คุยกัน 7 วันหน :‘สี จิ้นผิง’ ถอดแมสก์-เลิกกลัวโควิด เดินหน้าการทูตระหว่างประเทศเต็มสูบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693120

คุยกัน 7 วันหน :‘สี จิ้นผิง’ ถอดแมสก์-เลิกกลัวโควิด เดินหน้าการทูตระหว่างประเทศเต็มสูบ

คุยกัน 7 วันหน :‘สี จิ้นผิง’ ถอดแมสก์-เลิกกลัวโควิด เดินหน้าการทูตระหว่างประเทศเต็มสูบ

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภายหลังได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็เดินหน้าปฏิบัติภารกิจยังต่างแดนต่อเนื่องทันที หลังจากว่างเว้นไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ เก็บตัวอยู่แต่ในประเทศนานกว่า 2 ปี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในจีนและทั่วโลก

นั่นทำให้เราได้เห็นประธานาธิบดีสีแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำหนึ่งในมหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลไปทั่วโลกอย่างจีน ด้วยการเข้าร่วมการประชุมบนเวทีใหญ่ของโลก ทั้งการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ G20 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียเมื่อต้นสัปดาห์ ที่ซึ่งปรากฏภาพของเขาขณะสัมผัสมือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแบบไม่มีหน้ากากอนามัยมาปิดบังไปสู่สายตาคนทั้งโลก ตามด้วยการเจรจาระหว่างกันแบบพบหน้านานกว่า 3 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

นอกจากนี้ ยังมีการพบหารือทวิภาคีกับทั้งนายกรัฐมนตรีแอนโทนีอัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นอกรอบการประชุม G20 ที่มีจุดประสงค์เพื่อผ่อนคลายความขัดแย้งระหว่างสองชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมารวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังพบหารือนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะคิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

อย่างไรก็ดี ภาพข่าวที่เพิ่งปรากฏในวันนี้ ที่ประธานาธิบดีสี ยืนพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีจัสตินทรูโด ในการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 พร้อมกับกล่าวคำพูดเชิงตำหนิผู้นำแคนาดา เรื่ืองนำข้อมูลการหารือระหว่างสองฝ่ายไปเผยต่อสื่อ ก็เป็นสิ่งที่เตือนให้เห็นว่า แม้จีนจะหันมาเดินหน้าสานสัมพันธ์กับชาติตะวันตกและเพื่อนบ้าน แต่ภาพของความขัดแย้งกับหลายชาติก็ยังคงปรากฏอยู่

ขณะเดียวกัน เมื่อจับสัญญาณคำกล่าวของประธานาธิบดีสี ที่เน้นย้ำในที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 29 เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ผ่านมาว่า “ตอนนี้ โลกกำลังยืนอยู่บนทางแยกของประวัติศาสตร์อีกครั้ง และเอเชียแปซิฟิกมีความสำคัญและมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น เพราะนี่คือสถานที่แห่งชีวิตและแหล่งที่มาของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก” และบอกอีกว่า เอเชีย-แปซิฟิกเป็นสถานที่ เพราะนี่คือสถานที่แห่งชีวิตและแหล่งที่มาของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้พัฒนาอย่างจริงจัง ทำให้เกิดปาฏิหาริย์แห่งเอเชีย-แปซิฟิกที่ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก ความร่วมมือในเอเชีย-แปซิฟิกหยั่งรากลึกในหัวใจของประชาชนมาช้านาน”

หลี่ หมิงเจี้ยน ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศเอส.ราชารัตนัม ในสิงคโปร์ บอกกับ Reuters ว่า ตารางงานแน่นขัดของประธานาธิบดีสีในช่วงนี้ อีกทั้งการแสดงออกซึ่งความเห็นเข้าใจอย่างชัดเจนต่อเอเชีย-แปซิฟิก แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจีนพร้อมกลับมายืนหนึ่งบนเวทีโลก และมีแสดงบทบาทผู้นำในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกครั้ง การเข้าร่วมการประชุมสุดยอดยังต่างแดน และพบหารือบรรดาผู้นำต่างชาติคนสำคัญจะช่วยให้จีนบรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว

การกลับมาแสดงจุดยืนทางการทูตที่เด่นชัดอีกครั้งของจีน ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่จีนกำลังแข่งขันด้านอิทธิพลในเอเชีย-แปซิฟิกกับสหรัฐฯ ที่พยายามอย่างยิ่งในการเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการออกมาสนับสนุนไต้หวัน และการเดินหน้าทำข้อตกลงด้านความมั่นคงกับออสเตรเลียกับอังกฤษ หรือ ออคัส ซึ่งทำให้จีนไม่สบายมากขึ้นเรื่อยๆ

หลี่ หมิงเจี้ยน บอกอีกว่าในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า จีนน่าจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำบนเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้วยการผลักดันโครงการต่างๆ ที่จีนต้องการสนับสนุนให้เกิดขึ้นและประสบผลสำเร็จ ทั้งการขยายโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ผลักดันโครงการพัฒนาโลก (Global Development Initiative – GDI) และโครงการเพื่อความมั่นคงโลก (Global Security Initiative – GSI)

ขณะเดียวกับ การเดินหน้าเยือนต่างประเทศและพบหารือบรรดาผู้นำโลก ยังเน้นย้ำถึงอิทธิพลของประธานาธิบดีสีในฐานะผู้นำตัวจริงของชาติมหาอำนาจโลกอย่างจีนจากที่ในช่วงก่อนแพร่ระบาดของโควิด-19 ประธานาธิบดีสีมักคุ้นเคยกับการสานความสัมพันธ์แบบเน้นตัวบุคคลมากกว่า

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเข้ามามีอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านโครงการความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจต่างๆทั้งออคัส อันเป็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย หรือควอด ความร่วมมือ 4 ชาติระหว่างสหรัฐฯออสเตรเลีย อินเดีย และญี่ปุ่น เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ประธานาธิบดีสีและจีนต้องเร่งกลับมาแสดงจุดเด่นบนเวทีโลก เพื่อให้เพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคเห็นว่า จีนไม่ได้อ่อนเปลี้ยหรือสูญเสียความสำคัญและอิทธิพลไป อย่างน้อยการแสดงออกบนเวทีโลกของจีน ก็ทำให้ประเทศต่างๆ แสดงจุดยืนตรงกลาง ไม่เลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญหน้ากันอย่างถึงพริกถึงขิงบนสนามประลองทางภูมิรัฐศาสตร์กันอยู่ในตอนนี้

โดย ดาโน โทนาลี

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ศาสนิกสัมพันธ์’ภูมิพหุวัฒนธรรมจากศาสนาของแผ่นดิน

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ศาสนิกสัมพันธ์’ภูมิพหุวัฒนธรรมจากศาสนาของแผ่นดิน

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ศาสนิกสัมพันธ์’ภูมิพหุวัฒนธรรมจากศาสนาของแผ่นดิน

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประธานพิธีกับผู้นำศาสนา

ด้วยกิจกรรมศาสนิกสัมพันธ์ของกรมการศาสนา เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดย พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา ประธานฝ่ายสงฆ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพลสุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นายโกวิท ผกามาศอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปรทีบ การมิตรีรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้แทนองค์การทางศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาซิกข์ และเครือข่าย 

ศาสนิกสัมพันธ์จากทุกศาสนา

ได้ร่วมกันนำเครื่องสมณบริขารถวายแด่พระภิกษุ สามเณร และมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ชาวบ้าน พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจศิลปินพื้นบ้าน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยุธยาที่ผ่านมาที่วัดท่าการ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการศาสนิกสัมพันธ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้ได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคจำนวน ๑,๑๐๐ ชุด ให้แก่ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างผู้นำศาสนากับศาสนิกชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่ ๔, ๖ และ ๗ ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา และหมู่ ๑, ๒ ตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติในเบื้องต้นและได้เยี่ยมเยียนศาสนสถานต่างๆ ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยานั้นมีโบราณสถานอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบจำนวน ๓๙๔ แห่ง อยู่ในเกาะเมือง ๑๘๙ แห่ง อยู่นอกเกาะเมือง ๒๐๕ แห่ง ในปี ๒๕๖๕ นี้มีโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ๘๓ แห่งคือ ในเกาะเมือง ๓ แห่ง และนอกเกาะเมือง ๘๐ แห่งในการป้องกันโบราณสถานจากอุทกภัยนั้น 

ผู้นำศาสนาร่วมมอบสิ่งของ

กรมศิลปากรได้ร่วมมือกับทางจังหวัด วัด ศาสนสถาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน ๒ พื้นที่หลักได้ร่วมกันเฝ้าระวังและดูแล ดังนั้น โครงการศาสนิกสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ จึงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนิกชน ทั้งผู้นับถือศาสนาเดียวกันและต่างศาสนา ที่ร่วมกันสานสัมพันธ์ความเป็นหนึ่งเดียวกันตามวิถีของศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีที่ดีงามให้มีความรัก ความสามัคคี มีความสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน จนสร้างความร่วมมือต่อการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกิจกรรมดังกล่าวนั้นนับเป็นการอยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความแตกต่างทางด้านวิธีคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติโดยเฉพาะเรื่องของศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อความศรัทธาที่แต่ละคนต่างได้รับการอบรมสั่งสอนตามพ่อแม่และบรรพบุรุษที่สืบสานปฏิบัติสืบต่อกันมานาน

ปลัดวธ.เยี่ยมเจ้าอาวาสวัด

ดังนั้น โลกทัศน์ของการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ อันนำไปสู่การเคารพในการปฏิบัติที่แตกต่างของศาสนิกชน แต่ละศาสนาในที่สุด ด้วยสังคมไทยมีความหลากหลายในการนับถือศาสนาซึ่งมีวิถีปฏิบัติเฉพาะตน แต่ด้วยความสามัคคีและมีสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจจึงทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุขและสมานฉันท์ ซึ่งต่างเชื่อมั่นถึงคุณงามความดีตามหลักธรรมคำสอนของแต่ละศาสนาดังนั้น ศาสนาจึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและหมั่นศึกษาใฝ่เรียนรู้ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงหลักคำสอนที่ถูกต้องในศาสนาของตน และนำพาไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันอันเป็นพลังสำคัญให้ชีวิตไปสู่ “สันติสุข” และ “สันติภาพ” ในสังคม 

ผู้บริหารของกระทรวงวัฒนธรรม

โดยทุกองค์การศาสนาในประเทศไทยได้ร่วมกันส่งเสริมให้ศาสนิกชนนำหลักธรรมทางศาสนาไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันเพื่อให้ศาสนิกชนเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำพาให้ประเทศมีความสงบร่มเย็นยั่งยืนนาน สำหรับการดำเนินงานด้านศาสนาในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นั้นนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ได้มีนโยบาย “๙ ดี ๑๒ เดือน ๑๒ เด่น นำธรรมะสู่ใจประชาชน” โดยมุ่งขับเคลื่อนให้วัดและศาสนสถานทุกศาสนา ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของประชาชน และใช้สื่อเทคโนโลยีและกิจกรรมทางศาสนาสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชน เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทุกช่วงวัย และร่วมกันพัฒนาวัด ศาสนสถานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้มีรายได้จากต้นทุนวัฒนธรรมทางศาสนาในอนาคต 

แนวป้องกันน้ำท่วม

แนวป้องกันน้ำท่วม

สิ่งของบรรเทาภัยเบื้องต้น

สิ่งของบรรเทาภัยเบื้องต้น

รมว.วธ.ตรวจความเสียหายโบราณสถาน

รมว.วธ.ตรวจความเสียหายโบราณสถาน

มอบสิ่งของช่วยเหลือ

มอบสิ่งของช่วยเหลือ

บริเวณนำ้ท่วม

บริเวณนำ้ท่วม

ไทยประกันชีวิต ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693128

ไทยประกันชีวิต ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2565

ไทยประกันชีวิต ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2565

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2565 ร่วมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวงโดยมียอดเงินทำบุญรวมทั้งสิ้น 2,292,231.69 บาทเพื่อนำไปบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้ร่วมทำนุบำรุงโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ของวัดธาตุทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง โรงเรียนวัดธาตุทอง (เรือนเขียวสะอาด) และโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง รวมเป็นเงิน 150,000 บาท

40 ปี ‘คาราบาว’กับซีดีอัลบั้มชุด‘40 ปี ฅนคาราบาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693133

40 ปี ‘คาราบาว’กับซีดีอัลบั้มชุด‘40 ปี ฅนคาราบาว’

40 ปี ‘คาราบาว’กับซีดีอัลบั้มชุด‘40 ปี ฅนคาราบาว’

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“คาราบาว” วงดนตรีเพื่อชีวิตระดับตำนานของเมืองไทย ปล่อยอัลบั้มชุดใหม่ “40 ปี ฅนคาราบาว”มาให้ฟังกันพักใหญ่แล้ว ทางบริการสตรีมมิ่งทั่วไทย ซึ่งในงานชุดนี้ มีเพลงในสไตล์คาราบาว ที่แฟนๆ รักและชื่นชอบให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็น “40 ปีฅนคาราบาว”, “สามช่าหาเพื่อน”, “ดอกไม้กับผีเสื้อ”,“วิมานรักอากาศ” ที่ฮิตติดลมบนไปแล้ว และยังมีงานเพลงที่ไม่ควรพลาดอีกหลายเพลง อาทิ “เรียบร้อยโรงเรียนจีน”,“รักสามเส้า”, “ยอดมนุษย์2%”, “น้ำตาอรชุน”และอีกหลากหลายเพลงความหมายดี

เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนเพลงพันธุ์แท้ของวงดนตรีเขาควาย และคอเพลงที่เป็นนักสะสมคาราบาวและวอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จึงจัดทำอัลบั้ม “40 ปี ฅนคาราบาว” ฉบับซีดีขึ้น เพื่อให้แฟนๆ ได้จับจองเป็นเจ้าของอัลบั้มที่ปล่อยออกมาในวาระสำคัญของคาราบาว กับการทำงานร่วมกันมายาวนานถึง 40 ปีและยังเป็นอัลบั้มชุดแรกในรอบ 10 ปีของคาราบาวอีกด้วย

โดยในอัลบั้ม “40 ปี ฅนคาราบาว” ฉบับซีดี นอกจากจะมีบทเพลงทั้ง 12 เพลงให้ฟังกันครบถ้วนแล้ว ยังบรรจุลงบนซีดีแผ่นทองคุณภาพสูง เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด สมกับการบันทึกเสียงของอัลบั้มชุดนี้ ที่ทำกันอย่างประณีต เพื่อให้ได้อารมณ์แบบงานเก่าๆ ของคาราบาว และมาพร้อมกับของขวัญพิเศษมากมาย

โปสต์การ์ดภาพสมาชิกคาราบาวแบบครบวง พร้อมด้วยสติ๊กเกอร์ที่ระลึก มีเฉพาะในอัลบั้มฉบับซีดีเท่านั้น และที่พิเศษสุดๆ บุ๊คเล็ตพิมพ์สี่สีอย่างดี หนา 40 หน้าที่มีทั้งภาพสวยๆ ของสมาชิกคาราบาว ที่ถ่ายทำในสตูดิโอ รวมถึงข้อความพิเศษถึงแฟนเพลงคนสำคัญ และเนื้อเพลงในอัลบั้ม “40 ปี ฅนคาราบาว” เพื่อให้สมกับเป็นอัลบั้มครบรอบ 40 ปีของวงดนตรีเพื่อชีวิตวงนี้

โดยซีดีอัลบั้ม “40 ปี ฅนคาราบาว” ทำมาจำหน่ายในจำนวนจำกัด มีหมายเลขกำกับเพียง 500 ชุดเท่านั้นงานนี้แฟนเพลงตัวจริงของคาราบาว และคอเพลงที่เป็นนักสะสมห้ามพลาด โดยเปิดให้สั่งจอง และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้แล้ว ทางเฟซบุ๊คเพจ CarabaoOfficial ที่ www.facebook.com/carabaoofficia

‘น้อย’ตะลอนถิ่นโคบาล อลังการโรงงานผลิตนมใหญ่อันดับ 2 ของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693131

‘น้อย’ตะลอนถิ่นโคบาล อลังการโรงงานผลิตนมใหญ่อันดับ 2 ของไทย

‘น้อย’ตะลอนถิ่นโคบาล อลังการโรงงานผลิตนมใหญ่อันดับ 2 ของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทริปนี้…ยังอยู่ที่ จ.สระแก้ว “น้อย-ปาริชาต” ชวน Check in ถิ่นโคบาลอลังโรงงานผลิตนมแปรรูปที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภาคตะวันออกที่ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย และยังติด 1 ในเอเชียอีกด้วย

งานนี้น้อยไม่รอช้าขอเดินชมโรงงานผลิตนม U.H.T จากนั้นซอกแซกไปดูการผลิตนมผงกันต่อ จากนมผงต่อยอดสู่การผลิตนมอัดเม็ด ที่ไม่ใช่แค่จำหน่ายในประเทศ แต่ยังส่งออกนอกประเทศด้วยเดินเที่ยวทั้งวัน…มื้อกลางวันไม่ต้องออกไปอิ่มท้องที่ไหนไกล เพราะที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น มีร้านวังน้ำเย็นคาเฟ่แอนด์ เรสเตอร์รอง ที่มีทั้งเครื่องดื่มคอกาแฟ แถมอาหารก็หลากหลาย

One day with อ้ายเลอร์ พาเที่ยวหนองคาย ส่องชีวิตบ้านเกิด ‘ออยเลอร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693130

One day with อ้ายเลอร์ พาเที่ยวหนองคาย ส่องชีวิตบ้านเกิด ‘ออยเลอร์’

One day with อ้ายเลอร์ พาเที่ยวหนองคาย ส่องชีวิตบ้านเกิด ‘ออยเลอร์’

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งศิลปินมากความสามารถ “ออยเลอร์” หรือ อารีรัตน์ อ้อมนอก ศิลปินไทดอลมิวสิค โดยเราจะเห็นผลงานการร้องเพลงของเธอออกมาให้แฟนๆ FC ได้เห็นกันบ่อยๆ นอกจากนี้ก็สามารถติตตามความเคลื่อนไหวทุก แพลตฟอร์มได้ที่ Thaidol Music หรือเฟซบุ๊คส่วนตัว “อารีรัตน์ อ้อมนอก/ออยเลอร์ ไทดอลมิวสิค” เธอมักโพสต์ภาพสวยๆ เผยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดเจ้าตัวขอพลิกบทบาทจากศิลปินนักร้องให้ทุกคนได้เห็นชีวิตจริงของเธอในบ้านเกิด ที่บ้านด่านศรีสุข ต.โพธิ์ตาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยเจ้าตัวจะพาไปเปิดสะพานไทย-ลาว และพาไปโรงเรียนสักลาย ซึ่งออยเลอร์จะแสดงฝีมือสักลายลายด้วยตนเอง ยังไม่พอจะชวนไปทานหมาล่าสูตรเด็ดฝีมือเธออีกด้วย “ออยเลอร์” เล่าว่า

เป็นการหาโอกาสที่จะได้กลับบ้านมาหาคุณพ่อ คุณแม่ยากมาก เพราะ “ออย” มีภาระหน้าที่การงาน จึงหาโอกาสดีๆ แบบนี้ยากมาก วันนี้เป็นโอกาสดีที่วิเศษมากๆ ค่ะ ที่ “ออย” ได้มาหาอ้อมกอดคุณพ่อ คุณแม่ และได้ทำหมาล่าด้วยกัน มันเป็นอะไรที่พิเศษจริงๆ ค่ะ

ต่าง…แต่ลงตัว‘พีเค-โยเกิร์ต’ หวานข้ามทวีป ฮันนีมูนไกลถึง‘อิตาลี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693132

ต่าง…แต่ลงตัว‘พีเค-โยเกิร์ต’  หวานข้ามทวีป ฮันนีมูนไกลถึง‘อิตาลี’

ต่าง…แต่ลงตัว‘พีเค-โยเกิร์ต’ หวานข้ามทวีป ฮันนีมูนไกลถึง‘อิตาลี’

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พีเค ปิยะวัฒน์-โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ควงแขนเสิร์ฟความหวานไกลถึงอิตาลีเป็นอีกหนึ่งคู่รักของวงการบันเทิงที่เพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อ 2 ปีก่อน ล่าสุดช่วงนี้โควิดเริ่มซา เลยได้โอกาสพาภรรยาคนสวยไปฮันนีมูนลงรูปโพสต์คลิปโชว์ความหวานกันอย่างรัวๆ ทำเอาหลายคนอิจฉาไปตามๆ กัน เรียกว่ารักเราไม่เคยเก่าเลยจริงๆ หรือว่าจะแอบซุ่มไปปั๊มทายาทกันรึเปล่าน้า

ส่วนชีวิตหลังจากแต่งงานของทั้งคู่ทางด้านภรรยาคนสวยที่คอยดูแลหนุ่มพีเคไม่ห่าง ทำให้หนุ่มพีเคหน้าตาดูสดชื่นสดใสเป็นพิเศษ หนุ่มพีเคก็ไม่น้อยหน้าสายเปย์ตัวพ่อ ตามใจภรรยาทุกอย่างพาไปทุกที่ ไม่มีขัดใจ อิจฉาสาวโยเกิร์ตจริงๆLife Style เดียวกันแบบนี้ อายุห่างกัน 14 ปีไม่มีปัญหา ไปชมภาพทริปหวานๆ กันต่อเลย

‘กอล์ฟ-พิชญะ’และ‘อัพ-ภูมิพัฒน์’นำเที่ยววัด พร้อมรู้จักตำนานการเต้นกว่า 100 ปีของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693129

‘กอล์ฟ-พิชญะ’และ‘อัพ-ภูมิพัฒน์’นำเที่ยววัด  พร้อมรู้จักตำนานการเต้นกว่า 100 ปีของไทย

‘กอล์ฟ-พิชญะ’และ‘อัพ-ภูมิพัฒน์’นำเที่ยววัด พร้อมรู้จักตำนานการเต้นกว่า 100 ปีของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เดินหน้าเรียนภาษาไทย และทำกิจกรรมสร้างความสนุกสนานกันอย่างต่อเนื่องสำหรับหนุ่มๆ บอยแบนด์จากญี่ปุ่นอย่างวง BALLISTIK BOYZ และPSYCHIC FEVER ที่เหล่าสมาชิกในวงต่างมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นในแต่ละคน แต่ทั้งหมดพร้อมใจกันมาเรียนรู้ความเป็นไทยในหลากหลายด้านผ่านรายการ New School Breakin’EP.4 ที่ครั้งนี้จะพาทุกคนออกทัศนศึกษานอกสถานที่เพื่อชมวัฒนธรรม และศิลปะอันงดงามของไทยในสถานที่ต่างๆ รวมถึงไปรู้จักอีกหนึ่งศาสตร์การเต้นที่มีมากว่าร้อยปีของประเทศไทย

เริ่มโดยวง “PSYCHIC FEVER”ที่ขอนั่งตุ๊กตุ๊กเป็นครั้งแรกเพื่อไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ “วัดโพธิ์”ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชม และโด่งดังในเรื่องการนวดแผนไทย โดยสมาชิกในวงต่างสนใจในสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากญี่ปุ่น พร้อมโพสท่าถ่ายรูปดัดตนตามรูปปั้นที่ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณวัด จากนั้นทั้งหมดได้เข้าไปสักการะพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ (พระนอน) ภายในวัด และที่นี่พวกเขายังมีภารกิจตามหาอาจารย์พิเศษที่จะมาเป็นผู้แนะนำสถานที่และความเป็นไทยให้กับเหล่าไอดอล นั่นก็คือนักแสดงวัยรุ่นหน้าใส อัพ-ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง (ซีรี่ส์ นับสิบจะจูบ) ที่พาเดินชมและอธิบายความเป็นมาโดยเฉพาะรูปปั้นยักษ์ที่มีเรื่องราวเล่าขานอันน่าสนใจ

ส่วนวง “BALLISTIK BOYZ” ได้มีโอกาสนั่งเรือไปเรียนรู้วิถีไทยแบบภาคสนามกันที่วัดอรุณราชวราราม หรือ“วัดแจ้ง” โดยมีภารกิจพิเศษให้สมาชิกวงแต่งชุดไทย เพื่อโพสท่าถ่ายรูปในสถานที่ตามคำใบ้ เพื่อตามหาอาจารย์พิเศษของพวกเขา และก็ไม่ทำให้ผิดหวังทุกคนแม้จะไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบเปลี่ยนชุดไทยกันอย่างขะมักเขม้น และเดินตามหาสถานที่ในภาพจนพบกับ กอล์ฟ-พิชญะนิธิไพศาลกุล นักร้อง นักแสดงมากความสามารถของไทยที่รับอาสาเป็นอาจารย์พิเศษ มาร่วมทำกิจกรรม และเล่าเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ ของสถานที่ รวมถึงตำนานยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์อีกด้วย

หลังจากนั้นทั้งสองวงมีนัดมาชมโชว์พิเศษที่หาชมได้ยากของไทย กับการแสดงชุด “คนเชิดโขน” ซึ่งเป็นการแสดงแบบร่วมสมัยที่นำเอาวัฒนธรรมของญี่ปุ่นกับไทยมาผสมผสานผ่านเครื่องดนตรี โดยมีต้นแบบมาจากโขน ซึ่งมีอายุ 200 ปี ทำเอาทุกคนต่างทึ่งและให้ความสนใจอย่างมากกับการแสดงชุดนี้ และก็ถึงเวลาที่เหล่าสมาชิกจะต้องออกมาเรียนท่าพื้นฐานโขน พร้อมกับฝึกเชิดหุ่นละครเล็กในท่าทางของยักษ์ และลิง ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานต่างๆ ของการฝึก แต่ต้องอาศัยทักษะและความอดทนกว่าจะได้ท่าทางที่สวยงาม ทำเอา BALLISTIK BOYZ และ PSYCHIC FEVER ตื่นเต้น และตั้งใจ สนุกไปกับการเรียนรู้ศิลปะไทยอีกแขนง เพื่อต่อยอดในงานของพวกเขาต่อไปแฟนๆ ชาวไทยเข้าไปร่วมอัปเดตและให้กำลังใจพวกเขาได้ใน รายการ New School Breakin’ ThailandEP.4 ทาง Youtube : High Cloud Entertainment

ทำความรู้จัก‘นะโม เรอบิเย’ หนุ่มลูกครึ่งหล่อตะโกน! ใช้ชีวิตต่างขั้ว 2 ประเทศ ใจกล้าลองทำสิ่งที่ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693135

ทำความรู้จัก‘นะโม เรอบิเย’ หนุ่มลูกครึ่งหล่อตะโกน! ใช้ชีวิตต่างขั้ว 2 ประเทศ  ใจกล้าลองทำสิ่งที่ใหม่

ทำความรู้จัก‘นะโม เรอบิเย’ หนุ่มลูกครึ่งหล่อตะโกน! ใช้ชีวิตต่างขั้ว 2 ประเทศ ใจกล้าลองทำสิ่งที่ใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ไหนใครชอบแนวลูกครึ่งสายฝอขอเสียงหน่อย!จะพาทุกคนไปทำความรู้จักนักแสดงหนุ่มลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ หุ่นแซ่บหน้าตาหล่อแบบตะโกน “นะโม เรอบิเย” อายุ 25 เกิดวันที่ 31 ธันวาคมพ.ศ.2539 เกิดที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขามีพี่สาวหนึ่งคน ส่วนด้านการศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เขาได้เรียนหนังสือจบด้านช่างอิเล็กทรอนิกส์ และมาเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ สาขาการจัดการอีเว้นท์ จากนั้นในเรื่องของนิสัยส่วนตัวหนุ่ม “นะโม เรอบิเย” ให้สัมภาษณ์ว่า

“นะโมส่วนใหญ่ก็จะชอบยิ้ม ชอบหัวเราะสนุกเฮฮาชอบเข้าหาคน เป็นคนใจเย็นไม่ได้รีบร้อนเวลาทำอะไรก็ค่อยๆ คิดก่อนทำเสมอ ถ้าผมสนิทกับใครแล้วคุยเล่นได้ง่ายมากเลย แต่ถ้าไม่รู้จักผมก็ทักทายกันมาได้ครับ” มาถามถึงสิ่งที่หนุ่ม “นะโม เรอบิเย” ชอบทำในเวลาว่างสักหน่อย เขาเล่าว่า “เวลาว่างก็ชอบออกกำลังกาย ผมติดฟิตเนสจริงจังมากเลยตั้งแต่มาถ่ายละคร สายลับลิปกลอส หุ่นเปลี่ยนแปลงเยอะมาก และปีก่อนโควิดผมชอบเล่นบาสเกตบอลครับ ผมเล่นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายก็จะชอบเล่นวีดีโอเกมพวกแนว PC หรือ ดูซีรี่ส์ ภาพยนตร์แนวคอเมดี้ เพราะมันทำให้ผมคลายเครียดดีครับ”

l นอกจากนี้พอถาม ‘นะโม เรอบิเย’ ถึงความสามารถด้านดนตรี เขาเผยว่า

“เมื่อก่อนผมเคยเล่นกีตาร์เบส มีวงกับเพื่อนๆที่สวิตเซอร์แลนด์ด้วย และเมื่อก่อนชอบฟังเพลงแนวเมทัลร็อกเพิ่งมาเปลี่ยนแนวฟังแร็พอเมริกาแร็พฝรั่งเศส สิ่งเดียวที่ผมต้องมีตลอดคือหูฟังชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลง มากครับ”

l ด้านผลงานในวงการบันเทิง เคยมีผลงานละครทางช่อง 3 ให้แฟนๆ ได้ชมมาแล้ว และเรื่องล่าสุด ‘สายลับลิปกลอส’ บทบาทของหนุ่ม ‘นะโม เรอบิเย’จะยากท้าทายแค่ไหน เจ้าตัวเผยว่า

“เรื่องนี้ผมรับบทชื่อ นะโม ชื่อเดียวกันเลยบทพูดน้อยแต่ที่ยากคือแอ๊กชั่นเยอะ ต้องแสดงให้ผู้ชมได้ฟีลโดยที่เราไม่พูดใช้ร่างกายอย่างเดียว ยากแต่ก็ยิ่งสนุกเรื่องนี้มีการเวิร์กช็อปกับทีมสตั้นท์ก่อนไปถ่าย คือเรื่องนี้ผมได้โชว์บู๊เต็มๆ ภูมิใจในตัวเองมากเลยครับ ก็ขอฝากละครสายลับลิปกลอสและฝากตัวละคร นะโมในเรื่องด้วย หน้าโหดมาก ร้ายมากครับ”

l พูดถึงเรื่องในวงการบันเทิงแบบนี้ต้องขอถามหนุ่ม ‘นะโม เรอบิเย’ ถึงจุดเริ่มต้นที่เข้ามาสู่ในวงการบันเทิงสักหน่อย เขาเล่าว่า

“ตอนแรกไม่ได้คิดเลยว่าจะเข้ามาในวงการนี้คือแม่ผมสอนมาตั้งแต่เด็กว่ากับข้าว เสื้อผ้า แม่จ่ายให้แต่ถ้าเป็นของเล่นนะโมต้องหาตังซื้อเอง เมื่อ 10 ปีที่แล้วผู้จัดการเขาชวนไปลองถ่ายรูปลองแคสงานผมก็เลยมองว่าเป็นโอกาสทำงานดีๆ ที่ทุกคนไม่ได้มีโอกาสเข้ามาง่ายๆ อย่างน้อยชอบหรือไม่ชอบ ยังไม่รู้แต่ก็ไปลองก่อน ผมคิดอย่างนี้มาตลอด ใจกล้าที่จะลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ ช่วงนั้นผมเลยทำงานตอนอยู่เมืองไทยและพอกลับไปสวิตเซอร์แลนด์ ก็ไปเรียนต่อเป็นงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เดินแฟชั่นโชว์ ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ทำให้เราเรียนรู้งานในวงการบันเทิง และปีที่แล้วผมก็ได้ไปเรียนการแสดงจริงจังที่ Actlab55 ของครูหลี่เจิน หลังจากนั้นก็ได้งานละครเข้ามาครับ”

l แต่ขอบอกสาวๆ ก่อนเลยว่าดีกรีหนุ่ม “นะโมเรอบิเย” ตอนอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ธรรมดานะจ๊ะเขาได้เผยว่า

“ผมเป็นทหารบกมา 5 ปีแล้วครับ มียศเทียบเท่ากับนายสิบ เป็นครูฝึกทหารใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์และทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ต้องกลับไปรายงานตัวทุกปีซึ่งในละครสายลับลิปกลอส ผมก็ใช้ฟีลลิ่งที่เป็นครูฝึกของทหารใหม่ เพราะในบทบาทแรกๆ ต้องดูโหดต้องไม่ให้เขารู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน ยืนนิ่งๆ หล่อๆ(หัวเราะ)” โอ้โฮ งานทหารกับงานในวงการบันเทิงมันต่างกันคนละโลกเลยนะพ่อคุณ หนุ่ม “นะโม เรอบิเย” ยังแอบกระซิบว่าแก๊งเพื่อนทหารที่นู้นรู้ว่าเป็นนักแสดงที่เมืองไทยถึงกับร้องว้าว

“เพื่อนๆ ทหารที่นู้นเวลาเขาแอดไอจีผม เขาเห็นผมโพสต์รูปในไอจี ก็ถามผมว่าอยู่เมืองไทยทำงานอะไร ผมก็ตอบเขาว่าเป็นนักแสดง ถ่ายละคร ถ่ายแบบที่เมืองไทย เขาก็บอกว่าโคตรเท่ที่สวิตเซอร์แลนด์มาเป็นทหาร ที่เมืองไทยไปเป็นนักแสดงดารา (หัวเราะ) การทำงานมันต่างกันมากเหมือนคนละโลกเลยครับ แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมชอบในชีวิตผม เราได้ไปดูทุกสิ่งทุกอย่างที่ต่างกันเยอะเลย และผมก็เป็นคนที่ชอบเรียนรู้ ชอบลองทำสิ่งใหม่ๆด้วยครับ”

l ดังนั้นคำถามสุดท้ายที่จะถามหนุ่ม ‘นะโม เรอบิเย’คือพอลองมาทำงานในวงการบันเทิงเขารู้สึกยังไงบ้าง เจ้าตัวตอบว่า

“คือมันเป็นคนละโลกกันเลยกับการที่ผมเป็นทหาร งานในวงการบันเทิงทั้งสนุกและก็มีกดดันตัวเราด้วย บางทีมีสัมภาษณ์ผมยิ่งเกร็งเพราะภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแรง กลัวสื่อสารกับเขาไม่เข้าใจ แต่สรุปแล้วเราก็ทำได้และผมก็เห็นว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับผม ผมจึงอยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องด้านภาษาไทยอยากให้พูดมั่นใจมากขึ้น และพัฒนาการแสดงด้านร่างกายก็อยากพัฒนาอีกครับ”

ใครอ่านคำสัมภาษณ์พวกนี้แล้วใจเต้นแรงเกิดอาการตกหลุมรัก “นะโม เรอบิเย” หนุ่มลูกครึ่งคนนี้แล้วบ้าง ดังนั้นห้ามพลาดการโชว์พลังบู๊ของเขาในละคร “สายลับลิปกลอส” ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus สามารถติดตามไลฟ์สไตล์ของหนุ่มคนนี้ได้ทาง IG: point_namo

Celebrity Gossip : 20 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693122

Celebrity Gossip : 20 พฤศจิกายน 2565

Celebrity Gossip : 20 พฤศจิกายน 2565

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มารายห์ แครีย์

O พอใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึง มารายห์ แครีย์ และเพลง All I Want for Christmas Is You ผลงานฮิตตลอดกาลจากปี 1994 ของเธอ ที่ทำรายได้ให้กับเธออย่างมหาศาลในแต่ละปี แถมช่วงหลังยังกลับมาฮอตครองชาร์ตได้อีกต่างหากส่งผลให้เมื่อปีที่แล้ว มารายห์ แครีย์ ได้ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า Queen of Christmas หรือ “ราชินีแห่งเทศกาลคริสต์มาส” รวมถึงคำว่า Princess Christmas หรือ “เจ้าหญิงคริสต์มาส” ต่อหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐฯแต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะล่าสุดถูกปัดคำร้อง เนื่องจากเอลิซาเบธ ชาน ศิลปินชาวนิวยอร์ก ซึ่งได้สมญาจากนิตยสาร The New Yorker ว่า Queen of Christmas นับแต่ปี 2018 เนื่องจากปล่อยผลงานเพลงคริสต์มาสของตัวเองมาตลอดสิบปีให้หลัง ยื่นเรื่องคัดค้านคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครั้งนี้ได้ทันเวลา เธอให้สัมภาษณ์กับทาง Variety ไว้ว่า เธอมองว่าคริสต์มาสเป็นของทุกคนและคริสต์มาสเป็นเทศกาลแห่งการแบ่งปันมากกว่าการแสดงความเป็นเจ้าของ เธอจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีใครมาฮุบเอาชื่อเกี่ยวกับเทศกาลนี้มาเป็นของตัวเองคนเดียว โดยที่ผ่านมา เธอก็เห็นว่า มารายห์ แครีย์ พยายามทำเงินเข้ากระเป๋าตัวเองจากเทศกาลนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากงานเพลงแล้ว เธอยังออกสินค้าทั้งเสื้อผ้า, เครื่องดื่ม, แมสก์, ปลอกคอสุนัข และอีกมากมายในธีมคริสต์มาส จนกระทั่งมายื่นขอจดทะเบียนสองคำล่าสุดนี้ ที่เธอเห็นว่าปล่อยไปไม่ได้จริงๆ

The Last Rockstars

O 4 ซุป’ตาร์เจ-ร็อกขั้นเทพ โยชิกิ, ไฮด์, สึกิโซะ และ มิยาวิ รวมตัวเป็นวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่า The Last Rockstars ทั้งยังปล่อยทีเซอร์ 2 เพลงแรกออกมา คือเพลง THE LAST ROCKSTARS ที่แต่งเนื้อร้องและทำนองโดย โยชิกิ กับ PSYCHO LOVE ที่เขียนเนื้อร้อง และทำนองโดย โยชิกิ และ ไฮด์ นั่นเอง ไม่แค่งานเพลงวงร็อกป้ายแดง แต่สมาชิกระดับตัวพ่อของวงการยังพร้อมระเบิดความมันส์กับคอนเสิร์ตใหญ่ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 26, 27, 29. 30 มกราคม และ วันที่ 4 กับ 11 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ที่สหรัฐฯ อีกด้วย

อัลบา แบพติสตา-คริส อีแวนส์

O หลังจากเพิ่งได้รับสถานะขึ้นแท่นเป็นหนุ่มเซ็กซี่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ประจำปี 2022 จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร People ล่าสุด คริส อีแวนส์ กัปตันอเมริกาสุดล่ำก็หัวใจไม่ว่าง มีภาพขณะเดินจับมือกับอัลบา แบพติสตา นักแสดงสาวชาวโปรตุเกส วัย 25 ปี โดยพยายามไม่ให้เป็นจุดสนใจระหว่างเดินเล่นในเซ็นทรัล พาร์ค เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ว่าไม่ใช่เพียงข่าวลือ แถมซุ่มคบกันมานานนับปีแล้ว อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มระแคะระคายในโซเชียลมาสักพักแล้ว เมื่อคริส อีแวนส์ ดูจะคลั่งรักเก็บอาการไม่ไหว ไปโพสต์คอมเมนต์ในอินสตาแกรมของนักแสดงสาว ซึ่งเป็นภาพผลงานหนังเรื่องใหม่ของเธอที่ชื่อว่า A Dream In Paris ซึ่งคริส ได้คอมเมนต์อีโมจิรูปปรบมือและใบหน้ายิ้ม จนแฟนๆเข้ามากดไลค์มากมาย

บริตนีย์ สเปียร์ส

O บริตนีย์ สเปียร์ส ตั้งใจที่จะลดการโพสต์ภาพนู้ดลง Instagram หลังจากก่อนหน้านี้ เธอมักจะโพสต์ภาพวาบหวิว 18+ ลงโซเชียลมีเดียแบบไม่แคร์ใครอยู่เป็นประจำ แต่การตัดสินใจดังกล่าวคือความพยายามที่จะทำตามคำขอของลูกๆ ที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ออกมาบอกว่าพวกเขาอึดอัดใจมากกับการโพสต์ภาพนู้ดของแม่ ซึ่งปัจจุบันฌอน เพรสตัน และ เจเดน วัย 17 และ 16 ปี อาศัยอยู่กับเควิน เฟเดอไลน์ ผู้เป็นพ่อเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ เจย์เดนได้พูดถึงความสัมพันธ์ที่กำลังมีปัญหาของตัวเองกับแม่ ว่าในที่สุดแล้วก็น่าจะแก้ไขได้ในอนาคต แต่ก็คงใช้เวลานาน ในการทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

นิกกี มินาจ

O นิกกี มินาจ แร็พเปอร์สาวซูเปอร์สตาร์ยืนยันผ่าน IG ของตัวเองว่าเธอจะไปร่วมงานพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก และในเวลาใกล้เคียงกันก็จะปล่อยเพลง Tukoh Taka เพลงธีมหลักของฟุตบอลโลกคราวนี้ออกมาให้ทุกคนได้ฟังกันด้วย แต่หลังประกาศข่าวดังกล่าวออกไป กลุ่มแฟนๆ ของ นิกกี มินาจ ก็แสดงความสับสนกับจุดยืนของเธอทันที แฟนตัวจริงคนหนึ่งเขียนข้อความว่า “เฮ้ นิกกี มินาจ ไม่แน่ใจนะว่าเธอรู้รึเปล่า แต่แฟนๆ LGBTQ+ ในกาตาร์กำลังอยู่แบบไม่ปลอดภัย กาตาร์คือหนึ่งในประเทศที่แย่ที่สุดที่จะเป็นเกย์ โฮโมเซ็กชวลเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่นั่น และคนที่เป็นจะถูกลงโทษด้วยการจำคุก” ส่วนแฟนอีกคนก็บอกว่า “มันน่าอึดอัดจริงๆ ที่เห็นนิกกี มินาจ เซ็นสัญญาไปโชว์ที่นั่น เงินไม่ใช่ทุกอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ที่เกย์ที่นั่นกำลังถูกรังแก”