ความทรงจำไม่เลือนราง แม้ประวัติศาสตร์จะรางเลือน รัตนาวลี โลหารชุน ประธานกิจกรรมโครงการ CU Alumni Connex ภายใต้การบริหารของ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ร่วมกับ มร.อันเดรีย กนตี้ เลขานุการโทและหัวหน้าแผนกกงสุลสถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จัดงาน The Ultimate ‘Walk the Talk’ : Italian Architecture and Style in Siam ผ่านการเสวนาและชมภาพยนตร์ สารคดี “Me and the Magic Door” ตามรอยสถาปัตยกรรมในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณทั้งสองพระองค์ พร้อมรับฟังบทเพลงอิตาลี Me voglio fà na casa หรือ I want to build a house in the middle of the sea ผ่านการขับร้องด้วยเสียงอันทรงพลังจาก ดร.กิตตินันท์ ชินสำราญอาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯโดยมี ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน, ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน และ มร.มาร์โก้ กัตติ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีชุดนี้ ร่วมงาน ณ CU Alumni Connex อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รัตนาวลี โลหารชุน ประธานกิจกรรมโครงการ CU Alumni Connex ภายใต้การบริหารของสนจ. กล่าวว่า “สนจ. เปิดตัว CU Alumni Connex ห้องรับรองที่เป็นเหมือนศูนย์กลางที่เชื่อมโยงประชาคมชาวจุฬาฯ และนิสิตเก่าให้ได้มาพบปะกัน ร่วมพูดคุย ระดมความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม และกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมร่วมกัน พร้อม สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน รองรับได้ถึง 30 คนและเพื่อให้ CU Alumni Connexเกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้เกิดไอเดียการจัดกิจกรรมพิเศษทุกๆ ไตรมาส ให้นิสิตเก่าได้มาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน
CU Alumni Connex เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 วันปิยมหาราช และเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนสวรรคตของ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เราจึงถือโอกาสนี้ เริ่มกิจกรรมแรกเพื่อเทิดพระเกียรติทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทั้งทางด้านภูมิสถาปัตยกรรม การเมืองการปกครองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและอยู่คู่ประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยงาน The Ultimate ‘Walk the Talk’ : Italian Architecture and Style in Siamเป็นการพาทุกคนตามรอยยุคทองของสถาปัตยกรรมในไทย โดยได้รับความร่วมมือจากสถานทูตอิตาลีในการนำภาพยนตร์สารคดี “Me and the Magic Door” ที่เคยจัดฉาย ในเทศกาลหนังที่เมืองเวนิส เมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา และเมืองตูริน เมืองที่ตั้งสถาบันของช่างชาวอิตาเลียนที่เข้ามารับราชการในไทย มาจัดฉายรอบพิเศษ ก่อนที่จะปล่อยให้ชมทางยูทูบในปีหน้า พร้อมฟังเสวนาจาก ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอิตาเลียน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ”
สำหรับการเสวนาตามรอยสถาปัตยกรรมในสมัย ร.5 และ ร.6ผ่านภาพยนตร์สารคดี “Me and the Magic Door” รศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอิตาเลียน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “ภาพยนตร์ สารคดีชุดนี้ ถูกจุดประกายขึ้นในช่วงโควิด โดย มิสซิส ฟรานเชสก้าอันเดรอินิ ภริยาของ มร.โลเรนโซ กาลันตีเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยคนก่อน ซึ่งเป็นผู้เขียนบท เธอได้มีโอกาสอ่านงานของเหล่าอาจารย์เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ออกแบบและก่อสร้าง โดยสถาปนิกและช่างชาวอิตาลีแล้วรู้สึกประทับใจและชื่นชอบ อีกทั้ง ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมิตรสัมพันธ์อันดีระหว่างสยามกับอิตาลีที่มีความเป็นมิตรต่อกันมาอย่างยาวนานผ่านสถาปัตยกรรม ตามหลักฐานพบว่า สถาปนิก และช่างศิลป์เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมารับราชการในสยามประเทศจากการแนะนำและคัดเลือกโดยศาสตราจารย์ใหญ่ของ 2 สถาบันที่รัฐบาลสยามในสมัยนั้นได้ทำการ ติดต่อไปคือ Academy of Fine Art ที่เมืองตูรินและโรงเรียนช่างวิศวกรรมอีกแห่งหนึ่ง
ทางคณะและคณาจารย์ เราพยายามหาข้อมูลจากบ้านของสถาปนิกทุกคนที่เดินทางเข้ามารับราชการในสยาม ช่วงนั้นเพื่อนำมารวบรวมเป็นคลังข้อมูลของแผ่นดินสยาม (The Digital Archive of Modernized Siam) ความรู้ ในรูปแบบของดิจิทัล แพลตฟอร์ม ให้คนไทยได้เข้าถึงเนื้อหาความรู้ในส่วนนี้ เราพยายามนำประวัติศาสตร์ อีกช่วงหนึ่งที่สำคัญให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า เรียนรู้จากรากเหง้าต้นกำเนิด เรียนรู้จากแหล่งที่มา เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่า เข้าใจ ห่วงแหนในพื้นที่เมืองที่ตั้งของสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังเป็นการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย ตอนนี้ เรารวบรวมได้กว่า 13,000รายการ และคาดว่า คลังข้อมูลของแผ่นดินสยาม จะสามารถเริ่มเปิดสู่สาธารณชนได้สิ้นปีหน้า”