‘บิวตี้ เจมส์’พาเดินทางสู่จักรวาล‘THE DISCOVERY OF BEAUTY GEMS UNIVERSE’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694093

‘บิวตี้ เจมส์’พาเดินทางสู่จักรวาล‘THE DISCOVERY OF BEAUTY GEMS UNIVERSE’

‘บิวตี้ เจมส์’พาเดินทางสู่จักรวาล‘THE DISCOVERY OF BEAUTY GEMS UNIVERSE’

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตระการตาสมกับความเป็นตำนาน สำหรับ “Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์)” ผู้รังสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีของไทย ที่เนรมิตงานใหญ่สุดอลังการส่งท้ายปี “BEAUTY GEMS X ZONTA THAILAND  THE DISCOVERY OF BEAUTY GEMS UNIVERSE” เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ “บิวตี้ เจมส์” และ “ซอนต้า ประเทศไทย” เพื่อให้เหล่าคนรักเครื่องประดับอัญมณีได้เดินทางสู่จักรวาลร่วมกันผ่านธีม THE DISCOVERY OF BEAUTY GEMS UNIVERSE ตอกย้ำการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีสุดล้ำค่าจากฝีมือคนไทย อีกทั้ง ยังมีการจัดประมูลเครื่องประดับและกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์จำนวน 23 ชิ้น นำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับทางซอนต้า ประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลต่อไป

หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้ เจมส์ กล่าวว่า จากการได้ไปท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ และชอบใช้เวลาในการมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งตกผลึกว่าทุกที่ล้วนแต่มีความงดงามของดวงดาว จึงอยากจะเก็บโมเมนต์อันสวยงามและตราตรึงใจจากความระยิบระยับของดวงดาวบนท้องฟ้ามารวมเป็นส่วนประกอบในงานครั้งนี้ในธีม THE DISCOVERY OF BEAUTY GEMS UNIVERSE และความพิเศษของการจัดงานในครั้งที่ได้ร่วมกับ ซอนต้าฯ องค์กรที่ให้บริการด้านสาธารณกุศล ที่ในปีนี้ซอนต้า ประเทศไทย ครบรอบ 103 ปี บิวตี้เจมส์ ครบรอบ 58 ปี รวมกันเป็น 161 ปี ถือเป็นการร่วมมือที่ยิ่งใหญ่

เครื่องประดับอัญมณีชิ้นไฮไลท์ ที่สุดวิจิตร ระยิบระยับ รับแสงไฟ อย่าง “GALACTIGA” สร้อยคอพลอยไพลิน ประดับเพชรกาแลคติก้า ตัวแทนของระบบห้วงอวกาศ ที่ประกอบด้วยเหล่าดาวเคราะห์น้อยใหญ่ และรายล้อมด้วยกลุ่มของดาวฤกษ์ที่เปล่งแสงระยิบระยับนับหลายล้านดวง ไพลินหลากหลายเม็ดไล่ระดับความน้อยใหญ่เป็นตัวแทนของเหล่าดาวเคราะห์ ห้อมล้อมด้วยเพชรหลากหลายเม็ดเป็นตัวแทนของกลุ่มดาวฤกษ์ ที่คอยเปล่งแสงเพิ่มความงดงามให้กับกลุ่มดาวเคราะห์ จึงนับเป็นความลงตัวที่สร้างสีสันและเสน่ห์ที่น่าค้นหาของห้วงอวกาศแห่งระบบจักรวาล เครื่องประดับชิ้นนี้มีมูลค่าสูงถึง 177 ล้านบาท ได้ถูกถ่ายทอดความสวยงามโดย อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ

ด้าน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี District 17 Foundation Ambassador กล่าวว่า นับได้ว่าเป็นงานครั้งสำคัญที่ได้ทำร่วมกับ บิวตี้ เจมส์ ถือโอกาสในวันครบรอบการก่อตั้งซอนต้าสากลครบ 103 ปี จึงได้ร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ จัดงานการกุศลเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลมอบให้ซอนต้า ประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่อไป

ผู้สนใจสามารถมาชมเครื่องประดับสุดงดงามของบิวตี้ เจมส์ ได้ที่ The Event Hall ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม จัดแสดงไปจนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน นี้ แล้วมาร่วมเป็นสตาร์ที่เปล่งแสงความงดงามที่รายล้อมด้วยบรรยากาศของจักรวาลไปด้วยกัน

คุณแหน : 25 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694098

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. เวลา 17.00 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส..ยังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวรัชนีใต้ร่มพระบารมี..

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ คุณหญิงหม่อมหลวงอนงค์ (ชุมสาย) นิลอุบล สิริอายุ 105 ปี วันที่ 25 พ.ย. 17.00 น. ณ ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร และสวดพระอภิธรรม 26 พ.ย.-1 ธ.ค. 18.30 น…

ll เพื่อนๆ ชาว SCL#2 ยินดีกับ ปรีชา เดชพันธุ์ และ พิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ ที่ได้เป็นว่าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย..

ll ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ พร้อมชาว MPPM 1 NIDA กว่า 20 คน เช่น นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์,พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์, วิเชียร เอมประเสริฐสุข,ภานินี สมุทรเสน, พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์,ธีรวัฒน์ ตั้งเสรี, กิติยา สุสายัณห์,อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ นัดเลี้ยงยินดีให้ กรกฎ ชาตะสิงห์ ที่ได้เป็นประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บมจ.การบินไทย..

ll อนุโมทนาบุญกับ ศานติ-นภสร ประนิช ได้บริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ โครงการอาคาร รพ.รามาฯ และย่านนวัตกรรมโยธี โดย ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา และ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รับมอบ..

ll นับจากเปิดประเทศ ส.ค. ที่ผ่านมา Mr.Grant McPherson ซีอีโอหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เผยนักเรียนไทยและต่างชาติให้ความสนใจเดินทางไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเพิ่มสูงขึ้นกว่า 30%..

ll อนุโมทนาบุญกับ สุทธิวรรณ โชคชัยณรงค์ บริจาคเงิน 10 ล้านบาท สนับสนุนศูนย์รับบริจาคอวัยวะ เพื่อผู้ป่วยยากไร้ ในการปลูกถ่ายกระดูกเส้นเอ็น และผิวหนัง ณ ธรรมสถานว่องวานิชสมุทรปราการ..

ll มิตรสหายปลื้มใจกับ ปณิธาน มีไชยโย ที่แม้แต่ กมลา ดี.แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ไปตลาด อ.ต.ก.ตลาดชื่อดังของไทยเพื่อแวะซื้อสินค้าต่างๆ เช่น เครื่องแกงเขียวหวาน เครื่องแกงแดง เครื่องต้มยำแห้ง และตะไคร้ ก่อนกลับประเทศ..

ll สุรพล โอภาสเสถียร ผจก.ใหญ่เครดิตบูโร พร้อม เผด็จ เจริญศิวกรณ์ ไปร่วมประชุม Asian Regional Credit Reporting Conference ณ เมืองเสียมราฐ กัมพูชา โดยมีผู้บริหารกว่า 150 คน จากกว่า 20 ประเทศ..

ll ศักดา-สุมาลี เด่นแดนโดม เป็นประธานทอดกฐินของ บจ.แดนไทย อีควิปเม้นท์ ณ วัดคลองสมบัติ จ.สระแก้ว เพื่อสร้างและบูรณะกุฏิพระสงฆ์..

ll ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่สิงคโปร์ ดร.สันติธาร เสถียรไทย พาครอบครัว ชนาทิพ-ลูกต้นไม้-ลูกต้นหม่อนมากราบอาลัยคุณปู่ ศ.ดร.สุนทร เสถียรไทยที่ศาลาเสถียรไทย วัดธาตุทอง เป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้คุณพ่อคุณแม่ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์-ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย ในยามเศร้าโศก..ll

คุณแหน

สนจ. จับมือ สถานทูตอิตาลี ตามรอยสถาปัตยกรรมสมัย ร.5 และร.6 ผ่านงานเสวนาและภาพยนตร์สารคดี ‘Me and the Magic Door’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694090

สนจ. จับมือ สถานทูตอิตาลี ตามรอยสถาปัตยกรรมสมัย ร.5 และร.6  ผ่านงานเสวนาและภาพยนตร์สารคดี ‘Me and the Magic Door’

สนจ. จับมือ สถานทูตอิตาลี ตามรอยสถาปัตยกรรมสมัย ร.5 และร.6 ผ่านงานเสวนาและภาพยนตร์สารคดี ‘Me and the Magic Door’

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, มร.อันเดรีย กนตี้, มร.มาร์โก้ กัตติ และท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน

ความทรงจำไม่เลือนราง แม้ประวัติศาสตร์จะรางเลือน รัตนาวลี โลหารชุน ประธานกิจกรรมโครงการ CU Alumni Connex ภายใต้การบริหารของ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ร่วมกับ มร.อันเดรีย กนตี้ เลขานุการโทและหัวหน้าแผนกกงสุลสถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จัดงาน The Ultimate ‘Walk the Talk’ : Italian Architecture and Style in Siam ผ่านการเสวนาและชมภาพยนตร์ สารคดี “Me and the Magic Door” ตามรอยสถาปัตยกรรมในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณทั้งสองพระองค์ พร้อมรับฟังบทเพลงอิตาลี Me voglio fà na casa หรือ I want to build a house in the middle of the sea ผ่านการขับร้องด้วยเสียงอันทรงพลังจาก ดร.กิตตินันท์ ชินสำราญอาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯโดยมี ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน, ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน และ มร.มาร์โก้ กัตติ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีชุดนี้ ร่วมงาน ณ CU Alumni Connex อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รัตนาวลี โลหารชุน ประธานกิจกรรมโครงการ CU Alumni Connex ภายใต้การบริหารของสนจ. กล่าวว่า “สนจ. เปิดตัว CU Alumni Connex ห้องรับรองที่เป็นเหมือนศูนย์กลางที่เชื่อมโยงประชาคมชาวจุฬาฯ และนิสิตเก่าให้ได้มาพบปะกัน ร่วมพูดคุย ระดมความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม และกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมร่วมกัน พร้อม สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน รองรับได้ถึง 30 คนและเพื่อให้ CU Alumni Connexเกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้เกิดไอเดียการจัดกิจกรรมพิเศษทุกๆ ไตรมาส ให้นิสิตเก่าได้มาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน

CU Alumni Connex เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 วันปิยมหาราช และเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนสวรรคตของ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เราจึงถือโอกาสนี้ เริ่มกิจกรรมแรกเพื่อเทิดพระเกียรติทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทั้งทางด้านภูมิสถาปัตยกรรม การเมืองการปกครองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและอยู่คู่ประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยงาน The Ultimate ‘Walk the Talk’ : Italian Architecture and Style in Siamเป็นการพาทุกคนตามรอยยุคทองของสถาปัตยกรรมในไทย โดยได้รับความร่วมมือจากสถานทูตอิตาลีในการนำภาพยนตร์สารคดี “Me and the Magic Door” ที่เคยจัดฉาย ในเทศกาลหนังที่เมืองเวนิส เมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา และเมืองตูริน เมืองที่ตั้งสถาบันของช่างชาวอิตาเลียนที่เข้ามารับราชการในไทย มาจัดฉายรอบพิเศษ ก่อนที่จะปล่อยให้ชมทางยูทูบในปีหน้า พร้อมฟังเสวนาจาก ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอิตาเลียน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ”

สำหรับการเสวนาตามรอยสถาปัตยกรรมในสมัย ร.5 และ ร.6ผ่านภาพยนตร์สารคดี “Me and the Magic Door” รศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล
อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอิตาเลียน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “ภาพยนตร์ สารคดีชุดนี้ ถูกจุดประกายขึ้นในช่วงโควิด โดย มิสซิส ฟรานเชสก้าอันเดรอินิ ภริยาของ มร.โลเรนโซ กาลันตีเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยคนก่อน ซึ่งเป็นผู้เขียนบท เธอได้มีโอกาสอ่านงานของเหล่าอาจารย์เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ออกแบบและก่อสร้าง โดยสถาปนิกและช่างชาวอิตาลีแล้วรู้สึกประทับใจและชื่นชอบ อีกทั้ง ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมิตรสัมพันธ์อันดีระหว่างสยามกับอิตาลีที่มีความเป็นมิตรต่อกันมาอย่างยาวนานผ่านสถาปัตยกรรม ตามหลักฐานพบว่า สถาปนิก และช่างศิลป์เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมารับราชการในสยามประเทศจากการแนะนำและคัดเลือกโดยศาสตราจารย์ใหญ่ของ 2 สถาบันที่รัฐบาลสยามในสมัยนั้นได้ทำการ ติดต่อไปคือ Academy of Fine Art ที่เมืองตูรินและโรงเรียนช่างวิศวกรรมอีกแห่งหนึ่ง

ทางคณะและคณาจารย์ เราพยายามหาข้อมูลจากบ้านของสถาปนิกทุกคนที่เดินทางเข้ามารับราชการในสยาม ช่วงนั้นเพื่อนำมารวบรวมเป็นคลังข้อมูลของแผ่นดินสยาม (The Digital Archive of Modernized Siam) ความรู้ ในรูปแบบของดิจิทัล แพลตฟอร์ม ให้คนไทยได้เข้าถึงเนื้อหาความรู้ในส่วนนี้ เราพยายามนำประวัติศาสตร์ อีกช่วงหนึ่งที่สำคัญให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า เรียนรู้จากรากเหง้าต้นกำเนิด เรียนรู้จากแหล่งที่มา เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่า เข้าใจ ห่วงแหนในพื้นที่เมืองที่ตั้งของสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังเป็นการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย ตอนนี้ เรารวบรวมได้กว่า 13,000รายการ และคาดว่า คลังข้อมูลของแผ่นดินสยาม จะสามารถเริ่มเปิดสู่สาธารณชนได้สิ้นปีหน้า”

ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯได้แบ่งปันความรู้เชิงสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างไว้ว่า “ช่างจากต่างประเทศ เริ่มต้นเดินทางสู่สยามประเทศ ตั้งแต่สมัย ร.5 เป็นต้นมา และอยู่นานกว่า 40 ปี ช่างเหล่านี้ เข้ามาช่วยพัฒนาสยามประเทศ และมีบทบาทในการสร้างสถาปัตยกรรมต่างๆ อย่างมาก เรียกว่าเป็นยุคทองของสถาปัตยกรรมคลาสสิกก็ว่าได้ สยามไม่ได้ใช้แต่เฉพาะช่างชาวอิตาลี แต่ยังมีช่างจากประเทศต่างๆ อาทิอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ในการออกแบบและสร้างตึกรามบ้านช่องมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้ามองในมิติของการเมืองการปกครองแล้ว ทั้ง 3 ประเทศนี้ ถือเป็นประเทศมหาอำนาจ มีอาณานิคม แต่อิตาลีเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีอาณานิคม ไม่มีส่วนได้เสียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่เป็นภัยคุกคาม ในมิติของสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง ช่างชาวอิตาลีจะมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ โดยเฉพาะงานศิลปกรรม ประติมากรรม งานหินอ่อนมากกว่าชนชาติอื่นๆ และยังมีพัฒนาการก้าวสู่นวัตกรรมทางโยธาธิการ เห็นได้ชัดจากพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับด้วยหินอ่อนที่ขนมาจากอิตาลี และยังประดับด้วยทอง อีกด้วย

การยุติบทบาทของสถาปนิก และช่างชาวอิตาลี เกิดขึ้นในสมัย ร. 6 เมื่อเราเริ่มพยายามผลิตบุคลากรทดแทนส่งคนออกไปศึกษาศิลปะการออกแบบในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น สถาปัตยกรรมในช่วงหลังๆ จึงมีการผสมผสานความเป็นไทยมากขึ้น การออกแบบมีความเรียบมากขึ้นตกแต่งลวดลายน้อยลง เป็นการเข้าสู่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่”

สำหรับห้องรับรอง CU Alumni Connex เปิดให้บริการ วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-21.00 น. ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยสมาชิก สนจ. ต้องสำรองก่อนการเข้าใช้บริการเท่านั้น ติดต่อได้ที่ 081-5087475 ส่วนหน่วยงานใดที่สนใจอยากนำภาพยนตร์สารคดี “Me and the Magic Door” ไปฉายก่อนเปิดสู่สาธารณชนในปีหน้า สามารถติดต่อได้ที่สถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย โทร. 02-2504976

ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, รัตนาวลี โลหารชุน และ รศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล

ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, รัตนาวลี โลหารชุน และ รศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล

เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว CU Alumni Connex

เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว CU Alumni Connex

สถาปนิกและช่างชาวอิตาลี

สถาปนิกและช่างชาวอิตาลี

ดร.กิตตินันท์ ชินสำราญ

ดร.กิตตินันท์ ชินสำราญ

‘พิมพ์ จารุเศรนี’สานต่อความสำเร็จ 60 ปี‘นมตรามะลิ’ ตอกยํ้าแบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ที่ครองใจคนไทยและคนทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694103

‘พิมพ์ จารุเศรนี’สานต่อความสำเร็จ 60 ปี‘นมตรามะลิ’  ตอกยํ้าแบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ที่ครองใจคนไทยและคนทั่วโลก

‘พิมพ์ จารุเศรนี’สานต่อความสำเร็จ 60 ปี‘นมตรามะลิ’ ตอกยํ้าแบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ที่ครองใจคนไทยและคนทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หากให้นึกถึงผลิตภัณฑ์สินค้าไทยหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ “นมตรามะลิ” อย่างแน่นอนเพราะเป็นสินค้าแบรนด์ไทยที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 60 ปี และไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น นมตรามะลิ ยังเป็นแบรนด์ไทยที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้การยอมรับ ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมาอะไรที่ทำให้นมตรามะลิเป็นที่ 1 ในใจคนไทยและคนทั่วโลก และก้าวต่อไปในทศวรรษที่ 7นมตรามะลิจะเป็นอย่างไร คงไม่มีใครให้คำตอบได้ดีไปกว่า พิมพ์ จารุเศรนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด และบริษัทในเครือ

“เราให้ความสำคัญในเรื่อง consumer insight คือการเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะนำความต้องการนั้นมาพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ในการทำงานและพัฒนาสินค้า ทางทีมมะลิให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เสมอ เมื่อได้ insight มาแล้วก็มาทำงานควบคู่กับฝ่าย R&D พัฒนาสินค้าออกมาโดยเรามุ่งเน้นเลือกวัตถุดิบที่ดีมาตรฐานสูง พร้อมกับมีทีมงานการตลาดและทีมเซลล์ที่ทำงานไปด้วยกันทั้งระบบ โดยมองที่จุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยมุ่งที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคพร้อมการปรับตัวตลอดเวลา จึงทำให้เราเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ไม่เพียงเท่านั้น นมตรามะลิ ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างคุณค่าของแบรนด์ เน้นการสร้างเรื่องราว เน้นคุณค่าของแบรนด์ว่ามีความหมาย มีประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างไร โดยสร้างความแตกต่างของแบรนด์ นำมาสร้างจุดขายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค มีการทำวิจัยทางการตลาดเพื่อเช็คว่า brand concept และ brand story ที่ทำอยู่นั้นตอบโจทย์หรือตรงกับความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่”

ด้วยความยึดมั่นในการผลิตสินค้าที่มุ่งมั่นมอบสิ่งที่ดีที่สุดที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ไม่เพียงแต่ความภาคภูมิใจของชาวนมตรามะลิที่เป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภคแล้ว สำหรับผู้บริหารที่เป็นหัวเรือใหญ่ขององค์กร ยังมีอีก 2 ความภาคภูมิใจที่ได้รับ

“ความภาคภูมิใจสูงสุด คือ การที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานครุฑตราตั้งให้แก่ บริษัทอุตสาหกรรมนมไทย จำกัดในปีพ.ศ.2550  ซึ่งเราในฐานะผู้บริหาร ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต ความภูมิใจที่สอง คือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “นมข้นหวาน มะลิ โอวัลติน อีซี่ สควีซ” เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นการทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลกอย่างโอวัลติน ซึ่งกว่าจะเกิดขึ้นได้เราต้องผ่านมาตรฐานสากลต่างๆ นอกเหนือจากที่เราได้การรับรองอยู่เดิมแล้ว เช่น SMETA (SEDEX Members Ethical Trade Audit) เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ SEDEX (Supplier Ethical Data Exchange) อีกด้วย ซึ่ง SMETA เป็นระบบการจัดการเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน ที่สมาชิกทางธุรกิจทั่วโลกมีข้อตกลงร่วมกันการพัฒนาจริยธรรมของบริษัท หรือกลุ่มผู้จัดจำหน่าย ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้นการที่เราผ่านการตรวจสอบมาตรฐานสากลเหล่านี้และได้ร่วมมือกับโอวัลติน แบรนด์เครื่องดื่มมอลต์สกัด รสช็อกโกแลต อันดับ 1 ระดับโลกกับเราซึ่งเป็นแบรนด์อันดับ 1 นมข้นหวานของไทย จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เราภูมิใจมากเช่นกัน”

สำหรับก้าวต่อไปในทศวรรษที่ 7 ของบริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จะเป็นอย่างไรพิมพ์ จารุเศรนี เผยว่า

“ก้าวต่อไป คือการที่เราให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการและสอดคล้องไปกับกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและรสชาติของผลิตภัณฑ์ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเป็นไทยและคงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ต่างๆ ของผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนอกจากเรื่องคน คือการออกผลิตภัณฑ์ใน segment ใหม่ๆ เราสนใจกลุ่มสินค้าอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน (ready to eat) เพราะความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันต้องการอะไรที่รวดเร็วทันใจ ทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น สะดวก อร่อยเหมือนทานร้านอาหาร ในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ plant based ที่กำลังเป็นเมกาเทรนด์ของอุตสาหกรรมอาหารโลกและไทย ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง และการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ การดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย น่าหยิบใช้ สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นตัวตนและตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ให้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเรามุ่งมั่นที่จะขยายการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกให้มากยิ่งขึ้น เพราะเรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากลในราคาที่คุ้มค่าต่อผู้บริโภค”

การที่ธุรกิจดำเนินกิจการมาได้อย่างมั่นคงและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคมาโดยตลอด นโยบายด้านหนึ่งที่ บริษัทให้ความสำคัญนั่นคือ การตอบแทนความทุ่มเทของพนักงาน ผู้บริโภค และสังคม ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมมากมายของบริษัท

“บริษัทมีพนักงานในสำนักงาน โรงงานทั้งที่สมุทรปราการ และบางปะอิน รวมกว่า 1,000 ครอบครัว บริษัทมีโครงการต่างๆ ที่คอยดูแลพวกเขาให้เข้าถึงการศึกษา สาธารณสุข วัคซีน มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานพนักงาน เพราะเราเล็งเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นการต่อยอดที่ไม่สิ้นสุด ส่วนการตอบแทนผู้บริโภคและสังคมที่สนับสนุนนมตรามะลิ ขณะนี้บริษัทมีโครงการ CSR หลากหลายด้าน เช่น โครงการ Mali Care เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ในแง่มุมต่างๆ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราได้ให้ความช่วยเหลือชุมชนโดยรอบสำนักงานและโรงงาน ด้วยการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไปยังครอบครัวและชุมชน และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลภายนอก บริจาคเงินและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของเราเอง ทั้งนม UHT และน้ำดื่มตรามะลิ ให้กับหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้ เรายังได้สนับสนุนและร่วมสมทบทุนในการจัดตั้งศูนย์พักคอย Community Isolation ในชุมชนต่างๆ ซึ่งได้ดำเนินไปแล้วกว่า 500 เตียง นับเป็นเรื่องที่เราประทับใจมากที่ได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันและถือเป็นการตอบแทนสังคมที่มะลิได้อยู่เคียงข้างคนไทยมาตลอด 60 ปี”

พิมพ์ จารุเศรนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด และบริษัทในเครือ ได้ทิ้งท้ายขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนในความสำเร็จตลอด 60 ปี ของนมตรามะลิว่า

“ขอบคุณทุกภาคส่วนที่เป็นแรงสำคัญของมะลิ ที่ทำให้เราอยู่ได้อย่างยาวนานแบบเติบโตขึ้นทุกปี ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในเรื่องสารอาหารและมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภคชาวไทยค่ะ นมตรามะลิให้คำมั่นว่าเราจะสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีเพื่อสุขภาพผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นการตอบแทนผู้บริโภคที่เชื่อมั่นต่อแบรนด์นมตรามะลิเสมอมาและตลอดไปค่ะ”

มุมนี้มีนัด : 25 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694109

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

n คิวท์เพรส สกินแคร์ อ่อนโยนขั้นสุด

Cute Press (คิวท์เพรส) แนะนำสกินแคร์น้องใหม่มาแรง “CI-LAB SENSITIV” ครั้งแรกของสกินแคร์เซฟผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่คิดค้นเพื่อคนในเมืองที่มีอากาศร้อนชื้นโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่น “ความอ่อนโยนขั้นสุด” ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง มาพร้อมนวัตกรรม SUB-MICRON BARRIER RESCUE COMPLEX เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ที่ผสาน 4 สารบำรุงเข้มข้นในอนุภาคเล็กพิเศษขนาด SUB- MICRON อย่าง Ceramide, Phytosphingosine,Aloe Vera และ D-Panthenol ซึมลึกเข้าบำรุงถึงชั้นเซลล์ผิว (ผิวชั้นนอก) ช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง มาพร้อมเนื้อสัมผัสเกลี่ยง่าย ซึมไวไม่เหนียวเหนอะหนะ ตอบไลฟ์สไตล์คนเมืองร้อนชื้นทุกเพศ ทุกวัย และทุกสภาพผิว ที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดด ความชื้น ฝุ่นควัน และมลภาวะวางจำหน่ายแล้วทั้งช่องทางออฟไลน์ ได้แก่ Cute Press Shop ทั่วประเทศ ร้านตัวแทนจำหน่ายWatsons, EVEANDBOY, BEAUTRIUMรวมถึงช้อปออนไลน์ผ่าน  www.cutepress.com, Cute Press Facebook Official, IG Official,Line Official, Line My Shop, Shopee, Lazada,Konvy และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ Grab Mart, Line Man Mart, Panda Shops

n งาน Thailand Travelution 2022

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยการสนับสนุนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดงาน Thailand Travelution 2022 งานแสดงเทคโนโลยีการท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทยจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2565 และมีพิธีเปิดในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง Ballroom1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล”

Grand Opening! ‘Ma De’ Phu Wiang-มา เด้อ ภูเวียง’ แลนด์มาร์คใหม่ภูเวียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694190

Grand Opening! ‘Ma De' Phu Wiang-มา เด้อ ภูเวียง’ แลนด์มาร์คใหม่ภูเวียง

Grand Opening! ‘Ma De’ Phu Wiang-มา เด้อ ภูเวียง’ แลนด์มาร์คใหม่ภูเวียง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

ได้ฤกษ์ Grand Opening สุดยิ่งใหญ่อลังการสมชื่อ ในวันที่ 21 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา สำหรับคาเฟ่ที่กำลังถูกกล่าวถึงในตอนนี้  “Ma De’ Phu Wiang-มา เด้อ ภูเวียง” จ.ขอนแก่น สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ที่ถูกเนรมิต โดย  “มีมี่ – ผอ.ณิชาภา เจริญภาคินรัตน” กรรมการผู้จัดการ/ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไลฟ์ กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับความสวยงามอลังการด้วยตัวคุณเอง เรียกว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกแห่งที่ห้ามพลาด!

สำหรับ Ma De’ Phu Wiang เป็นคาเฟ่ที่ออกแบบมาเพื่อดินแดนมาเด้อโดยเฉพาะ โดยเนรมิตสวนขึ้นมาให้ร่มรื่นมีธารน้ำไหลทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของตัวอาคาร เป็นส่วนที่ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ขณะที่คฤหาสน์สุดหรูได้ถูกตกแต่งแบบ Contemporary ให้ความรู้สึกหรูหรา ประหนึ่งว่าฉันเป็นมหาเศรษฐี กับมุมถ่ายรูปมากมายหลายห้อง ที่จะทำให้ทุกคนสนุกและเพลิดเพลินได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ

และถ้าพูดถึงภูเวียงสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ไดโนเสาร์ อีกหนึ่งจุดถ่ายรูปที่ห้ามพลาดเด็ดขาด! ไดโนเสาร์คู่แม่ลูกที่ตั้งใจออกแบบและผลิตแบบที่ไม่เหมือนใคร มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น  นอกจากนี้ยังมีมุมเช็คอินที่ห้ามพลาด  flower wall เป็นอีกมุมที่ต้องมาถ่ายรูป รับรองว่า ปัง!

Ma De’ Phu Wiang จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 – 19.00 น. โทร 093 246 9392

-(016)

คณะผู้บริหาร ส.ป.ก. ร่วมลงนามถวายพระพร ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694189

คณะผู้บริหาร ส.ป.ก. ร่วมลงนามถวายพระพร ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

คณะผู้บริหาร ส.ป.ก. ร่วมลงนามถวายพระพร ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.26 น.

ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อรักษาพระอาการประชวร

24 พฤศจิกายน 2565  ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายเอกพงศ์ น้อยสร้าง รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  หัวหน้าผู้ตรวจราชการ นางสาวฆนีรส โพธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง นายสมศักดิ์ การเจริญกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดินข้าราชการ เเละเจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าถวาย ฯ หน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  และร่วมลงนามถวายพระพร ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร  ทรงมีพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

-(016)

เอไอเอฯ จัด ‘เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 9’ ตอกย้ำวันแห่งการทำความดีร่วมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694176

เอไอเอฯ จัด ‘เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 9’ ตอกย้ำวันแห่งการทำความดีร่วมกัน

เอไอเอฯ จัด ‘เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 9’ ตอกย้ำวันแห่งการทำความดีร่วมกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.51 น.

เอไอเอ ประเทศไทย รวมพลังพนักงาน ตัวแทน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ  จัดโครงการ “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 9” วันแห่งการทำความดีร่วมกันประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “แชร์ริ่ง กรีน สเปซ” โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ 20,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นให้กับคนไทยในพื้นที่สาธารณะ 9 แห่งทั่วประเทศ  พร้อมสานต่อนโยบาย “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาเป็นตัวแทนรับต้นกล้าภายในงาน ณ สวนลุมพินี โดย “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 9” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 พร้อมกันใน 9 พื้นที่ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดยนายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “โครงการ เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 9” (AIA Sharing A Life 9) เป็นกิจกรรมที่พวกเราชาวเอไอเอ เรียกว่าวันแห่งการทำความดีร่วมกันที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อตอบแทนสิ่งที่ดีคืนสู่สังคม พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แชร์ริ่ง กรีน สเปซ” (Sharing Green Space) เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่สาธารณะ 9 แห่งพร้อมกันทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 2 พื้นที่ รวมปลูกต้นไม้จำนวน 10,000 ต้น และพื้นที่ใน 7 จังหวัดทั่วประเทศอีก 10,000 ต้น รวมทั้งสิ้น 20,000 ต้น ถือเป็นการตอกย้ำถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ESG ของเราที่มุ่งให้ความสำคัญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”

สำหรับกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ สวนลุมพินี ได้รับเกียรติจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นตัวแทนรับมอบต้นกล้า และปลูกต้นไม้พร้อมกับคณะผู้บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เพื่อมุ่งเพิ่มปอดให้กับคนกรุงเทพ ตอบรับนโยบาย “ปลูกต้นไม้ล้านต้น เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุงเทพฯ” หวังเพิ่มร่มเงาและพื้นที่สีเขียวในเมือง ส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เดินได้

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการปลูกต้นไม้ในบริเวณพื้นที่เขตบางรัก ทั้งบริเวณสวนเกาะกลางถนน สี่แยกสามย่าน ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของการเข้าสู่เขตบางรัก ภายในโรงเรียนวัดหัวลำโพง และแนวฟุตบาทถนนสีลม

โครงการเอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ หรือ วันแห่งการทำความดีร่วมกัน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “แชร์ริ่ง กรีน สเปซ” ในครั้งนี้ ได้มีการรวมพลังจิตอาสาจากทุกภาคส่วนทั้งสิ้นกว่า 50,000 คน ที่ได้ออกมาแสดงพลังความดี เพื่อทำกิจกรรมตอบแทนสังคม ซึ่งนอกจากกิจกรรมปลูกต้นไม้แล้ว ยังมีกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่น ๆ อีก ได้แก่ บริการตรวจสุขภาพฟรีโดยโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และเอไอเอ ไวทัลลิตี้ ปรับปรุงทัศนียภาพโดยรอบ ทาสีม้านั่ง เก็บขยะ และทำความสะอาดในพื้นที่สวนลุมพินีและพื้นที่สาธารณะในเขตบางรัก ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่ทำขึ้นพร้อมกันในอีก 7 พื้นที่ทั่วประเทศ นอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ทั้งหมด 20,000 ต้น ยังประกอบด้วย

•             พื้นที่วัดป่าพุทธธรรมาราม จ.เชียงใหม่

•             พื้นที่อนุรักษ์ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำบึงกี่ จ.ขอนแก่น

•             พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติไตรตรึงษ์ จ.กำแพงเพชร

•             พื้นที่ป่าชายเลนวิถีชุมชน จ.สมุทรสงคราม

•             พื้นที่เขตป้องกันอนุรักษ์ฟื้นฟูผืนป่าและสร้างฝายมีชีวิต วัดโพธิคุณ (ห้วยเตย) จ.ตาก

•             พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดล จ.ชลบุรี

•             พื้นที่โรงเรียนวัดลาดทราย จ.อยุธยา

ซึ่งโครงการนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ ESG ของเอไอเอ ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาล เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในสังคมของเรา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันไปกับเอไอเอ ประเทศไทย หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปีได้ที่ http://www.aia.co.th 

-(016)

สธ. จัดมหกรรมพลังคน พชอ. ครั้งที่ 2 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ พชอ./พชข.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694174

สธ. จัดมหกรรมพลังคน พชอ. ครั้งที่ 2  มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ พชอ./พชข.

สธ. จัดมหกรรมพลังคน พชอ. ครั้งที่ 2 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ พชอ./พชข.

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.48 น.

กระทรวงสาธารณสุข จัดมหกรรม พลังคน พชอ. ครั้งที่ 2 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนรู้การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ สู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตวิถีใหม่ และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ พชอ./พชข. ที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ 13 รางวัล

24 พฤศจิกายน 2565 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวชั่น กทม. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดงานมหกรรม “พลังคน พชอ. ครั้งที่ 2 ” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ทั่วประเทศ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับเขต (พชข.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ พชอ./พชข. ที่ประสบผลสำเร็จในการดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ 13 รางวัล โดยมี นายแพทย์ณรงค์  อภิกุลวณิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข   นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน

นายแพทย์โอภาสกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมบูรณาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ปี ภายใต้แนวคิด “พื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรม “คนอำเภอเดียวกันไม่ทอดทิ้งกัน” โดยมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และคณะกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับเขต (พชข.) ขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนดูแลตนเองอย่างเป็นรูปธรรม เกิดนวัตกรรมที่เป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ นำไปขยายผลครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศทั้ง 878 อำเภอ และ 50 เขตในกทม. เป็นชุมชนสุขภาวะ เมืองสุขภาพดี สังคมเกื้อกูลซึ่งกันและกันตามบริบทของพื้นที่ นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์โรคโควิด 19 พชอ.ยังมีส่วนสำคัญในการควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่ สร้างการรับรู้และความเข้าใจในการป้องกันตนเองให้กับคนในชุมชนและนอกชุมชน นำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตวิถีใหม่

“ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล พลังคน พชอ. ในครั้งนี้ ถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศในการทำงาน แสดงถึงพลังแห่งความมุ่งมั่น ทุ่มเท ตั้งใจพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้ร่วมกันพัฒนาการดำเนินงาน สร้างนวัตกรรมในการดูแลส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องตามแนวทาง Health for Wealth ทำให้ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง ต่อไป” นายแพทย์โอภาสกล่าว

สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติ มี 5 ประเภท ได้แก่ 1.รางวัลอำเภอสุขใจ จำนวน 3 รางวัล 2.รางวัลฟันเฟือง พชอ. จำนวน 3 รางวัล 3.รางวัลโครงการคุณภาพชีวิตวิถีใหม่ จำนวน 3 รางวัล 4.รางวัลนวัตกรรมอำนวยสุขจำนวน 3 รางวัล และ 5.รางวัล พชอ. หยัดยืน จำนวน 1 รางวัล

-(016)

ดีป้า-ทราวิซโกฯ พัฒนา ‘ThailandCONNEX’ ฟื้นท่องเที่ยวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694166

ดีป้า-ทราวิซโกฯ พัฒนา ‘ThailandCONNEX’ ฟื้นท่องเที่ยวไทย

ดีป้า-ทราวิซโกฯ พัฒนา ‘ThailandCONNEX’ ฟื้นท่องเที่ยวไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.34 น.

ดีป้า ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน ทราวิซโก เทคโนโลยี ทราเวลเทคชั้นนำของประเทศ เปิดตัว ThailandCONNEX แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไทยได้เจอกับ OTAs ทั่วโลกได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ชูจุดเด่นส่วนแบ่งรายได้ที่ Win-Win ทุกฝ่าย เพื่อใช้ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกฟื้นธุรกิจท่องเที่ยวไทยหลังโควิด คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท

โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า แถลงข่าวร่วมกับ นายณัฐเศรษฐ วงศ์วัฒนากานต์ CEO ทราวิซโก เทคโนโลยีถึงความร่วมมือด้านการสนับสนุนและพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘ThailandCONNEX’ ด้วยกัน พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นาย พีรชัย อัศดาชาตรีกุล Senior Innovation Manager, MICE Intelligence & Innovation สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ มาพูดคุยถึงการร่วมสนับสนุนครั้งนี้

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาตลอด จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบันที่นิยมค้นหาและจองที่พัก การเดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ (OTAs) แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะ SMEs ยังขาดศักยภาพในการพัฒนาช่องทางออนไลน์ของตัวเอง และต้องเสียส่วนแบ่งกำไรสูงเมื่อทำการขายผ่าน OTAs ต่างชาติ ส่วนผู้ประกอบการที่อยากเพิ่มช่องทางขาย ลดการพึ่งพิง OTAs ต่างชาติ กลับยากที่จะติดต่อกับ OTAs ของสตาร์ทอัพไทย ขณะเดียวกัน OTAs ของสตาร์ทอัพไทยก็ถือว่าเติบโตค่อนข้างช้า เพราะติดอุปสรรคในเรื่องของเงินทุน ความน่าเชื่อถือ และต้องอาศัยระยะเวลาในการเข้าถึงและได้มาซึ่งผู้ประกอบการท่องเที่ยวในระบบ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย ดีป้า จึงได้ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน บริษัท ทราวิซโก เทคโนโลยี จำกัด ทราเวลเทคชั้นนำของประเทศ พัฒนา ThailandCONNEX แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Digital Tourism Platform) เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวประเภทต่าง ๆ ทั่วไทยกับ OTAs ของสตาร์ทอัพไทย และ OTAs ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในทางกลับกัน OTAs ไทยและต่างชาติจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรการท่องเที่ยวของไทยได้ง่ายขึ้น

“ThailandCONNEX ถือเป็นแพลตฟอร์มที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจ ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าร่วมในแพลตฟอร์มดังกล่าวมากกว่า 100,000 ราย มีสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 200,000 รายการ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลต่อไป” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ด้าน นายณัฐเศรษฐ วงศ์วัฒนากานต์ CEO ทราวิซโก เทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงมาก แต่โควิดทำให้การท่องเที่ยวไทยที่เคยคึกคักกลับต้องเงียบเหงา นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจาก 40 ล้านคน เหลือไม่ถึงล้านคน รายได้กว่า 3 ล้านล้านบาทต่อปี เหลือไม่ถึง 9 แสนล้านบาท คนไทยแทบจะไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ ผู้ประกอบการที่พัก การเดินทาง สถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งตัวแทนท่องเที่ยวต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ทราวิซโก เทคโนโลยี ในฐานะผู้ประกอบการทราเวลเทคที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ดีป้า ดำเนินการพัฒนา ThailandCONNEX ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการให้บริการในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

“ThailandCONNEX จะเป็นแพลตฟอร์มกลางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งให้บริการในลักษณะธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ที่จะรวบรวมสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท เกสเฮ้าส์ หรือที่พักรูปแบบอื่น สถานที่และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness) รถเช่า เรือโดยสาร อควาเรียม สวนสัตว์ สนามกอล์ฟ สนามฟุตบอล โชว์ มหรสพ รวมถึงกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ทั้งการดำน้ำ ผจญภัย ฯลฯ ไว้ในที่เดียว เพื่อให้ OTAs ทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อเพื่อทำการตลาดและนำเสนอให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตน โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับผู้ประกอบการแต่ละรายเหมือนที่ผ่านมา โดย ThailandCONNEX ชูจุดเด่นในเรื่องของการเก็บส่วนแบ่งรายได้ (GP) ในลักษณะ Win-Win กับทุกฝ่าย ซึ่งจะเรียกเก็บในอัตราที่ทำให้ทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวและ OTAs มีกำไรเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ” นายณัฐเศรษฐ กล่าว

ThailandCONNEX ถูกออกแบบระบบให้มีการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ภายใต้มาตรฐานข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และใช้เทคโนโลยี AI ประมวลผลเพื่อค้นหาคุณลักษณะ แนวโน้ม ความชอบ และความต้องการของนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการออกแบบปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ และต่อหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดนโยบายการส่งเสริมที่ตอบโจทย์ได้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ พร้อมไปกับการยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ThailandCONNEX ยังมีระบบ Token ที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีเครื่องมือกระตุ้นการใช้จ่าย (Incentive) เพิ่มการซื้อซ้ำ (Repeat Purchase) และสร้างพันธฺมิตร (Alliance) กับผู้ประกอบการรายอื่นอีกด้วย

ทั้งนี้ ทราวิซโก เทคโนโลยี ได้วางแผนร่วมกับ ดีป้า รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมการตลาดทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ควบคู่ไปกับการหาสินค้าและบริการเข้าสู่แพลตฟอร์ม พร้อมวางแผนร่วมกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวต่างชาติ ทำการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มให้กับ OTAs ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสอย่างไร้ขีดจำกัดแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย และส่งเสริมให้แพลตฟอร์มประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

“ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ ThailandCONNEX แพลตฟอร์มแห่งชาติ สามารถติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาแพลตฟอร์มได้ที่ http://www.ThailandCONNEX.com และรับรองว่า ภายในต้นปี 2566 นี้ ThailandCONNEX จะพร้อมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไทยไปพบกับตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างแน่นอน” นายณัฐเศรษฐ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/ThailandConneX , LINE OA: @ThailandConneX

-(016)