รายงานพิเศษ : อำนาจเจริญ ลงนาม MOU ใช้ศูนย์แสดงสินค้า โกยเงินเข้าชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619038

รายงานพิเศษ : อำนาจเจริญ ลงนาม MOU  ใช้ศูนย์แสดงสินค้า โกยเงินเข้าชุมชน

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จังหวัดอำนาจเจริญ ลงนาม MOU การใช้ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer & Biz Shop Amnatcharoen บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ  

นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธาน พร้อมร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง การประสานความร่วมมือ ขอใช้พื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer & Biz Shop Amnatcharoen บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าของ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี อำนาจเจริญ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และเครือข่ายบิสคลับอำนาจเจริญ โดยมีนายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมในพิธี ที่ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer &Biz Shop Amnatchoroen  ด้านทิศใต้ หอนาฬิกา สวนมิ่งมงคลต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นในการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ ให้สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงาน รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้และความเจริญ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ประกอบกับยุทธศาสตร์จังหวัดอำนาจเจริญ ประเด็นการพัฒนาที่ 2.การส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การลงทุนของจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชน ให้สามารถแข่งขันได้  

จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้บูรณาการร่วมกันสามฝ่าย  ประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานธนารักษ์อำนาจเจริญ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำนาจเจริญ สำนักงานพาณิชย์อำนาจเจริญ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ภาคเอกชน ได้แก่ เครือข่ายบิสคลับอำนาจเจริญ และบริษัท ประชารัฐ(วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตผู้ประกอบการจังหวัดอำนาจเจริญ ในการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมสินค้าเกษตรผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ ให้มีมูลค่ามีช่องทางการตลาดและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น  

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ภายในศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ฯ พร้อมเยี่ยมชมการออกร้านจำหน่ายสินค้า จากเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย… 

กรมปศุสัตว์เดินหน้า หยุดเชื้อดื้อยาในสัตว์ ยึด‘สุขภาพหนึ่งเดียว’ แนวทางใช้ดำเนินการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619036

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ปัญหาเชื้อดื้อยาหรือการดื้อยาของเชื้อโรค เป็นปัญหาวิกฤตระดับโลก สร้างความสูญเสียและส่งผลต่อชีวิตคน โดยทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณ 700,000 คน/ปีมีสาเหตุจากการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรียมากจนเกินความจำเป็นทั้งในคนและสัตว์ ทำให้เชื้อแบคทีเรียพัฒนาตัวเองสามารถสู้กับยาปฏิชีวนะได้ หรือที่เรียกว่าดื้อยา และมีการถ่ายทอดยีนดื้อยาของแบคทีเรีย จึงวางแนวทางและมาตรการจัดการปัญหาดังกล่าว ภายใต้หลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” ประกอบด้วย สุขภาพ คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยกรมปศุสัตว์ได้ขับเคลื่อนโดยมีเป้าหมายลดการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ลง 30% ภายในปี 2564

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย ได้ออกกฎหมายกำกับดูแลอาหารสัตว์ที่ผสมยา ต้องขึ้นทะเบียนจาก อย.ภายใต้ พ.ร.บ.ยา เท่านั้น และต้องมีสัตวแพทย์ควบคุมระบบการผลิตอาหารสัตว์ที่ผสมยา ที่ได้รับการฝึกอบรมจากกรมปศุสัตว์ และต้องรายงานปริมาณการใช้ยาผสมอาหารสัตว์ต่อกรมปศุสัตว์ ครอบคลุมในสุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อยอิสระ และหมูหลุม

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องตระหนัก คือปัญหาเชื้อดื้อยาทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม สำหรับภาคปศุสัตว์ หลักการคือ การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล ร่วมกับ
การจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างเหมาะสม เพื่อชะลอปัญหาเชื้อดื้อยาในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

กรมชลฯเร่งทำอุโมงค์เติมน้ำเขื่อนแม่กวงฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618793

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ ว่ามีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 54,732 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 77 ของปริมาณการเก็บกัก โดยเป็นน้ำใช้การได้ 31,190 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีปริมาณน้ำมากกว่าถึง 10,372 ล้าน ลบ.ม.สามารถจัดสรรให้ปลูกพืชฤดูแล้งได้กว่า 11 ล้านไร่ อย่างไรก็ดี ยังมีเขื่อนที่ปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณเก็บกัก เช่น เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีความจุถึง 263 ล้าน ลบ.ม.แต่อยู่ในพื้นที่อับฝน จึงทำให้ปริมาณน้ำไม่เต็มอ่าง ทั้งนี้ ได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยสร้างอุโมงค์ส่งน้ำความยาว 49 กิโลเมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย เพื่อผันน้ำในลำน้ำแม่แตง ไปลงเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งจะได้ปริมาณน้ำปีละประมาณ 160 ล้าน ลบ.ม.

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างซึ่งมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 65 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งจะทำให้เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณที่มั่นคงเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในทุกกิจกรรม ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม โดยเฉพาะภาคการเกษตร จะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ช่วงฤดูฝนได้ถึง 175,000 ไร่ และในช่วงฤดูแล้งอีก 76,129 ไร่ นอกจากนี้ยังจะสามารถส่งน้ำประมาณ 25 ล้าน ลบ.ม.ให้โครงการ
ส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ในการจัดสรรเพื่อการปลูกพืชในฤดูแล้งได้อีกกว่า 14,500 ไร่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของรัฐบาล

ส.ป.ก.ลงพื้นที่เยี่ยม โครงการ‘พอกะเพียง’ ใช้เทคโนโลยีพัฒนา ทำแปลงสมาร์ทฟาร์ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618794

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) แปลงหมายเลข No 83 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีนายสมภพ ศรีเจริญ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร รายงานผลการดำเนินงาน และนำชมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแปลงเกษตรปราดเปรื่อง การพัฒนาแหล่งน้ำภายในแปลง โดยกรมทรัพยากรน้ำ และร่วมปล่อยปลาในแหล่งน้ำ การนำชี้แปลงเกษตรกรรมของเกษตรกรชุดที่ 2 การรวบรวมผลผลิตและแปรรูปในรูปแบบของกลุ่ม “พอ กะ เพียง” ร่วมปลูกต้นไม้และอุดหนุนผลผลิตแปรรูปจากกลุ่ม

ทั้งนี้ สำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน (สพป.) มีโครงการพัฒนาแปลงดังกล่าวเป็นชุมพรสมาร์ทฟาร์มมิ่ง แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ คือ 1.พัฒนางานโครงสร้างพื้นฐาน 2.ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการเกษตร และ 3.นวัตกรรมในแปลง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลาง ในด้านของการส่งเสริมการรวมกลุ่ม การดำเนินกิจกรรมชุมชน ทั้งในส่วนของตลาดชุมชน อาคารจัดจำหน่ายและแสดงสินค้า ประสานความร่วมมือกับบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องจักรกล และระบบบริหารด้านการเกษตรโดยทางบริษัทฯ ได้นำเจ้าหน้าที่เข้ามาศึกษาสภาพพื้นที่เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

‘ปศุสัตว์’ใช้อิเล็กทรอนิกส์ นำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์เบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618796

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้นำร่องการใช้งานระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบการนำเข้า-ส่งออก ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ โดยบริการทุกขั้นตอนเบ็ดเสร็จเชื่อมโยงหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน ลดขั้นตอน และระยะเวลาในการให้บริการ ซึ่งกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานภาครัฐ 4.0 ที่มุ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชนตลอดมา ได้ประยุกต์นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาปรับปรุงและพัฒนากระบวนงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยพัฒนาและปรับปรุงระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการด้านทะเบียนใบอนุญาตอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งรองรับงานบริการด้านการอนุญาตนำเข้า-ส่งออก การผลิต การ
ขาย การออกหนังสือรับรอง Health Certificate ของอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์

ต่อมาได้มีการพัฒนาการชำระเงินผ่านระบบ e-Payment และได้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
กรมศุลกากร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นต้น โดยล่าสุดในปี 2564 ได้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบอัตโนมัติ (Automated service) เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร อีกทั้งยังมีระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ซึ่งเป็นการบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่
ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว รองรับการดำเนินชีวิตวิถีถัดไป และการขยายตลาดด้านอาหารสัตว์ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ได้เป็นประธาน โดยมีนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รวมทั้งผู้บริหารสำนัก/กองต่างๆเข้าร่วมพิธีเปิดการใช้งานดังกล่าวที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กทม. ซึ่งทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ให้เกียรติลงลายมือชื่อในระบบอิเล็กทรอนิกส์ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะฉบับแรก

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวอีกว่า การบริการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์รูปแบบใหม่เป็นการให้บริการเบ็ดเสร็จเชื่อมโยงในหนึ่งเดียว เป็นช่องทางการให้บริการมิติใหม่แบบไร้พรมแดน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้บริการแล้วมากกว่า 100,000 ครั้งต่อปี และเมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จะสามารถตรวจสอบและอนุมัติได้ทันทีเมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนภายใน 1 วันทำการ ผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดใบอนุญาตเพื่อนำไปใช้งานได้ โดยไม่ต้องเดินทางมารับเอกสารเอง

ทหารร่วมลงแขก เกี่ยวข้าวหนีน้ำ ช่วยเหลือชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618791

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พ.ท.กิตติศักดิ์ บังพิมาย ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 11 หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กกล.สุรนารี กองทัพภาคที่ 2 นำกำลังพลจิตอาสา จำนวน 12 นาย ร่วมกับผู้ช่วยคนพิการ อ.กันทรลักษ์ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวข้าวช่วยเหลือครอบครัวของ นายพวง สายแก้ว อายุ 65 ปี และนางบุญ สายแก้ว อายุ 63 ปี สองสามีภรรยา ที่บ้านหนองตอนาเจริญ หมู่ที่ 7
ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้ร้องขอผ่านผู้ใหญ่บ้านว่าได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมนาต้องการเก็บเกี่ยวข้าว โดยนาข้าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง จนต้องใช้รถไถนาสูบน้ำออกจากนาแล้วจึงทำการเกี่ยวข้าว

นายไพรวรรณ์ หงษ์ศิลา ผู้ใหญ่บ้านหนองตอนาเจริญ กล่าวว่า 2 สามีภรรยา เป็นลูกบ้านของตน ซึ่งเพื่อนบ้านเห็นว่ายากจนลำบากไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง จึงยกนาให้ปลูกข้าวไว้กิน แต่ปีนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในนาข้าว ตนจึงได้ประสานหน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาดูแล สูบน้ำออกช่วยกันเกี่ยวข้าวในครั้งนี้

ด้านพ.ท.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารบกท่านได้มีนโยบายว่า ทหารไปอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแลชาวบ้าน โดยชุมชนได้แจ้งว่ามีตายายอยู่กัน 2 คน อายุมากแล้วที่นายังไม่ได้เกี่ยวข้าว น้ำก็ยังท่วมอยู่ก็เลยประสานกับผู้นำชุมชน มาลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งก็ได้น้องๆ ทหารที่ออกมาราชการสนาม ซึ่งที่บ้านก็ทำนาอยู่แล้ว และตนก็ทำนาที่บ้านอยู่เช่นเดียวกัน ก็ได้มาช่วยกัน เกี่ยวข้าว ช่วยตายาย โดยมีชาวบ้านมาร่วมกันลงแขกหลายคน

เจ้าหน้าที่คัดกรองเข้มป้องกันโควิด ประชาชนบุรีรัมย์เลือกตั้ง145อบต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618792

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ทั้ง 145 อบต. ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางเข้าใช้สิทธิ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 1,950 หน่วย ก็ได้มีการตรวจคัดกรองเข้มประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย หากใครไม่มีหน้ากากจะไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้สิทธิ์ บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง 

หากใครถูกตรวจพบว่ามีอุณหภูมิในร่างกายเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ก็จะมีการแยกออกไปให้รออยู่ยังจุดพักคอยที่ได้มีการจัดไว้ และจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิอีกครั้ง ถ้าอุณหภูมิกลับมาปกติก็จะให้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนตามปกติ และถ้ายังพบว่ามีอุณหภูมิยังอยู่ที่ 37.5 องศาเซลเซียส หรือเกินกว่านี้ ก็จะอนุญาตให้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง แต่จะให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในคูหาพิเศษ ซึ่งแยกออกมาจากคูหาปกติ เมื่อเสร็จแล้วจะให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรับตัวไปดำเนินการตรวจรักษาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  

สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ แบ่งออกเป็น 145 อบต.ใน 23 อำเภอ 1,859 หมู่บ้าน 1,851 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งจำนวน 1,950 หน่วย  ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 808,607 คน คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหาหรือข้อมูลรายงานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน มีองค์การบริหาร ส่วนตำบล ที่มีผู้สมัครนายกอบต. เพียง 1 คน จำนวน 16 อบต. ได้แก่ อบต.บ้านปรือ อ.กระสัง, อบต.บ้านแพ อ.คูเมือง, อบต.ดงพลอง อ.แคนดง, อบต.ลำไทรโยง อ.นางรอง, อบต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน, อบต.หนองแวง อ.บ้านใหม่ ไชยพจน์, อบต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์, อบต.ละเวี๊ย อ.ประโคนชัย, อบต.บ้านจาน อ.พุทไธสง, อบต.บัวทอง อ.เมือง, อบต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ, อบต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ, อบต.บุโพธิ์ อ.ลำปลายมาศ, อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ, อบต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ และ อบต.ท่าม่วง อ.สตึก ขณะเดียวกัน สมาชิกสภา อบต.เขตที่มีผู้สมัคร 1 คน มีจำนวน 274 เขต ใน 23 อำเภอ

สมาคมกุ้งฯชมกรมประมง ช่วยเหลือดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618795

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.พัชรินทร์ จินดาพรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย เปิดเผยว่า กรมประมง โดยบอร์ดกุ้ง (Shrimp board) ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง สร้างความมั่นใจในการกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัยของกุ้งนำเข้าจาก
ต่างประเทศอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สมาคมฯ มีข้อเสนอให้กรมประมง พิจารณามาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพผลผลิต และราคากุ้งในระยะยาว ลดความเสี่ยงราคากุ้งตกต่ำ สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เกษตรกร และอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ เราไม่เคยคัดค้านการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศ ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของ
ผู้เลี้ยงกุ้ง อย่างต่อเนื่อง

น.ส.พัชรินทร์ เปิดเผยด้วยว่า สมาคมฯ เข้าใจดีว่าการเกิดโรคระบาดในกุ้ง ประเด็นความไม่แน่นอนของผลผลิต เป็นความท้าทายและความเสี่ยงสำคัญของการผลิตและส่งออกกุ้งไทย หากมีมาตรการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในระยะยาวได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นใจในการเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพ ปลอดภัย มีมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ ตอบรับความต้องการบริโภค การแปรรูป และการส่งออกได้อย่างเพียงพอ ในราคาที่เป็นธรรม สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

“มาตรการประกาศราคาขั้นต่ำที่เหมาะสม จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงกุ้งด้วยความมั่นใจ ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการตลอดสายการผลิต ไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาราคาและปริมาณวัตถุดิบที่ผันผวน ช่วยให้ไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีการค้าโลกมากขึ้น และสามารถทวงคืนการเป็นผู้นำในการผลิตและการส่งออกสินค้ากุ้งคุณภาพสูงในที่สุด” น.ส.พัชรินทร์ กล่าว

‘ก.เกษตรฯ’บังคับ3กฎกระทรวงใหม่โรงฆ่าเข้ม‘ผลิต-ขนส่ง-ขออนุญาต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618546

‘ก.เกษตรฯ’บังคับ3กฎกระทรวงใหม่โรงฆ่าเข้ม‘ผลิต-ขนส่ง-ขออนุญาต’

วันเสาร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.23 น.

เกษตรฯ บังคับ 3 กฎกระทรวงใหม่โรงฆ่า เข้มผลิต ขนส่ง และขออนุญาต มุ่งยกระดับมาตรฐาน ดันครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในยุคโควิด

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนดันสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ให้ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้นโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในยุคโควิด” โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ดันผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต ให้เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก นั้น

กรมปศุสัตว์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ดำเนินการเสนอออกกฎกระทรวงตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1) กฎกระทรวงการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2564 2) กฎกระทรวงการขนส่งสัตว์และเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2564 และ 3) กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2564 โดยล่าสุดได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป มีเนื้อหาสาระสำคัญ ดังนี้ 

1) กฎกระทรวงการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2564 ถือเป็นหัวใจสำคัญในพัฒนายกระดับมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์ของประเทศไทยให้ปรับปรุงสุขลักษณะในการผลิตเนื้อสัตว์ เพื่อให้ได้เนื้อสัตว์ที่สะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภคตามหลักการปฏิบัติที่ดี (Good Manufacturing Practices; GMP) มีการฆ่าสัตว์สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ไม่ทำให้สัตว์ทรมาน และให้มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่โรงฆ่าทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม รวมถึงการจัดให้มีพนักงานตรวจโรคสัตว์เพื่อตรวจโรคสัตว์ก่อนเข้าฆ่า เพื่อป้องกันการระบาดของโรคระบาดจากสัตว์สู่คน (zoonosis) โรคที่เกิดจากอาหารเป็นสื่อ (foodborne disease) และเพื่อควบคุมดูแลกระบวนการผลิตให้มีสุขลักษณะที่ดี

2) กฎกระทรวงการขนส่งสัตว์และเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2564 เป็นการส่งเสริมให้มีการจัดการในการขนส่งสัตว์ที่เข้าโรงฆ่าสัตว์ให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ และการขนส่งเนื้อสัตว์ที่ออกจากโรงฆ่าสัตว์ต้องมีการกำกับดูแลสุขอนามัยที่เหมาะสม ซึ่งการออกกฎกระทรวงฉบับนี้ เพื่อมุ่งควบคุมจัดการเกี่ยวกับการขนส่งเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าถือว่าเป็นการแก้ไขช่องว่างของกฎหมายที่ไม่เคยมีหน่วยงานใดกำกับดูแลมาก่อน

3) กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2564 ซึ่งจะมีรายละเอียดหลักเกณฑ์การขออนุญาต และการต่ออายุโรงฆ่าสัตว์ และเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อขายกิจการโรงฆ่าสัตว์ ที่มีความประสงค์ในการโอนใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์ เพื่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งตามพระราชบัญญัติเดิมไม่ได้มีการกล่าวถึง

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่กรมปศุสัตว์บังคับใช้กฎกระทรวงทั้ง 3 ฉบับนี้ มุ่งเพื่อยกระดับมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์ในประเทศไทย ให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการการผลิตให้ถูกสุขอนามัย การขนส่งสัตว์ให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ และการขนส่งเนื้อสัตว์ให้มีการจัดการที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค รวมถึงช่วยควบคุมกระบวนการผลิตและการขนส่งให้สินค้ามีความปลอดภัยอาหารและถูกสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า เพิ่มมูลค่าการส่งออก สร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศได้ต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการลดภาระและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ในการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ได้อีกด้วย

‘ประภัตร’ลุยสุพรรณบุรีแก้น้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618163

วันศุกร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่วัดดอนไข่เต่า ต.วัดโบสถ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำรับฟังและหารือแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี รักษาการ ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และภาคประชาชน ต้อนรับ

ทั้งนี้ จ.สุพรรณบุรี อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีฝนตกใต้เขื่อนหลัก ทำให้ต้องระบายน้ำเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และผันน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สู่ระบบชลประทาน แต่เนื่องจากฝนที่ตกใน จ.สุพรรณบุรีส่งผลให้มวลน้ำมากกว่าระบบชลประทานจะบริหารจัดการได้ ทำให้เกิดน้ำท่วม แต่การบริหารจัดการน้ำ ก็ดูภาพรวมให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ดังนั้น จ.สุพรรณบุรีจึงมีน้ำมากขึ้น ไม่สามารถระบายลงแม่น้ำท่าจีนได้หมด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องอาศัยหลายปัจจัยเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ ไม่ว่าจะเรื่องน้ำทะเลหนุนหรือปริมาณน้ำฝน

นายประภัตร ได้สั่งการหน่วยงานชลประทานในพื้นที่ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา อ.สองพี่น้อง อ.บางปลาม้า และอ.อู่ทอง โดยให้ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนกะเสียว ที่ลงสู่แม่น้ำท่าจีน และหน่วงน้ำจากเขื่อนพลเทพ ลดการระบาย พร้อมกับให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าโบสถ์ สามชุก โพธิ์พระยา ร่วมกันผันน้ำเข้าทุ่ง ลดปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนนอกจากนี้ ได้ให้กรมชลประทาน สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำที่สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

รมช.เกษตรฯ ยังสั่งการให้กรมชลประทาน ดูแลในภาพรวม เพื่อให้พี่น้องประชาชน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ คาดว่าตามข้อสั่งการน้ำจะลดลง ส่วนการระบายน้ำจากทุ่งน่าจะเป็นช่วงเดือนธันวาคมนี้