค้านเพลาการเมืองหันมาช่วยประชาชนสู้โควิด-19

29 ธ.ค.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ตนและนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าไปขอพรปีใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้พรขอให้มีความสุขในทุกๆเรื่องและขอให้มุ่งมั่นทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป ซึ่งตนจะมุ่งมั่นทำงานให้เต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

"ธนกร-แรมโบ้"เข้าขอพรปีใหม่"บิ๊กตู่" ปลื้มนายกชื่นชมขอให้ทำงานให้ประเทศชาติต่อไป

นอกจากนั้นท่านนายกฯมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนมากโดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมาประชาชนได้ให้ความร่วมมือดีมากขออย่าการ์ดตกตนเชื่อว่าเราจะผ่านไปได้อย่างแน่นอน

นายธนกร กล่าวอีกว่า อีกไม่กี่วันจะปีใหม่แล้วตนอยากจะขอไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านข่วยเพลาๆเรื่องการเมืองลงบ้าง ขอให้เอาเวลามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนสู้โควิด-19ไปด้วยกันจะดีกว่า เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาเอาชนะคะคานทางการเมืองแต่เป็นเวลาที่จะต้องร่วมแรงร่วมใจทำงานให้กับประชาชนฝ่าวิกฤติโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมากเพราะฉนั้นแล้วถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

"ธนกร-แรมโบ้"เข้าขอพรปีใหม่"บิ๊กตู่" ปลื้มนายกชื่นชมขอให้ทำงานให้ประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้สำหรับตนแล้วไม่ต้องการที่จะตอบโต้ไปมา แต่เมื่อมีการบิดเบือนข้อมูลก็มีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ โดยเฉพาะในส่วนการทำงานของรัฐบาลและท่านนายกฯ

โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้มคนละครึ่ง-ประกันราคาฯมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453583

โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้มคนละครึ่ง-ประกันราคาฯมากที่สุด

โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้มคนละครึ่ง-ประกันราคาฯมากที่สุด

29 ธันวาคม 2563 – 15:02 น.

สวนสุนันทา RIDC โพล เผยคนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้ม”โครงการคนละครึ่ง-ประกันราคาพืชผลการเกษตร”มากที่สุด

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา หรือ RIDC โพล เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลประจําปี พ.ศ. 2563 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การถดถอยของเศรษฐกิจและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จํานวนท้ังสิ้น 4,121 ตัวอย่าง ระหว่าง วันที่ 21 – 25 ธันวาคม 2563 พบว่า ประชาชนร้อยละ 62.11% พอใจภาพรวมผลงานและการทํางานของรัฐบาล
 

โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้มคนละครึ่ง-ประกันราคาฯมากที่สุด

ส่วนกระทรวงที่ประชาชนพอใจกับผลงานและการทำงานมากที่สุดได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 65.62%  กระทรวงพาณิชย์ 65.51% และกระทรวงสาธารณสุข 64.20% กระทรวงแรงงาน 62.98% และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 60.01%
 ขณะเดียวกันผลงานของรัฐบาลที่ท่านชื่นชอบหรือรับรู้มากที่สุดได้แก่ โครงการ “คนละครึ่ง” 36.55% โครงการประกันราคาพืชผลการเกษตรและประกันรายได้เกษตรกร 35.13%  โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 34.67%  โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” 34.11% โครงการแก้ไขปัญหาโรคระบาดสุกรและโรคระบาดพืช 33.95%  การแก้ไขปัญหา COVID – 19 28.17% โครงการ “ช็อปดีมีคืน” 22.35%  โครงการตลาดออนไลน์เพื่อการเกษตร 12.27%  โครงการ“เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่” 11.78%  และโครงการสินเชื่อ Soft Loan และลดภาระสินเชื่อ 11.40% .

โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้มคนละครึ่ง-ประกันราคาฯมากที่สุด
โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้มคนละครึ่ง-ประกันราคาฯมากที่สุด

เสิร์ฟอาหารทะเลมื้อเที่ยง ‘ครม.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453565

เสิร์ฟอาหารทะเลมื้อเที่ยง “ครม.’ 

เสิร์ฟอาหารทะเลมื้อเที่ยง "ครม.' 

29 ธันวาคม 2563 – 12:53 น.

เสิร์ฟอาหารทะเล 7 อย่าง มื้อเที่ยง “ครม.’ กุ้งเผา ,ต้มยำกุ้ง , หมึกผัดกะปิ ,ปลากระพงทอดน้ำปลา ,กุ้งผัดกะเพรา , ปลาหมึกไข่เค็ม ข้าวผัดปู  สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า”โควิด”ไม่ได้ติดต่อจากอาหารทะเล 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุม ครม.วันนี้ จะมีการกินกุ้ง ที่ชาวบ้านจังหวัดนครปฐม ราชบุรี และสมุทรสาคร ประสบปัญหาไม่สามารถขายได้ เพราะความไม่เชื่อมั่น

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวว่า การกินกุ้งไม่น่ากังวล เพราะไม่เหมือนกับการตกค้างของสารกัมมันตภาพรังสีที่สัตว์กินเข้าไปและจะมีปัญหาต่อคนที่กิน แต่นี่คือเชื้อไวรัสต้องไปดูที่ภาชนะที่บรรจุมากกว่า หากทำให้สุกสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าไม่มีปัญหา 

ด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาสัย กล่าวก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้นำอาหารทะเลจากจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐมมาประกอบอาหารให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในมื้อเที่ยงของวันนี้ เพื่อเป็นการเรียกความมั่นใจ ให้ประชาชนกลับมาบริโภคอาหารทะเลตามปกติ เนื่องจากมีผลงานวิจัยยืนยันชัดเจนแล้วว่าอาหารทะเลที่ปรุงสุกแล้วสามารถรับประทานได้ ไม่เสี่ยงติดเชื้อ และเพื่อช่วยเหลือธุรกิจอาหารทะเล ที่ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อน

สำหรับเมนูที่นำเสิร์ฟในวันนี้ มีทั้งหมด 7 อย่าง ประกอบด้วย กุ้งเผา ,ต้มยำกุ้ง , หมึกผัดกะปิ ,ปลากระพงทอดน้ำปลา ,กุ้งผัดกะเพรา , ปลาหมึกไข่เค็ม และข้าวผัดปู

“อนุชา” ตรวจสอบคุณภาพอาหารทะเลก่อนจะนำมาปรุงสุกเสิร์ฟ ครม. 

 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตรวจสอบคุณภาพอาหารทะเลก่อนจะนำมาปรุงสุกเสิร์ฟคณะรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุมรับประทานกลางวันนี้ เน้นย้ำเรื่องความสะอาด ถูกสุขอนามัย พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า”โควิด”ไม่ติดต่อจากอาหารทะเลขอให้ช่วยกันบริโภคอาหารทะเลมากขึ้น นอกจากจะได้รับประโยชน์ทางโภชนาการแล้ว ยังช่วยผู้ค้าขายอาหารทะเลด้วย

“วิษณุ” ยันไม่ล็อกดาวน์ประเทศแม้โควิด-19 กระจายหลายจังหวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453562

“วิษณุ”ยันไม่ล็อกดาวน์ประเทศแม้โควิด-19 กระจายหลายจังหวัด

29 ธันวาคม 2563 – 12:33 น.

“วิษณุ”ยันไม่ล็อกดาวน์ประเทศแม้โควิด-19 กระจายหลายจังหวัด แจง ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ตามปกติ รอประเมินความเสี่ยงอีกครั้งหลังปีใหม่ ชม สปิริต “อนุทิน” กักตัว 14 วันลดความเสี่ยง ครม.

29 ธ.ค.63 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เสนอให้มีวันหยุดเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจว่า ยังไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจน แต่จะต้องเป็นช่วงที่ไม่มีวันหยุด  ซึ่งแนวทางอาจจะให้หยุด 1 วัน และไปเติมกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์  อย่างไรก็ตามจะต้องมีการหารือในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง  หากวันนี้ถูกเสนอในที่ประชุมครม.ก็จะทราบผล แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารจะได้รับการเสนอเข้ามาในวันนี้หรือไม่ 

ส่วนการตั้งฉายาของสื่อประจำทำเนียบรัฐบาล ว่า “ไฮเตอร์ เซอร์วิส” นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้สึกโกรธอะไร อยู่ทำเนียบมา 30 ปี รู้สึกชิน และถือเป็นการหยอกล้อกันเล่นเป็นประเพณี ปีละหนคนกันเอง พร้อมกับยกกลอนอิเหนา ในตอนที่มีการกระเซ้าเย้าแหย่ อิเหนาบอกว่า เพราะว่าพี่รักดอกจึงหยอกเล่น เพื่อให้เป็นประเพณีเสน่ห์หา ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะโกธา รู้กะนี้พี่ยาจะหยอกใย  นายวิษณุ เห็นว่าผู้สื่อข่าวคงมีความคิดเช่นอิเหนา ดังนั้นไม่โกรธและขอให้ปีหน้าตั้งใหม่ เมื่อถามว่าจะตั้งฉายากลับสื่อหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนคงไม่ต่อปากต่อคำ เพราะไม่รู้จักสื่อมากพอ

ส่วนกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระจายในวงกว้าง มีความเป็นไปได้ที่ครม.จะเสนอให้มีการล็อกดาวน์ในช่วงปีใหม่หรือไม่ นายวิษณุ ยืนยันว่าไม่ถึงขนาดนั้น เพราะนายกรัฐมนตรีได้ปรารภมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ในช่วง 7 วันระหว่างนี้จนถึงปีใหม่ จะเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการประเมิน เพราะความรุนแรงจะยังไม่มาก แม้จะกระจายไปในหลายพื้นที่ นี่จึงเป็นเหตุผลไม่ระบุให้เป็นจังหวัดสีแดงหรือ สีส้มทั้งหมด แต่จะเฉพาะเจาะจงพื้นที่รายอำเภอ แต่หลังปีใหม่การประเมินต่างๆจะเข้มข้นขึ้น 

ทั้งนี้การระบาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของชาวต่างชาติ แต่เป็นเรื่องที่คนไทยกลับเข้ามา และพื้นที่ชายแดน มีการแพร่กระจายของคนไทยด้วยกันเอง ดังนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกทีหลังปีใหม่ ซึ่งน่าจะประมาณวันที่ 3-4 ธ.ค.63  ก่อนถึงในช่วงวันเด็กและวันครู  ซึ่งหากไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดมีอำนาจ ในการสั่งการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้ว หรือใช้กฎหมาย พ.ร.บ.โรคติดต่อดำเนินการได้ ซึ่งการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้เกิดความมั่นใจในการสั่งการ เพราะจะได้รับความคุ้มครอง อีกทั้งการฟื้นศูนย์โควิด กระทรวงมหาดไทยขึ้นมา จะสามารถทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ควบคุมปฏิบัติการผู้ว่าราชการทั้ง 76 จังหวัดได้ ทำงานสะดวกมากขึ้น พร้อมกับยืนยันว่าประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงปีใหม่สามารถทำได้ ประชาชนที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆสามารถทำได้เช่นกัน ไม่มีการห้ามเคลื่อนย้ายประชาชน แต่ขอให้ระวังอุบัติเหตุ 

ส่วนรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่มาประชุม ครม.วันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะได้ลาประชุมเพื่อ สเตทควอรันทีตัวเอง ซึ่งตนก็เคยทำมาก่อน เป็นตัวอย่างที่ดี เมื่อตัวเองมีความเสี่ยงก็ป้องกัน ก่อนหน้านี้ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอุตตมสาวนายน ก็เคยปฏิบัติมา เมื่อไม่มีการติดเชื้อก็มาทำหน้าที่ตามปกติ ซึ่งหากไม่มีวาระที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทินโดยตรง ก็อาจไม่จำเป็นต้องวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ หรือระบบซูมเข้ามา 

“วิสาร” ไม่น้อยใจ ฉายา “ดาวดับแห่งปี” ยันเจตนากระตุกเตือนผู้นำรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453548

“วิสาร” ไม่น้อยใจ ฉายา “ดาวดับแห่งปี” ยันเจตนากระตุกเตือนผู้นำรัฐบาล

"วิสาร" ไม่น้อยใจ ฉายา "ดาวดับแห่งปี"  ยันเจตนากระตุกเตือนผู้นำรัฐบาล

29 ธันวาคม 2563 – 10:35 น.

“วิสาร” ไม่น้อยใจ ฉายา “ดาวดับแห่งปี” ยันเจตนากระตุกเตือนผู้นำรัฐบาล ชี้ สื่อนอกนำเสนอข่าว “กรีดแขนกลางสภา” สะท้อนมุมมองประชาธิปไตย

29 ธ.ค.63 นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังจากที่ ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา มีการตั้งฉายาของสภาผู้แทนราษฎรประจำปี 63 โดยนายวิสาร ได้ฉายา “ดาวดับแห่งปี” จากเหตุการณ์ที่ใช้มีดปลอกผลไม้กรีดแขนกลางที่ประชุมสภา  โดยระบุว่า  
 

ผมขอขอบคุณ ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ที่ให้ฉายา ดาวดับแห่งปี ผมเคารพในมุมมอง และไม่คิดน้อยอกน้อยใจ อะไร เจตนารมณ์ที่ผมทำไปเมื่อวันที่27ตค มุ่งหวังที่จะกระตุกเตือนไปยังผู้นำรัฐบาลต้องตัดสินใจเข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชนส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ และที่สำคัญผมไม่อยากเห็น เด็ก เยาวชน ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้อง เสียชืวิต ล้มตาย อย่างในอดีตอีก แต่วิธีการอาจแปลกแยกออกไปในมุมมองของสื่อมวลชนประจำรัฐสภา เราก็เคารพการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

ขณะเดียวกันสื่อต่างประเทศ หลายๆสำนัก ก็มีการนำเสนอข่าวนี้เช่นเดียวกัน แต่กลับสะท้อนเหตุการณ์เดียวกันไปในมุมมองของประชาธิปไตย ไม่ได้มีบทวิพากวิจารณ์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งไม่จำเป็นต้องมองเหมือนกัน ข้อสำคัญผมนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ในฐานะเป็นส.ส. ของพี่น้องประชาชนคนธรรมดา ไม่ว่าจะเคยอยู่ในตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีหรือไม่เป็นรัฐมนตรี เรื่องความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนเป็นส.ส.เสมอครับ 

“เพื่อไทย” สอน “ประยุทธ์” คนละครึ่ง เป็นแค่กู้มาแจก ไม่ได้แก้ปัญหาจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453546

“เพื่อไทย” สอน “ประยุทธ์” คนละครึ่ง เป็นแค่กู้มาแจก ไม่ได้แก้ปัญหาจริง

"เพื่อไทย" สอน "ประยุทธ์" คนละครึ่ง เป็นแค่กู้มาแจก ไม่ได้แก้ปัญหาจริง

29 ธันวาคม 2563 – 10:07 น.

“เพื่อไทย” สอน “ประยุทธ์” คนละครึ่ง เป็นแค่กู้มาแจก ไม่ได้แก้ปัญหาจริง แนะ ต้องมีแนวทางฟื้นเศรษฐกิจชัดเจนเพื่อสู้โควิดระลอกใหม่

29 ธ.ค.63 นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษก และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการระยะสั้นที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่มาตรการที่จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่กำลังจะถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

ที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการแจกเงินมาโดยตลอด รวมถึงโครงการ “คนละครึ่ง” ที่แม้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างแต่ยังเป็นการแจกเงินที่ไม่แตกต่างกับนโยบายก่อนหน้านี้ของรัฐบาล มิหนำซ้ำยังเปิดสิทธิให้ลงทะเบียนอย่างจำกัด ทำให้ประชาชนต้องแย่งชิงกัน ทั้งๆ ที่เงินที่เอามาแจกนั้นเป็นเงินที่ประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้ร่วมกัน ซึ่งทุกคนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขควรจะมีสิทธิลงทะเบียนได้อย่างเท่าเทียม ไม่ควรทำเหมือนโปรโมชั่นส่งเสริมการขายตามห้างสรรพสินค้าที่ต้องจัดนาทีทองให้ประชาชนแย่งชิงกันเพื่อสร้างความนิยม และนำมาอวดอ้างภายหลังว่าโครงการประสบความสำเร็จ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 รัฐบาลได้ขอให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติการออก พ.ร.ก. เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะนี้ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้ว ปรากฏว่าในส่วนเงินสำหรับใช้ฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 400,000 ล้านบาท ขณะนี้มีการอนุมัติไปแค่ราว 120,000 ล้านบาท แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ “รัฐบาล Very กู้” ที่กู้โดยไม่มีแผนรองรับอย่างเป็นระบบ ทำให้ออกมาตรการล่าช้าและแก้ปัญหาไม่ตรงจุด 

นอกจากนี้ โครงการ “คนละครึ่ง” ได้ให้สิทธิ 3,500 บาท ต่อคน ต่อ 3 เดือน หรือเฉลี่ย 38.8 บาท ต่อคนต่อวัน รวมทั้ง 2 เฟสใช้วงเงินงบประมาณราว 61,250 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินของประชาชนอีกครึ่งหนึ่งคือ 61,250 ล้านบาท จะมีเงินอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจประมาณ 125,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่า GDP ของประเทศไทยจำนวน 15.6 ล้านล้านบาท จะเห็นได้ว่าโครงการนี้เป็นเพียงโครงการเสริมระยะสั้นไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาคนตกงาน โดยปัจจุบันมีคนว่างงานอยู่เกือบ 800,000 คน และมีอีกไม่น้อยที่เสี่ยงจะตกงานจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ รวมทั้งยังมีบัณฑิตจบใหม่ที่จะหางานยากหรืออาจจะหาไม่ได้เลยอีกเกือบ 600,000 คน นอกจากนี้ การแจกเงินในลักษณะยังไม่ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กอยู่ได้ และไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

“ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ มาตรการเสริมระยะสั้นเป็นเพียงการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบได้ หากยังเน้นเพียงมาตรการเสริมแบบนี้ เมื่อมีโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่อีก รัฐบาลก็ต้องแจกไม่มีที่สิ้นสุด ถึงวันหนึ่งรัฐบาลจะไม่มีเงินพอที่จะออกมาตรการเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และหนี้จำนวน 1 ล้านล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยก็จะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” นางสาวจิราพร กล่าว

“ชวน” แจง สภา ยังไม่พบการแพร่เชื้อโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453503

“ชวน” แจง สภา ยังไม่พบการแพร่เชื้อโควิด

"ชวน" แจง สภา ยังไม่พบการแพร่เชื้อโควิด

28 ธันวาคม 2563 – 17:12 น.

ประธานสภาผู้แทนราษฏรยืนยันแม้ว่าผู้ติดตามของประธานกรรมาธิการพนันออนไลน์จะติดเชื้อโควิด-19 แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคนี้  ยังไม่เกิดขึ้นและยังไม่รุนแรงในรัฐสภา พร้อมกำชับเพิ่มมาตรการป้องกันแล้ว

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงภาวะเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด -19 ในรัฐสภา พี่หลังจากพบว่าผู้ติดตามประธานกรรมาธิการการพนันออนไลน์ติดเชื้อ โควิด-19 จากป้า โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงกับมีการแพร่ระบาดขนาดนั้น แต่ได้เพิ่มมาตรการให้เป็นพื้นที่ที่ให้ความเข้มงวดในการตรวจสอบ ผู้ใดไม่อภิปรายและอยู่ในห้องก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นมาตรการเบื้องต้นอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัตินอกเหนือจากที่ฝ่ายเลขาธิการและผู้รับผิดชอบดูแลก็สั่งเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง และอย่าเกรงใจนักการเมืองหรือผู้ที่อ้างว่าเป็นเด็กใคร ที่ไม่สวมหน้ากากเข้ามา หากไม่มีก็ให้ไปกลับไปหาเอาเอง

นายชวน ยังระบุอีกว่าทุกวันนี้ รัฐสภามีจำนวนเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานและมาประชุมกว่า 2,000 คน รวมถึงสมาชิกสภาอีก 400 กว่าคน ที่สลับกันเข้ามาทำงานทุกวัน ซึ่งสภาก็จะมีมาตรการในการลดความแออัด หากมีการประชุมก็จะให้นั่งเว้นระยะห่างทางสังคมและให้สวมหน้ากากอนามัยทุกคน

ส่วนกรณีที่มีผู้ติดตามประธานอนุกรรมาธิการ ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ขณะนี้ แต่ได้ยินได้ฟังจากการแถลงข่าวว่า วันที่มาที่นี่หรือวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีอาการใด ๆ กลับไปเยี่ยมป้าที่ระยองก็เข้าใจว่าไปติดจากป้า

ประธานสภาผู้แทนราษฏร ยังระบุอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามผลของการตรวจสอบของเลขาธิการประธานสภา  ในวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

‘มกอช.’ ติวเข้ม!เกษตรกรรุ่นใหม่ ลุยขยายตลาด ‘DGTFarm.com’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541863

‘มกอช.’ติวเข้ม!เกษตรกรรุ่นใหม่ ลุยขยายตลาด ‘DGTFarm.com’

‘มกอช.’ติวเข้ม!เกษตรกรรุ่นใหม่ ลุยขยายตลาด ‘DGTFarm.com’

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 10.53 น.

“มกอช.” ติวเข้มเกษตรกรรุ่นใหม่ ลุยใช้ “DGTFarm.com” ขยายช่องทางการตลาด สร้างโอกาสแข่งขันทางการค้า เน้น ‘ตลาดนำการผลิต’ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุค “นิว นอร์มอล”

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” โดยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ เพื่อช่วยลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิต ประกอบกับปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทุกภาคส่วนได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการขายสินค้าในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งมีแพลตฟอร์มสำหรับขายสินค้าออนไลน์มากมาย ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงมีแนวคิด “เกษตร 4.0” เพื่อให้เกษตรกรสามารถยกระดับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้

ทั้งนี้ เพื่อสอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ มกอช. โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) ได้พัฒนาเว็บไซต์สินค้าเกษตรมาตรฐาน-ออนไลน์ หรือ DGTFarm.com  สำหรับเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ ผ่านการรับรองมาตรฐานให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการได้พบกับผู้บริโภคที่มีความต้องการที่ตรงกันได้ โดยสินค้าเกษตรที่สามารถเข้ามาจำหน่ายใน DGTFarm.com  จะต้องเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ได้การรับรองมาตรฐาน หรือเป็นสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ QR Trace (ระบบตามสอบสินค้าเกษตรด้วย QR Code Traceability)

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจำหน่ายสินค้าเกษตรในรูปแบบออนไลน์บน DGTFarm.com  ให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer เกษตรกรรายเดี่ยว กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ที่เป็นสมาชิกรายเดิมและผู้ที่สนใจจะสมัครเป็นสมาชิก DGTFarm.com มกอช. จึงได้จัด “โครงการสัมมนาส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ภายใต้แนวทาง “ตลาดนำการผลิต” ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้เกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานเทคนิคการขายสินค้าเกษตรออนไลน์ให้ประสบผลสำเร็จ การขนส่งสินค้าให้ยังคงคุณภาพไปจนถึงมือผู้บริโภค ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการขายสินค้าออนไลน์ให้ปลอดภัย อีกทั้ง ยังเป็นจุดเชื่อมโยงธุรกิจให้กับเกษตรกรที่มีสินค้ามาตรฐานที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ

โดยกำหนดการจัดสัมมนา 4 ครั้ง  เกษตรกรผู้เข้าร่วม ครั้งละ 100 คน  รวมทั้งหมด 400 คน ได้แก่ ครั้งที่ 1 ภาคกลาง  จ.อยุธยา มีเกษตรกรที่เข้าร่วมสัมมนา 14 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท นครปฐม นครสวรรค์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี ครั้งที่  2 ภาคใต้  จ.สงขลา (หาดใหญ่) ครั้งที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และครั้งที่ 4 ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่

ปัจจุบัน DGTFarm.com  มีสมาชิกทั้งหมด 2880  ราย ร้านค้าของเกษตรกร จำนวน 447 ร้านค้า โดยแบ่งหมวดหมู่ ได้แก่ ตลาดเกษตรอินทรีย์ 176 รายการ ตลาดเกษตรปลอดภัย GAP 278  รายการ และตลาดสินค้า QR Trace 180  รายการ ซึ่งมีรายการสินค้า  766  รายการ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ข้าว ไข่ ประมง ปศุสัตว์ สมุนไพร เครื่องสำอาง และสินค้าแปรรูป

“DGTFarm.com จะเป็นช่องทางออนไลน์ที่จะช่วยลดต้นทุนการสร้างร้านค้า ลดระยะเวลา สามารถทำการค้าได้อย่างไม่จำกัดทั้งสถานที่ และเวลา อีกทั้งยังเป็นช่องทางกระจายสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน จากผู้ผลิตส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และความเข้มแข็ง เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ และจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสการแข่งขันทางการค้าและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุค New Normal” เลขาธิการ มกอช. กล่าว

‘RIDCโพล’ เผยคนไทยปลื้ม กระทรวงเกษตรผลงานอันดับ1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541849

'RIDCโพล' เผยคนไทยปลื้ม กระทรวงเกษตรผลงานอันดับ1

‘RIDCโพล’ เผยคนไทยปลื้ม กระทรวงเกษตรผลงานอันดับ1

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.32 น.

RIDC โพล เผยคนไทยส่วนใหญ่พอใจผลงานรัฐบาล ปลื้ม“โครงการคนละครึ่ง-ประกันราคาพืชผลการเกษตร”มากที่สุด

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา หรือ RIDC โพล เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาล ประจําปี พ.ศ. 2563 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การถดถอยของ เศรษฐกิจ และเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จํานวนท้ังสิ้น 4,121 ตัวอย่าง ระหว่าง วันที่ 21 – 25 ธันวาคม 2563 พบว่า ประชาชนร้อยละ 62.11% พอใจภาพรวมผลงานและการทํางานของรัฐบาล

ส่วนกระทรวงที่ประชาชนพอใจกับผลงานและการทำงานมากที่สุดได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 65.62%  กระทรวงพาณิชย์ 65.51% และกระทรวงสาธารณสุข 64.20% กระทรวงแรงงาน 62.98% และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 60.01%

ขณะเดียวกันผลงานของรัฐบาลที่ท่านชื่นชอบหรือรับรู้มากท่ีสุดได้แก่ โครงการ “คนละคร่ึง” 36.55% โครงการประกันราคาพืชผลการเกษตรและประกันรายได้เกษตรกร 35.13%  โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 34.67%  โครงการ “เราเท่ียวด้วยกัน” 34.11% โครงการแก้ไขปัญหาโรคระบาดสุกรและโรคระบาดพืช 33.95%  การแก้ไขปัญหา COVID – 19 28.17% โครงการ “ช็อปดีมีคืน” 22.35%  โครงการตลาดออนไลน์เพื่อการเกษตร 12.27%  โครงการ “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่” 11.78%  และโครงการสินเชื่อ Soft Loan และลดภาระสินเชื่อ 11.40% .