คุณแหน : 20 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699192

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll นับเป็นข่าวใหญ่ที่ผู้คนในสหรัฐฯดีใจกันอย่างออกนอกหน้า หลังรัฐบาลรัสเซียยอมปล่อยตัว BRITTNEY GRINERนักบาสเกตบอลหญิงซูเปอร์สตาร์ WNBA ที่ถูกศาลรัสเซียสั่งจำคุก หลังค้นพบแอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยากัญชา ทั้งนี้เป็นการแลกตัวกับการปล่อยตัว VIKTOR BOUT พ่อค้าอาวุธอันดับหนึ่งชาวรัสเซียซึ่งถูกจำคุกในสหรัฐฯอยู่แล้ว บูทถูกล่อตัวมาถูกจับกุมโดยปฏิบัติการร่วม FBI และตำรวจไทยในปี 2551 ที่กรุงเทพฯช่วงรอการทำเอกสารผู้ร้ายข้ามแดน ทีมตำรวจนำตัวบูทขึ้นลงศาลหลายครั้งโดยขาดชุดกันกระสุน “คอลัมน์คุณแหน” จึงได้เขียนเตือนถึงอันตรายดังกล่าวซึ่งอาจเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งฝ่ายตำรวจได้ปฏิบัติแก้ไขให้บูทสวมเสื้อเกราะและหมวกกันกระสุนตลอด… “DE JA VU” บัดนี้เกิดคดีใหญ่มีการจับกุมจีนสีเทา “ตู้ห่าว” นำขึ้นลงศาลหลายครั้งทีมเจ้าหน้าที่ก็ยังปฏิบัติการหละหลวมเช่นเคย…

ll ความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคักในแผนรวมพรรคการเมืองเพื่อเลือกตั้งใหญ่ระหว่างพรรค ทสท. มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค, พรรค สอท. มี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธาน, และพรรค ชพก. มี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธาน เดินมาได้ไม่กี่ก้าว วงในรีบทิพออฟว่า คงจะเป็นรายการ “จิ้มแห้ง” แบบปลาคนละน้ำไปต่อกันไม่ได้เสียแล้ว โดยสรุปว่าปัญหาหลักๆมีมากมายเพราะต่างไม่ได้มาด้วยความมุ่งมั่นหรือปรัชญาร่วม เป็นเพียงคิดหนทางรอด จากความได้เปรียบของพรรคใหญ่ แต่ถ้าจะเน้นลงไปอีก จะเป็นดังนี้ 1) เรื่องทุนปัจจัยสำคัญสุดของการเมืองไทย มีแต่คุยแต่ไม่มีเจ้ามือตัวจริง2) ตำแหน่งสำคัญ เช่นแคนดิเดตนายกฯ หรือ เลขาธิการ จะถูกฮุบกินรวบ 3) พวกแถวสองมีความขัดแย้งกันรุนแรงทำให้เดินงานไม่ได้…

ll คุณหญิงสุชาดา ถิระวัฒน์ ถึงแก่อนิจกรรม ในวัย 98 ปี อดีต ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษา, รร.สามเสนวิทยาลัย อดีตรองประธานมูลนิธิ รร.ราชประชาสมาสัยฯ อดีตรองประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และอดีตรองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร…พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 20 ธ.ค. 17. 00 น. ณ ศาลา 5 วัดเทพศิรินทร์ สวด 20-26 ธ.ค.18.30 น. …

ll เพื่อนสิงห์ดำรุ่น 21 ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว สุกัญญา ส.ผาบมีชัย(ชาเชื้อ) ในการจากไปอย่างกะทันหัน ที่ออสเตรเลียพิธีทางศาสนาจัดไปเรียบร้อยแล้ว…

ll ด้วยจิตกุศล วรพล จันทร์งาม บริจาคโลหิตไปแล้วเกือบ 200 ครั้ง… ส่วน ศิริพร จันทรางศุ บริจาคจะครบ 100 ครั้งเร็วๆ นี้…สาธุ ใจงามแท้…

ll ช่วงนี้ ณัฐพร โรจนดิษฐ์ ต้อง “ยืนหนึ่ง”ดูแล “เพียงตะวันรีสอร์ท” อัมพวาตามลำพัง ด้วยมีลูกค้าเข้าพักตลอด ทำให้เพื่อนฝูงต้องใช้วิธี “โฉบ” ไปแจมอาหารมื้อเที่ยง หรือนั่งคุยที่นั่นเท่านั้น…

ll เพราะเดี๋ยวนี้อายุยืนบนสะพานพระราม 8 ช่วงกลางๆ สะพานสมศักดิ์-วาณี ชูวาธิวัฒน์ งดงานปาร์ตี้รื่นเริงทั้งหมดทั้งมวล เหลือแต่พบแพทย์ตามนัด…แต่ยังติดตามข่าวสารบ้านเมือง ด้วยการเป็นเมมเบอร์ นสพ.แนวหน้า มั่นคง ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะคอลัมน์ “คุณแหน” ต้องอ่านทุกวัน …น่ารักจริงจังทำให้ได้ใจคนทำ นสพ.ไปแบบเต็มร้อย !!…ll

บารอนเนส

‘BULGARI’จัดแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีสุดหรู คอลเลคชั่น Bulgari Eden, The Garden of Wonders

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699161

‘BULGARI’จัดแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีสุดหรู  คอลเลคชั่น Bulgari Eden, The Garden of Wonders

‘BULGARI’จัดแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีสุดหรู คอลเลคชั่น Bulgari Eden, The Garden of Wonders

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บุลการี (Bulgari) ช่างอัญมณีแห่งโรมัน จัดงานกาลาดินเนอร์นำเสนอความงดงามของคอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูง บุลการี อีเดน เดอะ การ์เด้น ออฟ วันเดอร์ส (Bulgari Eden, The Garden of Wonders) อาณาจักรอันแสนวิเศษแห่งความอัศจรรย์อันวิจิตรหรูหราของเหล่าผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเครื่องประดับอัญมณีและนาฬิกาไฮเอนด์ผ่านแฟชั่นโชว์สุดหรู พร้อมตั้งดาวิกา โฮร์เน่ ในฐานะ Friend of The House บุลการี เซ้าท์เอเชีย-แปซิฟิค โดยงานนี้ ฌอง-คริสตอฟ บาบัน (Jean-Christophe Babin) ซีอีโอแห่งบุลการี กรุ๊ป เดินทางมาเมืองไทยเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และได้รับเกียรติจาก มร.เปาโลดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย มาร่วมงาน ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ฌอง-คริสตอฟ บาบัน ซีอีโอแห่งบุลการี กรุ๊ป เผยว่า บุลการี อีเดน เดอะ การ์เด้น ออฟ วันเดอร์ส คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงปารีส ซึ่งเป็นการจัดงานระดับภูมิภาคของบุลการี เพื่อให้แขกวีไอพี บุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ได้สัมผัสกับอาณาจักรอันแสนวิเศษแห่งความอัศจรรย์อันวิจิตรหรูหราของเหล่าผลงานชิ้นเอกแห่งเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงและนาฬิกาไฮเอนด์เฉพาะหนึ่งเดียว จากช่างอัญมณีชั้นสูงแห่งโรมัน พร้อมกันนี้ทางแบรนด์ฯ ยังได้จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์อันวิจิตรประณีตมากกว่า190 ชิ้นงาน รวมไปถึงผลงานมาสเตอร์พีซจากคอลเลคชั่นล่าสุด

โดยคอลเลคชั่นนี้ ร่วมเฉลิมฉลองแด่พลังอันเป็นหัวใจของธรรมชาติผ่านเฉดสีสันอันสดใส พร้อมทั้งถ่ายทอดถึงเรื่องราวแห่งตำนานสไตล์อันโดดเด่นแบรนด์กับอัญมณีอันวิจิตรล้ำค่า ที่เป็นดั่งตัวแทนของบทกวีแห่งความล้ำเลิศอันเป็นนิจนิรันดร์เฉกเช่นเดียวกับ โรม เมืองอันเป็นนิรันดร์ที่สะท้อนถึงการเป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับบุลการี ผ่านผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ที่หลอมรวมความหรูหราวิจิตรสไตล์อิตาเลียนและความมีชีวิตชีวาอันเป็นเอกลักษณ์ของบุลการีกว่า 100 ปี

สำหรับผลงานระดับมาสเตอร์พีซอันเป็นไฮไลท์ อย่าง เซอร์เพนติ (Serpenti)ไอคอนตลอดกาลแห่งพลังและความกล้าหาญ ผู้เปรียบเสมือนตัวแทนถ่ายทอดถึงแนวคิดของการเปลี่ยนรูปได้อย่างไม่สิ้นสุดและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งฉายประกายความโดดเด่นและมอบความเย้ายวนใจผ่านโครงร่างอันคดเคี้ยวและลวดลายผิวซึ่งสัมผัสได้ ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานชิ้นเอกใหม่อย่าง สร้อยคอ เซอร์เพนติฟรุต การ์เด้น (Serpenti Fruit Garden) หรือกับชิ้นงานพิเศษ เอเมอรัลด์ กลอรี (Emerald Glory) หนึ่งในตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบของความมีเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวในฐานะผลงานเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงอันมิอาจเทียบเคียงได้ด้วยลวดลายซึ่งรังสรรค์ขึ้นใหม่สู่ความอ่อนโยนและนุ่มนวลของลูกไม้ เช่นเดียวกับสร้อยคอและต่างหู บลูมมิ่ง บิวตี้ (Blooming Beauty) ที่ต่างแสดงออกถึงความหรูหราวิจิตรแห่งธรรมชาติภายใต้สีสันอันสดใส ขณะที่ความสวยงามของชิ้นงานนี้ยังเปรียบดั่งบทกวีอันสร้างสรรค์และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ราวกับมนต์เสน่ห์แห่งมวลดอกไม้บาน

เซอร์เพนติ มิสเตรีโอซี ริเวียรา (Serpenti Misteriosi Riviera) นาฬิกาเรือนใหม่ที่ร่วมเฉลิมฉลองแด่งูอันเป็นไอคอนิกของบุลการี และเป็นดั่งสัญลักษณ์ตลอดกาลของการถือกำเนิดใหม่และความเชี่ยวชาญ โดยเรือนเวลาสไตล์ซีเครตวอทช์ (Secret Watch) อันละเอียดอ่อนด้วยหน้าปัดที่ซ่อนอยู่ใต้หัวของงูนี้ ได้นำเสนอซึ่งการผสมผสานอันซับซ้อนทันสมัยและความสง่างามแห่งความเป็นผู้หญิงไว้ภายใต้วัสดุล้ำค่า ทั้งโรสโกลด์เพชรเจียระไนบริลเลียนต์คัตทรงกลม และรูเบลไลต์เจียระไนคาโบชอง รวมถึง นาฬิกาสุภาพบุรุษ (Men’s Watches)ที่ได้ร่วมเผยถึงเสน่ห์แห่งความสง่างามอันเปี่ยมด้วยรสนิยม และสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกาสวิสต้นตำรับของบุลการีด้วยเช่นกัน

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนคนไทยร่วมเพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหวังการรักษาทุกชีวิต ผ่าน‘โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699186

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนคนไทยร่วมเพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหวังการรักษาทุกชีวิต  ผ่าน‘โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี’

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนคนไทยร่วมเพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหวังการรักษาทุกชีวิต ผ่าน‘โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี’

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ก่อตั้งขึ้นในฐานะโรงเรียนแพทย์ ควบคู่ไปกับการเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนจากทั่วประเทศโดยเฉพาะผู้ป่วยนอกที่เข้าใช้บริการซึ่งมีจำนวนกว่า 2.4 ล้านครั้งต่อปีด้วยโครงสร้างอาคารหลักที่มีอายุ 58 ปีมีข้อจำกัดไม่เอื้อต่อการปรับปรุงหรือพัฒนางานระบบต่างๆ ที่รองรับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้ง ยังมีพื้นที่จำกัดในการขยับขยายพื้นที่เพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นในปัจจุบัน

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมสานต่อภารกิจแห่งการให้ ผ่าน “โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี” เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับการรักษาผู้ป่วย พร้อมยกระดับวงการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปีพ.ศ.2571 พร้อมเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้างเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาทุกชีวิต เพราะการให้ชีวิตเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “เป็นระยะเวลา 58 ปีอาคารหลักของโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งนี้เปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนทั่วประเทศ จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่องค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดและเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยรวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโรคที่อุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นเหตุผลให้เพิ่มพื้นที่โรงพยาบาล ให้มีความพร้อมด้านการรองรับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับผู้ป่วยให้เพียงพอต่อความต้องการ โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี มิเพียงแต่เป็นสถานที่ให้การบริการทางการแพทย์เท่านั้น เนื่องจากโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นห้องเรียนและแหล่งค้นคว้าวิจัยที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะแพทย์ในระดับหลังปริญญา(Post-graduation) เพื่อสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน และเป็นย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (YMID) ศูนย์รวมนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากการผนึกกำลังกับเครือข่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพซึ่งประกอบด้วย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ (MIND CENTER) พื้นที่Co- Working Space และ ClinicalResearch Center เป็นต้น เพื่อร่วมพัฒนาต่อยอดในด้านสาธารณสุขของประเทศให้มีศักยภาพในระดับสากล สามารถแข่งขันได้และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)”

อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่นี้ จะมีความสูง 25 ชั้น และมีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของด้านหน้าองค์การเภสัชกรรม มีขนาด 15 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา และมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 278,000 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่ใช้สอยของอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เกือบ 3 เท่า อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่นี้สามารถรองรับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเต็มศักยภาพเทียบเท่าอาคารเดิม แต่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษา โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อนซึ่งถือเป็นความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเป็นต้นแบบทางการรักษาให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ต่อไป

ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในด้านศักยภาพของการบริการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นนั้นผ่านการออกแบบโดยคำนึงถึงแนวคิด “เข้าใจเขาเข้าใจเรา เข้าใจทุก(ข์)คน” เพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด อาทิ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอก (OPD) จำนวน 4 ชั้นห้องตรวจจำนวน 325 ห้อง ที่คำนึงถึงการส่งเสริมประสบการณ์ที่ดีของผู้ป่วยให้มีความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการพร้อมศูนย์ “Imagine Center” ที่บริการตรวจด้วยเครื่อง X-ray, เครื่อง Ultrasound เครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI ให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อลดระยะเวลารอคอยการตรวจผู้ป่วย

ในจำนวน 826 เตียง ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดความแออัดและควบคุมหรือลดการแพร่เชื้อได้ดียิ่งขึ้นห้อง ICU จำนวน 240 เตียง จากเดิม 100 เตียง ซึ่งออกแบบตามแนวคิด“Healing Environment” ให้ผู้ป่วยมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอก ช่วยเสริมสร้างกำลังใจและกระตุ้นให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเจ็บป่วยในสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ ห้องผ่าตัด (OR) 52ห้องรองรับการผ่าตัดโรคซับซ้อนพร้อมนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด และห้องสวนหลอดเลือดหัวใจ (Cath Lab) รองรับผู้ป่วยวิกฤตที่ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยเฉพาะ เป็นต้นสามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ถึง 2.5ล้านครั้งต่อปี และให้บริการผู้ป่วยในได้ถึง 55,000 คนต่อปี”

โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้มีมาตรฐานพร้อมรองรับสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของโรคทั้งในปัจจุบันและอนาคต อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ 2571 แม้จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐแต่ยังคงขาดงบประมาณด้านการก่อสร้างอาคารประมาณ 3,000 ล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทันสมัยที่มีมูลค่าสูงประมาณ 6,000 ล้านบาท

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นผู้ให้ด้วยการบริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้าง เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่และเพิ่มโอกาสในการรักษาทุกชีวิต ได้ที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 090-3-50015-5, ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 879-2-00448-3, ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 026-3-05216-3 โทร.02-2011111 ทั้งนี้ สามารถรับชมวีดีโอแนะนำโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ได้ที่เฟซบุ๊ก และยูทูบ มูลนิธิรามาธิบดีฯ

รู้เท่าทัน 3 โรคเข่ายอดฮิต รับมือปัจจัยเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699167

รู้เท่าทัน 3 โรคเข่ายอดฮิต รับมือปัจจัยเสี่ยง

รู้เท่าทัน 3 โรคเข่ายอดฮิต รับมือปัจจัยเสี่ยง

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ปวดเข่า” ถือว่าเป็นอาการยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเข่าเป็นอวัยวะที่ใช้รับน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็มีการใช้เข่าและข้อเข่าในหลายลักษณะ อาการปวดเข่าเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเสื่อมของกระดูกและข้อเข่า การปวดเข่าเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ การออกกำลังกาย พฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน รวมถึงการปล่อยให้น้ำหนักตัวมากจนเกินไป ส่งผลผู้ป่วยเข้ารับรักษาอาการจาก “โรคเข่า” เป็นจำนวนมาก

นายแพทย์ธนรัตน์ เหรียญเจริญศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า อาการปวดเข่าสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและมีวิธีการดูและรักษาที่แตกต่างกันเป็นอาการที่สร้างความทรมานและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โรคเข่าที่พบได้บ่อยมีดังนี้

1.โรคข้อเข่าเสื่อม ส่วนใหญ่พบในกลุ่มของ “ผู้สูงอายุ” ที่ไม่ได้รับการรักษาแล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน เกิดจากกระดูกอ่อนสึกหรอทำให้มีอาการปวดเข่าเรื้อรัง มีอาการเป็นๆ หายๆ มีอาการข้อเข่าติดขัด เกิดเสียงดังในข้อเข่าขณะขยับเคลื่อนไหว บางรายอาจจะเริ่มปวดทีละข้างหรือปวดพร้อมกันทั้งสองข้าง การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการและระยะของโรค หากมีอาการไม่รุนแรงมากนักแพทย์จะรักษาด้วยยาแพทย์จะแนะนำท่ากายภาพบำบัดที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยลดการใช้งานเข่า ส่วนกลุ่มที่มีอาการปานกลางแพทย์ที่ไม่ถึงขั้นผ่าตัดแพทย์จะแนะนำใช้วิธีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าสังเคราะห์ ซึ่งเป็นการฉีดสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารน้ำที่มีอยู่ในน้ำข้อของเราจะช่วยลดอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ดีขึ้น และอีกหนึ่งวิธีที่เรียกว่า การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ PRP ที่ได้จากเลือดของ ผู้ป่วยเอง เป็นการรักษาอาการบาดเจ็บของเส้นเอ็นของข้อเข่า

หากวินิจฉัยแล้วว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีลักษณะข้อเข่าเสื่อมมากข้อเข่าผิดรูป แพทย์จะแนะนำให้ “ผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม” เป็นการเอาผิวข้อที่สึกออกไปและทดแทนด้วยผิวข้อเทียม ทำให้ผู้ป่วยสามารถลุกยืน เดิน หรือขยับข้อเข่าได้ในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดแบบเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมบางส่วน(Unicompartment Knee Arthroplastyหรือ UKA) และการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total KneeArthroplasty หรือ TKA) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสื่อม รวมถึงในบางกรณีมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการผ่าตัดทั้งคอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัด(Computer Assisted Surgery) หรือหุ่นยนต์นำร่องช่วยผ่าตัด (RoboticAssisted Surgery) ทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมมีความถูกต้อง แม่นยำ และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเทียมมากยิ่งขึ้น

2.โรคเอ็นเข่าอักเสบ เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่ควรมองข้าม เกิดจากการใช้งาน “ข้อเข่า” ในลักษณะซ้ำๆ เกิดจากอุบัติเหตุทำให้เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง การเล่นกีฬาที่ต้องใช้ข้อเข่าอย่างหนัก เช่น การวิ่ง ฟุตบอล บาสเกตบอล เป็นต้น รวมถึงการไม่ได้ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายด้วย การเคลื่อนไหวร่างกายผิดท่า การหกล้มอย่างรุนแรง และผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมหรือมีอาการเข่าบิดด้านในนั้น จะมีโอกาสเกิดอาการเอ็นหัวเข่าอักเสบค่อนข้างสูง ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดเข่า มีจุดกดเจ็บ และจะอาการปวดมากเวลางอหรือขยับข้อเข่า บางรายมีอาการเดินลำบาก ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ เมื่อมีอาการเหล่านี้ควรพักการใช้งานเข่า ประคบเย็น อาการเหล่านี้จะดีขึ้นและสามารถหายได้เองได้ในเวลา 2-3 วันขึ้นไป หากอาการไม่ดีขึ้นให้ รีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจรับการรักษา

3.โรคเกาต์ เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากระดับกรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ สาเหตุสําคัญมาจากกรรมพันธุ์ การทํางานของไตลดลง รวมถึงเมื่อมีอายุที่มากขึ้นแต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิด และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก แม้ว่าการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น ยอดผัก สัตว์ปีกเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล อาจจะไม่ใช่สาเหตุที่ทําให้กรดยูริกในเลือดสูงโดยตรง แต่ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคเกาต์กําเริบสามารถทำให้เกิดข้ออักเสบเฉียบพลันได้ จนเกิดอาการปวด บวม แดงร้อน บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า หรือตามข้อต่างๆ เช่น ข้อเท้า หรือ ข้อเข่า อาการมักจะปวดฉับพลัน ปวดเพียงข้อเดียวข้างใดข้างหนึ่ง สำหรับผู้ป่วยควรดูแลตัวเองด้วยการรับประทานยาเพื่อควบคุมอาการหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาหารที่มีกรดยูริกสูง และแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการควรมาพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการปวดเข่าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปวดจาก 3 โรคข้างต้น หรือไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอาการผู้ป่วยควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้หรือได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง หรือมีโรคบางอย่างแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายมากขึ้นได้

‘แอนนา เสือ’ นำทีมนางงามวิ่งการกุศล ‘AssetWise BEAUTY RUN 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699188

‘แอนนา เสือ’ นำทีมนางงามวิ่งการกุศล ‘AssetWise BEAUTY RUN 2022’

‘แอนนา เสือ’ นำทีมนางงามวิ่งการกุศล ‘AssetWise BEAUTY RUN 2022’

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นงานสร้างปรากฏการณ์รวมตัวออกกำลังกายและส่งต่อน้ำใจสู่ให้กับสังคมครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี กับกิจกรรม “AssetWise BEAUTY RUN 2022” งานวิ่งการกุศลเพื่อร่วมส่งต่อโอกาสดีๆ ให้แก่สังคม ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ณ สวนป่าเบญจกิติ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,600 คน พร้อมด้วยหนุ่มสาวใจบุญจากเวทีประกวดระดับประเทศที่มาร่วมสู้เพื่อผู้ป่วยมะเร็งนำทีมโดย แอนนา เสืองามเอี่ยม Miss Universe Thailand 2022 พร้อมรองทั้ง 3 คน อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว,โอปอล สุชาตา ช่วงศรี, เรเน่ เวโรนิก้าร่วมด้วย มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์นางสาวไทย ประจำปี 2565, รองอันดับ 1มุก-อัญพัชร์ ปิติประจักษ์วัชร และหนุ่มๆ จากเวที Mister International Thailand 2022 กว่า 10 คน ช่วยสร้างสีสันและสร้างรอยยิ้มให้กับนักวิ่งและแฟนๆ ตลอดเส้นทาง

สำหรับกิจกรรม “AssetWise BEAUTY RUN 2022” จัดขึ้นโดย บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด กรุงเทพมหานคร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และกองประกวด Mister International Thailand 2022 เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสที่ดีให้กับสังคมไปพร้อมกัน อีกทั้ง ยังเป็นการเชิญชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายให้ได้เข้ามาร่วมสัมผัสบรรยากาศสวยงามของสวนสาธารณะ ใจกลางเมืองหลวงที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และเหล่าแฟนนางงาม รวมถึงประชาชนทั่วไปให้หันมาใส่ใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี และยังได้ออกกำลังกายไปพร้อมกับ Miss UniverseThailand 2022 ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่าย จะนำมาบริจาคให้กับมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ขาดทุนทรัพย์ในการรักษาต่อไป โดยงานนี้ได้ยอดบริจาคทั้งสิ้นกว่า 1,008,424.8 บาท

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีและขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนเป็นอย่างมาก ที่ได้มาร่วมสร้างปรากฏการณ์รวมตัวออกกำลังกาย และส่งต่อน้ำใจสู่ให้กับสังคมครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีเช่นนี้เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะได้รับความสุขและรอยยิ้มกลับบ้าน และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมต่อไป และเราก็จะยังคงสานต่อปณิธานเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่ตอบรับกับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นคือการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายควบคู่กับการมีสุขอนามัยที่ดีไปพร้อมๆ กัน”

เตรียมพร้อมลูกน้อย เที่ยวอย่างปลอดภัย ช่วงวันหยุดยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699170

เตรียมพร้อมลูกน้อย เที่ยวอย่างปลอดภัย ช่วงวันหยุดยาว

เตรียมพร้อมลูกน้อย เที่ยวอย่างปลอดภัย ช่วงวันหยุดยาว

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ช่วงปลายปี นอกจากอากาศจะหนาวเย็นแล้ว ยังมีวันหยุดยาวให้เลือกเดินทางท่องเที่ยว คาดว่าคุณพ่อคุณแม่ หลาย ๆ บ้านต่างก็กำลังรอคอยเวลาที่จะไปท่องเที่ยวกันอยู่ แต่ก่อนจะเดินทางไปไหน นอกจากการจัดเตรียมสัมภาระข้าวของเครื่องใช้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งตัวเองและลูกน้อยด้วย

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children’sHealth Center) โรงพยาบาลนวเวช มีข้อแนะนำดีๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ในการเตรียมตัวลูกน้อยและครอบครัวเพื่อให้ทริปท่องเที่ยว เป็นทริปที่มีความสุข สนุก ปลอดภัย และประทับใจ

เริ่มที่ 1.เตรียมร่างกาย แนะนำให้เริ่มการเดินทางได้หลังลูกน้อยอายุครบ1 ขวบ เนื่องจากเป็นวัยที่เริ่มรู้เรื่อง และได้รับวัคซีนป้องกันโรคอย่างครบถ้วนเหมาะสมบ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัคซีนไอพีดีป้องกันปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ รวมถึงวัคซีนป้องกันโควิด (ชนิดไฟเซอร์ฝาแดง ซึ่ง อย.อนุมัติให้ฉีดได้ในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ขวบแล้ว)

การเดินทางที่ต้องใช้เวลานานๆ หากมีการแวะพักระหว่างทางได้จะช่วยลดความเหนื่อยล้า ทั้งของคุณพ่อคุณแม่ และ ลูกน้อย แต่ถ้าเดินทางแบบ Long Flight ควรเลือกเวลาเดินทางที่ครอบคลุมช่วงเวลาการนอนของลูกน้อย (อาจพิจารณาการใช้ยาบางชนิดที่ช่วยลดอาการคัดแน่นจมูก แน่นหูได้ในการเดินทางด้วยเครื่องบิน)

2.เตรียมความพร้อมของลูกและผู้ปกครอง ตรวจสอบสภาพอากาศของสถานที่ปลายทางที่จะไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีฝนตกฟ้าคะนอง อากาศร้อน หรือ อากาศหนาว เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดเตรียมเสื้อผ้าของตนเองและลูกน้อยได้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ปัจจุบัน มีเสื้อผ้าเด็กที่มีคุณสมบัติสามารถใส่ได้ในทุกสภาพอากาศ ทั้งควบคุมอุณหภูมิและระบายอากาศ ลดความอับชื้นไปได้พร้อมๆ กัน ซึ่งเหมาะสมสำหรับการใส่เดินทางในทุกโอกาส

3.ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี สำหรับเด็กๆ มักจะได้รับการตรวจสุขภาพและพัฒนาการควบคู่ไปกับการรับวัคซีนเป็นประจำอยู่แล้ว ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ และอาจขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมในการเดินทางของลูกจากกุมารแพทย์ได้ด้วย

4.เตรียมยา ยากลุ่มไข้ : ยาลดไข้ paracetamol, ยากลุ่มทางเดินหายใจ :ยาแก้แพ้ ยาแก้คัดจมูกลดน้ำมูก ยาแก้ไอยาขยายหลอดลม น้ำเกลือล้างจมูก (แนะนำชนิดซองละลาย เพื่อความสะดวกในการเดินทาง), ยากลุ่มทางเดินอาหาร : ยาแก้อาเจียน ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ปวดท้องขับลม น้ำเกลือแร่แบบผงชงละลาย, ยาหยอดยาทาต่างๆ : ยาหยอดตาแก้แพ้แก้คัน หรือ น้ำตาเทียม ยาทาผื่นแมลงสัตว์กัดต่อยยาทาแก้แพ้ เช่น สเตียรอยด์ คาราไมล์ และยาเฉพาะโรค : โดยเฉพาะในเด็กๆ ที่มีโรคประจำตัว ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ที่ดูแล หรือแพทย์เฉพาะทางก่อนทุกครั้ง

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-4839999 หรือ www.navavej.com

เติมความสดชื่นรับปีใหม่ 2566 กับพลุสีริมหาดหัวหินในงาน ‘Hua Hin Beach Countdown 2023 presented by Pepsi’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699241

เติมความสดชื่นรับปีใหม่ 2566 กับพลุสีริมหาดหัวหินในงาน ‘Hua Hin Beach Countdown 2023 presented by Pepsi’

เติมความสดชื่นรับปีใหม่ 2566 กับพลุสีริมหาดหัวหินในงาน ‘Hua Hin Beach Countdown 2023 presented by Pepsi’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.16 น.

กลุ่มบริษัท พราว ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด,  บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์  (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์ ออโตเมชั่น แอนด์ อินดัส เทรียล 4.0 เซอร์วิส (ประเทศไทย), บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ชวนคุณ ครอบครัว และแก๊งค์เพื่อน ชวนเติมความสดชื่น  ฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีในงาน  “Hua Hin  Countdown 2023 presented by Pepsi”  จุดแลนด์มาร์คเค้าท์ดาวน์ริมทะเลยิ่งใหญ่สุดในเมืองหัวหิน พบกับพลุดอกไม้ไฟตระการตาสีสันสดใส  ยิงต่อเนื่องกว่า  10 นาที เหนือท้องทะเล และบนท้องฟ้าถึง 2,022 ลูก ประกอบแสง สี เสียง  ในวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2565  เริ่มเข้างานได้  เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป เข้าชมพลุฟรี !!! (โชว์พลุเริ่มเวลา 22.00 น.)  ณ ริมหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท 

ภายในงาน “Hua Hin Beach Countdown 2023 presented by Pepsi”  เนรมิตรชายหาดหน้าโรงแรม   อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ให้เป็นจุดนั่งแฮงค์เอาท์ริมทะเล ในคอนเซปต์  “Rainbow Colourful Beach” กระจายสีสันความสดใสทั่วชายหาด  พร้อมตื่นตาตื่นใจกับไฮไลท์โชว์พลุดอกไม้ไฟถึง 2,023 ลูก ในชื่อชุด “The Colour of Hua Hin” กับพลุดอกไม้ไฟหลากหลายสีสัน ประกอบเสียงเพลง และแสง สี   แต่ละชุดสะท้อนถึงโม้เมนท์แห่งความสุขสดชื่นที่เกิดขึ้นในเมืองหัวหิน  โดยยิงจากกลางทะเล ขึ้นสู่เหนือน้ำ และท้องฟ้า ยาวต่อเนื่องนานที่สุดในเมืองหัวหินกว่า 10 นาที พลุเริ่มจุด เวลา 22.00 น. เข้าชมพลุฟรี พร้อมอิ่มอร่อยไปกับเทศกาลอาหารจากสวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน 

นอกจากนี้ทาง โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ขอนำเสนอแพคเกจพิเศษ กับงาน “New Year’s Eve Party Studio 54” พบกับการแสดงจากแก้ม วิชญาณี นักร้องซุปเปอร์สตาร์ แชมป์อันดับหนึ่งจากเวทีการประกวดเดอะสตาร์ และปาร์ตี้ยุคดิสโก้ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับหลากหลายแพคเกจอาหารให้เลือกทั้งบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ, เซ็ตเมนูอาหาร (คอร์ส) หรือปาร์ตี้บาร์บีคิวริมหาด ติดต่อสอบถาม โทร. 032-616-999 

จูงมือครอบครัว และคนที่คุณรัก มาเติมสีสันให้สดชื่น ต้อนรับปีใหม่ ในงาน “Hua Hin  Beach Countdown 2023 presented by Pepsi”  ในวันที่ 31 ธันวาคม 2565  เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป เข้าชมพลุฟรี !!! (โชว์พลุเริ่มเวลา 22.00 น.) ณ บริเวณหน้าหาดอินเตอร์คอนติเนนตัล  หัวหิน  รีสอร์ท นอกจากนี้ท่านยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Live https://www.facebook.com/khaosod  เวลาประมาณ 21.40 น.

-(016)

Grand Siri เปิดตัว PRISM Pattaya Jomtien ตอบโจทย์การใช้ชีวิตระดับ High-End

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699238

Grand Siri เปิดตัว PRISM Pattaya Jomtien ตอบโจทย์การใช้ชีวิตระดับ High-End

Grand Siri เปิดตัว PRISM Pattaya Jomtien ตอบโจทย์การใช้ชีวิตระดับ High-End

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.14 น.

Grand Siri Corporation แกรนด์ สิริ คอร์ปอเรชั่น เปิดผลึกชีวิตอันล้ำค่า ก้าวเข้าสู่โลกใหม่แห่งการอยู่อาศัยระดับ High-End กับการเปิดตัวโครงการวิลล่าหรู PRISM Pattaya Jomtien ปริซึม พัทยา จอมเทียน ของขวัญชิ้นใหญ่ส่งท้ายปีจาก 3 กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ พร้อมให้คุณได้หาคำตอบในงานเปิดตัว PRISM Pattaya Jomtien ปริซึม พัทยา จอมเทียน ที่จัดขึ้น ณ Mirinn Show Bangkok มิรินน์ โชว์ แบงคอก (RCA) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก  ceo คุณจตุพร ศิริไชยโสภณ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และอินทีเรียคนสำคัญ คุณ Yi Hang (อิหาง)

 นอกจากนี้ยังมีทัพ ดารา นักแสดง เซเล่บ อาทิ ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์,พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020,เมย์-ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ มิสไทยแลนด์ 2563,เจสซี่ วาร์ด ,รัญ นัฐมนกาญจณ์ พร้อมทัพหนุ่มหล่อ นำทีมโดย ตัวแม่เวทีประกวด น็อต กฤติน จิกิตศิลปิน,ก้อง ธเนศ คนเพียร Mr.KND 2021และรองอันดับสอง เดอะแมนไทยแลนด์ 2021,เฟรม กฤตพัศ นิ่มงามศรี,ก็อต การุณ บุญสงค์,บิ๊ก ชัชศรัณย์ ณรงค์ชัย,เต็นท์ ปิติพัฒน์  มีอยู่ และไฮโซดังคุณนุ้ย สุวิมล ธนินกุลนาถ ผู้บริหารมาร์เชลล่า marcella และเครื่องดื่ม ME Energy Drink มี เอนเนจี้ดริงก์

 ภายในงานนอกจากได้พบกับทีมผู้บริหารระดับแนวหน้า และทราบแนวคิดการออกแบบวิลล่าหรูทั้ง 5 ไทป์ของ PRISM Pattaya Jomtien ปริซึม พัทยา จอมเทียน อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยังได้ร่วมสัมผัสโลกใบใหม่ ที่โอบกอดด้วยเมืองศักยภาพอย่างพัทยา – จอมเทียน ดินแดนที่เปรียบเป็น HAWAII OF THE EAST ความล้ำค่าแห่งชีวิต พร้อมเพลิดเพลินไปกับโชว์ของวงดนตรีบรรเลงสด รับประทานอาหารมื้อพิเศษ และลุ้นรับของขวัญจากแบรนด์ระดับ Highi-End อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น HERMES, Louis Vuitton, Chanel และ Dior

 PRISM Pattaya Jomtien ปริซึม พัทยา จอมเทียน ปรากฏการณ์วิลล่าหรูที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการรวมตัวกันของ 3 กลุ่มทุนนานาชาติ FULL RICH INTERNATIONAL TRADING CO., LTD.,  ZHUOYI INTERNATIONAL TRANDING PTE.LTD  และ SUNNEX GROUP CO., LTD. ด้วยทุนสร้างกว่า 2.5 พันล้าน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของบ้านระดับ High-End สำหรับตอบโจทย์การใช้ชีวิตและวันพักผ่อนที่สูงขึ้นอีกระดับอย่างก้าวกระโดด ในคอนเซปต์หลบโลกทั้งใบเพื่อเพลิดเพลินกับชีวิตที่สวยงาม

วิลล่าหรู PRISM Pattaya Jomtien ปริซึม พัทยา จอมเทียน แห่งนี้ เรียงร้อยจากแนวคิดของ Leonado Da Vinchi ที่กล่าวว่า Simplicity is the Ultimate Sophisticaton : ความเรียบง่ายเป็นความซับซ้อนสูงสุด ถ่ายทอดผ่านความรู้สึกนึกคิดอย่างเสรีของแนวคิด Surrealism and Architecture ศิลปะในความฝันที่ผสมผสานกับโลกภายนอกที่มีอยู่จริง

เต็ดตรา แพ้ค จัด ‘FOOD IN A BOX’ เปิดมิติใหม่ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่ออนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699234

เต็ดตรา แพ้ค จัด ‘FOOD IN A BOX’ เปิดมิติใหม่ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่ออนาคต

เต็ดตรา แพ้ค จัด ‘FOOD IN A BOX’ เปิดมิติใหม่ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่ออนาคต

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.09 น.

เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “Food in a Box” แนะนำกล่องบรรจุภัณฑ์รุ่น เต็ดตรา รีคาร์ท (Tetra Recart®) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่รองรับอนาคต ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง กล่องสามารถฉีกเปิดเทได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย ช่วยปกป้องและยืดอายุอาหารพร้อมรับประทานได้อย่างมีคุณภาพ โดยเต็ดตรา แพ้ค ได้ร่วมกับแบรนด์จิตรลดา นำเสนอกิจกรรม “Food in a Box” ชวนชิมโจ๊กพร้อมทานในกล่องเต็ดตรา รีคาร์ทที่ห้างค้าปลีกชั้นนำอย่าง กูร์เมต์ มาร์เก็ต ในวันที่ 1-7 ธันวาคม และที่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในวันที่ 7-20 ธันวาคม 2565 เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมออฟไลน์และออนไลน์ให้ผู้บริโภคได้ร่วมสนุกกันในเพจ http://www.facebook.com/tetrapakthailand ในการไปชิมโจ๊กจิตรลดา ชมกล่องเต็ดตรา รีคาร์ท และแชร์ความประทับใจ พร้อมเรียนรู้คุณประโยชน์มากมายของกล่องบรรจุภัณฑ์รุ่นนี้ 

จากมุมมองของผู้บริโภค กล่องเต็ดตรา รีคาร์ท โดดเด่นในเรื่องของความสะดวกสบาย เพราะเปิดเทและจัดเก็บได้ง่าย ทนทานสูง ปลอดภัย ไม่แตกเสียหายเมื่อตกหล่น สำหรับผู้ผลิตอาหารนั้น ชอบกล่องรุ่นนี้ที่มีความยืดหยุ่นในสายการผลิต โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ทั้งยังขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน ในขณะที่ผู้ค้าปลีกชื่นชอบที่มีน้ำหนักเบา จัดเก็บวางซ้อนได้หลายชั้น ใช้พื้นที่ได้มีประสิทธิภาพ ทำให้กล่องเต็ดตรา รีคาร์ท เหมาะกับรูปแบบอาหารสำเร็จรูปและชั้นวางในซุปเปอร์มาร์เก็ตในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้างภาพการจดจำแบบ  “billboard effect” ให้ผู้บริโภคสะดุดตากับสินค้าได้เป็นอย่างดี   นอกจากนี้ กล่องเต็ดตรา รีคาร์ท ยังใช้วัสดุหลักจากป่าปลูกทดแทนที่มีการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบและผ่านการรับรองจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ (FSC™) รวมทั้งนำกลับไปรีไซเคิลได้   

กิจกรรมส่งเสริมการตลาด “Food in a Box” เพื่อโปรโมทกล่องบรรจุภัณฑ์รุ่น เต็ดตรา รีคาร์ท สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร ถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “FOOD HAS A NEW HOME” เปิดมิติใหม่ ผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งเน้นถึงโซลูชันครบวงจรของเต็ดตรา แพ้ค เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และบริการหลังการขาย

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมออนไลน์ “Food in a Box” ได้ที่เพจ http://www.facebook.com/tetrapakthailand และติดตามข้อมูลของแคมเปญ “FOOD HAS A NEW HOME” ได้ ที่นี่

UNFPA รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง หนุนสร้างสังคมแห่งโอกาสและเท่าเทียมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699221

UNFPA รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง หนุนสร้างสังคมแห่งโอกาสและเท่าเทียมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

UNFPA รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง หนุนสร้างสังคมแห่งโอกาสและเท่าเทียมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.34 น.

จากรายงาน UNFPA พบว่าร้อยละ 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลก ถูกกระทำรุนแรงด้านร่างกายจากสามีของตน และปัจจุบันผู้หญิงไทยมีแนวโน้มถูกกระทำความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ในประเทศไทย ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากผลกระทบทางลบสามารถมีต่อครอบครัวโดยตรง ซึ่งจากข้อมูลการบาดเจ็บ รวบรวมโดยกองป้องกันการบาดเจ็บของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จากโรงพยาบาล 51 แห่งทั่วประเทศระหว่างปี 2562-2564 พบว่ามีผู้หญิงโดยเฉลี่ย 8,577 คน ตกเป็นเหยื่อของการทำร้ายร่างกายในแต่ละปี และมากกว่า 7 คนต่อวัน และมีการร้องเรียน 30,000 รายการเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศและการร้องขอเพื่อพักฟื้นในแต่ละปี

สิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงาน UNFPA ประจำประเทศไทย กล่าวว่า กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) เป็นหน่วยงานด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งสหประชาชาติ   มุ่งมั่นเดินหน้าทำงานร่วมกับองค์กรภาคี นักวิชาการ สื่อมวลชน รวมถึงภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมสิทธิและทางเลือกทางด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ การวางแผนครอบครัว ยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ส่งเสริมศักยภาพสูงสุดให้วัยรุ่น แม่ตั้งครรภ์ได้รับความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์จนคลอดบุตร โดยเดินหน้ากรอบการทำงานในรอบที่ 12  (2565-2569) UNFPA มุ่งสนับสนุนการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และกรอบการพัฒนาตลอดช่วงชีวิต ผลักดันนโยบายด้านประชากรและสังคม ส่งเสริมและสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ สุขภาวะทางเพศและพลังผู้หญิง เด็ก วัยรุ่นและผู้สูงวัย เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยนั้นเป็นสังคมแห่งโอกาสที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ดร.โอซา ทอคิลส์สัน (Dr.Asa Torkelsson) ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและผู้แทนประจำประเทศมาเลเซีย กองทุนประชากรแห่งสหประชาติ (UNFPA) หน่วยงานด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า UNFPA จัดงาน  “Orange Night : Strategic Partnership for Rights and Choices for all”   เพื่อขอบคุณและฉลองความสำเร็จต่อโครงการความร่วมมือต่างๆ ของ UNFPA และภาคีที่ผ่านมา รวมทั้งจุดประกายและเริ่มต้นความร่วมมือใหม่ๆ ในการทำงานเพื่อสิทธิและการมีทางเลือกของทุกคน และรวมพลังเป็นหนึ่งเสียงเนื่องในโอกาส 16 วัน รณรงค์ยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ   ร่วมด้วยผู้สนับสนุนทั้งองค์กรภาคี ภาครัฐ  เอกชน สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหวจากทั่วเอเชีย-แปซิฟิก รวมทั้งจากในประเทศไทย ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยพันธมิตรในประเทศไทย

“การให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ สนับสนุนโครงสร้างครอบครัวที่หลากหลายรวมไปถึงการขยายและการพัฒนาการอนามัยมารดาและอนามัยการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงทำงาน ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ สภาพการทำงานให้เอื้อต่อผู้หญิง และความเท่าเทียมทางเพศในครอบครัว รวมทั้งแบ่งความรับผิดชอบระหว่างหญิงและชาย และให้มีการจ้างงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น” ดร. โอซา ทอคิลส์สัน กล่าว

ทั้งนี้ UNFPA ทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรเพื่อผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) และหุ้นส่วนอื่นๆ ในการพัฒนามาตรฐานด้านบริการที่จำเป็นสำหรับเหยื่อจากความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ทั้งจิตสังคมบำบัด กฎหมาย ที่อยู่อาศัย และผลพวงเกี่ยวกับสุขภาพหลังเกิดเหตุรุนแรง เช่น การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์  ซึ่งประเทศไทยมีกรอบทางกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559  เพื่อส่งเสริมกลไกแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงต่างๆ และร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย รวมทั้งคนหนุ่มสาว เพื่อให้มั่นใจถึงการให้บริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์แก่ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ทุกคนรวมทั้งเด็กหญิงและวัยรุ่น

งาน Orange Night จัดขึ้นโดยมีรายละเอียดสำคัญครอบคลุมมิติว่าด้วยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน และความไม่เท่าเทียมทางเพศ ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการบทบาทของผู้หญิงที่ต่อสู้เพื่อสิทธิผู้หญิง  และ Inspirational Talk เพื่อสร้างแรงบันดาลใจของผู้หญิงที่มุ่งมั่น ในการบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งพูดได้ครอบคลุมประเด็นบริบทด้านสิทธิมนุษยชน และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบเหรียญทอง และ คริสติน่า อากีล่าร์ Queen of Dance เมืองไทย

สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบเหรียญทองพาราลิมปิกของประเทศไทย กล่าวว่า “ภายหลังประสบอุบัติเหตุ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงทั้งหมด แต่ด้วยความเข้มแข็งจึงสู้อีกครั้ง และมีหน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุนได้เข้าฝึกอาชีพที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้พิการจนได้โอกาสเป็นนักกีฬาอาชีพและคว้าเหรียญทองแรกให้กับประเทศไทย ต่อมามีครอบครัวและตั้งท้องแต่ก็ค่อนข้างเสี่ยงเนื่องจากอายุมากและร่างกายไม่แข็งแรง หลายคนกังวลและแนะนำให้เอาออก แต่เราอยากมีลูก จึงพร้อมยอมรับได้ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นแต่ดูแลตัวเองอย่างดีจนในที่สุดก็คลอดลูกออกมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรง นั่นคือสิ่งที่วิเศษที่สุด  อยากจะบอกทุกคนว่า ขอเป็นตัวแทนต่อสู้เพื่อความเป็นแม่ ทุกคนมีสิทธิ สิทธิที่จะเลือกได้ และสิทธิเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกันทุกคน”

คริสติน่า อากีล่าร์ กล่าวว่า “การใช้ความรุนแรงยังส่งผลกระทบในระดับนโยบายของประเทศไทยและในระดับโลกด้วยเพราะเป็นการกระทำที่ขวางกั้นทำให้เราไม่สามารถบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน  หรือ Sustainable Development Goal เป้าหมายที่ 5 หรือ SDG 5 ที่มุ่งเน้นให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ ให้ยุติหรือขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง อีกทั้งขอให้กำลังใจ Survivors หรือผู้ข้ามผ่านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศทุกท่าน และขอยืนยันในจุดยืนว่า ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศเป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้ในทุกกรณี ไม่ว่าจะต่อเพื่อนมนุษย์คนไหนก็ตาม” คุณคริสติน่า อากีล่าร์ กล่าว

สุดท้าย UNFPA ได้ประกาศมอบโล่ขอบคุณให้หน่วยงานภาคีที่ร่วมดำเนินโครงการสำคัญอย่างสำเร็จลุล่วงในปีนี้ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมกิจการผู้หญิงและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาทางสังคมและมนุษย์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งประกาศความร่วมมือกับบริษัท Reckitt เพื่อมุ่งมั่นและผลักดันให้โลกปราศจากความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง และจะรณรงค์อย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าความรุนแรงจะหมดไป

สามารถร่วมแป็นส่วนหนึ่งกับ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ UNFPA ได้ที่  https://thailand.unfpa.org/