‘มนัญญา’ดันสะตอตรัง1 เร่งขยายพันธุ์พืชสร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623961

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีส่งมอบต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ โดยมีนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง อ.สิเกา จ.ตรัง ว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมกับสหกรณ์การเกษตร จัดทำโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสะตอตรัง 1 สู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพันธุ์พืช ไปยังสมาชิก 6 สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มผลิตสะตอช่อง รวม 60 ราย โดยปี 2565-2566 มีแผนผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 รวม 35,000 ต้น ซึ่งโครงการนี้จะแก้ปัญหาขาดแคลนพันธุ์พืช ด้วยการขยายการผลิตต้นพันธุ์สะตอตรัง 1 ที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

นอกจากนี้ได้มอบนโยบายส่งเสริมให้ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมให้เกษตรกรที่ว่างจากการปลูกปาล์ม หรือพืชหลัก หันมาปลูกสะตอตรัง 1 สร้างรายได้เสริม และสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับรองแหล่งผลิต GAP โดยบูรณาการร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรทำเอกสารรับรอง GAPลดความยุ่งยากและติดขัดเรื่องขั้นตอนยกระดับสินค้าให้แข่งขันได้ในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ น.ส.มนัญญา ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ อาทิ ผลงานวิจัยสะตอตรัง 1วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ จ.ตรัง, ผลผลิตโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพบ้านบางค้างคาว อ.สิเกา จ.ตรัง ตลอดจนเยี่ยมชมแปลงเพาะขยายพันธุ์ การติดตาสะตอตรัง 1

‘เฉลิมชัย’เดินหน้าโครงการ ต่อยอดสร้างเกษตรกรปราดเปรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623958

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer)
ให้เป็นผู้ประกอบการ ว่ากรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินโครงการพัฒนา Smart Farmer ผู้ประกอบการต้นแบบ เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ (Agri BIZ Idol DevelopmentProject) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง ยกระดับเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการการผลิตและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การบริหารจัดการกิจการ และการตลาดสินค้าเกษตร อีกทั้งเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ สนับสนุนและจูงใจให้เกษตรกรรายอื่นๆ พัฒนาเป็นผู้ประกอบการเกษตร เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ สร้างพื้นฐานในการพัฒนาการประกอบการเกษตรสมัยใหม่

กระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังให้เกษตรกรมีความรอบรู้ในการประกอบอาชีพเกษตร สามารถบริหารจัดการ การผลิต การตลาด ยึดรูปแบบตลาดนำการผลิต ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เน้นการผลิตสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิต เข้าสู่มาตรฐานการรับรองทั้งในและต่างประเทศ ยกระดับเพื่อการส่งออก

ด้านนายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปี 2563 ได้จัดการอบรมโครงการพัฒนา Smart Farmer ผู้ประกอบการต้นแบบ เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ (Agri BIZ Idol Development Project) 78 ราย จากการติดตามความก้าวหน้า 66 ราย พบว่าเกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปต่อยอดธุรกิจ หรือประยุกต์ใช้ ตั้งแต่ร้อยละ 8-71 และเพื่อเป็นการวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อนในปี 2565 จึงจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรม 21 คน ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อน รวมกลุ่มเป็นเครือข่ายที่ยั่งยืนในการทำการเกษตรแบบระบบธุรกิจเกษตร

อย่างไรก็ดี ในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคี ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยร่วมกันพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำอย่างแท้จริง

‘มนัญญา’รับฟังปัญหา เกษตรกรชาวมุสลิม หนุนสหกรณ์กระบี่ พัฒนาอาหารฮาลาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623699

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ รับฟังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ จ.กระบี่ อาทิ การแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทำกินของเกษตรกร การสนับสนุนเงินทุนให้กับสหกรณ์เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่สมาชิกสหกรณ์ และการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการเกษตรเพื่อประกอบอาชีพ ตลอดจนแนวทางยกระดับฮาลาลในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลพัฒนาระบบการรับรองฮาลาลไทยสู่ระดับสากล ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีอาชีพที่มั่นคงสร้างรายได้ ซึ่งโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้พบปะและให้กำลังใจสมาคมสตรีมุสลิมสัมพันธ์ และพี่น้องชาวมุสลิมที่มัสยิดกลางประจำจังหวัดกระบี่

สำหรับ จ.กระบี่ มีประชากรประมาณ 470,000 คน ประกอบอาชีพทางการเกษตร ประมาณ 100,000 คน คิดเป็นร้อยละ 21 โดยมีประชากรชาวมุสลิมประมาณ 230,000 คน หรือร้อยละ 48.94 ประกอบอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับยางพารา ปาล์มน้ำมันและผลไม้อื่นๆ อีกบางส่วน มีสหกรณ์อิสลาม 4 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์นูรุลอิสลามกระบี่ จำกัด สหกรณ์อิสลามษะกอฟะฮ จำกัด สหกรณ์อิสลามตันมียะฮ์ จำกัด และสหกรณ์อิสลามบารอกะฮ์ จำกัด ภายใต้ชมรมสหกรณ์อิสลามจังหวัดกระบี่

เกษตรฯส่งเสริมนาเกลือแปลงใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623703

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของหน่วยงานภาคี ที่สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด จ.สมุทรสาครโดยมี นายณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาครนายชาญยุทธ์ ภาณุทัต หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาเกลือทะเลและผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ โดยมีการหารือสถานการณ์การทำนาเกลือใน จ.สมุทรสาคร และดำเนินงานของสหกรณ์ฯ เพื่อเตรียมพร้อมสู่มาตรฐานGAP นาเกลือทะเล การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูปเกลือทะเลของวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกลือทะเล และส่งเสริมกิจกรรมแปลงใหญ่ปลากระพงขาว ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรอีกทาง

พร้อมกันนั้นได้เยี่ยมแปลงนาเกลือทะเลที่ยื่นขอรับรอง ที่ชุมชนบ้านสหกรณ์ หมู่ 3 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แปลงนาเกลือทะเลต้นแบบมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเกลือทะเล พร้อมกับพบปะและสอบถามปัญหาอุปสรรคจากเกษตรกรในพื้นที่

นายอลงกรณ์ กล่าวถึงความสำคัญของนาเกลือ ว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตเกลือ ส่งเสริมนาเกลือแปลงใหญ่ยกระดับสู่มาตรฐาน GAP เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่า 800 ปีของเกลือทะเล การพัฒนากระบวนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสนับสนุนการผลิต ขยายสู่อุตสาหกรรมอาหาร และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือของประเทศ พร้อมทั้งเร่งการวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำการผลิต การแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการตลาด รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย เพื่อการแก้ไขปัญหาผลผลิตเกลือทะเลค้างสต๊อกอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปเกษตรไทยของนายเฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ

ฝนหลวงฯเตรียมพร้อม เติมน้ำเขื่อนภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623706

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายภักดี จันทร์เกษ ผอ.กองปฏิบัติการฝนหลวงกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ โดยขณะนี้หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการใช้ในการเกษตร แต่ขณะเดียวกัน บางพื้นที่ยังต้องการน้ำโดยเฉพาะภาคเหนือ ต้องการน้ำต้นทุนกับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง กรมฝนหลวงฯ จึงยังคงตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ได้แก่ หน่วยฯ จ.เชียงใหม่ หน่วยฯ จ.ตาก และหน่วยฯ จ.พิษณุโลก เพื่อขึ้นปฏิบัติการช่วยเติมน้ำต้นทุนดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 2 หน่วยฯ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนในเขตภาคเหนือ บริเวณเขื่อนกิ่วลม อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก

สำหรับผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 3 หน่วยฯ ขอติดตามสภาพอากาศต่อไป หากมีการเปลี่ยนแปลงและเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ก็พร้อมขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที ได้แก่ หน่วยฯ เชียงใหม่ เป้าหมายหลัก ลุ่มน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา หน่วยฯ ตาก เป้าหมายหลัก ลุ่มน้ำเขื่อนภูมิพล และหน่วยฯ จ.พิษณุโลก เป้าหมายหลัก ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์

‘ประภัตร’เห็นชอบ6ร่างฯ มาตรฐานสินค้าเกษตรทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623704

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 5/2564 ว่าที่ประชุมรับทราบผลการออกใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก นำเข้า สินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ 7 มาตรฐาน ในปีงบประมาณ 2564 นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 6 เรื่องที่มีสาระสำคัญเพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรทั่วประเทศไทยคือ 1.ลูกเดือย เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อการบริโภค อุตสาหกรรมอาหาร ตลาดต้องการลูกเดือยคุณภาพดี โดยปี 2563 มีการส่งออกลูกเดือยทั้งเปลือกมูลค่า 102.5 ล้านบาท ปริมาณ 2,035 เมตริกตัน การจัดทำร่างมาตรฐานฯ เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าและคุณภาพลูกเดือย

2.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค ปัจจุบันเกษตรกรและผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคหลายชนิด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมาตรฐานฟาร์มปศุสัตว์ ได้ปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เพื่อบริโภค ได้ผลผลิตปลอดภัยเหมาะสมในการนำไปบริโภค 3.หลักปฏิบัติสำหรับการเฝ้าระวังและตรวจติดตามเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในปศุสัตว์ ให้แนวทางเฝ้าระวังและตรวจติดตามเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ โดยเฉพาะแบคทีเรียในปศุสัตว์ครอบคลุมอาหารสัตว์ ผลิตผล และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

4.หลักการด้านสวัสดิภาพสัตว์ : ระบบการผลิตสุกร เป็นการกำหนดหลักการ คำอธิบายตัวชี้วัดด้านสวัสดิภาพสัตว์สำหรับสุกร และข้อแนะนำด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีในระบบการผลิตสุกร ครอบคลุมการผสมพันธุ์ การเลี้ยงและการจัดการฟาร์มสุกร 5.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล มกอช.ได้ทบทวนขั้นตอนการจัดทำมาตรฐาน ให้สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของ Global Sustainability Seafood Initiatives (GSSI) โดยการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการวิชาการพิจารณาร่างมาตรฐานให้ครอบคลุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและมีความสมดุล รวมถึงการทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (มกษ.7401-2562) ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยง กุ้งทะเล เช่น กุ้งกุลาดำกุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม

6.การแสดงฉลากสินค้าเกษตร เนื่องจากความหลากหลายของสินค้า และกฎระเบียบด้านการแสดงฉลากสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการนำไปปฏิบัติ ดังนั้น เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับอ้างอิงในการกำหนดการแสดงฉลากของสินค้าเกษตร จึงเห็นควรให้จัดทำมาตรฐานฯ นี้ ซึ่งครอบคลุมการแสดงฉลากของสินค้าเกษตรทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร ที่บรรจุในหีบห่อ หรืออยู่ในภาชนะที่ไม่ได้จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค แต่ไม่ครอบคลุมการแสดงฉลากของสินค้าเกษตรที่อยู่ในรูปแบบบัลก์ (Bulk) ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อ และสินค้าเกษตรนั้นสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวสัมผัสของพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้า เช่น บรรทุกในท้ายรถบรรทุกแบบเทกอง เป็นต้น

ประภัตร เปิดเวทีรับฟังปัญหาเกษตรกรเมืองสุพรรณ เร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำกรมชลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623624

ประภัตร เปิดเวทีรับฟังปัญหาเกษตรกรเมืองสุพรรณ เร่งแก้ปัญหาการระบายน้ำกรมชลฯ

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.38 น.

“รมช.ประภัตร” เปิดเวทีสัมมนารับฟังปัญหาเกษตรกรทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี”แก้ไขปัญหาการระบายน้ำของกรมชลประทานเข้าทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

20 ธันวาคม64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานการสัมมนา เรื่อง “แนวทางการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำของกรมชลประทานเข้าทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา (แก้มลิง) จนส่งผลกระทบต่อผลิตผลเกษตรกรรม” ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณประธานกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ผู้นำภาคประชาชน ตลอดจนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรีเข้าร่วมการสัมมนา

ทั้งนี้นายประภัตร กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา เป็นพ้นที่ลุ่มต่ำ มักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ซึ่งกรมชลประทานได้นำแนวทางหลักการของโครงการแก้มลิงมาปรับใช้ในพื้นที่ โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รองรับน้ำ เพื่อกักเก็บไว้ในช่วงฤดูน้ำหลากแล้วระบายออกตอนน้ำลด และน้ำต้องไม่ท่วมหมู่บ้านและชุมชน ทั้งนี้ ในปี 2564 จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย กว่า 10 อำเภอ เนื่องจากกรมชลประทานระบายน้ำเข้าพื้นที่จนเกินศักยภาพของพื้นที่ ประกอบกับน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณมาก ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน

นอกจากปัญหาอุทกภัยแล้ว เกษตรกรที่อยู่บริเวณทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในฤดูแล้ง ดังนั้น การสัมมนาในวันนี้จึงจัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นและรับฟังปัญหาของเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพ้นที่ดังกล่าวฯ รวมถึงหาแนวทางแก้ไข และนำเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

“หลังจากรับฟังปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรในพื้นที่แล้ว มีหลายเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที และตนได้สั่งการไปแล้ว อาทิ การกำหนดระยะเวลาทำนาของเกษตรกร 2 ครั้ง/ปี โดยครั้งแรกเริ่ม 1 มกราคม 2565 – 16 เมษายน 2565 และครั้งที่ 2 เริ่ม 1 พฤษภาคม 2565 โดยให้กรมชลประทานรับผิดชอบในการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2565 เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำในการเพาะปลูก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากของจังหวัดสุพรรณบุรี แ

นายประภัตรบอกอีกว่าเพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรดรได้สั่งการให้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง ขุดลอกแก้มลิงทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา และแม่น้ำท่าจีน เพื่อให้พร้อมสำหรับการระบายน้ำและการกักน้ำในช่วยฤดูน้ำหลาก และให้กรมชลประทานตรวจสอบ ซ่อมบำรุง ดูแลรักษาประตูระบายน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในปี 2565 ด้วยโดยการสัมมนาในครั้งนี้เป็นการรับหังแัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่แม้จะยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเร่งหารือ และนำเสนอหน่วยงานรับผิดชอบอย่างเร่งด่วนต่อไป