กรมการขนส่งทางบก ยกทัพ ‘วีลแชร์ แดนซ์’โชว์สเต็ปกลางกรุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696433

กรมการขนส่งทางบก ยกทัพ 'วีลแชร์ แดนซ์'โชว์สเต็ปกลางกรุง

กรมการขนส่งทางบก ยกทัพ ‘วีลแชร์ แดนซ์’โชว์สเต็ปกลางกรุง

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.48 น.

กรมการขนส่งทางบก จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ การประมูลเลขทะเบียนรถยนต์ครั้งประวัติศาสตร์ ในหมวดอักษรที่สวยสุดแห่งศตวรรษ 9 กก เก้าหน้ามหามงคล และที่สำคัญเป็นหมวดอักษร 9 นำหน้าหมวดสุดท้ายที่หลายคนรอคอยโดยจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ในลักษณะการเดินทรูป เชิญชวนผู้สนใจในย่านธุริกิจ อย่างเช่น เยาวราช อนุสาวรีย์ชัย  และสาทร ซึ่งมีนักแสดงวีลแชร์ แดนซ์ จาก โรงเรียนศรีสังวาลย์ ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ  ในพระราชูถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำหรับรูปแบบการประมูลนั้นทางกรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมประมูล ด้วยการเพิ่มช่องทางการประมูล เป็น 3 ช่องทาง ได้แก่

1.การประมูลทางวาจา ณ สถานที่จัดการประมูล 

2.การประมูลทางอินเตอร์เน็ต

3.การประมูลทางโทรศัพท์

การประมูลครั้งประวัติศาสตร์นี้คาดว่าจะทำรายได้ทุบสถิติมากกว่าประมูลในหมวดปกติ สูงที่เคยทำไว้ในหมวด 8 กก ซึ่งครั้งนั้นมีรายได้รวม 105,376,536 บาทโดยเฉพาะเลขทะเบียน 9 กก 9999 ที่ต้องจับตามองหมายเลขเดียวอาจถึง 50 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการประมูลจะนำไปช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงการสนับสนุนโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินการประมูลหมวดประวัติศาสตร์นี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ ณ อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก ตั้งแต่เวลา 9.00 เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถเข้าศึกษารายละเอียดได้ที่ www.tabienrod.comสอบถามโทร. 084 047 7288 / 082 053 6004 หรือสายด่วน 1584

เริ่มแล้วงานแฟร์แห่งการแบ่งปัน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565’เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696325

เริ่มแล้วงานแฟร์แห่งการแบ่งปัน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565’เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก

เริ่มแล้วงานแฟร์แห่งการแบ่งปัน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565’เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกันในยามยาก” สะท้อนหลักการ “แบ่งปันพอเพียง ยั่งยืน” ที่มูลนิธิฯ ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยและภัยพิบัติ ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 มูลนิธิฯ มุ่งสู่การเป็น“ศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Reliefand Management)” ตามพระนโยบายของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ

การเปิดงานวันแรก 2 ธันวาคม 2565 มี ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทยรองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565” เยี่ยมชมนิทรรศการและร้านค้าจากหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมออกร้านภายในงาน

ในการนี้มีคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย อาทิ ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, สันติ สาทิพย์พงษ์, ดร.รอยล จิตรดอน, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล, ศ.เกียรติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, พิริยะ เข็มพล และ สายสม วงศาสุลักษณ์ และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานวันแรกอย่างคับคั่ง ตั้งแต่เปิดประตูให้เข้าชมงานก็ได้รับความสนใจจากประชาชนมาเที่ยวชมและซื้อสินค้าภายในงานเป็นจำนวนมาก

การจัดงานฯ ในปีนี้ มีการถอดแบบโครงสร้าง “อาคารมหินทรเดชานุวัตน์” ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ของมูลนิธิฯ มาไว้ภายในงานใน โซนนิทรรศการ จัดแสดงภาพรวมและความก้าวหน้าในการดำเนินภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน พร้อมพบกับนวัตกรรมในการบรรเทาทุกข์ของมูลนิธิฯ อาทิ “ข้าวอุ่นร้อนพร้อมทาน” เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่น้ำท่วมสูง การสัญจรลำบาก และไฟฟ้าถูกตัดขาด ได้ทานอาหารที่ให้รสสัมผัสเสมือนอาหารปรุงสดใหม่ การจัดแสดงผลลัพธ์ความสำเร็จภายใต้ภารกิจฟื้นฟูชุมชนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ของร้านพึ่งพา จาก “การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน” ผลิตภัณฑ์ร้าน PAfé ภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” และผลิตภัณฑ์เด่นจาก “โครงการส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์เพื่อชุมชน” รวมถึงการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ ของมูลนิธิฯ และการประกอบอาหารจาก “รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ที่นำเมนูสูตรประทานของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของมูลนิธิฯ มาเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ชิมและร่วมแบ่งปันบริจาคสมทบมูลนิธิฯ

ส่วนการออกร้านจำหน่ายสินค้าเริ่มที่โซนร้านพึ่งพา พบกับสินค้าที่ระลึกจากร้านพึ่งพาที่นำมาเปิดตัวในงาน ปีนี้ ได้แก่ ชุดน้ำชา (Snack Tray) ลายกล้วยไม้โสมสวลี และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากชุมชนที่ประสบอุทกภัยที่มูลนิธิฯ รวบรวมนำมาช่วยจำหน่าย เมนูอาหารพร้อมทาน Royal Cuisine จากตำรับอาหารประทาน ซึ่งหลายเมนูหาทานได้เฉพาะในงานเท่านั้น ร้าน “PAfé สุขที่ได้แบ่งปัน” นำเครื่องดื่มและขนมคัดสรรพิเศษ ในบรรยากาศจำลองจากร้าน ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์โซนร้านค้าในโครงการส่วนพระองค์และร้านพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านค้ากิตติมศักดิ์ และร้านค้าเครือข่ายของมูลนิธิฯ ยกขบวนสินค้าไฮไลท์มาเปิดตัวและจำหน่ายในราคาพิเศษ

เพลิดเพลินไปกับโซน “ตลาดน้ำขึ้นบก”โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งรวบรวมร้านอาหารชื่อดังมาสร้างสีสัน เพิ่มความสนุกสนานในการช้อปและชิมให้กับงานฯในปีนี้ พลาดไม่ได้กับการร่วมแบ่งปันสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกับมูลนิธิฯ ผ่านกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน หนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ของงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565 พร้อมถ่ายรูปใส่กรอบเป็นที่ระลึก โดยถุงยังชีพฯจะถูกส่งต่อไปยังผู้ประสบอุทกภัยต่อไป และสามารถร่วมแบ่งปันในโครงการ “พึ่งพา เพื่อแบ่งปัน”พร้อมรับภาพเขียนจากศิลปินชั้นนำกลับไปเป็นที่ระลึก โดยเงินบริจาคซื้อภาพนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ และตลอด 10 วันของการจัดงาน ยังมีการแสดงดนตรีในสวนของนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่หมุนเวียนมาจัดแสดง นอกจากนี้ ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อน ด้วยการนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาแลกต้นไม้ และกิจกรรมสะสมแสตมป์การเที่ยวชมงานฯ (กิจกรรม RC) เพื่อร่วมสนุกรับของที่ระลึก

ขอเชิญมาร่วมชิม ช้อป ชม และร่วมแบ่งปันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565 ได้ตั้งแต่วันนี้-11 ธันวาคม เวลา 09.00-20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รายได้จากการจัดงานจะนำสมทบมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล

รพ.กรุงเทพ เซ็น MOU ต่อยอดเครือข่ายวิชาการด้านการฟื้นฟูสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696304

รพ.กรุงเทพ เซ็น MOU ต่อยอดเครือข่ายวิชาการด้านการฟื้นฟูสุขภาพ

รพ.กรุงเทพ เซ็น MOU ต่อยอดเครือข่ายวิชาการด้านการฟื้นฟูสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพ ร่วมลงนามต่อสัญญาความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต่อยอดสร้างเครือข่ายด้านวิชาการ ส่งเสริมการศึกษาด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพ (Rehabilitation Aide)

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ ร่วมลงนามต่อสัญญาความร่วมมือ กับ รศ.ดร.ธนวรรธน์พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อต่อยอดโครงการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการ (ผู้ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ Rehabilitation Aide) และสร้างเครือข่ายด้านวิชาการ ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ในส่วนของผู้ที่ทำหน้าที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังการรักษา ให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสุขภาพอย่างถูกวิธี โดยมี พญ.สุชีลา จิตสาโรจิตโตผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รศ.ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิการบดีอาวุโส สายงานวิชาการและงานวิจัย และผู้บริหารจากทั้ง 2 องค์กร ร่วมลงนามเป็นพยาน ณ ชั้น 7R โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อเร็วๆ นี้

ภัยเงียบ! เลี้ยงลูกด้วยมือถือ แท็บเลต แพทย์แนะผู้ปกครองพาเด็ก‘เล่น’ตามธรรมชาต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696303

ภัยเงียบ! เลี้ยงลูกด้วยมือถือ แท็บเลต แพทย์แนะผู้ปกครองพาเด็ก‘เล่น’ตามธรรมชาต

ภัยเงียบ! เลี้ยงลูกด้วยมือถือ แท็บเลต แพทย์แนะผู้ปกครองพาเด็ก‘เล่น’ตามธรรมชาต

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันไม่เว้นแม้กระทั่งการเลี้ยงดูลูกหลานของผู้ปกครองยุคใหม่ที่มักปล่อยน้องๆ อยู่ติดกับหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเลต หรือ ทีวี เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว อาทิ สมาธิสั้น อารมณ์ไม่ดี แปรปรวน พฤติกรรมก้าวร้าว นอนไม่หลับ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ พฤกษา นำโดย ธีระทองวิไล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญของการปลูกฝังรากฐาน สร้างความพร้อม สู่การเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน จัดงานเปิด โครงการพฤกษา สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา ต้นแบบสนามเด็กเล่นส่วนกลาง ตามรอย “เล่นตามพ่อ” ของ อาจารย์ดิสสกรกุนธร ประธานมูลนิธิ สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา ซึ่งน้อมนำหลักการเลี้ยงดูในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามวิถีธรรมชาติของสมเด็จย่า มาเป็นแบบอย่าง ณ โครงการบ้านพฤกษา เทพารักษ์-
เมืองใหม่ โดยร่วมมือกับ โรงพยาบาลวิมุต, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวแนะนำด้วยว่า การเล่นของเด็กปฐมวัย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับบุคคล พ่อ แม่ เพื่อน พี่ น้อง หรือ สิ่งของ ธรรมชาติ ต้นไม้ สนามหญ้า ดิน ทราย การวิ่ง ปีนป่าย เล่นบทบาทสมมุติ เล่นดนตรี อ่านหนังสือ ทำการบ้านล้วนมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นการกระตุ้นสมองให้เปิดรับความสุข ผ่านความรู้สึก สนุกสนาน เพลิดเพลิน เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้และพัฒนาการที่ดีในแต่ละช่วงวัยตามธรรมชาติ ครบทั้ง ร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ จินตนาการ สติปัญญา โดยผู้ปกครองควรแบ่งเวลาชวน บุตร หลาน ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านช่วงเวลาเช้าหรือเย็นตามสะดวก ให้เด็กๆ ได้พบกับประสบการณ์จริง สัมผัสกับธรรมชาติรอบตัว ต้นไม้ สัตว์ อากาศ รวมไปถึงช่วยในเรื่องการปรับตัวเข้าสังคม ทำความรู้จักเพื่อนบ้านเพื่อนใหม่ พร้อมทั้งสนับสนุนการเล่นของเด็กอย่างอิสระ ไม่ตีกรอบทางความคิด ไม่คาดหวัง ให้เด็กรู้จักแพ้บ้างรู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนคอยติดตามดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน ร่วมมือกันปลูกฝังและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กตั้งแต่ก้าวแรก เชื่อว่าอนาคตประเทศไทยจะเต็มไปด้วยผู้ใหญ่ที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

เอ็นที สนับสนุน สตช.เปิดใช้ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ หวังสร้างวินัยจราจร ขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัตเหตุบนท้องถนน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696316

เอ็นที สนับสนุน สตช.เปิดใช้ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ หวังสร้างวินัยจราจร ขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัตเหตุบนท้องถนน

เอ็นที สนับสนุน สตช.เปิดใช้ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ หวังสร้างวินัยจราจร ขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัตเหตุบนท้องถนน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดใช้ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ หวังสร้างวินัยจราจร พร้อมลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสายงาน สายงานกำกับกฎเกณฑ์และกฎหมาย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการใช้ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชั่น KHUB DEE ณ ห้องศรียานนท์ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นทีเปิดเผยว่า เอ็นทีในฐานะรัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบสารสนเทศ มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในโครงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการจราจร ด้วยการจัดทำระบบและแอปพลิเคชั่น KHUB DEE (ขับดี) โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และสามารถต่อยอดไปสู่การลดปัญหา และผลกระทบที่จะเกิดอุบัติเหตุของประชาชนในประเทศ

แอปพลิเคชั่น KHUB DEE จะให้บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจราจร และยังมีระบบบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถที่สามารถตรวจสอบคะแนนการขับขี่ ใบสั่ง ชำระค่าปรับ รวมถึงโต้แย้งใบสั่งได้ภายในแอปเดียว ซึ่งถือว่าเป็นแอปพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไป และเป็นช่องทางที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เป็นผู้ขับขี่ทุกคนได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวพร้อมให้บริการ แก่ประชาชนที่มีใบอนุญาตขับขี่กว่า 30 ล้านใบ ตลอดจนผู้ครอบครองยานพาหนะที่จดทะเบียนทุกประเภท รวมกว่า 40 ล้านคัน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น KHUB DEE ผ่านสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS และ Android

“ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนับเป็นก้าวสำคัญของเอ็นที ที่จะได้นำความชำนาญด้านการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม มาร่วมสนับสนุนโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านแอปพลิเคชั่น KHUB DEE แล้ว เอ็นทียังได้นำระบบคลาวด์มาใช้สำหรับการบริการข้อมูลระบบงาน รวมถึงเชื่อมต่อกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง กับโครงการ เพื่อให้แอปพลิเคชั่นสามารถให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสามารถรองรับการบูรณาการข้อมูลด้านการจราจรที่จะเกิดขึ้น ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สามารถใช้เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างเต็มศักยภาพต่อไป”

ผลการตัดสินผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696312

ผลการตัดสินผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565

ผลการตัดสินผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะรองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธานี แสงรัตน์เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนอธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ และ ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 31ประจำปี 2565 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ณ ห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 โรงพยาบาลศิริราช

ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุลคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 ทั้งสิ้น 88 ราย จาก 34 ประเทศ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ ได้พิจารณาจากผู้ได้รับการเสนอชื่อรวม 3 ปีคือ ปี2564, 2563, 2562 และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2565

และผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2565 สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ราล์ฟ เอ ดีฟรอนโซ (Ralph A.DeFronzo,M.D.) จากสหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์นายแพทย์ ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ ได้ศึกษากลไกการเกิดโรคเบาหวานและพิสูจน์ได้ว่าโรคอ้วน โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโมเลกุลที่ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ ยังนำเสนอแนวทางการรักษาโรคเบาหวานแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาเลือกยาตามกลไกการเกิดโรคในผู้ป่วยแต่ละรายและศึกษาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดน้ำหนักเพื่อทำให้ภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลง ซึ่งแนวคิดและผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการนำไปใช้ในการศึกษาต่อยอดและเป็นแนวทางที่สำคัญในการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างแพร่หลายทั่วโลก

สาขาการสาธารณสุข ได้แก่นายแพทย์ดักลาส อาร์ โลวี (Douglas R.Lowy, M.D.) รองผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา, ดร.จอห์น ที ชิลเลอร์ (John T. Schiller, Ph.D.) นักวิจัยดีเด่นของสถาบันสุขภาพแห่งชาติและรองหัวหน้าห้องปฏิบัติการมะเร็งระดับเซลล์สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์นายแพทย์เอียน เอช เฟรเซอร์ (Ian H. Frazer, MB.ChB, M.D.)จาก ออสเตรเลีย / สหราชอาณาจักร สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยเอดินบะระ สหราชอาณาจักร ฝึกอบรมเป็นอารยุรแพทย์โรคไตและวิทยาภูมิคุ้มกัน หลังจากย้ายถิ่นฐานไปพำนักในประเทศออสเตรเลียแล้ว สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

นายแพทย์ดักลาส อาร์ โลวี และ ดร.จอห์น ที ชิลเลอร์ ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา และค้นพบว่าโปรตีนหลักของอนุภาคไวรัสของ ฮิวแมนแปบปิลโลมาไวรัส สามารถประกอบร่างกันได้เองเป็นอนุภาค คล้ายไวรัส (VLP) ซึ่งอนุภาคคล้ายไวรัสนี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อต้านฮิวแมนแปบปิลโลมาไวรัสได้ดี ขณะเดียวกัน ศ.นายแพทย์เอียนเอช เฟรเซอร์ ก็ได้ค้นพบกลไกการประกอบร่างของอนุภาคคล้ายไวรัสนี้เช่นกันในระหว่างที่ ทำการศึกษาวิจัยที่มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย การค้นพบนี้นำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิตอนุภาคคล้าย ไวรัสจากโปรตีนรีคอมบิแนนท์ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนต่อต้านฮิวแมนแปบปิลโลมาไวรัส ที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากอนุภาคคล้ายไวรัสเหล่านี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี และสามารถนำเสนอลักษณะทางแอนติเจนที่เป็นธรรมชาติต่อระบบภูมิคุ้มกัน

ซึ่งผลงานดังกล่าวเป็นงานต่อยอดของศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ฮารัลด์ ซัวร์ เฮาเซ่น จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2548 และรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ประจำปี2551 ซึ่งค้นพบเชื้อฮิวแมนแปบปิลโลมาไวรัส (เอชพีวี) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก นำไปสู่การพัฒนาวัคซีนป้องกันฮิวแมนแปบปิลโลมาไวรัสซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางและช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮิวแมนแปบปิลโลมาไวรัสและลดการเสียชีวิตได้จำนวนมากมายทั่วโลก

โดยระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมามีบุคคลหรือองค์กรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลรวม 90 ราย เป็นคนไทย4 ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสงค์ ตู้จินดา จากการศึกษาผลกระทบของเชื้อไวรัสเด็งกี่ ต่อความพิการของร่างกายเด็กที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกรับร่วมกับ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุจิตรา นิมมานนิตย์ จากการจำแนกความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก ได้รับพระราชทานรางวัลในสาขาการแพทย์ ประจำปี 2539และ นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากรผู้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย100% ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคเอดส์รับร่วมกับนายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ริเริ่มวิธีการสื่อสารรณรงค์เผยแพร่การใช้ถุงยางอนามัย ได้รับพระราชทานรางวัลในสาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2552

สำหรับ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล,ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000เหรียญสหรัฐ

5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‘โรคพาร์กินสัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696305

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรคพาร์กินสันเป็นโรคเรื้อรังทางระบบประสาทซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยแล้วยังส่งผลต่ออาการในระบบอื่นๆ รวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จากข้อมูลการศึกษาภาระทางสุขภาพที่เกิดจากโรคทางระบบประสาททั่วโลก (Global burden of disease) ในปี พ.ศ. 2559 พบจำนวนผู้ป่วยพาร์กินสันเพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณภายในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบว่าโรคพาร์กินสันเป็นโรคที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วย สาเหตุให้ที่ทำเกิดภาวะทุพพลภาพ และอัตราการเพิ่มขึ้นของสาเหตุเสียชีวิตที่มากที่สุดในกลุ่มโรคทางระบบประสาท อย่างไรก็ตามความรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงการรักษายังคงไม่เพียงพอ ในบทความนี้จึงขอกล่าวถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกับโรคพาร์กินสัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความตระหนัก ความเข้าใจในตัวโรค และแนวทางในการรักษาที่ถูกต้อง

Q: โรคพาร์กินสันเป็นโรคหายาก พบได้น้อยในสังคม

A: ไม่ถูกต้อง โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากโรคสมองเสื่อม แต่เป็นโรคที่มีอัตราการเพิ่มของจำนวนผู้ป่วยสูงที่สุดในปัจจุบัน อาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและอาการสั่นมักส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่มั่นใจและเก็บตัวอยู่แต่ภายในบ้านทำให้เราพบผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้น้อย ปัจจุบันมีผู้ป่วยพาร์กินสันมากกว่า 6 ล้านคนทั่วโลกและประมาณได้ว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณภายใน 20 ปี อัตราการเพิ่มที่สูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น การเข้าถึงการวินิจฉัยโรคที่เพิ่มขึ้นและอาจเป็นผลจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเกิดโรค เช่น การสัมผัสสารเคมี ยาฆ่าแมลง โรคติดเชื้อ และมลพิษทางอากาศ เป็นต้น

Q: โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดในผู้สูงอายุเท่านั้น

A: ไม่ถูกต้อง แม้ว่าโรคพาร์กินสันจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุและมีความชุกเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ แต่จากข้อมูลในปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี พบได้ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วยทั้งหมด และอาจพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีได้ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีประวัติโรคพาร์กินสันในครอบครัว อย่างไรก็ตาม โรคพาร์กินสันสามารถเกิดขึ้นได้เองและโดยทั่วไปไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

Q: โรคพาร์กินสัน = อาการมือสั่น

A: ไม่ถูกต้อง แม้ว่าอาการมือสั่นจะเป็นอาการที่มักนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ แต่พบว่าร้อยละ 20 ของผู้ป่วยอาจไม่มีอาการสั่นได้ในทางกลับกันผู้ที่มีอาการมือสั่นไม่จำเป็นต้องเป็นโรคพาร์กินสันเสมอไป อาการทางการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่พบในผู้ป่วย ได้แก่ อาการเคลื่อนไหวช้าซึ่งเป็นอาการที่พบในผู้ป่วยทุกราย อาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง อาการเดินและการทรงตัวลำบากซึ่งมักพบตามมาในภายหลัง นอกจากอาการในข้างต้นยังมีอาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับโรคพาร์กินสัน เช่น อาการท้องผูก ปัสสาวะลำบาก ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนละเมอ หลงลืม ประสาทหลอน รับกลิ่นได้น้อยลง ซึ่งบางอาการอาจนำมาก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยโรค และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

Q: อาการสั่น เคลื่อนไหวช้าเป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุ

A: ไม่ถูกต้อง อาการสั่นและเคลื่อนไหวช้าในผู้สูงอายุเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่สามารถรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดได้ แต่การรักษาอาการของผู้ป่วยทั้งอาการทางการเคลื่อนไหว และอาการในระบบอื่นๆ ตั้งแต่ในระยะแรกจะช่วยบรรเทาอาการ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและการเข้าสังคมที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมให้ผู้ป่วยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากมีส่วนช่วยชะลอการดำเนินโรคได้

Q: โรคพาร์กินสันมีอาการ และการรักษาที่เหมือนกันทุกราย

A: ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะได้รับการวินิจฉัยโรคพาร์กินสันเช่นเดียวกัน แต่ผู้ป่วยแต่ละรายมักจะมีอาการนำ อาการร่วม การตอบสนองต่อการรักษา และการดำเนินโรคที่แตกต่างกันด้วยเหตุนี้การรักษาผู้ป่วยในแต่ละรายจึงมีความแตกต่างกัน พิจารณาถึงอาการ ความต้องการ และความสามารถในการเข้าถึงทางการรักษาของผู้ป่วย โดยที่มีพื้นฐานแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน

โดยสรุป โรคพาร์กินสันเป็นโรคเรื้อรังทางระบบประสาทซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยแล้ว ยังส่งผลให้เกิดอาการในระบบอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว การตระหนักและเข้าใจถึงอาการของโรคพาร์กินสันจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและเริ่มการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประวีณ โล่ห์เลขา

หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

บำรุงราษฎร์เปิดแผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696302

บำรุงราษฎร์เปิดแผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง

บำรุงราษฎร์เปิดแผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคทางระบบประสาทมีหลายร้อยประเภท ซึ่งหนึ่งในโรคที่พบบ่อยคือ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นสาเหตุอันดับ 2 ของการเสียชีวิต และอันดับ 3ของความพิการ โดยผลสำรวจในปี 2562ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 101 ล้านคน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 12.2 ล้านคน และเสียชีวิต 6.5 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยในปี 2563 มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมอง อยู่ที่ 53 คนต่อประชากรแสนคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “เนื่องจากระบบประสาทเป็นระบบที่ซับซ้อน มีหน้าที่ควบคุมและประสานการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหว ความคิด ความรู้สึก การพูดการหายใจ ซึ่งเชื่อมกับการทำงานของสมองและไขสันหลัง ดังนั้น ความผิดปกติของระบบประสาท รวมถึงข้อบกพร่องของโครงสร้าง ถือเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิต ทั้งนี้ สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงลงได้ หากได้รับการประเมินและทำการรักษาอย่างรวดเร็วทันท่วงทีและตรงจุดโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง”

ในฐานะที่บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ให้การบริบาลในขั้นจตุตถภูมิ (Quaternary Care) การก่อตั้ง “แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง” (Neurocritical Care Unit : NCCU) มีความสำคัญมากในการเสริมศักยภาพให้แผนกผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยวิกฤตมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดยลดการบาดเจ็บทางสมองแบบทุติยภูมิ (Secondary brain injury) ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการและการเสียชีวิต หลังเกิดความบาดเจ็บของสมองแบบปฐมภูมิ (Primary brain injury) ขึ้นแล้วก่อนหน้านั้น นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในด้านความเป็นเลิศทางการแพทย์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการรักษาที่ดีที่สุด ภายใต้คุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ

นพ.ฤกษ์ชัย ตุลยาภรณ์โชติ แพทย์หัวหน้าศูนย์โรคระบบประสาทและแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า แผนก NCCU ของบำรุงราษฎร์มีความพร้อมใน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.ทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความชำนาญขั้นสูงในการดูแลรักษาสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ 2.การทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพได้อย่างมีระบบไร้รอยต่อ 3.เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และ 4.ความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยในทุกภาวะวิกฤตตลอด 24 ชั่วโมง เพราะทุก 1 นาทีที่เซลล์สมองขาดเลือด จะมีเซลล์สมองตายประมาณ 1 ล้านเซลล์ ซึ่งหมายถึง “นาทีชีวิต” เพราะหากได้รับการรักษาช้า เซลล์สมองจะตายมากและนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยแผนก NCCU เรามีความพร้อมในการให้บริการดูแลรักษาครอบคลุมผู้ป่วยโรคและอุบัติเหตุทางสมองและระบบประสาทขั้นรุนแรงหรือฉุกเฉินเป็นอันตรายต่อชีวิต รวมถึงการผ่าตัดสมองหรือกระดูกสันหลังที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ โรคหลอดเลือดสมองตีบและแตก, ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง, โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง, การบาดเจ็บกระดูกสันหลังเฉียบพลัน, เนื้องอกในสมอง ฯลฯ ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง

ศ.พญ.ศิรินธรา สิงหรา ณ อยุธยา แพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านรังสีร่วมรักษาระบบประสาทและไขสันหลัง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมว่า บำรุงราษฎร์มีแนวทางการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ นอกจากวิธีการผ่าตัด เนื่องจากมีผู้ป่วยในหลายกรณีที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด เช่น ข้อจำกัดเรื่องอายุ หรือมีโรคประจำตัวบางโรค ซึ่งการรักษาแบบรังสีร่วมรักษาระบบประสาท (Neuro Intervention) จึงเข้ามาตอบโจทย์ผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเป็นการทำงานร่วมกับทีมแพทย์อายุรกรรมและทีมแพทย์ด้านประสาทศัลยกรรม โดยการรักษาวิธีนี้จะเป็นการผ่าตัดแบบไม่เปิดกะโหลก ซึ่งเป็นศาสตร์ทางการแพทย์เฉพาะทางรังสีวิทยาเพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคด้านโรคหลอดเลือดสมองและไขสันหลังโดยเทคโนโลยี Minimally Invasive Surgery (MIS) เน้นการเปิดแผลเล็ก โดยเจาะรูบริเวณเส้นเลือดต้นแขนหรือต้นขา ประมาณ 1-2 มิลลิเมตรร่วมกับการใช้เทคโนโลยี Bi-plane เครื่องมือเอกซเรย์ 2 ระนาบ ทำให้เห็นความชัดเจนของเส้นเลือดเพื่อสอดอุปกรณ์ขนาดเล็กเท่าเส้นผมเข้าไปรักษาหลอดเลือดในสมองและไขสันหลังได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยสามารถรักษาได้ทั้งโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันในระยะเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดโป่งพองในสมอง หรือเป็นปานหลอดเลือดแดงต่อดำ ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดภายหลัง รวมถึงโรคหลอดเลือดไขสันหลัง อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาพักรักษาในห้อง ICU และลดอาการแทรกซ้อนได้

ที่สำคัญ หลังการรักษาผู้ป่วยวิกฤต แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง จะดูแลติดตามผลผู้ป่วยหลังการรักษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย โดยห้องพักผู้ป่วยวิฤตระบบประสาท ถูกออกแบบโดยเน้นการจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด พร้อมด้วยเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วยแต่ละรายที่เชื่อมโยงกับเครื่องศูนย์กลางเพื่อติดตามสัญญาณชีพ (central vital sign monitoring) เพื่อให้พยาบาลประจำแผนกผู้ป่วยวิกฤตสามารถเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยหนักได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ แผนก NCCU ได้เข้ามาเติมเต็มให้ ICU มีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วย 

‘FAM PLAYS’ เปิดพื้นที่เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างพร้อมครอบครัวทุกวันพุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696301

‘FAM PLAYS’ เปิดพื้นที่เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างพร้อมครอบครัวทุกวันพุธ

‘FAM PLAYS’ เปิดพื้นที่เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างพร้อมครอบครัวทุกวันพุธ

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 จัดกิจกรรม “FAM PLAYS” รวมเวิร์กช็อปงานคราฟต์และศิลปะ สนุก สร้างสรรค์มาให้ทุกครอบครัวมาใช้เวลาว่างเติมเต็มความสุข และพลังสร้างสรรค์ เป็นประจำในวันพุธทุกสัปดาห์ อาทิ การสอนทำผ้าคลุมไหล่มัดย้อมสีธรรมชาติ สอนจัดสวนถาดสไตล์ มินิมอล สอนปั้นเซรามิก สอนถ่ายโอนสีใบไม้ลงบนถุงผ้า และการทำ Marbling Art บนหมวกเป็นต้น พบกันทุกวันพุธตั้งแต่วันนี้-28 ธันวาคม 2565 บริเวณชั้น 2 ฝั่ง West Village เวลา 13.00-14.00 น. (รอบที่ 1) และ 16.00-17.00 น. (รอบที่ 2) ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงมีใบเสร็จ (ไม่จำกัดยอดซื้อ) + คะแนน MBK PLUS 1 คะแนน (จำกัดจำนวน 30 ท่าน/วัน : รอบละ 15 ท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์การค้าฯได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์ 1285 ติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆได้ที่ www.thenine.co.th หรือFacebook : The Nine Center Rama 9 Instagram :  thenine_rama 9

กรมการขนส่งทางบกเปิดประมูลทะเบียนรถ ‘9กก’ รายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696318

กรมการขนส่งทางบกเปิดประมูลทะเบียนรถ ‘9กก’ รายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

กรมการขนส่งทางบกเปิดประมูลทะเบียนรถ ‘9กก’ รายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กรมการขนส่งทางบก เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถ “หมวดอักษร 9กก” ในวันที่ 10-11 ธันวาคม 2565 ณ กรมการขนส่งทางบก สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.Tabienrod.com หรือในงาน Motor Expo 2022 เพื่อนำรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จัดบูธประชาสัมพันธ์การประมูลทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิดเจ็ดคน หมวดอักษร 9กก ที่บูธกรมการขนส่งทางบก หมายเลข G06-1 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 Thailand International Motor Expo 2022 ระหว่างวันที่ 1-11 ธันวาคม 2565 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยภายในบูธของกรมการขนส่งทางบกจะมีการประชาสัมพันธ์การประมูลหมายเลขทะเบียนรถ “หมวดอักษร 9กก” เพื่อนำรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำไปใช้ในกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนรวมทั้งสนับสนุนเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน โดยการประมูลที่ผ่านมาหมายเลขที่ได้รับความนิยมและประมูลไปในราคาสูงที่สุดได้แก่ “1กก 1111” ซึ่งมียอดประมูลอยู่ที่ 25,000,000 บาท และ “8กก 8888” ยอดประมูลอยู่ที่ 28,100,000 บาท โดยการประมูลหมวดอักษรในครั้งนี้มีหมายเลขทะเบียนที่เป็นไฮไลท์ คือ “9กก 9999” ซึ่งคาดว่าจะมียอดรายได้จากการประมูลไม่ต่ำกว่าทั้งสองหมายเลขที่กล่าวมา

ความพิเศษในการประมูลหมายเลขทะเบียนหมวดอักษร 9กก ครั้งนี้ มาในคอนเซ็ปต์ “9กก ก้าวหน้ามหามงคล” สำหรับคนไทยนั้นถือเป็นเลขที่ดีเป็นเลขมงคลที่อยู่คู่กันมาช้านาน ซึ่งเลข 9 ถือเป็นเลขที่พ้องกับคำว่า ก้าว ก้าวไปข้างหน้า ด้านความเชื่อของคนจีนนั้นเลข 9 ถือเป็นเลขมงคลเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่เชื่อกันว่าเลขนี้จะช่วยให้การทำมาค้าขาย สะดวกไร้อุปสรรค ชีวิตมีเงินทอง นอกจากนี้หมวดอักษรยังเป็นหมวด กก ซึ่งเป็นอักษรคู่แรกของพยัญชนะไทย เมื่อรวมความเป็นสุดยอดจึงเป็นหมวดหมายเลขทะเบียนรถที่มีความเป็นมหามงคล อย่างยิ่ง

ทั้งนี้ การประมูลหมายเลขทะเบียนรถ หมวดอักษร 9กก จะจัดขึ้นในวันที่ 10-11 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุม อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก เวลา 08.30 น. สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ http://www.Tabienrod.com หรือสามารถลงทะเบียนด้วยตนเองที่กรมการขนส่งทางบก อาคาร 2 ชั้น 5 นอกจากนี้สามารถลงทะเบียนได้ในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ณ บูธ G06-1 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 หรือลงทะเบียนหน้างานในวันประมูล โดยต้องเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบไปด้วย ใบลงทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ในกรณีเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หลักฐานการชำระเงิน และหน้าบัญชีธนาคาร ช่องทางการประมูลมีด้วยกัน 3 ช่องทาง คือ 1.ทางวาจาในห้องประมูล ณ ห้องประชุม อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก 2.ทางอินเตอร์เนต www.Tabienrod.com 3.ทางโทรศัพท์

สามารถติดตามรายละเอียดการประมูลเพิ่มเติมได้ทาง http://www.tabienrod.com หรือสำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โทร.02-2725937 หรือสายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร.1584 หรือ 02-2718888