เมื่อมิลานครอบครอง Bergamo ในปี 1290 Omodeo Tasso ได้รวบรวมคนในครอบครัวจัดตั้งบริษัทขนส่งเชื่อมระหว่างมิลานกับเวนิสและโรม ส่วน Ruggiero de Tassis ก็ได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิ Frederick the Peaceful ในปี 1443 ให้บริหารจัดการการขนส่งระหว่าง Bergamo และเวียนนา ความสำเร็จในการทำธุรกิจที่สร้างความมั่งคั่งให้กับเมืองทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวิน นอกจากนี้ Janetto von Taxis ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลการบริการขนส่งของ Innsbruck ในปี 1489 ด้วย ซ้ำ Francesco I de Tassis น้องชายของเขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าด้วยเช่นกันในปี 1502
หลังจากนั้นเพียงแค่ 4 ปี Francesco I de Tassis ก็มีปัญหาทะเลาะกับ Philip of Burgundy ผู้แต่งตั้งเขา เขาเลยตัดสินใจเปิดบริการขนส่งสาธารณะขึ้นในปี 1506 และย้ายไปอยู่บรัสเซลส์ในปี 1516 เมื่อ Francesco เสียชีวิตในปีต่อมา จักรพรรดิ Charles V ได้แต่งตั้ง Johann Baptista von Taxis หลานชายของเข้าขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และ Franz II von Taxis ก็มาดำรงตำแหน่งแทนในเวลาไม่นาน Leonhard I von Taxis ลูกชายคนเล็กของเขาได้เข้าดำรงตำแหน่งต่อและกลายเป็นต้นตระกูลของ Thurn and Taxis พระเจ้า Charles V ได้แต่งตั้ง Gionvanni Battista de Tassis ให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงขนส่ง เมื่อพระเจ้า Maximilian I ได้ขยายจักรวรรดิโรมัน และได้แต่งตั้งสมาชิกของตระกูลเป็นท่านเคานต์ พวกเขาเลยได้รับตำแหน่งเจ้าจากจักรพรรดิ Leopold I ตั้งแต่ปี 1695 เป็นต้นมา
หลังจากตระกูล Thurn and Taxis บริหารงานบริษัทขนส่งตัวเองได้ระยะหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 18 รัฐบาลปรัสเซียของเยอรมันก็ซื้อไปและพวกเขาก็ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่เมือง Regensburg ที่ St.Emmeram Castle นับจากนั้นมาคนในตระกูลนี้ก็ได้แต่งงานกับชาวโบฮีเมียจนมีความสนิทสนมกับสาธารณรัฐเช็กทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ปัจจุบันเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้คือ Albert II, เจ้าชาย Thurn and Taxis ที่สิบสองซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดของเยอรมัน แม้พวกเขาจะขายโรงกลั่นเบียร์ไปแล้วให้กับบริษัท Paulaner จากมิวนิค แต่ยังคงมีการกลั่นเบียร์ยี่ห้อ Thurn and Taxis ขายอยู่
นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือน Thurn and Taxis แห่งนี้จะทึ่งตั้งแต่การบริหารจัดการด้านหน้าที่ขายตั๋วเลยทีเดียว การเข้าชมที่นี่ต้องซื้อตั๋วพร้อมแบบมีไกด์บรรยายเป็นรอบๆ โดยไกด์จะแจกหูฟังให้ฟังทุกภาษา ไกด์จะพาเดินผ่านห้องต่างๆ ที่มีอยู่มากมายราวกับเที่ยววังหรูหราซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวชีวประวัติของผู้ครอบครองและสนุกสนานกับการถ่ายรูปอาคารและสิ่งตกแต่งอย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีการแชร์ประสบการณ์ในการขับรถไฟฟ้าจริงที่จำหน่ายในตลาดรถยนต์ เช่นการใช้ EV ครั้งแรก : BMW 330e Hybrid ที่ขับโหมด EV ไฟฟ้าเพียวๆ การขับ MG EP รถไฟฟ้าราคาดีในปี 2021 การขับ Tesla Model 3 Long Range Mini Cooper SE รถไฟฟ้า EV คันเล็ก Lexus UX 300e Hyundai Kona Electric SE Volvo XC40 Recharge Tesla Model Y Standard Plus Ora Good Cat 400 Pro Nissan Leaf และ BMW iX3 ของหนุ่ย ณัฐพล ม่วงทำเจ้าของเพจ “การตลาดวันละตอน” ที่ปรึกษาการตลาด และดาต้า และรีวิว ORA Good Catรถไฟฟ้าจากค่าย GWM ที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนที่อยากมีรถไฟฟ้าคันแรกในครอบครองอยู่พักใหญ่ ของ วรทรรศน์ วงษ์ไทย (jetboat)จาก trendymobile.net และรีวิว นิสสันคิกส์ระบบ e-POWER รถประเภท EREV ของ นายกาฝาก คงเดช กี่สุขพันธ์ (@kafaak) kafaak.blog
“สรุปย่อยประวัติศาสตร์ดนตรี Rock N’ Roll 101”ผู้เขียน วัฒกานต์ ขันธ์ศรี เป็นหนังสือที่เล่าประวัติศาสตร์ดนตรี Rock n’ Roll ตั้งแต่เริ่มถือกำเนิด ทิศทางดนตรี อิทธิพลต่อโลกนี้รวมถึงเรื่องราวของศิลปิน ที่มีผลต่อการพัฒนาวงการดนตรี เช่น The Beatles, The Who, The Rolling Stones โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 1865 มาถึงจนปัจจุบัน ผสมผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ ทั้งเรื่องสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม แนวคิด ความเชื่อ รวมไปถึงแฟชั่น และค่านิยมต่างๆ ที่ล้วนเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์โลก และมีจุดเชื่อมโยงอะไรบางอย่างกับดนตรีRock n’ Roll อย่างไม่น่าเชื่อ “Rock n Roll 101” อาจจะเรียกได้ว่าคือ คัมภีร์ที่แตกแยกย่อยเรื่องราวของดนตรี Rock n’ Roll ในแบบที่อาจจะไม่เคยรับรู้จากที่ไหน ความเชื่อมโยงต่างๆ ที่หลบซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์จะถูกไขออกในหนังสือเล่มนี้ ประโยคที่ว่า “Rock n’ Roll ตายไปแล้ว” เพราะเหตุอะไร แล้วตายไปแล้วจริงไหม หาคำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ราคาเล่มละ 350 บาท