อ.ต.ก.ส่งความสุขปีใหม่ 2564 มอบของขวัญด้วยข้าวราคาพิเศษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541805

อ.ต.ก.ส่งความสุขปีใหม่2564 มอบของขวัญด้วยข้าวราคาพิเศษ

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ส่งความสุขปี 2564 จัดกิจกรรม “อ.ต.ก. มอบของขวัญปีใหม่ ด้วยข้าวเกษตรกรไทยราคาพิเศษ” ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2563 – 3 มกราคม 2564

นายศุภฤกษ์ เอี่ยมละออ กรรมการ อ.ต.ก. รักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ต.ก. กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้หน่วยงาน ในสังกัดจัดกิจกรรม “โครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างโอกาส สร้างรายได้ที่ยั่งยืน และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพราคาถูก โดยจัดกิจกรรม “อ.ต.ก. มอบของขวัญปีใหม่ ด้วยข้าวเกษตรกรไทยราคาพิเศษ” ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2563 – 3 มกราคม 2564 ที่บริเวณทางเดิน โซนจำหน่ายข้าวสาร(ฝั่งริมคลอง) ตลาด อ.ต.ก. ย่านพหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร อ.ต.ก. คัดสรรข้าวไทยคุณภาพ ข้าวเกษตรอินทรีย์ หลากหลายสายพันธุ์จากเกษตรกรไทยมาจำหน่ายในงาน

“อ.ต.ก. มอบของขวัญปีใหม่ ด้วยข้าวเกษตรกรไทยราคาพิเศษ” อาทิ ข้าวซ้อมมือน้ำนมหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิสีเขียว/สีชมพู ข้าวสังข์หยด ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวใหม่ต้นฤดูและข้าวกลางปีตราไดโนเสาร์ และโปรโมชั่นพิเศษสุด หากลูกค้าซื้อข้าวสารภายในงาน ครบ 4 กก. ระหว่างเวลา 10.00 น. – 15.00 น. จากร้านค้าเดียวกัน(คละชนิดข้าวได้) รับของแถมเป็นข้าวสารชนิดเดียวกันหรือข้าวที่ราคาต่ำสุดเพิ่มฟรีอีก 1 กิโลกรัม

สศก.ชี้ GDP ปี’63 หดตัว 3.3% เหตุแล้งเป็นหลัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541807

สศก.ชี้GDPปี’63หดตัว3.3%เหตุแล้งเป็นหลัก

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 พบว่าหดตัวร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยหดตัวจากสาขาพืช สาขาประมง สาขาบริการทางการเกษตรและสาขาป่าไม้ ขณะที่สาขาปศุสัตว์ขยายตัว โดยสาขาพืชหดตัวร้อยละ 4.7 เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมาส่งผลให้พืชสำคัญมีผลผลิตลดลง เช่น ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มังคุด และเงาะอย่างไรก็ตาม ยังมีผลผลิตพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้นคือ ข้าวนาปี เนื่องจากในช่วงกลางปี 2563 เป็นต้นมา มีปริมาณน้ำฝนมากกว่าในปี 2562 ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีรอบ 2 ได้เพิ่มขึ้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีการควบคุมและกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดได้ดี ลำไย เนื่องจากต้นลำไยที่ปลูกในปี 2560 เริ่มให้ผลผลิตในปีนี้ และทุเรียนมีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาจูงใจให้เกษตรกรบำรุงและดูแลรักษา ประกอบกับมีพื้นที่ปลูกใหม่ในปี 2558 ที่เริ่มให้ผลผลิตได้ปีนี้

สาขาปศุสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 2.7 จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น มีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน การเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดที่ดี ทำให้สินค้าปศุสัตว์สำคัญทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่ โคเนื้อ และน้ำนมดิบ มีผลผลิตเพิ่มขึ้น สาขาประมงหดตัวร้อยละ 2.6 เนื่องจากผลผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงลดลงตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ จากการสูญเสียตลาด
บางส่วนให้กับประเทศคู่แข่ง ทำให้เกษตรกรปรับลดจำนวนลูกพันธุ์และชะลอลงลูกกุ้ง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ประมงน้ำจืดมีผลผลิตลดลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะปลานิลและปลาดุก เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้น

สาขาบริการทางการเกษตร หดตัวร้อยละ 3.6 เนื่องจากกิจกรรมการจ้างบริการทางเกษตรต่างๆ ทั้งการเตรียมดิน การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวลดลง ตามเนื้อที่เพาะปลูกและเนื้อที่เก็บเกี่ยวของพืชสำคัญที่ลดลง และสาขาป่าไม้ หดตัว ร้อยละ 0.5 เนื่องจากผลผลิตไม้ยางพารา ไม้ยูคาลิปตัส ครั่ง และรังนก ลดลงเป็นผลจากการตัดโค่นสวนยางเก่าเพื่อปลูกทดแทนด้วยยางพันธุ์ดีลดลง ความต้องการไม้ยูคาลิปตัสและครั่งของประเทศคู่ค้าสำคัญลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 หดตัว แต่ด้วยการดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล และของกระทรวงเกษตรฯทำให้ภาคเกษตรและเกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนโดยดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ บริหารจัดการน้ำ พัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer ส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ การตลาดนำการผลิต ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาตรการเยียวยาเกษตรกร จากผลกระทบของโควิด-19ที่ได้จ่ายเงิน 5,000 บาท ให้เกษตรกรเป็นเวลา 3 เดือน การส่งเสริมการบริโภคและใช้สินค้าเกษตรในประเทศ การเพิ่มศักยภาพผลิตสินค้าเกษตรของไทยที่มีคุณภาพ มาตรฐานและความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเกษตรไทย

สำหรับปี 2564 คาดว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรจะขยายตัวช่วงร้อยละ 1.3 – 2.3 แต่ยังคงต้องคำนึงถึงปัจจัยและสถานการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ทั้งความแปรปรวนของสภาพอากาศ สถานการณ์ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช การระบาดของโรคในสัตว์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของโควิด-19 อัตราแลกเปลี่ยน เพราะหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่าประเทศคู่แข่ง จะส่งผลต่อการแข่งขันทางการค้าของสินค้าเกษตรไทย รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่ง สศก. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

“ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรสะท้อนให้เห็นผลการพัฒนาภาคเกษตรภาพรวม แต่ยังไม่ใช่การบ่งชี้ว่าเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง นอกจากนี้ การเติบโตของภาคเกษตรระดับสูงไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของมาตรฐานการครองชีพของเกษตรกรทุกคนเสมอไป ดังนั้น หากต้องการมองถึงความอยู่ดีกินดีและการกระจายรายได้ของเกษตรกรในประเทศ ต้องพิจารณาให้ละเอียดลงไปถึงตัวชี้วัดอื่น อาทิ รายได้เฉลี่ยต่อหัวของเกษตรกร สัดส่วนหนี้สินต่อทรัพย์สิน สัดส่วนเกษตรกรยากจน เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมในแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ สศก.หน่วยงานเนวิเกเตอร์เศรษฐกิจการเกษตร จะเดินหน้าพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปสู่การเป็น Big Data เพื่อวิเคราะห์เศรษฐกิจการเกษตรที่ถูกต้องและแม่นยำ” เลขาธิการ สศก.

เกษตรฯจัดเวทีเครือข่ายYoung Smart Farmer เดินหน้าพัฒนาต่อยอดมาตรฐาน-ช่องทางตลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541806

เกษตรฯจัดเวทีเครือข่ายYoung Smart Farmer เดินหน้าพัฒนาต่อยอดมาตรฐาน-ช่องทางตลาด

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดเวทีเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศ เพื่อพัฒนาต่อยอดด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร และช่องทางการตลาด รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศ พร้อมทั้งจัดแสดงผลงาน ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ และสินค้าเกษตรของ Young Smart Farmer

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรจัดเวทีเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการพัฒนาผลผลิตและสินค้าเกษตรของ Young Smart Farmer รวมถึงการเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ DTAC ITAP และ The Mall Group ที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร โดยใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเครือข่ายเป็นกลไกสำคัญพัฒนาให้เกษตรกรรุ่นใหม่มีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ มีการจัดกระบวนการให้เกษตรกรรุ่นใหม่เป็นศูนย์กลางและออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง และให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้จัดการเรียนรู้ เกิดเป็นเครือข่าย Young Smart Farmer 77 เครือข่ายทั่วประเทศ

พร้อมทั้งสนับสนุนการทำงานของเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับจังหวัด โดยตั้งศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ (ศบพ.) 77 ศูนย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานของเครือข่ายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรม องค์ความรู้ควบคู่งานวิจัย และหลักการธุรกิจเกษตร บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรเป็นแหล่งรวบรวมฐานข้อมูล รวบรวมสินค้าเกษตรและเพิ่มช่องทางการตลาด รวมถึงสร้างทายาทเกษตรกร ทำให้เกิดการเชื่อมโยงหน่วยงานภาคี ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และสถาบันการเงินร่วมพัฒนายกระดับเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ที่มีการบริหารจัดการการเกษตรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ ใช้นวัตกรรม พึ่งพาตนเองได้และเป็นผู้นำทางการเกษตร รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็ง และดำเนินงานด้านการเกษตรได้มีประสิทธิภาพ ทำให้ชุมชนเติบโตทางเศรษฐกิจจากฐานภาคการเกษตรได้ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงผลผลิต ผลิตภัณฑ์และสินค้าเกษตรของ Young Smart Farmer จากทั่วประเทศภายในงาน เช่น ผักผลไม้สดและแปรรูป สมุนไพร เห็ดสดและแปรรูป ไข่ไก่ ชา กาแฟ โกโก้ ข้าวสาร นม น้ำผึ้ง น้ำแปรรูป เนื้อสัตว์แปรรูป ของใช้ ดินและปุ๋ยไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ ด้วย

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวต่อว่า ในปี 2564 กรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางขับเคลื่อนงานส่งเสริมและพัฒนา Young Smart Farmer และ Smart Farmer ดังนี้ 1.ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะในการเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ และพัฒนายกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันวิชาการ และสถาบันการเงิน เพื่อร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกรประกอบธุรกิจการเกษตร เชื่อมโยงเครือข่ายและสร้างแรงจูงใจแก่เกษตรกรรายอื่น 2.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ Young Smart Farmer มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของชุมชน เป็นผู้นำด้านการเกษตรของชุมชน และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนภาคเกษตรเข้าสู่การทำเกษตรสมัยใหม่3.สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่และผู้สนใจอาชีพการเกษตรเข้ามาสู่ภาคการเกษตรมากขึ้นโดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันวิชาการ และสถาบันการเงิน เพื่อร่วมพัฒนาสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่และผู้สนใจเริ่มต้นทำการเกษตรหรือประกอบธุรกิจการเกษตรได้ 4.สร้างทายาทเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อสืบทอดอาชีพการเกษตร ทั้งพัฒนายุวเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะด้านการเกษตร สนับสนุนลูกหลานเกษตรกรให้กลับมาทำการเกษตรมากขึ้น ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับกระทรวงกลาโหมพัฒนาเตรียมความพร้อมของกำลังพลทหารกองประจำการที่เป็นลูกหลานเกษตรกรเพื่อเข้าสู่อาชีพการเกษตรในอนาคต และ 5.พัฒนาศักยภาพของ Smart Farmerให้เป็นต้นแบบ และสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และประสบการณ์สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทลายโรงฆ่าสัตว์เถื่อนสระบุรี ยีดอุปกรณ์-ซากสุกรกำลังชำแหละอื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541830

ทลายโรงฆ่าสัตว์เถื่อนสระบุรี  ยีดอุปกรณ์-ซากสุกรกำลังชำแหละอื้อ

ทลายโรงฆ่าสัตว์เถื่อนสระบุรี ยีดอุปกรณ์-ซากสุกรกำลังชำแหละอื้อ

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.55 น.

กรมปศุสัตว์ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด บุกจับโรงฆ่าสัตว์เถื่อนในพื้นที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ยึดซากสุกรที่กำลังชำแหละ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าลักลอบฆ่าสัตว์ผิดกฎหมาย เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคและสารตกค้าง ส่งผลต่อสุขภาพ อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและแพร่โรคระบาด

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบฆ่าและชำแหละสุกรเพื่อจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต รวมทั้งสร้างความเดือดร้อนรำคาญทั้งเสียงและส่งกลิ่นเหม็นในพื้นที่ตำบลโพนทอง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี​ ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไทจัดทีมเข้าตรวจสอบโดยด่วน ภายใต้นโยบายปฏิบัติการ “หมูสะอาด” ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท นำโดยนายจิรภัทร อินทร์สุข รองหัวชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท นายปิยพงษ์ มิ่งสกุล ร่วมกับเจ้า​หน้าที่​สำนักงานปศุสัตว์​เขต 1 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการ​ปราบปราม​การ​กระ​ทำ​ความผิด​เกี่ยวกับ​การ​คุ้มครอง​ผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปราม​ยาเสพติด​​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รวมกว่า 30 นาย ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นโรงฆ่าสุกรเถื่อน พบซากสุกรกว่า 13 ตัว ซึ่งได้ชำแหละแล้ว ไม่มีการตรวจโรคจากพนักงานตรวจโรคสัตว์ ซากสุกรรอนำไปจำหน่ายที่ตลาดนัด และส่งขายเป็นหมูหัน น้ำหนักรวมกว่า 500 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 100,000 บาท ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559

พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ของกลาง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตาม พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 คือ ข้อหาที่ 1 ประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาที่ 2 ฆ่าสัตว์โดยไม่แจ้งการฆ่าต่อพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 31 มีโทษปรับตามรายตัว สุกรตัวละไม่เกิน 2 หมื่นบาท และข้อหาที่ 3 ฆ่าสัตว์ นอกโรงฆ่าสัตว์ ตามมาตรา 39 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ซากสุกรทั้งหมดไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมโรคและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่เป็นอันตราย จึงต้องนำไปทำลายโดยวิธีการฝังกลบ ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการดำเนินการกับสัตว์หรือซากสัตว์ของกลางที่เป็นพาหะของโรคระบาดซึ่งถูกยึดหรืออายัดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์หรือตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2558

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการบุกเข้าตรวจค้นจับกุมการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายครั้งนี้ เป็นนโยบายสำคัญของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและป้องกันการแพร่โรคระบาด เนื่องจากเนื้อสัตว์และซากสัตว์ที่ได้จากการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้รับการตรวจสอบใดๆจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ ไม่ได้ผ่านการตรวจโรคและสารตกค้างมาก่อน รวมถึงกระบวนการฆ่าสัตว์ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เนื้อสัตว์ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคระบาดติดต่อไปยังผู้บริโภคได้ เช่น โรคหูดับ (streptococcus suis) โรคท้องร่วงที่เกิดจากเชื้อ ซัลโมเนลล่า (salmonellosis) โรคพยาธิในระบบทางเดินอาหาร หรืออันตรายจากสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ เป็นต้น ส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้การไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ที่นำมาฆ่า อาจเป็นสาเหตุการแพร่กระจายของเชื้อโรคระบาดสัตว์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคปากและเท้าเปื่อย โรค PRRS เป็นต้นนอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาตไปแล้วอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งว่าได้ดำเนินการตาม พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ กำหนดหรือไม่ และหากตรวจพบโรงฆ่าสัตว์ที่ไม่ถูกสุขอนามัย จะมีโทษตั้งแต่แจ้งเตือน พักใช้หรือยกเลิกใบอนุญาตฯ ตามกรณีความผิดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับให้โรงฆ่าสัตว์มีมาตรฐานเดียวกัน สร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และป้องกันการแพร่โรคระบาด หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) “DLD 4.0” ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้   ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที.

ฉีดอินซูลินอย่างไรให้คุมเบาหวานได้ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541686

ฉีดอินซูลินอย่างไรให้คุมเบาหวานได้ดี

ฉีดอินซูลินอย่างไรให้คุมเบาหวานได้ดี

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มาคุยกันต่อเรื่องเบาหวานกับ “ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” นะครับ สัปดาห์ก่อนเราพูดถึงความสำคัญของการดูแลตนเองในเรื่องการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานกันครับ

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1ที่มักพบในเด็กและผู้ป่วยเบาหวานจากการตั้งครรภ์จำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลิน ส่วนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่สามารถควบคุมน้ำตาลด้วยการรับประทานยา เมื่อควบคุมด้วยยาไม่ได้ผลจึงจะจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน

อินซูลินเป็นฮอร์โมนสร้างจากตับอ่อน ในปัจจุบันอินซูลินที่มาใช้เป็นยาฉีดส่วนใหญ่ใช้วิธีสังเคราะห์ขึ้น ทำให้มีอินซูลินสังเคราะห์หลายชนิด บางชนิดออกฤทธิ์เร็วแต่อยู่ได้ไม่นาน บางชนิดออกฤทธิ์ช้ากว่าแต่อยู่ได้นานทั้งวัน อินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็วต้องฉีดก่อนอาหารหรือหลังอาหารไม่เกิน 15 นาที อินซูลินที่ออกฤทธิ์สั้นหรือปานกลางต้องฉีดก่อนอาหาร 30 นาที โดยส่วนใหญ่ต้องฉีดยาวันละหลายครั้ง ส่วนอินซูลินที่ออกฤทธิ์ยาวสามารถฉีดตอนเช้าหรือก่อนนอนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ก่อนหรือหลังอาหาร และสามารถฉีดแค่วันละครั้ง

ยังมีอินซูลินที่มีส่วนผสมของอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็วหรือสั้นกับอินซูลินที่ออกฤทธิ์ปานกลาง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องฉีดวันละ 2-3 ครั้ง การฉีดต้องฉีดก่อนอาหารเช่นเดียวกับอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็วหรือสั้นที่เป็นส่วนผสม การฉีดยาอินซูลินแต่ละชนิดจึงต้องฉีดในเวลาที่เหมาะสมตามคำสั่งแพทย์โดยเคร่งครัด การฉีดไม่ตรงเวลาตามมื้ออาหารอาจทำให้เกิดน้ำตาลต่ำได้ การฉีดไม่สม่ำเสมอจะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี

แพทย์จะพิจารณาให้ขนาดของอินซูลินตามอายุ น้ำหนักการรับประทานอาหาร และระดับน้ำตาลของผู้ป่วย ผู้ป่วยฉีดอินซูลินจะได้รับคำแนะนำในการปรับการรับประทานอาหาร เช่น ต้องรับประทานอาหารครบทั้ง 3 มื้อ และอาจมีอาหารว่างช่วงบ่ายและดึกอีกวันละ 2 มื้อ และอาจจะได้รับคำแนะนำให้ตรวจระดับน้ำตาลเอง โดยการเจาะน้ำตาลจากปลายนิ้ว โดยเฉพาะในรายที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยาก บางครั้งแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยปรับขนาดของอินซูลินเอง ตามระดับน้ำตาลที่เจาะได้ แต่ถ้าแพทย์ไม่ได้แนะนำให้ปรับขนาดเอง ผู้ป่วยไม่ควรปรับเพิ่ม ลด หรือหยุดยาเอง การหยุดยาอินซูลินเองอย่างทันทีทันใดอาจเกิดผลเสียรุนแรงได้โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1

อย่าลืมติดตามเรื่องเบาหวานตอนต่อไปอังคารหน้ากับ “ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” นะครับ เราจะมาคุยกันเรื่องยาลดระดับน้ำตาลที่ไม่ใช่อินซูลินกัน

พลอากาศโท นายแพทย์ อนุตตร จิตตินันทน์

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลอง 55 ปีโรงละครแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541677

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลอง 55 ปีโรงละครแห่งชาติ

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลอง 55 ปีโรงละครแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Google ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปี โรงละครแห่งชาติ ด้วยการจัดทำ Doodle พิเศษที่คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นกันเมื่อเข้าไปใน Google Search ในวันที่ 23 ธันวาคม ศกนี้  เพื่อเป็นการยกย่องและระลึกถึงโรงละครแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อจิตใจและเป็นที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งยังเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยอีกด้วย 

โรงละครแห่งชาติได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2508  นับเป็นส่วนราชการอยู่ในบังคับบัญชาของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม  มีฐานะเป็นกลุ่มงาน มีการบริหารงานแบบไม่หวังผลกำไร ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักการสังคีต ปัจจุบัน โรงละครแห่งชาติ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด  3 แห่ง อยู่ในส่วนกลาง 1 แห่ง ที่กรุงเทพมหานคร และอยู่ในส่วนภูมิภาค 2 แห่ง ได้แก่ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จ.สุพรรณบุรี และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา 

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงละครแห่งชาตินอกจากจะเป็นสถานที่จัดงานแสดงนาฏศิลปไทยต่างๆ แล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ส่งเสริมในการเชิดชูงานด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยที่สำคัญ ณ โรงละครแห่งชาติแห่งนี้  ซึ่งปกติจะทำการแสดงในวันเสาร์และอาทิตย์ ที่มีทั้งการบรรเลง ละคร และโขน  และสิ่งที่คอยจรรโลงให้โรงละครแห่งชาตินี้ได้ดำรงอยู่ได้ถึงวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญความเทิดทูนในความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมไทย และการอนุรักษ์จากกลุ่มคนเหล่านี้  อาทิ ศิลปิน นักประพันธ์ นักแสดง ผู้กำกับ นักดนตรี ฯลฯ  ซึ่งแต่ละท่านได้มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับความประทับใจต่อโรงละครแห่งชาติในวาระครบรอบ 55 ปี

นายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า “ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย  โรงละครแห่งชาติเปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยงามมาตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นโรงละครต้นแบบทั้งจากไทยและต่างชาติ  เป็นเวทีสำหรับการแสดงนาฏศิลป์ที่โดดเด่นจากกรมศิลปากร  และยังแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่ไม่ด้อยไปกว่านานาอารยประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากที่โรงละครแห่งชาติมักจะถูกเนรมิตให้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี

 ในวาระครบรอบ 55 ปีนี้ ผมยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้โรงละครแห่งชาติของเราเป็นสถานที่เชิดชูชาติ เป็นศูนย์รวมของศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างมีศักยภาพ และผมหวังว่าโรงละครแห่งชาติจะได้มีโอกาสต้อนรับผู้ที่มีความสนใจ รวมทั้งเยาวชนรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ด้านศิลปศึกษา ที่ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเข้ามาเรียนรู้ของพวกเขาจะต้องได้เรียนรู้ถึงศาสตร์แห่งศิลป์ การแสดง รวมทั้งเทคนิคต่างๆ อย่างลึกซึ้ง  ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ ทำให้การแสดงได้ถูกยกเลิกไปชั่วคราว  แต่ในส่วนของปีหน้านั้นจะยังคงมีกิจกรรมการแสดงอย่างแน่นอนแต่อาจจะเป็นช่วงๆ ไป เพื่อให้แฟน ๆ ของโรงละครแห่งชาติคลายความคิดถึงและมีความสุขในการรับชมเช่นเดิมครับ”

นายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ หรือ “ครูแป๊ะ” คีตศิลปินอาวุโส ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มดุริยางค์ไทยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า “ผมมีความรักและสนใจด้านศิลปะการแสดงแบบไทยทุกแขนงมาตั้งแต่ครั้งที่เรียนระดับประถมศึกษา มีความสุขที่มีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่รักจากศาสตร์การแสดงที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ถวายงานสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างใกล้ชิดเกือบทุกพระองค์ และมีความภูมิใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีโรงละครแห่งชาติที่ถือว่าเป็นเวทีอันทรงเกียรติของประเทศชาติ  ไม่ว่าจะเป็นงานแสดง โขน ละคร ร้องเพลงไทย ขับเสภา ลูกทุ่ง ลูกกรุง ลิเก รวมทั้งเป็นวิทยากรเกี่ยวกับงานงานศิลปะวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งผมมีอาจารย์ เสรี หวังในธรรม เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจมาโดยตลอด ในวาระครบรอบ 55 ปีของโรงละครแห่งชาติปีนี้ ผมอยากฝากถึงเยาวชนที่กำลังก้าวสู่วงการบันเทิงไทยแบบนี้ให้ศึกษาหาความรู้ให้ถ่องแท้  รู้จักคำว่าการอนุรักษ์ การพัฒนา การสร้างสรรค์ ที่สามารถทำควบคู่กันไป เพราะนั่นคืออัตลักษณ์แห่งชาติของเราที่ไม่มีที่ไหนในโลกนี้จะทำได้เหมือนเราแล้ว” 

                ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร  เจ้าของรางวัลศิลปินศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ ในปี พ.ศ.2551 อาจารย์ประจำวิชาความรู้ด้านการประพันธ์ดนตรีตะวันตกตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา และนักประพันธ์ กล่าวว่า “ผมมีความผูกพันกับโรงละครแห่งชาติตั้งแต่สมัยยังเด็กและช่วงเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  สมัยตอนเด็กผมได้มีโอกาสไปดูการแสดงที่โรงเรียนพาไปดูทั้งคอนเสิร์ต ดนตรีคลาสสิค ดนตรีไทย โขน วงออร์เคสตราของกรมศิลปากร และวงต่างประเทศ ที่สมัยนั้นโรงละครแห่งชาติที่เป็นสถานที่เดียวที่แสดงดนตรีสดได้จริง  และหลังจากกลับมาจากเรียนต่างประเทศ ก็เห็นว่าเรามีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งเพลงส่วนมากมักจะถูกแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  แต่ก็ยังมีเพลงบางส่วนที่มีการแสดงที่โรงละครแห่งชาติเช่นกัน

ผมภาคภูมิใจที่ประเทศเรามีโรงละครแห่งชาติที่ได้มาตรฐานโลกแห่งแรก  เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความขลัง สถาปัตยกรรมสวยงาม นอกจากจะเป็นที่บ่มเพาะศิลปินแล้วยังเป็นสถานที่สร้างศิลปินแห่งชาติอีกหลายแขนงเช่นกัน ผมอยากฝากไว้ว่าโรงละครแห่งชาติเป็นเอกลักษณ์ของประเทศที่ไม่ใช่เป็นเพียงโรงละครแต่เปรียบเสมือนกับ โอเปร่าเฮ้าส์ เมืองซิดนีย์, Esplanade สิงคโปร์, หรือรอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ ลอนดอน ที่คนทั่วโลกรู้จักไม่ใช่แค่เพียงเป็นสถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่วงระดับโลกเข้าไปแสดง ผมอยากให้โรงละครของเราเป็น   สัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ  ที่เปิดกว้างให้มีการแสดงทั้งจากไทยและต่างชาติ  รวมถึง หลังโควิด-19 หากเราเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ผมอยากให้พวกเขาเข้าเยี่ยมชม ดูการแสดง หรือไปถ่ายรูป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยอนุรักษ์มรดกและศิลปะวัฒนธรรมแห่งชาติของเราไว้ได้อย่างยั่งยืน” 

                กิ่ง เหมือนแพร พานะบุตร หรือ กิ่ง The Star 5 แชมป์ The Mask จักรราศี นักร้อง นักแสดง และครูสอนร้องเพลง กล่าวว่า “กิ่งเลือกเรียนคณะดุริยางคศาสตร์ สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส เอก Voice Jazz มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งถือว่าเป็นยุคแรกๆ ของคณะดนตรี  แรงบันดาลใจของกิ่งคือเพื่อนๆ ในวง    (วงดนตรีตอนมัธยม) ที่ผลักดันให้กิ่งกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางดนตรี  และพวกเราก็สอบติดคณะดุยางคศาสตร์กันทั้งวงด้วย  โดยอาชีพในปัจจุบัน  กิ่งได้นำทักษะและความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาใช้ได้ทั้งหมดและตรงจุดที่สุด  และสามารถนำมาต่อยอดในสายอาชีพด้วย ทั้งงานร้องเพลง จัดรายการวิทยุ รวมทั้งบทบาทของครูสอนร้องเพลง และถึงแม้ว่ากิ่งยังไม่มีโอกาสได้ไปแสดงที่โรงละครแห่งชาติ  แต่กิ่งก็มองเห็นความสำคัญและเห็นว่าโรงละครแห่งชาติถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่ากับคนดนตรีทุกคน รวมถึงการแสดงทุกแขนง กิ่งอยากให้ทั้งคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่สนใจได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาและได้มีโอกาสแสดงผลงานในสถานที่อันทรงคุณค่านี้ต่อไป  อยากเห็นโรงละครแห่งชาติอยู่คู่กับทุกการแสดงศิลปะทุกแขนงต่อไป”

                นาว ทิสานาฏ ศรศึก นักแสดง และนางแบบ กล่าวว่า “สมัยเด็กๆ นาวเรียนไม่เก่งและไม่ชอบอะไรที่เป็นวิชาการ แต่พอเป็นวิชาที่มีการปฏิบัติ เช่น วิทยาศาสตร์ พละ หรือนาฏศิลป์  ก็จะรู้สึกสนุกกับสิ่งเหล่านี้มากกว่า และยังได้เรียนพิเศษนาฏศิลป์ในช่วงปิดเทอม  ในที่สุดจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และหลังจบการศึกษานาวได้เริ่มเข้าสู่วงการนักแสดงและนางแบบ และได้นำสายวิชาที่เรียนมาช่วยสนับสนุนการทำงานได้เป็นอย่างดี  โดยมองว่าในตอนเรียนนาฏศิลป์จะมีการตีบทออกมาเป็นท่ารำต่างๆ บวกกับทำนองเพลง และพอมาเล่นละครก็ดึงเอาสิ่งเหล่านั้นมาผสมผสานทำให้การแสดงมันมีชีวิตเพิ่มขึ้น  โดยส่วนตัวนั้นนาวเคยได้เข้าร่วมพิธีไหว้ครู และใช้โรงละครแห่งชาติเป็นที่แสดงช่วงจบการศึกษา ทำให้เกิดความประทับใจและเป็นสถานที่ที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์  นาวเห็นว่าการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยนั้นมีความสำคัญ  และในวาระครบรอบ 55 ปี ของโรงละครแห่งชาติในปีนี้ นาวขอให้โรงละครแห่งชาติเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และอยู่เคียง และเชิดชูความเจริญแห่งอารยธรรมด้านศิลปะการแสดงสืบต่อไป”

ล้มสะโพกหักอย่าเคลื่อนย้ายเอง เสี่ยงเสียเลือดเพิ่มและเกิดภาวะแทรกซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541684

ล้มสะโพกหักอย่าเคลื่อนย้ายเอง  เสี่ยงเสียเลือดเพิ่มและเกิดภาวะแทรกซ้อน

ล้มสะโพกหักอย่าเคลื่อนย้ายเอง เสี่ยงเสียเลือดเพิ่มและเกิดภาวะแทรกซ้อน

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ล้มกระดูกสะโพกหัก ให้เรียกรถพยาบาล อย่าเคลื่อนย้ายเอง และควรรีบผ่าตัดภายใน 12 – 24 ชั่วโมงแรก เพื่อเพิ่มโอกาสหาย ลดโอกาสนอนติดเตียง ลุกยืนได้ทันทีหลังผ่าตัดเพียง 6 ชั่วโมง

หากล้มแล้วเจ็บปวดบริเวณสะโพกจนขยับไม่ไหว ลุกไม่ได้ อย่าฝืน เพราะนั่นอาจเป็สัญญาณบ่งบอกถึงภาวะกระดูกสะโพกหัก ซึ่ง นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า สะโพกเป็นกระดูกส่วนที่รับน้ำหนักตัวมากที่สุด หากล้มจนกระดูกสะโพกหักจะเกิดความเจ็บปวดรุนแรงจนขยับไม่ได้ ลุกไม่ขึ้น หรือขาผิดรูป อย่าพยายามดัดหรือดึงเพื่อให้กระดูกกลับเข้าที่โดยเด็ดขาด รวมถึงไม่ควรฝืนลุกยืนและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เพราะอาจทำให้กระดูกหักเพิ่มจนไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ และเสียเลือดมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายขึ้นแล้วโทรเรียกรถพยาบาลมารับทันที

สำหรับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักง่ายคือ ผู้สูงอายุเนื่องจากความแข็งแรงของกระดูกลดลง ผู้ป่วยกระดูกพรุน ผู้ที่ขาดสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือแม้แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ แพ้ภูมิตัวเอง นอกจากนี้ในกลุ่มคนที่อายุน้อยก็มีโอกาสกระดูกสะโพกหักได้จากอุบัติเหตุรุนแรง เช่น ตกจากที่สูง อุบัติจากรถจักรยานยนต์

ทั้งนี้ โดยมากเราจะพบผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสาเหตุมาจากการล้ม เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยที่หมดประจำเดือนและมีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกสะโพกหักในกลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย จากสถิติพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตภายภายในปีแรกสูงถึงร้อยละ 35 หากไม่ได้รับการรักษาดูและที่เหมาะสม หรือไม่ได้รับการผ่าตัดภายใน 12-24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ป่วยจะเสียเลือดมากขึ้น เกิดภาวะแทรกซ้อน แผลกดทับและติดเตียงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การรักษาผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก หากเกิดการหักที่บริเวณคอสะโพกจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด หรือภายใน 12-24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดโอกาสการนอนติดเตียง สามารถลุกยืนได้ภายใน 6 -12 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และกลับไปวิ่งหรือ ว่ายน้ำ และขับรถได้ใน 1 เดือน

สำหรับการลดความเสี่ยงในการเกิดสะโพกหัก ควรเริ่มตั้งแต่การรับประทานอาหารเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ออกกำลังกายกลางแจ้งโดนแสงแดดบ้างอย่างสม่ำเสมอ ลดละเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนบ้านที่มีผู้สูงอายุควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ปรับพื้นที่ทางเดินให้เหมาะสม ไม่ลื่น และเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ ป้องกันผู้สูงอายุสะดุดหรือลื่นล้ม นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรตรวจคัดกรองกระดูกพรุนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการล้มและกระดูกหักง่ายได้

‘ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ’ นิยามความรักของคู่วิวาห์ ทัศยา พูนศิริวงศ์ สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541673

‘ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ’ นิยามความรักของคู่วิวาห์  ทัศยา พูนศิริวงศ์ สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา

‘ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ’ นิยามความรักของคู่วิวาห์ ทัศยา พูนศิริวงศ์ สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คุณปู่-คุณย่า วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับหลานทั้งสอง มีคุณแม่เจ้าสาว นิรัสรา พูนศิริวงศ์ พร้อม คุณพ่อคุณแม่เจ้าบ่าว ไชยจิตร์-ชลิดา ตั้งนิมิตรธนา, พี่สาวเจ้าบ่าว พาสุกรี ตั้งนิมิตรธนา, ญาติเจ้าสาว สาณิต รัตนาวะดี, วิรัตน์ สุพรรณธะริดา, ศักดิ์สิน พูนศิริวงศ์,ผรณเดช-วิภาดา-ด.ช.วิเศษชนต์ พูนศิริวงศ์ ร่วมถ่ายรูป

ควงคู่เข้าประตูวิวาห์กันอย่างหวานชื่น เจ้าสาวคนสวยอุ๊บอิ๊บ-ทัศยา พูนศิริวงศ์ บุตรี นิรัสรา พูนศิริวงศ์ หลานสาวคนสวยของผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า คุณปู่-คุณย่า วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับ เจ้าบ่าว สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา บุตร ไชยจิตร์-ชลิดา ตั้งนิมิตรธนา ท่ามกลางเครือญาติสนิททั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายเข้าร่วมเป็นสักขีพยานรัก โดยช่วงเช้าเจ้าบ่าวได้ถือฤกษ์งามยามดี เวลา 06.09 น. ยกขบวนขันหมากไปสู่ขอเจ้าสาวและทำพิธีหมั้นหมาย ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่ที่เคารพรักมาร่วมแสดงความยินดีอบอุ่น นับเป็นอีกวันดีๆ ของทั้งสองครอบครัวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอบอวลไปทั่วห้องบอลรูม โรงแรมสุโขทัย เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าบ่าว-เจ้าสาวเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมรับทานอาหารอย่างเป็นกันเองในสไตล์โต๊ะจีน

เจ้าสาว อุ๊บอิ๊บ-ทัศยา พูนศิริวงศ์ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนโยเซฟคอนแวนต์ ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและปริญญาโท Aston University ด้าน Marketing ด้านเจ้าบ่าวเปรม-สมัชญ์ ตั้งนิมิตรธนา จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปัจจุบันทั้งคู่ทำธุรกิจส่วนตัว เรื่องราวความรักของทั้งคู่ คบกันมา 5 ปี เป็นเพื่อนของเพื่อนที่รู้จักกันมานานถึง 10 ปี ด้วยความที่เจ้าบ่าวเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือเพื่อน เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญเป็นคนรักครอบครัว ทำให้เจ้าสาวประทับใจในสิ่งเหล่านี้ของตัวเจ้าบ่าว ทั้งนี้ เจ้าสาวเผยในงานว่า “ถ้าจะเปรียบกับบทเพลงเพลงหนึ่ง ก็อยากจะเปรียบกับเพลง “ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ” ตั้งแต่พบกันวันนั้นใจก็รู้ว่าเราจะมีกันวันนี้ เธอเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้ทุกวันที่มีกลายเป็นวันที่มีความหมายไม่ใช่แค่วันพรุ่งนี้ แต่จากนี้แม้นานเท่านานสักเพียงไหน จะมีเธอ เธอมีฉันมีกันตลอดไป ยิ่งพบเจอยิ่งได้รู้จักยิ่งรักเธอหมดใจ…”

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541720

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2563

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

●● อีก 2 วันเราก็จะได้บ๊าย บายปีเก่า 2563 ที่แสนรันทดของใครหลายๆ คน เพราะโควิด -19 ระบาด เศรษฐกิจย่ำแย่…แต่เมื่อเรายังมีลมหายใจ ชีวิตต้องสู้ต่อไป ขอให้ทุกคนมีความหวัง…หวังว่า ปีใหม่ 2564 จะเป็นปีทองของชาวไทยและชาวโลก ได้ใช้วัคซีนป้องกันโรคร้ายถ้วนหน้า…ความสุข-สันติกลับมาเยือนชาวโลกอีกครั้ง…ปีใหม่ 2564 ที่จะถึงนี้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ผู้อ่าน “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” ทุกท่านประสบความสุข สุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค ปลอดภัย ปราศจากโรคร้ายทั้งปวง การงาน การเงิน เจริญก้าวหน้าทุกท่านเทอญ…สาธุ…

●● การเมืองเริ่มกลับมามีเสถียรภาพน่าพอใจ ซูเปอร์วีไอพีมีภารกิจต้องลงเยี่ยมจังหวัดใหญ่ภาคใต้เพื่อเสริมฐานกำลังสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาหลายรูปแบบ ขณะเดินลงพื้นที่กับ สส.เจ้าถิ่นคนดัง พอได้จังหวะซูเปอร์วีไอพีก็เอ่ยปากสมานฉันท์ว่า “เราพวกเดียวกันนะ…ผมใช้ยาสีฟันเทพไทย !” ฝ่ายหลังที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันถึงกับหัวเราะถูกใจแล้วแย็บสวน“มิน่า เดี๋ยวนี้ท่านถึงพูดหวานหูเหลือเกิน”…

●● โรคระบาดโควิค-19 ทำลายเศรษฐกิจทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่บรรยากาศที่เคยคึกคักในสปอร์ตคลับ RBSC สโมสรศูนย์รวมกิจกรรมของบุคคลสำคัญในสังคม ภาพที่เคยเห็นติดตาของกลุ่มที่เรียกกันว่า “ก๊วนใหญ่” ซึ่งมีทั้งแข่งกอล์ฟ นั่งเอ็นจอยลั้นช์ และสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นก็ต้องยุติลงอย่างไม่มีกำหนด สมาชิกก๊วนประกอบด้วยบิ๊กเนมที่เราคุ้นกันดี อาทิ พงส์ สารสิน, พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ, ประยุทธ มหากิจศิริ, อุปจิตต์ วสุรัตน์ และ มงคล สิมะโรจน์…

●● อีกครั้งที่ชาวไทย-แคลิฟอร์เนี่ยนต้องสูญเสียคหบดีใจบุญวัย 78 ปี สง่า นาดี ซึ่งสี่สิบปีก่อนเดินทางจาก จังหวัดอุดรฯ มุ่งหน้ามลรัฐแคลิฟอร์เนีย ค้นหา AMERICAN DREAM เพื่อสร้างอนาคต แล้วก็ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมาย สร้างตัวเป็นระดับคหบดีของชุมชนไทยในนคร แอลเอมีธุรกิจในคอนโทรลหลายอย่าง อาทิ ลิเคอร์ สโตร์, ภัตตาคารอาหารไทย, เรียลเอสเตทมีใจกว้างขวางช่วยเหลือผู้คนไม่เลือกหน้า และยังดำรงตำแหน่งสาธารณกุศลเป็น กรรมการบริหารวัดไทย, กรรมการมูลนิธิวัดไทย (รูปแบบป่อเต็กตึ๊ง) และประธานชมรมข่าวอีสาน…ขอท่านสู่สุคติ…

●● ยินดีที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เป็นรัฐมนตรี 1 ใน 5 ที่มีผลงานเด่นสุดในรอบปี 2563 ตอนนี้เตรียมลุยงานเรื่องหมอกควันทางภาคเหนือ…ได้คะแนนไปอีกแบบเต็มๆ…

●● เป็น สส.ที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น และ พญ.น้ำฝน ไพรทอง แสดงความห่วงใยประชาชนย่านเขตบางเขน หากใครมีปัญหาเรื่องโรค COVID-19 มีเบอร์ติดต่อด่วน พร้อมเปิดช่องทาง Facebook อีกด้วย…ทำดีก็ต้องชมกัน…

●● ก่อนสิ้นปี ลานทิพย์ ทวาทศินไปเที่ยวทะเลที่เกาะพีพี ช่วงนี้ทะเลสวยงามมาก…

●● เมื่อวันคริสต์มาสที่ผ่านมา โต๋- ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร คุกเข่าขอ น้องไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ แต่งงาน หลังจากคบหาดูใจกันมา 9 ปี ในรายการ เรื่องเล่าข่าวเช้านี้ ทาง ทีวีสีช่อง 3 โดยไม่บอกกล่าวให้สาวเจ้ารู้ตัวมาก่อน…นับเป็นซีนหวานๆ ที่ทำให้คนดูพลอยน้ำตาซึม ด้วยความปลาบปลื้มกับ ว่าที่เจ้าสาวด้วย…ขอให้ชีวิตคู่มีความสุข และรักกันไปอย่างนี้นานๆ นะคะ!!…●●

บารอนเนส

สานต่อโครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ ชวนคนรุ่นใหม่ส่งต่อพลังแห่งผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541681

สานต่อโครงการ'แบรนด์...พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต'  ชวนคนรุ่นใหม่ส่งต่อพลังแห่งผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต

สานต่อโครงการ’แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ ชวนคนรุ่นใหม่ส่งต่อพลังแห่งผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิต

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แบรนด์ซันโทรี่ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สานต่อโครงการ“แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต2564” (BRAND’S Young Blood 2021)ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อรณรงค์และเชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา เริ่มต้นเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วยการร่วมใจบริจาคโลหิต พร้อมแทคทีม “อเล็กซ์ เรนเดลล์” ดาราหนุ่มหัวใจเพื่อสังคมร่วมเชิญชวนคนรุ่นใหม่แสดงพลังแห่งการเป็นผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิตต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยกล่าวว่า “สถานการณ์โลหิตของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นพบว่าการบริจาคโลหิตยังไม่สม่ำเสมอแม้ว่าแต่ละปีจะสามารถจัดหาโลหิตได้เพิ่มมากขึ้นแต่ก็ยังคงขาดแคลนโลหิตบางช่วงเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดน้อยลงมากจนเกิดวิกฤติโลหิตขาดแคลนเนื่องจากโรงพยาบาลทั่วประเทศมีภารกิจในการรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดสถานที่ในการรับบริจาคโลหิตลดลงส่งผลให้ผู้บริจาคโลหิตประจำมีความกังวลไม่ต้องการเดินทางมาโรงพยาบาล เลี่ยงการเดินทางไปสถานที่ชุมชนเพราะกลัวได้รับเชื้อโรคดังกล่าว ในขณะที่ปริมาณการเบิกใช้โลหิตที่ผ่านมานั้นเพิ่มขึ้น 8-10% ทุกปี”

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจำเป็นต้องมีโลหิตสำรองเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ต่างๆที่ต้องการใช้โลหิตในกรณีเร่งด่วนอย่างน้อย 2-5 วัน และสำหรับปี 2564 มีเป้าหมายในการจัดหาโลหิตให้ได้ 2,600,000 ยูนิตซึ่งหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นผู้บริจาคโลหิตที่มีคุณภาพได้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนเนื่องจากเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีโลหิตที่มีคุณภาพ และเป็นกลุ่มที่สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงต้องมุ่งรณรงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้เข้ามาเป็นผู้บริจาคโลหิตรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตร และการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อจัดหาโลหิตคุณภาพให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น และเพียงพอต่อความต้องการใช้โลหิต”

นางมธุวลี สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสังคมไทย และส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับส่วนรวมภายใต้ค่านิยม “Giving back to society” แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทยจึงได้ร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สานต่อโครงการ “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต2564” (BRAND’S Young Blood 2021)เพื่อรณรงค์ให้กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ด้วยการเริ่มเป็นผู้บริจาคโลหิต และกระตุ้นให้บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทุก 3 เดือน พร้อมกับส่งเสริมให้เยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตว่าเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นหน้าที่ที่ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายโลหิตที่ได้รับบริจาคผ่านโครงการฯ จำนวน 80,000 ยูนิตทั่วประเทศ

 “การดำเนินกิจกรรมรณรงค์ของโครงการฯในช่วงระหว่างปี 2562-2563โครงการฯ ได้รับโลหิตจากการบริจาครวมทั้งสิ้น 71,017ยูนิต จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ร่วมแสดงพลังของผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน พร้อมกันนี้ยังได้มีการจัดการประกวดสื่อคลิปวิดีโอ และสื่อภาพนิ่ง (Infographic) เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการบริจาคโลหิต โดยทีมที่ชนะเลิศการประกวดสื่อคลิปวิดีโอ ได้แก่ทีม New Bridge วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ และทีมที่ชนะเลิศการประกวดสื่อภาพนิ่ง (Infographic) ได้แก่ ทีม Blackswanวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจเช่นกัน

สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่มีความพิเศษเนื่องจากเป็นปีที่โครงการฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ทางโครงการฯได้เตรียมกิจกรรมมากมายเพื่อสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้เกิดการบริจาคโลหิตในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาในวงกว้างโดยได้รับเกียรติจาก “อเล็กซ์ เรนเดลล์” ดาราหนุ่มหัวใจเพื่อสังคมร่วมประชาสัมพันธ์โครงการฯ สำหรับกิจกรรมที่อยู่ภายใต้โครงการฯ ปี 2564นี้ ประกอบด้วย

 1.กิจกรรมรับบริจาคโลหิตในสถาบันการศึกษา

 2.กิจกรรมการประกวด ได้แก่ การประกวดสื่อภาพนิ่ง (Infographic)รณรงค์บริจาคโลหิตในหัวข้อ#brandsyoungbloodchallengeท้าเพื่อนบริจาคโลหิต” เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่1 มกราคม จนถึงวันที่10 พฤษภาคม 2564 การประกวดภาพถ่ายท้าประลองบริจาคโลหิต #brandsyoungbloodchallengeเป็นกิจกรรมที่ให้เยาวชนผู้บริจาคโลหิตได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เชิญชวนเพื่อนๆ ได้ร่วมบริจาคโลหิตและสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนช่วยเหลือสังคมด้วยการเป็น “ผู้ให้” ทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ด้วยการถ่ายภาพหลังบริจาคโลหิต และโพสภาพลงในหน้าเฟสบุคของตัวเองพร้อมติดแฮชแท็ก#brandsyoungbloodchallenge และแท็กเพื่อน 5 คนและตั้งค่าโพสเป็นสาธารณะโดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ถึง 20 พฤศจิกายน 2564

 3.กิจกรรมบริจาคโลหิต“ให้รัก ให้ชีวิต”กิจกรรมรณรงค์เยาวชนคนรุ่นใหม่เริ่มต้นสิ่งดีๆ ด้วยการทำบุญผ่านการบริจาคโลหิตในช่วงเวลาตั้งแต่วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2564จนถึงสิ้นปีเพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือนหรือปีละ 4 ครั้ง ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตที่สม่ำเสมอเพียงพอแก่ผู้ป่วย

สำหรับนิสิต นักศึกษา สถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต และต้องการร่วมโครงการประกวดจัดทำสื่อภาพนิ่งสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์www.blooddonationthai.com
และ http://www.brandsworld.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ โทร.02-255-4567, 02-263-9600 ต่อ 1752และ1753