กลุ่ม ปตท. ผนึกพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ภายใต้แนวคิด ‘Togetherverse-CG Power for Sustainability & Beyond’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699673

กลุ่ม ปตท. ผนึกพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล  ภายใต้แนวคิด ‘Togetherverse-CG Power for Sustainability & Beyond’

กลุ่ม ปตท. ผนึกพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ภายใต้แนวคิด ‘Togetherverse-CG Power for Sustainability & Beyond’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นำกลุ่ม ปตท. แสดงพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ในงาน 2022 PTT Group CG Day ครั้งที่ 14 โดยมี ปตท.สผ. เป็นเจ้าภาพ ในการจัดงานภายใต้แนวคิด “Togetherverse-CG Power for Sustainability & Beyond” เพื่อแสดงพลังร่วมของกลุ่ม ปตท. ที่ให้ความสำคัญและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลมีการกำกับกิจการที่ดี และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ

อรรถพล เปิดเผยว่า ปตท. และ 6 บริษัท Flagship ในกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดงาน PTT Group CG Day มาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในปีนี้ทาง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เป็นเจ้าภาพ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีแสดงพลังร่วมของกลุ่ม ปตท. ในการมุ่งมั่นการดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลพร้อมส่งเสริมบุคลากรในกลุ่ม ให้ตระหนักถึงการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ โดยนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปใช้ในการทำงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร และเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. กล่าวว่า งาน PTT Group CG Day อันเป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“Togetherverse-CG Power for Sustainability & Beyond” จะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมทั้งกำหนดแนวทางร่วมกันบนพื้นฐานของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและบรรลุเป้าหมายได้ ปตท.สผ. เองได้กำหนดหลัก 6 ประการในการดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่ ความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ความรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจและ การกระทำของตนเอง ความยุติธรรมและซื่อสัตย์ ความโปร่งใส การสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และการส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ โดยเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานตามการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กล่าวมานี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวมทั้ง เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ตามเป้าหมาย “เติบโต รุ่งเรือง มั่นคง ยั่งยืน และสง่างาม”

สำหรับงาน 2022 PTT Group CG Day จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid Event ได้แก่ รูปแบบ Onsite ณ ห้อง Synergy Hall ชั้น 6 ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ และรับชมผ่านการ Live Streaming ทาง www.PTTgroupCGday 2022.com กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเสวนาของผู้บริหารสูงสุดในกลุ่ม ปตท. ในหัวข้อ Togetherverse-CG Power for Sustainability & Beyond” นิทรรศการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การสัมภาษณ์ แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ ซึ่งมาร่วมแบ่งปันเจตนารมณ์ด้านคุณธรรม และจรรยาบรรณที่ดีในการดำเนินชีวิต ตลอดจนการร่วมสนุกกับ CG Game ต่างๆ เป็นต้น

เปิด ‘มหัศจรรย์ 100 ไร่ 100 ปี ราชภัฏโคราช’ ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งเต็มทุกพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699672

เปิด ‘มหัศจรรย์ 100 ไร่ 100 ปี ราชภัฏโคราช’  ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งเต็มทุกพื้นที่

เปิด ‘มหัศจรรย์ 100 ไร่ 100 ปี ราชภัฏโคราช’ ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งเต็มทุกพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานโครงการท่องเที่ยวศูนย์เรียนรู้
เพื่อการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างมีความสุข ครั้งที่ 7 “มหัศจรรย์ 100 ไร่ 100 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา” โดยมีนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ฅนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้มีเกียรติร่วมพิธีในบรรยากาศทุ่งดอกไม้ที่เนรมิตพื้นที่ 100 ไร่ ที่ศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยทางการเกษตร (100 ไร่) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา

สุวัจน์กล่าวว่า ภารกิจที่สําคัญของประเทศคือ การส่งเสริมการท่องเที่ยว เราประสบปัญหาเรื่องโควิด-19 กันมา 2 ปีกว่า
วันนี้ทำท่าว่าจะจบ แต่ตอนนี้เริ่มมาอีกมีการประเมินว่าปีหน้าเป็นปีที่โลกจะยากลําบากในเรื่องของการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ทุกแห่งจะมีการทบทวนตัวเลขการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ พอเราเปิดประเทศมาได้สักครึ่งปี นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเดิม 40 ล้านคน ช่วงโควิด-19 หายไปแทบจะเป็นศูนย์ พอเปิดประเทศมาตั้งแต่กลางปีมีนักท่องเที่ยวกลับมาอาจจะได้ถึง 20-25% ถือว่าการฟื้นตัวจากจํานวนนักท่องเที่ยวจาก 40 ล้านปีนี้อาจจะกลับมา 8 ล้านถึง 10 ล้าน รวดเร็วก็เลยทําให้อัตราการเติบโตทาง GDP ของประเทศ ปีนี้เราไม่ได้ติดลบ แต่อาจจะบวกประมาณ 2-3% แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวมีความสําคัญอย่างมาก วิธีหนึ่งที่จะทำให้ประเทศชาติของเราเศรษฐกิจฟื้นตัว ประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ก็คือ ต้องบูมเรื่องการท่องเที่ยว

“วันนี้ภารกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏ นอกจากการต่อยอดทางวิชาการแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวให้กับนครราชสีมา พี่น้องประชาชนชาวโคราชทุกคนรอฟังคําตอบ รอฟังข่าวดีว่ายูเนสโกจะให้โคราชเป็นอุทยานธรณีโลกหรือไม่เดือนเมษายน 2566 นี้ หากยูเนสโกตัดสินให้ประเทศไทยมีอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 2 นอกเหนือจาก จ.สตูล ก็คือ จ.นครราชสีมา จะถือว่าเป็นข่าวใหญ่และเป็นภารกิจที่สําคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏกับคณะผู้บริหารจะต้องดูแลบริหารอุทยานธรณีโลก ดูแลบริหารไดโนพาร์ค ดูแลบริหารสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน และดูแลบริหารศูนย์อบรมและวิจัยทางการเกษตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว”

สุวัจน์กล่าวต่อว่า ดังนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาจะมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ 4 แห่ง ที่จะต้องบูรณาการร่วมกันและทั้ง 4 แห่ง ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเป็นสากล เช่น ไม้กลายเป็นหิน ไดโนพาร์คก็มีความเป็นสากล อุทยานธรณีโลกยิ่งใหญ่ที่สุด หากเราสามารถจะเชื่อมโยงอุทยานธรณีโลกเข้ากับแหล่งอื่นที่ยูเนสโกได้ประกาศรับรองจังหวัดนครราชสีมาไว้แล้วที่เรียกว่า The UNESCO Triple Crown คือมรดกโลกที่เขาใหญ่, พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช อ.ปักธงชัย และถ้าเราได้อุทยานธรณีโลก อีก 5 อำเภอ (อำเภอเมือง เฉลิมพระเกียรติ สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ) คือ สามมงกุฎทางด้านการท่องเที่ยว โคราชจะยิ่งใหญ่ เพราะสามารถที่จะดีไซน์ให้เกิด “ยูเนสโก รูท” คือ เส้นทางท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมที่ยูเนสโกประกาศ โคราชมีsoft power ที่อุดมสมบูรณ์ 3-4 แห่งที่มหาวิทยาลัยราชภัฏดูแลแล้วยังมีอีกสองเรื่องที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นตัวตัดสินให้กับโคราชนั้นคือโครงการมอเตอร์เวย์ ถ้าเร่งผลักดันมอเตอร์เวย์เสร็จในปีหน้า กรุงเทพฯ-โคราช ใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงสี่สิบห้านาที กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ ใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมง และโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช หนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที ฉะนั้น โคราชจะเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ที่มีเส้นทางการคมนาคมที่สามารถจะเชื่อมโยงเมืองหลวงกับภาคอีสาน โดยมีโคราชเป็นประตูสู่อีสานจะพานักท่องเที่ยวมาโคราชอย่างมหาศาล และโอกาสในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาในเรื่องการท่องเที่ยว จะเป็นสิ่งที่สําคัญและยั่งยืนในเรื่องของ soft power ในเรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ อาทิ เรื่องไดโนพาร์ค, เรื่องไม้กลายเป็นหิน และเรื่องอุทยานธรณีโลก

สำหรับการจัดงาน มหัศจรรย์ 100 ไร่100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาจัดถึงวันที่ 15 มกราคม 2566 เปิดไร่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในเวลา 08.00-18.00 น.ณ ศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยทางการเกษตร 100 ไร่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ ภายในงานได้รวบรวมความมหัศจรรย์เต็มร้อยทุกพื้นที่ อาทิ มหัศจรรย์ดอกไม้บาน Wonder blooming flowers ชมความงามของทานตะวันหลังนา ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งเต็มทุกพื้นที่ 100 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน ณ สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอย่างเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ สวนสัตว์นครราชสีมา,จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. โคราช และอุทยานเรียนรู้สิรินธรเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ สร้างประสบการณ์ในการท่องเที่ยวของเมืองโคราชต่อไป

สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ (CGI) จัดงาน แนะนำหลักสูตร CGI Open House 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699699

สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ (CGI) จัดงาน  แนะนำหลักสูตร CGI Open House 2023

สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ (CGI) จัดงาน แนะนำหลักสูตร CGI Open House 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องและมีผลงานดีเด่นในระดับนานาชาติ ทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่จะสร้างสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเป็นเลิศทางการศึกษา และมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การแข่งขันระดับสากล โดยใช้การวิจัยนำในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูง ในสาขาที่มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนสำหรับประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ เพื่อให้มีความรู้และสามารถถ่ายทอดความรู้ออกเป็นรูปธรรมและนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศได้

ในปีพุทธศักราช 2548 จึงมีการก่อตั้งสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชันษาครบ 4 รอบ ระยะแรกมีสถานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ทำหน้าที่จัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาหลักสูตรนานาชาติ ใน 3 สาขา คือ วิทยาศาสตร์ชีวภาพประยุกต์: อนามัยสิ่งแวดล้อม (Applied Biological Sciences: Environmental Health) วิทยาศาสตร์เคมี (Chemical Sciences) และพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม (Environmental Toxicology) โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นแหล่งผลิตบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่มีความต้องการสูงตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ ซึ่งทั้ง 3 สาขาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษในสิ่งแวดล้อม การเกิดโรคจากสิ่งแวดล้อม และการพัฒนายาโมเลกุลขนาดเล็กและยาชีววัตถุเพื่อการรักษาและป้องกันโรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม การจัดการเรียนการสอนของสถาบันเป็นระดับนานาชาติซึ่งได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลกอาทิ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยดาร์ตมัธ วิทยาลัยการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยฟลอริดา และมหาวิทยาลัยอูเทร็ค ประเทศเนเธอร์แลนด์ มหาวิทยาลัยอาร์ฮุส ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และการแพทย์อิมพีเรียล สหราชอาณาจักร เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี สถาบันได้ผลิตบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศมาแล้วมากกว่า 200 คน ปัจจุบันสถาบันมีสถานภาพเป็นหน่วยงานในกำกับรัฐดำเนินงานโดยเป็นส่วนหนึ่งของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

สำหรับกิจกรรมในงานแนะนำหลักสูตร CGI Open House 2021 และสอบคัดเลือกผู้รับทุนการศึกษาประกอบด้วยเวทีอภิปราย การเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมืออันทันสมัย อีกทั้งยังได้ร่วมลุ้นรางวัลgift voucher ผ่าน Facebook live ของสถาบันอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้เข้าสอบคัดเลือกสามารถรอฟังประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าสอบในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน และหากได้รบการคัดเลือกให้รับทุนมีโอกาสได้ฝึกงานวิจัย ณ มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำที่สหรัฐอเมริกา ส่วนนักศึกษาที่พลาดการเข้าร่วมงาน สามารถยื่นใบสมัครพร้อมทั้งเอกสารประกอบการสมัครได้ด้วยตนเอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 0-2554-1900 ต่อ 2144, 2130 และ 2712

DMT ร่วมกับ Guardforce ลงนามสัญญาความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมเครื่องเก็บเงินดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699712

DMT ร่วมกับ Guardforce ลงนามสัญญาความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมเครื่องเก็บเงินดิจิทัล

DMT ร่วมกับ Guardforce ลงนามสัญญาความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมเครื่องเก็บเงินดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

DMT จับมือ Guardforce ร่วมพัฒนานวัตกรรมเครื่องเก็บเงินดิจิทัล นำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการพัฒนานวัตกรรมและปรับปรุงการบริหารเงินสดแบบครบวงจร ตามแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้มีการดำเนินโครงการในการพัฒนามาตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2562 จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยบุคลากรทั้ง 2 ส่วนงานได้ร่วมทดสอบเครื่องเก็บเงินดิจิทัล KUN 5C รุ่นธนบัตรและรุ่นเหรียญ ทั้ง 2 องค์กรได้เล็งเห็นประโยชน์ร่วมกันทั้งในส่วนองค์กรและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน บริหารจัดการบุคลากรหน้าด่านและปรับลดการใช้อุปกรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท รักษาความปลอดภัย การ์ดฟอร์ซ แคช โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีลงนามในสัญญาความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องเก็บเงินสดดิจิทัล โดยมี ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) และ นายเคลวิน ชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย การ์ดฟอร์ซ แคช โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมด้วยนางสาวบงกชรัตน์ ตั้งชูกุล รองกรรมการผู้จัดการ-สายงานธุรกิจและการเงิน บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) และนางสาวลักษณา ตรัยชิรอาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท รักษาความปลอดภัย การ์ดฟอร์ซ แคช โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นพยาน ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุมสำนักงานใหญ่

นางสาวบงกชรัตน์ ตั้งชูกุล รองกรรมการผู้จัดการ-สายงานธุรกิจและการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจและ DMT ได้เล็งเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรหน้าด่าน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการการบริหารเงินสด โดยได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานซึ่งประโยชน์ที่ DMT ได้รับครั้งนี้ ได้แก่ 1) ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน เช่น การลดขั้นตอนการเดินทางจากสำนักงานใหญ่มาที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง ลดขั้นตอนการเปิดตู้นิรภัย และลดขั้นตอนการเป็นพยานตรวจนับถุงเงิน 2) บริหารจัดการบุคลากร และปรับลดการใช้อุปกรณ์-พลังงานเชื้อเพลิง เช่น ถุงเงิน แถบผนึกพิเศษ 3) เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน DMT สามารถตรวจสอบยอดเงินนำฝากเครื่องเก็บเงินอัตโนมัติแบบ Real-time รวมทั้งการระบุตัวตนผู้นำฝากผ่านรหัสผู้เข้าใช้งานเครื่องดังกล่าวนี้ และ 4) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อลดภาวะโลกร้อน ถือเป็นการพัฒนารูปแบบการบริหารเงินสดแบบครบวงจร ผ่านเครื่องฝากเงินทั้งในรูปธนบัตรและเหรียญอัตโนมัติ การร่วมมือครั้งนี้ช่วยต่อยอดธุรกิจได้ในอนาคต นอกจากนี้ DMT และ Guardforce ยังร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของทั้งสองฝ่าย

นายเคลวิน ชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย การ์ดฟอร์ซ แคช โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เครื่องเก็บเงินดิจิทัล เป็นโซลูชั่นส์และนวัตกรรมเพื่อช่วยให้ DMT สามารถบริหารการจัดการรายได้ที่เป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย แม่นยำและมีประสิทธิภาพ การทำงานของเครื่องเก็บเงินดิจิทัลของการ์ดฟอร์ซนั้น เงินสดทั้งหมดจะถูกรับประกันความปลอดภัยและถูกบันทึกไว้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำ DMT สามารถตรวจสอบยอดเงินฝากทั้งหมดได้ทันทีผ่านทางสมาร์ทโฟนแท็บเลต หรือคอมพิวเตอร์ทุกที่ทุกเวลาไม่ต้องรอรายงาน หรือสุ่มเสี่ยงการเอาเงินไปฝากธนาคารด้วยตนเอง เงินสดจะถูกขนย้ายและตรวจนับ รวมทั้งการนับทวนด้วยทีมการ์ดฟอร์ซ เพื่อนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารให้กับ DMT ด้วยโซลูชั่นส์ทั้งหมด ช่วยให้ DMT ตรวจสอบยอดเงินฝากได้ทันที หลีกเลี่ยงการสูญหายภายในและลดขั้นตอนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ในด้านการปฏิบัติงานของบุคลากร DMT นั้นจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ลดความคลาดเคลื่อนต่างๆ ไม่ต้องตรวจสอบด้วยมือ อีกทั้ง เครื่องเก็บเงินดิจิทัลนี้สามารถตรวจจับธนบัตรปลอมได้ทันที

การบริหารจัดการเงินสดแบบครบวงจร ซึ่งความร่วมมือระหว่าง DMT และ Guardforce จะช่วยยกระดับศักยภาพของ DMT ในยุคแห่งดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเพิ่มมูลค่าการปฏิบัติงาน ของ DMT ให้ได้รับประโยชน์และเกิดการต่อยอดต่อไป

คุณแหน : 22 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699710

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll ขอแสดงความยินดีกับ ฐานิสร์ วัชโรทัย ในโอกาสที่ UIPM-University International มอบตำแหน่ง “ศาสตราจารย์พิเศษ” จากผลงานวิชาการการสอนวิชาด้านบริหาร วิชาวิเคราะห์วิจัยด้านธุรกิจ ในมหาวิทยาลัยและจากผลการทำงานเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนสารคดีเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ในทุกๆ ศาสตร์ โดยมี หม่อมเจ้าหญิงอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ประทานดอกไม้แสดงความยินดี รวมทั้งเพื่อนๆ อาทิ ศ.พิเศษ พลตรีเภสัชกร ดร.พงศ์ภัทร์ วรงค์พรพรม,ศ.พิเศษวิถี พานิชพันธุ์ ร่วมยินดี ณ ห้องประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่…

ll รับเชิญบรรยาย ไม่มีหยุดแม้ใกล้สิ้นปี รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษา สำนักประธานบริหารรพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เดินสายบรรยายให้ ผอ.รพ. ทั่วประเทศเรียนรู้เรื่อง“การพัฒนาองค์กรสำหรับผู้บริหารโรงพยาบาล” ที่สถาบันบัณฑิตศศินทร์ จุฬาฯ จากนั้นข้ามไปอัปเดต “การบริหารบุคลากรแบบยืดหยุ่นยุคเน็กซ์ นอร์มอล” ให้นักบริหารงานบุคคลของเครือไมเนอร์ กรุ๊ปกว่าร้อยคนฟัง…

ll ดร.คณพศ นิจสิริภัช ชวนเพื่อนๆ LTE#3 มาฉลองรับลมหนาว โดยมี ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ, ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส, สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล,เกศนรี จองโชติศิริกุล, แววรัตน์ ชำนาญภักดี,สุพจน์ จินดารัตน์, นพดล ศรีสรรค์, ธงชัยระวีวัฒน์, ธนพล-ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์, ไกรเทพ พิลัยกุล, ชนวัฒน์ วาจานนท์, สินีนาฏ คำวงศ์ปิน, ปิติทัศน์ ไววิริยะ ร่วมด้วย…

ll ข่าวสุดดีของ กวิน โตวงศ์ศรีเจริญ และ ชวณัฐ ตันวัชรพันธ์ ที่ได้ลูกชายคนแรกหนัก 3,190 กรัม ตั้งชื่อว่า ด.ช.กวัน ตันวัชรพันธ์…

ll เพื่อรำลึกในคุณงามความดีและความเสียสละของ คุณหญิงสุชาดา สุจริตกุล ถิระวัฒน์ อดีตรองประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประธานฝ่ายทุนการศึกษา และอดีตรองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ที่ได้อุทิศตนเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานของทั้ง 2 มูลนิธิฯ เป็นเวลา 40 ปี และ 28 ปีมูลนิธิฯ ทั้งสองร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม 26 ธ.ค. 18.30 น. ณ ศาลา 5 วัดเทพศิรินทราวาส…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ โฆสิต สุวินิจจิต-ยุวดี บุญครอง ที่สูญเสียคุณพ่อสุทิน สุวินิจจิต สวดพระอภิธรรม ณ ศาลาบุพการีอนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร 19-24 ธ.ค.18.30 น. และฌาปนกิจ 25 ธ.ค.16.00 น. เมรุ 1…

ll สวด สุนันท์ สุรรังสรรค์ แม่ยาย สาณิต รัตนาวะดี ศาลา 1 วัดผาสุกมณีจักร (เมืองทองธานี) 21-24 ธ.ค.18.00 น. ฌาปนกิจ 25 ธ.ค.17.00 น….

ll เทียมพันธ์ ศิวรักษ์ อดีตธิดาโดมนิวยอร์ก ไปสู่สุคติ ฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว ..ทั้งๆ ที่สุขภาพแข็งแรงแต่ระหว่างจะไปร้องเพลง ขณะจอดรถแล้วหายใจไม่ออกเข้า ICU อยู่ 7 วันแล้วจากไป…ll

น้อง

ถอดรหัสธุรกิจสุขภาพในยุคดิจิทัล เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699697

ถอดรหัสธุรกิจสุขภาพในยุคดิจิทัล  เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

ถอดรหัสธุรกิจสุขภาพในยุคดิจิทัล เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงบนวิถีชีวิตในโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญผนวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจต่างๆ ในทุกอุตสาหกรรมต้องปรับตัวให้ทันตามสถานการณ์ “ดิจิทัลเฮลท์แคร์” เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่เข้ามามีบทบาทตอบรับกระแสการตื่นตัวในเรื่องสุขภาพ เกิดค่านิยมในการให้ความสำคัญกับการดูแลเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงในเชิงป้องกันโรค โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยยกระดับมาตรฐานบริการด้านการแพทย์ ที่ได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เช่น Telemedicine หรือ แพทย์ทางไกลที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายยิ่งขึ้น ลดจำนวนครั้งที่ต้องมาพบแพทย์ ลดระยะเวลาการรอคอย ลดความแออัดในโรงพยาบาลด้วยแอปพลิเคชั่นที่ผู้ป่วยสามารถนัดพบแพทย์โดยไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเป็นเวลานานที่โรงพยาบาล เป็นต้น 

การเข้ามาของเทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยสนับสนุนธุรกิจเฮลท์แคร์ และช่วยยกระดับบริการด้านสุขภาพรูปแบบเดิมให้ดีขึ้น นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของธุรกิจเฮลท์แคร์ในอาเซียน มีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2050 ประชากรของอาเซียนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15% ของประชากรทั้งหมด หรืออาจกล่าวได้ว่าอาเซียนมีแนวโน้มเข้าสู่ความเป็นสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย พบว่ากลุ่มคน Gen Y ที่อายุประมาณ 22-40 ปี และกลุ่มอายุช่วง 40-49 ปี จะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน และเลือกที่จะยอมจ่ายเพื่อสุขภาพที่ดีมากกว่าเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนต่างก็เร่งยกเครื่องปรับตัวรับกับเทรนด์นี้ ที่เห็นได้ชัดอย่าง เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล มีการนำเอา HealthTech มาต่อยอดเป็นเครื่องมือการให้บริการด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชั่น “Health Up” ที่รวมการให้บริการต่างๆ มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น รวดเร็ว แบบไร้รอยต่อ ขณะที่โรงพยาบาลผู้ให้บริการเองก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น 

นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้ให้ข้อมูลว่า เครือโรงพยาบาล ได้นำเอา Digital Engagement Model เข้ามาปรับใช้ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูล (Data) แล้วส่งต่อให้ทีมทำ Futuristic Data โดยนำข้อมูลเชิงลึกของแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนโปรแกรมการดูแลรักษาแบบ Human Touch Service มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) วัตถุประสงค์ คือ ความต้องการให้ลูกค้าเข้าถึงโรงพยาบาลในเรื่องของการดูแลสุขภาพได้ถี่มากขึ้น บ่อยขึ้นแต่เป็นการเข้ามาดูแลสุขภาพที่เน้นเชิงป้องกัน จะไม่ใช่การเข้ามาโรงพยาบาลเพื่อใช้เวลาในการนอนพักรักษาตัวลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยลดการสูญเสียชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาสุขภาพและบริการเท่านั้น แต่ยังใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล โดยข้อมูลทั้งหมดของผู้เข้าใช้บริการจะถูกเก็บรักษาอย่างดี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลเหล่านี้จะรั่วไหลและมั่นใจได้ถึงคุณภาพการรักษา รวมถึงการส่งมอบบริการที่ดีโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ (Human Centric) 

นายศุภกร กล่าวต่อไปว่า “การทำ Hyper Personalization เป็นอีกเทรนด์ที่มาควบคู่กับ Preventive Healthcare ซึ่งเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลเชิง Big Data มาประยุกต์ใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความเฉพาะในแต่ละบุคคล ดังนั้นการที่โรงพยาบาลสามารถเก็บข้อมูลได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ ต่อผู้ใช้บริการ เพราะจะสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละคนแบบเจาะลึก สามารถออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค เพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางคือ ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ ยกตัวอย่างเช่น All You Can Check โปรแกรมตรวจสุขภาพมิติใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันโดยเฉพาะ โดยทางโรงพยาบาลจะช่วยมอนิเตอร์สถานะสุขภาพของผู้เข้ารับบริการตลอดระยะเวลา 1 ปี มีแพทย์เป็นผู้ให้คำแนะนำในการวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลในระยะเวลาที่นานเพียงพอที่จะปรับพฤติกรรมใหม่ให้เหมาะสมและตรงจุด โปรแกรมนี้ยังครอบคลุมการตรวจร่างกายตั้งแต่รายการตรวจแบบพื้นฐานไปจนถึงการตรวจเจาะลึกคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะด้าน”  

ทั้งนี้การขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่การลงทุนด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (ECO SYSTEM OF INNOVATION) ภายในองค์กรที่คอยให้การสนับสนุนให้เกิดสภาวะแวดล้อมด้านนวัตกรรมภายในองค์กรในรูปแบบต่างๆ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรที่ถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญมีมายด์เซต และสกิลเซตแบบนวัตกร นั่นคือ บุคลากรจะต้องมีความรู้ ความใส่ใจ และสังเกตผู้เข้ารับบริการแต่ละคน สามารถมองเห็นปัญหาแล้วนำมาขบคิดเพื่อใช้เป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ หากทำได้เช่นนี้ ก็จะมีโอกาสเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดได้อย่างทันท่วงที 

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล มองการณ์ไกลเรื่องของ Digital Healthcare และลงมือเปลี่ยนแปลงองค์กรแบบ 360 องศาอย่างจริงจัง เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคนี้ นับว่าเป็นต้นแบบให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ในการพัฒนาองค์กร พัฒนาคน ก้าวสู่ยุคดิจิทัล และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในยุค New Normal ได้อย่างดี 

เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ส่งความสุขสู่ผู้คนในชุมชนด้วยงานคริสต์มาสยิ่งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699689

เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ส่งความสุขสู่ผู้คนในชุมชนด้วยงานคริสต์มาสยิ่งใหญ่

เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ส่งความสุขสู่ผู้คนในชุมชนด้วยงานคริสต์มาสยิ่งใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หากพูดถึงโรงเรียนนานาชาติที่ถูกจัดอันดับ “หนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศไทย” ต้องมีชื่อ “เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ”ภายใต้การบริหารของ ดร.แพรว-ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อยู่ด้วยอย่างแน่นอน ด้วยจุดแข็งของโรงเรียนที่มีหลักสูตรส่งตรงมาจากประเทศอังกฤษ และแคมปัสที่มีขนาดใหญ่และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และในช่วงเทศกาลคริสต์มาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ได้จัดงานIlluminated Christmas Fayre 2022 ซึ่งมีแม่งานเป็นเหล่าสมาชิกอาสาของสมาคมผู้ปกครองของเวลลิงตัน หรือที่เรียกว่า Friends of Wellington นำโดยหัวเรือใหญ่อย่าง นทชาติ จินตกานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ในฐานะประธานกลุ่ม Friends of Wellington และ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ รองประธานและหัวหน้าฝ่าย CSR

ทั้งคู่ได้เนรมิตพื้นที่จัดงานคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ ขนขบวนร้านอาหาร เครื่องเล่นสุดอลังการ ร้านค้าของขวัญของที่ระลึก เกมและกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มไม่เฉพาะเด็กๆ และผู้ปกครองของนักเรียนในโรงเรียนนี้เท่านั้น แต่ยังเปิดบ้านต้อนรับทุกครอบครัว เพื่อร่วมกันสร้างครอบครัวใหญ่และชุมชนที่มีความสุขร่วมกัน

มร.คริสโตเฟอร์ นิโคลส์ ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า Friends of Wellington ถือเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของเวลลิงตัน เป็นคอมมิวนิตี้ผู้ปกครองที่ช่วยนำพาให้บรรดาผู้ปกครอง ครู และสมาชิกคนอื่นๆ ในชุมชนโรงเรียนได้มาร่วมกันแบ่งปัน เรียนรู้ และสังสรรค์ร่วมกัน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักคือ การสนับสนุนสมาชิกทุกคนในโรงเรียนให้มีส่วนร่วมสร้างเพื่อนใหม่ พัฒนาเครือข่ายชุมชนโรงเรียนและอื่น ๆ ซึ่งชุมชน โรงเรียนที่ดี ต้องเป็นชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกและความสร้างสรรค์

ดร.แพรว-ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และประธานบริหารโรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่พื้นที่ของโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างความสุขให้กับนักเรียน ครอบครัวและชุมชนโรงเรียนได้ โดยโรงเรียนได้เรียนรู้จากช่วงโควิด-19 อย่างมากซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดในช่วงเวลานั้นไม่ใช่การศึกษา แต่เป็นการขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ (human contact) และเมื่อกลับมาสู่โลกแห่งการเรียนรู้ในชีวิตจริงได้อีกครั้ง ทำให้เรารู้ว่าชุมชนนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด การจัดงาน Christmas Fayre ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ได้กลับมาใช้เวลาทำกิจกรรมด้วยกัน และร่วมกันสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีความสุข

นทชาติ จินตกานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ในฐานะประธานกลุ่ม Friends of Wellington กล่าวว่า “กิจกรรม Christmas Fayre ในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่เราเคยจัดมา เราต้องการสร้างชุมชนที่มีความสุขและเป็นมิตร และเปิดกว้างในการมีส่วนร่วมให้เด็กๆ ครอบครัว และสมาชิกของชุมชนได้มีโอกาสได้ใช้เวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เราต้องการให้เด็กได้รับรู้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีค่าและเมื่อเติบโตขึ้น สิ่งนี้จะเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่ดี ที่ไม่ใช่แค่เพียงการเรียนในโรงเรียน แต่เป็นช่วงเวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับครู เพื่อน ผู้ปกครองตัวเอง และผู้ปกครองของเพื่อนๆ ด้วย

ซินดี้-สิรินยา บิชอพ เล่าว่า งาน Christmas Fayre ที่จัดขึ้นปีนี้โดยโรงเรียนและกลุ่ม Friends of Wellington ทุกคนได้มาร่วมกันสร้างรอยยิ้ม เด็กๆ มีความสุขมาก อีกทั้งยังได้เห็นว่าโรงเรียนสามารถเป็นสถานที่ที่ทำให้พวกเขามีความสุข โรงเรียนเรียนเป็นมากกว่าสถานที่ที่มาเรียนหนังสือ เป็นสนามเด็กเล่นไม่ใช่ว่าในแต่ละวันมาเพียงเพื่อเรียนหนังสืออย่างเดียวแต่โรงเรียนสามารถเป็นสถานที่ที่สร้างความรู้สึกดีๆ ร่วมกันได้ การที่ได้เห็นลูกๆ ของเรามีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น ถือว่าโอเคมากๆ เลย

สยาม ทาคาชิมายะ ร่วมฉลอง 30 ปี ANTEPRIMA อวดโฉมกระเป๋าธีมสีใหม่ RECONNECT ครั้งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699711

สยาม ทาคาชิมายะ ร่วมฉลอง 30 ปี ANTEPRIMA  อวดโฉมกระเป๋าธีมสีใหม่ RECONNECT ครั้งแรกในไทย

สยาม ทาคาชิมายะ ร่วมฉลอง 30 ปี ANTEPRIMA อวดโฉมกระเป๋าธีมสีใหม่ RECONNECT ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ANTEPRIMA (แอนทิพรีม่า) กระเป๋าแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกจากอิตาลี ที่โด่งดังได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการผสมผสานงานคราฟต์กับวัสดุสมัยใหม่ชนิดพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมอวดโฉมสีใหม่ในธีม RECONNECT (รีคอนเนค) ผลงานการรังสรรค์และออกแบบโดย Izumi Ogino (อิซูมิ โอกิโน่) ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งวางจำหน่ายที่เดียวในไทย ณ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะเท่านั้น

Izumi Ogino (อิซูมิ โอกิโน่) ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้เดินทางมาจากญี่ปุ่น เพื่อร่วมพูดคุยกับลูกค้าและผู้ที่หลงใหลในกระเป๋า ANTEPRIMA อย่างใกล้ชิด พร้อมโชว์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ Spring/Summer 2023 จากงานที่ Milan’s Central Park. เป็นครั้งแรก ณ โรงแรมเพนนินซูล่า เมื่อเร็วๆ นี้ ด้วย

สำหรับคอลเลคชั่น RECONNECT ได้แรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ Connecting the color of “Globle Child” สื่อถึงการเชื่อมโยงไปถึงความแตกต่างหลากหลายทางสีผิว และได้นำความงดงามและเสน่ห์แบบดั้งเดิมของหมู่บ้านในยุคกลางที่ถูกซื้อโดย Furruccio Ferragamo ในปีค.ศ.1993 มาผสมผสานกับความงามแบบใหม่ที่หรูหราทันสมัย จนกลายมาเป็นส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบของรีสอร์ท โรงกลั่นไวน์ และสวนออร์แกนิคที่งดงามที่สุดของ Il Borro (อิล บอร์โร) มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ และถ่ายทอดเป็นสีสันลงบนกระเป๋ารุ่นต่างๆ อาทิ รุ่นคลาสสิกอย่าง STANDARD (สแตนดาร์ด) ซึ่งเป็นไอเท็มซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่รวบรวมความมีสไตล์และใช้งานได้ง่าย ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายประกอบกับงานฝีมือระดับ Timeless Craftsmanship ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ดูหรูหรา ทันสมัยเหมาะกับทั้งลุคทำงานและลุคสบายๆ

รุ่น STANDARD MINIATURA (สแตนดาร์ด มิเนียทูรา) ที่เป็นรุ่นย่อส่วนของ STANDARD กับขนาดที่เล็กกะทัดรัดมีอิสระในการใช้งาน พร้อมดีไซน์ที่มอบความสดใส ให้คุณรู้สึกถึงพลังงานแห่งความเยาว์วัยในทุกโอกาส พร้อมกันนี้ ยังมีคอลเลคชั่นสุดพิเศษเอาใจคนรักลายจุดสุดน่ารักกับคอลเลคชั่น POLKA DOT กระเป๋าใบเก๋ที่มีการผสมผสานสีสันของลายจุดเรียงร้อยด้วยสีสันสดใส เติมเต็มวันที่หม่นหมองให้สนุกสนานมากขึ้น

สัมผัสกับความงดงามของกระเป๋า ANTEPRIMA / WIREBAG ที่โซน Japan Selected ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-0117500 หรือ Facebook : Siam Takashimaya

หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566 ถวายเป็นพระราชกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699674

หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566 ถวายเป็นพระราชกุศล

หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566 ถวายเป็นพระราชกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566” ณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ครบ 66 ปี

โดยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2565 พล.ท.นพ.อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566” โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี กองทัพอากาศ สมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิอิออน ประเทศไทย บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท กลุ่ม เซ็นทรัลจำกัด ภูพินทร์ ไค พร้อมด้วยกลุ่มอาสาสมัครกาชาดเชื้อสายอินเดีย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มาเรีย พิซเซเรีย แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด รายการวิทยุกรีนเวฟFM 106.5 MHz บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แฟชั่นฟู้ด จำกัด บริษัท เอ็มเคเรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) บริษัท สมาชิกเอ็มดีอาร์ที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กองประกวด Mrs.Thailand World บริษัท ไอซ์เอจ จำกัด มูลนิธินวมินทร์รวมใจ บริษัท สยามฟาร์มาซูติคอล จำกัด มูลนิธิสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทยและสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด โดยชมรมกุลบุตร-กุลธิดากาชาดจัดกิจกรรมหนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566 ในพื้นที่อำเภอนายูง อำเภอน้ำโสม และอำเภอบ้านผือจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 6-8 ธันวาคม 2565 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ครบ 66 ปี ตลอดจนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารที่ประสบภาวะอากาศหนาวเย็นให้มีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักการกาชาด

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการมอบเครื่องกันหนาวแก่ผู้เปราะบางที่ประสบภัยหนาว จำนวน 3,500 ชุด และเครื่องกันหนาวสำหรับเด็ก 1,500 ชุด มอบคอมพิวเตอร์ ตู้ยาสามัญประจำบ้านให้แก่วัดและโรงเรียนในพื้นที่การให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป และการบริการโรคทางทันตกรรม ตลอดจนการให้ความรู้ด้านสุขศึกษา โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากนี้ยังเยี่ยมบ้านผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการเพื่อมอบเครื่องกันหนาว ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทย ช่วยผู้ประสบภัย และตรวจสุขภาพแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ จำนวน 30 ครอบครัว

สำหรับกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566” ซึ่งเดิมชื่อกิจกรรมบรรเทาภัยหนาวเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ.2545 จนถึง พ.ศ.2565 โดยปฏิบัติงานมาแล้ว 15 จังหวัด รวม 20 ครั้ง (ปัจจุบันเป็นครั้งที่ 21) ได้แก่ ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ นครพนม สกลนคร เชียงราย อุดรธานี เชียงใหม่ อุทัยธานี หนองคาย นครราชสีมา กาญจนบุรี ตาก น่าน ลำพูน และเลย มีผลการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ มอบผ้าห่ม 85,481 ผืน มอบเครื่องกันหนาว 54,967 ตัว,
ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 10,841 ราย,ให้บริการด้านทันตกรรม (ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน) 3,888 ราย ให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยผ่านกิจกรรมสันทนาการ 17,803 ราย

ท่านที่สนใจสามารถร่วมบริจาคสนับสนุนกิจกรรม เพื่อสมทบทุนมอบเครื่องกันหนาวให้แก่ผู้ประสบภัยหนาวได้โดยผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 001-1-34567-0 หรือบริจาคด้วยตนเองที่ “ห้องรับบริจาคเงิน” สำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย ตึกอำนวยนรธรรม ชั้น 2 ถนนพระราม 4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02-2654440-3

กลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ในไทย เปิดโครงการ BE Health ช่วยเด็กออทิสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699684

กลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ในไทย เปิดโครงการ BE Health ช่วยเด็กออทิสติก

กลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ในไทย เปิดโครงการ BE Health ช่วยเด็กออทิสติก

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ร่วมกับ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และมูลนิธิออทิสติกไทย จัดงานเปิดตัวโครงการ BE Health โครงการดีๆ ที่จัดขึ้นเพื่อสนันสนุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาพของเด็กออทิสติก โดยได้รับเกียรติจาก มร.ริชาร์ด เชสตัค ผู้อำนวยการใหญ่ โรงแรมสยาม เคมสกี้ กรุงเทพฯ และ อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย ร่วมกันเป็นประธานกล่าวเปิดงานโดยมี ชลาลักษณ์ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสินธรจำกัด และ ชลปรียา พัชรเศวต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจโรงแรม บริษัท สยามสินธร จำกัด และ มร.ธาดิดุส ไวส์ รองผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯร่วมงานด้วย ณ ล็อบบี้ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

BE Health เป็นโครงการช่วยเหลือสังคมที่กลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ เริ่มจัดทำขึ้นโดยเน้นด้านการช่วยเหลือเพื่อสร้างและพัฒนาความเป็นอยู่และสุขภาพที่ดีขึ้นของชุมชน โดยยึดหลักGLOCAL – THINKING GLOBALLY WHILE ACTING LOCALLY

สำหรับกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ในประเทศไทย โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ได้จับมือร่วมกันให้การสนับสนุน มูลนิธิออทิสติกไทยซึ่งเป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน บุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการการเรียนรู้คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งทางมูลนิธิยังคงต้องการความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นพื้นฐาน รวมถึงทุนในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของเด็กออทิสติกและครอบครัวอีกด้วย โดยทั้งโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ จะจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อระดมทุนหารายได้เพื่อมอบให้กับมูลนิธิดังกล่าว

ภายในงานเปิดตัวโครงการแขกผู้มีเกียรติได้รับชมการแสดงเดี่ยวเปียโนจาก น้องเจตน์ วิเศษณัฐ หรือ น้องก้อง เด็กพิเศษที่มีความสามารถด้านดนตรีและศิลปะ และการแสดงดนตรีของน้องก้องร่วมกับวงดนตรี Trio Band สังกัดกรมดุริยางค์ทหารบก (Royal Thai Army Band School) ชมการวาดภาพจากน้องๆ เด็กพิเศษ ที่มาสร้างสรรค์ผลงานงานศิลปะผ่านปลายพู่กัน รวมถึงมุมสินค้าที่ระลึกภายใต้ชื่อแบรนด์ Art Story by Autistic Thai ซึ่งเป็นผลงานของเด็กและบุคคลออทิสติกจากมูลนิธิออทิสติกไทยที่ถ่ายทอดความคิด จินตนาการ และความรู้สึกผ่านงานศิลปะ และทางมูลนิธินำมาต่อยอดรังสรรค์มาเป็นสินค้าออกวางจำหน่ายเพื่อนำทุนให้กับน้องๆ ต่อไป