ครบรอบ 18 ปีสถาบันดนตรี เมโลดี้พลัส ‘ครูฟ้า’ จัดงานโชว์ผลงานเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697489

ครบรอบ 18 ปีสถาบันดนตรี เมโลดี้พลัส ‘ครูฟ้า’ จัดงานโชว์ผลงานเด็ก

ครบรอบ 18 ปีสถาบันดนตรี เมโลดี้พลัส ‘ครูฟ้า’ จัดงานโชว์ผลงานเด็ก

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมโลดี้พลัส (MelodyPlus) โรงเรียนสอนดนตรีรูปแบบใหม่ จากสหรัฐอเมริกา โดย ผู้บริหารสาวเก่ง ครูฟ้า-นันทรัตน์ โมนฤมิตรผู้อำนวยการและกรรมการผู้บริหาร ฉลองครบรอบ18 ปี จัดงาน “Unplugged Concert ep.2เปิดเวทีให้นักเรียนโชว์ทักษะทางดนตรีส่งเสริมความสามารถในการแสดงออกต่อสาธารณชนและสร้างประสบการณ์ที่ดีของนักเรียน ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทกลุ่ม

ครูฟ้า-นันทรัตน์ โมนฤมิตร กล่าวว่า “สถาบันดนตรี เมโลดี้พลัส ครบรอบ 18 ปีแล้วที่ผ่านมา เรามีส่วนในการสร้างนักดนตรีที่มีคุณภาพมากมาย และการจัดงาน “Unplugged Concertep.2” ในครั้งนี้ เป็นการโชว์ความสามารถของนักเรียนมีการแสดง เปียโน กีตาร์ ร้องเพลง ไวโอลินกลอง HipHop และBallet สำหรับโรงเรียนดนตรีเมโลดี้พลัส เป็นโรงเรียนสอนดนตรีรูปแบบใหม่ สำหรับผู้มีใจรักในเสียงดนตรีที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และหาประสบการณ์วิชาดนตรี โดยเน้นสอนอย่างละเอียดครบถ้วน และให้นักเรียนมีความสุขสนุกสนาน เพลิดเพลินควบคู่กันไปกับการเรียนขณะเดียวกันคำนึงถึงความเป็นมืออาชีพ ทางโรงเรียนได้นำหลักสูตร Alfred จากประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้ ซึ่งหลักสูตร Alfred เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมแพร่หลายทั้งในสหรัฐอเมริกา และในภูมิภาคเอเชียซึ่งอยู่ในระดับมาตรฐานสากล ตลอดจนหลักสูตรของสถาบันดนตรี ยังได้รับการรับรองจาก กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนดนตรี เมโลดี้พลัสเป็นสถาบันสอนดนตรีที่ได้รับ Trinity Awards มากที่สุดในประเทศไทย เราสนับสนุนส่งเสริมความรู้ความสามารถให้ครูทุกคนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนความเข้มข้นของเนื้อหาของหลักสูตร ที่ทางโรงเรียนต้องการมอบประโยชน์สูงสุดให้นักเรียน

“ดนตรี ไม่เพียงแค่ให้ความสุขความไพเราะ แต่ยังสามารถช่วยพัฒนา สมอง ร่างกาย อารมณ์ ให้มีความพร้อมในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เร็วขึ้นมีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับเด็กที่เรียนดนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนดนตรี ทางโรงเรียนยังแบ่งกลุ่มหลักๆ ของผู้ที่เข้ามาเรียนเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ เด็กเล็กวัยรุ่น และผู้ใหญ่ ทางโรงเรียนจะสรรหาสิ่งดีๆ และมีคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นไป ฟ้าไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาโรงเรียนเมโลดี้พลัสให้แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆอีกมุมหนึ่งฟ้าเองจะสอนในนักเรียนเห็นความสำคัญในเรื่องการช่วยเหลือสังคม เพราะสิ่งนี้จะทำให้เด็กอ่อนโยนและเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง ตอนนี้เราก็ร่วมช่วยเหลือองค์กรต่างๆ เพื่อการกุศลอยู่หลายแห่ง” ครูฟ้าเล่าถึงธุรกิจอย่างมืออาชีพด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยน” ครูฟ้า กล่าวทิ้งท้าย

ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคตับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697496

ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคตับ

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การปลูกถ่ายตับ คือการตัดเอาตับทั้งหมดของผู้ป่วยออก และทำการปลูกถ่ายตับใหม่เข้าไปในช่องท้องของผู้ป่วย โดยปัจจุบันการผ่าตัดปลูกถ่ายตับถือเป็นหนึ่งในการรักษาที่เป็นมาตรฐานสำหรับภาวะตับที่ผิดปกติหลายประเภท ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับตับหรือตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ด้วยทีมแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์เครื่องมือทันสมัย และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความชำนาญ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ผศ.นพ.สุปรีชา อัสวกาญจน์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี และการปลูกถ่ายอวัยวะ ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่าการปลูกถ่ายตับเป็นการรักษาที่เหมาะสมกับบางโรคหรือความผิดปกติทางตับเท่านั้นซึ่งในปัจจุบันข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ได้แก่ ภาวะตับแข็ง (Cirrhosis) ระยะสุดท้าย เป็นภาวะตับแข็งที่ตับไม่ทำงานแล้วหรือไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายอย่างมาก ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของตับแข็งรุนแรง เช่น เส้นเลือดดำที่หลอดอาหารโป่งพองผิดปกติ ภาวะท้องมานที่ไม่สามารถควบคุมด้วยยาได้ดีและภาวะโรคทางสมองจากตับทำให้มีอาการสับสน เป็นต้น ภาวะตับวายเฉียบพลัน (Fulminant Hepatic Failure) เป็นภาวะที่ตับไม่ทำงานเฉียบพลัน ทำให้เกิดภาวะโรคทางสมองจากตับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อไปถึงอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้มาก มะเร็งตับระยะแรก (Early Hepatocellular Carcinoma) จากการศึกษาพบว่า กรณีมะเร็งตับที่มีขนาดเล็กและจำนวนไม่มากเกินไปมีอัตราการรอดชีวิตดีและมีอัตราการเกิดซ้ำของมะเร็งตับน้อยในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ภาวะการทำงานของตับผิดปกติโดยกำเนิดบางชนิด อาจมีผลทำให้ตับผิดปกติในลักษณะที่ทำให้มีผลต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย

การผ่าตัดปลูกถ่ายตับสามารถแบ่งเป็น 2 แบบตามที่มาของอวัยวะ ได้แก่ ตับจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย (Cadaveric Liver Transplantation) เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับโดยนำตับจากผู้บริจาคที่สมองตายแล้ว ในปัจจุบันการผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดแบบนี้และตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ (Living – Related Liver Transplantation) เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับโดยแบ่งตับส่วนหนึ่งมาจากผู้บริจาคที่มีชีวิต เช่น การผ่าตัดแบ่งตับจากผู้ใหญ่ เช่น บิดา มารดา ไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยเด็ก หรือแบ่งตับผู้ใหญ่ไปปลูกถ่ายในผู้ใหญ่ด้วยกัน การผ่าตัดทั้งสองแบบนี้มีเทคนิคการผ่าตัดที่แตกต่างกันและมีข้อดีข้อเสียรวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ไม่เหมือนกัน จึงมีความเหมาะสมต่อโรคหรือภาวะตับแต่ละแบบต่างกัน

ขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยก่อนพิจารณาผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะตับ ประกอบไปด้วย การตรวจสภาพการทำงานทั่วไปของร่างกาย การทำงานของหัวใจ การทำงานของปอด ตรวจประเมินสภาพการทำงานของตับ ลักษณะกายวิภาคและภาวะเนื้องอกหรือมะเร็งในตับ โดยตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ตับ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตับ หรือตรวจด้วยการถ่ายภาพโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตรวจประเมินคัดกรองหามะเร็งชนิดอื่นในร่างกาย ซึ่งอาจไม่เคยทราบหรือมีอาการมาก่อน เช่น การตรวจแมมโมแกรม เอกซเรย์ปอด ส่องกล้องตรวจลำไส้ (กรณีมีข้อบ่งชี้) เป็นต้น รวมถึงการเจาะเลือดคัดกรองหาความผิดปกติของค่ามะเร็งต่างๆ เพราะกรณีที่มีมะเร็งชนิดอื่นในร่างกายแล้วทำการปลูกถ่ายตับ หลังผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยรับประทานยากดภูมิคุ้มกันจะทำให้มะเร็งดังกล่าวมีอาการหรือมีความรุนแรงมากขึ้นได้ ตรวจประเมินหาภาวะการติดเชื้อต่างๆ ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชไอวี รวมถึงการติดเชื้อที่อาจเป็นเรื้อรังหรือไม่แสดงอาการ เพราะหลังปลูกถ่ายตับผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการกดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีโอกาสทำให้มีอาการหรือเป็นรุนแรงมากขึ้นได้ ตรวจคัดกรองสภาพฟันโดยทันตแพทย์ หากมีฟันผุต้องได้รับการรักษาให้ดีก่อน และตรวจประเมินสภาวะทางจิตใจโดยจิตแพทย์เพื่อประเมินความสามารถในการดูแลรักษาตนเองและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องได้ ผู้ป่วยต้องหยุดดื่มสุราติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนก่อนผ่าตัด ยกเว้นกรณีภาวะตับวายเฉียบพลันต้องงดดื่มสุราหลังผ่าตัด เพราะการทำงานของตับหลังปลูกถ่ายจะลดลงและเกิดภาวะตับแข็งได้ถ้ากลับมาดื่มสุรา

เมื่อผู้ป่วยได้รับการประเมินต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาว่าผู้ป่วยสามารถทำการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะตับได้หรือไม่ หลังจากนั้นทางศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพจะดำเนินการกับทางสภากาชาดไทยเพื่อรอการจัดสรรอวัยวะตับเมื่อมีผู้บริจาคอวัยวะและเนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่และมีเลือดเลี้ยงเป็นจำนวนมาก จึงมีโอกาสเสียเลือดจำนวนมากระหว่างผ่าตัด อาจมีเลือดค้างในช่องท้อง แผลติดเชื้อหลังผ่าตัดจนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขณะและหลังผ่าตัดปลูกถ่ายตับได้

การผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม้จะมีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่หากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดรักษาตามกระบวนการที่เหมาะสมจะได้รับผลการรักษาที่ดี กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังผ่าตัดและมีอัตราการรอดชีวิตที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกายและทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อตับอยู่เสมอก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถรักษาตับให้สุขภาพดีและอยู่กับเราไปได้อีกนาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.02-3103002, 02-7551002 หรือ Contact Center โทร.1719

Lamborghini จัดเอ็กซ์คลูซีฟทริป‘Movember Giro Thailand’ ระดมทุนผ่านโปรเจกท์การกุศลทั่วโลก สร้างความตระหนักถึงสุขภาพของผู้ชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697488

Lamborghini จัดเอ็กซ์คลูซีฟทริป‘Movember Giro Thailand’  ระดมทุนผ่านโปรเจกท์การกุศลทั่วโลก สร้างความตระหนักถึงสุขภาพของผู้ชาย

Lamborghini จัดเอ็กซ์คลูซีฟทริป‘Movember Giro Thailand’ ระดมทุนผ่านโปรเจกท์การกุศลทั่วโลก สร้างความตระหนักถึงสุขภาพของผู้ชาย

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทยพร้อมด้วย ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ประธาน Lamborghini Club Thailand (ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์) จัดเอ็กซ์คลูซีฟทริปส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่กับ “Lamborghini Movember Giro Thailand” ที่ยกขบวนคาราวานซูเปอร์สปอร์ตคาร์กว่า 40 คัน มุ่งตรงสู่ภาคเหนือเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคม หลังจาก ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ประกาศ คิกออฟโกลบอลโปรเจกท์ร่วมกับองค์กรการกุศลชั้นนำระดับโลกอย่าง “Movember” ไปเมื่อปี 2564 โดยการระดมทุนจากลัมโบร์กินีทั่วโลก ผ่านกิจกรรม Bull Run เพื่อเผยแพร่ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพของผู้ชายทั้งด้านร่างกายและจิตใจในระดับสากล

ในปีนี้จึงนำทีมสาวกกระทิงดุชาวไทยร่วมขับเคลื่อนโกลบอลโปรเจกท์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยมีตัวแทนจากออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี อย่าง มร.ราฟาเอล การิบบา ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เกียรติบินตรงร่วมทริปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อีกทั้งยังมีเหล่าเซเลบริตี้แฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีร่วม 100 คน ร่วมทริปเดินทางกันอย่างคับคั่ง อาทิ ธีระ ซอโสตถิกุล, ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร, ณัฐฐชาช์ บุญประชม, นที มาเสถียรวงศ์, สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ และ ดร.ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี เป็นต้น เมื่อเร็วๆ นี้

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีทั้งหมดกว่า 40 คัน ต่างถูกตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์รูปหนวดบริเวณฝากระโปรงหน้ารถ ที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวระดับสากลร่วมกัน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ชายหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งยังจัดการกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้อย่างทันท่วงที อาทิ มะเร็งอัณฑะ มะเร็งต่อมลูกหมาก ตลอดจนปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตาย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชายอายุน้อยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ทริปนี้ออกสตาร์ทกันที่ จังหวัดสุโขทัย เมืองมรดกโลกอันยิ่งใหญ่ ซึ่งกลุ่มสมาชิกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งแต่ท่าอากาศยานสุโขทัย มุ่งหน้าสู่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร พร้อมเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ก่อนออกเดินทางสู่จุดมุ่งหมายที่ 2 ในเช้าวันถัดไป กับกิจกรรมแบ่งปันความสุขให้กับชาวเขา ณ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดตาก ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ให้การต้อนรับกลุ่มสมาชิก และส่งท้ายทริปด้วยดินเนอร์มื้อพิเศษ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องเสียงดี เบน ชลาทิศ ที่มาร่วมสร้างเซอร์ไพรส์ในค่ำคืนนี้

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทริปนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญและเป็นทริปลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดของปี เพราะนอกจากจะเป็นการรวมพลแฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีออกทริปท่องเที่ยวเดินทางส่งท้ายปีกันอย่างยิ่งใหญ่ ยังเป็นการแสดงพลังของเหล่าสมาชิกลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ ที่มาร่วมเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสรรค์สังคมผ่านโปรเจกท์การกุศลระดับสากล เพื่อสร้างความตระหนักถึงสุขภาพของผู้ชายเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน นอกจากนี้บริษัทและลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ ยังได้มีโอกาสร่วมแบ่งปันรอยยิ้มให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่ห่างไกล ณ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดตาก โดยส่งมอบถุงยังชีพที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมบริจาคเงินสมทบทุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 50,000 บาท”

สำหรับโกลบอลโปรเจกท์ “Lamborghini Movember” ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นี้ เรนาสโซ มอเตอร์ และ ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ ร่วมระดมทุนได้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 628,000 บาท ซึ่งนอกเหนือจากการร่วมบริจาคเงินแล้ว ยังได้รับเกียรติจากศิลปินกราฟฟิตี้รุ่นบุกเบิกของเมืองไทยอย่าง BigDel มาร่วมครีเอทผลงานกราฟฟิตี้สุดพิเศษด้วยเช่นกัน โดยภาพวาดที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกทั้ง 2 ชิ้นนี้ ยังถูกประมูลเพื่อมอบเงินสมทบทุนทั้งหมดให้กับองค์กรการกุศลชั้นนำระดับโลกอย่าง “Movember” ซึ่งกลุ่มสมาชิกที่ชนะการประมูลครั้งนี้ ได้แก่ วุฒิรักษ์ เดชะพงษ์พันธุ์ และ พงศ์เทพ วชิรรุ่งเรือง

ลิปแคร์ กิฟฟารีน ตัวช่วยปากสวยอวบอิ่ม สุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697501

ลิปแคร์ กิฟฟารีน ตัวช่วยปากสวยอวบอิ่ม สุขภาพดี

ลิปแคร์ กิฟฟารีน ตัวช่วยปากสวยอวบอิ่ม สุขภาพดี

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การทาลิปบาล์ม หลักๆ แล้วจะเป็นการช่วยบำรุงริมฝีปากให้มีความชุ่มชื้น ดูนุ่มนวล ไม่แห้งกร้าน ในวันที่ต้องการพักริมฝีปากจากเครื่องสำอางหนักๆ ก็สามารถทาลิปบาล์มแทนลิปสติกหรือในวันสบายๆ ที่อยากได้ความน่ารักสดใส ริมฝีปากแลดูสุขภาพดี แต่สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาในเรื่องของริมฝีปากดำคล้ำ โดนทักจนเสียความมั่นใจ กิฟฟารีนก็มีตัวช่วยมาเช่นกัน

เริ่มที่ลิปแคร์สุดฮอต สไตล์เกาหลี กับผลิตภัณฑ์ Giffarine Sis Magic Lip (กิฟฟารีน ซิส เมจิก ลิป) ลิปบาล์มเปลี่ยนสี เพื่อริมฝีปากอวบอิ่ม สดใส แลดูสุขภาพดี เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อทันทีที่ทาเนื้อลิปนุ่มละมุน ไม่เหนียวเหนอะหนะ อุดมไปด้วยมอยส์เจอไรเซอร์จากสารสกัดจากเมล็ดองุ่น, Jojoba Oil และอนุพันธ์วิตามินอีที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากเนียนนุ่มยาวนาน มี 2 กลิ่นให้เลือกด้วยกันทั้งกลิ่นสตรอเบอร์รี่หอมหวาน และกลิ่นมะนาวหอมสดชื่น

ไอเทมนี้ขาดไม่ได้ กับการบำรุงริมฝีปากขั้นสุด แถมช่วยฟื้นฟูริมฝีปากหมองคล้ำกับ Giffarine Edelweiss Lip Treatment SPF15 PA+++ (กิฟฟารีน เอดดัลไวส์ ลิป ทรีทเมนท์ เอสพีเอฟ 15 พีเอ+++) ลิปทรีทเมนท์สำหรับทาบำรุงก่อนนอน เพื่อมอบความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากเป็นพิเศษ หรือก่อนทาลิปคัลเลอร์เพื่อช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน ช่วยลดปัญหาดำคล้ำบนริมฝีปาก ด้วยคุณค่าจากอนุพันธ์ของวิตามินซี (Sodium Ascorbyl Phosphate) พร้อมปกป้องริมฝีปากด้วยสารสกัดจากดอก Edelweiss ซึ่งปลูกแบบOrganic บริเวณเทือกเขาแอลป์ สวิตเซอร์แลนด์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ พร้อมป้องกันรังสียูวี ด้วยค่า SPF15 และ PA+++ ริมฝีปากจึงแลดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

และอีกหนึ่งตัวช่วยบำรุงและฟื้นฟูริมฝีปากให้กลับมาสดใส สุขภาพดีอย่างอ่อนโยน กับ Giffarine Moisture Lock Lip Therapy กิฟฟารีน มอยส์เจอร์ ล็อค ลิปเธอราพี ลิปแคร์สูตรเข้มข้น มอบความชุ่มชื้นขั้นสุด และอ่อนโยนต่อผิวบอบบาง อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติและวิตามินอย่างเต็มเปี่ยม ล็อกความชุ่มชื้นอย่างยาวนานเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษหรือมีปัญหาริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุยสารสกัดจาก Shea Butter, Oat Oil และ Ceramide 3 พร้อมฟื้นบำรุงผิวริมฝีปากที่แห้งแตก ให้กลับมาเรียบเนียน แลดูมีสุขภาพดี ด้วยคุณค่าของ D-Panthenol, Tocotrienol (วิตามินอี) และ Tocopheryl Acetate (อนุพันธ์ วิตามินอี) อีกทั้ง ยังอ่อนโยน เพราะปราศจากน้ำหอม สี และสารกันเสีย ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ นักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ, กิฟฟารีน 1101, www. giffarine.com, Facebook : giffarine official IG : giffarinebrand, Line : giffarinethailand, Shopee และ Lazada

กลุ่มเซ็นทรัลชวนเปลี่ยนทุกการ‘ช้อป’เป็นการ‘ให้’ ในงาน‘The Royal Gift Festival’จากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697486

กลุ่มเซ็นทรัลชวนเปลี่ยนทุกการ‘ช้อป’เป็นการ‘ให้’  ในงาน‘The Royal Gift Festival’จากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ

กลุ่มเซ็นทรัลชวนเปลี่ยนทุกการ‘ช้อป’เป็นการ‘ให้’ ในงาน‘The Royal Gift Festival’จากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ใกล้ถึงเทศกาลแห่งการให้ คริสต์มาสและปีใหม่ กลุ่มเซ็นทรัลจัดงาน The Royal Gift Festival ครั้งที่ 4ร่วมส่งมอบความสุข กับเทศกาลสินค้าจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ เปลี่ยนทุกการ “ช้อป” เป็นการ “ให้” ชวนช้อปความสุข รับลมหนาวปลายปีเพื่อร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน ภายในงานทุกคนจะได้อุดหนุนสินค้าสุดพิเศษจากมูลนิธิ (ร้านค้า) โครงการในพระราชดำริ,สนับสนุนชุมชนคุ้งบางกะเจ้า และคอกาแฟพลาดไม่ได้ กับโซนกาแฟสร้างป่า สร้างอาชีพ ฟื้นคืนผืนป่า จากโครงการในพระราชดำริ ยังมีกิจกรรมรับฟังปัญหา ตรวจสุขภาพจิตกับมูลนิธิศรีธัญญา และสามารถร่วมชมมินิคอนเสิร์ต และ Workshop D.I.Y. ได้ทุกวัน ไม่มีค่ารวมกิจกรรม เรียกว่ามีทุกสิ่งครบจบในงานเดียว

การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหาร นำโดย พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร,สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมส่งมอบความสุขรับลมหนาวกับ “เทศกาลของขวัญสุดพิเศษ” จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2565 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัล” ชวนช้อปความสุข ส่งมอบของขวัญรับลมหนาวในงาน “The Royal Gift Festival ครั้งที่ 4” จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนทุกการช้อป เป็นการให้” โดยมีจุดประสงค์ที่ปรารถนาให้คนที่มาร่วมงาน นอกจากจะเป็นผู้ซื้อแล้ว ยังเป็นผู้ให้ในเวลาเดียวกัน เพราะรายได้ที่เกิดจากการจำหน่ายสินค้าของร้านค้าโครงการในพระราชดำริและมูลนิธิต่างๆ จะกลับคืนสู่ชาวบ้าน ชุมชน และสังคม

กลุ่มเซ็นทรัล ตั้งใจจัดเทศกาลของขวัญที่ทุกคนได้ทั้งของขวัญของฝาก และเลือกบริจาคให้กับโครงการ หรือมูลนิธิที่ทุกท่านสนใจ มีส่วนช่วยสนับสนุนโครงการใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.มูลนิธิ (ร้านค้า) โครงการในพระราชดำริ 2.สินค้า อาหาร งานฝีมือ ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนคุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ และผลิตภัณฑ์กาแฟจาก จ.น่าน และ จ.เชียงราย 3.บริจาคสนับสนุนบุคลากรแพทย์และสาธารณสุข พร้อมรับบริการตรวจสุขภาพจิตและปรึกษาปัญหาโรคซึมเศร้ากับมูลนิธิศรีธัญญา

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีชีวิตอยู่นั้นพระองค์ท่านได้ทำเพื่อประชาชนและแผ่นดินเป็นเวลามากถึง 70 ปี โดยที่ไม่มีเวลาหยุดพักผ่อนเลย เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ที่แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตและจากพวกเราไปแล้วถึง 6 ปี แต่การงานของพระองค์ท่านก็ยังดำรงต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ราวกับว่าพระองค์ท่านทรงมองเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นเตรียมการไว้ ทุกท่านจะเห็นว่ามีมูลนิธิมากมายก็จริง ซึ่งแต่ละมูลนิธิจะมีหน้าที่และภารกิจเฉพาะที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน แต่จะสนองประสานงานกันเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชนเหมือนที่พระองค์ได้อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของแผ่นดินมาโดยตลอด ทั้งนี้ทุกมูลนิธิอยู่ได้ด้วยการสนับสนุนของประชาชนทั้งหลาย หากพวกท่านหยุดสนับสนุนเมื่อไหร่ โครงการนั้นก็อาจจะต้องยุติลงจึงต้องขอขอบคุณทางกลุ่มเซ็นทรัลอีกครั้งหนึ่งที่จัดงานนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 4 แล้ว

“ในช่วงนี้ก็ใกล้ถึงช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แล้ว ไหนๆ ท่านก็จะต้องซื้อของขวัญของฝากที่น่ารักสวยงามเพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้คนแล้วขอเชิญชวนทุกท่านมาอุดหนุนสินค้าที่งาน The Royal Gift Festival เพราะนอกจากจะได้ของขวัญแล้ว ท่านยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนองค์กรและมูลนิธิต่างๆ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และทุกพระองค์ได้สร้างสรรค์ไว้ให้ดำเนินงานต่อไปได้แล้วท่านยังได้รับกุศลกลับไปด้วยถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนได้รับประโยชน์สุขเหมือนที่พระองค์ได้ทรงรับสั่งไว้เป็นเป้าหมายของพระองค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นขอให้ของทุกชิ้นที่ท่านได้ซื้อกลับไปมีจิตใจผูกพันไปด้วย ท่านจะได้รับกุศลนั้นอย่างเต็มที่” ดร.สุเมธ กล่าว

สำหรับสินค้าไฮไลท์ นำโดย สินค้าคอลเลคชั่นล่าสุด กับชุดของขวัญจัดทำพิเศษ จาก ร้านค้าในพระองค์ ๑๐๙, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ, มูลนิธิสายใจไทยฯ, ดอยตุง, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, ร้านภัทรพัฒน์, มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ, ร้านกำลังใจ,มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยฯ,มูลนิธิออทิสติกไทย, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย และเชิญชวนร่วมอุดหนุนสินค้าภายใต้แบรนด์ “Good Goods” สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ผ่านการพัฒนาคุณภาพและออกแบบให้ร่วมสมัยสู่ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยสไตล์สากล โดยกำไรจากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมด 100% จะนำไปพัฒนาชุมชนเพื่อรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป

สินค้าชุมชนคนคุ้งบางกะเจ้า,ผลิตภัณฑ์จากตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง, สินค้าจากตำบลบางยอ, สินค้าจากตำบลทรงคะนองอีกหนึ่งความพิเศษของปีนี้คือ เป็นปีแรกที่รวบรวมแบรนด์กาแฟสัญชาติไทยในโซนกาแฟสร้างป่า สร้างอาชีพ ฟื้นคืนผืนป่า จากโครงการในพระราชดำริ ณ Eden3 รวม 10 ร้าน ได้แก่ กาแฟ GoodGoods, กาแฟขุนน่าน, กาแฟเอราบิก้า (Erabica Coffee), กาแฟสวนยาหลวงภูสันคอฟฟี่น่าน, กาแฟบ้านฮิมต้า, กาแฟโรบัสต้าบ้านหัวเมือง, ลาเปี่ยน คอฟฟี่ (Lapian coffee farm), CHILLRISTA COFFEE, O3 Coffee และ บัวจันลัวะ กาแฟบัวจันทร์

งานเดียวที่จะได้ทั้งของขวัญถูกใจและได้ร่วมทำบุญไปด้วยกันกับโครงการและมูลนิธิฯ มากมาย เพื่อสนับสนุนบุคลากรการแพทย์ ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน โดยใบเสร็จในการบริจาคสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ณ บริเวณ โซน อีเดน 1, อีเดน 3, แดซเซิล 1,เอเทรี่ยม 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Gems Pavilion เปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ถ่ายทอดความสุขของการสวมใส่จิวเวลรี่ได้ทุกวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697545

Gems Pavilion เปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ถ่ายทอดความสุขของการสวมใส่จิวเวลรี่ได้ทุกวัน

Gems Pavilion เปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ถ่ายทอดความสุขของการสวมใส่จิวเวลรี่ได้ทุกวัน

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นับเป็นเวลากว่า 26 ปี ที่แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นสูงสัญชาติไทย Gems Pavilion (เจมส์พาวิลเลี่ยน) นำโดย ท็อป-ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ผู้ก่อตั้ง Gems Pavilion ได้เติบโตและสร้างสรรค์ชิ้นงานดีไซน์สะดุดตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดที่งดงามสู่สายตาคนไทยและชาวต่างชาติ ล่าสุดได้จัดงานเผยโฉมบูติกบนที่ตั้งใหม่บริเวณชั้น Gดิ เอ็มโพเรียม เพื่อนำเสนอคอนเซ็ปต์ “CelebrateYour Life” มาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน พร้อมโชว์คอลเลคชั่นใหม่ผ่านนักแสดงสาวคนดังอย่าง แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ เพื่อสะท้อนตัวตนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันอ่อนโยนของหญิงสาวผสานเข้ากับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่ใช้เทคนิคชั้นสูง

ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท Gems Pavilion กล่าวว่า เราอยู่ในวงการจิวเวลรี่มากว่า 26 ปีแล้ว รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการ
ต้อนรับอย่างดีจากลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศมาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้ได้ส่งออกไปมากกว่า48 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลางยุโรป และอเมริกา จึงหยิบยกอินไซต์ของผู้สวมใส่สู่การออกแบบร้าน Gems Pavilion บนที่ตั้งใหม่ณ ชั้น G ดิ เอ็มโพเรียม บูติก แห่งนี้ ด้วยคอนเซ็ปต์ที่อยากให้ทุกคนสามารถเฉลิมฉลองและมีความสุขกับจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ ถ้าเลือกชิ้นที่มีความคลาสซี่มาสวมใส่ในวันพิเศษก็ยิ่งดูพิเศษ หรือถ้าสวมใส่ในวันธรรมดาก็ถือว่าเป็นการ celebrate your life ได้ในทุกๆ วัน

Gems Pavilion บนที่ตั้งใหม่ ชั้น G ดิ เอ็มโพเรียม บูติก พร้อมให้สัมผัส Gems PavilionExperience กับรูปแบบร้านที่แตกต่างจากเดิม ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ซึ่งภายในร้านมีห้องรับรองสุดพิเศษอย่าง Gems Pavilion’s Saloon ที่คุณสามารถมาคอมพลีตลุคได้ตั้งแต่การแต่งหน้า แต่งตัว จนไปถึงการลองใส่เครื่องประดับ โดยมาพร้อมมินิบาร์และมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ชวนประทับใจ

ในส่วนของเครื่องประดับ ทางแบรนด์ได้นำเสนอคอลเลคชั่น The Wave ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานความงดงามของลายเส้นที่เป็นอิสระ กับความสวยงามของเพชรทรงหายากอย่าง Gems Pavilion’s Lozenge ทำให้เกิดเป็นคอลเลคชั่นนี้ที่มีความอ่อนหวานและเท่อย่างมั่นใจในเวลาเดียวกัน อีกหนึ่งจุดเด่นคือ แต่ละชิ้นสามารถนำไปแมทช์กับชิ้นอื่นๆ จากคอลเลคชั่นนี้ จนเกิดเป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่สุดพิเศษเฉพาะคุณได้อีกด้วย โดยมี แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมถ่ายทอดความงดงามนี้ พร้อมด้วยเซเลบริตี้ อาทิ ศุภลักษณ์ อัมพุช, อรธิราภาคสุวรรณ, โศภนา เลวิจันทร์, พลอยนภัสเชษฐกุลรัตน์, ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์, ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ร่วมงาน

สัมผัสกับ Gems Pavilion Experienceได้แล้ววันนี้ ที่ Gems Pavilion ชั้น G ดิ เอ็มโพเรียมบูติก หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://gemspavilion.com/th/ และ Instagram : @gemspavilion Facebook : Gems Pavilion

รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง จัดงาน ‘Health & Wellness Fair’ ชวนตรวจสุขภาพ เติมแรงบันดาลใจ ป้องกันการป่วยก่อนวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697497

รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง จัดงาน ‘Health & Wellness Fair’  ชวนตรวจสุขภาพ เติมแรงบันดาลใจ ป้องกันการป่วยก่อนวัย

รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง จัดงาน ‘Health & Wellness Fair’ ชวนตรวจสุขภาพ เติมแรงบันดาลใจ ป้องกันการป่วยก่อนวัย

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านของปี ก่อนจะก้าวสู่ปีใหม่ หลายๆ คนมักจะย้อนกลับมาทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมาตลอดทั้งปี พร้อมกับการตั้งเป้าหมายใหม่ เชื่อว่าหนึ่งในปณิธานปีใหม่ลำดับต้นๆ ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อการมีสุขภาพที่ดีเพื่อให้ภารกิจบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง อาสาเป็นโค้ชสุขภาพ ชวนทุกคนมาตรวจสุขภาพ เติมแรงบันดาลใจ แล้วก้าวไปสู่จุดหมายด้วยกัน งานมหกรรมสุขภาพส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Health & Wellness Fair ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Power of Health Transformation กับเทรนด์การดูแลสุขภาพที่จะทำให้คุณเป็นคนใหม่ที่แข็งแรงสดใสแบบสัมผัสได้รับปี 2566 ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอนการขับถ่าย รวมไปถึงด้านทันตกรรม ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย เป็นต้น

นพ.พิชิต กังวลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กล่าวว่า โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมืองได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพ แบบการป้องกันและการดูแลเมื่อเจ็บป่วยอย่างรอบด้าน โดยมีแพทย์ผู้ชำนาญการหลากหลายสาขา และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วยการใช้ Digital transformation ที่จะเข้ามาช่วยให้การวิเคราะห์และการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นสำหรับการจัดงานมหกรรมสุขภาพ Health & Wellness Fair มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ส่งเสริมสุขภาพ ที่ถูกต้องเพื่อให้เข้าใจโรคและการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำอย่างไรจะปลอดภัยจากโรคเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ป้องกันการป่วยก่อนวัย โดยมีคอนเซ็ปต์การจัดงานชื่อ “The Power of Health Transformation -การเปลี่ยนแปลงสุขภาพที่จะทำให้คุณเป็นคนใหม่” ซึ่งภายในงานทุกท่านจะมีโอกาสได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อคัดกรองปัญหาสุขภาพ ที่อาจก่อเกิดโรคในอนาคต และได้พบผู้ชำนาญการฟังการบรรยายเรื่องสุขภาพในด้านต่างๆ เปิดโอกาสสอบถามข้อสงสัยแบบใกล้ชิด

พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ผู้อำนวยการศูนย์จิณณ์ เวลเนส เซ็นเตอร์ (Jin Wellness Center) โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง กล่าวว่า เวลเนส หรือ เวลบีอิ้งเป็นเรื่องของการส่งเสริมป้องกันก่อนจะเกิดโรค เกิดความเสื่อมขึ้นในร่างกาย (Preventive Medicine) ที่จิณณ์ เวลเนส เซ็นเตอร์ ใช้หลักการ 4 P (Predictive Preventive Personalized และ Participatory) ตามวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ เพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจภายในสู่ภายนอก เป็นการนำศาสตร์ธรรมชาติบำบัดมาผสมผสานกับแพทย์ทางเลือก ควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่ทันสมัย เพื่อออกแบบโปรแกรมและกิจกรรมสำหรับการป้องกัน และชะลอความเสื่อมจากโรคภัยแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ด้วยเทคโนโลยีการตรวจหาความเสี่ยงและความผิดปกติภายในร่างกายลึกได้ในระดับเซลล์ แต่ละอวัยวะในร่างกายอย่างละเอียด ทำให้การบำบัดรักษาเป็นไปอย่างตรงจุดพร้อมมีโปรแกรมเอไอ ซึ่งเป็น Prevention Programs ใช้ประสบการณ์จากการทำงานทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันมากว่า 20 ปีในการเก็บอัลกอรึทึ่มหลายหมื่นเคสมาวิเคราะห์ เพื่อแนะนำและออกแบบโปรแกรมการดูแลสุขภาพตามลำดับความจำเป็นก่อนหลังเฉพาะบุคคล

ภายในงานยังมอบความรู้แก่ประชาชนเพื่อนำกลับไปดูแลตนเองในหัวข้อ Health is Wealth คือ The power of Transformation คือพลังของการเปลี่ยนตัวคุณให้เป็นคนใหม่ที่มั่งคั่งด้วยวิธีการดูแลแบบยั่งยืน, รู้ทันโรคด้วย 8 สัญญาณความเสื่อม โดย พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล การดูแลสุขภาพลำไส้เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็ง โดย ศ.พญ.วโรชามหาชัย รู้ทันก่อนสายภูมิต้านทานแก้ได้ถ้าไม่ป้องกัน โดย นพ.กรธัช อชิรรุจักร แพทย์อายุรกรรมโลหิตวิทยา ดูแลฮอร์โมนอย่างไรให้สูงวัยแบบไม่แปรปรวน โดย นพ.สิทธิชัย ภิญโญพจนารถ และภัยเงียบของช่องปากฟันไม่ดีส่งผลให้ป่วยเรื้อรังโดย รศ.ทพ.ดร.สรสัณห์ รังสิยานนท์ แพทย์ผู้ชำนาญการศูนย์ทันตกรรม

อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ดนตรีสร้างความเปลี่ยนแปลงสุขภาพให้คุณเป็นคนใหม่ได้อย่างไร โดย อ.เนตรชนก สิงห์เห ฟู้ดเวิร์กช็อปสาธิตการทำอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพลำไส้ และผิวพรรณ โดยนักกำหนดอาหาร รวมถึงเปิดมุมมองฟังเคล็ดลับการดูแลสุขภาพของเซเลบริตี้และพิธีกรชื่อดัง อาทิ ชาลอต โทณวณิก เอิร์ธ-ศัลย์ อิทธิสุขนันท์ ตุ๊ก-ชนกวนันท์ นุ่น-ดารัณ และ ลูกสาว มุก-ณปภัช พร้อมกับแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาประหยัด ที่โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ให้ของขวัญกับตัวเองและคนที่คุณรักด้วยการเปลี่ยนตัวคุณให้เป็นคนใหม่ เพราะตัวคุณคือของขวัญที่ดีที่สุด.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง โทร.02-2207999, Line : @thbhospital และเว็บไซต์ : www.thonburibamrungmuang.com

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697543

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

●● พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ โปรดให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เป็นผู้แทนเสด็จไปทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวาย พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร อดีตประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ 15 ธ.ค.  เวลา 15.00 น.  ณ พระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม..

●● ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันดินโลก” ปี 2565 ภายใต้กิจกรรม ดินดี อาหารดี สุขภาพดี ชีวีมีสุข อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์..

●● ผศ.ดร.ณัฐพล นิมานพัชรินทร์ แจ้งประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 ดูที่ http://www.depa.or.th/th/digitalceo ..

●● ใกล้ปีใหม่ ประภา ปูรณโชติ เริ่มเดินสายไหว้พระ ล่าสุดไปสักการะพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่..

●●หลังน้ำลดที่ปทุมธานี ถาวร เผด็จสุวันนุกูลก็พาเพื่อนๆ ชาว CDA#3 นั่งเรือสปีดโบ๊ทไปทานข้าวที่บ้านตานิด พร้อมดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำ งานนี้ สมชาย คมพงษ์ปภา,พรรณา ปัญจวีณิน, เกศนรี จองโชติศิริกุล, นันทภรณ์ อังศุกุลธร, กษิญา จรัญวงศ์,ภานุมาส แสนทวี, จิรพิพัฒน์ วรพิพัฒน์ไม่พลาด..

●● มิตรสหายยินดีกับ ราชิต ไชยรัตน์ ที่ บจ.แอ็คเคาท์ติ้ง ทรานส์ฟอร์เมชั่นส์ (AccRevo) ได้รับรางวัล จรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2565 โดยมี สนั่น อังอุบลกุล เป็นประธานมอบ..

●● อนุโมทนาบุญกับ สุนทรี จรรโลงบุตร ที่ไปเป็นเจ้าภาพยกช่อฟ้าวิหารพระเจ้าฟ้าอุ่นวัดหาดผาคำ จ.น่าน..

●● ณรงวิทย์ ชดช้อย แจ้ง สวนสัตว์ขอนแก่น เปิดสวนดอกไม้ลอยฟ้า Sky Walk Flora View Season 4 ชมดอกไม้นานาพรรณบนสะพานลอยฟ้า ชมวิว 360 องศา ทั้งเปิดจุดเที่ยวใหม่จัดกิจกรรมแคมป์ปิ้งกางเต็นท์บนสันเขื่อน นอนชมดาวหน้าหนาว..

●● ใกล้สิ้นปี ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เพิ่งจัดงาน Stop Violence Against Women and Girls รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีของสโมสรซอนต้า กรุงเทพฯ 1 ไปหมาดๆ ลุยปักหมุดเปิดร้านคริสปี้ ครีม2 สาขาใหม่ในเดือนธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลจันทบุรี และศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจ รังสิต พร้อมโปรโมชั่นเด็ดมอบเป็นของขวัญปีใหม่..

●● ขอแสดงความยินดีกับ ศรีพนม โควสุรัตน์ ที่เพียรพยายามสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มีคำนำหน้าว่า “ดอกเตอร์” เต็มภาคภูมิ ตามความมุ่งมั่นตั้งใจ อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น..

●● ผ่าตัดหัวเข่ายังไม่เข้าที่เท่าไหร่ตอนนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กำลังพักฟื้นหลังจากผ่าสะโพกผ่านไปได้ด้วยดี มีครอบครัวอบอุ่น อัมพร-วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา เคียงข้างไม่ห่าง..●●

คุณแหน

โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 8 เยาวชนไทยสร้างสรรค์ผลงาน‘ทะเลเพื่อชีวิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697506

โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 8 เยาวชนไทยสร้างสรรค์ผลงาน‘ทะเลเพื่อชีวิต’

โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 8 เยาวชนไทยสร้างสรรค์ผลงาน‘ทะเลเพื่อชีวิต’

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ประกาศผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 2 (The 2nd Young Ocean for Life Innovation Challenge) ภายใต้แนวคิด “ทะเลเพื่อชีวิต” (Ocean for Life) ในโครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 8รวมมูลค่า 900,000 บาท จากการคัดเลือกจาก 79 ผลงานของนิสิตและนักศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรีจำนวน 300 คน จาก 27 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยมี บุษบรรณ จีนเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ปตท.สผ. เป็นประธานในพิธี ณ เจริญนครฮอลล์ ไอคอนสยาม

ผลการตัดสินการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 2 มีดังนี้ หัวข้อ Protect รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานนวัตกรรมทุ่นดักจับขยะอัจฉริยะบริเวณปากคลองเพื่อสกัดขยะไหลลงสู่ทะเลและเรือสามารถผ่านได้ ทีม THE GOLDEN MERMAIDS จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย รับเงินรางวัล 130,000 บาท และเงินรางวัลสำหรับนำผลงานนวัตกรรมไปพัฒนาต่อยอด 40,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานเครื่องดูดไมโครพลาสติก ทีม JTP จากมหาวิทยาลัยมหิดล รับเงินรางวัล 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน หุ่นยนต์สำรวจและช่วยกำจัดอุปกรณ์ล่าสัตว์น้ำที่ถูกทิ้งร้างติดใต้ท้องทะเลผ่านระบบควบคุมขนาดพกพาได้ ทีม SeaMaj7 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับเงินรางวัล 40,000 บาท หัวข้อ Preserve รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานกล่องฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล : เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเลและเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน ทีม Blue 16 จากมหาวิทยาลัยมหิดล รับเงินรางวัล 130,000 บาท และเงินรางวัลสำหรับนำผลงานนวัตกรรมไปพัฒนาต่อยอด 40,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานระบบปลูกหญ้าอัจฉริยะแก้ปัญหาแพลงก์ตอนบลูมและลดปริมาณไมโครพลาสติก ทีม THE PURIFIER จากมหาวิทยาลัยบูรพา รับเงินรางวัล 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานปกรณ์ไข่เต่า ทีม Merlecoจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับเงินรางวัล 40,000 บาท หัวข้อ Provide รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเพื่อนประมง ทีม Sea the future จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับเงินรางวัล 130,000 บาท และเงินรางวัลสำหรับนำผลงานนวัตกรรมไปพัฒนาต่อยอด 40,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงานการพัฒนาเครื่องมืออิเคจิเมะ เพื่อยกระดับการเก็บรักษาปลาไทย ทีม Fish Exclusive จากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรังสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา รับเงินรางวัล 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงานเครื่องคัดขนาดปลาความแม่นยำสูงระบบอัตโนมัติ ทีม SRTC NEW GENจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รับเงินรางวัล 40,000 บาท

ภายในงานยังจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ Ocean for Life : Ocean of Happiness โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ นางเอกสาวหัวใจรักษ์โลกมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน และให้มุมมองด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลไทย นอกจากนี้จัดแสดงนิทรรศการ “Ocean for Life” และผลงานนวัตกรรมจากการประกวด ครั้งที่ 1 การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปจากชุมชน ภายใต้โครงการเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลซึ่ง ปตท.สผ.ให้การสนับสนุนรวมทั้งการแสดงดนตรีจากกลุ่มเยาวชนหัวใจสีเขียว

สีสันแห่งดอยตุง เที่ยวสุขใจแบบ ‘Future Forest’ ส่งต่อเมล็ดพันธุ์ดีช่วยกันดูแล‘ป่าของวันพรุ่งนี้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697505

สีสันแห่งดอยตุง เที่ยวสุขใจแบบ ‘Future Forest’ ส่งต่อเมล็ดพันธุ์ดีช่วยกันดูแล‘ป่าของวันพรุ่งนี้’

สีสันแห่งดอยตุง เที่ยวสุขใจแบบ ‘Future Forest’ ส่งต่อเมล็ดพันธุ์ดีช่วยกันดูแล‘ป่าของวันพรุ่งนี้’

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เทศกาลแห่งความสนุกกลับมาอีกครั้ง เมื่อ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) งานประจำปีเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 9” ภายใต้แนวคิด “Future Forest” หรือ ป่าแห่งอนาคตด้วยกิจกรรมไฮไลต์งานศิลปะกลางแจ้ง “หนึ่งคนหนึ่งต้นไม้ หนึ่งป่า” และ “สวนสะท้อนตัวตน” เพื่อให้นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผืนป่าไทยให้ยั่งยืน พร้อมกิจกรรมสุดสร้างสรรค์และการละเล่นใกล้ชิดธรรมชาติแสนสนุก เติมเต็มรอยยิ้มอย่างอิ่มเอม และอิ่มอร่อยกับร้านค้าร้านอาหารวัฒนธรรมชนเผ่ากลางสายลมหนาว ทิวเขาและม่านหมอก โดยจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการท่ามกลางแขกคนสำคัญมากร่วมงานมากมาย อาทิ สุภาพรรณ หมั่นเจริญรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นคร พงษ์น้อยที่ปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พันเอกจักรวีย์ เสนีย์วรยุทธ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 วิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย พันตำรวจเอกสงกรานต์ สันวงค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โดยมี ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย

ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ กล่าวว่าในโอกาสครบรอบ 50 ปี การดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในปี 2565 นี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังคงยึดมั่นในการสานต่อแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า ปลูกคน”ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงเป็นที่มาของแนวคิดการจัดงาน Future Forest หรือ ป่าของวันพรุ่งนี้ที่จะบ่มเพาะความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนกับป่า ให้คนที่มาเยือนงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงได้ซึมซับผ่านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “เมล็ดพันธุ์สีเขียว” ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ตั้งใจส่งมอบให้นี้จะงอกงามในใจนักท่องเที่ยว และช่วยกันส่งต่อให้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยช่วยกันดูแลรักษาผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ รักษารากวัฒนธรรมที่สวยงามให้คงอยู่คู่สังคมตราบนาน

“กว่าดอยตุงจะสวยงามได้อย่างนี้ต้องใช้เวลาหลายสิบปี เมื่อก่อนเรามีป่าเพียงแค่ร้อยละ 28 แต่การปลูกป่าภายในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ทำให้ปัจจุบันเรามีพื้นที่ป่ามากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด และป่าดอยตุงไม่ใช่แค่พื้นที่มีไม้ยืนต้นเขียวชอุ่ม แต่นับเป็นพื้นที่แห่งการเกื้อกูลของสิ่งมีชีวิต ผ่านการจัดสรรการใช้พื้นที่ป่าที่หลากหลายเพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กำลังเดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้านการรักษาป่าผ่านการดำเนินงานผลิตคาร์บอนเครดิตป้อนภาคธุรกิจ อีกทั้งเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2560 ถือว่าเป็นงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้ถุงพลาสติก เน้นใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ และวัสดุจากธรรมชาติ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เชื่อว่าเราทุกคนสามารถช่วยกันดูแลปกป้องผืนป่าได้ด้วยสองมือ และเริ่มต้นได้ทันทีจากตัวของเราเอง มาเริ่มไปด้วยกันนะครับ” ประเสริฐ ระบุ

ทั้งนี้ สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 9 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี ภายในงานชวนให้เพลิดเพลินไปกับ 4 โซนกิจกรรมน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นโซนกิจกรรมและมุมถ่ายรูปกับ “มุมสนุก” ไฮไลต์ของเทศกาลเป็นงานศิลปะกลางแจ้ง “หนึ่งคนหนึ่งต้นไม้ หนึ่งป่า” ที่ชวนให้นักท่องเที่ยววาดต้นไม้ของตัวเองคนละ 1 ต้น บนกระดาษสังเคราะห์ไวเทคผืนใหญ่จนกลายเป็นผืนป่าของพวกเรา เมื่อสิ้นสุดงานเทศกาลจะนำไปตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มอบให้เยาวชนในศูนย์เด็กใฝ่ดีของทางมูลนิธิฯ และ “สวนสะท้อนตัวตน” การวางกระจกเงาวัสดุจากฝีมือมนุษย์อย่างมีชั้นเชิงท่ามกลางธรรมชาติสวยสด เงาในกระจกสะท้อนทั้งมนุษย์และธรรมชาติไปมาไม่รู้จบ แสดงถึงความเพิ่มพูนของแมกไม้และตัวคนที่จะอยู่ร่วมดูแลและเติบโตไปด้วยกันอย่างเป็นอนันต์ รวมถึงดนตรี แฟชั่นโชว์จากชนเผ่า ชวนรู้จักดอยตุงให้มากขึ้นผ่าน “Doi Tung & Animal Kingdom” และ “Zero Waste to Landfill & Doi Tung Communities” เวิร์กช็อปสินค้าทำมือใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายในซุ้มฮักโลก ฮักเฮา และซุ้มเพลิดเพลินที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ความเป็นดอยตุงที่สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับทุกคน ต่อด้วยโซนอาหารกับ “มุมอร่อย” ที่พร้อมเสิร์ฟ 4 เมนูพิเศษจากครัวตำหนัก เต็มอิ่มกับอาหารชนเผ่ารสเลิศ ขนมหากินยาก เครื่องดื่มสูตรพิเศษจากคาเฟ่ดอยตุง มุมสบาย และร้านค้าชุมชนแล้วแวะมาจับจ่ายของฝากที่โซนของฝากกับ “มุมช้อป” ณ กาดดอยตุงและหัตถกรรมชนเผ่า หากชอบเสื้อผ้าหรือของตกแต่งบ้านที่เป็นงานคราฟต์ดีไซน์ร่วมสมัยและรักษ์โลกก็มีจำหน่ายที่ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ยังพรั่งพร้อมด้วยไม้ประดับนานาพันธุ์จากร้านต้นไม้ดอยตุง และพบกับรายการสินค้าราคาดีราคาเดียวได้ที่โซนนี้ ตบท้ายที่โซนพักผ่อนกับ “มุมชิล”ที่สามารถพาตัวเองไปชาร์จพลังชีวิตด้วยพลังจากธรรมชาติบนดอยตุงในหลายสถานที่ละลานตาทั้งสวนแม่ฟ้าหลวง สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ) พระตำหนักดอยตุง เป็นต้น

เทศกาลสีสันแห่งดอยตุงในปีนี้ ยังคงมาตรการรักษาความปลอดภัยจากการระบาดของ COVID-19 มีบริการเจลแอลกอฮอล์ และขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนสวมหน้ากากขณะเข้าเที่ยวชมภายในบริเวณงาน และเปิดให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าบริเวณงานได้ (Pet-Friendly) แต่ขอให้ดูแลรักษาความสะอาด สนุกกับประสบการณ์ท่องเที่ยวและนานากิจกรรมจากเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 9 แบบคนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว Future Forestได้ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 29 มกราคม 2566 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2565 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงครั้งที่ 9 ได้ที่ www.facebook.com/DoiTungClub, โทร.02-2527114 หรือ 053-767015-7