เดิน-วิ่ง การกุศล สะสมระยะทาง 90 วัน 90 โล สมทบทุนสร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ รพ.จุฬาภรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620306

เดิน-วิ่ง การกุศล สะสมระยะทาง 90 วัน 90 โล  สมทบทุนสร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ รพ.จุฬาภรณ์

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมขับเคลื่อนการสร้างการแพทย์ไทยให้ก้าวไกลสร้างศูนย์การแพทย์ที่ระลึกถึงในหลวงรัชกาล 9 ธ ผู้ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ผ่านกิจกรรมการเดิน-วิ่งในโครงการ 90K/90Days CRA Charity Virtual Run ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่งการกุศล สะสมระยะทาง เป้าหมาย 90 วัน คนละ 90 โล สร้างสรรค์สุขภาพดีเพื่อสังคมไทย สมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ สร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดสร้าง กำหนดแล้วเสร็จที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2565 นี้ พร้อมสานต่อพระราชปณิธานในการต่อยอดการใช้ผลงานศิลปกรรมภาพวาดฝีพระหัตถ์ ใน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่นำมาสร้างสรรค์เป็นลวดลายบนเสื้อวิ่งโปโลและหน้ากากผ้าที่ระลึก สำหรับผู้บริจาค 900 บาท ในโปรแกรม 9 ล้นใจ โดยนำภาพวาดฝีพระหัตถ์จากผลงานวิทยานิพนธ์ชุด “หลากลาย หลายชีวิต” ชื่อภาพ “ความรักที่ไม่สามารถจินตนาการได้สำหรับคนไทย” แรงบันดาลพระทัยจากความใกล้ชิดผูกพัน เคารพรัก เทิดทูน และตระหนักซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ภาพเสือ ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา และแซกโซโฟนที่ปรากฏในผลงานถ่ายทอดผ่านทักษะกระบวนการวาดเส้นและงานจิตรกรรม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในจิตใจภายใต้แนวคิด ราชาแห่งความรักและความเมตตาผู้ทรงเป็นผู้ปกครองเหนือราชอาณาจักร อันสื่อสัญลักษณ์ถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชาผู้ปกครองแผ่นดินด้วยพระเมตตาเพื่อประชาชนและผืนแผ่นดินที่พระองค์ทรงรักทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงชนชาวไทย เพื่อให้ประเทศไทยสงบสุขและร่มเย็น

โครงการ CRA Charity Virtual Run เข้าร่วมกิจกรรมได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 9 ด้วยใจ สมัครฟรีโดยยิ่งวิ่งยิ่งได้ช่วย เพราะการวิ่งทุก 1 กิโลเมตรของผู้สมัครเท่ากับได้ร่วมบริจาค 1 บาทให้โครงการ หรือร่วมบริจาค 90 บาท ในโปรแกรม 9 สานใจ
เมื่อวิ่งครบระยะ 90 กิโลเมตร ผู้สมัครจะได้รับเข็มกลัดผู้พิชิตพระราชทาน หรือบริจาค 900 บาท ในโปรแกรม 9 ล้นใจ
รับเสื้อวิ่งโปโลและหน้ากากผ้าพร้อมสายคล้องคอลายภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่ระลึก และเมื่อวิ่งครบระยะ 90 กิโลเมตร รับเข็มกลัดผู้พิชิตพระราชทาน โดยค่าสมัครที่บริจาคเข้าโครงการนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รายได้สมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ สร้างศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โครงการอันเนื่องมาจากพระดำริใน ศ.ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ที่ทรงพระกรุณาโปรด ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ดำเนินการจัดสร้างอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนต่อขยายขนาด 400 เตียง โครงการเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดระยะเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ และสืบสานแนวพระราชดำริ และพระวิสัยทัศน์ของพระราชบิดาในการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนบุคลากรและการบริการทางการแพทย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ว่า“ภัทรมหาราชานุสรณ์” อันมีความหมายว่า ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง และมุ่งหวังให้สถาบันการแพทย์แห่งนี้เป็นสถานพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขั้นสูงที่ให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศในสาขาที่จำเป็นของประเทศให้การรักษาพยาบาลแบบองค์รวมโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และเป็นวิทยาลัยแพทย์รองรับการเรียนและฝึกปฏิบัติของนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สร้างแพทย์และบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ พัฒนาค้นคว้าวิจัยสร้างองค์ความรู้พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนไทยให้ได้รับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการและส่งผลการวิ่งได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565 สมัครผ่านทาง LINE Official โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ @chulabhornhospital (คลิกแอดไลน์ >> http://nav.cx/8DqLuQm) กดเมนู “CRA Virtual Run” เพื่อลงทะเบียนสมัครและบันทึก QR Payment ที่ได้รับหลังจากลงทะเบียนสมัครไปสแกนจ่ายเพื่อบริจาคได้ทุกธนาคารผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ชมคลิปประชาสัมพันธ์โครงการได้ที่ https://youtu.be/c63LaeuUpyQ

แค่ยกไหล่ก็ปวดร้าวไปถึงต้นแขน สัญญาณเตือนเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620286

แค่ยกไหล่ก็ปวดร้าวไปถึงต้นแขน  สัญญาณเตือนเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบ

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 05.45 น.

ปวดไหล่ เพราะเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบ…อย่าปล่อยไว้ เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและนำไปสู่การรักษาที่ซับซ้อนขึ้น

พฤติกรรมการใช้งานไหล่ซ้ำๆ โดยเฉพาะในท่าทางที่ต้องยกแขนสูงต่อเนื่อง เช่น ทาสีผนัง เช็ดกระจก ตากผ้า ตัดกิ่งไม้ รวมทั้งการแบกหามหรือยกของหนัก ตลอดจนในกลุ่มนักกีฬาที่ต้องยกแขนสูงซ้ำๆ อย่างการเล่นบาสเกตบอล แบดมินตัน รวมถึงว่ายน้ำ และอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อข้อไหล่ ก็มีโอกาสเกิดเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบได้เช่นกัน

นายแพทย์รัฐภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่และข้อเข่าโรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า เอ็นหมุนรอบข้อไหล่ (Rotator cuff) จะประกอบด้วย กลุ่มเส้นเอ็น และ กล้ามเนื้อ จำนวน 4 เส้น ที่ต่อเนื่องมาจากกล้ามเนื้อสะบักและยึดเกาะกับกระดูกต้นแขนส่วนบน ทำหน้าที่ช่วยในการขยับไหล่ ไม่ว่าจะเป็นการยกแขนกางแขน หรือหมุนไหล่ แต่การใช้งานไหล่มากเกินไปหรือใช้งานในท่าเดิมซ้ำๆ อาจทำให้เอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบและฉีกขาดได้ โดยเฉพาะหากเกิดอุบัติเหตุหรือมีแรงปะทะบริเวณข้อไหล่รุนแรง

หากเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด จะทำให้มีอาการปวดไหล่และร้าวไปบริเวณต้นแขนเมื่อยกหรือขยับไหล่ ในบางรายอาจมีอาการข้อไหล่ขัด ขยับไหล่ลำบากหรือไหล่บวมร่วมด้วย ซึ่งอาการเริ่มแรกอาจไม่รุนแรงมาก แต่ถ้ายังใช้งานต่อไปเรื่อยๆ อาการปวดจะมากขึ้น โดยมักจะปวดในช่วงกลางคืนหรือปวดตอนพักการใช้งานแขน แขนล้าไม่มีแรง และเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้น้อยลง ตลอดจนทำกิจกรรมบางอย่างได้ยากลำบาก เช่น สระผม เกาหลัง ติดกระดุมหรือรูดซิปด้านหลัง สร้างความทรมานและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

สำหรับการรักษาอาการเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด เพื่อลดอาการปวดและให้ผู้ป่วยกลับไปใช้งานข้อไหล่ได้แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือการรักษาโดยไม่ผ่าตัด โดยแพทย์จะใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือฉีดยาสเตียรอยด์รอบเส้นเอ็นที่อักเสบ เพื่อลดการอักเสบ ปวด บวม ร่วมกับการกายภาพบำบัด พักและปรับเปลี่ยนการใช้งานข้อไหล่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้อาการปวดค่อยๆ ลดลง การใช้งานไหล่ค่อยๆ ดีขึ้นจนกลับไปใช้งานได้ตามปกติ แต่อาจใช้เวลาในการรักษานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แต่ในรายที่อาการปวดรุนแรง เส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีข้างต้นเป็นเวลานานแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัด โดยปัจจุบันการผ่าตัดเอ็นหมุนข้อไหล่จะใช้การส่องกล้องเข้าไปเย็บซ่อมเส้นเอ็น ซึ่งจะทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้งานไหล่ได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดไหล่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะทำให้อาการรุนแรงจนสร้างความทรมานต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังทำให้รักษามีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย

คุยกัน7วันหน : จุดยืน ‘โควิดเป็นศูนย์’ ของจีน อาจต้าน ‘โอไมครอน’ ได้ผล ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620139

คุยกัน7วันหน : จุดยืน ‘โควิดเป็นศูนย์’ ของจีน  อาจต้าน ‘โอไมครอน’ ได้ผล ?

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.40 น.

สัปดาห์นี้ กลับมาถึงนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” หรือ Covid Zero กันอีกครั้ง.. และครั้งนี้ดูจะมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย .. กับการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ “โอไมครอน” ที่มาเร็ว และมาแรง เพราะกว่า 40 ประเทศแล้วที่เจอผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดของโลกตัวนี้ และนำมาสู่มาตรการคุมเข้มพรมแดนเพิ่มเติม ทั้งที่บางประเทศเพิ่งประกาศผ่อนคลายข้อบังคับในการเดินทาง แต่ก็ต้องนับถอยหลังกลับมาอีกอย่างน้อย 1 ก้าว

หวง หยาน จง นักวิจัยอาวุโสด้านสาธารณสุข แห่งสภาวิเทศสัมพันธ์ในนิวยอร์ก พูดถึงไวรัสโอไมครอนว่า นี่คือ “บูสเตอร์ช็อตสำหรับมาตรการโควิดเป็นศูนย์”
หมายถึงว่า เป็นตัวการันตีถึงนโยบายนี้ของจีน ว่ามีข้อดีมากกว่าที่จะมีข้อเสียอย่างน้อยก็ในห้วงเวลาที่ไวรัสยังกลายพันธุ์ไม่สิ้นสุด แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนในเวลานี้ว่าไวรัสกลายพันธุ์ใหม่นี้มีอันตรายมากขึ้นแค่ไหน แต่ค่อนข้างชัดเจนว่า ไวรัสใหม่นี้ จะทะลวงเข้าสู่กำแพงที่จีนตั้งขึ้นไว้ได้ยากมากทีเดียว

หวง ระบุว่า ไม่ใช่การแก้ตัว หรือแก้ต่างให้กับแนวทางยึดมั่นใน Covid Zero อย่างเข้มงวดของจีน เพราะท้ายที่สุด แนวทางนี้ก็ถูกจัดว่าเป็นตัวฉุด “เศรษฐกิจ” อย่างมาก และยังไม่มีการรับประกันใดๆ ได้ว่าไวรัสตัวนี้ หรือตัวอื่นๆ จะไม่สามารถหาหนทางเล็ดลอดเข้าสู่แดนมังกรได้เพราะที่ผ่านมา ไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้าก็ทำได้มาแล้ว แต่หากชาติตะวันตกต่างต้องเดินถอยหลังกลับจากแนวทางเปิดประเทศ และหวนกลับคืนสู่การปิดกั้นพรมแดนอีกครั้ง พวกเขาก็จะสูญเสียเหตุในการกล่าวหาจีนว่า ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกทั้งที่พวกเขาพยายามกล่าวหามาตลอดว่านั่นคือแนวทางที่ไม่ยั่งยืนและไม่ถูกต้อง

ด้านสื่อทางการจีนอย่าง Global Times ก็ได้ประกาศตนชัดเจนแล้วว่า จีนเป็นประเทศที่หลีกเลี่ยงความเสียหายจาก “โอไมครอน” ได้ ในขณะที่นักวิเคราะห์บางคน ก็มองว่า แนวทางของจีนอาจให้ประโยชน์ได้มากกว่า โดย คิงเกอร์ หลอนักยุทธศาสตร์แห่งสถาบันโกลแมนแซคส์ ระบุว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และการควบคุมไวรัสโคโรนา ในประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกเช่นนี้ ทำให้จีนอยู่ในสถานะที่ดีกว่าใคร ในการเผชิญหน้ากับไวรัสตัวใหม่นี้

แต่จีนก็จำเป็นต้องระวังเอาไว้ก่อน เพราะมีผลการศึกษาจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน ประเมินเอาไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เองว่า หากจีนเดินหน้าเปิดประเทศ ตามแนวทางตะวันตก เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับไวรัส จีนอาจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันละ 637,155 คน นับเป็นตัวเลขที่มากกว่าชาติใดในโลก ไม่เพียงเท่านี้ รายงานยังชี้ด้วยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาการหนัก อาจสูงถึง 22,364 คนต่อวัน ซึ่งแน่นอนว่านี่คือผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดต่อระบบสาธารณสุขของจีน ที่คงไม่สามารถรับมือและเผชิญหน้ากับหายนะเช่นนั้นได้ ในขณะที่จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ อย่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ในอีกมาถึง 2 เดือนข้างหน้า

นิโคลัส โธมัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยซิตี้ บนเกาะฮ่องกง ผู้ซึ่งเขียนหนังสือด้านนโยบายต่างประเทศและสาธารณสุขหลายเล่มบอกว่า จีนไม่ได้มีหนทางมากนักกับแนวทางที่ยึดมั่นอย่างยิ่งยวดนี้ เพราะวัคซีนเชื้อตายที่มีประสิทธิภาพไม่เทียบเท่านวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้จีนไม่มีทางเลือกอื่นที่มากพอ แม้ว่าวัคซีนจีนจะลดอัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้จริงแต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือติดเชื้อซ้ำ ได้เท่ากับวัคซีนชนิด mRNA ของชาติตะวันตก อีกทั้งยังมีข้อมูลวิจัยที่ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องนี้ เกี่ยวกับการป้องกันไวรัสเดลต้า เมื่อเทียบกับวัคซีนของชาติตะวันตก

นั่นคือเหตุผลว่า จีนยังคงยึดมั่นแนวทาง Covid Zero ต่อไป แม้ว่าจะฉีดวัคซีนได้มากกว่า 75% ของประชากรทั้งประเทศแล้ว รวมถึงเด็กที่อายุ 3 ปีขึ้นไป ตลอดจนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว เพราะจีนเองก็ยังไม่ได้มีความมั่นใจเพียงพอว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจต่อไป

ที่สำคัญ จีนจำเป็นต้องทำให้การติดเชื้อโควิด-19 ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าจะถึงการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งใหญ่ช่วงกลางปี 2022 ซึ่งจะเป็นเวทีที่ประกาศชัดเจนในการให้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 3 ต่อไป

Health News : ยารักษาโควิดของ GSK ต้านโอไมครอนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620138

Health News : ยารักษาโควิดของ GSK ต้านโอไมครอนได้

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

แกล็กโซสมิทไคลน์ (GSK) บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ ระบุในแถลงการณ์ว่า ผลการทดสอบในสัตว์ พบว่า ยาโซโทรวิแมบ (Sotrovimab) มีประสิทธิภาพในการต้านทานการกลายพันธุ์จุดสำคัญของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โอไมครอน ยาตัวนี้เป็นโมโนโคลนอล แอนติบอดี ที่ GSK พัฒนาร่วมกับ วีร์ ไบโอเทคโนโลยี ของสหรัฐฯ เพื่อใช้รักษาโรคโควิด-19 โดยยาจะยึดจับโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนา ซึ่งจะช่วยลดความสามารถของเชื้อในการเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย

GSK ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยาโซโทรวิแมบสามารถต้านไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ที่น่ากังวลและสายพันธุ์ที่น่าสนใจที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก และกำลังเดินหน้าทดสอบเพื่อยืนยันว่า ยาตัวนี้สามารถลบล้างฤทธิ์จากการกลายพันธุ์ทุกอย่างของโอไมครอน คาดว่าจะเผยแพร่ความคืบหน้าได้ภายในสิ้นปีนี้

ขณะเดียวกัน สำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของอังกฤษ มีมติอนุมัติให้ใช้ยาโซโทรวิแมบ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรง เนื่องจากพบว่ายามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพลดความเสี่ยงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและการเสียชีวิต ยาเพียงหนึ่งโดสสามารถลดความเสี่ยงการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้ถึง 79% สำหรับผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูง

Science Update : ความต้องการงาช้างของจีนลดลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620137

Science Update : ความต้องการงาช้างของจีนลดลง

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.20 น.

กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) และองค์กรวิจัย GlobeScan สำรวจผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการค้างาช้างในประเทศจีนจากผู้คน 2,000 คน ใน 15 เมือง เป็นเวลาสี่ปีติดต่อกัน โดยแบบสำรวจประจำปีนี้เป็นการประเมินที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการบริโภคงาช้าง อัตราการซื้อ และความตั้งใจที่จะซื้อ รวมถึงการตระหนักถึงการห้ามใช้งาช้างของจีนเมื่อเวลาผ่านไปผลสำรวจผู้บริโภคประจำปีเกี่ยวกับการค้างาช้างในประเทศจีนพบว่า ความต้องการงาช้างลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่จีนประกาศสั่งห้ามการค้างาช้างภายในประเทศเมื่อปี 2560 โดยปัจจุบันเหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของระดับก่อนการออกประกาศห้ามค้างาช้าง ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคเพียง 18 เปอร์เซ็นต์ที่สำรวจตั้งใจที่จะซื้องาช้างในอนาคต ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 43 เปอร์เซ็นต์ก่อนการแบนของจีน

ด้านนายเจษฎา ทวีกาญจน์ ผู้จัดการโครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ประจำภูมิภาคลุ่มน้ำโขง WWF Thailand เผยว่า ประเทศที่ยังซื้อขายงาช้างจากจีนเป็นประจำคือประเทศไทย ซึ่ง WWF ยังมีความจำเป็นต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อหยุดยั้งการซื้อขายงาช้างของนักท่องเที่ยวชาวจีน

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Fine Arts Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620117

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Fine Arts Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลป์ที่ได้ มีโอกาสเยือนบูดาเปสต์ คงไม่เพียงต้องการแค่ถ่ายรูปกับแม่น้ำดานูบ เยือนรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก Rath Gyorgy Villa และ Roth Museum เท่านั้น ยังต้องหาห้องภาพใหญ่ๆ ดังๆ ที่รวบรวมผลงานจิตรกรรมระดับประเทศและนานาชาติเยือนด้วย นั่นคือ Museum of Fine Arts ห้องภาพที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มิวเซียมที่ตั้งอยู่ ณ จัตุรัส Hero นี้ ออกแบบโดย Albert Schickedanz สถาปนิกแนว Eclectic Style หรือสไตล์การตกแต่งบ้านที่รวมเสน่ห์ของสไตล์ต่างๆ หรือของเก่ากับของใหม่มาจัดอยู่ด้วยกัน (Mix & Match) โดยให้สิ่งละอันพันละน้อยที่นำมาตกแต่งต่างโดดเด่นในมุมของตัวเองชาว Astro-Hungarianผู้ออกแบบ Millennium memorial และPalace of Art และ Fulop Herzog สถาปนิกคู่หูตามแนวทางศิลปะแบบ Eclectic-Neoclassic ระหว่างปี 1900-1906

มิวเซียมถาวรแห่งแรกของฮังการีนี้เป็นโครงการที่เริ่มต้นขึ้นหลังจากการเริ่มโครงการก่อสร้างรัฐสภาในปี 1896 ในช่วงยุคทองของบูดาเปสต์ Erno Kammererผู้อำนวยการคนแรกของมิวเซียมสรุปเป้าหมายของการก่อตั้งมิวเซียมนี้ไว้ให้เป็นสถาบันที่มีไว้เพื่อให้คนทั้งโลกได้มีโอกาสเข้าชมสมบัติทางศิลปะอันเป็นผลมาจากความสำเร็จของแรงบันดาลใจทางจิตวิญญาณของมนุษยชาติ และเป็นที่จัดแสดงพัฒนาการทางศิลปะในแขนงต่างๆ หลากหลายช่วงเวลาผู้อำนวยการคนต่อๆ มายังคงยึดหลักการเดิมจึงกระตือรือร้นที่จะหาของจัดแสดงทั้งแบบถาวรและนิทรรศการเพื่อมาส่งเสริมประสบการณ์และความรู้ให้กับผู้เยี่ยมเยือนทั้งในท้องถิ่นและนานาชาติ การตอกย้ำปณิธานของผู้อำนวยการผ่านนิทรรศการจึงเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการอธิบายยุคต่างๆ ด้วยการดึงความสนใจไปที่ผลงานชิ้นเอกที่ห่อหุ้มปณิธานของยุคนั้นไว้ และยังทำหน้าที่เป็นแหล่งบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นต่อๆ มาและผู้เข้าชม ด้วยความอุตสาหะของผู้อำนวยการอย่างสม่ำเสมอและความร่วมมือจากรัฐบาลยุคใหม่จึงทำให้ศิลปะฮังการียังคงดำรงอยู่แม้จะถูกบดบังอยู่หลายทศวรรษในช่วงคอมมิวนิสต์

ในปี 2008 Laszlo Baan ผู้อำนวยการMuseum of Fine Arts ในช่วงเวลานั้นได้เสนอรัฐบาลให้ควบรวม Museum of Fine Arts เข้ากับHungarian National Gallery เนื่องจากเห็นว่าสองมิวเซียมนี้จัดแสดงผลงานคล้ายๆ กันและยังควบรวม LudwigMuseum of ContemporaryArt ที่จัดแสดงผลงานศิลปะตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 จวบจนปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันโดยเสนองบประมาณ 18 ล้านยูโรเพื่อขยายชั้นใต้ดินของ Museum of Fine Arts แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในปี 2011 เขาจึงเสนอโครงการใหม่ โดยขอให้มีการสร้างตึก 2 หลังมูลค่า 150 ล้านยูโรเพื่อสร้างตึกไว้เก็บงานContemporary European Art และ HungarianPhotography เสริมส่วนของ Museumof Fine Arts ในที่สุด Geza Szocs รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้อนุมัติให้สร้างอาคารบนถนน Andrassv ใกล้กับ City Park เพื่อรับการย้ายโอนสมบัติของ Hungarian National Gallery จึงทำให้ Budapest Museum Quarter หรือ Andrassy Quarter ครอบครองถนนไปทั้งหมด

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวเซียมในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะได้มีโอกาสตื่นตาตื่นใจกับอาคารที่ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในส่วน Romanesque Hall บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร ยังจะเต็มอิ่มกับศิลปะชิ้นเอกจำนวนมหาศาลที่มีอายุหลายร้อยปีนับจากยุคอียิปต์โบราณ Graeco-Roman เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันอีกต่างหากด้วย

หนังสือเด่น : หาคำตอบ‘เจฟฟ์ เบโซส’ สร้าง AMAZON อาณาจักรมูลค่ามหาศาลสำเร็จได้อย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620134

หนังสือเด่น : หาคำตอบ‘เจฟฟ์ เบโซส’ สร้าง AMAZON  อาณาจักรมูลค่ามหาศาลสำเร็จได้อย่างไร

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากที่เราพบเห็น ในวงการธุรกิจทั่วไป ธุรกิจใดที่ประสบผลสำเร็จ มักจะเก็บวิธีการแนวทางปฏิบัติเป็นความลับที่ไม่เปิดเผยให้ใครได้ล่วงรู้  เพราะว่ากว่าจะถึงจุดสูงสุดได้ต้องฝ่าฟันมาอยากหนัก แต่ไม่ใช่สุดยอดธุรกิจค้าปลีกที่ปฏิวัติวงการและเติบโตไม่หยุดอย่าง  แอมะซอน ที่เจฟฟ์ เบโซสได้มาเผยถึงแนวคิด และกลยุทธ์ทางธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นเริ่มดำเนินกิจการ จนกระทั่งที่มีมูลค่ามหาศาล จนกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับหลายแสนล้านดอลล่าร์สหรัฐได้ในปัจจุบันผ่านหนังสือ ‘โตอย่างamazon คิดอย่าง Bezos ’ที่สตีฟ แอนเดอร์สัน ได้รู้กันอย่างหมดเปลือก

สตีพ แอนเดอร์สัน เขียนหนังสือเล่มนี้ โดยที่เขาได้ศึกษาจากจดหมายที่เบโซส เขียนถึงผู้ถือหุ้นของแอมะซอน ทั้งสิ้น 21 ฉบับระหว่างปี 1997-2018 เขาศึกษาวิจัยและเจาะลึกทุกแง่ทุกมุม เพื่อเรียนรู้ว่า เบโซสทำอย่างไรถึงเปลี่ยนธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์ธรรมดา ให้เป็นบริษัทระดับหนึ่งล้านล้านดอลล่าร์ในเวลาเพียง 20 ปี และหลังจากนั้นจึงได้ตกผลึกออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ที่มีกล่าวถึง กฎแห่งการเติบโต(Growth Principles) 14  ข้อที่เป็นหัวใจของความเจริญก้าวหน้าของแอมะซอนอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ถือว่ามาจากสัญชาติญาณของเบโซสที่ออกมาจากบุคลิกภาพและประสบการณ์ในการทำธุรกิจของเขา โดยขั้นตอนแห่งการเจริญเติบโตนั้นประกอบด้วย กฎ3ข้อแรกที่ทำให้แอมะซอนเติบโตผ่านการทดลองในเชิงกลยุทธ์   กฎ3ข้อที่ช่วยให้แอมะซอนสร้างเพื่ออนาคต กฎ4ข้อ ที่ช่วยแอมะซอนเร่งให้ธุรกิจโต และ กฎ 4 ข้อช่วยให้แอมะซอนขยายขนาดธุรกิจ ซึ่งวงจรดังกล่าว แตกต่างจากองค์กรธุรกิจอื่นๆคือ เขาไม่ได้ใช้เชิงวิชาการ แต่พวกเขาใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการวางแผนในลักษณะเดียวกับที่เบโซสตั้งใจเสี่ยงในธุรกิจ

นอกจากนี้ สตีพ แอนเดอร์สัน ยังได้แนะนำในการอ่านไว้ว่า ก่อนอื่นควรทำความรู้จักวงจรแห่งการเติบโตและกฎ 14 ข้อที่เขาวิเคราะห์และสรุปออกมาจากจดหมายขอเบโซสเพื่อให้เห็นภาพรวมของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ขั้นตอนต่อไปให้อ่านจดหมายผู้ถือหุ้นในปี 1997 จดหมายฉบับแรก เพราะเป็นฟันเฟืองหรือแกนหลักที่สะท้อนสิ่งที่เขาคิดและอธิบายเหตุผลที่เขาลงมือทำสิ่งต่างๆ ซึ่งมีกฎ 14 ข้อซ่อนไว้  หลังจากนั้นให้อ่านตามขั้นตอนการเจริญเติบโต ที่สอดคล้องกับกฎการเจริญเติบโตโดยที่เขาได้อธิบายรายละเอียดกฎควบคู่ไปกับการอ้างอิงคำพูดของของเบโซส เรื่องราวเอมะซอน และบทเรียนที่เขาเรียนรู้เริ่มตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ ธุรกิจเติบโต ล้มเหลว ตั้งต้นใหม่แล้วค่อยกลายเป็นทุกวันนี้ อ่านตอนท้ายบทที่เขามีคำถามสั้นๆ2-3คำถามลองทำดูสิ่งที่จะได้คือแนวคิดที่อาจนำไปสู่ธุรกิจให้คุณเติบโต หลังจบบทที่พูดถึงกฎการเติบโต 14 ข้อ เขาจะนำจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปี2018มาให้อ่านพร้อมแทรกแนวคิดต่างๆ ซึ่งอ่านถึงตรงนี้จะทราบว่า กฎ14อย่างแทรกอยู่ในจดหมายปี 1997

จากการอ่าน จะพบว่า ผู้เขียนได้อธิบายให้เราเห็นภาพอย่างชัดเจนว่า เจฟฟ์ เบโซส ตั้งใจทดลองทำสิ่งต่างๆ เพื่อช่วยให้เขาค้นพบคำตอบอย่างรวดเร็วว่าอะไรที่ใช่อะไรที่ไม่ใช่ และกฎ14 ข้อที่ได้ก็เกิดจากที่เขากล้าทดสอบเป็นเวลาหลายปี จากบทเรียนความล้มเหลว จากการค้นพบสิ่งต่างๆมากมายที่สร้างเอมะซอนมาจนถึงทุกวันนี้  ถ้าคุณคือคนที่ต้องการทำธุรกิจให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งและเติบโตขึ้นทุกวัน และเติบโตกว่าเดิมหลายเท่า หนังสือเล่มนี้คือคู่มือที่มาจากการลงมืออย่างแท้จริง เหมาะสำหรับแผนที่นำทางสำหรับคนหนุ่มสาว ที่ต้องการแรงบันดาลใจ มุมมองและแนวคิดที่ล้ำค่า และใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสร้างธุรกิจได้เป็นอย่างดี และจะประสพผลสำเร็จตามประสงค์ หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท

ทิปและเทคนิคการตลาดและโฆษณาถูกวิธี จากผู้เชี่ยวชาญการใช้งานFacebook

“ใช้ Facebook ถูกวิธี ยอดขายดีขึ้น 100 เท่า” เล่มนี้ เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ล่าสุด 2021 จากหนังสือ Best Seller ยอดขายอันดับ 1 ในหมวดบริหาร ยาวนานกว่า 1 ปี โดยผู้เขียน มัณฑิตา จินดา (ทิป) เจ้าของแฟนเพจ Digital Tips Academy ที่ตั้งใจทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจที่มาที่ไป เข้าใจหลักการ ตลอดจนวิธีคิดของ Facebookทั้งเพราะ ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะนำไปสู่ “การลงมือทำ” อย่างถูกต้อง และไม่ว่า “เครื่องมือ” ต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไร หลักการตรงนี้ก็จะยังคงอยู่เสมอ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “แก่น” ของวิชา Facebook นั่นเอง หนังสือเล่มนี้จะมี Tips และเทคนิคต่าง ๆ มากมาย ทั้งเรื่อง Facebook Marketing และ Facebook Advertising ซึ่งล้วนแต่ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ในการทำงานจริง ผ่านการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ Facebook มาอย่างยาวนาน รวมถึงเป็นความรู้ที่ผู้เขียนใช้กับธุรกิจส่วนตัวของตัวเองอีกด้วย ราคาเล่มละ 249

ข้อคิด บทเรียน ความสุขเล็กๆ ที่ได้เรียนรู้จากแต่ละช่วงวัยของชีวิต

“เราเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน” ผลงานลำดับที่ 22 จากคิดมาก นักเขียนที่มีผู้ติดตามในโลกออนไลน์กว่า 2,300,000 คนผู้เขียนจะพาผู้อ่านไปพบกับข้อคิด บทเรียน รวมถึงความสุขเล็ก ๆ ที่ได้เรียนรู้จากแต่ละช่วงวัยของชีวิต ได้แก่ วัยนักเรียน วัยนักศึกษา และวัยทำงานอาทิ ยังจำความรู้สึกวันแรกที่ไปโรงเรียนได้ไหม จำได้ไหมว่ารู้จักกับเพื่อนสนิทได้ยังไง ยังจำความรู้สึกตอนมีความรักครั้งแรกได้หรือเปล่า ตอนนั้นเคยไหมที่กังวลใจมากว่าผลสอบจะออกมาไม่ดี แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ ยังจำความรู้สึกตอนสัมภาษณ์งานครั้งแรกได้ไหม อ่านแล้วได้ทบทวนตัวเอง และหวนนึกถึงอดีตอีกครั้ง แต่ละช่วงวัยเราอาจค้นพบบทเรียนที่แตกต่างออกไป หรือไม่บทเรียนในวันนั้นอาจนำมาใช้ได้กับชีวิตในตอนนี้ ลองพาตัวเองย้อนกลับไป แล้วคุณจะพบว่าแต่ละช่วงวัยในชีวิตมีเสน่ห์และเรื่องราวบางเรื่อง ซึ่งดีที่สุดแล้วที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ราคา 235 บาท

เทคนิคการขายดีด้วยการขึ้นราคา เทคนิคการนำเสนอกลยุทธ์ขายแพง

ศิลปะการตั้งราคาแบบสวนกระแส ยิ่งขายแพง คนยิ่งอยากซื้อเป็นเนื้อหาโดยรวมของหนังสือ “ถ้าอยากขายดีให้ขึ้นราคา” ผู้เขียน Akira Ishihara (อากิระ อิชิฮาระ) ผู้แปล ศุภภัทร พัฒนเดชากุลผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารชื่อดัง ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นผ่านการร่วมงานกับบริษัทญี่ปุ่นกว่า 4,500 แห่งว่า การขึ้นราคา การขายของแพงขึ้นทำให้สินค้าขายดีขึ้น และสร้างความสนใจให้ลูกค้ามากขึ้น ซึ่งขัดกับทฤษฎีเดิมที่ว่าจะขายของให้ได้มากได้กำไรเยอะ และลูกค้าจะสนใจอย่างมากหากขายของราคาถูก การขายของแพง มีเทคนิคที่แตกต่าง และจะสามารถดึงดูดลูกค้าเพิ่มยอดขาย และสร้างกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แม้ว่าจะขึ้นราคาสูงถึง 10 เท่า หรือแม้แต่ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองก็ตามการขึ้นราคาจะทำให้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป ยิ่งเพิ่มราคาสินค้าคุณค่ายิ่งเพิ่มขึ้น คนพอใจที่จะซื้อของแพง ถ้าใช้เทคนิคและกลยุทธ์ที่เหมาะสม หนังสือราคา 220 บาท

แนวทางวิธีคิดขององค์ทะไลลามะ ด้านความรักที่งดงาม และมีความสุข

“His Holiness The Dalai Lama Happy Love” จงอย่ารักด้วยสมอง แต่ต้องรักด้วยความรู้สึกทางจิตวิญญาณแล้วความสุขจะอยู่กับคุณตลอดไป ผู้เขียน ราช รามัญ ไม่มีความสุขใดจะเทียบเท่า “ความสุขจากความรัก” และเป็นความรักที่มากด้วยความบริสุทธิ์ที่ไม่มีสิ่งอื่นเจือปน แม้แต่เงาของความต้องการทางกามา และวัตถุสิ่งของต่างๆ แนวทางวิธีคิดขององค์ทะไลลามะที่ 14 เกี่ยวกับเรื่องของความรักที่มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ควรมีและเป็นความรักที่เปี่ยมล้นด้วยกรุณาอันลึกซึ้ง ผู้ใดที่ได้ความรักอันงดงามอยู่ในหัวใจของตนเอง ผู้นั้นถือได้ว่ามีความสุขในเรื่องของความรักตลอดชีวิตอย่างแท้จริงองค์ทะไลลามะทรงเน้นย้ำให้มนุษย์ซื่อสัตย์ต่อตนเองและเรื่องของความรัก นี่เป็นสิ่งที่น่าศึกษา เพราะเมื่อได้อ่านแล้วนำเอาไปปฏิบัติ เชื่อได้ว่า ชีวิตของเราจะเปลี่ยนจากทุกข์เป็นสุขทันที ราคา 99 บาท

โซไซตี้ : ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ ย้อนรอย 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ โครงการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ‘The Stock Master’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620144

โซไซตี้ : ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ ย้อนรอย 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ  โครงการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ‘The Stock Master’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เยี่ยมชมนวัตกรรมที่เกาหลี

เป็นเวลา 1 ทศวรรษแล้ว ที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการสร้างนักลงทุนคุณภาพออกสู่สังคมการลงทุน ผ่านการจัดทำโครงการ “The Stock Master” ที่มี บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัด การอาวุโส กิจการค้าหลักทรัพย์ หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้เริ่มต้นคิดค้นออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้สุดเข้มข้น ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เน้นสอนกันตั้งแต่ให้รู้จักวางแผนการลงทุน, สอนวิเคราะห์หลักทรัพย์ ด้วยปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยทางเทคนิค ไปถึงสอนให้รู้จักเครื่องมือการลงทุนออนไลน์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การลงทุน ก่อนก้าวสู่สนามการลงทุนจริงได้อย่างมั่นใจ ตามคอนเซ็ปต์ “รู้จริงกับสนามจริง”

“หลายปีที่ผ่าน คนไทยเริ่มให้ความสนใจเรื่องการออมเงินและการลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของ นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ด้านการลงทุนของบริษัทฯ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดเปิดบัญชีใหม่เพื่อซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ก็ขยายตัวขึ้นเช่นกัน ทางทีมผู้บริหาร
จึงเกิดแนวคิดที่จะให้ความรู้ด้านการลงทุนอย่างถูกต้องกับนักลงทุนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างถูกวิธี ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี จากทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนมืออาชีพ เพราะความรู้จากโครงการนี้ตอบโจทย์การลงทุนในทุกมิติ พร้อมยังมีทีมกูรูคอยประกบคู่อยู่ตอบคำถาม และให้คำแนะนำด้านต่างๆ ทำให้การลงทุนดูเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น” บรรณรงค์ กล่าว

บรรณรงค์ พิชญากร กก.ผจก.อาวุโส กิจการค้า หลักทรัพย์บัวหลวง

โครงการ The Stock Master เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2555 ภายใต้แนวคิด “Reality ShowInvestor lifestyle” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมโครงการได้แสดงศักยภาพในการคิดวิเคราะห์ และคัดเลือกหุ้นที่ตัวเองสนใจ เพื่อนำมาให้ทีมกูรูช่วยแนะแนวทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในปีแรกมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 600 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ต่อมาในปีที่ 2 มากับแนวคิด Reality Show “Man and Machine” ปีนี้เริ่มมีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหารพอร์ต (Robot Trade) เราจึงได้นำเรื่องนี้มาแนะนำให้ได้รู้จัก ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่นักลงทุนให้ความสนใจ ในปีที่ 3มาในแนวคิด “เปลี่ยนเม่า เป็นเหาฉลาม” เราออกแบบหลักสูตรให้มีความแตกต่างออกไปจาก 2 ปีแรก ด้วยการนำเครื่องมือวิเคราะห์ผลการลงทุนส่วนบุคคลสำหรับลูกค้า “Bualuang iTracker” มาเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการตัดสินใจลงทุนและการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ร่วมโครงการ ต่อมาปีที่ 4 เป็นครั้งแรกที่มีการเรียนรู้ออนไลน์เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “Bualuang CONNEX เชื่อมโยงความคิด ต่อติดทุกการลงทุน” โดยได้นำแอปพลิเคชั่นใหม่ Bualuang CONNEX เครื่องมือช่วยลงทุนล้ำสมัยมาให้ผู้ร่วมโครงการได้ใช้บริการก่อนใคร ถัดมาในปีที่ 5 เน้นสอนให้นักลงทุนรายย่อยรู้เท่าทันนักลงทุนต่างชาติ และเข้าใจผลกระทบของฟันด์โฟลว์ เพื่อให้สามารถคัดเลือกหุ้นและจับจังหวะลงทุนได้เหมาะสม ภายใต้แนวคิด “เทรดสะบัดฟัดฝรั่ง” ส่วนปีที่ 6 ได้ปรับหลักสูตรใหม่ด้วยการให้ความรู้เรื่องการเงินและการออมกับนักลงทุนและบุคคลทั่วไป ในชื่อ “สติมี สตางค์มา” โดยปลูกฝัง 6 สติสำคัญทางการเงิน เพื่อช่วยสร้าง “ยันต์กันจน” ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งรายได้ทั้งหมดได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิพระดาบส ต่อมาปีที่ 7 ได้ปรับหลักสูตรอีกครั้ง หลังเริ่มเห็นบริษัทขนาดเล็กและกลางสนใจเข้าตลาดหุ้นมากขึ้น จึงอยากให้ความรู้ในเกมส์การเงิน 3 มิติ ทั้งการลงทุนระยะยาว,การเทรดระยะสั้น และการนำบริษัททำ IPO กับเจ้าของกิจการ และทายาทธุรกิจในชื่อ The Stock Master Exclusive : Money Game รู้รอบเกมส์การเงิน ในปีที่ 8 เป็นอีกปีที่ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะเราได้เปิดตัว “Trade Master” นวัตกรรมเทรดหุ้นอัตโนมัติระดับมืออาชีพที่มาช่วยแก้ปัญหาและข้อจำกัดของนักเทรด ทีมงานจึงออกแบบหลักสูตรที่จะพัฒนาให้เป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพ นับเป็นอีกหนึ่งความสนใจที่มีผู้ร่วมโครงการหลายพันคน ส่วนปีที่ 9 ช่วงที่ต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ทำให้คนเริ่มสนใจการลงทุนมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขเปิดบัญชีใหม่ที่ขยับขึ้นต่อเนื่อง จึงออกแบบเนื้อหาที่สอนให้รู้จักวิกฤตและโอกาสของตลาดหุ้นในรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่โอกาสลงทุน สำหรับมือใหม่” ซึ่งมีผู้สนใจร่วมโครงการสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3 พันคน

โครงการThe Stock Master ปีที่ 9

ล่าสุดปีที่ 10 กับแนวคิด “สร้างพลังเงินลงทุน สำหรับมือใหม่” ทีมกูรูยังคงเน้นให้ความรู้นักลงทุนมือใหม่ เพราะในปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เราเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.Create สอนสร้างแผนการเงิน เพื่อมุ่งสู่Financial Freedom 2.Accumulateสอนสะสมความมั่งคั่ง และต่อยอดอัพเกรดพอร์ต ด้วยเครื่องมือลงทุนออนไลน์ และ 3.Protect สอนให้รู้จักปกป้องความเสี่ยง ด้วยการวางแผนประกันคุ้มครองชีวิตในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญ สุดพิเศษ พร้อมพันธมิตรมากมายมาร่วมให้ข้อมูล และยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเหมือนเช่นทุกปี

“ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โครงการ The Stock Masterมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะร่วมส่งเสริมความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน ผ่านประสบการณ์จริงให้กับนักลงทุนไทยได้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งในแต่ละปี นอกจากจะออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ให้มีความแตกต่างกันออกไปแล้ว เรายังมีการแนะนำและคอยอัพเดตเครื่องมือลงทุนออนไลน์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการเห็นนักลงทุนไทยเริ่มต้นการลงทุนได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน” บรรณรงค์ กล่าว

บรรยากาศจากห้องเรียนโครงการ The Stock Masterบรรยากาศจากห้องเรียนโครงการ The Stock Master

บรรยากาศห้องเรียนออนไลน์บรรยากาศห้องเรียนออนไลน์

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ‘คำพ่อสอน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620120

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ‘คำพ่อสอน’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน”นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ทรงมีพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้เราทุกคนรู้หน้าที่แห่งตน ดำรงตั้งมั่นอยู่ในความดี ความสงบเรียบร้อย อย่างมากมาย

หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขออัญเชิญพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสบางส่วน ที่ได้พระราชทานในวโรกาสต่างๆ มาให้คนไทยได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เพราะสิ่งที่“พ่อหลวง” ทรงสอนไว้ มิใช่เพียงคำพูดสวยงาม แต่ทรงกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ดังที่เราได้ประจักษ์มาแล้วตลอด 70 ปี แห่งรัชสมัยของพระองค์

**********************

“ชาติบ้านเมือง คือ ชีวิต เลือดเนื้อ และสมบัติของเราทุกคน และการดำรงรักษาชาติประเทศนั้น มิใช่หน้าที่ของบุคคล ผู้ใดหมู่ใดโดยเฉพาะ หากแต่เป็นหน้าที่ของทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ คนที่จะต้องร่วมมือกระทำ พร้อมกันไปโดยสอดคล้องเกื้อกูลกัน”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีตรวจพลสวนสนาม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก 8 มิถุนายน 2514

**********************

“ถ้าทุกคนสนใจในความรักประเทศชาติรักษาความดีเอาไว้ ไม่ต้องไปตามอย่างในสิ่งที่เราเห็นว่าไม่น่าที่จะเจริญ ไม่น่าจะพัฒนาเราต้องรักษาแนวทางความคิดตามที่เรามีอยู่ แม้จะเป็นสิ่งที่ตกทอดมาแต่โบราณกาลจากปู่ย่าตายายของเรา แต่เป็นระเบียบการหรือเป็นวิธีการที่ดี จะไม่ล้าสมัย”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสเสด็จฯไปทรงเยี่ยมวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร 13 มีนาคม 2514

**********************

“ความคิดนั้นเป็นแม่บทใหญ่ของการพูดและการกระทำ เพราะกิจที่จะทำคำที่จะพูดทุกอย่างล้วนสำเร็จมาจากความคิดการคิดก่อนพูดและก่อนทำจึงช่วยให้บุคคลสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย10 กรกฎาคม 2540

**********************

“การดำรงชีวิตที่ดีจะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา การปรับปรุงตัวจะต้องมีความเพียรและความอดทนเป็นที่ตั้งถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ครูและนักเรียน โรงเรียนจิตรลดา 27 มีนาคม 2523

**********************

“การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัวและหลักศีลธรรมประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ดีแต่ขาดความยั้งคิด นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมของมนุษย์”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์18 กันยายน 2504

**********************

“สัจจวาจา นั้นเป็นรากฐานของการทำงาน หรือการดำรงชีวิตที่ดีที่งามที่มีความก้าวหน้า มีความสำเร็จ “สัจ” เป็นการตั้งใจ ตั้งจิตใจ “วาจา” เป็นคำพูดออกมา แสดงถึงคำพูดนั้นต้องออกมาจากใจ คือเป็นการตั้งใจที่จะทำอะไรเพื่อความสำเร็จในงานนั้น”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในโอกาสที่ผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรม เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ 18 มีนาคม 2525

**********************

“โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถานทั้งหลายเป็นของมีคุณค่า และจำเป็นแก่การศึกษาค้นคว้าในทางประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณคดี เป็นการแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทย ที่มีมาแต่อดีต ควรสงวนรักษาไว้ให้คงทนถาวร เป็นสมบัติส่วนรวมของชาติไว้ตลอดกาล”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา26 ธันวาคม 2504

**********************

“การที่คนสมัยใหม่บอกว่าคนสมัยเก่ามีความรู้น้อยก็อาจเป็นจริง แล้วคนสมัยใหม่ดูถูกหรือเหยียดหยามคนสมัยเก่าก็มีสิทธิ์แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว สิทธิ์ที่จะเหยียดหยามคนรุ่นเก่าไม่ควรจะมีด้วยเหตุว่าคนรุ่นเก่านี้เองทำให้คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาได้”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2531

**********************

“ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นต้องแก้ไข อย่าทิ้งไว้พอกพูนลุกลามจนแก้ยาก ขอให้ทุกคนระลึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้ถ้าแก้คนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้หลายๆ คน หลายๆ ทาง ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย13 กรกฎาคม 2533

**********************

“ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัวโดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2533

**********************

“คนไทย รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ ด้วยสติปัญญาความสามารถ และด้วยคุณความดี อิสรภาพ เสรีภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2521

**********************

“ผู้ที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุด ดี และเหมาะสมที่สุด ไม่มีใครอื่นนอกจากคนไทย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใดคนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทยเสมอ”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น 27 กุมภาพันธ์ 2537

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘บางใบไม้’ภูมิชุมชนวิถีไทย ในคลองร้อยสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620119

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บางใบไม้’ภูมิชุมชนวิถีไทย ในคลองร้อยสาย

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชุมชนบ้านบางใบไม้

การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากชุมชนต้นแบบให้เกิดการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อนำร่องในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ตามนโยบายของรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมนั้น นอกจากจะสร้างรายได้สู่ชุมชนแล้วยังเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศหลังโควิด-19 อาทิตย์นี้ได้ตามรอยหาภูมิชุมชนต้นแบบไปที่ ชุมชนบางใบไม้ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นชุมชนที่สร้างวิถีวัฒนธรรมของตนอย่างเข้มแข็งมานาน ชุมชนบางใบไม้แห่งนี้เป็นถิ่นของชาวในบาง ที่รู้จักกันมาแต่ต้นรัตนโกสินทร์  ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จ.สุราษฎร์ธานี ๒ กม. มีพื้นที่ ๑๐.๑๔ ตารางกิโลเมตร ๖,๕๗๖ ไร่ ด้วยเหตุที่เป็นพื้นที่ราบของลุ่มน้ำตาปีที่มีคลองเล็กคลองน้อยไหลผ่านพื้นที่นับร้อยคลอง และเชื่อมต่อชุมชนในตำบลต่างๆ ถึง ๖ ตำบลจนมีชื่อเรียกว่า “คลองร้อยสาย”ซึ่งมีแนวธรรมชาติแบ่งชุมชนต่างๆ นั้น ให้เป็นชุมชนชุ่มน้ำบริเวณปากอ่าวบ้านดอน ซึ่งทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ จากการที่มีน้ำกร่อย น้ำเค็ม  น้ำทะเลหนุน และน้ำจืด ไหลสลับวนเวียนจนเกิดห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติในวิถีชุมชน อันเกิดอาชีพการประมง  การทำสวนและการใช้เส้นทางน้ำสัญจรผ่านชุมชนต่างๆ ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ จากผู้นำชุมชนพลัง “บวร” และชาวชุมชนคุณธรรมฯวัดบางใบไม้ โดยมีการส่งเสริมจาก นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

เคยจี่ อาหารบนกะลา 

ด้วยความโดดเด่นที่เป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ โดยเฉพาะมี ต้นจาก จำนวนมากขยายกอจากเป็นแนวยาวเชื่อมต่อให้เป็น “อุโมงค์ต้นจาก” นั้นได้สร้างมุมมองของความงดงามเฉพาะถิ่นขึ้น เมื่อล่องเรือเข้าอุโมงค์ต้นจาก สะท้อนสายน้ำในยามมีแสงสาดส่องนั้นจึงเป็นภาพตื่นตาที่หาได้ยากยิ่ง อีกทั้งเมื่อมีการนำวิถีชีวิตชุมชนเก่าในคลองร้อยสาย มารวมเป็นตลาดน้ำขึ้นเพื่อส่งเสริมสินค้าทางวัฒนธรรมให้สร้างรายได้ให้คนได้เที่ยวแล้ว ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากเรื่องพระยาตากสินยกทัพมาตีเมืองนครศรีธรรมราช ขุนประจันศึกประชิด ทหารคู่ใจของเจ้าเมืองนครฯ ได้รักษาหัวเมืองทางด้านทิศเหนือเห็นว่าจะสู้ทัพพระยาตากสินไม่ได้จึงให้ทหารลงเรือหลบหนี ขุนประจันศึกประชิดพร้อมทหารคู่ใจได้พาครอบครัวหนีมาทางแม่น้ำหลวง ผ่านบ้านดอนเพื่อจะไปเมืองไชยา แต่เมืองไชยานั้นถูกพระยาตากสินยกทัพตีแตก ขุนประจันศึกประชิดจึงถอยร่นลงมาในลำคลองเล็กๆ แล้วตั้งบ้านเรือนโดยสร้างบ้านหลังใหญ่ประมาณ ๕ หลัง เดิมชื่อว่าหมู่บ้านใหญ่ ต่อมาเป็นตำบลบางใบไม้ ต่อมาจึงสร้างวัดบางใบไม้ เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยรวมวัดนอกและวัดในไว้ด้วยกัน วัดและอาคารเก่าที่เหลืออยู่จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งมี หลวงพ่อข้าวสุก (สุข) ที่หลวงพ่อขำ ได้สร้างจากเหตุชุมชนเกิดโรคอหิวาห์ระบาดในปีพ.ศ.๒๔๓๓-๒๔๔๖ โดยนำข้าวสุกปลุกเสกปั้นเป็นองค์พระ ๙ วัน ๙ คืน และมีการต่อเติมขึ้น ภายหลังจึงหล่อทองแดงหุ้มพระข้าวสุกภายหลัง พระองค์นี้สร้างขึ้นเพื่อเรียกให้คนบางใบไม้กลับมาอยู่บ้านหลังจากทิ้งบ้านหนีโรคระบาดไม่กล้าเข้ามาอยู่จึงเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่มีคนนับถือมาก นอกจากนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัด  มณฑปศาลาของวัด เรือนโบราณของขุนประจันศึกประชิด เป็นผู้ออกแบบและสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาเมื่อพ.ศ.๒๓๑๒ ที่มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี ความโดดเด่นของบ้านหลังนี้คือฝีมือเชิงช่างการเข้าสลักไม้ ไม่มีการตอกตะปู ที่เหลือไว้เป็นอนุสรณ์ของชุมชน เป็นต้น

ส่วนวิถีชุมชนนั้นมีอาหารพื้นบ้าน ขนมหวาน พืชผัก ผลไม้สดจากสวน รวมถึงของพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ของชุมชนมีหลากลาย โดยเฉพาะ “น้ำส้มจาก” และ “น้ำผึ้งจาก” และผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สวนลุงสงค์ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และมีสินค้าส่งออก แบรนด์ “พร้าวไทย” (Prow Thai) เป็นต้น
นี่คือชุมชนต้นแบบคุณธรรมและวิถีแบบไทยที่ต้องขอบคุณคุณยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญของวิถีวัฒนธรรมจากความเข้มแข็งของชาวบ้านชุมชนบางใบไม้ชุมชนบางใบไม้อุโมงค์ต้นจากอุโมงค์ต้นจากดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ.ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ.ที่เที่ยวสุราษฎร์ธานีแห่งใหม่ที่เที่ยวสุราษฎร์ธานีแห่งใหม่เที่ยวทางเรือคลองร้อยสายเที่ยวทางเรือคลองร้อยสายผลิตภัณฑ์ของชุมชนบางใบไม้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนบางใบไม้ภายในบ้านหลังเก่า

ภายในบ้านหลังเก่าหลวงพ่อสุข พระของชุมชนหลวงพ่อสุข พระของชุมชนอาคารมณฑปในวัดอาคารมณฑปในวัด