น้อมรำลึก‘ในหลวง ร.9’ ในนิทรรศการ‘เทิดไท้องค์อัครศิลปิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620309

น้อมรำลึก‘ในหลวง ร.9’ ในนิทรรศการ‘เทิดไท้องค์อัครศิลปิน’

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “เทิดไท้องค์อัครศิลปิน” โดยศิลปินนำภาพศิลปะที่มีทั้งภาพวาด ภาพเขียน และรูปปั้น ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาร่วมจัดแสดงเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ท่ามกลางศิลปินชื่อดังมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ ช่วง มูลพินิจ, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, รศ.ธีรวัฒน์ งามเชื้อชิต, ผศ.ศุภวัฒน์ อภิวัฒนภิโกวิท,นภดล โชตะสิริ, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, ผศ.ไพโรจน์ วังบอน, ศักชัย อุทธิโท,จิตต์สิงห์ สมบุญ นอกจากนี้ ยังมีศิลปินต่างชาติชาวเบลเยียม จอร์จ คอลินร่วมแสดงผลงานด้วย โดยมี สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ, รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. ร่วมงาน ณ แปซิฟิค คลับ ชั้น 28 อาคารทูแปซิฟิคเพลส ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

ทั้งนี้ ประธานเปิดงาน ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวเปิดนิทรรศการตอนหนึ่งว่า นิทรรศการนี้มิใช่นิทรรศการศิลปะธรรมดา หากแต่เป็นนิทรรศการที่แสดงออกถึงความรักความเคารพ ความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร องค์พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของคนไทย โดยปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มีศิลปินกว่า 209 คน นำผลงานมาร่วมจัดแสดงกว่า 241 ชิ้นงานผลงานศิลปะในนิทรรศการนี้จะแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถหลายด้าน ทรงงานหนักเพื่อความสุข ความอยู่ดีกินดีของเหล่าพสกนิกร พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ในวันที่ประเทศยังไม่พัฒนา แต่ทุกวันนี้เราได้กลายเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับบน คนรู้จักทั่วโลก เป็นเพราะตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์มากว่า 70 ปี พระองค์ทรงทำเพื่อประเทศและประชาชนมาโดยตลอด และกว่า 5 ปีที่เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่ความทรงจำของเราที่มีต่อพระองค์ท่านยังไม่เลือนลางหายไป พวกเรายังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอยู่เสมอ ทรงสถิตอยู่กับเราทั้งด้านสติปัญญาและความเป็นศิลปิน ทรงมีพระอัจฉริยภาพหลากหลายด้าน ครบถ้วนทุกมิติ เป็นทั้งนักพัฒนา นักปกครอง และยังเป็นศิลปิน ทรงเป็นจิตรกรชั้นเยี่ยม ช่างภาพฝีพระหัตถ์สูง คีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ และนักประพันธ์ผู้ยิ่งยง คนไทยรักพระเจ้าอยู่หัว ไม่เหมือนที่รู้สึกกับนักการเมือง นักการทหาร กษัตริย์ไทยใกล้ชิดประชาชน ไม่เหมือนกษัตริย์อื่นๆ ในโลก พระเจ้าอยู่หัวของไทยสืบทอดความคิดแบบโบราณราชประเพณี พระองค์ภูมิใจที่ประชาชนของท่านมีหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายภาษา หลากหลายศาสนา และหลากหลายวัฒนธรรม จึงทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทุกชาติทุกภาษาที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทยนี้”ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ประธานเปิดนิทรรศการ “เทิดไท้องค์อัครศิลปิน”ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ประธานเปิดนิทรรศการ “เทิดไท้องค์อัครศิลปิน”ศิลปินชื่อดังเข้าร่วมงานจำนวนมากศิลปินชื่อดังเข้าร่วมงานจำนวนมากรศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว.
และแขกผู้มีเกียรติรศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. และแขกผู้มีเกียรติศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ
ขณะเดินชมภายในนิทรรศการศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ขณะเดินชมภายในนิทรรศการ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : Omicron น่ากลัวมากไหม เราจะเอาชนะมันได้อย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620284

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : Omicron น่ากลัวมากไหม เราจะเอาชนะมันได้อย่างไร

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ข่าวการแพร่ระบาดโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดการกลายพันธุ์ โดยได้ชื่อว่า Omicron ข่าวนี้เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยตื่นตระหนก เพราะกลัวมันทำอันตรายร้ายแรงกับมนุษย์มากกว่าสายพันธุ์เดิมๆ เช่น อัลฟา เบตา แกมมา เดลตา  

เมื่อว่าถึงเรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัส ในเบื้องต้นเรายังไม่สามารถระบุได้ทันทีว่า สายพันธุ์ใหม่จะมีความรุนแรงมากกว่าเดิมหรือไม่และอย่างไร จะทำให้คนเสียชีวิตมากขึ้นหรือไม่ แม้บางสายพันธุ์อาจแพร่ระบาดได้เร็วมาก เพราะการตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจนต้องรอผลการทดลองที่แม่นยำจากห้องปฏิบัติการ และต้องประมวลข้อมูลทั้งหมดจากสถานการณ์จริงในระยะเวลาที่เหมาะสม ถึงจะสรุปได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์กับการตีตนไปก่อนไข้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้ลดการ์ดลงมา 

ในขณะที่เราทุกคนยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะสรุปชัดๆ ถึงภัยอันตรายของโอไมครอน แม้เบื้องต้นสันนิษฐานว่ามันสามารถแบ่งตัวและแพร่ระบาดได้ง่ายและเร็วกว่าสายพันธุ์ Delta แต่ก็ดูเสมือนว่าผู้ป่วยไม่มีอาการรุนแรง หรือบางคนไม่มีอาการ และยังไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากสายพันธุ์ Omicron  ดังนั้น จึงอาจทำให้คาดคะเนได้ว่า Omicron ไม่น่าจะรุนแรงมากแต่อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ประมาท และต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป  

หลายคนคงกังวลว่าวัคซีนที่เรามีอยู่นั้น มีประสิทธิภาพเพียงพอกับการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron ได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ในวันนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ทั้งนี้ผู้ผลิตวัคซีนแต่ละรายต่างก็เร่งศึกษาข้อมูลส่วนนี้ โดยเกือบทุกรายยืนยันว่าหากประสิทธิภาพลดลงมาก หรือไม่สามารถต่อสู้กับ Omicron ได้แล้ว ผู้ผลิตก็เตรียมพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่ให้มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องกัน Omicron ได้ คาดว่าวัคซีนชนิด mRNA น่าจะใช้เวลาในการพัฒนาไม่นานนัก 

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่แปลกใจเลย ถ้าความสามารถของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะลดลงเมื่อเทียบกับการป้องกันสายพันธุ์ดั้งเดิม ถามว่าเราจะต้องรอวัคซีนสูตรใหม่หรือไม่ ตอบได้ทันทีว่าไม่ เพราะถ้าเราสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้สูงพอ ก็มั่นใจว่าเราจะปลอดภัย และลดโอกาสเสียชีวิตเพราะโรคนี้ได้ 

เมื่อพูดถึงยารักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบันสามารถแบ่งได้สองกลุ่มหลัก เช่น การใช้ยาต้านไวรัสเช่น Favipiravir Remdesivir Monopiravir และPaxlovid และยาชนิดแอนติบอดี้ เช่น Sotrovimab และ Casirivimab/Imdevimab สำหรับยาในกลุ่มแรกหรือยาต้านไวรัส ถ้าการกลายพันธุ์ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของยา ยาก็ยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ซึ่งข้อมูลในปัจจุบันยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของยากลุ่มต้านไวรัส แต่ในส่วนของยาชนิดแอนติบอดี้ อาจมีโอกาสที่ประสิทธิภาพของยาด้อยลง แต่ก็ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ผลิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะสรุปได้ 

มีคำถามว่า เราจะป้องกันตัวจากสายพันธุ์ Omicron อย่างไร ตอบว่า อันดับแรกต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน ใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ก็ต้องรีบหาวัคซีนโดยเร็วและต้องฉีดให้ครบโดยไม่รีรอ เพราะหลังจากได้เข็มบูสเตอร์แล้ว จะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นสูง ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น แต่ย้ำว่าแม้ทุกคนจะได้วัคซีนไปแล้ว ก็ต้องเข้าใจว่าคุณอาจมีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่อาจจะไม่มีอาการ อาการไม่รุนแรง หรือเจ็บป่วยแต่ไม่หนักหนา และไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต  

กลุ่มที่น่าเป็นห่วงสำหรับสายพันธุ์ Omicron คือคนไม่ได้รับวัคซีน รวมถึงเด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ฉีด และผู้มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันต่ำ รวมทั้งผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรง กลุ่มเหล่านี้อาจเป็นเหยื่อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ได้ หากในครอบครัวเรามีคนกลุ่มนี้อยู่ ผู้ที่มีกิจกรรมนอกบ้านต้องระมัดระวังให้มาก เพราะเราอาจจะนำเชื้อโรคไปสู่พวกเขาได้  

นอกจากวัคซีนแล้ว พฤติกรรมป้องกันเชื้อโควิด-19 มีความจำเป็นเหมือนเดิม คือต้องรักษาระยะห่างทางกายภาพ ลดการเดินทางไปในที่ชุมชนหนาแน่นเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท ต้องสวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน หมั่นล้างมือให้สะอาดและหากเป็นไปได้ก็ขอให้ยัง Work from Home ต่อไปอีกระยะหนึ่ง  

อยากจะบอกว่า เราไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับ Omicron มากจนเกินไป โดยเฉพาะผู้ได้รับวัคซีนครบแล้ว แต่เราทุกคนต้องรักษาการ์ดให้ดี เพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้คงไม่หยุดที่ Omicron แต่เราทุกคนต้องอยู่กับเชื้อโควิด-19 ให้ได้ โดยที่เราต้องไม่ป่วย เราต้องอยู่กับมันให้ได้ด้วยความปลอดภัยสูงสุดของเราทุกคน

ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ  

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สภากาชาดฯ เปิดตัวแพลตฟอร์มงานกาชาด 2564 Red Cross Fun(D) Fair x Sharing Show สนุก สร้างสุขทุกมิติในรูปแบบ The Musical Show

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620301

สภากาชาดฯ เปิดตัวแพลตฟอร์มงานกาชาด 2564  Red Cross Fun(D) Fair x Sharing Show  สนุก สร้างสุขทุกมิติในรูปแบบ The Musical Show

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สภากาชาดไทย จัดงานเปิดตัวแพลตฟอร์มงานกาชาดประจำปี 2564 ในรูปแบบ The Musical Show “Red Cross Fun(D) Fair x Sharing Show” ขึ้นเป็นครั้งแรก เปิดประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing” ระหว่างวันที่ 14-27 ธันวาคม 2564 รวม 14 วัน 24 ชั่วโมง สามารถเข้าชมงานได้ทั้งสอง ช่องทางที่ www.งานกาชาด.com และ www.redcrossfair.com

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการ อำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2564 พร้อมด้วย นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย รองประธานกรรมการฯ, นายเสมอ นิ่มเงิน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นางจันทร์ประภาวิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กรรมการและเลขานุการฯจัดงานเปิดตัวแพลตฟอร์มงานกาชาดประจำปี 2564 ในรูปแบบ The Musical Show “Red Cross Fun(D) Fair x Sharing Show” ขึ้นเป็นครั้งแรก ร่วมด้วยคณะกรรมการแผนกต่างๆ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคม มูลนิธิ อาสาสมัคร ผู้เข้าประกวดขวัญใจงานกาชาด คณะกุลบุตร-กุลธิดากาชาด และสื่อมวลชนทุกแขนง รวมถึงสื่อมวลชนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ร่วมชมพร้อมกันผ่านระบบ ZOOM Meeting และทางเว็บไซต์ http://www.งานกาชาด.com, http://www.redcrossfair.com

งานเปิดตัวแพลตฟอร์มงานกาชาดในปีนี้ ได้พาผู้ชมทะลุผ่านมิติเข้าสู่ดินแดนแห่งการผจญภัยในโลกที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการให้และการแบ่งปัน ในรูปแบบ The Musical Show ผจญภัยไปพร้อมกับ AVATAR เสมือนจริงสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย เชิญชวนช้อปเพลินกับสินค้ามากมาย พิชิตรางวัลแบบ non stop และการเปิดตัวผู้เข้าประกวดขวัญใจงานกาชาดประจำปี 2564 จากหน่วยงานต่างๆ และกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ที่จะพาทุกท่านได้เปิดประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติไปพร้อมกัน นำแสดงโดย อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ และนักแสดงรับเชิญจากขวัญใจงานกาชาดประจำปี 2562-2563 คณะกุลบุตร-กุลธิดากาชาดร่วมด้วยนักแสดงกิตติมศักดิ์ นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2564 กล่าวถึงการจัดงานกาชาดในรูปแบบออนไลน์ปีนี้ว่า “งานกาชาด เป็นมหกรรมรื่นเริงการกุศลที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานเกือบศตวรรษ มีการปรับเปลี่ยนพัฒนากิจกรรมและรูปแบบตามยุคสมัยแบบไม่เคยหยุดนิ่ง ซึ่งปีนี้คณะกรรมการจัดงานทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจสานต่อกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถไม่ว่าจะเป็นร้านโครงการส่วนพระองค์ หน่วยงานจากภาครัฐ กลุ่มพลังงาน รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน สมาคม มูลนิธิ ห้างร้านต่างๆ อาสาสมัคร และสื่อมวลชนที่ร่วมกันสร้างสรรค์งานกาชาดให้เป็นมหกรรมการกุศลคู่คนไทยมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบันงานกาชาดปีนี้พัฒนาให้เข้าถึงง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมความสนุกสนานต่างๆ ที่รอคอยให้ทุกท่านได้เข้าไปเยี่ยมชม สั่งซื้อสินค้า ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลซื้อสลากกาชาด ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชมการประกวดขวัญใจงานกาชาด และร่วมเป็นผู้ให้กับสภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ตกทุกข์ได้ยากในด้านต่างๆ ต่อไป”

นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2564 เผยถึงการจัดงานเปิดตัวแพลตฟอร์มในรูปแบบ The Musical Show และกิจกรรมพิเศษในงานกาชาดว่า “การจัดงานกาชาดในแต่ละปีมีความท้าทายที่แตกต่างกันไป งานกาชาดที่จัดมาเกือบหนึ่งร้อยปีจะทำอย่างไรให้คณะกรรมการแผนกต่างๆ หน่วยงานที่ร่วมออกร้านและผู้ชมงานยังตื่นเต้น ยังรอคอย และสนุกไปกับงานในแต่ละปี จึงเป็นโจทย์ยากที่ทีมงานต้องช่วยกันคิดให้มีความแปลกใหม่ โดดเด่น แตกต่าง และเข้าถึงง่ายตามยุคสมัยและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ปีนี้งานเปิดตัวแพลตฟอร์มในรูปแบบ The Musical Show เรียงร้อยเรื่องราวกิจกรรมในงานกาชาดออนไลน์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น ด้วยการแต่งเป็นบทเพลง เนื้อร้องทำนอง เติมบทพูดใส่สีสันต่างๆ ให้ผู้ชมที่รอคอยเที่ยวชมงานได้สัมผัสบรรยากาศและเห็นภาพจินตนาการเป็นรูปธรรมมากขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการเชิญให้คณะกรรมการทุกแผนก สื่อมวลชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับงานเปิดตัวแพลตฟอร์มงานกาชาดผ่านระบบ ZOOM Meeting เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด”

การจัดงานกาชาดประจำปี 2564 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing” ระหว่างวันที่ 14-27 ธันวาคม 2564 รวม 14 วัน 24 ชั่วโมง สามารถเข้าชมงานได้ทั้งสองช่องทางที่ www.งานกาชาด.com และ www.redcrossfair.com มีการพัฒนารูปแบบและกิจกรรม ภายในงานให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความชื่นชอบของผู้เที่ยวชมงานทุกวัยมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนการเข้าแพลตฟอร์มโดยไม่ต้อง log in เข้าระบบ กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียวเมื่อถึงขั้นตอนชำระสินค้าหรือการบริจาคเงิน โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ เมื่อเข้าแพลตฟอร์มแล้วจะพบกับหน้า Lite Version : ช้อปเพลินเดินทีหลัง สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าโดยเฉพาะ และหน้า Full Version : ชมให้ครบจบที่ช้อปปิ้ง สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมงาน ร่วมกิจกรรม เล่นเกม ลุ้นรับของรางวัลและซื้อสินค้า

สำหรับสีสันกิจกรรมงานกาชาดประจำปี 2564 ในรูปแบบออนไลน์ ประกอบด้วย •การแปลงโฉม AVATAR ก่อนเข้างาน โซนสวนสนุก ออกแบบให้เสมือนจริงยิ่งขึ้น •บ้านผีสิงแบบ interaction ชวนหลอนทะลุมิติ•ชิงช้าสวรรค์ทิพย์ชมวิว 360 องศา •ฉายหนังกลางแปลง 14 วัน 14 เรื่อง •เขย่าเซียมซีลุ้นคำทำนาย •การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ร้านโครงการส่วนพระองค์ อาทิ ผ้าไทย กระเป๋า เครื่องจักสาน อาหาร ผักดองวังสระปทุม ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และสินค้าจากร้านค้าหน่วยงานต่างๆ พร้อมชื่นชม •การออกแบบประกวดร้านงานกาชาด จากหน่วยงานภาครัฐรัฐวิสาหกิจ พลังงาน สถาบันการศึกษา สมาคม มูลนิธิ •ช้อปร้านค้าเอกชนแบรนด์ดังมากมาย และร้านจากเหล่ากาชาดจังหวัด คัดสรรสินค้าดีประจำจังหวัดมาจำหน่ายในโซนสภากาชาดไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 200 ร้าน •การประกวดขวัญใจงานกาชาด ชวนโหวตดอกไม้เฟ้นหาทูตแห่งการให้ •พยากรณ์ดวงชะตาออนไลน์ หลากหลายศาสตร์จากโหรดังมากประสบการณ์ จาก 3 สมาคม •ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม โขนละคร การแสดงดนตรีจากศิลปิน นักแสดงจากหลากหลายสังกัด หรือจะเลือก •สั่งอาหารมื้อพิเศษกับเครื่องโอวัลติน x KOI พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงานกาชาด จัดส่งรวดเร็วกับพันธมิตรขนส่งระดับประเทศ นอกจากนั้นยังมี •Virtual exhibition แหล่งเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆ และสถานเสาวภาสภากาชาดไทย เปิดสวนงูให้ชมถึงหน้าจอ การบริจาคดวงตา อวัยวะ ร่างกายกับสภากาชาดไทย จองคิวบริจาคโลหิตผ่านระบบออนไลน์ •อุดหนุนเสื้อและสินค้าที่ระลึกงานกาชาดประจำปี 2564 •สลากกาชาดจากหน่วยงานต่างๆ และลุ้นรางวัลใหญ่พร้อมกันในวันที่ 27 ธันวาคม 2564 และ •กิจกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของงานกาชาด ในรูปแบบเกมออนไลน์ อย่างสอยดาว ปาเป้า เกมเศรษฐีตอบคำถามชิงรางวัล จับคู่ลุ้นรางวัล •ค้นหาผู้พิชิตภารกิจ e-Passport คว้ารถยนต์จากการเข้าชมแพลตฟอร์ม และร่วมบริจาคสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ประสบภัยพิบัติตามภารกิจของสภากาชาดไทย

งานกาชาดประจำปี เป็นกิจกรรมหารายได้การกุศลที่สภากาชาดไทยได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานต่างๆ มาเป็นระยะเวลาเกือบศตวรรษ เพื่อจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมและระดมทุนสนับสนุนการช่วยเหลือของสภากาชาดไทยในทุกมิติ อาทิ การบริการทางการแพทย์ โดยมีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี สถานีกาชาด 13 แห่ง การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ไร้ที่พึ่ง และผู้ด้อยโอกาสด้านต่างๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานกาชาดประจำปี 2564 ขอเชิญชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับงานกาชาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 14-27 ธันวาคม 2564 ที่ http://www.งานกาชาด.com และ www.redcrossfair.com

‘พชร ทับทิมชัย’คว้าแชมป์สุดยอดบาริสต้าของซีพี-เมจิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620277

‘พชร ทับทิมชัย’คว้าแชมป์สุดยอดบาริสต้าของซีพี-เมจิ

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างสวยงามกับเวทีการแข่งขันกาแฟมาตรฐานสากล CP-Meiji Speed Coffee Art Championship 2021 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sight & Sensory ที่รวบรวมทั้งเรื่องของ “ลวดลาย” และ “รสชาติ” เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรกของโลก ได้สุดยอดบาริสต้า 4 คน จากผู้เข้าแข่งขัน 128 คนทั่วประเทศ คว้ารางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ

เริ่มต้นการแข่งขันจากรอบออนไลน์ ที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถทำการแข่งแบบเรียลไทม์จากร้านกาแฟของตัวเองที่ใดก็ได้ในประเทศ คัดเหลือบาริสต้า 64 คน ที่เข้าสู่รอบออฟไลน์ และประชันฝีมือกันแบบแพ้คัดออก จนได้บาริสต้าที่ดีที่สุด 4 คนสุดท้าย มาโชว์ฝีมือการเทลาเต้อาร์ตลายของแชมป์โลก ลายดีไซเนอร์ที่คิดค้นเองพร้อมเทคนิค etching และการทำเครื่องดื่มกาแฟนม เพื่อให้กรรมการดีกรีระดับประเทศและระดับโลกเป็นผู้ตัดสิน และผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์ในปีนี้คือ พชร ทับทิมชัย, รองชนะเลิศอันดับ 1 สิทธิชัย รุจากุลเฉลิม, รองชนะเลิศอันดับ 2 สิทธิพงษ์ ยงศิริ และรองชนะเลิศอันดับ 3 วสุวิท ศรีคัมโพธิ์

บรรยากาศตลอดการแข่งขัน เป็นไปด้วยความสนุก ตื่นเต้น เพิ่มความเร้าใจด้วยข้อกำหนดเรื่องเวลา จนแทบจะละสายตาจากเวทีไม่ได้ เพราะบาริสต้าทุกคนโชว์ฝีมือกันอย่างยอดเยี่ยม สมกับที่เตรียมตัวฝึกซ้อมมายาวนานหลายเดือน
โดยเฉพาะในรอบลึกๆ ที่มีทั้งโจทย์การเทลาเต้อาร์ตลายฟรีสไตล์ ลายแชมป์โลกจากการสุ่มวงล้อ และทำเครื่องดื่มกาแฟนม แต่ทุกคนก็สามารถทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม

ชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืนของซีพี-เมจิ กล่าวว่า เราภูมิใจที่โครงการ CP-Meiji for Barista ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 ได้ทำหน้าที่สร้าง ส่งเสริม และพัฒนาบาริสต้าของไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง บาริสต้าที่ผ่านเวทีแข่งขันและแคมป์ของซีพี-เมจิ ได้ก้าวไปสู่การเป็นแชมป์ระดับประเทศและระดับนานาชาติ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในเวทีกาแฟสากล และช่วยกันแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับบาริสต้ารุ่นใหม่ๆ ซีพี-เมจิจะไม่หยุดนิ่ง
ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อพัฒนาบาริสต้าและร่วมขับเคลื่อน ธุรกิจกาแฟของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนต่อไป

เปิดตัววิตามิน SPlus Probiotics ภายใต้แบรนด์ Oops เอาใจคนรักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620285

เปิดตัววิตามิน SPlus Probiotics  ภายใต้แบรนด์ Oops เอาใจคนรักสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สองผู้บริหารสาวเก่ง ธิดารัตน์ แผลงฤทธิ์ CEO บริษัท บิวตี้ เว็ลธ์ เวิลด์  จำกัด และ พิมพ์ภัทรา พิมพ์รัตนากุล หรือ ครูรุ้ง Co-Founder บริษัทบิวตี้ เว็ลธ์ เวิลด์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ Oops เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่ SPlus Probiotics วิตามินที่จะมาช่วยดูแลรูปร่างแบบเฉพาะเจาะจง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและกินอาหารเกินความจำเป็นแบบไม่ถูกต้องของคนยุคปัจจุบัน หลังจากประสบความสำเร็จจาก Oops Fiber Detox ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยดูแลรูปร่างและสุขภาพของคนยุคนี้

ธิดารัตน์ แผลงฤทธิ์ กล่าวว่า เริ่มก่อตั้งแบรนด์ Oops ในปี 2561 จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์Oops ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบไม่มีเวลาดูแลตัวเอง แต่ต้องการรูปร่างที่สวยงามและสุขภาพที่ดี ล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ SPlus Probiotics วิตามินช่วยดูแลเรื่องของรูปร่างและสุขภาพ  ซึ่งยังคงต่อยอดเป็นสินค้าในกลุ่มที่ตอบโจทย์ในเรื่องของรูปร่างและสุขภาพที่ดี เช่นเดียวกับสินค้าตัวแรก แต่ครั้งนี้เรื่องของวิตามินช่วยเสริมสร้างและดูแลที่ไม่ใช่แค่รูปร่างที่ดีแต่เสริมเรื่องของความสวยความงามและผิวพรรณไปพร้อมๆ กัน

ผลิตภัณฑ์ SPlus Probiotics เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมจากสารสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ  โดยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทำการพัฒนาสูตรและคัดสรรส่วนผสมของสารสกัดที่ดีที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต SPlus Probiotics บวกกับนวัตกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Oops ทุกตัวเราได้ควบคุมทั้งคุณภาพและมาตรฐานการผลิตอยู่ในระดับสากลเพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด โดยจุลินทรีย์ที่อยู่ใน SPlus Probiotics ช่วยควบคุมดูแลรูปร่างให้ทุกคนได้สวยผ่าน 5 กลไกการทำงาน คือ BLOCK BURN BUILD BRIGHT BLINK และสามารถควบคุม 3 ฮอร์โมนของความอยากอาหาร Leptivate ช่วยให้มีรูปร่างที่ดี พร้อมจะอวดหุ่นสวยได้ทุกที่ทุกเวลา

สวยฟาด! ทุกมุม ชุดประจำชาติไทย‘นางคาด’ ‘แอนชิลี’พร้อมใส่ขึ้นเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2021

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620300

สวยฟาด! ทุกมุม ชุดประจำชาติไทย‘นางคาด’  ‘แอนชิลี’พร้อมใส่ขึ้นเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2021

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม องค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรม สู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการสร้างสรรค์ชุดประจำชาติไทยให้แก่กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 เผยโฉมชุดจริง ปังจริง “นางคาด” (Woman of steel) เตรียมพร้อมให้ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส”
ใส่เฉิดฉายบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 70 เดินหน้าคว้ามงสามเร็วๆ นี้

ชุดประจำชาติไทย “นางคาด” ที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้ว สง่างามอลังการ และเปี่ยมไปด้วยความทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ โดยเป็นฝีมือการออกแบบของ จาตุรณ แร่เพชร นักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดประจำชาติที่ชนะ 6 ชุด จากผลงานการส่งเข้าประกวด กว่า 200 ชุดบนเวที MUT 2021 ได้รับการโหวตอย่างท่วมท้น และโดนใจ
“แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” อย่างมาก ด้วยแรงบันดาลใจ “พลังเลือดนักสู้ในตัวหญิงสาว” ผ่านรูปแบบศิลปะการต่อสู้ไทยโบราณที่เรียกว่า “มวยคาดเชือก” ประยุกต์เข้ากับความเป็นสากล ดุจดังพลังความหาญกล้า ผสมความงามของหญิงสาว เส้นเชือกที่ร้อยต่อถักทอประดับโลหะคาดไปกับหมัดและร่างกายของสาวงาม นอกจากนั้น “นางคาด” ยังแสดงให้คุณเห็นว่า“นางงาม” เป็นได้มากกว่าภาพลักษณ์ที่สวยงาม ทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่จะประกาศให้ทั้งโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์และพลังนักสู้ของคนไทย อีกหนึ่งนัยสำคัญของคำว่า “คาด” คือ การนำพลังใจจากคนไทยทั้งประเทศเรียงร้อยรวมกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อส่งใจเชียร์และประกาศก้องให้ทั้งโลกเห็นว่าพวกเราคนไทยแข็งแกร่งเพียงใดอีกด้วย

ร่วมส่งเชียร์จาก “ไทยแลนด์” ให้ก้องโลกอีกครั้ง กับการต่อสู้ครั้งใหม่ของ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” สาวงาม
หนึ่งเดียวแห่งสยามที่ทรงพลังและมีคุณค่าสมบูรณ์แบบทุกองศา พร้อมก้าวไปพิชิตมงกุฎระดับโลกจากเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2021 ณ ประเทศอิสราเอล 12 ธันวาคมนี้

ติดตามความเคลื่อนไหวของ MUT 2021 แบบเอ็กซ์คลูซีฟได้อย่างต่อเนื่องทางแอปพลิเคชั่น TrueID และ Online Streaming True 5G รวมถึงบนเว็บไซต์ http://www.missuniverse.in.th แอปพลิเคชั่น Miss Universe Thailand และดิจิทัลแพลตฟอร์มของทางกองประกวดฯ ได้แก่ Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok

คุณแหน : 6 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620354

คุณแหน

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานกก.อำนวยการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ โปรดให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญกุศลถวาย เนื่องในโอกาสวันประสูติครบ 100 ปี พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิมลฉัตร อดีตประธานมูลนิธิฯ15 ธ.ค.15.00 น. ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระสังฆราชฯ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิฯ พร้อมคณะ กก.ร่วมรับเสด็จ…

ll ยินดีกับ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ได้เป็นประธาน กก.ในคณะกก.นวัตกรรมแห่งชาติ โดยมี กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ สุพันธุ์ มงคลสุธี, ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์, ผศ.ดร.ภุชงค์ อุทโยภาศ, ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ, แสงชัย ธีรกุลวาณิช, รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย…

ll อนุโมทนาบุญกับ พันธ์ภิรมย์-พันธ์พิไล ใบหยก และครอบครัว “ใบหยก” ที่ได้บริจาคทำห้องหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตใหม่หมดทั้งสถานที่และอุปกรณ์ พร้อมมีห้องความดันลบ 2 ห้อง ของ รพ.ศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน…

ll สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้คัดเลือก พญ.คุณสวรรยา เดชอุดม ได้รับรางวัลศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชดีเด่น ประจำปี 2564 ประเภทศิษย์เก่าผู้ทำประโยชน์แก่สังคม…

ll ปราณี ชาญสรรค์ มาอยู่เมืองซีแอตเทิลหลายปีแล้ววันเกิดปีนี้ครบ 80 ของคุณหนูใหญ่ อดีต TG Director ได้ของขวัญที่ถูกใจยิ่งนัก เพราะได้เป็นคุณยายทวดของเหลนสาวคนแรก ได้ตั้งชื่อว่าน้อง Rosie…

ll สภาองค์กรผู้บริโภค และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภคแถลงผลนำหน้ากากอนามัย 60 ยี่ห้อมาทดสอบพบเกินครึ่งตกเกณฑ์ แต่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ Double A Care ผ่านเกณฑ์ แถมผลทดสอบประสิทธิภาพการกรองอนุภาคได้ถึง 99% สูงสุดอันดับ 1…

ll เป็นข่าวที่น่าภาคภูมิใจของลูกหลาน วว.92 รศ.ดร.จุลนี เทียนไทย ลูกสาวคนเดียวของ ฆรณีเทียนไทย ได้รางวัลผลงานวิจัยประจำปีงบประมาณ 2565 ระดับดีมาก ในสาขาสังคมวิทยาดีเด่น จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) …

ll งานเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)2564 ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ เชิญเปิดเข้าไปชมเพื่อนพึ่งพาทางออนไลน์ปีนี้ www.เพื่อนพึ่งพา.com เชิญคลิกเข้าไปในโซน พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ ที่มีการบรรยายเป็น Live Sessions ความยาวตอนละ 40 นาที ประมาณ 70 Sessions ไม่ว่าจะเป็นพึ่งพาความรู้ พึ่งพาการเงิน พึ่งพาการแพทย์ พึ่งพาอาชีพ พึ่งพาอาศัย และ พึ่งพา Start up นิสิต นศ. ฟังแล้วจะได้ประโยชน์มหาศาล คิดว่าไม่เคยมีการรวมตัวความรู้จากหน่วยงานมากมายหลากหลายด้าน รวมทั้ง การรวมตัวของมหาวิทยาลัยนับสิบๆ แห่งพร้อมเพรียงกันแบบนี้มาก่อน หรือถ้าไม่อยากฟัง ก็อาจจะเข้าไปที่โซนปันน้ำใจ ก็มีเกมออนไลน์ให้เล่นสนุกมากเลย…ส่วนที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีเฉพาะร้านพึ่งพา และร้านสินค้าจากกระทรวงมหาดไทย นอกนั้นรวมให้สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ในกทม. Robinhood บริการส่งฟรี…ll
 

คุณแหน

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงเปิดงาน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620355

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงเปิดงาน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564’

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงเปิดงาน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564’

พร้อมทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ร้านพึ่งพาผ่านสื่อออนไลน์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564 พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) พร้อมเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรบริเวณการจัดงานโดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เฝ้าฯรับเสด็จ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดย ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ, พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร, คณะภริยาแม่บ้านเหล่าทัพ และคณะกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงนำชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในงาน พร้อมถวายคำอธิบาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)

งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564 พึ่งพาเพื่อก้าวต่อเพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก” ปีนี้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาพลังใจกลับมาอีกครั้ง จัดงาน 2 รูปแบบ คือแบบออนกราวนด์ ระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00-19.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ในงานจัดแสดงนิทรรศการของมูลนิธิฯ พร้อมเชิญชวนสนับสนุนสินค้าร้านพึ่งพาและสินค้าจากชุมชน ส่วนรูปแบบ Virtual Fair เปิดให้เข้าชมงานและเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง http://www.เพื่อนพึ่งพา.com ตั้งแต่วันที่ 3-12 ธันวาคม 2564

ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ร้านพึ่งพา ภายในงาน ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์อาหาร Royal Cuisine ได้แก่ ตับบดเสวยพึ่งพา Royal Cuisine สูตรโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ มีจำหน่ายเฉพาะในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปีเท่านั้น มีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ตับบดออริจินัล ราคากระปุกละ 130 บาท, ตับบดมาซาร่า (ผสมเหล้ามาซาร่า) ราคากระปุกละ 140 บาท และ ตับไก่บดฮาลาล ราคากระปุกละ 130 บาท และเมนูพร้อมทาน พึ่งพา Royal Cuisine จากตำรับอาหารประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ อาทิ ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ (สูตรวังสวนสุนันทา), ซีซาร์สลัดอกไก่, ข้าวหมูย่างผงกะหรี่ข้าวคั่ว (สูตรประทาน) เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีเมนูจาก ห้องเครื่องวังรื่นฤดี เข้ามาเสริมความพิเศษให้กับพึ่งพา Royal Cuisine เช่น แกงส้มกุ้งมะละกอปลาตะเพียนสาน ปลาร้าทรงเครื่อง น้ำพริกมะขาม แกงคั่วเห็ดเผาะ แกงมัสมั่นไก่ใส่น้ำส้มซันควิกซึ่งนอกจากมีจำหน่ายในร้านพึ่งพาในงานแล้ว ยังสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง Robinhood ตลอดระยะเวลาการจัดงาน วันที่ 3-7 ธันวาคม 2564 อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ระลึกพึ่งพา 2564 ได้แก่ คอลเลคชั่นเด็กหญิงใบคราม ประกอบไปด้วย ไอเทมสุดมินิมอล Everyday Use ผลงานลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ม.ล.จิราธร จิรประวัติ มีให้เลือกทั้งหมด 3 ลาย คือ น้องใบคราม น้องต้นครามและ น้องทอคราม ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพันธุ์ครามพระราชทานเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ในปี 2560 ที่จังหวัดสกลนคร สะท้อนถึงความช่วยเหลือที่มูลนิธิฯ เข้าไปฟื้นฟูชุมชนหลังประสบอุทกภัยให้ชุมชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน ลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความเรียบง่าย ใช้ลายใบครามแสดงถึงการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ ลวดลายที่ได้ออกแบบมาเพื่อสื่อสารให้เข้าใจได้ง่ายและนำมาประกอบในชุดผลิตภัณฑ์พึ่งพาคอลเลคชั่นใหม่นี้

ที่น่าสนใจคือ คอลเลคชั่นเด็กหญิงใบคราม เป็นสินค้าที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการ Upcycling The Oceans, Thailand โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด หรือ จีซี ร่วมกับ หน่วยงานพันธมิตรดำเนินการจัดเก็บขยะพลาสติกจากทะเล มหาสมุทร และชายฝั่ง นำเข้าสู่กระบวนการ Upcycling ปั่นเป็นเส้นด้ายถักทอเป็นผืนผ้า เติมไอเดียการออกแบบที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ตกแต่งด้วยฝีมือการตัดเย็บ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มมูลค่า สวยงาม ทันสมัย ประกอบไปด้วยหลากหลายไอเทมที่ตอบโจทย์ New Normal ภายใต้แบรนด์พึ่งพา X Upcycling the Oceans, Thailand เช่น กระเป๋าช็อปปิ้ง เสื้อยืดเสื้อกีฬา เสื้อแจ๊กเกต ล้วนแล้วแต่นำวัสดุหลักจากขยะพลาสติก มาเปลี่ยนเป็นของใช้ที่มีประโยชน์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ อีกทั้ง ยังใช้บรรจุภัณฑ์จาก บริษัทเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้นำกล่องเครื่องดื่มมารีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่สิ้นสุด

ชม ชิม ช้อป แชร์ ในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564 พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก”ได้ทั้งในสถานที่จริง ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2564 ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร ในบรรยากาศที่ร่มรื่นทั้งไม้ใบและไม้ดอกนานาพันธุ์บานสะพรั่ง และช้อปออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง http://www.เพื่อนพึ่งพา.com ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2564ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ร่วมถ่ายภาพกับ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม,พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ร่วมถ่ายภาพกับ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม,พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือวุฒิรัตน์ มีผดุง รองอัยการสูงสุด, สมคิด
จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, บุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยวุฒิรัตน์ มีผดุง รองอัยการสูงสุด, สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, บุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน,
ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน, ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ผาณิต พูนศิริวงศ์, พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, เสมอ นิ่มเงิน ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมประชาสัมพันธ์ผาณิต พูนศิริวงศ์, พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, เสมอ นิ่มเงิน ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมประชาสัมพันธ์พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, บุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, บุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ รองประธาน
กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
ยามยากฯ, ศ.(พิเศษ) วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ
ปลัดกระทรวงยุติธรรม

ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ รองประธาน กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ, ศ.(พิเศษ) วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรมพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมถ่ายภาพกับคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง
(ภาฯ) ยามยากฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, สายสม วงศาสุลักษณ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์,
ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, คุณจันทนี ธนรักษ์, ดร.ไพศาล ล้อมทองพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมถ่ายภาพกับคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, สายสม วงศาสุลักษณ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, คุณจันทนี ธนรักษ์, ดร.ไพศาล ล้อมทองคุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ กรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ฯ ร่วมถ่ายภาพกับคณะกรรมการมูลนิธิอาสา
เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ผาณิต
พูนศิริวงศ์, นฤมล ล้อมทอง, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล และ สายสม วงศาสุลักษณ์คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ กรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ฯ ร่วมถ่ายภาพกับคณะกรรมการมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์, นฤมล ล้อมทอง, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล และ สายสม วงศาสุลักษณ์ศิริรัตน์ นิลสมัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ, พลตรีหญิงพิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก,
ปัญญดาว ธูปะเตมีย์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และ ณสุดา คล้ายคลึง ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ บช.สอท.ศิริรัตน์ นิลสมัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ, พลตรีหญิงพิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก, ปัญญดาว ธูปะเตมีย์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และ ณสุดา คล้ายคลึง ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ บช.สอท.คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากฯ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช,
สาโรจน์ พรประภาคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากฯ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, สาโรจน์ พรประภาคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ดร.รอยล จิตรดอน และ อารยา ภู่พานิช รองผจก.ใหญ่ ธ.ไทยพาณิชย์คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ดร.รอยล จิตรดอน และ อารยา ภู่พานิช รองผจก.ใหญ่ ธ.ไทยพาณิชย์คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ
ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย รองประธานกรรมการ
และ ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ดำรง เหรียญประยูรคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย รองประธานกรรมการ และ ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ดำรง เหรียญประยูรส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ระลึกจากร้านพึ่งพาส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ระลึกจากร้านพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่ระลึกพึ่งพา 2564 คอลเลคชั่นเด็กหญิงใบครามผลิตภัณฑ์ที่ระลึกพึ่งพา 2564 คอลเลคชั่นเด็กหญิงใบครามตับบดเสวยพึ่งพา Royal Cuisine
สูตรประทาน กรมหมื่นสุทธนารีนาถตับบดเสวยพึ่งพา Royal Cuisine สูตรประทาน กรมหมื่นสุทธนารีนาถส่วนหนึ่งของสินค้าจากชุมชน
ที่จำหน่ายในงานส่วนหนึ่งของสินค้าจากชุมชน ที่จำหน่ายในงาน

เคล็ดลับดูแลและยืดอายุการใช้งานไอเท็มกันหนาวชิ้นโปรด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620287

เคล็ดลับดูแลและยืดอายุการใช้งานไอเท็มกันหนาวชิ้นโปรด

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่วงปลายปีนี้ อุณหภูมิในพื้นที่หลายแห่งของไทยเริ่มลดลง ทำให้หลายคนอยากเดินทางไปสัมผัสอากาศที่เย็นสบาย ทั้งยังได้นำไอเท็มกันหนาวชิ้นโปรด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ ผ้าห่ม หมวก มาเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานอีกครั้ง ซึ่งเสื้อผ้าชนิดนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเนื้อผ้ามีความละเอียดอ่อน เกิดความเสียหาย เช่น ขาด หด ยืด ย้วย และเป็นขุยได้ง่ายต้องใช้วิธีการดูแลรักษาที่แตกต่างจากเสื้อผ้าทั่วไป เพื่อให้แน่ใจว่าทำความสะอาดได้อย่างหมดจดและถนอมเนื้อผ้าในเวลาเดียวกัน

แอลจี (LG) ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ตามสโลแกน “Life’s Good” ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีจากการสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน รวบรวมเคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับการดูแลทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มในช่วงฤดูหนาว เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเครื่องซักผ้าให้กับผู้บริโภค

1.รูดซิปเสื้อกันหนาวและกลับด้านในออกข้างนอก วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเกิดความเสียหายกับเนื้อผ้าและยืดอายุการใช้งานของเสื้อกันหนาวได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยลดโอกาสที่เส้นใยของเสื้อกันหนาวตัวโปรดจะไปเกี่ยวหรือติดกับสิ่งต่างๆ และยังช่วยดูแลไม่ให้เสื้อเป็นขุยได้อีกด้วย นอกจากนี้ การใช้เครื่องซักผ้าที่มีประสิทธิภาพยังส่งผลต่อความสามารถในการดูแลรักษาเสื้อผ้าให้อยู่กับเรายาวนานมากขึ้น โดยเครื่องซักผ้าแอลจีที่มาพร้อมโปรแกรม AI DDTM ระบบถนอมผ้าอัจฉริยะ ด้วยความล้ำหน้าของเทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์และนำเสนอรูปแบบการซักผ้าที่เหมาะสมที่สุดกับน้ำหนักและเนื้อผ้าแต่ละชนิด เพื่อทำความสะอาดผ้าได้อย่างหมดจดและล้ำลึก แต่ยังคงความอ่อนโยนและการถนอมเนื้อผ้ามากขึ้น

2.ดูแลผ้าขนสัตว์ด้วยความอ่อนโยนเป็นพิเศษ ไอเท็มกันหนาวที่ทำจากขนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันหนาว หมวก ผ้าห่ม หรือผ้าพันคอ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาด้วยความอ่อนโยน โดยควรใส่ถุงตาข่ายก่อนการซัก และเลือกโปรแกรมการซักเสื้อขนสัตว์โดยเฉพาะ ซึ่งจะใช้น้ำเย็นในการทำความสะอาด เนื่องจากการซักด้วยน้ำร้อนอาจทำให้ผ้าขนสัตว์หดและเสียหายได้ นอกจากนี้แอลจีเองยังมีทางเลือกที่ตอบโจทย์ในการดูแลผ้าขนสัตว์ โดยเครื่องอบผ้าแอลจี DUAL Inverter Heat Pump™ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี DUAL Inverter Heat Pump มอบประสิทธิภาพในการอบผ้าให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นและใช้เวลาน้อยลงกว่าเคย พร้อมโปรแกรมอบผ้าขนสัตว์ (Wool) ที่สามารถอบผ้าขนสัตว์ได้อย่างอ่อนโยน ไร้กังวลว่าผ้าจะหดหรือเสียหาย เพื่อให้มั่นใจว่าเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มหน้าหนาวจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

3.เปลี่ยนวิธีตากผ้าเพื่อป้องกันการยืดย้วย ด้วยลักษณะเครื่องนุ่มห่มหน้าหนาวที่เป็นผ้าหนาและมีน้ำหนักมาก เมื่อนำไปซักและตากด้วยวิธีปกติจึงอาจเกิดปัญหาผ้ายืดย้วยก่อนเวลาอันควร เนื่องจากเกิดการถ่วงจากน้ำที่อยู่ในผ้าวิธีป้องกันปัญหาดังกล่าวคือตากผ้าด้วยการแขวนผ้าแบบแนวนอน โดยพาดลงบนตะแกรงหรือนำไม้แขวนเสื้อมาแขวนเรียงกัน

หลีกเลี่ยงการซักผ้าบ่อยเกินไปเพื่อยืดอายุการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การดูแลความสะอาดของเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อสุขภาวะที่ดีและความปลอดภัยของผู้บริโภค ดังนั้น หากเสื้อผ้ามีการเปียกชื้นเพียงเล็กน้อย หรืออาจมีกลิ่นอาหาร กลิ่นอับที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า แอลจี แนะนำทางเลือกด้วยตู้ถนอมผ้า LG Styler ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการดูแลเสื้อผ้าอย่างครบวงจรโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี TrueSteamTM สำหรับเสื้อผ้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแบบ ٤-in-١ ประกอบด้วยโปรแกรม Sanitary ขจัดสารก่อภูมิแพ้และแบคทีเรียในเสื้อผ้าหรือของใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรม Refresh ขจัดกลิ่นอาหารหรือกลิ่นอับในเสื้อผ้า ช่วยให้มีกลิ่นหอมสดชื่นพร้อมใช้งานอยู่เสมอ โปรแกรม Gentle Dry สามารถอบผ้าเปียกชื้นเล็กน้อยได้อย่างอ่อนโยนและดูแลเนื้อผ้าให้นุ่มฟู นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรม Pants Crease Care ที่ช่วยดูแลรักษาทรงจีบของกางเกงให้เรียบ ตู้ถนอมผ้า LG Styler จะช่วยให้ชุดกันหนาวกลับมาสะอาด หอมสดชื่น ไม่จำเป็นต้องนำผ้าไปซักบ่อยๆ

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ http://www.LGnewsroom.com และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอลจี ประเทศไทย ได้ที่ http://www.lg.com/th

รมช.สินิตย์ เปิดตัวโครงการโคนมไทยก้าวไกล จับคู่ธุรกิจและขายสินค้าบนแพลตฟอร์มชื่อดังของจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620278

รมช.สินิตย์ เปิดตัวโครงการโคนมไทยก้าวไกล  จับคู่ธุรกิจและขายสินค้าบนแพลตฟอร์มชื่อดังของจีน

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” ปี 4 จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมประกาศผลคัดเลือกผู้ประกอบการนมโคแปรรูป5 ราย เตรียมนำสินค้านมแบรนด์ไทยวางจำหน่ายบนตลาดออนไลน์ในจีน และ Live Sale บนแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีน พร้อมจับคู่ธุรกิจแบบออนไลน์และออฟไลน์กับคู่ค้าจีนในต้นปีหน้า

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดโครงการ “โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” ว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมการตลาดให้เกษตรกร สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการนมโคแปรรูปของไทย ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ลดภาษีนำเข้าสินค้านมโคและนมโคแปรรูปให้ไทยเหลือร้อยละ 0 แล้ว โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนและจีน

“การช่วยหาตลาดให้เกษตรกรนมโคและผู้ประกอบการสินค้านมของไทย เป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น เนื่องจากนมเป็นหนึ่งในสินค้าที่ไทยต้องเตรียมความพร้อมรับการแข่งขันในตลาดโลกที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้านมสามารถขยายการส่งออกผ่านช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้เพิ่มขึ้นสอดรับกับการค้ายุควิถีใหม่ที่สืบเนื่องมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีและสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น”

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้ข้อมูลว่า โครงการ “โคนมไทยก้าวไกลขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สำหรับในปีนี้ได้พัฒนารูปแบบการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 มากขึ้น โดยได้จัดอบรมบูธแคมป์ติวเข้มเรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านมาตรฐานส่งออกของไทยและต่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการโคนมที่ผ่านการคัดเลือก 5 ราย จะได้เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน และทำ Live Sale จำหน่ายผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีนด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 7 ของโลก