กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ผลสำเร็จแปลงใหญ่ ใช้เทคโนโลยีพัฒนาอาชีพพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/617837

กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ผลสำเร็จแปลงใหญ่ ใช้เทคโนโลยีพัฒนาอาชีพพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.02 น.

​กรมส่งเสริมการเกษตร นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูความคืบหน้าโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ ในพื้นที่ จังหวัดสระบุรี โชว์ผลสำเร็จแปลงใหญ่พืชไร่และประมง ใช้เทคโนโลยีใหม่ต่อการพัฒนาอาชีพ มุ่งสู่การ พึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง และยั่งยืน

​นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลจึงจำเป็น ต้องมุ่งเน้นการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพื่อพยุงเศรษฐกิจและเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ในปีงบประมาณ 2564 กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของสินค้าอีก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง การยางแห่งประเทศไทย และกรมหม่อนไหม โดยเน้นส่งเสริมการผลิตในรูปแบบเกษตรสมัยใหม่ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ และสร้างความร่วมมือการบริหารจัดการที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ข้อมูลภาพรวมโครงการ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่แจ้งเข้าร่วมโครงการยกระดับฯ ทั้งสิ้น 3,381 แปลง แบ่งเป็นกรมส่งเสริมการเกษตร 1,065 แปลง กรมการข้าว 2,029 แปลง กรมปศุสัตว์ 109 แปลง กรมประมง 29 แปลง การยางแห่งประเทศไทย 134 แปลง และกรมหม่อนไหม 15 แปลง

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดสระบุรี มีแปลงใหญ่ทั้งสิ้นจำนวน 77 แปลง ซึ่งได้เสนอความต้องการเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ทั้งหมดจำนวน 61 แปลง งบประมาณรวมประมาณ 152.7 ล้านบาท โดยมีจำนวน 36 แปลงที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการฯ งบประมาณรวมประมาณ 100.7 ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินการเบิกจ่ายแล้วร้อยละ 98.36 ของจำนวนแปลงที่เข้าร่วมโครงการของจังหวัด ซึ่งจากการติดตามผลการดำเนินงาน มีแปลงใหญ่ในจังหวัดสระบุรีหลายแปลงที่เข้าร่วมโครงการแล้วประสบความสำเร็จ สามารถต่อยอดพัฒนากลุ่มไปสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง อาทิ

แปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง ที่สามารถพัฒนากระบวนการผลิตมันสำปะหลัง โดยไม่มีวัสดุทางการเกษตรเหลือทิ้ง (zero waste) โดยการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของมันสำปะหลัง ได้แก่ 1) การนำใบและยอดมาหมักเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร TMR สำหรับโคนม 2) นำหัวมันสดมาแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาดและหัวมันหมัก 3) นำส่วนของเหง้ามันสำปะหลังมาเผาเป็นถ่านด้วยเตาเผาถ่านชีวมวล และ 4) มีการเก็บต้นมันสำปะหลังเป็นท่อนพันธุ์สำหรับการปลูกในครั้งต่อไป ซึ่งนับเป็นผลสำเร็จของโครงการฯ ที่มีส่วนผลักดันให้เกษตรกรสามารถดำเนินธุรกิจในระดับชุมชนได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้เลี้ยงปลาดุกแปลงใหญ่อำเภอวังม่วง ที่เกษตรกรสามารถใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุน รวมทั้งสมาชิกทุกคนยังได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของกรมประมง (GAP กรมประมง) แล้ว

ทั้งนี้ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการต่อยอดมาจากโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 เน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานขับเคลื่อนการดำเนินงานกับหน่วยงานเจ้าของสินค้า ปัจจุบันมีแปลงใหญ่ ที่ผ่านการรับรองแล้ว จำนวน 8,318 แปลง เกษตรกรประมาณ 4.67 แสนราย พื้นที่กว่า 7.65 ล้านไร่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากการลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิตรวมประมาณ 47,275.71 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564) -(016)

sacit ชวนช็อปของขวัญปีใหม่ในงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยามครั้งที่ 12 – Crafts Bangkok 2021’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620623

sacit ชวนช็อปของขวัญปีใหม่ในงาน 'อัตลักษณ์แห่งสยามครั้งที่ 12 - Crafts Bangkok 2021'

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.26 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit จัดงาน  อัตลักษณ์แห่งสยามครั้งที่ 12 และ Crafts Bangkok 2021 งานแสดงสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยและงานคราฟต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีรวม 2 งานใหญ่ไว้ในงานเดียว ภายใต้แนวคิด“ความงามอันทรงคุณค่าและการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุด”เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและสร้างความแข็งแกร่งให้งานศิลปหัตถกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางงานศิลปหัตถกรรมในระดับภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2564 ณ ฮอลล์98-100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

พรพล เอกอรรถพร รักษาการผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เผยว่า งานอัตลักษณ์แห่งสยาม และ งาน Crafts Bangkok เป็นงานประจำปีที่ sacit จัดมาโดยตลอดต่อเนื่องทุกปี ซึ่งปีที่ผ่านมาถือได้ว่าประสบความสำเร็จสร้างยอดจำหน่ายรวมกว่า 120 ล้านบาท แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติโควิด-19 สำหรับงานที่กำลังจะมีขึ้นถือว่าเป็นงานแสดงสินค้าศิลปหัตถกรรมและงานคราฟต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากรวม2งานแสดงสินค้า ได้แก่ งานอัตลักษณ์แห่งสยามครั้งที่ 12 และ Crafts Bangkok 2021 ไว้ด้วยกัน มีร้านค้าร่วมงานกว่า 550 บูธ ประชาชนสามารถมาเดินชมเลือกซื้อสินค้าสำหรับเป็นของขวัญ ของฝาก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ได้อย่างมั่นใจ ภายใต้มาตรการเข้มงวดการคัดกรองผู้ประกอบการและผู้เข้างาน รวมถึงความสะอาดของพื้นที่จัดงาน โดยหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนออกมาจับจ่ายเพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานรากและสนับสนุนงานแฮนด์เมดของชุมชน สืบสานและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูงไม่ให้หายไปตามกาลเวลา

สำหรับ งานอัตลักษณ์แห่งสยามครั้งที่ 12แบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ โซนศิลปาชีพรวมไทย จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และร้านภัทรพัฒน์, โซนครูศิลป์ของแผ่นดิน 2564 นิทรรศการและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2564,โซนสืบสานภูมิปัญญา สาธิตกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมไทยอันมีรูปแบบเฉพาะตัวของเหล่าครูศิลป์ของแผ่นดิน, โซนมรดกล้ำค่าของแผ่นดิน นิทรรศการผลงานครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม, โซนเสน่ห์เส้นสายลายศิลป์ สุดยอดนิทรรศการภาพวาดสีน้ำมันจากปลายพู่กันของอาจารย์สมาน คลังจัตุรัส พร้อมศิลปินวาดภาพสีน้ำและสีน้ำมัน ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล

และเปิดตัวผลงานภาพวาดสุดพิเศษ“พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปีในปี พ.ศ.2549” ซึ่งยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน, โซนร่วมรังสรรค์งานศิลป์ จัดเวิร์คช็อปถ่ายทอดองค์ความรู้จากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมและทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจที่ได้ร่วมเรียนรู้ทักษะเชิงช่างหลากหลายประเภท สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง, โซนหัตถศิลป์ทั่วถิ่นไทย พบการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่าจากฝีมือครูชั้นนำระหว่างประเทศ ร้านค้าจากทั่วทุกภาคของประเทศ อาทิ งานหัวโขน, หนังใหญ่, งานหัตถกรรมผ้าไทย, เครื่องเงิน-เครื่องทอง, เครื่องถม, เครื่องจักสาน เป็นต้น

ส่วนงาน  Crafts Bangkok 2021  รวมงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยร่วมสมัยหลากหลายดีไซน์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ของสมาชิก สศท. เช่น กลุ่มดีไซน์ กลุ่มไลฟ์สไตล์ กลุ่มวัสดุธรรมชาติอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ กลุ่มงานศิลปหัตถกรรมไทยแบบดั้งเดิม, ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และโครงการในพระราชดำริ เช่น โครงการกำลังใจฯ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, โครงการเซรามิค สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์พิเศษ การเจรจาธุรกิจ การสาธิตและทดลองทำงานคราฟต์, นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานพันธมิตร, นิทรรศการแสดงผลงานจากการประกวดผ้าไทยใส่ได้ทุก Gen และโครงการ SACIT WAR CRAFT สงครามทำมือ ที่เป็นโครงการประกวดผลงานศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมบนเวทีที่จะมามอบความสนุกให้กับผู้ที่มาร่วมงาน รวมถึงมีมินิคอนเสิร์ตบนเวทีจากนักร้องชื่อดัง

สัมผัสเสน่ห์งานศิลปหัตถกรรมไทยในแบบดั้งเดิมและดีไซน์ร่วมสมัยได้ ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 98-100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: @sacitofficial

-(016)

SKECHERS X We Bare Bears คอลเลคชันชวนซ่ากับแก๊งสามหมีจอมป่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620619

SKECHERS X We Bare Bears คอลเลคชันชวนซ่ากับแก๊งสามหมีจอมป่วน

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.10 น.

SKECHERS X We Bare Bears คอลเลคชันชวนซ่ากับแก๊งสามหมีจอมป่วน

สเก็ตเชอร์ส  นำเสนอคอลเลคชันเสื้อผ้าสไตล์สตรีท ที่ผสานความน่ารักเต็มอัตรากับ We Bare Bears

แอนิเมชั่นเรื่องราวของหมีสามพี่น้อง Grizz, Pan Pan, และ Ice Bear ที่แฟนคลับทั่วโลกตกหลุมรัก

ครั้งแรกของ สเก็ตเชอร์ส (SKECHERS) แบรนด์กีฬาและไลฟ์สไตล์ชั้นนำ กับการสร้างสรรค์คอลเลคชันร่วมกับ We Bare Bears (วีแบร์แบร์ส) สามหมีจอมป่วน กับการ์ตูนที่มีภาพจำอันโด่งดังเป็น หมีแสนน่ารัก 3 ตัวที่ต่อหลังซ้อนกัน จนกลายเป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต ผลงาน
แอนิเมชันจากการ์ตูนเน็ตเวิร์ค สตูดิโอ (Cartoon Network Studio)  โดยคอลเลคชัน Skechers X We Bare Bears Collection เปิดตัวให้ทุกคนได้สัมผัสกับความน่ารักผ่านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ และสามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ตังแต่วันนี้ ผ่านทาง ร้านสเก็ตเชอร์สทุกสาขา และช่องทางออนไลน์

เมื่อแก๊งป่วนก๊วนหมี 3 พี่น้องมาวาดลวดลายความซ่ากับสเก็ตเชอร์สรับรองว่าไม่ธรรมดา เพราะทุกตัวนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เริ่มจาก “กริซซ์” (Grizz) พี่คนโตสีน้ำตาล, “เเพนเเพน” (Pan Pan) หรือ แพนด้า น้องหมีคนกลาง และสุดท้ายหมีขาวสุดน่ารักอย่าง “หมีเเข็ง” หรือ “ไอซ์เเบร์” (Ice bear) ที่มาโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวา เป็นลายการ์ตูนปรากฏอยู่บนเสื้อยืดในคอลเลคชัน Skechers X We Bare Bears โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 แบบ เป็นดีไซน์สำหรับผู้ใหญ่ 4 แบบ และสำหรับเด็ก 2 แบบ มาในโทนสีขาว, สีดำ, สีเหลือง และสีเทา สะท้อนถึงความสนุกสนานร่าเริง และสวมใส่ได้ทุกโอกาส นอกจากนี้ยังมีกระโปรงดีไซน์สุดเก๋ สำหรับสาว ๆ ให้สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อยืด และสำหรับคุณหนู ๆ ก็สามารถสวมเสื้อคู่กับกางเกงขาสั้นลำลองได้

We Bare Bears หรือ สามหมีจอมป่วน  เป็นแอนิเมชันที่ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าหมีขนปุยทั้งสามตัว ที่พยายามจะใช้ชีวิตแบบมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมดิ้นรนหาอาชีพเลี้ยงตัวเอง หรือแม้กระทั่งการพยายามเป็นเน็ตไอดอล เป็นต้น ซึ่งคาแรคเตอร์ที่น่าหยิกแกมหยอกแบบนี้นี่เองที่ทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกต่างตกหลุมรัก และยังติดตามเอาใจช่วยไปกับการผจญภัยของสามหมีจอมป่วน ซึ่งคุณเองก็สามารถร่วมการผจญภัยไปกับ กริซซ์, เเพนเเพน และ ไอซ์เเบร์ (Ice Bear)  ด้วยการหยิบเอา Skechers X We Bare Bears collaboration มามิกซ์แอนด์แมทช์ได้ในทุกวัน

ร่วมผจญภัยไปกับสามหมีจอมป่วนในคอลเลคชัน  “Skechers X We Bare Bears Collection” พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ ร้าน SKECHERS และห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ รวมทั้งช้อปออนไลน์ที่ http://www.skechers.co.th

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620448

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทรงเข้ารับการศึกษา ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นณ โรงเรียนราชินี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง และระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นเนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา รวมทั้ง Master of Laws (LL.M.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และ Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ดังนี้ พุทธศักราช 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, พุทธศักราช 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, พุทธศักราช 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, พุทธศักราช 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์,พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎี บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2563 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อนสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระและทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย อีกทั้ง ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ

สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนาพระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562

พระกรณียกิจด้านต่างๆ ประกอบด้วยมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จากความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้ายเหล่านั้นพวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ที่ทรงห่วงใยราษฎรมาตลอดนับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วม ทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครเป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำที่เข้าท่วมนั้นมีมากและเป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่บางส่วน จึงทำให้ความช่วยเหลือทำได้ไม่ทั่วถึงและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด รู้สึกขาดที่พึ่งพิง และไม่ได้รับความเท่าเทียมจากหน่วยงานราชการ

กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2538 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ ลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนที่สถานีบริการน้ำมันย่านคลองสาน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากนั้นในช่วงบ่าย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย และซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด เพื่อทรงเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประสบภัยกับหน่วยงานราชการพระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2544 จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกายทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วยถุงยังชีพพระราชทาน ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงแก้ไขปัญหาระหว่างคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ด้วยทรงมีพระบรมราโชบายในการอนุรักษ์ป่าและช้าง รวมทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง ตลอดจนมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดการความขัดแย้งของคนกับป่าและการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงแก้ปัญหาคนกับช้างป่าด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน โดยมีพระดำริสร้างพื้นที่โครงการเร่งด่วน เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน เมื่อปี พุทธศักราช 2563 ที่ บ้านคลองมะหาด หมู่ที่ 14 อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่เกษตรแปลงรวมบ้านหนองกระทิง หมู่ที่ 20 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา(แก้มลิงคลองมะหาด) ช่วยเหลือทั้งคนและช้างตามวัตถุประสงค์ของ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้ประชาชนมีอาชีพที่ยั่งยืนตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่

โครงการกำลังใจ ในพระดำริ ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยครั้งแรกเสด็จฯ ทรงเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ“Enhancing Life for Female Inmates : ELFI”

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 โดยพระราชทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส สนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็น
ผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้นก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา “จัน” ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้นไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้นได้เห็นว่าสังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา “ธรา” โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่
เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป

พระเกียรติคุณ ประกอบด้วย รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่างๆ

รางวัล Medal of Recognition ทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา
เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จึงพิจารณาทูลเกล้าฯถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ

องค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ของ UNIFEM โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งพระราชทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และพระราชทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี หน่วยงาน UNIFEMจึงขอพระราชทานกราบทูลเชิญเป็นองค์“ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง

มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์ ประกอบด้วย มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, เครือข่ายคนรักน้องหมา, กองทุนกำลังใจ และศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)

N Health ยืนยันชุดน้ำยาตรวจโควิด มีประสิทธิภาพตรวจพบเชื้อโอไมครอนได

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620435

N Health ยืนยันชุดน้ำยาตรวจโควิด  มีประสิทธิภาพตรวจพบเชื้อโอไมครอนได

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) จำกัด ผู้ให้บริการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล ชี้แจงชุดน้ำยาการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Real-time RT-PCR ที่ทางห้องปฏิบัติการของบริษัทฯ ใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อ มีประสิทธิภาพในการตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 หรือ โอไมครอนได้

ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการ N Health ได้ทวนสอบไปยังผู้ผลิตน้ำยาการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยวิธีการ Real-time RT-PCR ที่ทางบริษัทฯใช้อยู่ และได้รับการยืนยันว่า น้ำยาที่ใช้สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนได้ โดยน้ำยาที่ใช้เป็นการตรวจจีโนมของเชื้อไวรัส 2 หรือ 3 ตำแหน่งยีน โดยยีนที่เป็นเป้าหมายในการตรวจจะอยู่ในยีนตำแหน่งต่างๆ เช่น M, N, S, E, Orf1ab หรือ RdRP โดยการที่ตรวจหา 2 หรือ 3 ตำแหน่งยีน ก็เพื่อเป็นการยืนยันผลบวกหรือลบ หรืออย่างน้อยหากตรวจพบเพียง 1 ตำแหน่งยีน ก็จะสามารถทวนสอบหรือตรวจทวนสอบหรือตรวจซ้ำก่อนรายงานผลได้

หลังจากพบการระบาดครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ และระบาดไปยังหลายประเทศ อาทิ บอตสวานา เบลเยียม ฮ่องกง อิสราเอล อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตรเลีย แคนาดาสาธารณรัฐเช็ก สกอตแลนด์ ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern) เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน มีตำแหน่งการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 ตำแหน่ง ซึ่งอาจหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ แม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้ว อย่างไรก็ตามห้องปฏิบัติการ N Health ก็มีความพร้อมและสามารถให้บริการ ตรวจหาและระบุสายพันธุ์ที่น่ากังวลของเชื้อโควิด-١٩ (Variants of Concern) ได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ แนวทางในการป้องกันเชื้อโควิด-19 ที่ดีที่สุดคือการ ฉีดวัคซีน แม้จะไม่ครอบคุลมการป้องกันในทุกสายพันธุ์รวมถึงสายพันธุ์โอไมครอนก็ตาม แต่เพื่อลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้อ รวมไปถึงยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดสวมหน้ากากอนามัย พกเจลล้างมือตลอดเวลา เว้นระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มโดยไม่จำเป็น เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเป็นการป้องกันโรคได้ดีที่สุด

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620450

คุณแหน

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธ.ค.ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์www.royaloffice.th ระหว่าง 6-8 ธ.ค. …

ll ทั้งสื่อมวลชนและคอการเมืองต่างจับตาดูเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. ประกาศจัดเลี้ยงกระชับมิตรพรรคร่วมรัฐบาล แต่แล้วก็มีเหตุทำให้ต้องเลื่อนงานเลี้ยงดังกล่าว จนที่สุดท่านหน.พปชร. ก็ประกาศเลื่อนงานไปอย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างถึงโรคโควิด-19 ยังมีอัตราสูงไม่เหมาะกับการจัดงาน แต่ข้อมูลลึกจากภายในชี้ให้เห็นเหตุผลที่แตกต่างออกไป เชื่อว่าหัวหน้าพรรคร่วมฯ บางคนมีความฝันในเส้นทางนายกฯสมัยหน้าเช่นกันจึงไม่ยอมมาถูกผูกมัดให้คำมั่นว่า พรรคตนจะให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัย ส่วน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ช่วงที่ผ่านมาพบว่าผลของโพลล์มีตัวเลขดีทั้งพรรคปชป.และหัวหน้า โดยเฉพาะหัวหน้าค่อนข้างเด่นสำหรับคนกรุงเทพฯ ในตำแหน่งนายกฯ…ส่วน อนุทิน ชาญวีรกูล นั้นเกิดมาพร้อมช้อนทองคำอยู่แล้ว เขามาเล่นการเมืองไม่เคยคิดกินน้ำใต้ศอกใครหวังจะได้กระทบไหล่ผู้นำทั่วโลกต่างหาก…

ll แล้ววันนั้นก็มาถึง… สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ (คาซิโน) ด้วยคะแนนเสียง 310 ต่อ 9 เพื่อแปรญัตติใน 90 วัน วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของกาสิโนในไทยเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ คณะกรรมาธิการมีจำนวน 60 คน โดยมี สส.ชื่อดังรวมอยู่ด้วย อาทิ ชัชวาลล์ คงอุดม, สิระ เจนจาคะ,มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ชาดา ไทยเศรษฐ์ความจริงแล้วเมื่อครั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม รัฐบาลเคยมอบหมายให้รองนายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษจำนวน 60 คน โดยมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกัน ผลการศึกษาในชุดนั้นได้แสดงให้เห็นข้อดีและข้อด้อยอย่างละเอียดอาทิ เราห้ามมีกาสิโน แต่เฉพาะนักพนันไทยเอาเงินไปโปรยให้กัมพูชาถึงปีละ 4 แสนล้านบาท แต่ถ้าความเสียหายที่รวมถึงบ่อนกาสิโนใหญ่ เช่น มาเก๊า,ออสเตรเลีย, เซาท์แอฟริกา ที่เป็นแหล่งโปรดของผู้มีอันจะกินจะทับถมทวีคูณเป็นปีละล้านล้านบาท…

ll เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่าน รายการ “โสมส่องใจ เทิดไท้นวมินทร์” ทางทีวีช่อง 5 มีอดีตนักดนตรีนักร้อง วง อส. อาทิ ม.ร.ว.หญิงเบญจาภา จักรพันธ์ุไกรฤกษ์, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธ์ุ, คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต, พรศรี สนิทวงศ์ ฟลินน์ และ 3 หนุ่มตระกูล ศิลาอ่อน มาขับร้องเพลง…รายการการกุศลดีๆ เช่นนี้ ไม่ได้ชมมานานแล้ว…

ll ด้วยวัย 90 ปี อดีตออท. สมปอง สุจริตกุล นั่งหลังตรงเขียนหนังสือได้สบายๆ มาก…ท่านรักษาสุขภาพได้ดีเยี่ยม…

ll วันพ่อทุกปี บรรดาลูกกตัญญูส่วนใหญ่จะไปไหว้รำลึกคุณของคุณพ่อ…พิจาริณี คณิวิชาภรณ์ พาคุณพ่อ ดร.พิชัย ไปฉลองกันสองคนพ่อลูกปล่อยคุณแม่ นลินี ไปลันช์ที่ร้านอาหารฮอตช็อปคนเดียว…

ll ส่วนคุณพ่อ พล.อ.อภิชัย วารุณประภา อบอุ่นใจยิ่งนักที่ลูกๆ มาไหว้ในวันพ่อแห่งชาติ…

ll พูดถึงคุณพ่อ อัมพร จักกะพาก ระลึกถึง คุณพ่อ อัสนี แอนโทนี่ ตันฑุวณิชย์ บิดาที่จากไปหลายปีแล้ว สมัยยังมีชีวิตท่านมีความสามารถหลากหลายด้านจริงๆ เคยช่วยงานที่ร้านของเล่นเด็กชื่อดัง “อมร” และช่วยสั่งซื้อหนังสือจากต่างประเทศให้ห้างเซ็นทรัลด้วย…

ll ภูมิใจมีภาพถ่าย แม้ไม่ผ่านเข้ารอบ นวรัตน์ เรอบลู ไปร่วมแข่งขันขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเดือน” ที่ธัญญาพาร์ค เมื่อวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค. …

ll ไปรับอากาศหนาวที่เขาใหญ่ อากาศกำลังเย็นสบายตอนนี้ ท่านอธิบดีฯ ธานี แสงรัตน์ กับ มาดามชลทิพย์…ส่วน ดลฤดี บุนนาค มีทริปขึ้นทางเหนือ…ด้าน ขนิษฐา พรหมสถิตย์ จากแอลเอ ไปทริปที่หนาวเย็นสุดขั้วที่อลาสก้า…เยี่ยมจริงๆ…

ll หัดเล่นเปียโน จนเล่นเพลงที่นักเปียโนหัดแรกๆ ใฝ่ฝันต้องเล่นเพลงนี้ให้ได้ เทวี แย้มสรวล เทียนทอง ปลาบปลื้มความสามารถตัวเองเป็นยิ่งนัก !!…ll
 

บารอนเนส

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งความสุขแบบชิคๆ คูลๆ กับต้นคริสต์มาส MBK MBCOOL

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620437

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งความสุขแบบชิคๆ คูลๆ  กับต้นคริสต์มาส MBK MBCOOL

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นแล้วกับไฟประดับหลากสีสันจากเหล่าต้นคริสต์มาส โดยปีนี้ต้นคริสต์มาสของ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งตระหง่านในธีม MBK MBCOOL ที่มีความMax Beyond Cool ที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างปรากฏการณ์สุด Cool ในแบบฉบับของตนเอง สอดคล้องกับการปรับโฉมใหม่ของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดยต้นคริสต์มาสประดับเป็นบอลลูนไลท์ติ้งสว่างไสวชวนให้นึกถึงลูกโป่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขที่นิยมมอบให้แก่กันแทนความรู้สึกในวันพิเศษหรือวันสำคัญๆ โดย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งใจมอบเป็นของขวัญแทนใจส่งความสุขให้กับทุกคน สร้างบรรยากาศที่ครึกครื้นและสนุกสนาน

อีกมุมไฮไลท์ในการถ่ายรูป คือ หน้าเสือ สื่อถึงปีนักษัตร ปี 2565 ซึ่งตรงกับปีขาล ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงอำนาจและความเป็นสิริมงคลหนุนนำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ของการตกแต่ง (BEYOND thinking) ที่มีความแตกต่างและทันสมัย สร้างความ COOL ไม่ซ้ำใครเช่นเดียวกับการออกแบบทุกเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่มีการสร้างสรรค์ไอเดียเต็มที่เรียกเสียงว้าวจากผู้ที่ได้มาชม โดยในวันเปิดไฟต้นคริสต์มาส สมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเอ็ม บี เค และเหล่าศิลปินนักร้องนายแบบให้เกียรติร่วมงาน อาทิ ศิลปินไอดอลหญิง BNK 48 นำโดย
6 เมมเบอร์ ได้แก่ แพนเค้ก (PANCAKE) ไข่มุก (KAIMOOK) มิวสิค MUSIC แก้ว (KAEW) ปาเอญ่า (PAEYAH) และฮูพ (HOOP) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงร้องเพลงต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและอวยพรปีใหม่จากเหล่าศิลปินไอดอล
นักร้องนักแสดง นำโดยนายแบบหนุ่มชาวญี่ปุ่น “เรียวตะ โอมิ” จากเวที The Face Men Thailand Season 2 นายแบบ
อาชีพชื่อดังชาวญี่ปุ่น “ฮิโระ” นักร้องหนุ่มMEEN WORAWIT ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปสาวสุดฮอต Wisdom ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ Wisdom sisters พร้อมด้วยไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปและบอยแบนด์อีกมากมาย นำโดย CM café / Blackdolls / Peachyou / THAIYEAH และ Pink Navy ต้นคริสต์มาส MBK MBCOOL ยังจัดตกแต่งให้ได้ถ่ายรูปชิคๆ คูลๆ กันบริเวณทางเชื่อม A la art และภายในเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น G โซน C อีกด้วย พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษเพียงถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสและไฟสวยๆ เช็คอินที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์และติด #MBKxChristmas ลุ้นเป็น 10 ภาพถ่ายที่เก๋และคูลที่สุด รับของรางวัล Limited Edition กระเป๋า MBK MAX & BEYOND COOL มูลค่าใบละ 1,290 บาท จากความสวยงามใจกลางกรุงถึงใจกลางชุมชน ชี้พิกัดเช็คอินต้นคริสต์มาสเก๋ๆ กับอีก 3 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค โดยศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค ทหารนัทแครกเกอร์ไขลานกำลังตีกลองสีแดงสดใส บรรเลงบทเพลงแห่งความสุขขับกล่อมลูกค้าที่มาใช้บริการ รายล้อมด้วยกล่องของขวัญขนาดเล็กใหญ่ และแคนดี้สีสัน ส่วนต้นคริสต์มาสของ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ เจิดจรัสภายใต้คอนเซ็ปต์โฮโลแกรมที่มีความแวววาวสะท้อนแสง ตกแต่งรอบๆ ด้วยผลึกคริสตัลแห่งความสุขเปรียบเสมือนความสุขที่งอกเงยออกมาจากพื้นที่ พร้อมด้วยเหล่า Snowman และกวางเรนเดียร์

ช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้แวะมาเช็คอินกับต้นคริสต์มาสกันได้ที่ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค พร้อมใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันกับร้านค้าต่างๆ ภายในศูนย์ฯ ที่มีการจัดโปรโมชั่นส่วนลดสุดคุ้มร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลส่งท้าย
ปีเก่าต้อนรับปีใหม่สมพล ตรีภพนารถ กก.ผจก.ธุรกิจศูนย์การค้า บมจ.เอ็ม บี เค ประธานเปิดงาน พร้อมคณะผู้บริหารและเหล่าศิลปิน ศิลปินไอดอลหญิง BNK 48 ร่วมเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLสมพล ตรีภพนารถ กก.ผจก.ธุรกิจศูนย์การค้า บมจ.เอ็ม บี เค ประธานเปิดงาน พร้อมคณะผู้บริหารและเหล่าศิลปิน ศิลปินไอดอลหญิง BNK 48 ร่วมเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLMBK Center X’MasMBK Center X’Masเช็คอินกับต้นคริสต์มาสที่เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์เช็คอินกับต้นคริสต์มาสที่เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์เช็คอินกับต้นคริสต์มาสที่เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9เช็คอินกับต้นคริสต์มาสที่เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9เช็คอินกับต้นคริสต์มาสที่พาราไดซ์ พาร์คเช็คอินกับต้นคริสต์มาสที่พาราไดซ์ พาร์คไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป ส่งความสุขชวนมาเช็คอินกับต้นคริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป ส่งความสุขชวนมาเช็คอินกับต้นคริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไอดอลบอยแบนด์ร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLไอดอลบอยแบนด์ร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLMEEN WORAWIT,เรียวตะ โอมิ และ ฮิโระ ศิลปินนักร้อง
นายแบบชั้นนำ

MEEN WORAWIT,เรียวตะ โอมิ และ ฮิโระ ศิลปินนักร้อง นายแบบชั้นนำไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOLไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส MBK MBCOOL

ฝากไข่ก่อนอายุ 35 ปีเพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620436

ฝากไข่ก่อนอายุ 35 ปีเพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การวางแผนครอบครัวเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์ในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรละเลย หลายคนที่ยังไม่เจอคนที่ใช่ในตอนนี้ อาจจะคิดว่ารอให้เจอคนที่ใช่ก่อน ถึงจะเริ่มวางแผนครอบครัวไปด้วยกัน แต่การปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆ นอกจากอายุจะมากขึ้นแล้ว ความเสื่อมของระบบภายในก็มากขึ้นตามด้วย โดยเฉพาะปริมาณและคุณภาพไข่ของผู้หญิง ดังนั้น “การฝากไข่” จึงเป็นแนวทางการวางแผนชีวิตครอบครัวในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

แพทย์หญิงวนากานต์ สิงหเสนา สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร อธิบายว่า “ไข่” ที่ถูกผลิตมาจาก “รังไข่” เป็นเซลล์สืบพันธุ์ที่สำคัญของฝ่ายหญิง ซึ่งโดยปกติอายุยิ่งมาก ปริมาณและคุณภาพไข่ของผู้หญิงก็จะยิ่งลดลง โดยเฉพาะเมื่ออายุ 35 ปี ขึ้นไป จะมีผลทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้น หรือหากตั้งครรภ์จะถือว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง และทารกในครรภ์อาจมีความผิดปกติได้

แต่ในปัจจุบันด้วยสภาพแวดล้อมหลายปัจจัย ทำให้ผู้หญิงมีลูกช้าลงและคำนึงถึงการวางแผนครอบครัวน้อยลง “การฝากไข่” จึงเป็นทางออกของผู้หญิงที่ต้องการวางแผนมีครอบครัวที่สมบูรณ์ในอนาคต หรือในเวลาที่พร้อม ซึ่งการฝากไข่ คือการเก็บไข่ในอายุที่เหมาะสม ได้แก่ 28-35 ปี และนำไปแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวอุณหภูมิลบ 196 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สามารถหยุดการทำงานของเซลล์ได้ โดยสามารถเก็บได้นานหลายสิบปีเมื่อมีการนำไข่มาใช้ในภายหลัง ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จเท่ากับอายุตอนเก็บไข่ เช่น หากเราอยากมีลูกตอนอายุ 40 แต่มาเก็บไข่ตอนอายุ 32 โอกาสตั้งครรภ์สำเร็จก็จะเท่ากับคนอายุ 32 ปี

กลุ่มที่เหมาะกับการฝากไข่ นอกจากกลุ่มสาวโสด แต่งงานช้าแล้ว ยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรักษาด้วยการฉายแสงบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือให้ยาเคมีบำบัด เพราะอาจทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายหลังการรักษา รวมถึงกลุ่มที่มีแนวโน้มรังไข่เสื่อมก่อนวัย เช่น มีโรคประจำตัว ฮอร์โมนไม่สมดุล หรือ มีประวัติเคยผ่าตัดรังไข่และเนื้อรังไข่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการฝากไข่ ควรได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อจำกัดในการเก็บไข่ เช่น มีเลือดออกผิดปกติ โดยวันที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์ควรเป็นวันที่ประจำเดือนมาวันแรก หรือไม่เกิน 4 วันแรก เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจอัลตราซาวนด์ดูจำนวนฟองไข่ของเดือนนั้นๆ และพิจารณาให้ยากระตุ้นไข่

ทั้งนี้ โดยธรรมชาติของผู้หญิง ในวันแรกของรอบประจำเดือนจะมีฟองไข่เล็กๆ หลายใบ แต่จะโตจนถึงวันตกไข่เพียง 1 ใบเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากเข้าสู่กระบวนการเก็บไข่ จึงจำเป็นต้องฉีดยาฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ฟองไข่ใบเล็กๆ ที่มีอยู่ โตขึ้นทั้งหมดและเก็บออกมาแช่แข็งไว้ เพราะหากไม่ฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้น ก็จะได้ไข่แค่ใบเดียว

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเก็บไข่ นับตั้งแต่ปรึกษาแพทย์ครั้งแรก กระตุ้นไข่ ฉีดยากันไข่ตก จนถึงวันเก็บไข่ ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพราะฉะนั้น แนะนำให้เริ่มตระหนักตั้งแต่อายุน้อย เพื่อความมั่นคงของชีวิตในอนาคต โดยจำนวนไข่ที่เก็บได้จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณไข่ตั้งต้นในวันแรกของรอบเดือน ซึ่งมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องคืออายุ ยิ่งอายุมาก ปริมาณและคุณภาพไข่ที่ได้ก็จะน้อย หากอยากเก็บไข่แช่แข็งเยอะ อาจจะต้องเก็บไข่หลายรอบ

อย่างไรก็ตาม มีคนไข้อายุน้อยหลายคนเลยที่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการฝากไข่ เพราะว่าไข่ของเรามีวันหมดอายุได้ยกตัวอย่างคนไข้รายหนึ่ง อายุ 31 ปี ยังไม่มีการวางแผนจะแต่งงานมีลูกในเร็วๆ นี้ แต่มีความต้องการที่จะมีลูกในอนาคต จึงเข้ามาปรึกษาหมอเพื่อเก็บไข่แช่แข็ง ซึ่งจากอายุ ณ ตอนนี้ที่เข้ามาเก็บไข่ ทำให้ได้ปริมาณไข่เยอะ จึงไม่ต้องนัดมาเก็บไข่อีกรอบ คนไข้ก็ดีใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอกเพราะกังวลว่าถ้ามีลูกตอนอายุมากจะทำให้มียาก แต่ตอนนี้สบายใจขึ้น เพราะมั่นใจว่าการฝากไข่จะช่วยให้มีลูกง่ายขึ้นจึงอยากแนะนำใครที่สนใจจะฝากไข่ เพียงแค่หาช่วงจังหวะที่สามารถมาพบหมอได้บ่อย ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็เสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว

โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620433

โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังจากมีข่าวเกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ไวรัสสายพันธุ์นี้ก็โด่งดังทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เพราะพบว่าสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ในส่วนที่สำคัญของไวรัสมากจุดกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมา วันนี้ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยจะมาเล่าถึงไวรัสสายพันธุ์นี้เท่าที่มีข้อมูลในปัจจุบัน

โอมิครอนตั้งชื่อตามตัวอักษรกรีกตัวที่ 15 เนื่องจากสายพันธุ์ของไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 ใช้ชื่อตามอักษรกรีกแทนการใช้ชื่อประเทศแบบเดิม ทำให้เราคุ้นเคยกับชื่อสายพันธุ์อัลฟ่า (Alpha) หรือสายพันธุ์อังกฤษเดิม สายพันธุ์เบต้า (Beta) หรืสายพันธุ์อัฟริกาเดิมและสายพันธุ์เดลต้า (Delta) หรือสายพันธุ์อินเดียเดิมที่เป็นสายพันธุ์หลักของการระบาดในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งก่อนที่จะมีสายพันธุ์โอมิครอน หลายคนอาจได้ยินชื่อสายพันธุ์มิว (Mu) มาก่อน แต่มาใช้โอมิครอนข้ามชื่อนิว (Nu) เพราะพ้องกับภาษาอังกฤษที่หมายความว่าใหม่ และ ไซ (Xi) ซึ่งตรงกับชื่อผู้นำบางประเทศไป

การแพร่กระจายเชื้อ ยังไม่ชัดเจนว่ากระจายง่ายกว่าสายพันธุ์เดลต้าไหม แต่ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการแพร่ระบาดในแอฟริกาตอนใต้อย่างรวดเร็ว จึงน่ามีโอกาสแพร่ได้ง่ายกว่า รวมทั้งความรุนแรงของเชื้อ ก็ยังไม่แน่ว่าจะรุนแรงกว่าหรือน้อยกว่าเดลต้า แต่ข้อมูลเบื้องต้นพบมีผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากในพื้นที่ระบาด แต่อาจเป็นเพราะการระบาดเกิดขึ้นเร็ว จึงยังต้องรอรายงานข้อมูลเรื่องนี้อีกสักระยะ

ที่น่าสนใจคือพบว่ามีโอกาสเกิดโควิด-19 ซ้ำจากสายพันธุ์โอมิครอนในผู้ที่เคยเป็นโควิด-19 มาก่อนแล้วได้บ่อยขึ้นกว่าสายพันธุ์ก่อนๆ ซึ่งอาจแสดงว่าโอมิครอนสามารถหลีกหนีภูมิต้านทานได้ดีขึ้น และน่าจะทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนลดลงด้วย แต่คาดการณ์ว่าวัคซีนยังช่วยป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตจากสายพันธุ์นี้ได้คงต้องรออีกสักพักจึงจะได้ข้อมูลความสามารถของวัคซีนที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันว่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อจากสายพันธุ์นี้ได้อย่างไร

การตรวจพบด้วย RT-PCR ยังได้ตรวจพบสายพันธุ์โอมิครอนได้เหมือนสายพันธุ์อื่น แต่การตรวจ ATK ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าคัดกรองได้ดีแค่ไหน คงต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนการดื้อต่อยารักษายังไม่มีข้อมูลชัดเจน น่าจะต้องรองานวิจัยเพิ่มเติมเช่นกันโดยเฉพาะยาในกลุ่มที่เป็นแอนติบอดีต่อเชื้อ

ประเทศไทยตอนนี้มีมาตรการการตรวจคัดกรองสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทาง รวมทั้งมีการห้ามการเดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน แต่คงต้องระวังการลักลอบเข้ามาจากประเทศชายแดน เหมือนที่เดลต้าเข้ามาบ้านเราด้วย

ไม่ว่าสายพันธุ์ไหนมา การเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง จะช่วยในการป้องกันโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์ รวมทั้งการได้รับวัคซีนก็ยังช่วยให้ลดการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้

พลอากาศโท นายแพทย์ อนุตตร จิตตินันทน์

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

กลุ่มทรู รวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์‘เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ’ต่อเนื่องปีที่ 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620310

กลุ่มทรู รวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์‘เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ’ต่อเนื่องปีที่ 4

วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2564 กลุ่มทรู โดย วาที เปาทอง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสากว่า100 คน ร่วมแรงร่วมใจทำกิจกรรมบำเพ็ญความดีทำประโยชน์เพื่อสังคม ในโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในโอกาสนี้ สำนักงานเขตห้วยขวาง โดย ธีระชัย อินทร์สุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด ได้นำเจ้าหน้าที่จิตอาสา มารวมพลังร่วมทำความสะอาด ล้างถนน เก็บขยะ ปรับปรุงทัศนียภาพ บริเวณทางเดินเท้าถนนรัชดาภิเษก หน้าตึกทรู ทาวเวอร์ และคลองยายสุ่น ให้สวยงามสะอาดตายิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มทรู ที่ได้แสดงพลังแห่งความสามัคคี ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้แก่สังคมและชุมชน โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมกับกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั่วประเทศ