เจ.บี.พี. ผนึกกำลังพันธมิตรทำดีเพื่อโลก ผลักดันการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697634

เจ.บี.พี. ผนึกกำลังพันธมิตรทำดีเพื่อโลก ผลักดันการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

เจ.บี.พี. ผนึกกำลังพันธมิตรทำดีเพื่อโลก ผลักดันการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท เจ.บี.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์ จำกัด บริษัทสีของคนไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสีชั้นนำ
ของประเทศ นำโดย นายจงกล รัชนกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ.บี.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์ จำกัด ร่วมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 3 พันธมิตรใหญ่ ได้แก่ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด และ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ในโครงการ “One World : One Future Together” เพื่อร่วมกันในการเยียวยาภาวะโลกรวน ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และประกาศจุดยืนพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจในการรับผิดชอบปัญหาสิ่งแวดล้อม และประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ภายในงานบันทึกข้อตกลงความร่วมมือยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมทั้ง ยุทธนา เจียมตระการประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยมาร่วมกล่าวแสดงความยินดี และพร้อมให้การสนับสนุนโครงการ One World : One Future Together ในการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล เพื่อบรรลุการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้โลกดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแขกคนพิเศษมาร่วมงาน อาทิ กรณ์ ณรงค์เดช,ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ และ อัครรัฐ วรรณรัตน์

จงกล รัชนกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ.บี.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์ จำกัดกล่าวว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ สิ่งที่เรายึดมั่นมาตลอด เราสนับสนุนความคิดนี้ให้กับทุกคนในองค์กร อีกทั้งเรามีความห่วงใยและใส่ใจถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น จึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสีเขียว เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและยกระดับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนไปอีกขั้น

ไชยวัฒน์ กุลภัทรวาณิชย์ กรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ มีหลักการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม(Social) และบรรษัทภิบาล Governance (ESG) และมุ่งเน้นในการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเราทุกคนและความยั่งยืนของโลกใบนี้ในอนาคต”

สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด กล่าวว่า “ซีอาร์ซี ไทวัสดุ เราขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบคุณค่าเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการใช้พลังงาน ที่ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง อันเป็นหัวใจของค้าปลีกสีเขียวที่นำมาสู่การทำธุรกิจที่ยั่งยืน”

กิตติ ชีวะเกตุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและ
วิกฤตการณ์ด้านพลังงาน เป็นสิ่งที่องค์กรตระหนักอยู่เสมอ และตั้งปณิธานที่จะมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนด้านธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตด้วยกันอย่างสมดุลเราพร้อมที่จะร่วมจับมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์สังคมและสิ่งแวดล้อมสูงสุด”

การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ในอนาคตทั้ง 4 พันธมิตรจะร่วมมือกัน โดยแต่ละองค์กรธุรกิจ จะนำองค์ความรู้ในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการพัฒนาและต่อยอดโครงการ รวมไปถึงการร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม สินค้าและบริการ เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

อีกทั้งยังมีการร่วมมือกันต่อยอดในการพัฒนาสินค้าเพื่อความยั่งยืน ที่เรียกได้ว่าเป็น “Green Supply Chain” ที่แท้จริงต่อไปในอนาคต

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของ JBP และโครงการ“One World One Future Together” ได้ที่ www.facebook.com/JBPPaintThailand

ส่งมอบของขวัญปีใหม่ และวันเด็ก โครงการ‘Million Gifts Million Smiles’ปีที่13

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697681

ส่งมอบของขวัญปีใหม่ และวันเด็ก  โครงการ‘Million Gifts Million Smiles’ปีที่13

ส่งมอบของขวัญปีใหม่ และวันเด็ก โครงการ‘Million Gifts Million Smiles’ปีที่13

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกองทัพบก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคีเครือข่าย เชิญชวนคนไทยร่วมส่งมอบของขวัญปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติพร้อมทุนการศึกษาประจำปี 2566 แด่น้องๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ใน โครงการ “Million Gifts Million Smiles” ปีที่13 (มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์) ของขวัญจากใจ เพื่อส่งต่อโอกาส แบ่งปันรอยยิ้ม และเป็นกำลังใจให้น้องๆ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล มีเจตนารมณ์สานต่อความห่วงใยสร้างโอกาส ส่งต่อรอยยิ้ม และกำลังใจ ผ่านการส่งมอบของขวัญและทุนการศึกษาในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะดีขึ้น ผู้คนเริ่มกลับมาดำเนินชีวิตกันได้แบบปกติ แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างเฉียบพลัน ปัญหาเงินเฟ้อที่ประเทศไทยกำลังเผชิญเป็นสิ่งที่ยังคงน่ากังวล ทำให้เกิดการว่างงาน เด็กๆ หลุดจากการศึกษาเพิ่มขึ้นกลุ่มเซ็นทรัลจึงร่วมมือกับกองทัพบก และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สานต่อโครงการ “Million Gifts Million Smiles” ปีที่13 (มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์) ภายใต้ โครงการเพื่อสังคมหลัก “เซ็นทรัล ทำ”ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ภายใต้แนวคิด FROM THE HEARTS TO THE SMILES ของขวัญจากใจเพื่อรอยยิ้มของทุกคน โดยได้แบ่งธีมการส่งมอบรอยยิ้มแบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่ Pay it Forward,Give it Forward และ Share it Forward เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการส่งมอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่

กลุ่มเซ็นทรัล ขอเชิญชวนประชาชน ภาครัฐภาคีเอกชน และพันธมิตรคู่ค้าร่วมมอบโอกาสในการศึกษา หรือของขวัญชิ้นใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้มาก่อน อาทิ จักรยาน, อุปกรณ์การเรียน, อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์เครื่องเขียน, ของเล่นเด็ก ให้กับน้องๆ เยาวชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดอื่นๆ เพื่อเป็นกำลังใจและร่วมสร้างรอยยิ้มให้น้องๆ เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก 2566ที่กำลังจะมาถึง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

Give it Forward ร่วมส่งมอบรอยยิ้มผ่านของขวัญด้วยตัวเองที่จุดรับของขวัญ บริเวณ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 Rest Area ตรงด้านหน้าทางเข้าเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์ ได้ตั้งแต่วันนี้-25 ธ.ค. 2565 หรือ จัดส่งของขวัญ ได้ที่ศูนย์บริการกระจายสินค้าบางนา (NewDC) ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ บางนา ตราด กม.19 เวลา 09.00-17.00 น. ได้ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2565

Pay it Forward : ร่วมส่งต่อโอกาสที่ยิ่งใหญ่ด้วยการมอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากจนพิเศษ เข้ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทุนละ 2,500 บาท ผ่านช่องทาง www.tham-dee.com/projects/scholarship2022 ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2022 โดยในนามบริษัทหรือในนามบุคคลจะได้รับการลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่าจากยอดบริจาค

Share it Forward : ร่วมบริจาคเป็นเงินสดเพื่อสมบททุนจัดซื้อ อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์การเรียนให้กับน้องๆ ในจังหวัดชายแดนใต้ และจังหวัดอื่นๆ ผ่านช่องทาง E-donation, QRcode ผ่านระบบ CENPAY, บริจาคคะแนน The 1 เพื่อเป็นของขวัญ เริ่มต้น 10-5,000 คะแนน และสามารถร่วมสมทบทุนคะแนนกี่ครั้งก็ได้ หรือโอนเข้าบัญชีมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ บัญชี ออมทรัพย์สาขาสีลม เลขที่บัญชี 118-0-58203-1ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2565 และสามารถบริจาคผ่านกล่องรับบริจาค ตามจุดประชาสัมพันธ์ จุดชำระเงินและจุดแลกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.-15 ก.พ.2566 รวม 225จุด ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

พล.ต.อานุภาพ ศิริมณฑล รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จะเห็นถึงความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ของ กลุ่มเซนทรัล ในการส่งมอบความสุขให้กับเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบกยึดถือตลอดมาสำหรับคาราวานของขวัญในปีนี้ กองทัพบกจะนำของขวัญไปส่งมอบให้ถึงมือเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างทั่วถึงเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ในปี 2566 ที่จะถึง และกองทัพบกหวังเป็นอย่างยิ่งว่าของขวัญที่น้องๆ ได้รับจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้กับเยาวชนที่จะเป็นพลังสำคัญพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต

ร่วมส่งมอบความสุข แบ่งปันโอกาส และพาน้องๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดอื่นๆกลับมามีรอยยิ้ม ผ่านการส่งต่อของขวัญชิ้นใหม่ และทุนการศึกษา ในโครงการ Million Gifts Million Smiles ปีที่ 13 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook CENTRALGROUP หรือ Official Instagram CENTRAL GROUP

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697666

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll เป็นที่ทราบกันดีว่า พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ผ่านการรับราชการตำรวจมาด้วยดีมีผู้คนยกย่องในความเป็นตำรวจมืออาชีพ ส่วนในด้านงานสังคมก็เป็นที่ประจักษ์ในความมีอัธยาศัยและน้ำใจกว้างขวางกับเพื่อน ต่อมาเมื่อท่านมีอาการป่วยตามวัยจึงจำเป็นต้องพักรักษาตัว ทำให้ขาดหายไปจากงานสังคม รวมถึงกิจกรรมในสปอร์ตคลับ บรรดามิตรสหายรู้สึกเป็นห่วง จึงได้มอบหมายให้คนใกล้ตัว พัลลภ บัวสุวรรณ และ ธีระ วชิรขจร เดินทางไปเยี่ยม ณ บ้านพัก ซ.พหลโยธิน 3 พร้อมทั้ง รายงานให้ผู้คุ้นเคยได้ทราบว่า ท่านอดีต สว. และรอง ผบ.ตร. ขณะนี้มีสุขภาพดีขึ้นตามลำดับตลอดการเยี่ยมท่านได้ร่วมรับประทานอาหาร และสอบถามถึงเหตุการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองด้วยความสนใจ…ll เรื่อง TALK-OF-THE-TOWN ที่จะกลายเป็นเรื่องโอละพ่อหรือไม่ต้องติดตามดู เมื่อ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ลาออกจากพรรคที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อมาสมัคร เข้าพรรค พปชร. วันรุ่งขึ้นในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งขนาบข้างให้กำลังใจ มิ่งขวัญได้กล่าวยืนยันต่อหน้าสื่อมวลชนมาสวมเสื้อ พปชร. ต้องการมาช่วยประชาชนที่เดือดร้อน, เข้ามาครั้งนี้ไม่ขอเป็นกรรมการบริหารพรรค, จะใช้ความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจมาเป็นจุดแข็ง, อาสาเป็นผู้ดีเบตในการรณรงค์เลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึง และสำคัญยิ่งคือผู้ดีเบตจะต้องเป็นหัวหน้าพรรคหรือแคนดิเดตนายกฯเท่านั้น ฟังแรกๆ ก็รื่นหูดี แต่พอมาถึงจุดนี้ที่ประชุมถึงกับเงียบกริบ…และฟีดแบ๊กก็มาเร็วอย่างที่คิด มีเสียงพึมพำจากเหล่าผู้มีบทบาทในพรรคว่าจะมาร่วมงานน่ะได้…แต่เรื่องจะเป็นแคนดิเดตนายกฯนั้นต้องรอให้ผ่านเป็นมติคณะกรรมการบริหารเท่านั้น…

ll 5 ธ.ค.วันพ่อที่ผ่านมา ศ.นพ.สุกิจ อดีต ผอ.รพ.ราชวิถี กับ ดร.สุภาพ พันธุ์พิมานมาศ รับไหว้จากลูกชาย-ลูกสะใภ้ คุณหมอทั้งคู่ พร้อม น้องณมน หลานปู่-ย่า คนแรก ที่มีอายุครบ 1 เดือนพอดี…

ll โชคดี ศรัณย์พิพัฒน์ บินมาจากสมุย เพื่อมาฉลองวันพ่อกับครอบครัว…อบอุ่นๆ…

ll อนุชา โมกขะเวส ประธานรุ่นฯ สิงห์ดำ 21 จุฬาฯ นำทีมเพื่อนๆ ร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี ที่วัดแสงธรรมวนาราม อุทัยธานี เมื่อเร็วๆ นี้…สาธุ ขออนุโมทนาบุญ…

ll เพื่อนๆ วัฒนาฯ 93 อาทิ ดร.ผุสดี ตามไท, อารดา โกศลตระกูล, อิ่มทิพย์ ซูฮาร์โต้, ประภาศิริ สัตยธรรม และ ลานทิพย์ ทวาทศิน ไปรวมตัวมีทติ้งกันที่เชียงใหม่ มีเลี้ยงน้ำชายามบ่ายที่บ้าน แดงต้อย ไทยทัน ด้วย…

ll อดีตอธิบดีหญิงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สมคิด บัวเพ็ง หลังเปิดประเทศ มีทริปญี่ปุ่น ไปฟุกุโอกะ อย่างมีความสุข…

ll เพิ่งกลับมาจากทริปเวียดนาม ดร.สุภาพรรณ สิริแพทย์พิสุทธิ์ สวนทาง กันกับ ธัญญา ดวงทอง ผู้บริหาร S.S. Consultant & Cooperations ก็ไปเที่ยวประเทศนี้เหมือนกัน…

ll พิธีสวดพระอภิธรรมศพ เบิกฟ้า เกตุนุติ น้องชาย เรืองยศ พิบูลสงคราม 11-15 ธ.ค. 18.30 น. ณ ศาลาจีรวัสส์ รัชนิบูล วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน และประชุมเพลิง 17 ธ.ค. 16.00 น. ณ เมรุ 1…

ll ไม่รอดจากโควิด โซไรดา ซาลวาลา ประธานมูลนิธิเพื่อนช้าง รู้สึกตัวว่า เจ็บคอ ไข้ขึ้น ขณะประชุม ทำให้ต้องยุติการประชุมกะทันหัน แล้วรีบไปโรงพยาบาล ในทันที…ป่วยเป็นโควิดยามนี้ ถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศกันเลยทีเดียว !!…ll
 

บารอนเนส

‘ในหลวง-ราชินี’ เสด็จฯ ทอดพระเนตร โขนภาพยนตร์ ‘หนุมาน ไวท์ มังกี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697648

‘ในหลวง-ราชินี’ เสด็จฯ ทอดพระเนตร โขนภาพยนตร์ ‘หนุมาน ไวท์ มังกี’

‘ในหลวง-ราชินี’ เสด็จฯ ทอดพระเนตร โขนภาพยนตร์ ‘หนุมาน ไวท์ มังกี’

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรโขนภาพยนตร์หนุมาน ไวท์ มังกี (HANUMAN WHITE MONKEY) และนิทรรศการ“โขนภาพยนตร์” โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหศีนิมา จำกัด และคณะกรรมการ เฝ้าฯรับเสด็จ ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัยรอยัล แกรนด์ เธียเตอร์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565

โอกาสนี้ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “โขนภาพยนตร์” ก้าวแห่งนาฏกรรม..โขนแห่งรัชสมัย KHON THE MILESTONE OF THE REIGN เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 5 ธันวาคม 2565 และเพื่อเป็นการดำเนินการตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการแสดงโขน และประการสำคัญ คือ เป็นการดำเนินตามรอยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมประจำชาติไทยเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและสืบทอดไปสู่เยาวชนของชาติต่อไป

นิทรรศการได้ดำเนินเนื้อเรื่องผ่านโขนแห่งรัชสมัย ที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกรัชกาลทรงเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตด้านนาฏกรรมและการดนตรีมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ตั้งแต่ต้นจนจบมีหลักฐานว่ามีการแสดงโขนตอนหนุมานถวายแหวน หนุมานยกแท่นท้าวชมพู เป็นต้น เรื่อยมาจนถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงร่วมอุปถัมภ์การแสดงโขน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระราชดำริเรื่องฟื้นฟูโขนและมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการส่งเสริมและจัดสร้างเครื่องแต่งกาย โปรดเกล้าฯ ให้ศึกษาวิธีแต่งหน้าโขนที่เปิดหน้า ส่งผลให้เกิดช่างฝีมือหลายด้าน ที่สำคัญคือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดแสดงโขนถวายมายาวนานนับทศวรรษ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงโขนสู่ประชาชนทุกปี

จากนั้นเสด็จเข้าภายในโรงภาพยนตร์ฯทรงรับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรและถวายของที่ระลึก โดย นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหศีนิมา จำกัด กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ และกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรโขนภาพยนตร์ หนุมาน ไวท์ มังกี (HANUMAN WHITE MONKEY) จบแล้วพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีิเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับการแสดงโขน และผู้ให้การสนับสนุนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานช่อดอกไม้ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อศิลปะการแสดง “โขน” นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการทำนุบำรุงมรดกศิลปวัฒนธรรมโดยเฉพาะศิลปะการแสดงโขน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงดูแลส่งเสริมให้ดำรงคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะกรรมการ บริษัท สหศีนิมา จำกัด ได้ดำเนินการในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ จัดการแสดงโขนณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ตั้งแต่ปี 2548 อย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้จัดการแสดงโขนสำหรับนักท่องเที่ยว ณ โรงมหรสพหลวงฯ เพื่อเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปะการแสดง “โขน” ให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาประชาคมโลกตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดย บริษัท สหศีนิมา จำกัด ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการจัดการผลิตโขนภาพยนตร์ “หนุมาน ไวท์ มังกี” (HANUMAN WHITE MONKEY) โดยการผสมผสานศิลปะการแสดงแบบเดิมที่เกิดขึ้นบนเวที กับเทคนิคทางด้านดิจิทัลคอมพิวเตอร์กราฟิก และเทคนิคพิเศษของภาพยนตร์มาสร้างสรรค์จินตนาการให้กับเรื่องราวของโขนรามเกียรติ์ในรูปแบบของโขนภาพยนตร์ ให้ผู้ชมได้รับความสนุก ตื่นเต้น ประทับใจยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ชมยุคใหม่โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ และเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ของศิลปะการแสดงประจำชาติของไทยไปสู่สากล

ทั้งนี้โขนภาพยนตร์ฉายให้ประชาชนทั่วไปได้ชมพร้อมกันทั่วประเทศณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์และ โรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีเนม่า ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม เป็นต้นไป สำหรับโปรโมชั่นราคาพิเศษสำหรับผู้ชมหมู่คณะ 100 คนขึ้นไปราคา 50 บาท และบัตรราคาปกติเริ่มต้นที่ 59 บาท (เริ่ม 14 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปทอดพระเนตรโขนภาพยนตร์ หนุมาน ไวท์ มังกี และนิทรรศการ “โขนภาพยนตร์” โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.บจ.สหศีนิมา และคณะกรรมการ เฝ้าฯรับเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปทอดพระเนตรโขนภาพยนตร์ หนุมาน ไวท์ มังกี และนิทรรศการ “โขนภาพยนตร์” โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.บจ.สหศีนิมา และคณะกรรมการ เฝ้าฯรับเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปทอดพระเนตรโขนภาพยนตร์ หนุมาน ไวท์ มังกี และนิทรรศการ “โขนภาพยนตร์” โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.บจ.สหศีนิมา และคณะกรรมการ เฝ้าฯรับเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปทอดพระเนตรโขนภาพยนตร์ หนุมาน ไวท์ มังกี และนิทรรศการ “โขนภาพยนตร์” โดยมี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.บจ.สหศีนิมา และคณะกรรมการ เฝ้าฯรับเสด็จ

ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ นฤมล ล้อมทอง
กก.ผจก.บจ. สหศีนิมา, ฐาปน สิริวัฒนภักดี กก.
ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, สารัชถ์ รัตนาวะดี กก.รองประธานกก.และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์, วิชา
พูลวรลักษณ์ ประธาน กก.บริหาร บมจ.เมเจอร์
ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป,วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, อิทธิพล
คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, ธนกร ศรีสุขใส
ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม และ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม
ประธาน กก.บจ.สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์

ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.บจ. สหศีนิมา, ฐาปน สิริวัฒนภักดี กก. ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ, สารัชถ์ รัตนาวะดี กก.รองประธานกก.และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์, วิชา พูลวรลักษณ์ ประธาน กก.บริหาร บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป,วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, ธนกร ศรีสุขใส ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม และ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธาน กก.บจ.สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์

ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ นฤมล
ล้อมทอง กก.ผจก.บจ.สหศีนิมา, สาโรจน์
สุวัณณาคาร ผู้กำกับภาพยนตร์, นทพณ ณ นคร
ผจก.โครงการผลิตภาพยนตร์, เฉลิมศักดิ์
ปัญญวัตวงศ์, สุรพล โรหิตาจล, ศุภชัย
จันทร์สุวรรณ์ ผู้กำกับด้านนาฏศิลป์, ธชย
ประทุมวรรณ ไพฑูรย์ เข้มแข็ง, จรัญ พูลลาภ, บุนนาค ทรรทรานนท์

ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.บจ.สหศีนิมา, สาโรจน์ สุวัณณาคาร ผู้กำกับภาพยนตร์, นทพณ ณ นคร ผจก.โครงการผลิตภาพยนตร์, เฉลิมศักดิ์ ปัญญวัตวงศ์, สุรพล โรหิตาจล, ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ผู้กำกับด้านนาฏศิลป์, ธชย ประทุมวรรณ ไพฑูรย์ เข้มแข็ง, จรัญ พูลลาภ, บุนนาค ทรรทรานนท์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรนิทรรศการภายในงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรนิทรรศการภายในงาน

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ให้การ
สนับสนุน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ให้การ สนับสนุน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้

นลินี รัตนาวะดี บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ผู้ให้การ
สนับสนุน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้

นลินี รัตนาวะดี บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ผู้ให้การ สนับสนุน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้

นฤมล ล้อมทอง ต้อนรับ องคมนตรี รศ.ดร.จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา

นฤมล ล้อมทอง ต้อนรับ องคมนตรี รศ.ดร.จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมภริยา รศ.นราพร จันทร์โอชา,
ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ, จุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภริยา สมานจิตต์ ไกรฤกษ์ ถ่ายภาพกับนักแสดงหนุมาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมภริยา รศ.นราพร จันทร์โอชา, ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ, จุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภริยา สมานจิตต์ ไกรฤกษ์ ถ่ายภาพกับนักแสดงหนุมาน

กมลทิพย์-พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, ศ.พิเศษ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กก.ที่ปรึกษาและ
ประธาน กก.บริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ และ นฤมล ล้อมทอง

กมลทิพย์-พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, ศ.พิเศษ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กก.ที่ปรึกษาและ ประธาน กก.บริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ และ นฤมล ล้อมทอง

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม, ยุพา
ทวีวัฒนะกิจบวร, นฤมล ล้อมทอง และ อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม, ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, นฤมล ล้อมทอง และ อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย และ
สมานจิตต์-จุติ ไกรฤกษ์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย และ สมานจิตต์-จุติ ไกรฤกษ์

วิชญะ-วิศรุต-วิชา พูลวรลักษณ์, อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, ฉัตรชัย-
ดร.ปฤถา พรหมเลิศ และ ปภัชญา-ฐาปน สิริวัฒนภักดี

วิชญะ-วิศรุต-วิชา พูลวรลักษณ์, อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, ฉัตรชัย- ดร.ปฤถา พรหมเลิศ และ ปภัชญา-ฐาปน สิริวัฒนภักดี

สุทธิภัค จิราธิวัฒน์ เก็บภาพกับนักแสดงหนุมาน

สุทธิภัค จิราธิวัฒน์ เก็บภาพกับนักแสดงหนุมาน

นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล, นฤมล ล้อมทอง,ริสา หงษ์หิรัญ และ ดารณีนุช โพธิปิติ

นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล, นฤมล ล้อมทอง,ริสา หงษ์หิรัญ และ ดารณีนุช โพธิปิติ

ดวงใจ หทัยกาญจน์ และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

ดวงใจ หทัยกาญจน์ และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

พิศมัย วิไลศักดิ์ และ บุนนาค ทรรทรานนท์

พิศมัย วิไลศักดิ์ และ บุนนาค ทรรทรานนท์

วิโรจน์ อยู่สวัสดิ์, นภัสกร มิตรธีรโรจน์ และนักแสดงหนุมาน เบญจมินทร์ ตาดี

วิโรจน์ อยู่สวัสดิ์, นภัสกร มิตรธีรโรจน์ และนักแสดงหนุมาน เบญจมินทร์ ตาดี

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ-สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ-สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ทำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697649

การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน  ทำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ทำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในปัจจุบันมีประชากรที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension)  มากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ โรคไตวาย และโรคหลอดเลือดต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการเสียชีวิต ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเช็คสุขภาพ หรือตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อเข้ารับการรักษาโรคอื่น ในปัจจุบันหลายครอบครัวได้มีการจัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพามาใช้ในบ้าน เพื่อใช้ติดตามความดันโลหิตของสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นเราควรจะมีความรู้เบื้องต้นในการวัดและแปลผลความดันโลหิต เพื่อประโยชน์ในการดูแลตนเอง และลดความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักค่าความดันโลหิตกันก่อน โดยค่าความดันโลหิต ประกอบด้วยตัวเลข 2 ค่ามีหน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท ยกตัวอย่างเช่น ค่าความดันโลหิต 120/80 มิลลิเมตรปรอท หมายความว่า

– ตัวเลข 120 คือค่าความดันโลหิตตัวบน หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจบีบตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงซีสโตลี (systolic blood pressure)

– ตัวเลข 80 คือค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจคลายตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงไดแอสโตลี (diastolic blood pressure)

โดยระดับความดันโลหิตจากการวัดด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ที่มีค่าตั้งแต่ 135/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าสูงผิดปกติ ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญกับการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการแปลผล โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

1.เลือกใช้อุปกรณ์เครื่องวัดความดันโลหิตที่ได้มาตรฐาน ในปัจจุบันมีเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติหลายแบบ สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องมือที่วัดบริเวณข้อมือ ค่าที่ได้จากการวัดโดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติที่แสดงบนหน้าจอ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ค่า ได้แก่ 

– ค่าความดันโลหิตตัวบน

– ค่าความดันโลหิตตัวล่าง

– ค่าอัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจร ใน 1 นาที

2.เลือกใช้ขนาดของอุปกรณ์ส่วนที่จะพันต้นแขน (arm cuff) ให้เหมาะสมกับขนาดของแขน

3.ให้วัดความดันโลหิตในห้องที่เงียบสงบ ได้นั่งพักแล้วอย่างน้อย 5 นาที วัดในท่านั่ง โดยส่วนหลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง วางแขนที่จะวัดบนโต๊ะให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ โดยที่ไม่เกร็งแขน งดการพูดคุยทั้งก่อนและขณะวัดความดันโลหิต

4.ให้วัดความดันโลหิตในขณะที่ร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะปกติ เช่น ไม่เหนื่อย ไม่เครียด
ไม่โกรธ ไม่อดนอน ไม่หิว ไม่ปวดศีรษะ ไม่ปวดอุจจาระหรือปัสสาวะ เป็นต้น

5.ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือสารกระตุ้น ก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที

6.ควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยห่างกัน 1-2 นาที จากการวัดที่แขนเดียวกัน และในท่าเดิม

7.ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ

– ตอนเช้า ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังปัสสาวะ ก่อนอาหารเช้า และก่อนกินยาลดความดัน
โลหิต (ถ้ามี)

– ก่อนนอน

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิธิมา รัตนสิทธิ์

สาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ทำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในปัจจุบันมีประชากรที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension)  มากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ โรคไตวาย และโรคหลอดเลือดต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการเสียชีวิต ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเช็คสุขภาพ หรือตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อเข้ารับการรักษาโรคอื่น ในปัจจุบันหลายครอบครัวได้มีการจัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพามาใช้ในบ้าน เพื่อใช้ติดตามความดันโลหิตของสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นเราควรจะมีความรู้เบื้องต้นในการวัดและแปลผลความดันโลหิต เพื่อประโยชน์ในการดูแลตนเอง และลดความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักค่าความดันโลหิตกันก่อน โดยค่าความดันโลหิต ประกอบด้วยตัวเลข 2 ค่ามีหน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท ยกตัวอย่างเช่น ค่าความดันโลหิต 120/80 มิลลิเมตรปรอท หมายความว่า

– ตัวเลข 120 คือค่าความดันโลหิตตัวบน หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจบีบตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงซีสโตลี (systolic blood pressure)

– ตัวเลข 80 คือค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจคลายตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงไดแอสโตลี (diastolic blood pressure)

โดยระดับความดันโลหิตจากการวัดด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ที่มีค่าตั้งแต่ 135/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าสูงผิดปกติ ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญกับการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการแปลผล โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

1.เลือกใช้อุปกรณ์เครื่องวัดความดันโลหิตที่ได้มาตรฐาน ในปัจจุบันมีเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติหลายแบบ สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องมือที่วัดบริเวณข้อมือ ค่าที่ได้จากการวัดโดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติที่แสดงบนหน้าจอ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ค่า ได้แก่ 

– ค่าความดันโลหิตตัวบน

– ค่าความดันโลหิตตัวล่าง

– ค่าอัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจร ใน 1 นาที

2.เลือกใช้ขนาดของอุปกรณ์ส่วนที่จะพันต้นแขน (arm cuff) ให้เหมาะสมกับขนาดของแขน

3.ให้วัดความดันโลหิตในห้องที่เงียบสงบ ได้นั่งพักแล้วอย่างน้อย 5 นาที วัดในท่านั่ง โดยส่วนหลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง วางแขนที่จะวัดบนโต๊ะให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ โดยที่ไม่เกร็งแขน งดการพูดคุยทั้งก่อนและขณะวัดความดันโลหิต

4.ให้วัดความดันโลหิตในขณะที่ร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะปกติ เช่น ไม่เหนื่อย ไม่เครียด
ไม่โกรธ ไม่อดนอน ไม่หิว ไม่ปวดศีรษะ ไม่ปวดอุจจาระหรือปัสสาวะ เป็นต้น

5.ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือสารกระตุ้น ก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที

6.ควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยห่างกัน 1-2 นาที จากการวัดที่แขนเดียวกัน และในท่าเดิม

7.ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ

– ตอนเช้า ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังปัสสาวะ ก่อนอาหารเช้า และก่อนกินยาลดความดัน
โลหิต (ถ้ามี)

– ก่อนนอน

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิธิมา รัตนสิทธิ์

สาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ชวนช้อปผ้าไทย หัตถกรรมชุมชน ในงานเทศกาลไหมไทย 2565 ชมการออกแบบชุดผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4ภาคจาก10แบรนด์ดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697682

ชวนช้อปผ้าไทย หัตถกรรมชุมชน ในงานเทศกาลไหมไทย 2565  ชมการออกแบบชุดผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4ภาคจาก10แบรนด์ดัง

ชวนช้อปผ้าไทย หัตถกรรมชุมชน ในงานเทศกาลไหมไทย 2565 ชมการออกแบบชุดผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4ภาคจาก10แบรนด์ดัง

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา พร้อมร่วมอนุรักษ์ และสนับสนุนงานหัตถศิลป์ และหัตถกรรมจากชุมชนไทย 4 ภาค โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย จัดงานเทศกาลไหมไทย 2565 (ThaiSilk Festival 2022)เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ผ้าไทยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมพระปณิธานและพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดเผยแพร่ความงดงามของหัตถศิลป์ไทย ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณหน้าฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติ
สิริกิติ์

ร่วมระลึกถึงพระกรุณาธิคุณอเนกอนันต์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทย สนุกเรียนรู้เรื่องการทอผ้าไทย และเพลิดเพลินกับการช้อปงานหัตถศิลป์ และหัตถกรรมไทย กับ 3 โซนหลักๆ ได้แก่ 1.โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความสำคัญและทุ่มเทพระวรกายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างผ้าไทย พระราชทานโครงการศิลปาชีพฯ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จนก่อเกิดประวัติศาสตร์การฟื้นฟูการทอผ้าไทยจนครบวาระ 50 ปี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานต่อยอดจนเกิดเป็นความยั่งยืนของหัตถศิลป์ และหัตถกรรมไทยในปัจจุบัน รวมทั้ง นิทรรศการหม่อนไหม และนิทรรศการผ้าไทยลายอัตลักษณ์4 ภาค ที่ให้ได้เรียนรู้ความเป็นมา และขั้นตอนการทอผ้าไหมซึ่งถือเป็นภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของชาติที่ตกทอดกันมาแต่โบราณ รวมทั้งผ้าไทย 4 ภาคที่แตกต่างทั้งวัตถุดิบ เทคนิค และรูปแบบของผ้าไทยในแต่ละภูมิภาค จนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์อันโดดเด่น และเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก

2.โซน OTOP Luxury การออกบูธร้านค้าจากทั้ง 4 ภาค เหนือ กลาง อีสาน ใต้ จำนวน 100 บูธ อาทิ กลุ่มผู้ประกวดผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา, ร้านค้าของศิลปินแห่งชาติ และศิลปิน OTOP ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย และ3. โซนลานคำหอม(จำลอง)และการแสดง 4 ภาคอันตระการตาที่หาดูได้ยาก สับเปลี่ยนหมุนเวียนทุกวัน เช่น ฟ้อนหางนกยูง,ตารีกีปัสออกยอเก็ต, เซิ้งกะโป๋, ระบำวรเชษฐ,ฟ้อนเล็บราชสำนักล้านนา, รำมโนราห์ และฟ้อนผางประทีปศรีนครพิงค์ เป็นต้น

พร้อมพบกับกับไฮไลต์ภายในงานที่จัดโชว์ผลงานการออกแบบชุดดีไซน์ทันสมัยจาก 10 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง ได้แก่ SIRIVANNAVARI Couture, KAI, TIRAPAN, PICHITA, PISIT, THEATRE, ASAVA, ISSUE, VATIT ITTHI และWISHARAWISH รังสรรค์ผลงานสุดประณีตโดยนำผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 4 ภาคมาตัดเย็บเป็นชุดที่มีดีไซน์ทันสมัย อาทิ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมยกดอกผ้าปักชาวเขา ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าบาติก ผ้าฝ้ายย้อมคราม ผ้าขาวม้า ผ้าหางกระรอกสะท้อนมุมมองของผ้าไทยในอีกมิติหนึ่ง และเห็นถึงศักยภาพของการพัฒนาลายผ้าทอให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของความเป็นไทยไว้อย่างสมบูรณ์

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ พร้อมร่วมสนับสนุน อนุรักษ์ผ้าไทย และงานหัตถศิลป์ไทยได้ในงานThai Silk Festival 2022 ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณหน้าเพลนารีฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

SIRIVANNAVARI Couture

SIRIVANNAVARI Couture

KAI

KAI

TIRAPAN

TIRAPAN

PICHITA

PICHITA

ASAVA

ASAVA

PISIT

PISIT

‘Isan BCG Expo 2022’ มหกรรมนวัตกรรมยั่งยืน สานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697633

‘Isan BCG Expo 2022’ มหกรรมนวัตกรรมยั่งยืน สานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยี

‘Isan BCG Expo 2022’ มหกรรมนวัตกรรมยั่งยืน สานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยี

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.44 น.

Isan BCG Expo 2022 งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีสานและครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Collaboration : ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ นำโดย Khon Kaen Innovation Centre (KKIC) และกลุ่มมิตรผล ร่วมกับ 50 เครือข่ายพันธมิตร ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับ ‘อีสาน’ ให้เป็นศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน พร้อมชู 3 จุดแข็ง “สร้างสรรค์ ต่อยอด ยั่งยืน” สานต่อวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เดินหน้าเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านธุรกิจและวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักลงทุน และผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดจนสตาร์ทอัพ ทั้งในประเทศและประเทศ CLMV ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 9 – 12 ธันวาคม 2565 ณ Khon Kaen Innovation Centre จังหวัดขอนแก่น

Isan BCG Expo 2022 งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีสานและครั้งแรกในประเทศไทย ได้เปิดงานอย่างเป็นทางการขึ้น โดยมีผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน BCG ในครั้งนี้ นำโดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กรรมการ กลุ่มมิตรผล และ คุณกวิน ว่องกุศลกิจ กรรมการ ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ (KKIC) พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ได้แก่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, คุณธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), คุณชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, คุณรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ คุณกลินท์ สารสิน ประธานอาวุโส หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมให้มุมมองและภาพรวมถึงบทบาทของ BCG ที่มีความสำคัญต่อความร่วมมือ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผลักดันเศรษฐกิจไทยและโอกาสของอีสาน สู่การลงทุนในระดับภูมิภาคอาเซียนต่อไปอย่างยั่งยืน

Isan BCG Expo 2022 จัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของภาคอีสานที่พร้อมจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพจากการวิจัยและพัฒนาที่มาจาก KKIC และหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาคเอกชน หน่วยงานวิจัย และสถาบันการศึกษา โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาจัดแสดงจะเป็นผลงานที่พร้อมส่งต่อและเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการหรือนักลงทุนในไทยและประเทศใน CLMV ที่สนใจนำไปต่อยอดผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการต่อยอดทางธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งสามารถตอบโจทย์ BCG ช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้กับธุรกิจแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน ด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านอาหาร การเกษตร ทางการแพทย์ ดนตรีและวัฒนธรรมพื้นเมืองที่เป็นเสน่ ควบคู่กับการยกระดับในทุกมิติ

ทั้งนี้ ภายในงาน ยังได้รวบรวมความหมายของการขับเคลื่อน BCG ในทุกมิติ อย่างหลากหลาย ได้แบ่งออกเป็น 5 กิจกรรมหลัก ไม่ว่าจะเป็น 3 เวทีสำคัญ ได้แก่ Isan BCG Forum 2022, Talk: เว่าถึงแก่น และ Green Stage รวมไปถึง Isan Serng & Sound: แว่วถึงแก่น ศิลปะการถ่ายทอดดนตรี, Isan Gastronomy เปิดประสบการณ์ Chef’s Table รสสุนทรี ‘กลิ่นอายอีสาน’ แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบบนผืนแผ่นดินเกิด และWalking Street Exhibition ที่จะได้พบกับ 3 โซนนิทรรศการหลัก Creative Zone / Innovative Zone / Green Zone อีกทั้ง ยังเชิญชวนให้ผู้ร่วมงานร่วมกันลดการปล่อยคาร์บอน ด้วยการใช้ถุงผ้าเมื่อซื้อสินค้าภายในงาน สนับสนุนสินค้าชุมชน และใช้ภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย

Isan BCG Forum 2022 นอกจากช่วยสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง BCG ยังสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญแต่ละเวที ที่จะได้พบกับบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายแวดวง กว่า 80 ท่าน นำเสนอกว่า 40 Session รวมถึงเวที ‘Talk เว่าถึงแก่น’ ที่พูดถึง BCG อย่างเจาะลึก และ Green Stage ที่เล่าถึงการจัดทำเกษตรแบบสีเขียว ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ และต่อยอดธุรกิจเติบโต

BCG (Bio, Circular, Green Economy) ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย พัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้ประโยชน์จากความเข้มแข็งของ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” และ “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” มาต่อยอดและยกระดับมูลค่าให้ Ecosystem ของการผลิตสินค้าและบริการมีมูลค่าสูงขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการผลักดันโมเดล BCG ที่มี ‘อีสาน’ เป็นศูนย์กลางการยกระดับอุตสาหกรรม BCG ของไทยและเอเชีย ตลอดจนแสดงถึงศักยภาพแห่งนวัตกรรมและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวงานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืน Isan BCG Expo 2022 ได้ที่ https://www.facebook.com/IsanBCGExpo

มจร.จัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2565 บรรพชิต-คฤหัสถ์เข้าร่วมรับเข็มเกียรติคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697630

มจร.จัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2565 บรรพชิต-คฤหัสถ์เข้าร่วมรับเข็มเกียรติคุณ

มจร.จัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2565 บรรพชิต-คฤหัสถ์เข้าร่วมรับเข็มเกียรติคุณ

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 10 – 11 ธันวาคม พ.ศ.2565 โดยมีพระสังฆาธิการ ภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ ที่สำเร็จการศึกษาในทุกระดับชั้น จำนวนทั้งสิ้น 4,370 รูป/คน และมีผู้ที่เข้าร่วมพิธีประสาทปริญญา จำนวนทั้งสิ้น 2,742 รูป/คน ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ( มจร ) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2430 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และคฤหัสถ์ และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ขึ้น โดยมีสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 

โดยปีนี้ มจร จัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2565 นี้ ระหว่างวันที่ 10 – 11 ธันวาคม พ.ศ.2565 มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 4,370 รูป/คน โดยมีบัณฑิตที่เข้ารับปริญญาทั้งสิ้นจำนวน 2,742 รูป/คน  โดยแบ่งออกเป็นวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2565 มีผู้เข้ารับจำนวน 1,011 รูป/คน และวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2565 มีผู้เข้ารับจำนวน 1,731 รูป/คน 

มหาวิทยาลัยมีพันธกิจหลัก 4 ด้าน คือ ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนาส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 

นอกจากการดำเนินงานตามพันธกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายแล้ว มหาวิทยาลัยยังมีนโยบายส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องประกาศเกียรติคุณพระมหาเถรานุเถระ ภิกษุณี และอุบาสกอุบาสิกา ทั้งในประเทศและต่างประเทศผู้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่สังคม ประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยโดยมอบปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และเข็มเกียรติคุณ เพื่อเป็นการประกาศสดุดีเกียรติคุณยกย่องเชิดชูในงานพิธีประสาทปริญญา 

ปีนี้ สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้มีการมอบถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 64 รูป/คน ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 2 รูป/คน โดยมีพระมหาเถระและคฤหัสถ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 11 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา,สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม,สาธารณรัฐประชาชนจีน,สาธารณรัฐเกาหลี,เครือรัฐออสเตรเลีย,สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา,สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว,ไชนีสไทเป,ราชอาณาจักรกัมพูชา,สหรัฐอเมริกา,สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และผู้ที่ได้รับเข็มเกียรติคุณ จำนวน 56 รูป/คน โดยมีคฤหัสถ์ชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 8 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน,สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว,สาธารณรัฐอินโดนีเซีย,สาธารณรัฐอินเดีย,สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา,สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม,สหพันธรัฐมาเลเซีย, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รวมทั้งสิ้น 122 รูป/คน ณ อาคาร มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

การนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จประทานปริญญาบัตร ประจำปี 2565 โดยมีพระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ.ดร.อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต บัณฑิต ทั้งในประเทศและต่างประเทศจากทั่วร่วมถวายการต้อนรับเป็นจำนวนมาก

มจร เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และคฤหัสถ์ โดยปัจจุบันการจัดการศึกษาในประเทศประกอบด้วย 11 วิทยาเขต 28 วิทยาลัยสงฆ์ 2 หน่วย วิทยบริการ และในต่างประเทศสถาบันสมทบอีก 5 แห่ง มีทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรอินเตอร์ ระดับชั้นปริญญาตรี-โท-เอก มีจำนวนทั้งสิ้น 19,661 รูป/คน ประกอบด้วยนิสิตปริญญาตรีจำนวน 14,253 รูป/คน นิสิตปริญญาโท 3,373 รูป/คน นิสิตปริญญาเอก 2,035 รูป/คน

ในปีนี้ มหาวิทยาลัยของเราได้เล็งเห็นความสำคัญของเตรียมความพร้อมสำหรับบัณฑิต ที่กำลังจะจบการศึกษาและต้อนรับนิสิตในปีการศึกษาใหม่ ด้วยพื้นที่โดยรอบ อาคารเรียนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหอพักสำหรับการรองรับนิสิตจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาของโลกและมีพื้นที่ อาคารเรียน หอพักสำหรับการรองรับนิสิตจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและเรียนรู้พระพุทธศาสนา

-(016)

เปิดตัวนวัตกรรมไทย! เครื่องเป่าจำแนกผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากลมหายใจ แม่นยำเทียบเท่า RT-PCR

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697627

เปิดตัวนวัตกรรมไทย! เครื่องเป่าจำแนกผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากลมหายใจ แม่นยำเทียบเท่า RT-PCR

เปิดตัวนวัตกรรมไทย! เครื่องเป่าจำแนกผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากลมหายใจ แม่นยำเทียบเท่า RT-PCR

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.20 น.

 นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า จากความร่วมมือแบบบูรณาการความเชี่ยวชาญของทีมวิจัยที่มาจากหลายหน่วยงาน ที่ประกอบด้วย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ  โรงพยาบาลราชวิถี มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม ในการพัฒนาระบบเครื่องตรวจคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยใช้ลมหายใจ ถือว่าเป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยฯ ที่ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องแยงจมูก ไม่ต้องเจาะเลือด และไม่ต้องใช้น้ำลาย

ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่มีความไว(Sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) สูง สามารถรู้ผลตรวจได้ภายใน 5 นาที ทำให้สามารถทำการคัดแยกผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อให้ออกมาได้อย่างรวดเร็ว สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที และลดโอกาสในการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในวงกว้างได้ การเกิดนวัตกรรมนี้ส่งผลให้เกิดการสร้างความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านเครื่องมือแพทย์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามในกระบวนการพัฒนาของทีมวิจัยไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ทางทีมวิจัยได้เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการสร้างเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นที่สำคัญ จนทำให้นวัตกรรมดังกล่าวสามารถประมาณการณ์ “ค่า CT (Cycle Threshold)” ที่บ่งบอกถึงปริมาณเชื้อไวรัสในผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่เทียบเคียงการตรวจแบบ RT-PCR  ซึ่ง มีความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) ที่สูง ด้วยการไม่หยุดนิ่งของทีมวิจัยจึงยังคงคิดและพัฒนาเพื่อให้เกิดการต่อยอดของนวัตกรรมการตรวจคัดกรองโรคโดยใช้ลมหายใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับวงการเทคโนโลยีด้านเครื่องมือแพทย์ของประเทศไทยต่อไป

รศ.(พิเศษ) นพ.สถิตย์ นิรมิตมหาปัญญา นายแพทย์เชี่ยวชาญ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า จากการวิจัยอย่างต่อเนื่องและการเก็บรวบรวมข้อมูลของอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการวิจัยทั้งหมดมากกว่า 3,000 ตัวอย่าง ส่งผลให้ทางทีมวิจัยสามารถพัฒนา นวัตกรรมเครื่องตรวจคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยใช้ลมหายใจ จนสามารถประมาณการณ์ “ค่า CT (Cycle Threshold)” ในผู้ป่วยติดเชื้อโควิดได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าของโครงการวิจัยที่สำคัญและมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อวงการแพทย์ โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดหรือการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่มีความจำเป็นต้องรู้ถึง “ปริมาณเชื้อไวรัสในผู้ป่วยติดเชื้อโควิด หรือ ค่า CT” เพื่อได้รับการประเมิณความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อโควิดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการรักษาของบุคลากรทางการแพทย์

แต่ว่าการที่จะรู้ถึงค่า CT นั้นต้องรอผลการตรวจด้วยวิธี RT-PCR เท่านั้น ที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะฉะนั้นความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมให้รองรับการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการรักษาผู้ป่วยในภาวะวิกฤติ หรือผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นอย่างมาก รวมถึงผล CT ยังสามารถใช้จำแนกผู้ป่วยในการติดเชื้อ และส่งผลไปสู่การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้อย่างดี ดังนั้นค่า CT ที่แตกต่างกันจะสามารถจำแนกลักษณะการติดเชื้อของผู้ป่วยในระดับต่าง ๆ ได้ สามารถทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจในการรักษาพยาบาล รวมถึงทำให้เกิดความแม่นยำในการจ่ายยา การรักษาที่ถูกต้องรัดกุม ซึ่งประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการใช้ค่า CT ในการจำแนกผู้ป่วยในระดับต่าง ๆ ทำให้เราสามารถควบคุมโรคได้ดีในระดับต้น ๆ ของโลก

ดร.เธียร์สิทธิ์ นาสัมพันธ์ นักวิจัยหลังปริญญาเอก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากนวัตกรรมที่มีเทคโนโลยีก๊าซเซ็นเซอร์ที่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นหลายเท่า ทำให้เครื่องสามารถนำมาตรวจวัดสารระเหยอินทรีย์หรือกลิ่นที่เป็นสารไบโอมาร์กเกอร์จากลมหายใจ ที่สามารถจดจำและจำแนกกลิ่นที่แตกต่างกันระหว่างคนที่ติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อโควิดได้ และยังได้มีการนำระบบแมชชีนเลิร์นนิ่ง ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์(AI) เข้ามาใช้ในการประมวลผล เพื่อทำให้สามารถวิเคราะห์และตรวจคัดกรองได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยปัจจุบันประสิทธิภาพในการตรวจวัดของเครื่อง มีความถูกต้อง (Accuracy) ที่ 96.2% และความแม่นยำ (Precision) ที่ 96.4% และมีความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) ที่ 96.1 และ 96.4% ตามลำดับ

และนอกจากนั้นแล้วจุดเด่นของนวัตกรรมที่ได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถในการแสดงผลค่า CT เทียบเคียงการตรวจ RT-PCR ได้ถึง 5 ระดับ เพื่อใช้ประเมินระดับความเสี่ยงและโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากการพัฒนาค่า ct แล้วยังมีการยกระดับเครื่องให้ใช้งานได้แบบครบวงจรมากขึ้นคือการเชื่อมระบบให้สามารถสแกนพาสปอตร์และบัตรประชาชนแล้วเป่าลมใส่ถุงตรวจ พอเครื่องอ่านค่าเสร็จก็ปริ้นผลเป็นสลิปออกมา ซึ่งจะมี 2 รุ่นคือแบบกระเป๋าหิ้วและแบบตั้งพื้นคีออสต์ในอนาคตทางทีมวิจัยได้ใช้การศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวไปต่อยอดเครื่องมือนี้ไปใช้ตรวจโรคอื่นๆจากลมหายใจได้ เช่น วัณโรค มะเร็งปอด และสารเสพย์ติด เป็นต้น

-(016)

‘เวิร์คพอยท์’คว้ารางวัล ‘Tower of Love หอคอยเพลงรัก’ เกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/697744

‘เวิร์คพอยท์’คว้ารางวัล ‘Tower of Love หอคอยเพลงรัก’  เกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

‘เวิร์คพอยท์’คว้ารางวัล ‘Tower of Love หอคอยเพลงรัก’ เกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นับเป็นข่าวดีของบริษัทเวิร์คพอยท์  เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่สามารถคว้ารางวัลยิ่งใหญ่ระดับเอเชียให้กับประเทศไทย ในงานประกาศผลรางวัล Asian Television Awards 2022 โดยรายการ “Tower of Love หอคอยเพลงรัก” ได้รับรางวัลสุดยอดเกมโชว์แห่งเอเชีย Best Game or Quiz Programme ที่ประกาศผลรางวัลเมื่อค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 8 ธ.ค.
ที่ผ่านมา ณ Resorts World Sentosa ประเทศสิงคโปร์  

งานประกาศรางวัล Asian Television Awards 2022 นี้เป็นรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับผลงานทางโทรทัศน์ ที่มีความเป็นที่หนึ่งของเอเชีย บรรยากาศในงานมีดารานักแสดงชื่อดัง บุคคลสำคัญๆ ของวงการโทรทัศน์ทั่วเอเชีย พร้อมทั้งสื่อมวลชนเฝ้าคอยรายงานข่าวมากมาย โดยในปีนี้ทางคณะผู้บริหารและทีมงานจากเวิร์คพอยท์เดินทางไปร่วมลุ้นรางวัลสำคัญในงานด้วยซึ่งรางวัลสุดยอดเกมโชว์แห่งเอเชีย ที่รายการ “Tower of Love หอคอยเพลงรัก” ได้รับมานี้นับเป็นความภาคภูมิใจที่รายการของคนไทยสามารถสร้างชื่อบนเวทีประกาศรางวัลระดับเอเชียได้อย่างต่อเนื่อง และยังการันตีได้ว่าช่องเวิร์คพอยท์ยังคงเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ครองตำแหน่ง King of Variety เจ้าแห่งการผลิตคอนเทนต์และสร้างสรรค์กองทัพวาไรตี้ได้เป็นอย่างดี และยังส่งต่อเป็นกำลังใจให้เวิร์คพอยท์ได้ผลิตรายการดีๆ มีคุณภาพออกสู่สายตาผู้ชมตลอดไปอีกด้วย