ไทยปลื้มรับคำชมประชุม UNAIDSPCB ครั้งที่ 51

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699698

ไทยปลื้มรับคำชมประชุม UNAIDSPCB ครั้งที่ 51

ไทยปลื้มรับคำชมประชุม UNAIDSPCB ครั้งที่ 51

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค เผยไทยได้รับคำชมในฐานะประธานจัดประชุม UNAIDSPCB ครั้งที่ 51 พร้อมเร่งขับเคลื่อนเตรียมนับถอยหลัง 8 ปียุติเอดส์“ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และถูกตีตราหรือเลือกปฏิบัติจากเอชไอวี”

กรมควบคุมโรค โดยนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 51 (The 51st UNAIDS Programme Coordinating Board Meeting : PCB) นับเป็นวันสุดท้ายของการประชุมครั้งสำคัญ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก 22 ประเทศ หน่วยงาน UN Cosponsors 11 องค์กร และองค์กรเอกชนต่างประเทศ 5 องค์กร รวมประมาณ 220 คน เข้าร่วมการประชุม ที่โรงแรมแชงกรี-ลา จังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์ธเรศ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมฯ ได้แก่ ประเด็นแรก การผลักดันการจัดบริการที่นำโดยชุมชนและกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มประชากรหลัก ผู้ติดเชื้อเอชไอวี เยาวชน ให้มีส่วนร่วมในการจัดบริการ และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานอย่างเพียงพอและยั่งยืน ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนานโยบาย และขอให้รัฐบาลเปิดใจรับฟังเสียงของชุมชน และลงทุนสนับสนุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ส่วนประเด็นที่สอง การนำเสนอผลประเมินการดำเนินงานของโครงการร่วม ซึ่งทำใน 6 ประเทศ ได้แก่ แคเมอรูน เคนยา เปรู ไทย ตูนิเซีย และยูเครน โดยภาพรวมพบว่าโครงการร่วมมีบทบาทสำคัญที่สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มประชากรหลักในแต่ละประเทศ แต่ยังต้องเพิ่มการสนับสนุนให้กลุ่มประชากรหลักมีบทบาทร่วมในการผลักดันนโยบาย และจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญและทรัพยากรสำหรับการออกแบบแผนงานโครงการสำหรับกลุ่มประชากรหลัก โดยควรอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าพื้นที่ใดที่มีการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่มาก และความยั่งยืนทางการเงินที่ยังเป็นช่องว่างสำคัญ ควรวางแผนและบูรณาการเอชไอวีเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ

ด้าน นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างการประชุม UNAIDS ยังมีกิจกรรมคู่ขนาน เพื่อเป็นเวทีเปิดให้คนทำงานเอดส์จากองค์กรต่างๆ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในประเด็นสำคัญกับผู้เข้าร่วมประชุมฯ ซึ่งในเวทีนี้มีตัวแทนเยาวชนที่มีเชื้อเอชไอวีสะท้อนผลกระทบจากการตีตราและการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากเอชไอวีว่า “ตอนเราไปสมัครงานเขาขอตรวจเอชไอวีเมื่อผลออกมา พวกเขาปฏิเสธเรา” และยิ่งในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 พวกเขาก็เป็นกลุ่มแรกที่ถูกให้ออกจากงาน แต่แม้จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบแต่พวกเขายังลุกขึ้นมาต่อสู้ ร่วมทำงานเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงการตีตราและเลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงการเรียกร้องให้มีกฎหมายคุ้มครองพวกเขาจากการถูกละเมิดสิทธิเนื่องจากเอชไอวี “ไม่ควรมีใครต้องเจ็บปวดจากการตีตราและเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะมีเชื้อหรือไม่มีเชื้อเอชไอวีก็ตาม” นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการดำเนินงานในกลุ่มพนักงานบริการ ที่ต้องส่งเสริมป้องกันให้ปลอดภัยจากเอชไอวีและคุ้มครองสิทธิของพนักงานบริการ การกระทำอย่างแรกที่ทุกคนทำได้ คือ การมีวิธีคิดที่มองคนว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกันและมีศักดิ์ศรี ควรได้รับการคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน

“แม้การประชุมครั้งนี้จะสิ้นสุดลง แต่ประเทศสมาชิกยังต้องร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเอดส์ต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกัน คือ การยุติเอดส์ ความเหลื่อมล้ำ ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การยุติเอดส์ ภายในปี 2573”

กระเช้าของขวัญเพื่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699695

กระเช้าของขวัญเพื่อสุขภาพ

กระเช้าของขวัญเพื่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ร่วมส่งมอบของขวัญสุดพิเศษเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปกับ“กระเช้าของขวัญเฮอริเทจ”เพื่อเป็นตัวแทนความรักและคำขอบคุณในราคาเริ่มต้นเพียง 990 บาท ภายในอัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้เครือ เฮอริเทจ อาทิ ผลิตภัณฑ์อัลมอนด์และนมอัลมอนด์จากแคลิฟอร์เนียภายใต้แบรนด์ “บลูไดมอนด์”, ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่วและเมล็ดพืช “นัท วอล์คเกอร์”, “ซันคิสท์”, และอื่นๆ หาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มกราคม 2566 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต, วิลล่า มาร์เก็ต, แม็คโคร, ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต, แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต, โกลเด้น เพลซ, สยามทาคาชิมายะทุกสาขา และสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่  ออลล์ ออนไลน์ 7-11 หรือ สั่งซื้อได้ที่ 080-6191212 และ 080-6190990

องค์กรนางงามจักรวาล จับมือ โมอาว็าด เผยโฉม‘มงกุฎลำดับ 12 : Force for Good’ในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699731

องค์กรนางงามจักรวาล จับมือ โมอาว็าด  เผยโฉม‘มงกุฎลำดับ 12 : Force for Good’ในไทย

องค์กรนางงามจักรวาล จับมือ โมอาว็าด เผยโฉม‘มงกุฎลำดับ 12 : Force for Good’ในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์กรนางงามจักรวาล (The Miss Universe Organization) เผยโฉม “มงกุฎลำดับ 12 : Force for Good” ซึ่งรังสรรค์ขึ้นโดยโมอาว็าด แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำระดับโลก เจิดจรัส งดงามด้วยไพลินรูปหยดน้ำล้อมเพชร มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศอันทรงเกียรติสำหรับผู้ชนะการประกวด MISS UNIVERSE ครั้งที่ 71 ในวันที่ 14 มกราคม 2566 ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา

ความร่วมมือระหว่าง องค์กรนางงามจักรวาล และโมอาว็าด ริเริ่มขึ้นในปี 2562 ซึ่งผู้ชนะการประกวดบนเวที MISS UNIVERSE อันทรงเกียรตินับจากนั้นมาต่างสวมมงกุฎที่รังสรรค์ขึ้นโดยโมอาว็าด

เฟรด โมอาว็าด ผู้บริหารรุ่นที่ 4 ของโมอาว็าด กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้เป็นผู้รังสรรค์มงกุฎใหม่ให้กับองค์กรนางงามจักรวาล และสร้างสรรค์สีสันใหม่อันเจิดจรัสให้กับเรื่องราวของมงกุฎโมอาว็าด มิสยูนิเวิร์ส โดยมงกุฎ Force for Good นี้นับเป็นผลงานอันวิจิตรจากฝีมือช่างอัญมณีของเรา ขึ้นรูปและประกอบด้วยมือทั้งหมดโดยใช้อัญมณีจำนวน 993 เม็ด เป็นไพลินสีน้ำเงินน้ำหนักรวม 110.83 กะรัต และเพชรสีขาวรวม 48.24 กะรัต ภายใต้การออกแบบที่สะท้อนความเชื่อขององค์กรนางงามจักรวาล ที่ว่าอนาคตของโลกจะหล่อหลอมขึ้นโดยผู้หญิงที่พร้อมผลักดันทุกขีดจำกัดของทุกสิ่งที่เป็นไปได้ และโดยผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยความสามารถจากทั่วโลกที่สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก”

แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของคนใหม่ขององค์กรนางงามจักรวาล กล่าวว่า “มงกุฎ Force for Good” เปรียบเสมือนการจุติใหม่อันสง่างามของคุณค่าและเกียรติประวัติอันยาวนานขององค์กรนางงามจักรวาล เพื่อเป็นแสงนำทางสู่ความเรืองรองในอนาคต อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงความท้าทายและชัยชนะสําหรับผู้หญิงที่กล้าคิดกล้าทำ กล้านําเสนอสิ่งดีงามให้แก่โลกใบนี้

ในวันที่เรากำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการส่งต่อพลังให้กับผู้หญิง องค์กรนางงามจักรวาลจะยังคงความเป็นองค์กรระดับโลกที่บริหารโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง ด้วยคำมั่นสัญญาในการทำหน้าที่เป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจซึ่งส่งเสริมความหลากหลายของผู้หญิง และพร้อมสนับสนุนให้ผู้หญิงบรรลุเป้าหมายในชีวิต และเกิดความมั่นใจในตนเองอย่างเต็มเปี่ยม ควบคู่ไปกับการปฏิวัติพัฒนาแบรนด์ Miss Universe ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ เป้าประสงค์ใหม่ของเราคือการปลูกฝังจิตวิญญาณใน “ความเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง” (Transformational Leadership) ให้เกิดขึ้นกับทุกคน เพราะเราเชื่อมั่นว่าใครๆ ก็สามารถเป็นผู้นำได้ เพื่อสร้างความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายแห่งชีวิต ซึ่งแบรนด์ Miss Universe ก็พร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงผลักดันให้ผู้คนเข้ามาร่วมบนเส้นทางสู่การส่งเสริมสังคมที่ทุกคนต่างมีส่วนร่วม ความเท่าเทียมทางเพศ และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม” แอน-จักรพงษ์ กล่าวเสริม

ทั้งนี้ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ จะเป็นผู้นำมงกุฎใหม่นี้ขึ้นสู่เวทีการประกวด MISS UNIVERSE ครั้งที่ 71 ด้วยตัวเอง ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ที่ New Orleans Ernest N.Morial Convention Center ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา และมิสอินเดีย Harnaaz Sandhu ผู้ชนะการประกวด MISS UNIVERSE ปีที่แล้วจะทำหน้าที่สวมมงกุฎให้กับผู้สืบทอดตำแหน่งเมื่อสิ้นสุดงาน

กองทัพบกโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699725

กองทัพบกโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ

กองทัพบกโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กองทัพบกโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก จัดการแสดงดนตรี Eternity สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ วันนี้พฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุมเบญจนฤมิต ชั้น 4 อาคารเบญจรังสฤษฏ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร โดย พลเอกวิสันติ สระศรีดา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ซึ่งการจัดแสดงดนตรีในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ น้ำพระราชหฤทัยที่ได้รับพระราชทานบทเพลงไว้สำหรับปวงชนชาวไทยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในหลากหลายเรื่องราวแห่งชีวิต ซึ่งยังทำให้เราได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรโดยได้มีการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลงและขับร้องจำนวน 16 เพลง อาทิ แสงเทียน ยามเย็น สายฝนใกล้รุ่ง ชะตาชีวิต ดวงใจกับความรัก แก้วตาขวัญใจ ยิ้มสู้พรปีใหม่ ลมหนาว แว่ว ในดวงใจนิรันดร์ เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย ภิรมย์รัก แผ่นดินของเรา ความฝันอันสูงสุด ขับร้องโดยศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศ และบรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนี กรมดุริยางค์ทหารบก

ทั้งนี้ภาพความประทับใจอันทรงคุณค่า และสูงล้ำด้วยความงดงามแห่งบทเพลงพระราชนิพนธ์นี้ จะถูกนำไปเพื่อเผยแพร่
ในรายการพิเศษทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 1 มกราคม 2566 เวลา 18.00-19.00 น. เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับชมและรับฟังความไพเราะแห่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่อัญเชิญมาบรรเลง เฉกเช่นเดียวกับ
ผู้ที่ได้รับชม และรับฟังการแสดงดนตรีในวันนี้

เซ็นทรัลพัฒนาส่งเสริมความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม ร่วมสนับสนุนเทศกาล ‘BANGKOK For ALL #กรุงเทพฯเพื่อทุกคน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699688

เซ็นทรัลพัฒนาส่งเสริมความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม  ร่วมสนับสนุนเทศกาล ‘BANGKOK For ALL #กรุงเทพฯเพื่อทุกคน’

เซ็นทรัลพัฒนาส่งเสริมความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม ร่วมสนับสนุนเทศกาล ‘BANGKOK For ALL #กรุงเทพฯเพื่อทุกคน’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน ร่วมเป็นหนึ่งใน
ผู้สนับสนุนหลักในเทศกาล BANGKOK For ALL #กรุงเทพฯเพื่อทุกคน ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในโอกาสวันคนพิการสากล
กรุงเทพมหานครปี 2565 โดย กรุงเทพมหานคร (กทม.) นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านคนพิการ สสส. และภาครัฐ ภาคเอกชนจากหลายหน่วยงาน โดยภายในงาน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนายังได้สนับสนุนบูธจัดจ้างงานคนพิการ ซึ่งขณะนี้ทุกธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลได้มีการจ้างงานผู้พิการแล้วเกือบ 800 คน พร้อมสนับสนุนพื้นที่และความรู้ในการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นด้วยบทบาทของนักพัฒนา หรือ “Place Maker” ที่มุ่งมั่นพัฒนาคนพัฒนาเมือง พัฒนาประเทศ เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับทุกคน โดยหมายรวมถึงผู้คนที่มีความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียมกัน อีกทั้งยังคำนึงถึงชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้น ในทุกโครงการที่เราพัฒนาจึงให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ที่มีส่วนช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนในด้านต่างๆ ทั้งการออกแบบที่ตอบสนองคนทุกกลุ่ม,การเพิ่มพื้นที่สีเขียว, พื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อชุมชน เช่น ลานออกกำลังกาย, สนามเด็กเล่น, ศูนย์การเรียนรู้, พื้นที่รับบริจาคโลหิต เป็นต้น”

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ให้อำนวยความสะดวกสำหรับผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย ให้สามารถมาใช้ชีวิตภายในโครงการได้ โดยมีการใช้อารยสถาปัตย์ (Universal Design) ได้แก่ พื้นที่ทางลาด ห้องน้ำ พื้นที่จอดรถ รวมไปถึงการเริ่มนำร่องให้ผู้พิการทางสายตาสามารถนำสุนัขนำทางเข้ามาใช้บริการได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอกจากนี้ยังส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพผู้พิการ ทุกธุรกิจภายในกลุ่มเซ็นทรัล ได้มีการจ้างงานผู้พิการ จำนวนเกือบ 800 คน โดยมีทั้งการรับคนพิการเข้ามาทำงานกับบริษัทฯ, การสนับสนุนพื้นที่ให้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและการส่งเสริมให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อการจำหน่าย, โครงการเพาะเห็ด, โครงการนวด โดยคนพิการทางด้านสายตา, โครงการงานหัตถกรรมต่างๆ เป็นต้น

“โดยความมุ่งมั่นทั้งหมดที่เซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัลได้ริเริ่มไปแล้ว รวมถึงการร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักในเทศกาล BANGKOK For ALL #กรุงเทพฯเพื่อทุกคนเราพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองหนึ่งของสังคม ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกับคณะทำงานของกรุงเทพมหานครในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น ให้เราได้ร่วมกันสร้างสรรค์กรุงเทพฯ ให้เป็น “เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” และเพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีให้กับผู้คนในรุ่นต่อไป” นายชนวัฒน์ กล่าว

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นสร้างSustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่งด้วยความเป็นผู้นำ“Retail-Led Mixed-Use Development” ประกอบด้วยธุรกิจหลักได้แก่ ศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้ มอลล์, ที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงานและโรงแรม พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่อนาคตภายใต้วิสัยทัศน์Imagining better futures for all ด้วยการสร้างและพัฒนาพื้นที่ที่มีคุณภาพเพื่อดูแลคนและชุมชน รวมถึงสิ่งแวดล้อมให้เติบโตควบคู่ไปกับการเดินหน้าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไทย

ศรีราชาพานิช จับมือ ISSUE Thailand เปิดตัวแฟชั่นสุดปัง ‘Live Original’ สะท้อนความเป็นตำนานต้นตำรับ 87 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699728

ศรีราชาพานิช จับมือ ISSUE Thailand เปิดตัวแฟชั่นสุดปัง  ‘Live Original’ สะท้อนความเป็นตำนานต้นตำรับ 87 ปี

ศรีราชาพานิช จับมือ ISSUE Thailand เปิดตัวแฟชั่นสุดปัง ‘Live Original’ สะท้อนความเป็นตำนานต้นตำรับ 87 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศรีราชาพานิช จับมือ ISSUE Thailand เปิดตัวแฟชั่นสุดปัง

‘Live Original’ สะท้อนความเป็นตำนานต้นตำรับ 87 ปี

สายแฟห้ามพลาด ศรีราชาพานิช (SrirajaPanich) หนึ่งในผู้ผลิตซอสพริกศรีราชาเจ้าแรกที่ได้รับความนิยมทั่วโลกมานานถึง 87 ปี ร่วมกับ อิชชู่ ไทยแลนด์ (ISSUE Thailand) แบรนด์เสื้อผ้าระดับแถวหน้าสัญชาติไทย ปล่อยโปรเจกท์ใหม่สุดครีเอท เชื่อมโลกอาหาร และแฟชั่น เข้าหากันอย่างลงตัว ด้วยแนวคิด “Live Original” หรือ “ใช้ชีวิตแบบต้นตำรับ” เพื่อตอกย้ำความเป็นตำนานเจ้าแรกของโลก พร้อมเข้าถึงตัวตนของคนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบของตัวเอง ด้วยคอลเลคชั่นเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่สุดจี๊ดที่ไม่เหมือนใคร

การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ในตำนาน “ศรีราชาพานิช” และ “อิชชู่ ไทยแลนด์” ในโปรเจกท์ “SrirajaPanich x ISSUE Thailand” ที่นับว่าเป็นดีลสำคัญที่วงการต่างขั้ว พลิกโฉมแบรนด์ให้ได้เห็นว่า “ซอสปรุงรสอาหาร” ก็สามารถผสมผสานสอดคล้องกันอย่างลงตัวกับ “ไลฟ์สไตล์แฟชั่น” เพื่อตอบรับกับ ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ให้สามารถเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่มีอายุยาวนานกว่า 87 ปีได้อย่างไร้รอยต่อของยุคสมัย ผ่านคอลเลคชั่นที่นำเสนอแนวคิด “Live Original” หรือ “การใช้ชีวิตแบบต้นตำรับ” ซึ่งบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่มีสไตล์ที่แตกต่าง เช่นเดียวกับซอสพริก “ศรีราชาพานิช” ที่เป็นต้นตำรับซอสพริกศรีราชาตัวจริงที่มาพร้อมสโลแกน “The Taste of the Original” มีรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนไม่เหมือนใคร และยังคงอยู่ทุกยุคทุกสมัยนั่นเอง

วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ศรีราชาพานิช กล่าวว่า “เราตั้งใจสร้างสรรค์โปรเจกท์นี้ขึ้นเพื่อตอกย้ำกับกลุ่มลูกค้าเดิมว่าเราคือ ต้นตำรับและยังคงอยู่คู่กับชาวไทยทุกยุคทุกสมัย รวมถึงอยากสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้ได้รู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น ผ่านแนวคิด “Live Original” หรือ “ใช้ชีวิตแบบต้นตำรับ” ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ใช้ชีวิตตามแบบฉบับของตัวเอง เช่นเดียวกับเอกลักษณ์ทางด้านรสชาติที่ชัดเจนของศรีราชาพานิช ที่มีหนึ่งเดียว โดยเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ อิชชู่ ไทยแลนด์ แบรนด์แฟชั่นไทยแท้ที่มีเอกลักษณ์ในการดีไซน์ไม่เหมือนใคร ที่จะช่วยถ่ายทอดหัวใจหลักของศรีราชาพานิชไปสู่คนรุ่นใหม่ได้
อย่างดี”

คอลเลคชั่น “SrirajaPanich x ISSUE Thailand” ออกแบบโดย “อิชชู่ ไทยแลนด์” แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตั้งใจที่จะถ่ายทอดการเดินทางอันยาวนานกว่า 87 ปี ของแบรนด์ “ศรีราชาพานิช” มาไว้บนไอเทมที่ โดยสกรีนลวดลายที่บ่งบอกถึงความเป็นรุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดคอกลม หมวกแก๊ป ไปจนถึงแอคเซสซอรี่ในห้องครัวสุดเก๋อย่างผ้ากันเปื้อน ถุงมือกันร้อน และที่รองจานด้วยการนำแรงบันดาลใจจาก “ความเผ็ดร้อน” ซึ่งเป็นรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของ “ศรีราชาพานิช” มาใช้เป็นสีสันสร้างความสดใส และน่าสนใจ ให้เกิดขึ้นในคอลเลคชั่นนี้ ผสานเทคนิคการพิมพ์ลาย ร่วมกับฝีมือการเย็บ ปัก ถัก ทอ ตามแบบฉบับของแบรนด์ “อิชชู่ ไทยแลนด์” ที่มาเพิ่มเสน่ห์ และสะท้อนถึงยุคสมัยของกาลเวลา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายแฟชั่นในยุคใหม่อย่างลงตัว

โรจ-ภูภวิศ กฤตพลนารา ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์อิชชู่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ ศรีราชาพานิช แบรนด์ซอสพริกปรุงรสไทยที่โด่งดังระดับโลก และยังเป็นเจ้าของต้นตำรับซอสพริกศรีราชาเจ้าแรกซึ่งตรงกับเอกลักษณ์ในการดีไซน์ของอิชชู่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นที่มาของคอลเลคชั่นนี้ที่ได้นำแรงบันดาลใจจาก“Live Original” มาครีเอทเป็นแฟชั่นไอเทมที่ใครเห็นก็ต้องสะดุดตาด้วยการดีไซน์อันโดดเด่นผสานเทคนิค กราฟิกสีสัน และลวดลายบนเสื้อผ้า รวมไปถึงไอเทมแฟชั่นที่ฉีกกฎเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง สอดคล้องกับความเป็นซอสพริกศรีราชาพานิชที่มีความเผ็ดร้อน เป็นรสชาติแรกที่ทุกคนสัมผัสได้ เปรียบเสมือนสีสันที่ร้อนแรงและชัดเจนของอิชชู่ ไทยแลนด์”

สำหรับ “ศรีราชาพานิช” ผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อ 87 ปีก่อน ณ ตรอกแหลมฟาน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มจากการเป็น “น้ำพริก” ฝีมือของคุณแม่ถนอม จักกะพาก ซึ่งเป็นสูตรลับที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับรับประทานคู่กับอาหารทะเลภายในครอบครัว ต่อมาเมื่อนำไปให้เพื่อนบ้านได้ลองชิม ต่างก็ติดใจในรสชาติ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของสูตรต้นตำรับที่กลายมาเป็นซอสพริกศรีราชา ในนาม “ศรีราชาพานิช” หนึ่งในผู้ผลิตเจ้าแรกที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของอำเภอศรีราชา จนกระทั่งในปีพ.ศ.2527 บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการ และดำเนินการจัดจำหน่ายซอสพริกศรีราชาพานิชจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศไทย และส่งออกไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยยังคงคุณภาพมาตรฐาน และรสชาติดั้งเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

ค้นหาตัวตนที่แตกต่างอย่างลงตัว ไปพร้อมกับ คอลเลคชั่น “SrirajaPanich x ISSUE Thailand” ได้ที่ช็อป ISSUE Thailand ทุกสาขา รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่ Facebook Page : ซอสพริกศรีราชาพานิชSriraja Panich, ร้านค้าใน Lazada ไทยเทพรส และ Shopee ไทยเทพรส

เลดี้น้ำผึ้ง สหฟาร์ม สำเร็จหลักสูตร WOW1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699735

เลดี้น้ำผึ้ง สหฟาร์ม สำเร็จหลักสูตร WOW1

เลดี้น้ำผึ้ง สหฟาร์ม สำเร็จหลักสูตร WOW1

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.01 น.

ทำงานหนักแค่ไหน ก็ต้องหาเวลาเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ ล่าสุดผู้บริหารสาวคนเก่ง น้ำผึ้ง-จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายบัญชี การเงิน และเลขานุการประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ยิ้มภูมิใจ ตบเท้าเข้ารับประกาศนียบัตร หลังจบหลักสูตร “WEALTH OF WISDOM” หรือ “WOW” รุ่นปฐมฤกษ์หลักสูตรเพื่อขุมทรัพย์ทางปัญญารอบรู้ทุกมิติสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนสำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งจัดโดยสื่อชั้นนำอย่างกรุงเทพธุรกิจ ฐานเศรษฐกิจ และพันธมิตร ทั้งนี้ผู้บริหารสาวก็เผยว่า เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ และได้ความรู้มหาศาลจากคลาสเรียน พร้อมตั้งใจนำสิ่งที่ได้มาใช้ต่อยอดในการบริหารงานและชีวิตประจำวันอีกด้วย…เรียกว่าสวยและเก่งรอบด้าน ครบเครื่องจริงๆ

นักกีฬาสโมสรตะกร้อราชบุรี ร่วมฝึกทักษะตะกร้อ สร้างพื้นฐานที่ถูกต้องให้เยาวชน ในโครงการ ‘ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699606

นักกีฬาสโมสรตะกร้อราชบุรี ร่วมฝึกทักษะตะกร้อ สร้างพื้นฐานที่ถูกต้องให้เยาวชน ในโครงการ 'ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น'

นักกีฬาสโมสรตะกร้อราชบุรี ร่วมฝึกทักษะตะกร้อ สร้างพื้นฐานที่ถูกต้องให้เยาวชน ในโครงการ ‘ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น’

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

โครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น เป็นโครงการที่ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเป็นปีแรก โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างพื้นฐานการเล่นกีฬาที่ถูกต้องและมีมาตรฐาน เพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมคนรักกีฬา สามารถเพิ่มนักกีฬาระดับท้องถิ่น สู่ระดับจังหวัด และระดับชาติ ซึ่งโครงการในปีแรกนี้จะจัดขึ้นที่โรงเรียน 4 แห่ง ในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยแต่ละแห่งจะมีการฝึกทักษะชนิดกีฬาที่แตกต่างกันไป มีการ “ปรับ” พื้นฐานด้านกีฬาให้เยาวชนด้วยเกมกีฬาสันทนานการ “เปลี่ยน” อุปกรณ์กีฬาใหม่แทนอุปกรณ์กีฬาที่เสื่อมคุณภาพ “ปลุก” แรงบันดาลใจให้เยาวชนด้วยนักกีฬาต้นแบบ และ “ปั้น” ด้วยการมอบอุปกรณ์กีฬา และมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนตะกร้อ เป็นกีฬาเก่าแก่ที่นิยมเล่นกันในภูมิภาคอาเซียน เล่นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่หนักหรือเบาเกินไป และยังปรับการเล่นตามความสามารถ และกำลังของผู้เล่นได้ จะเล่นเพื่อความสวยงาม ออกกำลังกาย หรือแข่งขันก็ได้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย

จึงได้เลือกกีฬาตะกร้อไปฝึกให้กับเยาวชน โรงเรียนเทศบาล 5 (พหลโยธินรามินทรภักดี) จังหวัดราชบุรี ซึ่งนับเป็นกิจกรรมครั้งแรกในโครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น โดยได้นำทีมนักกีฬาต้นแบบจากสโมสรตะกร้อราชบุรี ไปร่วมพูดคุยสร้างแรงบันดาลในการเล่นกีฬาให้เยาวชน ไม่ว่าจะเป็น จ.ส.อ.รัถเดช น้อยเจริญ ทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ พฤกษา มณีวงศ์ ชุด ISTAF World Cup จ.ส.อ.พิพัฒน์ บัวชัยสุวพงศ์ แชมป์ประเทศไทยทีมชุด ฐิติมา เหยียดกระโทก เทคบอลทีมชาติไทย อุษา ศรีคำลือ แชมป์กีฬาแห่งชาติ และ ส.อ.แสนไกร ดาวเรือง แชมป์ประเทศไทยทีมชุด โค้ชพินพร ครองบุ่งคล้า ผู้ฝึกสอนจากสโมสรตะกร้อราชบุรี อดีตนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย เป็นหนึ่งในบรรดาโค้ชมืออาชีพที่มาร่วมฝึกสอนให้กับเยาวชน กล่าวให้กำลังใจกับคนที่มีความฝันจะเป็นนักกีฬาตะกร้อว่า “คนที่มีความฝันที่จะเป็นนักกีฬาตะกร้ออาชีพ หรือเป็นตัวแทนทีมชาติไทย อยากให้ฝึกฝนทุกวัน ขอให้มีความอดทน มีระเบียบวินัย อาจจะมีบ้างที่เล่นแล้วทำไม่ได้ ทำให้รู้สึกเบื่อ และท้อแท้ แต่ขอให้มีความพยายาม ถ้ามีความพยายามมุ่งมั่น ไม่ละทิ้งความฝัน เราก็ประสบความสำเร็จได้”

ทางด้าน ครูโอปอ ดีจันจ้อย ผู้สอนรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา โรงเรียนเทศบาล 5 (พหลโยธินรามินทรภักดี) จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า โรงเรียนได้มีการส่งเสริมด้านกีฬา โดยตั้งชมรมกีฬาต่าง ๆ และส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันระดับจังหวัด และประเทศ ปัจจุบัน นักกีฬาของโรงเรียนได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันหลายคน เช่น นักกีฬายูโดได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬายูโดแชมเปียนชิปที่เชียงราย โดยได้รับเหรียญทองแดง และยังมีนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนได้เข้าไปอยู่ในสังกัดสโมสรฟุตบอลราชบุรีด้วย โครงการที่มาจัดในครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก พวกเขารู้สึกตื่นเต้นไปกับกีฬาตะกร้อที่ท้าทาย ได้เห็นพี่นักตะกร้อมาเล่นให้ดู ได้รับการฝึกฝนที่ได้มาตรฐานและถูกต้อง น่าจะทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเล่นตะกร้อ หลังจากนี้ก็คิดว่าจะจัดตั้งชมรมตะกร้อ และนำอุปกรณ์กีฬาที่ได้รับมาฝึกซ้อมต่อยอด ในอนาคตจะพยายามสร้างนักกีฬาตะกร้อไปร่วมแข่งขันในระดับต่าง ๆ ต่อไป”

มาฟังความรู้สึกและความประทับใจของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 (พหลโยธินรามินทรภักดี) จังหวัดราชบุรี ที่เข้าร่วมโครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น กับ นายปฐมพงศ์ ทองก้อน นักเรียนชั้น ม3 ที่บอกว่า “ปัจจุบัน ผมเล่นกีฬาวอลเลย์บอล และฟุตบอล บางวันเล่นตะกร้อบ้าง แต่ไม่มีทักษะและไม่ได้ฝึกฝนมากนัก โครงการนี้ก็ทำให้ผมและเพื่อนได้พัฒนาตัวเอง ได้รับความรู้ใหม่ พี่ๆ นักกีฬาอาชีพที่มาสอนดูเท่และสมาร์ท ทำให้ผมอยากเป็นเหมือนเขา ผมคิดว่าจะไปฝึกฝนต่อ จากเดิมที่สนใจวอลเล่ย์บอล ตอนนี้ก็หันมาสนใจตะกร้อด้วย อุปกรณ์ที่นำมามอบให้ก็ชอบมาก เพราะบางอย่างโรงเรียนของเราก็ขาดแคลนพอดี”
ปิดท้ายที่ ด.ญ. กัญญา นักเรียนสัญชาติพม่าที่บอกว่า “หนูชอบโครงการ ปรับ เปลี่ยน ปลุก ปั้น มาก เพราะได้ร่วมสนุก และได้เล่นเกมกับเพื่อน ปกติหนูชอบเล่นตะกร้ออยู่แล้ว การมีพี่นักกีฬาอาชีพมาช่วยสอนก็ทำให้หนูมีทักษะมากขึ้น และพี่ ๆ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้หนูอยากเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือเป็นนักกีฬาทีมชาติเหมือนพี่ ๆ ด้วย หนูคิดว่าจะต่อยอดต่อไป ฝึกฝนต่อไป ต้องขอบคุณโครงการดี ๆ แบบนี้ ทำให้หนูและเพื่อนได้ความรู้และความสนุกมาก”

ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699604

ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.38 น.

สำนักงานประกันสังคม แนะผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ กับสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพกับสำนักงานประกันสังคม โดยผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย สามารถนัดหมายตรวจสุขภาพได้ฟรี

ทั้งนี้  ผู้ประกันตน ต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการผู้ประกันตนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.sso.go.th หรือLine : @ssothaiหรือโทร 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง http://Clip ที่ 1 https://youtu.be/8JDIzRs8PsA

กรมอนามัย จับมือ อินทนิล มอบของขวัญปีใหม่ สั่งเมนูหวานน้อย ลดราคา ลดโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699594

กรมอนามัย จับมือ อินทนิล มอบของขวัญปีใหม่ สั่งเมนูหวานน้อย ลดราคา ลดโรค

กรมอนามัย จับมือ อินทนิล มอบของขวัญปีใหม่ สั่งเมนูหวานน้อย ลดราคา ลดโรค

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.54 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ อินทนิล จัดแคมเปญ “ปีใหม่สุขภาพดี เริ่มที่หวานน้อยสั่งได้” มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทุกคน ลดราคาพิเศษเมื่อสั่งเมนูเครื่องดื่มหวานน้อย หวังลดการบริโภคน้ำตาล ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในการเป็นประธานเปิดงาน “ปีใหม่สุขภาพดี เริ่มที่การสั่งหวานน้อย” ณ ลานอเนกประสงค์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “หวานน้อยสั่งได้” มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อลดการบริโภคน้ำตาลของคนไทย โดยมีกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย เป็นภาคเอกชนที่เป็นแฟรนไชส์เครื่องดื่มรายใหญ่ รวมถึงห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ทั้งสิ้น 17 แบรนด์ โดยภาคเอกชนได้ร่วมผลิตเครื่องดื่มสูตร “หวานน้อย” และพัฒนาสูตรเครื่องดื่มหวานน้อยร้อยละ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย ซึ่งมีอัตราส่วนน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม 5 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ส่งผลให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ลดการบริโภคหวาน ลดการเกิดโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด      

“ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางไกล เพื่อกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และแวะตามจุดพักรถ โดยสั่งเมนูเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ หรือเมนูอื่น ๆ ช่วยให้ตื่นตัวเวลาเดินทาง กรมอนามัย      จึงร่วมกับอินทนิล จัดแคมเปญ “ปีใหม่สุขภาพดี เริ่มที่หวานน้อยสั่งได้” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย เมื่อสั่งเมนูเครื่องดื่มหวานน้อยที่ร้านอินทนิล โดยหวังว่าจะสามารถลดการบริโภคน้ำตาลตลอดแคมเปญได้ถึง 3,410 กิโลกรัม (อ้างอิงข้อมูลความหวานของเครื่องดื่มเฉลี่ย 18 ช้อนชา จากตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย สำนักโภชนาการ กรมอนามัย)

ทางด้านนายวิษณุ วงศ์สุมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจากรีเทล จำกัด กล่าวว่า อินทนิลได้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “หวานน้อยสั่งได้” ร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ประชาชนบริโภคเครื่องดื่มในระดับความหวานที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ

โดยมอบส่วนลดพิเศษเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทุกคนใน “แคมเปญปีใหม่สุขภาพดี เริ่มที่หวานน้อยสั่งได้” เมื่อสั่งเมนูเครื่องดื่มหวานน้อย ที่ร้านอินทนิล จะได้ส่วนลดแก้วละ 10 บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2565 ถึง 4 มกราคม 2566 วันละ 5,000 สิทธิ์ รวม 11 วัน เป็นจำนวน 55,000 สิทธิ์”

-(016)