‘ครูโอ๊ะ’ปลื้ม ครม.ผ่าน ร่างพ.ร.บ.กยศ.ครอบคลุมร.ร.นอกระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625428

'ครูโอ๊ะ'ปลื้ม ครม.ผ่าน ร่างพ.ร.บ.กยศ.ครอบคลุมร.ร.นอกระบบ

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.21 น.

ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(ฉบับที่…)พ.ศ…. ซึ่งมีสาระสำคัญมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยกำหนดให้คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) อาจให้ทุนการศึกษาแทนการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ หรือ เปลี่ยนจากการกู้ยืมเป็นทุนการศึกษาในกรณีสาขาวิชาขาดแคลน หรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ รวมถึงเพิ่มนิยามนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษารองรับการศึกษาในรูปแบบที่แตกต่าง นั้น

วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า 
ตนได้สอบถามเรื่องนี้กับกฤษฏีกาในที่ประชุม ครม. ว่า ร่าง พ.ร.บ.กยศ.ฉบับใหม่ จะครอบคลุมถึงผู้เรียนนอกระบบด้วยหรือไม่ ซึ่งทางกฤษฏีกาตอบว่าครอบคลุมและยังรวมไปถึงการศึกษาระยะสั้นที่จัดโดยรัฐและเอกชนด้วย  ซึ่งตนก็สบายใจ เพราะสอดคล้องกับร่างที่พรรคภูมิใจไทยเสนอไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณารับหลักการ

“อย่างไรก็ตาม หากร่างพ.ร.บ.กยศ.ผ่านเป็นกฎหมายก็จะต้องมีการทำรายละเอียด เงื่อนไขอีก แต่ก็ถือว่าเป็นกฏหมายที่ทำให้คนจนเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น เพราะครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ที่สำคัญสถานศึกษานอกระบบกำลังรอกฎหมายฉบับนี้อยู่” ดร.กนกวรรณ กล่าว

อว.มอบของขวัญปีใหม่ให้คณาจารย์ เพิ่ม5ช่องทาง ขอตำแหน่งทางวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625383

อว.มอบของขวัญปีใหม่ให้คณาจารย์ เพิ่ม5ช่องทาง ขอตำแหน่งทางวิชาการ

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.13 น.

 อว.มอบของขวัญปีใหม่ให้คณาจารย์ เพิ่ม 5 ช่องทางเฉพาะ ขอตำแหน่งทางวิชาการ ด้วยผลงานการสอน-รับใช้ท้องถิ่นฯ -สร้างสรรค์ศิลปะ -นวัตกรรม-ศาสนา ขอตำแหน่งวิชาการ นอกเหนือด้วยตำรา-งานวิจัยตามหลักเดิม

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564  ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) และศาสตราจารย์ (ศ.) พ.ศ.2564 แล้ว ซึ่งจะเป็นการขอตำแหน่งวิชาการที่ไม่จำเป็นต้องใช้แต่ตำราและงานวิจัยในรูปแบบเดิม อันจะทำให้การขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีช่องทางเพิ่มมากขึ้น โดยเพิ่มรูปแบบการขอตำแหน่งทางวิชาการเฉพาะด้านอีก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านรับใช้ท้องถิ่นและสังคม 2.ด้านสร้างสรรค์สุนทรียะ ศิลปะ 3.ด้านการสอน 4.ด้านนวัตกรรม และ 5.ด้านศาสนา

รมว.อว.กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์และช่องทางขอตำแหน่งทางวิชาการในรูปแบบใหม่นี้ขอมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เป็นนวัตกรรมอุดมศึกษาแท้จริง ผู้ขอสามารถใช้ผลงานการเรียนการสอน ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ผลงานนวัตกรรม และผลงานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา มาขอตำแหน่งทางวิชาการได้ โดยในการขอตำแหน่งวิชาการแบบใหม่ทั้ง 5 แบบนี้ จะมีส่วนช่วยให้การทำงานวิชาการของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มากขึ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกเหนือไปจากการทำตำราวิชาการและงานวิจัย

2564 ปีแห่งความอับโชค ดาว”พลังประชารัฐ”ร่วงดับ บนถนนแห่งอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499076

30 ธ.ค. 2564 |09:02 น.

2564 ปีแห่งความอับโชค ดาว"พลังประชารัฐ"ร่วงดับ บนถนนแห่งอำนาจ

“พลังประชารัฐ” เป็นพรรคที่หนุน”ลุงตู่”ครองอำนาจ มีความวุ่นวายออกมาเนืองๆ เหตุเพราะ มีคนการเมืองจากทุกพรรคมารวมพลังด้วยหลากเหตุผล ทำให้การชิงอำนาจนำกลายเป็นปัญหาภายในที่สื่อมวลชนขุดประเด็นขึ้นมาขยายผลได้เสมอๆ ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

ปี2564 ที่กำลังจะผ่านไปท่ามกลางภาวะโควิด-19ที่ระบาดทั่วโลกและลามมายังไทย การตัดสินใจแก้สถานการณ์ของรัฐบาล-ภาคส่วนต่างๆนั้นมีทั้งกระแสหนุน-กระแสต้านจากบุคคลหลากแวดวง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมคือเป้าหลักที่โดนกระหน่ำจากขั้วตรงข้ามแบบไม่เว้นวัน ทุกการตัดสินใจและแทบทุกคำพูดของประมุขฝ่ายบริหารสามารถเป็นประเด็นทางการเมืองได้ทุกระยะที่สามารถบ่งชี้อาการอยู่-อาการไปของครม.ได้แทบทุกจังหวะ

ปี2564ที่กำลังจะพ้นไป สิ่งหนึ่งในวงการการเมืองที่มองข้ามมิได้คือ“ลีลาของกำลังพลการเมืองหลากสำนักย่านเกียกกาย” เพราะมักเกิดเหตุ”สภาล่ม”หลายครั้งและ”การยุติการทำหน้าที่ส.ส.”ปรากฏเนืองๆ  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคการเมืองของผู้สภาผู้แทนราษฎร 25 พรรค (นับจำนวนส.ส.ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต1/สงขลา เขต6/กทม.เขต9) แยกเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 18 พรรค มีส.ส.รวม 267 คน แบ่งเป็น

พรรคพลังประชารัฐ 117 คน(นับรวมพิเชษฐ สถิรชวาล ที่ยุบพรรคประชาธรรมไทยมารวมกับพปชร.เข้าไปแล้ว+ลุ้นป้องกันตำแหน่งหนึ่งเขต) ภูมิใจไทย 62คน (นับรวมพรพิมล ธรรมสาร ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทยเข้าไปแล้ว) ประชาธิปัตย์ 48คน(ลุ้นป้องกันแชมป์สองเขต)

ชาติไทยพัฒนา 12 คน เศรษฐกิจใหม่ 5คน(มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ไปอยู่ฝ่ายค้าน) รวมพลังประชาชาติไทย 5คน พลังท้องถิ่นไท 5คน ชาติพัฒนา 4 คน รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พลังชาติไทย-ประชาภิวัฒน์-เพื่อชาติไทย-ครูไทยเพื่อประชาชน-พลเมืองไทย-ประชาธิปไตยใหม่-พลังธรรมใหม่และไทรักธรรม มีส.ส.พรรคละ 1 คน

พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค มีส.ส.รวม 208 คน ประกอบด้วย เพื่อไทย 130คน(ตัดส.ส.สองคนที่โดนขับออกจากพรรคไปแล้ว) ก้าวไกล 52คน เสรีรวมไทย 10คน ประชาชาติ 7คน เพื่อชาติ 6คน(นับรวมศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ที่มาจากพรรคเพื่อไทยเข้าไปเพิ่ม) เศรษฐกิจใหม่ พลังปวงชนไทยและไทยศรีวิไลย์ พรรคละ 1 คน

แค่นี้ก็มึนหัวแล้วว่า ใครอยู่พรรคไหนและปีกใดกันแน่….

ปี 2564 พบว่าผู้แทนราษฎรที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่และพ้นจากตำแหน่ง ได้แก่

“วินน์ สุธีรชัย” พรรคก้าวไกล ลาออกจากส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไปตั้งพรรคใหม่

เทพไท เสนพงศ์  จากประชาธิปัตย์ เทพไท เสนพงศ์ จากประชาธิปัตย์

“เทพไท เสนพงศ์” ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคปชป. เหตุถูกตัดสิทธิทางการเมืองและมีการเลือกตั้งซ่อม โดยตัวแทนจากพปชร.ปักธงในเขตนี้ได้  “ชุมพล จุลใส- ถาวร เสนเนียม -อิสสระ สมชัย”โดนตัดสิทธิทางการเมืองจากการตัดสินของศาล เพราะโดนคุมขังจากคดีการชุมนุมของกปปส. โดยชุมพรเขต1ที่ชุมพลเป็นเจ้าของพื้นที่และสงขลาเขต6ซึ่งถาวรเป็นส.ส.มาหลายสมัยต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงกลางเดือนม.ค.2565 ส่วนเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ของอิสสระนั้นก็ขยับอันดับต่อไปเลื่อนมาแทน


 “ฉลอง เทอดวีระพงศ์ และภูมิศิษฎ์ คงมี” ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย  หยุดปฏิบัติหน้าที่เหตุเสียบบัตรแทนกันและรอลุ้นว่า”รอด-ไม่รอด…”

วิรัช รัตนเศรษฐ์  อดีตประธานวิปรัฐบาล  ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ วิรัช รัตนเศรษฐ์ อดีตประธานวิปรัฐบาล ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

“ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ -ปารีณา ไกรคุปต์ -วิรัช รัตนเศรษฐ -ทัศนียา รัตนเศรษฐ -ทัศนาพร เกษเมธีการุณ” ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่และรอคำวินิจฉัยของฝ่ายตุลาการจากผลกรรมในวันวาน ส่วนคนที่พ้นวงโคจรคือ”พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์-ณัฐฏพล ทีปสุวรรณ” เพราะโดนตัดสิทธิทางการเมืองจากคำตัดสินของศาล เหตุเพราะสองคนนี้โดนคุมขังจากคดีการชุมนุมของกปปส.  บวกกับ”สิระ เจนจาคะ”ส.ส.กทม.ที่หลุดเก้าอี้ล่าสุดเพราะเคยโดนคุมขังจากคดีฉ้อโกงในปี2538 ขณะเดียวกันหลายเดือนก่อนยังเกิดเหตุอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม”สามารถ เจนชัยจิตวนิช”ส่งคนไปเรียนและเข้าสอบแทนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ จนพรรคพปชร.ต้องสอบสวนและปลดสามารถหลุดเก้าอี้ 


ปรากฏการณ์ทางการเมืองของนักการเมืองที่สังคมให้ราคามากสุดในปี2564 คือ “จังหวะของคนในพรรคพลังประชารัฐ”  เนื่องจากเป็นพรรคที่หนุน”ลุงตู่”ครองอำนาจ ก็มีความวุ่นวายออกมาเนืองๆ เหตุเพราะพรรคนี้คือ”พรรคสหมิตร”ที่คนการเมืองจากทุกพรรคมารวมพลังด้วยหลากเหตุผล และเมื่อมาจากคนละแหล่ง-คนละอุดมการณ์ ทำให้การชิงอำนาจนำกลายเป็นปัญหาภายในที่สื่อมวลชนขุดประเด็นขึ้นมาขยายให้สังคมจับจังหวะได้เสมอๆ

อย่าลืมว่า….พปชร.คือพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลเรือเหล็ก หากความขัดแย้งภายในประทุเนืองๆ ความมั่นคงของรัฐบาลจะมาจากไหน…

อุตตม สาวนายน  กลุ่มสี่กุมารที่ออกจากพลังประชารัฐเตรียมเปิดตัวพรรคการเมือง อุตตม สาวนายน กลุ่มสี่กุมารที่ออกจากพลังประชารัฐเตรียมเปิดตัวพรรคการเมือง

บรรยากาศความไม่ค่อยน่ารื่นรมย์มากที่สุด คงไม่พ้นพปชร.เพราะความวุ่นวายปะทุทันทีที่ตั้งรัฐบาลได้ นับตั้งแต่การแย่งเก้าอี้ครม.-ประธานกมธ.-กมธ. และอื่นๆ ถัดมาเมื่อเริ่มตั้งไข่ได้ก็เริ่มมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจจากกลุ่มสี่กุมารที่จองเก้าอี้หลักในครม.โดยมีการบีบให้”กลุ่มสี่กุมาร-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”ลาออกจากพรรค-ครม.แล้วเกลี่ย โควต้าใหม่ จากนั้นก็ต้องปรับกันอีกคราวเมื่อ”รมว.ดีอีเอสและรมว.ศึกษาธิการ”พ้นหน้าที่จากการวินิจฉัยว่ามีความผิดจากการชุมนุมของปกกส.พรรคนี้ก็มีกระแสข่าวแย่งเก้าอี้กันเสมอๆ  

บวกกับห้วงที่”พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” เปลี่ยนเสื้อจากประธานยุทธศาสตร์พรรคมาเป็นหัวหน้าพรรคพปชร. แล้วให้”อนุชา นาคาศัย” เป็นพ่อบ้านพรรคเพื่อลดแรงปะทะในพรรค ถัดมาเกือบปีก็ปรับโครงสร้างพรรคอีกรอบโดย”ผู้กองคนดังและคณะ”เข้ากุมสภาพเสียงข้างมากในพรรค โดยช่วงนั้นมีกระแสข่าวว่า”สันติ พร้อมพัฒน์” ผอ.พรรคก็อยากทำหน้าที่พ่อบ้านพรรคเช่นกันแต่แรงเบียดสู้ร้อยเอกคนดังไม่ได้จนเกิดรอยปริขึ้นอีก  แต่เมื่อครองอำนาจได้ไม่นานนัก “ร้อยเอกคนนั้น”ก็แพ้ภัยหลังลุงตู่รู้เรื่องการก่อกบฏไม่ไว้วางใจสร.1จากน้ำมือ”ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” ในช่วงศึกซักฟอก  จนทำให้ลุงตู่ปลด”ผู้กองคนดังพ้นรมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมพ่วง”นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ให้พ้นรมช.แรงงาน”ไปด้วย

เพราะอย่าลืมว่า “กลุ่ม4ว./กลุ่ม3ช.”คือกลุ่มการเมืองที่สังคมรู้จักผ่านรายงานข่าวของสื่อหลากแขนงและตีคู่กลุ่ม3ป.”ตัวจริง-เสียงจริงในพปชร.” และตอนนั้นมีกระแสข่าว 2ป.ตั้งพรรคสำรองเพราะ2ป.ไม่พอใจพี่ใหญ่ที่ยังหนุนร้อยเอกธรรมนัส  โดยตอนนั้น”ฉัตรชัย พรหมเลิศ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยคือโต้โผพรรคใหม่ของ2ป. แต่ตอนนี้กระแสข่าวนี้ซาลงไปแล้ว  และอย่าลืมว่าหลังจากผู้กองคนดัง-มาดามบิ๊กอายส์ร่วงเก้าอี้รมต.  ร้อยเอกธรรมนัสแสดงอาการฮึดฮัด+จ่อย้ายพรรคมาพ่วง  “แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่จากเจ้าของวรรคทอง มันคือแป้ง” 

ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ เหลือเพียงตำแหน่ง เลขาธิการพปชร. ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ เหลือเพียงตำแหน่ง เลขาธิการพปชร.

อย่ามองข้ามเหตุในตอนนั้น เพราะพบว่ามีการวิ่งเต้นขอโควต้ารมต.ที่ว่างสองตำแหน่งจากคนในพรรค แต่”ลุงตู่”ยังไม่ขยับในตอนนั้น-ตอนนี้ (แต่ปี2565น่าจะปรับให้บางขั้วพรรคเพื่อสยบแรงกระเพื่อม)  และเมื่อบวกอาการไม่กินเส้นของคีย์แมนหลากมุ้งในพรรค+การสอยส.ส.+การสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนฯชั่วคราว+สภาล่มจากค่ายนี้นั้นมันสะท้อนอะไร… 

ขณะที่การชิงประมุขเสาชิงช้า”ผู้ว่าฯกทม.”ที่จะเกิดช่วงกลางปี2565นั้น แรกเริ่มเดิมทีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ขันอาสาลงในนามพรรค แต่สุดท้ายยุติบทนี้เพราะติดเงื่อนกฎหมาย(ต้องพ้นวาระส.ว.2ปี จึงจะมีตำแหน่งทางการเมืองได้) บวกกับความไม่แน่ชัดในช่วงต้นของพ่อเมืองปัจจุบัน”พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง”ที่มีกระแสข่าวว่าสร.1หนุนเต็มตัวก็เริ่มคลายปมแล้วว่า”สมัยหน้าพล.ต.อ.อัศวินจะลงประชัน” แต่คงต้องแข่งกับคนกันเองอย่าง”สกลธี ภัทริยะกุล”รองผู้ว่าฯกทม. ที่เพิ่งลาออกจากสมาชิกพรรคพปชร.และออกตัวลงสมัครอิสระ แต่มีกองหนุนกปปส.มาช่วย

ลีลาการเมืองของคนพปชร. ในข้อมูลบรรทัดข้างต้นนี้แปลว่าอะไร… สังคมน่าจะไขคำตอบได้  

ด้วยเหตุฉะนี้”คนการเมืองหลายคนข้างต้นในค่ายพปชร. “น่าควรคู่”ดาวดับการเมืองปี2564″มากกว่าคนการเมืองค่ายการเมืองอื่นๆเพราะสีสัน-ลีลามันเกินคำบรรยาย

ปมพิพาทเลเก่ก่อ “กะเหรี่ยง KNU” กับทหารเมียนมา พักรบหรือรบต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499056

29 ธ.ค. 2564 |21:20 น.

ปมพิพาทเลเก่ก่อ "กะเหรี่ยง KNU" กับทหารเมียนมา พักรบหรือรบต่อ

ศึกพิทักษ์เลเก่ก่อ “กะเหรี่ยง KNU” นัดถกทหารเมียนมา แก้ข้อพิพาทเรื่องกะเหรี่ยงหนุนฝ่ายต่อต้านมินอ่องหล่าย หากเจรจาไม่จบ ศึกรบจะดำเนินต่อไป คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ศึกชิงเลเก่ก่อส่อเค้าพักรบ “กะเหรี่ยง KNU” กับทหารเมียนมา นัดเจรจากันที่เนปิดอว์ หลังสู้รบกันดุเดือดมาร่วมสองสัปดาห์ ชาวกะเหรี่ยงลี้ภัยนับหมื่นคน

ปมปัญหา “กะเหรี่ยง KNU” หนุนกองกำลังพิทักษ์ประชาชน PDF ตั้งฐานในเลเก่ก่อ อาจทำให้การเจรจาล้มเหลว และมีการเปิดศึกรอบใหม่

วันนี้ กองทหารของ “กะเหรี่ยง KNU” 2 กองพลน้อย ถอนตัวออกจากกระบวนการเจรจาสันติภาพ เนื่องจากไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการมินอ่องหล่าย

นับแต่เกิดรัฐประหาร เดือน ก.พ.2564 พล.อ.มูตู เซพอ ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับผู้นำกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ที่ได้ลงนามในสัญญาหยุดยิงทั่วประเทศ(NCA) ได้มีมติร่วมกันคือ สนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชน ที่ก่อการประท้วงต่อต้านระบอบเผด็จการ และขอยุติการเจรจากับตัวแทนกองทัพเมียนมาไปก่อน

ต่อมา พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา พยายามพูดคุยกับ พล.อ.มูตู เซพอ ประธานกะเหรี่ยง KNU และร้องขอให้ KNU เข้าร่วมโต๊ะเจรจาสันติภาพอีกครั้ง ซึ่งท่าทีของผู้นำ KNU ก็อยากให้มีการเจรจาสันติภาพต่อไป แต่ผู้นำทางทหารระดับกองพลคือ กองพลน้อยที่ 5 และ 6 ขอถอนตัวออกจากการเจรจาสันติภาพชั่วคราว

เฉพาะ “กะเหรี่ยง KNU” กองพลน้อยที่ 6 ได้ให้การต้อนรับคนหนุ่มสาวที่หนีการปราบปรามจากทหารเมียนมา เข้ามาพักพิง มีการฝึกทางยุทธวิธีและอาวุธให้พวกเขาเหล่านั้น จนสามารถจัดตั้งเป็นกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF)

เหตุที่กองกำลังพิทักษ์ประชาชน(PDF) ตั้งฐานอยู่ในเขตเมืองใหม่เลเก่ก่อ จ.เมียวดี จึงทำให้ทหารเมียนมา ขอเข้ามาพิสูจน์ทราบ จนเกิดเหตุปะทะกันอย่างหนัก ตั้งแต่ 15 ธ.ค.2564 จนถึงปัจจุบัน

‘พักรบปีใหม่’

วันที่ 29 ธ.ค.2564 สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับทหาร “กะเหรี่ยง KNU” กองพลน้อยที่ 6 และกองกำลัง PDF ยืดเยื้อมาสองสัปดาห์

ล่าสุด มีรายงานว่า กองทัพเมียนมาให้ฝ่ายความมั่นคงของไทยเป็นตัวกลางประสานกับ พล.อ.มูตู เซ พอ ประธาน KNU เพื่อขอให้มีการเจรจาที่เนปิดอว์ คาดว่า การพบปะของ 2 ฝ่ายอาจมีขึ้นในช่วงปีใหม่นี้

เมืองใหม่เลเก่ก่อ ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านดอนชัย ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก คือปมพิพาทครั้งใหม่ เนื่องจากทหารเมียนมามองว่า กองกำลัง PDF ใช้เลเก่ก่อเป็นฐานที่มั่นต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา

เมืองใหม่เลเก่ก่อ ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ Nippon Foundation ของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในเดือน ก.พ.2558 เพื่อเป็นที่พักพิงให้กับผู้ลี้ภัยที่กลับมาจากไทย และผู้พลัดถิ่นภายในตามแนวชายแดน เมืองนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของ จ.เมียวดี 15 กม. และอยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 1 กม.

การเจรจา 2 ฝ่ายจะสำเร็จหรือล้มเหลว อยู่ที่ประเด็นเมืองใหม่เลเก่ก่อ เนื่องจากทหารเมียนมาต้องการให้กองกำลัง PDF ถอนตัวออกไปจากเลเก่ก่อ แต่กะเหรี่ยง KNU กองพลน้อยที่ 6 ยืนยันจะสนับสนุนกองกำลัง PDF ต่อไป

พล.อ.มูตู เซพอ ต้องเจรจากับมินอ่องหล่าย อีกหลายยกพล.อ.มูตู เซพอ ต้องเจรจากับมินอ่องหล่าย อีกหลายยก

หากเจรจาไม่จบ ก็คงต้องรบกันต่อไป และส่งผลให้ชาวกะเหรี่ยงกว่าครึ่งหมื่นที่หลบภัยอยู่ฝั่งไทย กลับบ้านไม่ได้

‘กะเหรี่ยงสายแข็ง’

“กะเหรี่ยง KNU” สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ (Karen National Union-KNU) เป็นองค์กรการเมือง และมีกองทัพชื่อ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกระเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-KNLA) แบ่งออกเป็น 7 กองพลน้อย

โครงสร้างของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ประกอบ พล.อ.มูตู เซพอ ประธาน KNU และพล.อ.ซอ จอห์นนี่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (KNLA) แต่องค์กรนำ KNU ก็ให้อิสระในการตัดสินใจทางทหารแก่ผู้นำกองพลน้อยทั้ง 7 แห่ง

พล.อ.มูตู เซพอ ได้พบปะกับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย หลายครั้ง และอยากให้กระบวนการเจรจาสันติภาพเดินหน้าต่อไป

ขณะที่ ดร.ซาซ่า ตัวแทนรัฐบาลเอกภาพ(NUG) ฝ่ายสนับสนุนอองซานซูจี ได้เจรจากับตัวแทนสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ถึงการเป็นพันธมิตรต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งตัวแทนกองพลน้อยที่ 5 และ 6 ขานรับแนวคิดนี้

กะเหรี่ยง KNU กองพลน้อยที่ 6 จึงสนับสนุนกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) สร้างที่มั่นในเมืองใหม่เลเก่ก่อ และนี่คือปมแตกหัก ระหว่างทหารเมียนมากับทหารกะเหรี่ยงรอบใหม่

คู่เดือดหลักสี่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ชนเมียสิระ เกมใต้ดินคนกันเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499029

29 ธ.ค. 2564 |17:44 น.

คู่เดือดหลักสี่ "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" ชนเมียสิระ เกมใต้ดินคนกันเอง

สังเวียนหลักสี่ร้อนระอุ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ปะทะ สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ สะท้อนภาพสงครามตัวแทนขั้ว กปปส.เมืองหลวง กับลุงป้อมบวกผู้กองธรรมนัส คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลันที่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” เลขาธิการพรรคกล้า ประกาศลงสนามหลักสี่ ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐหนาวๆร้อนๆ เพราะมีหัวคะแนนกลุ่มเดียวกัน

เกมซ่อนเงื่อน “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” เป็นเพื่อนรักของ สกลธี ภัททิยกุล เจ้าของพื้นที่หลักสี่เดิม วันนี้ทีมงานสกลธีที่เคยหนุน สิระ เจนจาคะ สมัยที่แล้ว ก็พร้อมช่วยพรรคกล้า

ศึกคนกันเอง “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” กับ สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ จึงบังเกิดขึ้น และสะท้อนภาพความขัดแย้งอดีตแกนนำ กปปส. กับผู้กองธรรมนัส ที่ต้องห้ำหั่นกันในสนามเมืองหลวง

ในที่สุด คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นควรให้ สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ เป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 ของพรรค โดยมีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง

เหมือน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค จะรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังกรณีของพรรคกล้า ส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 จึงมอบให้ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่มีความสนิทสนมกับกลุ่ม กปปส. ดูแลสนามหลักสี่

ความเข้มข้นของการต่อสู้สนามนี้ จึงโฟกัสที่ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กับตัวแทนสิระ เจนจาคะ ซึ่งใครก็ทราบดีว่า สิระนั้นเป็นเด็กในคาถาของลุงป้อมคนหนึ่ง

‘เจ๊หลีหลักสี่’

แม้สังเวียนหลักสี่ มีข่าวค่าย ปชป.ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. แต่การที่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” อดีต ส.ส.กทม. 2 สมัย ลงสนาม ก็เหมือนเป็นตัวแทน ปชป.ไปโดยปริยาย

สำหรับ สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ หรือ สรัลรัศมิ์ เตชะจิรสิน ประธานกรรมการ หจก.ไทยสงวนอีควิปเมนต์ ผู้นำเข้าเครื่องยนต์มือสอง อะไหล่รถยนต์รายใหญ่ จึงมีฉายาว่า เจ๊หลี เซียงกง

ในอีกบทบาทหนึ่งเธอเป็นประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง และประธานอนุ กต.ตร. บก.น. 2 จึงออกงานช่วยเหลือสังคมในนาม มาดามหลี

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เขต 9 เขตหลักสี่ และเขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักร และแขวงจอมพล) สิระ เจนจาคะ ลงสนามในสีเสื้อพลังประชารัฐ ได้ 34,907 คะแนน ซึ่งหากคลี่คะแนนออกมาดู ก็จะพบว่า กว่าร้อยละ 70 เป็นกระแสความนิยมลุงตู่ ,รองลงมาเป็นฐานเดิมสกลธี ภัททิยกุล ที่เคยเป็น ส.ส.เขตนี้ และคะแนนนิยมส่วนตัวของสิระ

อย่าลืมว่า เลือกตั้งปี 2554 ที่เขตหลักสี่ สกลธี ภัททิยกุล ลงสนามในนาม ปชป. แพ้สุรชาติ เทียนทอง แต่ก็ได้ 25,704 คะแนน และเมื่อสกลธีไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ช่วงเลือกตั้งสมัยที่แล้วก็ยกทีมงานเขตหลักสี่ให้มาช่วยสิระ เจนจาคะ

ด้านพรรค ปชป. สมัยที่แล้ว ส่ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้ 16,255 คะแนน ซึ่งสนามเมืองหลวงทุกเขต ปชป.พ่ายกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ และมีแนวโน้มว่า เลือกตั้งซ่อม เขต 9 ปชป.จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนาม

เชื่อว่า คะแนนของผู้การแต้มจำนวน 16,255 คะแนน คงไหลไปที่พรรคกล้า เนื่องจากอรรถวิชช์ ก็คือคนเก่าของ ปชป.

‘เพื่อนสกลธี’

ปลายปี 2550 มีการเลือกตั้งแบบพวงใหญ่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” สวมเสื้อ ปชป. ได้เป็น ส.ส.กทม.เขต 4 (จตุจักร,ราชเทวี,หลักสี่) พร้อมบุญยอด สุขถิ่นไทย และสกลธี ภัททิยกุล

เลือกตั้งปี 2554 อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้รับเลือกเป็น ส.ส.กทม.เขต 9 (จตุจักร) ได้ 42,352 คะแนน แต่การเลือกตั้งปี 2562 ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 (ราชเทวี ,พญาไท และจตุจักร(เฉพาะแขวงจตุจักร และแขวงจอมพล) ปรากฏว่า สอบตก

ต้นปี 2563 อรรถวิชช์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป. เพื่อไปร่วมก่อตั้งพรรคใหม่กับกรณ์ จาติกวณิช

เหตุใด อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กระโจนลงสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 9 น่าจะมีอยู่ 2 ปัจจัยคือ รู้ข่าวว่า ปชป.ไม่ลงผู้การแต้ม ลงสนาม และมีเพื่อนชื่อ สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมส่งเสียงเชียร์

อรรถวิชช์ เปิดตัวลงพื้นที่เขตจตุจักรอรรถวิชช์ เปิดตัวลงพื้นที่เขตจตุจักร

อรรถวิชช์กับสกลธี เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันแต่สมัยโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กระทั่งได้เป็น ส.ส.สมัยแรกก็พร้อมกัน ฉะนั้น เขตหลักสี่จึงเป็นสังเวียนที่อรรถวิชช์คุ้นเคย และมีความพร้อมพอสมควร

ในการเลือกตั้งซ่อม 3 เขตทั่วประเทศต้นปี 2565 สนามหลักสี่จะคู่คี่สูสีที่สุด เพราะไม่ใช่แค่ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านสู้กัน แต่ยังเป็นเกมทดสอบกำลัง ระหว่างขั้ว กปปส. กับขั้วผู้กองธรรมนัส ที่จะดุเดือดทั้งบนดินและใต้ดิน

เกมลับเกมลวง “วิฑูรย์ นามบุตร” หักเกรียง เพื่อนกานต์สะอื้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498937

28 ธ.ค. 2564 |20:22 น.

เกมลับเกมลวง "วิฑูรย์ นามบุตร" หักเกรียง เพื่อนกานต์สะอื้น

พิษดีลโทนี่สะเทือนเพื่อไทย “วิฑูรย์ นามบุตร” เล่นเกมเพื่อใคร ไม่ไว้หน้าเสี่ยกานต์ กัลป์ตินันท์ เพื่อนรัก ไม่เกรงใจเสี่ยเกรียง ที่เคยช่วยชีวิตไว้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เกมของใคร “วิฑูรย์ นามบุตร” เล่าเรื่องดีลลับกับโทนี่ ทำเอาเพื่อไทยขวัญกระเจิง เกรียง กัลป์ตินันท์ ชิงปฏิเสธ ไม่มีมูลความจริง

ก่อนหน้านั้น “วิฑูรย์ นามบุตร” เคยเจรจากับภูมิใจไทย ปิดดีลไม่ลง เลยแวะมาบ้านเกรียง เพราะเขาเป็นเพื่อนตายสหายรักกับกานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชายเกรียง

สัมพันธ์ “วิฑูรย์ นามบุตร” กับตระกูลกัลป์ตินันท์ ลึกซึ้งและยาวนาน ประมุขบ้านใหญ่เขื่องในจะมีลับลมคมในถึงขั้นเผาบ้านเพื่อนอย่างนั้นหรือ

ขอลำดับเหตุการณ์ วิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อีกครั้ง ก่อนจะวิเคราะห์เจาะลึกว่า เกมเปิดดีลกับโทนี่นั้น วิฑูรย์มีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า

วันที่ 20 ธ.ค.2564 มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า แกนนำพรรคอยู่ระหว่างการเจรจากับบ้านใหญ่ตระกูลนามบุตร ซึ่งมีวิฑูรย์ นามบุตร เป็นแกนนำ เข้ามาเสริมทีมเพื่อไทยอุบลราชธานี

วันที่ 22 ธ.ค.2564 วิฑูรย์ นามบุตร มีการสัมภาษณ์สดผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Ubon Connect อุบลคอนเนก เล่าถึงการเจรจากับตัวแทน 3 พรรคคือ ภูมิใจไทย,พลังประชารัฐ และเพื่อไทย โดยเฉพาะเพื่อไทยนั้น วิฑูรย์ได้คุยกับเกรียง และมีการต่อสายถึงโทนี่ด้วย

วันที่ 26 ธ.ค.2564 เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นำคลิปและข่าววิฑูรย์ นามบุตร อ้างถึงกรณีเกรียง กัลป์ตินนท์ และโทนี่ เข้าร้องต่อ กกต. ให้มีการสอบสวนเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย

วันเดียวกัน เกรียง กัลป์ตินันท์ ได้มีการสัมภาษณ์สดผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Ubon Connect อุบลคอนเนก ชี้แจงว่า ได้พูดคุยกันจริง แต่ไม่มีการเจรจาวิฑูรย์เรื่องเข้าพรรคเพื่อไทย และไม่มีการต่อสายถึงโทนี่ ตามที่วิฑูรย์กล่าวอ้าง


‘เกมลับลวง’

นักการเมืองอาวุโสอย่าง “วิฑูรย์ นามบุตร” จะไม่รู้หรือว่า การเล่าเรื่องในที่ลับ กรณีเกรียงต่อสายถึงโทนี่ให้พูดคุยกับตัวเขานั้น จะสร้างปัญหาให้พรรคเพื่อไทย

ที่สำคัญ เกรียงได้ปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่มีการต่อสายถึงโทนี่ แล้ววิฑูรย์จะชี้แจงอย่างไร หรือปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปเฉยๆ

ปลายเดือน ม.ค.2564 วิฑูรย์แถลงลาออกจาก ปชป. และตามมาด้วยกระแสข่าวว่า เขาจะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย แม้แต่คนในพื้นที่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ก็รู้ว่า สมัยหน้า วิฑูรย์ และหลานชาย วุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลฯ พรรค ปชป. จะย้ายไปค่ายสีน้ำเงิน

อย่างไรก็ตาม วิฑูรย์ได้เล่าในภายหลังว่า ดีลกับภูมิใจไทยไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเรื่องลำดับปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้เจ๊รวย หรือสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีคมนาคม รู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

เจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล แกนนำภูมิใจไทยที่สนิทกับวิฑูรย์เจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล แกนนำภูมิใจไทยที่สนิทกับวิฑูรย์

เจ๊รวย แกนนำภูมิใจไทยแห่งอำนาจเจริญ รู้จักมักคุ้นกับวิฑูรย์มานาน เพราะก่อนเจ๊รวยจะมาสวมเสื้อสีน้ำเงิน ก็เคยสนับสนุน ปชป.อำนาจเจริญและอุบลฯ

‘กานต์เพื่อนรัก’

ด้านหนึ่ง “วิฑูรย์ นามบุตร” เป็นเพื่อนรักของ กานต์ กัลป์ตินันท์ นายก อบจ.อุบลราชธานี และสนิทสนมกับตระกูลกัลป์ตินันท์ รวมถึงเกรียง กัลป์ตินันท์ พี่ชายของกานต์

การเลือกตั้งปี 2548 แบรนด์ทักษิณมาแรง กวาด ส.ส.อีสานเกลี้ยงภาค แต่วิฑูรย์ นามบุตร ยังรอดพ้นพายุประชานิยม ได้เป็น ส.ส.ในสีเสื้อ ปชป. จนคนในพรรคไทยรักไทยเวลานั้นนินทาเสี่ยเกรียงว่า แอบช่วยวิฑูรย์ เพราะเป็นเพื่อนน้องชาย

จำได้ว่า ปี 2548 มีเลือกตั้งใหม่ในสนามอุบลฯ เพราะมีแจกใบเหลืองที่เขตเลือกตั้งของวิฑูรย์ทักษิณได้สั่งให้เกรียงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ห้ามอยู่อุบลฯ และมอบให้ พล.อ.ธรรมรักษ์ เป็นแม่ทัพเลือกตั้ง แต่ไทยรักไทยก็พ่ายวิฑูรย์

วิฑูรย์มีฐานที่มั่นอยู่ใน อ.เขื่องใน มีคะแนนตุนอยู่ 3 หมื่นแต้ม เลือกตั้งครั้งไหนก็ไม่เคยสอบตก กระทั่งส่งไม้ต่อมาถึงหลานชาย ก็ได้เป็น ส.ส.

เกมดีลลับโทนี่ วิฑูรย์ นามบุตร ต้องการอะไร ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า งานนี้คนเดือดร้อนคือ เกรียง กัลป์ตินันท์ พี่ชายของเพื่อนรักนั่นเอง

บทเรียนไก่อู “ถนอม อ่อนเกตุพล” ขอโทษคนฝั่งซ้าย พิษรถไฟลาว-จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498889

28 ธ.ค. 2564 |16:05 น.

บทเรียนไก่อู "ถนอม อ่อนเกตุพล" ขอโทษคนฝั่งซ้าย พิษรถไฟลาว-จีน

ดราม่ารถไฟลาว “ถนอม อ่อนเกตุพล” พลาดหมิ่นคนลาว อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กราบขอโทษคนฝั่งซ้าย ทูตลาวขออย่าให้ผิดซ้ำ ย้ำรถไฟลาว-จีน ผลประโยชน์ร่วมคนสองฝั่งโขง และทั่วทั้งอาเซียน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

บทเรียนสื่อไทย “ถนอม อ่อนเกตุพล” พลาดวิจารณ์โครงการรถไฟลาว-จีน ก่อให้เกิดดราม่าข้ามโขง สื่อลาวถล่มช่อง NBT ร้อนถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์พาถนอมเข้าขอโทษทูตลาว

ลาว-ไทยพูดจาไม่มีล่ามแปล “ถนอม อ่อนเกตุพล” ไม่ตระหนักความเปราะบาง แสดงความเห็นเยอะ จนนำมาซึ่งความผิดพลาดเรื่องดราม่าเหยียดหยามคนลาว

กรณีของ “ถนอม อ่อนเกตุพล” เป็นตัวอย่างของสื่อไทย เมื่อผิดพลาดต้องรีบแก้ไข ไม่ปล่อยให้บานปลาย กลายเป็นความบาดหมางของคน 2 ชาติ

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2564 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะ 6 คน ได้เข้าพบท่านแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย ที่สถานทูตลาว เพื่อขอโทษเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวเรื่องรถไฟลาว-จีน ซึ่งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ได้นำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2564 ในรายการ “ฟังชัดๆถนอมจัดให้” ของถนอม อ่อนเกตุพล ได้นำเสนอข่าวไม่มีมูลความจริง กรณีรัฐบาลลาวไม่สามารถใช้หนี้จีนได้จากการกู้เงินมาลงทุนสร้างทางรถไฟ และยังดูหมิ่นคนลาวว่า ไม่มีเงินซื้อตั๋วรถไฟที่แพงกว่ารายรับของพลเมืองลาว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยอมรับว่า การนำเสนอข่าวโครงการรถไฟลาว-จีน เกิดข้อผิดพลาดถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ได้ทำหนังสือชี้แจงและขออภัยมายังสถานทูตลาวแล้ว แต่ก็เกิดเหตุซ้ำอีก จึงต้องยกคณะเข้ามาขอโทษท่านทูตแสงด้วยตัวเอง


“ถนอม อ่อนเกตุพล” ผู้ประกาศข่าวช่อง NBT ได้กล่าวคำขอโทษท่านและมอบพวงมาลัย กราบขอโทษต่อท่านทูตแสง และประชาชนลาวทั้งชาติ

‘พูดจาภาษาเดียวกัน’

บาดแผลไทย-ลาวที่เกิดความผิดพลาดของสื่อไทยแบบ “ถนอม อ่อนเกตุพล” ไม่ใช่กรณีแรก มีพิธีกรทีวีไทยหลายคน ได้พลั้งปากวิจารณ์เพื่อนบ้านเชิงลบ จนต้องขอโทษกันมาแล้วหลายครั้ง

ท่านแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตลาว ประจำประเทศไทย กล่าวตอบคณะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ว่า จะได้นำเรื่องการขอโทษไปแจ้งแก่ประชาชนลาว ตนเองเชื่อมั่นว่าคนลาวผู้มีจิตใจเมตตาอารี จะให้อภัยในความผิดพลาดในครั้งนี้

ท่านทูตแสงยังย้ำถึงความใกล้ความสัมพันธ์ของประชาชนลาว-ไทย มีวัฒนธรรม ประเพณี และการพูดจาภาษาที่คล้ายกัน หากมีปัญหาสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ ให้ติดต่อมายังสถานทูตลาวโดยตรง

โครงการรถไฟลาว-จีน คือความภาคภูมิใจของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของประชาชนลาว และประชาชนประเทศเพื่อนบ้าน นี่คือคำพูดส่วนหนึ่งที่ทูตลาวได้ฝากคณะกรมประชาสัมพันธ์ ผ่านมายังคนไทยทั้งประเทศ

ความละเอียดอ่อนของเรื่องนี้อยู่ที่ ถนอม อ่อนเกตุพล จัดรายการทางช่อง NBT ที่เป็นกระบอกเสียงรัฐบาล จึงทำให้สื่อลาวตั้งคำถามว่า ข้อวิจารณ์ที่บิดเบือนนี้ รัฐบาลไทยรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า

‘ดราม่าสองฝั่งโขง’

เหตุจากรายการเจ้าปัญหาของ “ถนอม อ่อนเกตุพล” ทำให้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ลุกมาชี้แจงทางหน้าจอ NBT เมื่อ 22 ธ.ค.2564 ว่า ช่วงมีการเปิดใช้เส้นทางรถไฟลาว-จีน ได้มีเสียงวิจารณ์เชิงเปรียบเทียบกับโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย ในฐานะสื่อของรัฐ จึงพยายามจะชี้แจงกรณีดังกล่าว

บังเอิญ ถนอม อ่อนเกตุพล เจ้าของรายการฟังชัดๆ ถนอมจัดให้ และคุยถึงแก่น อธิบายเยอะไปหน่อย ล้วงลึกไปถึงเรื่องหนี้สินในโครงการรถไฟลาว-จีน โดยอ้างอิงข้อมูลนักวิชาการบางคนบางกลุ่ม

จุดเปราะบางที่สร้างปัญหาร้าวลึก เมื่อถนอม อ่อนเกตุพล กล่าวถึงการเปิดให้บริการเดินรถไฟลาว-จีน ทำนองว่าคนลาวจะไม่มีปัญญาได้ขี่ เพราะคนลาวมีเงินเดือนน้อย แต่ราคาตั๋วรถไฟแพง

วันที่ 21 ธ.ค.2564 แฟนเพจสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติชาว ได้จัดคลิปวิจารณ์ถนอม และช่อง NBT ว่า ไร้มารยาท-จรรยาบรรณ เสนอข่าวบิดเบือน ดูถูกคนลาวไม่มีเงินซื้อตั๋ว แถมไม่ได้มาช่วยใช้หนี้ แล้วเดือดร้อนอะไรด้วย ถ้าลาวเป็นหนี้จีน

ในคลิปตอบโต้ยังมีการนำคำสัมภาษณ์ พันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว มาแทรกไว้ โดยนายกฯลาว บอกว่า ช่วงที่ผ่านมามีสื่อมวลชนบางประเทศ พยายามบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับทางรถไฟลาว-จีน ซึ่งถือเป็นการไม่หวังดีต่อประชาชนลาวและรัฐบาลลาว

ถนอม อ่อนเกตุพล กราบขอโทษทูตลาวถนอม อ่อนเกตุพล กราบขอโทษทูตลาว

ต่อมา ถนอมได้โพสต์เฟซบุ๊คชี้แจงว่า “ทั้งสื่อไทย สื่อลาว ว่าผมดูหมิ่นคนลาว โปรดฟังชัดๆ ถ้าหมิ่นเขาแล้วทำประเทศเสียหาย ผมยินดีขอโทษ เพราะไม่มีใครที่ไม่ผิด ขอว่า อย่าฟังความข้างเดียว”

สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สอบถาม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ถึงปัญหาบาดหมางไทย-ลาว พร้อมแนะนำให้ พล.ท.สรรเสริญ ทำหนังสือขอโทษประชาชนลาวผ่านสถานทูตลาวประจำประเทศไทย

ซินแสเข่ง ผ่า “ดวงเมืองปี2565” ค้าขายดี ระวังภัยพิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498900

28 ธ.ค. 2564 |15:37 น.

ซินแสเข่ง ผ่า "ดวงเมืองปี2565" ค้าขายดี ระวังภัยพิบัติ

ซินแสเข่ง ผ่า “ดวงเมืองปี2565” ดีอยู่ทุกประการ ทั้งความเป็นอยู่ บ้านเมืองสุขสบาย การเมืองประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ธุรกิจบันเทิง นักร้อง ศิลปินมาแรง ค้าขายดี ระวังภัยพิบัติ

 ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ผ่า “ดวงเมืองปี2565” ประเทศไทยดีอยู่ทุกประการ ทั้งความเป็นอยู่ บ้านเมืองสุขสบาย การค้าการขาย มึความร่มเย็นเป็นสุขสุขแต่ที่ไม่ดีเพราะมีปัญหาของคนทำให้บ้านเมืองแตกแยก ขัดแย้ง ให้เป็นไปตามดวงของโหราศาสตร์ และระวังภัยพิบัติ

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติ ประเทศไทย ปี 2565 ปีขาล ธาตุน้ำ ปีนี้ดวงเมืองประเทศไทยเวียนมาบรรจบครบรอบ 240 ปี ตั้งแต่ วันที่ 21 เมษายน 2325 ตกดวงคู่มิตร ดาวอังคารอิทธิฤทธิ์พิฆาต ตกดวงอริศัตรู ดาวมฤตยูยังคงโคจรติดดวงโลก 

อนาคตประเทศจะเดินไปสู่ ปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ใช้ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ สร้างความไม่เข้าใจ ชิงดีชิงเด่น ขององค์กร การเมือง ต่างไม่เกรงกลัวเพราะความคิดหว้งอำนาจ สังคมขัดแย้ง หน่วยราชการ ข้าราชการ ศาสนาปั่นป่วนแตกแยก หรือ อันธพาลเป็นใหญ่

 งานนี้ตกดาวเกตทำให้ต้องมีผู้มีอำนาจได้ปกครองบริหารบ้านเมือง ดวงทหารเท่านั้นที่จะต้องเอาอยู่ ส่วนโรคระบาดยังคงไม่จบจางหาย ย้ำเตือนหากไม่ระวังอาจมีทวีคูณ ให้รุนแรงมากขึ้นอย่าวางใจ

เตือนภัยระวังเศรษฐกิจทรุด ก่อให้เกิดการสูญเสีย การเงิน ล่มสลาย ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตลาดหุ้น การประกันชีวิต ธุรกิจ อัญมณี งานไฟฟ้าอีเล็คโทรนิคได้รับผลกระทบ สื่อวิทยุโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ งานแขนงด้านไฟฟ้าให้ระวัง จะประสพปัญหาเกิดขึ้น

เตือนภัยพิบัติ พายุหมุน ดินถล่ม น้ำมามาก จากรอบปี 240 ปี เวียนมาบรรจบครบรอบทำให้ตกธาตุลม ที่จะก่อให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรง มาจากลมพายุที่ก่อตัวขึ้น อาจทำให้บ้านเรือนเสียหาย ให้ติดตามข่าว ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ทั้งพายุร้อนและพายุฝน

ดวงแห่งธุรกิจบันเทิง นักร้อง ศิลปินมาแรง ดารานักแสดง เพราะได้ดาวเสริมดวงอาชีพศิลปินนักร้อง และดาวแห่งความรัก ศิลปะการแสดง ดนตรี วงการนางแบบ จิตรกร สถาปนิก งานศิลปะ ความเป็นธรรมชาติความสวยงาม

ธุรกิจที่โดดเด่น ในปี 2565 บ้านที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์ โรงแรมที่พัก อาพาร์ทเม้น ต้นไม้ เสื้อผ้า เอกสารหนังสือจะเฟื่องฟูขึ้น รวมถึงเกี่ยวกับเหล็กโลหะ ทองคำ รถยนต์ จักรยานยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม จะเปลี่ยนแปลงรุดหน้าในปีนี้ 2565

ดวงชะตาของผู้ที่เกิดในปี นัก-ษัตร กุน มะเมีย และ จอ จะโดดเด่น ดวงจะดีจะมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่สำคัญทั้งตำแหน่งหน้าที่ธุรกิจ และการงาน จะเติบโตขึ้น หากคิดหวังความสำเร็จเพื่อเกิดขึ้น ต้องไม่นิ่งนอนใจ เตรียมตัวเตรียมใจ สร้างชีวิตใหม่ ใครที่ดีอยู่แล้วก็จะดียิ่งๆขึ้นไป

ส่วนผู้ที่จะต้องระวังในจังหวะชีวิตที่อาจจะมีผลกระทบเกิดขึ้น ในปี 2565 สำหรับผู้ที่เกิดในปี นัก-ษัตร วอก มะเส็ง ทั้งก่อให้เกิดการปะทะ ให้แตกแยก พลัดพราก ให้ตายจาก ให้เกิดความวุ่นวาย ไม่เข้าใจ สร้างความไม่ปรองดองให้เกิดขึ้น เป็นศัตรู ก่อให้เกิดความสับสน ลังเลไม่เข้าใจ อิจฉาริษายา ไม่หวังดี ยุแหย่สร้างความแตกแยก เบียดเบียน ให้เดือดเนื้อร้อนใจ เอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง มาสร้างความอึดอัดไม่สบายใจ ให้เกิดขึ้น

เจาะลึกดวงผู้นำยุคปี 2022 การเมืองของประเทศไทย ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในปี 2565 ปีแห่งการเป็นผู้นำ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา อายุ 68 / 69 ปี เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่จะเกื้อกูลส่งเสริม ในอำนาจบารมี ให้มีความมั่นคงเกิดขึ้น แต่ตกอยู่ในยามปีแห่งทุกขลาภ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนมาแล้ว มีเหตุให้เกิดความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งให้เกิดขึ้น และจะต่อเนื่องในปี 2565 ตลอดทั้งปี แต่ในปี 2565 ปีแห่งโชคลาภก็คือ เป็นปีที่ได้ดาวเกตเข้ามาช่วยหนุนเสริมดวงชะตาให้ทั่นคงในดวงชะตามากขึ้น เสริมให้มีอำนาจวาสนา ตำแหน่งการงาน ให้ได้รับความมั่นคงให้เกิดขึ้น

ซินแสเข่ง กล่าวสรุปว่า หมอดูไม่ได้เป็นผู้กำหนด ชะตาชีวิตของใคร เป็นเพียงผู้บอกเหตุ ส่วนจะดีหรือร้ายประการใด อยู่ที่เจ้าชะตาเป็นผู้กำหนด ไม่ใครแก้ดวงชะตาได้ นอกจากตัวเราเองเป็นผู้แก้ ด้วยเหตุการแก้ดวงชะตา คือการแก้พฤติกรรมของตนเอง และรู้จักระวังในจังหวะชีวิต เพราะชีวิตมีศาสตร์ คือศาสตร์แห่งชีวิต

ปากพาไป “วิฑูรย์ นามบุตร” เข้าพรรคเพื่อไทย สวรรค์ล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498860

28 ธ.ค. 2564 |12:15 น.

ปากพาไป เบรก “วิฑูรย์ นามบุตร” ซบเพื่อไทย หลังเรืองไกร ร้อง กกต. ยุบพรรค เพราะให้ส้มภาษณ์ อ้างต่อสายโทนี่ วู้ดซัม

ปากพาไป "วิฑูรย์ นามบุตร" เข้าพรรคเพื่อไทย สวรรค์ล่ม

เสียงให้สัมภาษณ์ของ วิฑูรย์ นามบุตร ผ่านเพจอุบลคอนเน็ค สื่อท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีนี้ถูกเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นำไปเป็นหลักฐานร้องกกต.ให้ยุบพรรคเพื่อไทยอีกระลอก  เรืองไกรระบุว่าเสียงวิฑูรย์ ขณะที่ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ได้มีการขออยู่บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยในลำดับที่ต่ำกว่าลำดับที่ 30 จากคุณโทนี่ วู้ดซัม ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยที่มีนายเกรียงเป็นผู้ต่อสายตรงให้นั้นชัดเจนทั้งภาพและเสียง เป็นประเด็นที่ต้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบว่าเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยโดยนายเกรียงยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคล ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระหรือไม่

ร้อนถึงชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ต้องออกมายืนยันว่า พรรคไม่รับทราบกรณีที่ใครกล่าวอ้างว่า เป็นสมาชิกพรรค ผู้สมัครพรรค โดยไม่ผ่านกระบวนการสรรหา ยิ่งถ้ามีเงื่อนไขหรือข้อเสนอที่รับไม่ได้ โดยเฉพาะเป็นประเด็นที่ทำให้พรรคเสียหาย ก็เพียงพอที่กรรมการสรรหาจะไม่รับพิจารณาด้วยซ้ำ  ข้อตกลงที่วิทูรย์อ้างว่าจะรู้ผลในเดือนกุมภา หลังจากที่เขาได้มีโอกาสเจรจากับโทนี่ จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้  วิทูรย์ ซึ่งอกหักจากภูมิใจไทย ไปไม่ได้กับพลังประชารัฐ จึงอาจตกอยู่ในสถานะตำที่นั่งลำบากเพราะปากพาไปอีกครั้ง

หากยังจำกันได้ก่อนหน้านี้ ระหว่างงานเลี้ยงวันเกิด พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แม่ทัพภาคกลาง – กทม.พรรคเพื่อไทย ก็เป็น เกรียง กัลป์ตินันท์ ที่ต่อสายหาคนแดนไกลจนถูกสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมายการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรนำไปร้องต่อกกต.
ในข้อหาเดียวกันนี้มาแล้ว  สนธิญาระบุว่าขณะนี้มีคำร้องยุบพรรคเพื่อไทย อยู่ที่ กกต.ประมาณ 10 สำนวน อนาคตทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยของวิฑูรย์ นามบุตร จึงต้องสะดุดลงเพราะคำให้สัมภาษณ์ที่มีผลผูกมัดพรรคเพื่อไทย อันเป็นเงื่อนไขให้ถูกยุบพรรคได้ ในอนาคต

“ปีแห่งการทุจริต”เบ่งบาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชี้ปีสีดำ”ตำรวจ-อัยการ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498796

28 ธ.ค. 2564 |07:51 น.

"ปีแห่งการทุจริต"เบ่งบาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชี้ปีสีดำ"ตำรวจ-อัยการ"

มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เปิดสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในรอบปี 2564 ชี้เป็นปีสีดำของตำรวจ-อัยการ ขณะที่เชื้อร้ายทุจริตกระจายแข่งกับไวรัสโควิด -19

ไม่เพียงแต่การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนักหน่วง แต่สำหรับประเทศไทย ยังมีปัญหาการ ทุจริตคอร์รัปชัน เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายแพร่กระจายกัดกินไปทุกภาคส่วนของประเทศ 

โดยเฉพาะรอบปี 2564 เชื้อร้ายของการทุจริตคอร์รัปชันดูจะลุกลามมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

เหตุที่มองได้เช่นนี้ เนื่องจาก องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย ) หรือ  ACT  ได้มีการเฝ้าติดตามตรวจสอบโดยพบข้อมูลว่า “สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในรอบปี 2564 แย่ลง”

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)

“สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าย่ำแย่ในสายตาประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ สะท้อนว่าสถานการณ์ตลอด  20  ปี ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย มีบางเรื่องดีขึ้น บางเรื่องกลับแย่ลง ประเมินง่ายๆจาก ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ของประเทศไทย  หรือ CPI : Corruption Perception Index มีค่าต่ำ   “ดร.มานะ นิมิตรมงคล  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) เริ่มต้นกล่าวกับ “คมชัดลึกออนไลน์” 

สถานการณ์คอร์รัปชันในรอบปีย่ำแย่

เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย )  ขยายความว่า รอบปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนมีเรื่องแย่ๆ ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆแต่เป็นการโกงอย่างเป็นระบบ โกงทั้งประเทศ สร้างความรำคาญใจให้ประชาชน เช่น การจัดซื้อจัดจ้างโครงการเสาไฟฟ้ากินรี   โครงการโซลาร์เซล  หรือโครงการก่อสร้างถนนแต่เส้นทางวิ่งลงท้องนา  วิ่งลงไปในหนองบึง เรื่องนี้มีการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง ประชาชนเห็นกันชัดเจน นี่คือความเสียหาย

“ดร.มานะ” บอกต่อไปว่า เรายังเห็นการทุจริตเล็กๆน้อยๆแต่เกิดขึ้นมากในวงราชการ  เช่น หน่วยงานราชการ อำเภอ สำนักงานเขต อบต. ประชาชนจะติดต่อขออนุญาตต่อเติมบ้าน ประกอบกิจการ ทำร้านค้า โดนเจ้าหน้าที่รีดไถเรียกค่าอำนวยความสะดวก ค่าน้ำร้อนน้ำชา หรือ แม้แต่การขับรถตามท้องถนนโดนตำรวจกระทำการรีดไถ  เรื่องเหล่านี้มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ทุจริตไม่ได้ดีขึ้นเลย 

ดร.มานะ นิมิตรมงคล  เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)

หึ่งกมธ.ตบทรัพย์ข้าราชการ 


“เรื่องใหญ่ในกระบวนการนิติบัญญัติ ที่คนไทยเห็นตลอดเวลามักเกิดขึ้นทุกปี ระหว่างการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ คือ กรณีข้าราชการโดนรีดไถในสภาไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไป เป็นเรื่องถูกเปิดโปงอย่างโจ๋งครึ่ม และมีการโยกงบประมาณเหล่านี้ ก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตน”

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือ คดีสนามฟุตซอล ที่ทำให้ผอ.โรงเรียนกว่าร้อยคนต้องติดร่างแหแต่นักการเมืองใหญ่ระดับประเทศ ยังไม่แน่ใจ ว่าจะโดนลงโทษหรือไม่ จะติดคุกติดตารางหรือไม่ 

ปีสีดำของตำรวจ-อัยการ 

ขณะที่เรื่องใหญ่ๆในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าเป็น กรณีบอส อยู่วิทยา  คดีผกก.โจ้  เห็นได้ว่ากระบวนการทำงานของตำรวจ-อัยการมีปัญหามากมาย  ในปีที่ผ่านมาจึงกลายเป็นปีสีดำของตำรวจ และอัยการ เราได้เห็นการดำเนินคดีล่าช้าในขั้นตอน ป.ป.ช. ขั้นตอนอัยการหลายคดี  ตัวอย่างหนีไม่พ้น กรณีสนามฟุตซอล เ

ส่วนการคอร์รัปชันในรัฐวิสาหกิจนั้น เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า   ทันทีที่มีสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประชาชนเดือดร้อนอยู่แล้ว แต่รัฐวิสาหกิจเอื้อประโยชน์เยียวยาให้กับเอกชนที่รับสัมปทาน เช่นกรณีของดิวตี้ฟรี  ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ  นอกจากนี้ได้เห็นการประมูลที่น่าสงสัยในโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว สายสีส้ม สายสีม่วงใต้

“ปัญหาที่ต้องฉุกคิดและต้องเรียกร้องให้มีการทบทวน นั่นคือ การประมูลรถไฟทางคู่”   ดร.มานะ ชี้โจทย์ปัญหานี้ไว้ต้องทบทวนโครงการ  

ทุกภาคส่วนตื่นตัวร่วมตรวจสอบคอร์รัปชัน

อย่างไรก็ดี “ดร.มานะ” ยังเห็นความหวังผ่านความพยายามจากทุกภาคส่วนที่กำลังตรวจสอบการทุจริต   

“แต่สิ่งดีๆที่ผมเห็นในประเทศไทยช่วงปีที่ผ่านมา เราได้เห็น ป.ป.ช.ทำงานเชิงรุกมากขึ้นซึ่งต้องปรบมือให้ ขณะเดียวกัน ผมได้เห็นป.ป.ช.บอกประชาชนมากขึ้นว่าคดีต่างๆไปถึงไหนไม่ว่าเป็นคดีใหญ่หรือคดีดังๆ” 

พร้อมกันนี้ ได้เห็นความตื่นตัวภาคเอกชนมากขึ้น กรณีการเข้ามามีส่วนร่วมทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ยึดหลักการ ไม่โกงก็รวยได้

ทุกวันนี้ เราได้เห็นความตื่นตัวของสื่อมวลชนมีการทำข่าวเชิงเจาะลึกมากขึ้น มีการผลิตรายการเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตแทบทุกช่องทีวี รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโซเชียลอีกด้วย 

เราได้เห็นความตื่นตัวของประชาชนให้ความสนใจคดีคอร์รัปชัน ด้วยการเปิดโปงข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันภาครัฐมีการเปิดตัวสนับสนุนเทคโนโลยีสื่อสารมากขึ้น มีการเปิดเผยข้อมูลสู่ระบบดิจิทัล ให้เป็นไปตามนโยบาย Digital Government  มากขึ้น เพียงแต่ว่าวันนี้ข้อมูลกับเทคโนโลยีภาครัฐยังกระจัดกระจายไม่สามัคคีกัน จึงไม่ได้นำมาใช้ประโยขน์ในการพัฒนาประเทศหรือตรวจสอบสร้างความโปร่งใส  มีข้อดีแต่มีข้อจำกัดตรงนี้ ” 

“พลังคนรุ่นใหม่”  จุดเด่นปราบโกงรอบปี 

“เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ชี้จุดเด่นที่สุดของประเทศไทยในปีที่ผ่านมา คือ “พลังคนรุ่นใหม่” ที่มีความตื่นตัวออกมาส่งเสียงเรียกร้องพร้อมกับนำเสนอแนวทางไปสู่การปฏิบัติติดตามตรวจสอบการทุจริตมากขึ้น 

“ตรงนี้เป็นเรื่องดี ถ้าทางรัฐบาลให้การสนับสนุนด้วยความเข้าใจ ประเทศชาติในวันข้างหน้าจะดีขึ้น “ ดร.มานะ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ”พลังคนรุ่นใหม่”ต่อการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในรอบปี  

ก้าวต่อไปขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน   

สำหรับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) ดำเนินงานมาครบ 10 ปี โดย “ดร.มานะ” ยืนยันหลักการเดิมจะเป็นองค์กรพลังสังคมที่ขับเคลื่อนสังคมไทย ไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่นและออกมาช่วยต่อต้านการคอร์รัปชัน

อันดับแรก จับมือพันธมิตรและเครือข่ายมาทำงานร่วมกันมากขึ้นในทุกภาคส่วน ไมว่าเป็นความร่วมมือกับเครือข่ายเดิมที่ได้ทำงานเต็มที่แล้ว อย่างสภาอุตฯ สมาคมหอการค้า สมาคมธนาคารไทย เราได้รับความร่วมมือ มีความตื่นตัวนักธุรกิจจำนวนมาก เช่น ในกลุ่มธนาคาร ที่ทำงานโดยแบงก์ชาติ กลุ่มตลาดทุนที่นำโดยกลต. บริษัทที่จัดการหลักทรัพย์กองทุนรวม นอกจากเครือข่ายแล้ว เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมทำธุรกิจ ง่ายยิ่งขึ้น

อันดับสอง  องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันพยายามนำบิ๊กดาต้าของภาครัฐ มาผนวกกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างแพลทฟอร์ม อย่าง ACT Ai เปิดใช้การแล้วโดยให้ประชาชนเข้ามาดูข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐทั้งหมดย้อนหลังได้ 5 ปี 

ขณะเดียวกันได้มีการสร้างแพลทฟอร์มตัวใหม่ๆเพิ่มขึ้น เช่น “ขิงบ้านเรา” อยู่ระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะถูกนำมาใช้ได้ในปี 2565  ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่องคกรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ ได้รู้เห็นว่าพื้นที่ของเขา เช่น  การติดตั้งเสาไฟกินนรีในพื้นที่ตำบลราชาเทวะ  ทำให้ผู้คนได้รับรู้ว่า ที่นี่มีงบประมาณอะไรบ้าง กำลังดำเนินโครงการอะไร ประชาชนเห็นข้อมูล ที่มีการวิเคราะห์ให้เข้าใจง่ายๆและสามารถแสดงความคิดเห็นได้ อะไรชอบไม่ชอบ หรืออะไรที่เห็นว่าไม่โปร่งใส ด้วยวิธีนี้ ประชาชนเห็นประชาชนจะตรวจสอบง่าย

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย ) ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย )

นอกจากนี้ “voice of change”  ก็เป็นแอพพลิชันที่ทำให้ข้าราชการในหน่วยงาน อาจเป็นกรมที่ดิน กรมทางหลวง กรมชลประทาน ได้เห็นข้อมูลของหน่วยงานเขา และสามารถบอกได้ว่า สิ่งที่เห็นนั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ อะไรไม่โปร่งใส

“อย่าลืมนะ ถ้าประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการในหน่วยงาน เห็นแล้ว ช่วยกันพูดออกมา จะเป็นพลังสำคัญในการป้องกันคอร์รัปชัน” ดร. มานะ กล่าว  

เครื่องมือตรวจสอบทุจริตมีเสียงตอบรับในทิศทางที่ดี

ผลจากการสร้างเครื่องมือตรวจสอบการทุจริต อย่างเช่น ACT Ai  “ดร.มานะ” บอกว่า ได้รับเสียงตอบรับดีมาก สื่อมวลชน ประชาชน นักวิชาการ สามารถนำมาใช้ได้ เราเรียกว่าแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ว่า  จับโกงง่ายๆด้วยปลายนิ้ว  ถ้ามีโทรศัพท์ มีแท็ปเล็ต สามารถเข้ามาดูง่ายๆเลย ว่ามีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาหรือไม่ หรือกรณีการอัดฉีดงบช่วงโควิด 4 แสนล้านบาท ประชาชนสามารถดูได้เลยว่าเขาได้รับประโยชน์หรือไม่ เงินที่กระจายลงมาทั่วถึงเป็นธรรมจริงหรือไม่  หรือตรงไหนเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง

อีกอย่างที่องค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันจะดำเนินการต่อไป  คือ สนับสนุนให้สื่อมวลชนได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกรูปแบบที่เราทำได้ จะพยายามเชิญชวนคนที่มีความรู้ มาช่วยให้ข้อมูลกับสังคมตลอดเวลาว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องที่ดี เรื่องไหนคือการพัฒนาประเทศ เรื่องไหนไม่โปร่งใส ขาดหลักธรรมาภิบาล สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการอธิบายให้ประชาชน สื่อมวลชนได้เข้าใจ ทุกคนต้องมีพื้นที่ปลอดภัย ไม่กลัวคนโกง ต้องมีคนที่กล้าออกมาพูดเป็นแบบอย่างให้คนทั่วไป ตระหนักว่า ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ประชาชน เป็นเรื่องความถูกต้อง ทุกคนมีสิทธิที่จะพูดได้” เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวทิ้งท้าย 

ทั้งหมดนี้  “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ต้องการส่งเสียงออกไปดังๆให้ทุกภาคส่วนได้เห็นถึงการทำงานในรอบปี 2564 เพื่อจะผนึกกำลังความร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ขจัดมะเร็งร้ายคอร์รัปชันให้ลดลงไปจากประเทศไทย   

"ปีแห่งการทุจริต"เบ่งบาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชี้ปีสีดำ"ตำรวจ-อัยการ"