แกะรอย ‘หนุ่มระยอง’ นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453490

แกะรอย’หนุ่มระยอง’นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

แกะรอย'หนุ่มระยอง'นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

28 ธันวาคม 2563 – 15:37 น.

เปิดโฉม อนุ กมธ.บ่อนออนไลน์ ร่วมวง “หนุ่มระยอง” ในวันที่โควิดระบาด

ข่าวการแพร่เชื้อโควิดจากบ่อนพนันกลางเมืองระยอง สร้างผลสะเทือนหนักหนากว่ากรณีตลาดกุ้งมหาชัย เพราะนักพนันจำนวนหนึ่งยังไม่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการตรวจหาเชื้อโควิด

วันที่ 28 ธ.ค.2563 กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามารัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 เพื่อประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ ส่งผลให้รัฐสภาได้คัดกรองกลุ่มเสี่ยง 22 คน ส่ง รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด 

ที่น่าสนใจ ชายคนคนดังกล่าว เดินทางมาจาก จ.ระยอง และมีประวัติสัมผัสกับญาติที่ติดเชื้อโควิด

แกะรอยหนุ่มระยอง

วินท์ สุธีรชัย ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตัวเขาได้โทรศัพท์คุยกับ “หนุ่มระยอง” วัย 26 ปีแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นว่า วันที่ 20 ธ.ค.2563 ออกจากบ้านไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง ที่หน่วยเลือกตั้งวัดเนินพระ วันที่ 21 ธ.ค.เดินมาประชุมที่รัฐสภา 

วันที่ 23 ธ.ค. ไปพบญาติที่ตอนหลังพบว่า ติดเชื้อโควิด วันที่ 24 ธ.ค. ตัวเขาถูกเชิญไปตรวจหาเชื้อ โดยผลตรวจ Swab Test ในเบื้องต้นออกมาก้ำกึ่ง ทางสาธารณสุข จ.ระยอง จึงส่งผลไปตรวจในแล็บใหญ่ที่ชลบุรี เพื่อตรวจสอบแบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง 

มีรายงานข่าวอีกกระแสหนึ่ง หนุ่มระยองคนนี้ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแยกมากักตัวที่ รพ.ในกรุงเทพฯ

แกะรอย'หนุ่มระยอง'นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

โฉมหน้ากรรมาธิการฯ

หลายคนอยากทราบว่า “คณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ” มีใครบ้าง จากการตรวจสอบเวบไซต์รัฐสภา ก็พบว่า มีคนดังจากหลายวงการเข้าร่วมเป็นอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

รายนามคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ มีดังนี้
 วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานอนุกรรมาธิการ ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธาน คนที่หนึ่ง จักรพล  ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย รองประธาน คนที่สอง พรชัย  ปานศรีแก้ว รองประธาน คนที่สาม

สำหรับอนุกรรมการ ประกอบด้วย สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ, ปอยหลวง  โคนทรงแสน, พจนารถ  ห่วงสกุล ,ภัทร  ภมรมนตรี และ พ.อ.ธนกฤต  นพคุณวิจัย ส่วน พ.ต.ต.จิรายุ  กีรติยุตอมรกุล เลขานุการ

อนึ่ง วินท์ สุธีรชัย ก่อนเข้าสู่วงการเมือง เขาอยู่ในอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด

สื่อหลายสำนักเปิดเผยว่า หนุ่มระยอง วัย 26 ปี เป็นลูกชายของ “หลงจู๊” คนดังเมืองระยอง ซึ่งมีความสนิทสนมกับอนุ กมธ.บ่อนไลน์บางคน จึงถูกเชิญมาให้ข้อมูลการพนันออนไลน์

“ธิดา” ฟันธง นปช.จบ “แดง” ไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453455

“ธิดา” ฟันธง นปช.จบ “แดง” ไม่จบ

"ธิดา" ฟันธง นปช.จบ "แดง" ไม่จบ

28 ธันวาคม 2563 – 11:39 น.

นปช.เหลือแต่ซาก แกนนำแยกวง “ธิดา” มั่นใจคนเสื้อแดงยังอยู่

ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ไลฟ์เฟซบุ๊คเตรียมหารือเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอปิดฉาก นปช. เหลือไว้ให้เป็นตำนานการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 13 ปีที่แล้ว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ได้จัดแถลงข่าวเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (นปช.) มี วีระกานต์ มุกสิกพงศ์ เป็นประธาน นปช.คนแรก 

วันที่ 9 ก.ค.2552 วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำอีกหลายคน แถลงข่าวเปลี่ยนชื่อจากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เป็น “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน” เพื่อการดำเนินงานและการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกภาพ

จากนั้น นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ได้จัดการชุมนุมใหญ่ 2 ปีซ้อน (ปี 2552-2553) หลังรัฐประหาร 2557 แกนนำ นปช. ต้องเผชิญคดีความมากมาย ขบวนการคนเสื้อแดงอยู่ในภาวะสงบนิ่ง และถดถอย 

ดังที่ทราบกัน แกนนำ นปช. 2 สายคือ สายจตุพร กับสายณัฐวุฒิ แยกกันไปสร้างรวงรังใหม่ มินับแกนนำย่อยในหัวเมือง ต่างก็ไม่ขึ้นต่อส่วนกลางมานานแล้ว แกนนำแดงภูธร ลงสมัคร ส.ส. ในสังกัดพรรคเพื่อชาติก็แพ้ ลงสมัครนายก อบจ.บางแห่ง ก็พ่าย สะท้อนภาวะขาลงของ นปช.อย่างเห็นได้ชัด

ไม่ต้องมี นปช.

วันที่ 17 ธ.ค.2563 ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ UDD news เกี่ยวกับองค์กร นปช. ในสถานการณ์ปัจจุบัน “องค์กร นปช. ไม่ได้มีการประชุม ไม่ได้มีกิจกรรมในการต่อสู้มานับสองปีกว่าแล้ว ในความเป็นจริงก็เป็นการลดระดับของการต่อสู้ไป”

ด้วยเหตุนี้ มวลชนคนเสื้อแดงจึงมีความคิดหลากหลาย บางกลุ่มเสนอเปลี่ยนประธานบ้าง หรือเปลี่ยนแกนนำทั้งหมด หรือมีแกนนำใหม่ หรือบางส่วนก็อาจจะคิดว่าไม่ต้องมีแล้ว เพราะตอนนี้มีการนำใหม่โดยเยาวชน 

“ตัวดิฉันเองมาถึงวันนี้ คงไม่ใช่ตัวเอกแห่งการนำพาประชาชน แต่ก็อยู่บนถนนที่ทอดยาวไปสู่อนาคต ดิฉันหวังให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของเราและคนยุคก่อน”
 นับแต่มีม็อบราษฎร “ธิดา” มักแสดงความคิดเห็นอยู่บ่อยครั้งว่า คลื่นลูกใหม่มาแทนคลื่นลูกเก่าแล้ว นปช.ควรสนับสนุนแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่

ธิดายืนยันว่า นปช.ได้สร้างคนเสื้อแดงที่ไม่ยึดติดกับบุคคล เขามีความคิดของเขาเอง นปช.จะอยู่หรือไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่คนเสื้อแดงและคนรักประชาธิปไตยยังอยู่ครบถ้วนทั้งหมด

ฉะนั้น ไม่มี นปช. ไม่มีจตุพร ไม่มีณัฐวุฒิ ไม่มีธิดา ไม่มีเหวง คนเสื้อแดงก็ยังดำรงอยู่

“บิ๊กตู่” ซัดคนปล่อยข่าว รัฐบาลแพร่เชื้อโควิด เอง ชี้ ผู้ว่าฯสมุทรสาครติดเชื้อ จากการดูแลประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453495

“บิ๊กตู่” ซัดคนปล่อยข่าว รัฐบาลแพร่เชื้อโควิด เอง ชี้ ผู้ว่าฯสมุทรสาครติดเชื้อ จากการดูแลประชาชน

"บิ๊กตู่" ซัดคนปล่อยข่าว รัฐบาลแพร่เชื้อโควิด เอง ชี้ ผู้ว่าฯสมุทรสาครติดเชื้อ จากการดูแลประชาชน

28 ธันวาคม 2563 – 16:33 น.

“บิ๊กตู่” ซัดคนปล่อยข่าว รัฐบาลแพร่เชื้อโควิด เอง ชี้ ผู้ว่าฯสมุทรสาครติดเชื้อ จากการดูแลประชาชน ขอบคุณสื่อตั้งฉายารัฐบาล ขอรอฟังประชาชนตั้งฉายาสื่อ

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า สถิติการติดเชื้อโควิดยังมีอยู่ทุกวัน โดยขึ้นอยู่กับที่สามารถติดตาม และนำเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งถึงแม้จะระบาดช่วงนี้ แต่เราก็รู้ที่มา ส่วนที่หลายคนออกมาพูดว่ารัฐบาลเป็นผู้ปล่อยเชื้อ เพื่อประโยชน์อย่างอื่นนั้น ตนคิดว่า คนที่คิดแบบนี้ใช้ไม่ได้ และไม่ควรให้ค่าข่าวแบบนี้ เพราะรัฐบาลมีแต่ทำให้เกิดความปลอดภัย  

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า สิ่งที่ต้องย้ำเตือนคือ การใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ระวังการเข้าพื้นที่ชุมชนแออัด โดยช่วงนี้ อาจลำบากการใช้ชีวิตในช่วงปีใหม่ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ใช่เวลาโทษกันไปมา แต่เราควรร่วมมือกัน 

ส่วนกรณีผู้ว่าราชการสมุทรสาคร ติดเชื้อโควิด พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า สาเหตุที่ติดเชื้อมาจากการลงพื้นที่ดูประชาชน ดังนั้น ก็รักษาตามขั้นตอน ซึ่งไม่ได้ติดเชื้อจากการเที่ยว โดยตนเอง ก็มีโอกาสติดเชื้อ หากลงพื้นที่ ซึ่งเมื่อเช้า ตนก็ได้มีการตรวจเลือด พร้อมย้ำว่า เรื่องวัคซีน ที่จองไป เราจะต้องนำมาพัฒนาผลิตเอง จนครบทั้งประเทศ  

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกถึงกรณีหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายจะปรับการประชุมเป็นวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์หรือไม่ว่า ถ้าถึงเวลานั้น หรือ จำเป็นก็ต้องทำ แต่ตอนนี้ ยังสามารถควบคุมได้ ซึ่งทุกอย่างมีบทเรียน และแนวทางปฎิบัติ 

ส่วนกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เตรียมเดินสายยุติบทบาท นปช. จะเอื้อต่อการปรองดองหรือไม่ ว่า ถ้าทำได้จริง ก็ดีอยู่แล้ว โดยถ้าทำความดี ก็ให้ทำไป เพราะคนที่ได้คือประเทศ ไม่ใช่ตน 

ส่วนกรณีสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายารัฐบาล ปี 63 พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ขอบคุณฉายาที่ตั้งมา โดยก็สนุกสนานกันไป แต่ประชาชนก็กำลังตั้งฉายาสื่อกันอยู่ ซึ่งก็ขอให้รอฟัง เพราะตนก็อยากรู้ว่าจะตั้งกันอย่างไรบ้าง รวมถึงเป็นการรับฟังสองทาง โดยตนไม่ไปว่าใครอยู่แล้ว

กก.ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ เคาะไม่อนุญาต “ซิโน-ไทย” ขอขยายเวลาสิ้น 31 ธ.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453496

กก.ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ เคาะไม่อนุญาต”ซิโน-ไทย ขอขยายเวลาสิ้น 31 ธ.ค.นี้

กก.ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ เคาะไม่อนุญาต"ซิโน-ไทย ขอขยายเวลาสิ้น 31 ธ.ค.นี้

28 ธันวาคม 2563 – 16:26 น.

“วัชระ เพชรทอง”เผย คณะกรรมการตรวจการจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีมติไม่อนุญาตให้มีการขยายเวลาก่อสร้างครั้งที่ 5 ตามที่ บริษัทซิโน-ไทยฯร้องขอส่งผลให้ซิโน-ไทยฯจะสิ้นสุดการขยายเวลาครั้งที่ 4 31 ธ.ค.ในสัปดาห์นี้ หากสร้างไม่เสร็จเจอค่าปรับวันละ 12 ล้าน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ปชป.กล่าวว่า วันนี้นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้ประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นการเฉพาะไม่อนุญาตให้บุุคคลจากภาคเอกชนเข้าประชุมด้วย ผลการพิจารณาคณะกรรมการมีมติ 6 ต่อ 2 ไม่อนุญาตให้มีการขยายเวลาก่อสร้างครั้งที่ 5 ตามที่บริษัทซิโน-ไทยฯร้องขอส่งผลให้บริษัทซิโน-ไทยฯจะสิ้นสุดการขยายเวลาครั้งที่ 4 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2563ในสัปดาห์นี้ซึ่งตามสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภานี้มีวงเงิน 12,280 ล้านบาท สัญญาก่อสร้าง 900 วัน

“หากสร้างไม่เสร็จค่าปรับวันละประมาณ 12 ล้านบาทเศษ บริษัทซิโน-ไทยได้ขยายเวลาถึง 4 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1,874 วันก็ยังไม่เสร็จ”
นายวัชระ กล่าวว่า ขอขอบคุณข้าราชการรัฐสภาที่รักษาผลประโยชน์ของชาติ ทำให้ประชาชนไม่ต้องเสียเงินภาษีเพิ่มเติมอีก ซึ่งต้องติเตามรายละเอียดและรอการแถลงอย่างเป็นทางการจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

“นายกฯ” ย้ำ กระทรวงพาณิชย์ ต้องควบคุมราคาหน้ากากให้ได้ ห้ามขายเกินราคาที่กำหนด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453494

“นายกฯ” ย้ำ กระทรวงพาณิชย์ ต้องควบคุมราคาหน้ากากให้ได้ ห้ามขายเกินราคาที่กำหนด

"นายกฯ" ย้ำ กระทรวงพาณิชย์ ต้องควบคุมราคาหน้ากากให้ได้ ห้ามขายเกินราคาที่กำหนด

28 ธันวาคม 2563 – 16:24 น.

“นายกฯ” ย้ำ กระทรวงพาณิชย์ ต้องควบคุมราคาหน้ากากให้ได้ ห้ามขายเกินราคาที่กำหนด

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 นายอนุชา  บูรพชัยศรี  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ให้ควบคุมราคาหน้ากากอนามัยที่มีขายอยู่ในขณะนี้ โดยหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศไทยให้จำหน่ายในราคาไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท และขอให้ผู้ประกอบการทุกประเภททำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการค้าขายออนไลน์ด้วย ทั้งนี้ ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์จะต้องควบคุมร้านค้าหรือผู้โพสต์ขายออนไลน์ในแพลตฟอร์มตนเอง ให้ปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ขายเกินราคาหรือกระทำความผิด 

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน สอดส่องดูแลให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และต้องไม่ให้เกิดปัญหากับประชาชน พร้อมกับมอบกรมการค้าภายใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ทั้งป้องกันและป้องปรามการกระทำความผิดการจำหน่ายเกินราคาหรือกักตุน โดยหากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และเกิดการเอาเปรียบประชาชน 

นายอนุชา กล่าวว่า “ หากประชาชนพบร้านค้าจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา หรือถูกเอาเปรียบจากร้านค้าที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย สามารถโทรแจ้งกรมการค้าภายในได้ที่ สายด่วน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบุชื่อร้าน พิกัดร้าน และราคาที่จำหน่าย เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบว่ามีการจำหน่ายเกินราคาจริงก็จะถูกสอบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป และหากพบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาบนช่องทางออนไลน์ ให้บันทึกภาพหน้าจอไว้เป็นหลักฐาน แล้วแจ้งไปที่ Facebook Fanpage: กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ. หรือ Line: @wtf5716c

ทั้งนี้ ความผิดกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับ 10,000 บาท และสำหรับกรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า และปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

“แรมโบ้” บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453493

“แรมโบ้”บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก

"แรมโบ้"บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก

28 ธันวาคม 2563 – 16:14 น.

“แรมโบ้”บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก

เมื่อวานนี้ (27 ธันวาคม2563) นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่อ.เกาะยาว จ.พังงาตามที่นายสานิ นาวีว่อง และชมรมปลากะตักเกาะยาว ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี  คราวที่นายกรัฐมนตรีและครม.เดินทางมาตรวจราชการและประชุม ครม.สัญจรที่ จ.ภูเก็ต ต่อมาตัวแทนชมรมปลากะตักชาวบ้านเกาะยาว ได้เดินทางมาติดตามเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและเชิญนายสุภรณ์และคณะลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในความเดือดของชาวบ้าน

"แรมโบ้"บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก

จากปัญหาการออกกฎหมายห้ามทำการประมงใกล้ชายฝั่ง ห่างออกไป1.5ไมล์ทะเล ตั้งแต่พ.ศ.2558 จึงทำให้ส่งผล กระทบความเดือดร้อนอาชีพของชาวบ้านอย่างมาก เพราะได้ประกอบอาชีพประมงทำกันมาอย่างยาวนาน หลังจากมีการออกพรบ.ประมงเพิ่มเติม ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพประมงได้อีกต่อไป เพราะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากพื้นที่ของเกาะยาวเป็นพื้นที่ ที่มีเกาะจำนวนมาก จะต้องออกไปจับปลา ให้ห่างออกชายฝั่งในระยะ 1.5 ไมล์ทะเล ซึ่งระยะดังกล่าวไม่มีปลากะตักให้ชาวประมงได้ลากอวน เพราะปลากะตักจะมีเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง ทำให้การประมงที่ทำมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป กลายเป็นการทำประมงที่ผิดกฎหมายทั้งที่ทำมายาวนานตั้งแต่ในอดีต ตลอดจนกฎหมายใหม่มีบทลงโทษหนักและค่าปรับสูงมาก พร้อมทั้งถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย

"แรมโบ้"บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก

นายสุภรณ์ฯ และคณะได้เดินทางตรวจดูพื้นที่และตรวจดูสภาพเรือประมงที่ถูกจับและจอดทิ้งไว้กว่า2 ปี ที่สภาพกำลังชำรุดทรุดโทรมใช้งานไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดไว้ และรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อนำปัญหาดังกล่าวนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบได้พิจารณาหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้าน อาชีพจับปลากะตัก ที่อ.เกาะยาว จ.พังงาต่อไป

"แรมโบ้"บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก
"แรมโบ้"บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก
"แรมโบ้"บุกใต้ ลงพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา รับเรื่องความเดือดร้อนชาวประมงพื้นบ้านปลากะตัก

สื่อทำเนียบฯตั้ง “ฉายารัฐบาล” ปี63 “Veryกู้” ส่วน “ประยุทธ์” ได้ “ตู่ไม่รู้ล้ม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453444

สื่อทำเนียบฯตั้ง “ฉายารัฐบาล” ปี63 “Veryกู้” ส่วน “ประยุทธ์” ได้ “ตู่ไม่รู้ล้ม”

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

28 ธันวาคม 2563 – 10:24 น.

สื่อทำเนียบฯ ตั้ง “ฉายารัฐบาล” ปี63 “Veryกู้” ส่วน “ประยุทธ์” ได้ “ตู่ไม่รู้ล้ม” ประวิตร “ป้อมไม่รู้โรย” วิษณุ “ไฮเตอร์เซอร์วิส” อนุทิน “ทินเนอร์” จุรินทร์ “เช้าสายบ่ายเคลม” ณัฏฐพล “หวีดดับ” วาทะแห่งปีนายกฯ “ไม่ออก.. แล้วผมทำผิดอะไรหรือ”

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติสืบต่อกันมา สะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานรัฐบาล โดยปราศจากอคติ โดย พร้อมมีมติตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และ วาทะแห่งปี ประจำปี 2563 ร่วมกันดังนี้

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

ฉายารัฐบาล : VERY “กู้”

เปรียบเปรยการทำงานของรัฐบาล ที่ต้องกอบกู้วิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 กู้ชีวิตคนไทยให้อยู่รอดปลอดภัย แม้จะยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่ก็ยังดีกว่าหลายประเทศ แม้จะไม่ถึงขั้น very good ก็ตาม ขณะเดียวกัน ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องคนไทยที่ต้องแบกรับภาระหนี้สิน และ ภาวะตกงาน บางคนต้องจากโลกนี้ไปด้วยไม่อาจรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ มาบรรเทาปัญหา

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) : ตู่ไม่รู้ล้ม

เป็นการล้อคำ “โด่ไม่รู้ล้ม” ชื่อยาดองชนิดหนึ่ง สรรพคุณคึกคัก กระปี้กระเปร่า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สะท้อนถึงการทำงาน ของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะประสบปัญหา อุปสรรคการเมือง หรือ ชุมนุมขับไล่ถาโถม ก็ยังยืนหยัดฝ่าฟันอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไป

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี : ป้อมไม่รู้โรย

ล้อจากคำว่า บานไม่รู้โรย ด้วยภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่ 3 ป. ในวัย 75 ปี ยังคงทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีเคียงข้างน้องๆ ได้ แถมยังแผ่บารมีควบเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล เหมือนกับดอกไม้ แม้จะบานนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้โรย ประกอบกับ วลีติดปากที่มักจะตอบคำถามสื่อมวลชน แทบทุกครั้งว่า ไม่รู้ ๆ อยู่เสมอ

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี : ไฮเตอร์ เซอร์วิส

เป็นการยกคุณสมบัติเด่น ของนายวิษณุ ที่สามารถหาทางออก ปัญหาหนักอกของคนในรัฐบาลโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายได้อย่างเชี่ยวชาญ และ มักถูกวิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เปรียบได้กับผลิตภัณฑ์ซักฟอกขาวยี่ห้อดัง ที่สามารถล้างคราบสกปรก ให้ขาวสะอาดหมดจดได้ แต่อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหาย ขาดความสวยงาม คล้ายกับชื่อเสียงของรัฐบาลที่สึกกร่อนตามไปด้วย

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข : ทินเนอร์

ด้วยชื่อ อนุทิน ซึ่งพ้องกับสาระเหยที่มี ทั้งคุณและโทษ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากสูดเดาเข้าไปมาก อาจทำลายระบบประสาท กระทบกระเทือนความรู้สึกนึกคิด คล้ายพฤติกรรมการใช้คำพูดที่ขาดความยั้งคิด ส่งผลลบต่อตัวเอง และ รัฐบาลโดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ จนเป็นประเด็นลดความน่าเชื่อถือของตนเอง เช่น โควิด..กระจอก ไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับประเทศหรือ ตอบโต้กับบุคลากรทางการแพทย์ จนเกิดกระแสต่อต้านหลายครั้ง

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ : เช้าสายบ่ายเคลม

สะท้อนการทำงานที่เห็นได้บ่อยครั้ง ว่ามักไม่ตรงต่อเวลา เข้าร่วมประชุมสายสม่ำเสมอ ส่วนในแง่การทำงานมักนิ่งเงียบเมื่อมีประเด็นที่ส่งผลลบต่อตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นผลดีต่อคะแนนนิยมก็จะรีบเคลมผลงานดังกล่าวทันที

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง : ค้างคลัง

ยังคงไปไม่ถึงดวงดาว โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เปลี่ยนตัวว่าการไปถึง 2 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังเป็นคนนอกสายตา ถูกรั้งให้อยู่ได้แค่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น ทั้งที่ทุ่มเทให้กับพรรคอย่างมาก อีกทั้งยังออกตัวแรง แสดงออกชัดเจน ว่า”พร้อมมาก”ที่จะทำหน้าที่นี้ก็ตาม

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม : ศักดิ์สบายสายเขียว

ลือลั่นมากกับปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว และ อีกหลายโครงการ ที่ขัดแย้งกับหลายหน่วยงานแต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนเกื้อกูลอย่างดีจากนายกรัฐมนตรี โดยระยะหลังเรียกได้ว่า “ขึ้นหม้อ”ตามติดนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด ส่วนการทำงานในพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่อย่างไร้ความกังวลเพราะมีพี่ชายที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ คอยดูแลปัดเป่าทุกข์ภัยต่างๆ ให้

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : พังPORN

สะท้อนการทำงานที่ล้มเหลว ในฐานะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานด้านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกนำมาใช้โจมตีรัฐบาลอย่างหนัก แม้จะเปิดศูนย์ anti-fake news แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และ ล่าสุดเกิดดราม่า หลังสั่งปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ปลุกใจเสือป่าชื่อดัง จนเกิดกระแสต่อต้านลุกลามบานปลาย

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ : หวีดดับ

ภาพลักษณ์แกนนำ กปปส. ยังคงเป็นภาพจำ ที่ไม่อาจลบเลือนได้ เช่นเดียวกับนกหวีดที่ถูกยกมาใช้เป็นสัญลักษณ์เปรียบเปรย ได้กำกับดูแลงานกระทรวงเกรดเอ แต่กลับไม่มีผลงานโดดเด่นปรากฎให้เห็น มีเพียงข่าวกระแสต่อต้านรายวัน หนักหน่วงที่สุด คือ ถูกกลุ่มนักเรียนนักศึกษา รวมตัวขับไล่

สื่อทำเนียบฯตั้ง "ฉายารัฐบาล" ปี63 "Veryกู้" ส่วน "ประยุทธ์" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม"

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน : แชมป์ไตรกีฬา

ไตรกีฬา ประกอบด้วย กีฬา 3 ชนิด คือ วิ่ง วายน้ำ และ ปั่นจักรยาน สะท้อนภาพลักษณ์ได้ครบถ้วนชัดเจน ในบุคลิกที่สื่อมวลชนประจักษ์ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี และ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่มีทั้งการวิ่งเต้น การเข้าหาผู้ใหญ่ และ การปลุกปั่นกระแส แม้จะถูกกล่าวหาว่า ลืมบุญคุณผู้ชักนำเข้าสู่การเมือง แต่ก็ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ เดินหน้าจนสามารถคว้าตำแหน่งที่ต้องการได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นนักการเมือง และ สส.สมัยแรกเท่านั้น

วาทะแห่งปี :”ไม่ออก.. แล้วผมทำผิดอะไรหรือ”

เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตอบข้อสักถามสื่อมวลชน พร้อมกับบรรดาคณะรัฐมนตรีที่ยืนเรียงหน้าประกาศความเหนียวแน่น เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังกลุ่มผู้ชุมนุม ยื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง

“เพื่อไทย” ห่วงโควิดทำธุรกิจ SMEs เจ๊งอีกมาก แนะ “บิ๊กตู่” ช่วยจริงจัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453440

“เพื่อไทย”ห่วงโควิดทำธุรกิจ SMEs เจ๊งอีกมาก แนะ”บิ๊กตู่”ช่วยจริงจัง

"เพื่อไทย"ห่วงโควิดทำธุรกิจ SMEs เจ๊งอีกมาก แนะ"บิ๊กตู่"ช่วยจริงจัง

28 ธันวาคม 2563 – 10:02 น.

“เพื่อไทย”ห่วงโควิดระบาดทำธุรกิจ SMEs เจ๊งอีกมาก เตือน 30 ธันวาคม ไทยถูกตัดจีเอสพี ครั้งที่ 2 และอาจโดนเรื่องอื่นอีก แนะ “ประยุทธ์” ช่วย SMEs จริงจัง เลิกเอื้อเฉพาะทุนใหญ่

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย อดีตรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรม คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิดครั้งใหม่ที่เกิดจากความล้มเหลวของฝ่ายความมั่นคง ที่ปล่อยให้มีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนในชาติทั้งที่รู้กันว่าเมียนมาร์มีผู้ติดเชื้อไวรัสเป็นจำนวนมาก โดยการระบาดของไวรัสได้เริ่มขยายในวงกว้าง และเริ่มทำความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

ทั้งนี้คาดกันว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 2 แสนล้านบาทแล้วและอาจจะเพิ่มขึ้นอีก โดยธุรกิจ SMEs จะได้รับผลกระทบมากที่สุดโดยจะมีธุรกิจ SMEs ปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ด้านอาหารทะเลจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะคนจำนวนมากจะไม่กล้าทานอาหารทะเลที่เชื่อว่ามีการใช้แรงงานต่างด้าวที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด และการที่รัฐบาลส่งอธิบดีกรมประมงออกมาทานกุ้งโชว์ เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารทะแลที่ผ่านการต้มสุกแล้ว จะไม่แพร่เชื้อ แต่แทนที่จะใช้กุ้งจากจังหวัดสมุทรสาคร กลับใช้กุ้งที่มาจากบริษัทใหญ่โดยมีกล่องโชว์ยี่ห้ออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งตอกย้ำปัญหาการเอื้อนายทุนใหญ่มากกว่าธุรกิจรายย่อย ทั้งๆที่มีพ่อค้าขายกุ้งในจังหวัดสระแก้วต้องฆ่าตัวตายเพราะขายกุ้งไม่ได้ และหากรัฐบาลยังไม่อาจสร้างความมั่นใจขนาดพลเอกประยุทธ์ไม่ยอมกินกุ้งเอง แต่กลับส่งนายอนุชา นาคาศัย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปกินกุ้งแทน ยิ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชน นี่เฉพาะธุรกิจอาหารทะเลเท่านั้น และธุรกิจ SMEsอื่นๆก็ได้ผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะ SMEs ธุรกิจท่องเที่ยวที่น่าจะโดนผลกระทบซ้ำเติมเพิ่มขึ้นจากเดิมขึ้นไปอีก 

นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ธันวาคมที่จะถึงนี้จะถึงกำหนดวันที่สหรัฐตัดจีเอสพีไทยเป็นครั้งที่ 2 ในสินค้า 231 รายการ มูลค่ากว่า 25,433 ล้านบาท หลังจากตัดครั้งแรก จำนวน 531 รายการ มูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท มีผลวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างสหรัฐกับไทย และจะส่งผลให้การส่งออกไทยที่ติดลบและย่ำแย่อยู่แล้วย่ำแย่มากขึ้นไปอีก อีกทั้งวุฒิสภาสหรัฐยังได้ส่งหนังสือท้วงติงไทยในเรื่องการต้องเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ ซึ่งไทยอาจจะโดนมาตรการด้านอื่นซ้ำเติมอีก อย่างเช่นข้อหาการปั่นค่าเงินบาท ทั้งที่ความจริงคือค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากทั้งที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ติดลบหนักและการส่งออกก็ติดลบ แต่กลับโดนข้อหานี้ แสดงว่าสหรัฐต้องการแสดงความไม่พอใจกับรัฐบาลไทยใช่หรือไม่ ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงความคิดและหลักปฏิบัติ ก็น่าเป็นห่วงว่าประเทศไทยอาจจะโดนมาตรการลงโทษอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับ SMEs ส่งออกของไทยอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ SMEs ส่งออก ก็แย่กันอยู่แล้วจากปริมาณการส่งออกที่ลดลงแถมค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่ามาก 

ในภาวะผันผวนนี้ พลเอกประยุทธ์จะต้องตั้งหลักคิดให้ดี เพราะหากยังบริหารจัดการไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกหรือฝืนกระแสโลก เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้วจะไม่ฟื้น อีกทั้งธุรกิจ SMEs จะได้รับผลกระทบมากสุด อยากเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์มาสนใจช่วยเหลือธุรกิจ SMEs มากกว่าที่จะคิดข่วยเจ้าสัวอย่างเดียว เพราะหาก SMEs เจ๊งและปิดกิจการกันมาก จะเกิดการว่างงานมากและเศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้ยากหรือไม่ฟื้นเลย

“จตุพร” จ่อเดินสายคุยแกนนำ นปช. หารึอแนวทางจะเอาไงกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453409

“จตุพร”จ่อเดินสายคุยแกนนำ นปช. หารึอแนวทางจะเอาไงกัน

 "จตุพร"จ่อเดินสายคุยแกนนำ นปช. หารึอแนวทางจะเอาไงกัน

27 ธันวาคม 2563 – 19:42 น.

“จตุพร”เผยเตรียมเดินสายคุยอดีตแกนนำ นปช.เพื่อหารือแนวทางขององค์กร นปช. แต่ส่วนตัวมองว่า ควรจะยุติองค์กร นปช.ให้เป็นตำนาน ย้ำเป็นคนเดิม จ่อดำเนินคดีกับนักเลงคีย์บอร์ด ปมใส่ร้ายไปอยู่กับเผด็จการ   

เมื่อ 27 ธ.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ส่งท้ายปี 2563 ว่า ปีนี้เป็นบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าท่ามกลางเรื่องราวมากมายและปีหน้าก็จะเป็นปีที่เรื่องราวจะมากกว่าปีนี้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจสังคม การเมืองในทุกๆด้าน แต่การต่อสู้กับเผด็จการนั้นสู้ไปสู้มา กลายเป็นตนถูกผลักไปอยู่ร่วมกับเผด็จการ ซึ่งเป็นข้อหาที่มีความรุนแรงมากที่สุด โดยอ้างเรื่องเชียงใหม่ที่ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ดังนั้นทุกเรื่องราวเมื่อมีการโจมตีใส่ร้ายตน ตนก็ลุกขึ้นต่อสู้ตามวิถีทางที่ต่อสู้มาตลอดชีวิต โดยเฉพาะเรื่องความถูกต้องและความดีงามทั้งหลาย    

ที่ผ่านมาตนตั้งใจจะไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับใคร แต่เมื่อปล่อยไว้ยิ่งได้ใจ กล่าวหาทุกเรื่องที่เป็นความเท็จ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าไปอยู่กับเผด็จการ ก็ต้องไปสู้กันในชั้นศาลเพราะคนเราหากจะชั่วไปอยู่กับเผด็จการก็คงไม่มาเสียคนเอาตอนแก่ ซึ่งวิถีชีวิตของตน จากเด็กวัดไปเป็นครูดอยที่ไม่มีเงินเดือนกว่า 3 ปี ออกมาเป็นผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬลงเวทีอย่างมือเปล่ากลับไปอยู่หอพักใช้ชีวิตเเบบเดิม และก่อนที่จะมาพรรคไทยรักไทยตนก็ไปทำงานเกี่ยวกับภาคองค์กรประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องแรงงาน เหล่านี้ปรากฎเป็นข่าวสามารถย้อนกลับไปดูได้ ดังนั้นในระหว่างทางก็สู้กันมาตลอดทาง ไม่เคยอยากได้ใคร่ดี จนกระทั่งวันหนึ่งก็ลงมาสู่บนท้องถนนอย่างจริงจังกันอีกรอบหลังจากการยึดอำนาจปี 2549 จากนปก.จนกระทั่งนปช. ตนไม่เคยคิดที่จะอยากเป็นประธาน นปช. แม้แต่วันเดียว  
 
ตอนนำนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภา 35 ตนก็เป็นผู้นำนักศึกษาในสถานการณ์ที่ประชาชนเขายกให้มานำและก็สู้จนวินาทีสุดท้าย เป็นจุดเปลี่ยนในเหตุการณ์ขณะนั้น  เหตุการณ์คนเสื้อแดงตั้งแต่ปี 52 และ 53 ที่มีความตายปรากฏ เราก็อยู่ชุดของคนที่รอด  ซึ่งตนมาอภิปรายเสมอว่าเรามีหน้าที่คือการทวงความยุติธรรมให้กับคนที่ตาย หากยังจำกันได้ว่าหลังเหตุการณ์ปี 53 กระแสคนเสื้อแดงและกระแสพรรคเพื่อไทยถึงจุดต่ำสุด เพราะถูกข้อหาเรื่องล้มล้างสถาบัน เรื่องเผาบ้านเผาเมืองและเรื่องก่อการร้าย  หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก หลังจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมก็มีความเข้าใจว่าตนต้องหลบหนี แต่ตนยืนยันและให้เหตุผลว่าหากตนหนีไปแล้วใครจะอยู่ในการทวงหาความยุติธรรมให้กับคนที่เสียชีวิต และระหว่างทางถูกฟ้องดำเนินคดีหลายสิบคดี ปัจจุบันคดีก็ไม่หมดและไม่เคยรอดแม้แต่คดีเดียว 
 
แต่มีการไปอธิบายใส่ความ ใส่ร้าย ว่า ออกมาจากคุกเเล้วจะรอดเพราะไปเจรจาตกลงซึ่งตนติดคุกรวมกัน 4 รอบ ประมาณ 19 เดือน อีกทั้งยังมีคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้ทนายความไปยื่นคำร้องขอให้ศาลนับใหม่ ศาลชั้นต้นยก ส่วนศาลอุทธรณ์ให้นับไป ขณะนี้รอระหว่างฎีกา

นอกจากนี้ยังมี ศาลแพ่งอีก 2 คดี ซึ่งตนได้อธิบายคำพิพากษาที่ระบุว่า นายจตุพรพูดเหมือนกับที่นายทักษิณ ชินวัตรพูดว่าไม่มีลักษณะยุยงให้คนเผาบ้านเผาเมือง ยกฟ้องนายทักษิณ  แต่ให้ลงโทษนายจตุพร เพราะเป็นประธาน นปช. ซึ่งขณะนั้นในปี 2553 ตนไม่ได้เป็นประธานนปช. ดังนั้นทั้ง 2 สำนวนเฉพาะดอกเบี้ยกว่า 100 ล้านบาท  เรื่องเหล่านี้หลังออกจากคุกมาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นอยากถามว่าตนรอดอะไรสักเรื่องบ้าง รวมถึงคดีบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในสำนวนที่ 2 หากใครได้ไปฟังคดีในสำนวนแรกทุกประโยคคล้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ทั้งนั้น ดังนั้นถามว่าตนไปแลกเปลี่ยนอะไรกัน  

นายจตุพร กล่าวว่า ในคดีก่อการร้าย ซึ่งศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์รับฟ้องและในขณะนั้น จำเลยในคดีนี้ 4 คนอยู่ระหว่างถูกคุมขัง คือ นาย วีระกานต์ มุสิกพงศ์  นายแพทย์เหวง โตจิราการ  นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท  และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปรากฏว่าไม่ได้รับหมาย อุทธรณ์ที่อัยการอุทธรณ์มาทางศาล ดังนั้นเมื่อไม่ได้รับหมายจึงขยายอุทธรณ์ไม่ได้ และเมื่อไม่ได้อุทธรณ์ เท่ากับว่าอุทธรณ์ไม่ได้ ตนก็ยื่นคำขาดไปว่า หากทั้ง 4 คนไม่ได้รับการพิจารณาอุทธรณ์ ตนก็จะไม่ยื่นอุทธรณ์เช่นกัน เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ปล่อยให้ศาลตัดสินไปเลย  
 
ดังนั้น สิ่งที่ตนอยากจะบอกในวันนี้ว่า เราพยายามประคับประคองทุกสถานการณ์ และตนก็เป็นนายจตุพรเหมือนเดิม ร้องเพลงเดิมทุกอย่าง เพียงแต่อายุมากขึ้น ก็ต้องลดคีย์ลงมาบ้าง แต่งเนื้อเพลงเหมือนเดิม ส่วนทิศทางของนปช.จะเป็นอย่างไรนั้นตนจะเดินสายคุยกับแกนนำแต่ส่วนตัวเห็นว่าควรจะยุติองค์กร นปช.ให้เป็นตำนาน  
 
นายจตุพร ยังย้ำในตอนท้ายอีกว่าทุกอย่างที่สู้กันมานั้น ไม่มีอะไรติดยึด ทุกอย่างมันคือหัวโขน หากติดยึด มันต้องติดยึดกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ใช่มาติดเอาตอนแก่

“หมอสุกิจ” คอนเฟิร์มผู้ร่วมประชุมอนุ กมธฯสภาติดโควิดจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453404

“หมอสุกิจ” คอนเฟิร์มผู้ร่วมประชุมอนุ กมธฯสภาติดโควิดจริง 

"หมอสุกิจ" คอนเฟิร์มผู้ร่วมประชุมอนุ กมธฯสภาติดโควิดจริง 

27 ธันวาคม 2563 – 18:32 น.

ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร  นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์  ยืนยันผลตรวจชาวระยองมาประชุมอนุกมธฯสภาติดโควิดจริง สภาฯสั่งให้กลุ่มเสี่ยงตรวจเชื้อ เตรียม”บิ๊กคลินนิ่ง ”  สภาช่วงปีใหม่

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.เวลา 17.30 น. นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงข่าวมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาร่วมประชุมอนุกรรมาธิการฯ ในสภาว่า ล่าสุดได้รับผลตรวจยืนยันมาเรียบร้อยแล้วว่า ชายคนดังกล่าวมีผลตรวจเป็นบวก ติดเชื้อโควิดจริงซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับทราบเรื่องนี้แล้ว

 “หลังจากนี้ในช่วงปีใหม่ ก่อนเปิดประชุมสภาในช่วงต้นปี 2564 จะมีการบิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่ภายในรัฐสภา  ส่วนจะต้องเลื่อนการเปิดประชุมสภาฯ หลังปีใหม่หรือไม่นั้น ต้องไปหารือในรายละเอียดกับทุกฝ่ายก่อน” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากผลตรวจ MR. A เป็นบวก ผู้บริหารสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการส่งไลน์ถึงข้าราชการที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ระบุว่า “ขอทุกคนมีสติ อย่าตกใจ เบี้องต้นท่านเลขาฯได้ปรึกษาทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด และแพทย์แนะนำให้ บุคลากร ของสำนัก กมธ. 2 เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ ยังไม่ให้ WFH  ยกเว้น กลุ่มงาน กมธ.ต่างประเทศ ให้ไปตรวจเชื้อในวันที่ 28 ธ.ค. และให้ WFH “