The sea’s rambutans washed up in Patong #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403256

The sea’s rambutans washed up in Patong

NationalMar 03. 2021

By THE NATION

Some 200 blue-spotted sea urchins, looking much like bright red rambutans, were spotted on Phuket’s Patong Beach on Tuesday.

The Department of Marine and Coastal Resources posted images of the creatures on its Facebook page, saying they had possibly been washed up by strong waves and then left behind due to low tide.

The sea urchins were between 8 and 15 centimetres in size.

Satun governor orders removal of sunken fishing boat over fear of environmental impact #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403255

Satun governor orders removal of sunken fishing boat over fear of environmental impact

NationalMar 03. 2021

By THE NATION

The governor of Satun province on Tuesday ordered the immediate salvaging of a fishing boat that had caught fire earlier in the day some 13 kilometres off Satun’s Adang Island.

“The boat is 64 gross tonne capacity and was carrying eight crew members – three Thai and five Myanmar nationals,” governor Ekarat Leesen said. “The crew had jumped off the sinking vessel and were rescued by another fishing boat. No injuries or deaths were reported.”

Ekarat said the boat sank near the Tarutao National Marine Park and he is concerned that oil spilled from the ship could damage the coral reefs.

“I have asked the national park officials to survey the area and map out the coral reef, as well as estimate the possible damage,” he said. “The authorities have also contacted the ship’s owner and related officials to prepare for the salvaging of the vessel as soon as possible to minimise the impact on the environment.”

The Tarutao National Marine Park covers a 1,490 square kilometre area of the Andaman Sea off the coast of Satun in southern Thailand. The park comprises 51 islands that are home to wild boar, civet, mouse deer, hornbill, langur, various raptors and snakes.

Related Story: Navy to the rescue as cats trapped on sinking Satun ship, crew safe

35 new cases logged, mostly in hotspots #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403254

35 new cases logged, mostly in hotspots

NationalMar 03. 2021

By The Nation

The Centre for Covid-19 Situation Administration (CCSA) on Wednesday reported 35 new cases, below the 100 mark for the 12th consecutive day, 10 of whom were returnees.

Of the 25 local cases, 17 had been exposed to the virus while visiting high-risk areas. Samut Sakhon led the list with nine cases, followed by three each in Pathum Thani and Bangkok and one each in Ayutthaya and Prachuap Khiri Khan.

Meanwhile, proactive testing led to the discovery of eight cases, five of which were in Pathum Thani and three in Bangkok.

Of the returnees, five were Thais returning from Turkey, Ghana, Kenya and Nigeria, as well as a Nigerian national who flew from his own country.

Also, four Thai women who were caught illegally crossing the Thailand-Myanmar border between February 23 and 25 tested positive on March 1.

Meanwhile, 63 patients have recovered and been discharged.

As of Wednesday, the number of confirmed cases in Thailand had risen to 26,108. Of these, 23,309 had been contracted locally, including 14,565 who were found via proactive testing, while 2,799 were returnees. So far, 25,483 have recovered and been discharged, 541 are still in hospitals, and the death toll remains at 84.

According to Worldometer, as of 10am, the number of confirmed cases globally had risen to 115.3 million (up by 365,575), 91.13 million have recovered, 21.61 million are active cases (90,196 in severe condition) and 2.56 million have died (up by 9,392).

Thailand ranks 114th on the global list of most cases, which is topped by the US with 29.37 million, followed by India 11.14 million, Brazil 10.64 million, Russia 4.27 million and the United Kingdom 4.19 million.

Muay Thai gets kick out of being included in European Games #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/news/30403253

Muay Thai gets kick out of being included in European Games

NationalMar 03. 2021

By The Nation

Prime Minister Prayut Chan-o-cha congratulated the sports sector on Wednesday after the European Olympic Committee (EOC) listed Muay Thai as one of the competitions for the European Games 2023.

The move was confirmed by the International Federation of Muaythai Associations, which said that this was the first time Thai martial arts had been included in any official European sports competition.

Prayut said the EOC believed Muay Thai is a fast-growing sport in terms of martial arts, its practitioners and audience base. The industry has been witnessing an increase in competitors and audience each year.

Muay Thai gold medals will be up for grabs in seven men’s categories, seven women’s categories, and mixed-team competitions during the games.

The European Games are held every four years. The next, to be held in Krakow, Poland, from June 9 to 25, 2023, will see 50 European nations competing.

หนุ่มเวียดนามหางานไม่ได้เพราะไม่หล่อ ทุ่มครึ่งล้านศัลย์ทั้งหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646958

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 20:06 น.หนุ่มเวียดนามหางานไม่ได้เพราะไม่หล่อ ทุ่มครึ่งล้านศัลย์ทั้งหน้าหนุ่มเวียดนามลงทุนขึ้นเขียงศัลยกรรมทั้งหน้าหลังถูกล้อเลียนเรื่องหน้าตาตอนสัมภาษณ์งาน

โด๋เขวี่ยน หนุ่มชาวเวียดนามวัย 26 ปีกลายเป็นที่สนอกสนใจติ๊กต๊อก หลังจากเจ้าตัวโพสต์ภาพก่อนและหลังทำศัลยกรรมของตัวเองที่ทำเอาชาวโซเชียลถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เพราะใบหน้าของหนุ่มคนนี้ในเวอร์ชั่นอาฟเตอร์ดูเหมือนเป็นคนละคนกับตอนก่อนขึ้นเขียงผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของใบหน้า ตา และจมูก

โด๋เขวี่ยนซึ่งปัจจุบันนี้ได้งานเป็นเมกอัพอาร์ทิสต์ในเมืองไซ่ง่อนของเวียดนามเล่าให้ฟอลโลเวอร์ในติ๊กต๊อกฟังว่า เขาใช้เงินไปราว 400 ล้านด่อง หรือ 527,855 บาท สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรม 9 ครั้ง ตั้งแต่ทำจมูก เสริมคาง วีเนียร์เคลือบฟัน ปรับรูปปาก ตาสองชั้น และเสริมริมฝีปากให้หนาขึ้น

หนุ่มรายนี้ยังเล่าว่า หน้าตาของเขาทำให้หางานทำยาก และเคยถูกว่าที่นายจ้างล้อเลียนเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกขณะสัมภาษณ์งาน เหตุการณ์นี้เป็นฟางเส้นสุดท้ายให้เขาตัดสินใจขึ้นเขียงเปลี่ยนหน้าตาของตัวเอง แต่ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวย เจ้าตัวจึงต้องเก็บเงินด้วยตัวเอง

“ครั้งแรกที่ผมทำศัลยกรรมแล้วกลับบ้าน พ่อแม่จะผมไม่ได้ ผมคาดหวังไว้มาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลย” โด๋เขวี่ยนเผย

แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องการทำศัลยกรรมบ้าง แต่เจ้าตัวไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจทำ และยังแนะนำให้คนอื่นทำอะไรก็ตามที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี

“ต้องเข้มแข็งและหาความสวยความหล่อในแบบที่ตัวเองมั่นใจ ความสวยหล่อสำหรับผมคือ การมองไปที่กระจกแล้วรู้สึกพึงพอใจและมั่นใจในตัวเอง” โด๋เขวี่ยนทิ้งท้าย

@quyen_do8

##howichange ai r?i c?ng khác cam ?n ai ?ó ?ã b? r?i tôi ?? tôi tìm l?i chính mình ##Thaydoi ##daythithanhcong? nh?c n?n – Thiên Tú Singer@quyen_do8

##howichange cám ?n ai ?ó b? r?i tôi ?? tôi tìm l?i dc chính mình ##l?txác ##Thaydoi? He?n Ye?u – Minh Vu?o?ng, Thu?o?ng Vo?, ACV

สื่ออังกฤษอ้างเมแกน มาร์เคิลกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ในวัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646954

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 19:15 น.สื่ออังกฤษอ้างเมแกน มาร์เคิลกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ในวังเมแกน มาร์เคิล ปฏิเสธข่าวลือบูลลี่คนในวัง แจงข่าวปลอมจงใจปั่นก่อนที่เธอและเจ้าชายแฮร์รีจะให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์อาทิตย์นี้

เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ กำลังเผชิญกับข่าวลืออีกครั้งเมื่อสื่ออังกฤษอย่างเดอะไทมส์รายงานเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมาว่าเธอกำลังถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งผู้ช่วยในพระราชวังเค็นซิงตัน

คำร้องเรียนดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 ก่อนที่ดัชเชสเมแกนและเจ้าชายแฮร์รีจะถอยห่างจากราชวงศ์อังกฤษและย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

โดยแหล่งข่าวระบุว่า เจสัน นอฟ เลขาของทั้งคู่ในขณะนั้นร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ในพระราชวังถูกกลั่นแกล้งโดยดัชเชสเมแกน มีการลือกันว่าเธอขับไล่ผู้ช่วยส่วนตัวออกจากบ้านรวมถึงกลั่นแกล้งผู้ช่วยคนอื่นๆ คนภายในทราบกันดีว่ามีเจ้าหน้าที่โดนกลั่นแกล้งจนบางรายถึงขั้นหลั่งน้ำตาเลยทีเดียว

แต่ล่าสุดโฆษกของดัชเชสเมแกนปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวโดยกล่าวว่าพวกเขาเป็นเหยื่อของการนำเสนอข่าวปลอม พร้อมเผยว่า “ดัชเชสเมแกนเสียใจอย่างยิ่งกับการโจมตีครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เธอตกเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้ง เธอมุ่งมั่นที่จะทำงานต่อไปและพยายามเป็นตัวอย่างในการทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ”

เช่นเดียวกับทนายความของทั้งคู่ซึ่งกล่าวว่ารายงานครั้งนี้ของเดอะไทมส์ถูกใช้เพื่อนำเสนอข่าวเท็จก่อนที่ทั้งคู่จะให้สัมภาษณ์ในรายการดิ โอปราห์ วินฟรีย์ โชว์ (The Oprah Winfrey Show) ซึ่งมีกำหนดออกอากาศในวันอาทิตย์นี้

ขณะที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมและเค็นซิงตันยังไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

Photo by DANIEL LEAL-OLIVAS / POOL / AFP

วัคซีนพาสปอร์ตจะฟื้นท่องเที่ยวไทยได้จริงหรือ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646944

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 18:00 น.วัคซีนพาสปอร์ตจะฟื้นท่องเที่ยวไทยได้จริงหรือ?ขณะที่ผู้นำหลายประเทศกำลังพิจารณาวัคซีนพาสปอร์ตก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน

หลังจากหลายประเทศเริ่มฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ให้ประชาชน บรรดาผู้นำประเทศเริ่มนำแนวคิดเรื่องการใช้ “วัคซีนพาสปอร์ต” หรือใบรับรองการฉีดวัคซีนมาพิจารณา ด้วยความหวังว่าวัคซีนพาสปอร์ตจะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก Covid-19

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเผยว่า การใช้วัคซีนพาสปอร์ตเป็นประเด็นที่ลึกและซับซ้อน หากนำมาใช้อาจเป็นการกีดกันประชาชนที่ไม่สามารถฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทางการแพทย์หรือความสมัครใจที่จะไม่ฉีด

ด้านนายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง ของสิงคโปร์ ประกาศผ่านเฟซบุ๊คว่า สิงคโปร์กำลังหารือเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตกับประเทศอื่นๆ และเอ่ยว่าวัคซีนพาสปอร์ตเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวของโลก

ขณะที่นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีเผยหลังการประชุมร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปว่า ทุกประเทศเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีวัคซีนพาสปอร์ตในอนาคต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเฉพาะคนที่มีพาสปอร์ตนี้เท่านั้นที่จะเดินทางท่องเที่ยวได้

เช่นดียวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เผยว่าไทยกำลังพิจารณาวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศที่มีสัดส่วนถึง 11% ของจีดีพี

แนวคิดวัคซีนพาสปอร์ตได้รับการตอบรับอย่างดีในประเทศยุโรปตอนใต้ที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว อาทิ สเปน กรีซ โดยกรีซและไซปรัสเตรียมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวจากอิสราเอลที่มีพาสปอร์ตวัคซีนในช่วงซัมเมอร์นี้ เช่นเดียวกับเดนมาร์กและสวีเดน

ขณะนี้มีประเทศอิสราเอลเป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้วัคซีนพาสปอร์ตที่เรียกว่า “Green Pass” ซึ่งออกให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยพาสปอร์ตนี้จะมีอายุ 6 เดือน ผู้ถือพาสปอร์ตสามารถเข้าร่วมอีเว้นต์ต่างๆ ร้านอาหาร สระว่ายน้ำสาธารณะ เป็นต้น

สำหรับไทยที่หวังรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจต้องเตรียมใจว่านักท่องเที่ยวอาจเข้ามาไม่มาก เนื่องจากการฉีดวัคซีนยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี หรือผู้มีโรคประจำตัว บวกกับหลายประเทศยังไม่ได้รับวัคซีนหรือยังฉีดวัคซีนได้ไม่ทั่วถึง เช่น จีน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยเป็นอันดับต้นๆ ประกาศว่า ปีนี้จะฉีดวัคซีนได้เพียง 40% ของพลเมืองเท่านั้น และในจำนวน 40% นี้นับรวมทั้งคนที่ฉีดเข็มเดียวและสองเข็ม

หมายความว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะมีวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อเดินทางเข้าไทยมีเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน แม้แต่องค์การอนามัยโลกก็ยังไม่แนะนำให้ประเทศต่างๆ ใช้วัคซีนพาสปอร์ตเป็นข้อกำหนดในการเดินทางเข้าประเทศในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าคนที่ได้รับวัคซีนแล้วจะไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น และยังไม่แน่ชัดว่าประสิทธิภาพของวัคซีนคงอยู่ได้นานเท่าใด

นอกจากประเด็นเรื่องสุขภาพแล้ว หลายฝ่ายแย้งว่าวัคซีนพาสปอร์ตจะยิ่งทำให้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจนเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากพลเมืองในหลายประเทศต้องรอวัคซีนอีกหลายปี

รายงานของหน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ Economist Intelligence Unit (EIU) ของนิตยสาร The Economist พบว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ในประเทศร่ำรวยจะได้รับวัคซีนราวกลางปีหน้า และระยะเวลาจะยืดออกไปจนถึงช่วงต้นปี 2023 สำหรับประเทศรายได้ปานกลางส่วนใหญ่ และปี 2024สำหรับประเทศยากจน

ขณะนี้มีพลเมืองโลกได้รับวัคซีนเพียง 100 ล้านคนเท่านั้นจากประชากรทั้งหมด 7,780 ล้านคน และในไทยก็ยังไม่เริ่มฉีด หากไทยใช้วัคซีนพาสปอร์ตในการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ หรือใช้บริการในโรงแรม เข้าร่วมอีเว้นต์ต่างๆ คนอีกนับล้านที่ยังไม่ได้รับวัคซีนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

อย่างไรก็ดี ไทยยังมีทางเลือกที่เรามีศักยภาพไม่แพ้การท่องเที่ยว นั่นคือ ส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางของชาว Digital Nomad หรือกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตตามสถานที่ต่างๆ ของโลกโดยทำงานผ่านช่องทางออนไลน์

การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป จากที่เคยทำงานอยู่กับออฟฟิศก็หันมาทำจากที่บ้าน หรือจริงๆ ก็คือจะทำจากที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ เพียงแค่มีแล็ปท็อปและสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งบังเอิญเข้าทางชาว Digital Nomad

การสำรวจของบริษัทเทคโนโลยี MBO Partners พบว่า เมื่อปีที่แล้วชาวอเมริกันกว่า 10.9 ล้านคนเป็น Digital Nomad ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 50%

และเทรนด์นี้ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เนื่องจากมีแนวโน้มว่าบรรดาบริษัทต่างๆ จะไฟเขียวให้พนักงานทำงานจากที่บ้านเพิ่มขึ้น ชาวอเมริกัน 19 ล้านคนเผยกับ MBO Partners ว่า พวกเขามีแผนจะผันตัวไปเป็นชาว Digital Nomad ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และอีก 45 ล้านคนบอกว่ากำลังพิจารณาตัวเลือกนี้อยู่

สำหรับไทย เว็บไซต์ France24 ระบุว่า เป็นสวรรค์สำหรับชาว Digital Nomad เพราะมีชายหาดที่สวยงามขึ้นชื่อในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หนึ่งในนั้นก็คือ เกาะพะงัน ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของ ชาว Digital Nomad

ลอ มูมิวส์ Digital Nomad วัย 34 ปีจากกรุงปารีสที่ตัดสินใจเช่าห้องพักริมหาดบนเกาะพะงันเป็นที่ทำงานเผยกับ France24 ว่าเธอชอบที่นั่นมาก “ที่นี่คือสวรรค์สำหรับฉัน ฉันไม่เคยอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติเท่านี้มาก่อนเลย”

หากรัฐบาลไทยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนเหล่านี้ อาทิ การออกวีซ่าพิเศษ คาดว่าไทยจะโกยเงินเข้าประเทศได้ไม่น้อยเช่นกัน เพราะนอกจากทำงานแล้ว คนกลุ่มนี้ยังต้องการเดินทางท่องเที่ยวหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อคลายเครียดด้วย

เมียนมาเปิดฉากยิงต่อเนื่อง ยอดตายวันนี้อย่างน้อย 9 ศพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646931

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 16:45 น.เมียนมาเปิดฉากยิงต่อเนื่อง ยอดตายวันนี้อย่างน้อย 9 ศพม็อบเมียนมาเสียชีวิตรายวันหลังเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงต่อเนื่องพร้อมตั้งข้อหานักข่าวอย่างน้อย 6 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานล่าสุดว่ายอดรวมผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาวันนี้ (3 มี.ค.) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 9 รายแล้ว จากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเปิดฉากยิงอย่างต่อเนื่อง

โดยในเมืองมัณฑะเลย์มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย เป็นชาย 1 รายถูกยิงบริเวณหน้าอกและหญิงอีก 1 รายซึ่งถูกยิงที่ศีรษะ ขณะที่อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้โซเชียลมีเดียของเมียนมาระบุว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กสาวอายุ 19 ปีเท่านั้น 

ในเมืองย่างกุ้งและมยินจานมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และอีกหลายรายได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน โดยแพทย์อาสาในที่เกิดเหตุกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าเจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงในการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม

นอกจากนี้มีรายงานว่ารัฐบาลทหารเมียนมาได้ตั้งข้อหานักข่าว 6 รายรวมถึงช่างภาพจากสำนักข่าวเอพีในข้อหาสร้างความหวาดกลัว, เผยแพร่ข่าวที่เป็นเท็จ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สืบเนื่องจากการรายงานข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา

ทั้งนี้ สมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง (AAPP) ระบุว่าขณะนี้มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 1,200 รายนับตั้งแต่การรัฐประหาร ขณะที่สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมาว่ามีผู้ถูกจับกุมกว่า 1,300 ราย

Photo by STR / AFP

ติ๊กต็อกจีนแบนเนื้อหา ‘อวดรวย’ หวั่นสร้างค่านิยมผิดๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646916

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 16:00 น.ติ๊กต็อกจีนแบนเนื้อหา 'อวดรวย' หวั่นสร้างค่านิยมผิดๆติ๊กต็อกจีนแบนเนื้อหาอวดรวยสร้างมลพิษทางสังคม สอดคล้องรัฐบาลจีนส่งเสริมเนื้อหาเชิงบวกบนโลกออนไลน์

เว็บไซต์ Sixth Tone ของจีนรายงานว่า ติ๊กต็อก (TikTok) แอปพลิเคชันเคือข่ายสังคมออนไลน์สัญชาติจีน สำหรับนำเสนอเนื้อหาวิดีโอสั้นๆ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ระบุว่าจะแบนเนื้อหา 6 ประเภทรวมถึงเนื้อหาที่มีลักษณะโอ้อวดความมั่งคั่งเนื่องจากส่งเสริมค่านิยมที่ไม่ดี

ข้อห้ามดังกล่าวเป็นไปตามคำแนะนำของกฎระเบียบการสตรีมมิ่งซึ่งเน้นย้ำในประเด็นความมั่งคั่งมาตั้งแต่ปีที่แล้ว สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่เรียกร้องให้เผยแพร่ “พลังบวก” บนโลกออนไลน์มากขึ้น รวมถึงเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล

โดยทางติ๊กต็อกระบุว่าการอวดอ้างความมั่งคั่งเป็นมลพิษทางสังคมซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งจิตใจและร่างกายของผู้ใช้โดยเฉพาะผู้เยาว์ และได้ดำเนินการระงับบัญชีที่นำเสนอเนื้อหาในลักษณะนั้นไปแล้วเกือบ 4,000 บัญชีนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

เนื้อหาโอ้อวดความมั่งคงที่กำลังระบาดบนโลกออนไลน์ อาทิ การอวดสถานะทางสังคมในลักษณะที่ไม่เหมาะสมอย่างการโปรยเงิน การนำเสนอสินค้าหรูโดยใช้ผู้เยาว์ สร้างเรื่องเล่าเพื่อทำการตลาดผลิตภันฑ์ ตลอดจนล้อเลียนคนยากจน

การนำเสนอเนื้อหาลักษณะนี้หลายครั้งก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์หนาหูอย่างกรณีของนายหวังซือชง ทายาทมหาเศรษฐีของกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนได้แชร์รูปภาพไอโฟน 8 เครื่อง โดยระบุว่าเขาคิดว่าจะซื้อให้สุนัข

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนพยายามแก้ไขปัญหานี้มานานโดยออกกฎหมายควบคุมเนื้อหาภาพและเสียงสำหรับเด็กซึ่งรวมไปถึงเนื้อหาออฟไลน์อย่างละครโทรทัศน์ที่มักเชิดชูความร่ำรวย

Photo by Lionel BONAVENTURE / AFP

หลายประเทศเร่งสอบหลังพบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/646893

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 14:30 น.หลายประเทศเร่งสอบหลังพบผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิดมีรายงานผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศ แต่ยังคงไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่อย่างใด ซึ่งทางการกำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาคำตอบต่อไป

วันนี้ (3 มี.ค.) สำนักข่าวท้องถิ่นเกาหลีใต้รายงานว่าทางการเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของชาวเกาหลีใต้ 2 คนซึ่งเสียชีวิตเพียงไม่กี่วันหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca)

โดยผู้เสียชีวิตรายแรกอายุ 63 ปีมีไข้สูงหลังได้รับวัคซีนดังกล่าวและเสียชีวิตด้วยภาวะปอดอักเสบและโลหิตเป็นพิษ สำหรับรายที่สองอายุประมาณ 50 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและเบาหวาน เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหลังได้รับวัคซีนตัวเดียวกัน

เช่นเดียวกับในฮ่องกงซึ่งมีชายวัย 63 ปี มีอาการหายใจติดขัดและเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนต้านโรคโควิด-19 เพียง 2 วันซึ่งคาดเป็นของซิโนแวค (Sinovac) เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดเดียวที่ฮ่องกงอนุมัติในขณะนี้

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตมีอาการป่วยเรื้อรังรวมถึงมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่าการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นก็มีรายงานผู้เสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนเป็นรายแรกของประเทศ โดยผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัยประมาณ 60 ปีไม่มีโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยาซึ่งได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ (Pfizer) ก่อนที่จะมีอาการเลือดออกในสมองและเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะจ่ายค่าชดเชยหากพิสูจน์ได้ว่าหญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตเนื่องจากผลข้างเคียงของวัคซีน

นอกจากนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้มีรายงานผู้เสียชีวิตในอีกหลายประเทศ อาทิ ในเดือน ม.ค. นอร์เวย์และสหรัฐมีรายงานการเสียชีวิตของประชาชนหลังได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 พร้อมเตือนว่าการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุและผู้ที่มีประวัติการแพ้รุนแรงอาจมีผลข้างเคียงที่อันตราย

อย่างไรก็ตามศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันให้ประชาชนฉีดวัคซีนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค พร้อมย้ำว่ายังไม่มีเคสใดในโลกที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตเนื่องจากวัคซีน

Photo by Sabah ARAR / AFP