เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2557535

เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

19 พ.ย. 2565 23:52 น.

เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

(คิม จอง อึน คุยกับเจ้าหน้าที่หลังการทดสอบขีปนาวุธ โดยมี คิม จู เอ (?) ลูกสาว และ รี ซอล จู ภริยา ยืนอยู่ด้านหลัง)

สื่อของเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพลูกสาวของคิม จอง อึน ออกมาให้โลกเห็นเป็นครั้งแรก โดยเธอเดินทางเคียงข้างบิดาไปชมการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรอบใหม่เมื่อวันศุกร์

ตามรายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อหลักของเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน กับลูกสาวซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ เดินทางไปชมการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘ฮวาซอง-17’ (Hwasong-17) ที่สนามบินนานาชาติเปียงยางเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 พ.ย. 2565) พร้อมกับเผยแพร่ภาพผู้นำคิมจูงมือเด็กผู้หญิงในชุดสีขาวเดินชมจรวด

เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

นี่นับเป็นครั้งแรกที่ตัวตนของลูกสาวของคิม จอง อึน ได้รับการยืนยันต่อสายตาชาวโลก เนื่องจากที่ผ่านมาเกาหลีเหนือแทบไม่เปิดเผยเรื่องชีวิตส่วนตัวของ คิม จอง อึน หรือครอบครัวของเขาเลย เกาหลีเหนือไม่ยืนยันเรื่องการแต่งงานของเขาจนกระทั่งปี 2555 หรือ 3 ปี หลังจากหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ระบุว่า นายคิมจัดงานแต่งงาน

เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

ขณะที่คนแรกที่เคยพูดถึงลูกสาวของนายคิมก็คือ เดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เพื่อนของคิม จอง อึน เมื่อปี 2556 ในครั้งนั้น ร็อดแมนบอกกับสำนักข่าว เดอะ การ์เดียน ว่า คิมเป็นพ่อที่ดี มีลูกสาวตัวน้อยชื่อ จู เอ และเคยคุยกับ รี ซอล จู ภริยาเขาด้วย “ผมเคยอุ้ม จู เอ ลูกสาวตัวน้อยของพวกเขา และได้คุยกับคุณนาย รี (ซอล จู) ด้วย”

เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

ตามการเปิดเผยของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ของเกาหลีใต้ คิม จอง อึน กับ รี ซอล จู มีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน โดยเชื่อว่า จู เอ เป็นลูกคนกลางเกิดในปี 2556 ส่วนลูกคนโตเกิดในปี 2553 ขณะที่ลูกคนเล็กเกิดในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560

เกาหลีเหนือเผยโฉมลูกสาว คิม จอง อึน ครั้งแรก พาชมทดสอบยิงขีปนาวุธ

ที่มา : CNN

ตะลอนเที่ยว : วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร อยุธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693100

ตะลอนเที่ยว : วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร อยุธยา

ตะลอนเที่ยว : วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร อยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.20 น.

วันนี้ขอชวนคุณไปไหว้พระ และทำบุญทำทานที่วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยกัน

ถามว่าทำไมต้องเจาะจงไปที่วัดนี้ ทั้งๆ ที่มีวัดมากมายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าประวัติโดยสังเขปของวัดหน้าพระเมรุฯ ให้ทราบ วัดนี้ได้รับการสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา แต่บางกระแสก็บอกว่าน่าจะสร้างก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และน่าจะเคยเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดพระองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา จึงมีชื่อว่าหน้าพระเมรุ แต่ก็ไม่มีหลักฐานบ่งชัดแน่นอน 

ในครั้งสงครามพม่ารบกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2308 โดยพม่าในสมัยพระเจ้ามังระได้กรีฑาทัพมายังกรุงศรีอยุธยาโดยตั้งทัพล้อมพระนครไว้นานประมาณ 14 เดือน โดยทัพหลวงของพม่าตั้งประชิดเขตพระนคร อยู่ ณเขตวัดหน้าพระเมรุฯ ดังนั้นจึงมีประวัติเขียนไว้ว่ากองทัพพม่าจึงมิได้เผาทำลายวัดหน้าพระเมรุฯ เนื่องจากเป็นที่ตั้งทัพหลวง (แต่อันที่จริงพม่าก็มิได้เผาทำลายวัดต่างๆ ในพม่าทุกวัด)

สำหรับความน่าสนใจของวัดหน้าพระเมรุฯ คือหน้าบันพระอุโบสถที่งดงามมาก นับเป็นศิลปะสมัยอยุธยาช่วงต้นถึงช่วงกลางโดยแท้ ทำเป็นรูปเทพชุมนุม 26 องค์ รายล้อมรอบพระนารายณ์ทรงสุบรรณยุดนาค โดยสุบรรณ (ครุฑ) เหยียบบนหน้ากาล(หรือเกียรติมุข) 

พระอุโบสถเป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น จุดเด่นคือมีเสาในพระอุโบสถเป็นรูปแปดเหลี่ยมประดับบัวหัวเสามีมุขเด็จ และเสานางเรียง และเจาะช่องแสงโดยไม่มีหน้าต่าง ทำเป็นแบบลูกฟักมะหวดเหลี่ยม อันเป็นศิลปะสำคัญของช่างสมัยอยุธยาตอนต้นถึงตอนกลาง

พระพุทธรูปประธานชื่อพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชรบรมไตรโลกนาถ ทรงเครื่องใหญ่ ปางโปรดพญามหาชมพู (บ้างก็เรียกปางทรมานพญาชมพู) 

ด้านขวาของพระอุโบสถมีวิหารน้อยประดิษฐานพระคันธารราฐ พระพุทธรูปสมัยทวารวดี อัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ อยุธยา พระคันธารราฐองค์นี้ทำจากหินสีเขียวประทับห้อยพระบาท นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีที่ยังสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่งของไทย วิหารน้อยสร้างโดยพระยาชัยวิชิต (เผือก) ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 

เป็นที่น่าเสียดายมากที่ปัจจุบันมีการก่อสร้างโรงเรือนไว้หน้าพระอุโบสถ ทำให้บดบังความสง่างามและความวิจิตรอลังการของพระอุโบสถ อันที่จริงการจะก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ขึ้นมาในภายหลัง ผู้ปลูกสร้างจำเป็นต้องสำเหนียกตลอดเวลาว่า ต้องไม่ก่อให้เกิดทรรศนะอุจาด หรือมลทรรศน์ อันเท่ากับจงใจทำลายความสง่างามของโบราณสถาน ดังนั้นจึงมีผู้เรียกร้องให้ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ก่อให้เกิดทรรศนะอุจาดโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อโบราณสถานและต่อบรรพบุรุษผู้รังสรรค์โบราณสถานและพุทธสถาน

สำหรับคุณผู้อ่านที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมแบบเจาะลึกประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ ที่เน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ สามารถติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091 7233615

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนวังเจ้าชาย Thurn & Taxis

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693104

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนวังเจ้าชาย Thurn & Taxis

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนวังเจ้าชาย Thurn & Taxis

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.10 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Regensburg สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงเมืองมรดกโลกนี้ก็คือ Princely House of Thurn & Taxis บ้านของตระกูล Thurn & Taxis ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเบอร์ 2 ของเมืองรองจากส่วนเมืองเก่า แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดของเมืองก็ว่าได้ ตระกูล Tasso เจ้าของคฤหาสน์นี้นั้นเดิมเป็นครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่ Bergamo ประเทศอิตาลีมาตั้งแต่ราวปี 1200

เมื่อมิลานครอบครอง Bergamo ในปี 1290 Omodeo Tasso ได้รวบรวมคนในครอบครัวจัดตั้งบริษัทขนส่งเชื่อมระหว่างมิลานกับเวนิสและโรม ส่วน Ruggiero de Tassis ก็ได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิ Frederick the Peaceful ในปี 1443 ให้บริหารจัดการการขนส่งระหว่าง Bergamo และเวียนนา ความสำเร็จในการทำธุรกิจที่สร้างความมั่งคั่งให้กับเมืองทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวิน นอกจากนี้ Janetto von Taxis ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลการบริการขนส่งของ Innsbruck ในปี 1489 ด้วย ซ้ำ Francesco I de Tassis น้องชายของเขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าด้วยเช่นกันในปี 1502

หลังจากนั้นเพียงแค่ 4 ปี Francesco I de Tassis ก็มีปัญหาทะเลาะกับ Philip of Burgundy ผู้แต่งตั้งเขา เขาเลยตัดสินใจเปิดบริการขนส่งสาธารณะขึ้นในปี 1506 และย้ายไปอยู่บรัสเซลส์ในปี 1516 เมื่อ Francesco เสียชีวิตในปีต่อมา จักรพรรดิ Charles V ได้แต่งตั้ง Johann Baptista von Taxis หลานชายของเข้าขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และ Franz II von Taxis ก็มาดำรงตำแหน่งแทนในเวลาไม่นาน Leonhard I von Taxis ลูกชายคนเล็กของเขาได้เข้าดำรงตำแหน่งต่อและกลายเป็นต้นตระกูลของ Thurn and Taxis พระเจ้า Charles V ได้แต่งตั้ง Gionvanni Battista de Tassis ให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงขนส่ง เมื่อพระเจ้า Maximilian I ได้ขยายจักรวรรดิโรมัน และได้แต่งตั้งสมาชิกของตระกูลเป็นท่านเคานต์ พวกเขาเลยได้รับตำแหน่งเจ้าจากจักรพรรดิ Leopold I ตั้งแต่ปี 1695 เป็นต้นมา

หลังจากตระกูล Thurn and Taxis บริหารงานบริษัทขนส่งตัวเองได้ระยะหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 18 รัฐบาลปรัสเซียของเยอรมันก็ซื้อไปและพวกเขาก็ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่เมือง Regensburg ที่ St.Emmeram Castle นับจากนั้นมาคนในตระกูลนี้ก็ได้แต่งงานกับชาวโบฮีเมียจนมีความสนิทสนมกับสาธารณรัฐเช็กทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ปัจจุบันเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้คือ Albert II, เจ้าชาย Thurn and Taxis ที่สิบสองซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดของเยอรมัน แม้พวกเขาจะขายโรงกลั่นเบียร์ไปแล้วให้กับบริษัท Paulaner จากมิวนิค แต่ยังคงมีการกลั่นเบียร์ยี่ห้อ Thurn and Taxis ขายอยู่

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือน Thurn and Taxis แห่งนี้จะทึ่งตั้งแต่การบริหารจัดการด้านหน้าที่ขายตั๋วเลยทีเดียว การเข้าชมที่นี่ต้องซื้อตั๋วพร้อมแบบมีไกด์บรรยายเป็นรอบๆ โดยไกด์จะแจกหูฟังให้ฟังทุกภาษา ไกด์จะพาเดินผ่านห้องต่างๆ ที่มีอยู่มากมายราวกับเที่ยววังหรูหราซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวชีวประวัติของผู้ครอบครองและสนุกสนานกับการถ่ายรูปอาคารและสิ่งตกแต่งอย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

มูลนิธิเอสซีจี เปิดมุมมองให้เด็กไทยรู้ลึก รู้จริง แนะนำสายอาชีพในวงการอีสปอร์ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693125

มูลนิธิเอสซีจี เปิดมุมมองให้เด็กไทยรู้ลึก รู้จริง  แนะนำสายอาชีพในวงการอีสปอร์ต

มูลนิธิเอสซีจี เปิดมุมมองให้เด็กไทยรู้ลึก รู้จริง แนะนำสายอาชีพในวงการอีสปอร์ต

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สุวิมล จิวาลักษณ์ กก.และ ผจก.มูลนิธิเอสซีจี

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอีสปอร์ต (Esports) มีการเติบโตขึ้นมากทั่วโลกต่างให้การยอมรับ โดยในประเทศไทยได้ประกาศให้กีฬาอีสปอร์ตเป็นกีฬาอาชีพเมื่อปี พ.ศ.2564มูลนิธิเอสซีจี เล็งเห็นความสำคัญและมุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพของเยาวชน ตามแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด จึงร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะ และผลักดันอาชีพอีสปอร์ตให้เยาวชน Gen Zได้มีทางเลือกที่หลากหลาย สามารถหางานทำได้อย่างมั่นคงจากอาชีพนี้ ตลอดจนก้าวไปถึงการเป็นตัวแทนประเทศเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลกต่อไป

วัฒน์ชรินทร์ บุญประเสริฐ

มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับทีม King Of Gamers Club (KOG) สโมสร คิง ออฟ เกมเมอร์ คลับ สโมสรกีฬาอีสปอร์ตระดับอาชีพดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต (Tournament School Project)ในสถานศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 18 แห่งจัดแข่งขันเกม RoV เพื่อให้เยาวชนได้รู้จักอาชีพอีสปอร์ต และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงทักษะการจัดการแข่งขัน ตลอดจนแนะนำหลักสูตรการเรียนต่อสายอาชีพนี้ในระดับมหาวิทยาลัย กิจกรรมที่จัดขึ้นไม่ได้เป็นการจัดบรรยายตามปกติทั่วไป แต่เป็นการให้ความรู้ในรูปแบบของการ Learning by Doing โดยร่วมมือกับทางโรงเรียนที่ไปจัดกิจกรรม คัดสรรนักเรียนที่มีความสนใจในกีฬาอีสปอร์ตเพื่อจัดโปรเจกท์ทัวร์นาเม้นต์ในโรงเรียน ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากการแข่งขัน ช่วยค้นหาตัวตนและความชอบ ความถนัดของตนเอง จุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ให้กับเยาวชน ตลอดจนผลักดันวงการกีฬาอีสปอร์ตสู่ระดับสากล

ฐิติพงศ์ พันธ์ปิ่น

มูลนิธิฯ และทีม KOG มีแผนจะดำเนินการจัดกิจกรรมการแข่งขันเกม RoV ในโรงเรียนจำนวน 18 แห่ง ขณะนี้ได้จัดไปแล้วประมาณ 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัยโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย โดยกิจกรรมนี้จะดำเนินการไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2566

พีรเดช อนุภาพยุทธชัย

วัฒน์ชรินทร์ บุญประเสริฐ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่าเป็นเรื่องดีที่ทางมูลนิธิเอสซีจีมาจัดกิจกรรมแข่งอีสปอร์ตที่โรงเรียน เพราะทำให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ฝึกความสามัคคี และความมีวินัย การตรงต่อเวลาในการแข่งขัน ประทับใจในกิจกรรมที่ทำให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพด้านอีสปอร์ต และยังเชื่อว่าอีสปอร์ตสามารถต่อยอดไปได้หลากหลายอาชีพ คนที่ยัง
เรียนอยู่ก็จะต้องแบ่งเวลาให้ดีระหว่างการเรียนกับการฝึกซ้อม อนาคตนั้นตั้งใจไว้ว่าจะอยู่ในวงการ
อีสปอร์ตอย่างเต็มตัว

นฤนาท ฉ่ำทวี

ฐิติพงศ์ พันธ์ปิ่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง กล่าวว่า กิจกรรมนี้ทำให้ทั้งนักเรียน ครูอาจารย์รวมถึงผู้ปกครองมีความเข้าในใจกีฬาอีสปอร์ตมากขึ้น และยังทำให้นักเรียนที่เป็นนักกีฬาอยู่แล้ว ได้นำเงินรางวัลมาต่อยอดสร้างประสบการณ์แข่งขันในเวทีอื่นๆ ตนเองนั้นเข้ามาคลุกคลีกับอีสปอร์ตมาปีกว่าแล้ว มองว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้วยังมีโอกาสมีรายได้จากเงินรางวัลหากแข่งขันชนะ ผลการแข่งขันที่ผ่านมา มีทั้งแพ้และชนะและในอนาคตหากมีโอกาส ก็อยากเข้ามาอยู่ในวงการอีสปอร์ตแบบเต็มตัว

พีรเดช อนุภาพยุทธชัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม กล่าวว่า ในมุมของตนมีประสบการณ์การแข่งขันมาหลายปีแล้วมองว่ากิจกรรมนี้เป็นการให้ความสำคัญกับนักกีฬาและยังเปิดประสบการณ์ให้กับนักเรียนที่ลงแข่ง รวมถึงนักเรียนที่ร่วมทำภารกิจการจัดทัวร์นาเมนต์นี้ ได้รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับวงการอีสปอร์ตมากขึ้น ตัวเองเข้ามาสู่วงการอีสปอร์ตเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา เริ่มเล่นพร้อมกับการเปิดตัวเกม RoV ที่ผ่านมามีประสบการณ์ไปแข่งทัวร์นาเมนต์เล็กๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไปได้ไม่ไกลมากนักและมองว่าหากมีโอกาสก็อยากจะพัฒนาตัวเองไปให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

นฤนาท ฉ่ำทวี อาจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง เจ้าของโปรเจกท์กีฬาอีสปอร์ต กล่าวว่า มูลนิธิเอสซีจีเข้ามาจัดกิจกรรมเป็นการส่งเสริมให้เด็กที่มีความสามารถด้านอีสปอร์ตได้พัฒนาตัวเองมากขึ้น และทำให้เป้าหมายของเด็กกลุ่มนี้มีความชัดเจนมากขึ้น จากปกติที่ตนเองเป็นคนทำโปรเจกท์อีสปอร์ตของทางโรงเรียนมานานประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาก็สามารถส่งทีมไปแข่งขันภายนอกได้บ้าง แต่การจัดกิจกรรมจากหน่วยงานภายนอก สามารถสร้างความกระตือรือล้นและความสนใจจากนักเรียนได้ดีกว่า เพราะมีแรงจูงใจมากกว่า ทั้งรูปแบบการจัดแข่งและรางวัล รวมถึงยังมีการสอนนักเรียนเกี่ยวกับอาชีพที่มีอยู่อย่างหลากหลายในวงการอีสปอร์ต หากมองในภาพรวมแล้ว เด็กนักเรียนยุคนี้มีทัศนคติที่ดีต่ออีสปอร์ตอยู่แล้ว และความหลากหลายของอาชีพในวงการอีสปอร์ต ตลอดจนความมั่นคงในอาชีพเหล่านั้น น่าจะเป็นตัวดึงดูดความสนใจจากเด็กนักเรียนได้มากพอสมควร

สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า อาชีพในวงการอีสปอร์ต เป็นอาชีพใหม่ที่มีความก้าวหน้ามีโอกาสเติบโตและมีความมั่นคงไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ มูลนิธิฯ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยสร้างความรู้และความเข้าใจในกีฬาอีสปอร์ต เพื่อให้ทุกฝ่ายเปิดใจและรับรู้ไปพร้อมๆ กันว่า การเข้ามาสู่วงการอีสปอร์ตนั้นจะทำอะไรได้บ้างในอนาคตของเยาวชนเหล่านี้ รวมถึงสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตไม่ใช่เรื่องของเด็กเล่นเกม แต่สามารถทำเป็นอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้จริงๆ และในปัจจุบันในหลายมหาวิทยาลัยก็เปิดสอนหลักสูตรอีสปอร์ตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด เพื่อให้เด็กไทยได้มีทางเลือกเพื่ออยู่รอดต่อไป

จากความพยายามให้ความรู้ด้านอีสปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันหลายคนเริ่มมีความเข้าใจในอีสปอร์ต และมองอีสปอร์ตในแง่บวกแทนการมองว่าเป็นเรื่องของคนติดเกมแบบในอดีตรวมถึงผู้ปกครองของนักกีฬาอีสปอร์ตที่อยู่ในวัยเรียนหลายคนก็ได้เปิดใจกว้าง ยอมรับกีฬาประเภทนี้และยอมรับถึงความชอบและความสามารถของบุตรหลานตนเองในกีฬาอีสปอร์ต เชื่อได้ว่าเป็นแนวทางการส่งเสริมกีฬาอีสปอร์ตที่มาได้ถูกทาง และเชื่อว่าจะสามารถผลิตนักกีฬาอีสปอร์ตรวมถึงสายอาชีพอื่นในวงการอีสปอร์ตที่มีคุณภาพให้กับวงการอีสปอร์ตในประเทศไทย เพื่อก้าวไปสู่ผู้นำในกีฬาอีสปอร์ตได้ในเร็ววันนี้

Science Update : ตูวาลูเตรียมจัดทำประเทศในรูปแบบดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693116

Science Update : ตูวาลูเตรียมจัดทำประเทศในรูปแบบดิจิทัล

Science Update : ตูวาลูเตรียมจัดทำประเทศในรูปแบบดิจิทัล

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ไซมอน โคเฟ รัฐมนตรีต่างประเทศตูวาลู เปิดเผยว่า ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาวิธีแก้ปัญหาเพื่อความอยู่รอด โดยทำให้ตูวาลูอยู่ในรูปแบบดิจิทัลในเมตาเวิร์ส เป็นประเทศแรกของโลก โดยโคเฟ กล่าวในคลิปวีดีโอที่เขายืนอยู่บนแบบจำลองดิจิทัลของเกาะเล็กๆ ซึ่งถูกคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นว่า เกาะและแผ่นดินของเรา มหาสมุทรของเรา บ้านเมือง เรื่องราวประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของเรา เป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดสำหรับผู้คน และเพื่อทำให้สิ่งเหล่านั้นปลอดภัยจากอันตราย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกความเป็นจริงก็ตาม เราจะย้ายพวกมันไปยังพื้นที่ดิจิทัลซึ่งจะช่วยให้ตูวาลูทำหน้าที่เป็นรัฐต่อไปได้ และยังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประเทศ เนื่องจากรัฐบาลเริ่มความพยายามเพื่อทำให้แน่ใจว่า ตูวาลูจะยังคงได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นประเทศรวมถึงการยอมรับเขตแดนทางทะเลและทรัพยากรในน่านน้ำเหล่านั้นต่อไป แม้ว่าประเทศจะจมบาดาลโดยสมบูรณ์ก็ตาม

ตูวาลู เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 9 เกาะ และมีประชากรราว 12,000 คนตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก กึ่งกลางระหว่างออสเตรเลียและหมู่เกาะฮาวาย กำลังเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูง โดยพื้นที่ของกรุงฟูนะฟูตี มากถึงร้อยละ 40 ต้องจมบาดาลเมื่อถึงช่วงน้ำขึ้น และมีการคาดการณ์ว่า ทั้งประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำภายในสิ้นศตวรรษนี้

คุณแหน : 20 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693123

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมพระราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และผู้แทนประเทศซึ่งเป็นผู้นำเศรษฐกิจ ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้นำเขตเศรษฐกิจและแขกพิเศษพร้อมคู่สมรส…

ll พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าว “ผมรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสและประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้อย่างมหาศาลทั้งทางตรง และทางอ้อม ในระยะสั้นที่จะเห็นผลทันที และระยะยาวที่จะเกิดโครงการต่อยอดมาอีกมากมาย ไม่ใช่เพียงแต่ชาวไทยแต่รวมถึงมวลมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตร่วมโลกด้วย โลกจะจารึกการเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดเริ่มต้นจากการผลักดันของเป้าหมาย กรุงเทพฯ ในการประชุมเอเปก ๒๐๒๒ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และมีบทบาทนำในการเสนอนโยบายต่างๆในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเป็นผมและพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนจะร่วมภาคภูมิใจได้เป็นอย่างยิ่ง”…

ll ส่วนรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “ประการสำคัญที่ให้พวกเราได้ตระหนักอยู่ตลอดเวลาคือการป้องกันและการควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการประชุม ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง เพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประเทศไทย”…

ll ต่างกับผู้ว่าฯ กทม. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าว“ที่ผ่านมาการชุมนุมที่ลานคนเมืองเป็นไปอย่างเรียบร้อย เราให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่ที่ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพราะมีการตกลงกันแล้วว่าจะอยู่ในพื้นที่ เมื่อใดก็ตามที่ก้าวเท้าออกไปจากที่นี่เรารับผิดชอบไม่ได้ แล้ว เป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่”…

ll แม้กระทั่ง รีเบกก้า สตามาเรีย ผอ.สำนักเลขาเอเปก ยังยอมรับและชื่นชมการจัดงานประชุมเอเปกครั้งนี้ ที่กรุงเทพฯ ได้มาตรฐานโลก…

ll ตรงกันข้ามกับบทความของ ผักกาดหอม บางตอนพูดถึงฝ่ายค้านพูดได้หมดทุกอย่าง เพราะไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำหลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่ารัฐฯ บ้านเมือง และประชาชนคนไทยแบบใด?…

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับการจากไปของ สุมิตรา พิบูลย์สมบัติ มีสวดพระอภิธรรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอพระราชทานเพลิงอีกร้อยวัน พ.ต.อ.วิชัย พิบูลย์สมบัติคงจะทำใจได้แล้ว ชีวิตก็เป็นเช่นนี้…ll

อ.เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี ม.กรุงเทพ ยืนหนึ่งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในห้องเรียน เปิดโอกาสสำคัญให้นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์แสดงฝีมือออก แบบภาพวาด APEC 2022 Wall Art ต้อนรับเหล่าผู้นำระดับโลกในการประชุมเอเปก 2022 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Open.Connect. Balance. แสดงฝีมือของเด็กไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก เชิญชมผลงานสุดภาคภูมิใจของนักศึกษาได้ที่จุด landmark ทางเข้าท่ามหาราชได้จนถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้

น้องนิ่ง…นิ่ง…

หนังสือเด่น : ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวการใช้งานรถในท้องตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693115

หนังสือเด่น : ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า  รีวิวการใช้งานรถในท้องตลาด

หนังสือเด่น : ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวการใช้งานรถในท้องตลาด

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

ทุกวันนี้รถไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะมาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องสันดาปภายในรถยนต์หรือใช้น้ำมันอีกในไม่ช้าอย่างไรก็ตาม คนทั่วไปก็ยังรู้จักรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างน้อยมาก และยังมีความสงสัยในเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องวิธีการใช้งาน ความคุ้มค่าในการใช้งาน การบำรุงรักษา อายุการใช้งาน แม้กระทั่งการเปรียบเทียบระหว่างรถใช้น้ำมันว่าแตกต่างกันอย่างไร

หนังสือ “รถไฟฟ้า EV 101” ผู้เขียนเฉลิมพล สัตยาวุฒิพงศ์, วศิน เพิ่มทรัพย์ เป็นหนังสือที่ร่วมกันเขียนเพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนในสิ่งที่ผู้สนใจรถไฟฟ้าต้องรู้ก่อนจะตัดสินใจใช้งาน เช่น การแนะนำให้รู้จักรถยนต์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ การเสียภาษีอากร ความคุ้มค่าของรถไฟฟ้า อาทิ รถไฮบริด ประหยัดกว่ารถใช้น้ำมันแค่ไหน รถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ประหยัดกว่ารถน้ำมันเพราะอะไร ค่าบำรุงรักษาของรถไฟฟ้าและรถน้ำมัน รู้เรื่องเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ระยะเวลาการวิ่งตามมาตรฐานวิ่งได้จริงไหม การชาร์จไฟที่บ้านต้องเตรียมตัวอย่างไร หัวชาร์จแบบต่างๆ การใช้โซลาร์เซลล์กับรถไฟฟ้า การขับขี่และสมรรถนะ และอื่นๆ

หนังสือค่อยๆ ปูพื้นฐาน โดยการแนะนำให้รู้จักรถยนต์ไฟฟ้า การเตรียมการก่อนการใช้งาน ความคุ้มค่าการใช้รถ และค่อยๆ เจาะลึกลงไปในรายละเอียดทางด้านเทคนิคต่างๆ ที่ควรรู้ และเปรียบเทียบความคุ้มค่าและความเหมาะสมของรถไฟฟ้าชนิดต่างๆกับการใช้งานว่าตอบรับกับการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลหรือไม่อย่างไร เปรียบเทียบระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับรถใช้น้ำมัน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการแชร์ประสบการณ์ในการขับรถไฟฟ้าจริงที่จำหน่ายในตลาดรถยนต์ เช่นการใช้ EV ครั้งแรก : BMW 330e Hybrid ที่ขับโหมด EV ไฟฟ้าเพียวๆ การขับ MG EP รถไฟฟ้าราคาดีในปี 2021 การขับ Tesla Model 3 Long Range Mini Cooper SE รถไฟฟ้า EV คันเล็ก Lexus UX 300e Hyundai Kona Electric SE Volvo XC40 Recharge Tesla Model Y Standard Plus Ora Good Cat 400 Pro Nissan Leaf และ BMW iX3 ของหนุ่ย ณัฐพล ม่วงทำเจ้าของเพจ “การตลาดวันละตอน” ที่ปรึกษาการตลาด และดาต้า และรีวิว ORA Good Catรถไฟฟ้าจากค่าย GWM ที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนที่อยากมีรถไฟฟ้าคันแรกในครอบครองอยู่พักใหญ่ ของ วรทรรศน์ วงษ์ไทย (jetboat)จาก trendymobile.net และรีวิว นิสสันคิกส์ระบบ e-POWER รถประเภท EREV ของ นายกาฝาก คงเดช กี่สุขพันธ์ (@kafaak) kafaak.blog

หนังสือมีเนื้อหาครบถ้วนทุกด้านที่ควรรู้ แถมยังแชร์ประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีในตลาดให้ได้รู้ถึงสมรรถภาพ ข้อเด่น-ข้อด้อยกันอีก เรียกว่าอ่านหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวรู้ทุกอย่าง คุ้มค่าน่าอ่าน และ ผู้อ่านทั่วๆ ไป ก็อ่านเข้าใจง่าย อ่านแล้วก็จะสามารถเลือกรถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้ตรงกับจริตของตนเองได้หากต้องการขับรถไฟฟ้าอนาคต นอกจากนี้คณะผู้เขียนยังได้มีการสอดแทรกรายละเอียดทางเทคนิค ตารางข้อมูลและรูปกราฟต่างๆเชิงลึกเผื่อไว้สำหรับผู้ที่สนใจค้นคว้ามากขึ้นสามารถนำไปต่อยอดได้อีก เรียกว่าครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าจริงๆ หนังสือ“รถไฟฟ้า EV 101” ราคาเล่มละ345 บาท จัดพิมพ์โดยโปรวิชั่น และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่อยู่รอบตัว

ใช้ชีวิตติดดิจิทัลอย่างชาญฉลาด

“The Cyber Mindset ฉลาดใช้ชีวิตติดดิจิทัล”ผู้เขียน ปริญญา หอมอเนก เป็นหนังสือที่ได้ชื่อว่าเป็น “วัคซีนไซเบอร์” (Cyber Vaccination) ที่ผู้เขียนมุ่งหวังให้เป็นคู่มือสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนไทย ที่ดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ที่โลกเชื่อมโยงทุกอย่างออนไลน์เข้าด้วยกัน และภัยต่างๆ ก็สามารถหลั่งไหลเข้าถึงตัวได้ตลอดเวลาทุกทิศทาง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลก มีฐานะร่ำรวย หรือยากจน ทุกคุณวุฒิ และ วัยวุฒิ หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราๆ ท่านๆ ใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างชาญฉลาด รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่อยู่รอบตัว และเรียนรู้การเอาตัวรอดรู้แนวโน้มโลกไซเบอร์ในอนาคตเพื่อจะได้เตรียมป้องกัน รู้เทคนิคและวิธีการพิชิตภัยใกล้ตัว ความรู้ด้านกฎหมายดิจิทัล ศัพท์แสงที่ควรรู้เกี่ยวกับไซเบอร์เป็นต้น หนังสือเรียบเรียงองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถทำความเข้าใจง่าย อ่านได้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปผู้ประกอบการ ผู้ดูแลระบบ และผู้บริหาร เพื่อจะได้รับรู้รับทราบถึงภัยไซเบอร์ และแนวทางป้องกันได้ก่อนที่จะสายเกินแก้ หนังสือราคา 299 บาท

เรียนรู้ประวัติดนตรี Rock N’ Roll

อิทธิพล ทิศทางดนตรีในอนาคต

“สรุปย่อยประวัติศาสตร์ดนตรี Rock N’ Roll 101”ผู้เขียน วัฒกานต์ ขันธ์ศรี เป็นหนังสือที่เล่าประวัติศาสตร์ดนตรี Rock n’ Roll ตั้งแต่เริ่มถือกำเนิด ทิศทางดนตรี อิทธิพลต่อโลกนี้รวมถึงเรื่องราวของศิลปิน ที่มีผลต่อการพัฒนาวงการดนตรี เช่น The Beatles, The Who, The Rolling Stones โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 1865 มาถึงจนปัจจุบัน ผสมผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ ทั้งเรื่องสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม แนวคิด ความเชื่อ รวมไปถึงแฟชั่น และค่านิยมต่างๆ ที่ล้วนเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์โลก และมีจุดเชื่อมโยงอะไรบางอย่างกับดนตรีRock n’ Roll อย่างไม่น่าเชื่อ “Rock n Roll 101” อาจจะเรียกได้ว่าคือ คัมภีร์ที่แตกแยกย่อยเรื่องราวของดนตรี Rock n’ Roll ในแบบที่อาจจะไม่เคยรับรู้จากที่ไหน ความเชื่อมโยงต่างๆ ที่หลบซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์จะถูกไขออกในหนังสือเล่มนี้ ประโยคที่ว่า “Rock n’ Roll ตายไปแล้ว” เพราะเหตุอะไร แล้วตายไปแล้วจริงไหม หาคำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ราคาเล่มละ 350 บาท

วิธีคิดที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตง่ายขึ้น

เหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์สูง

“คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก Effortless” ผู้เขียน Greg McKeown (เกร็ก แม็กคีโอน) ผู้แปล พรรณรวี อกนิษฐาภิชาติคนบางคนมีความรู้สึกว่าชีวิตเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนเหลือเกิน ทำอะไรก็ยุ่งยากก็เหนื่อยไปเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะการดำเนินชีวิตในสังคม การทำมาหากิน การทำงาน ฯลฯ และรู้สึกท้อและล้าเป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้ชีวิตแบบนี้ไม่มีอะไรดีขึ้น คนเราสามารถทำชีวิตให้ดำเนินไปแบบสบายๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องแบกโลกไว้ทั้งใบ ผู้เขียนได้ค้นพบวิธีคิดที่ช่วยให้ทำทุกอย่างในชีวิตง่ายขึ้น จากการที่เป็นที่ปรึกษาของ Apple, Google, Facebook และ Twitter เมื่อคิดเป็นทุกอย่างจึง “ง่าย” โดยสามารถทำได้ตั้งแต่แรกเริ่ม คนที่คิดซับซ้อน การลงมือทำก็จะยากและใช้เวลามาก ส่งผลให้ต้องพยายามอย่างหนักแต่หากสังเกตจริงๆ จะพบว่าได้ผลลัพธ์ที่น้อยไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเท เมื่อคิดให้ง่ายการลงมือทำก็จะง่ายดายในทุกขั้นตอน ผลก็คือ จะเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น หนังสือราคา 250 บาท

รู้จัก ‘บิตคอยน์’ ตั้งแต่เริ่มต้นประดิษฐ์

อ่านเข้าใจง่าย แม้ไม่มีพื้นฐานความรู้

“Inventing Bitcoin : ไขกลไกนวัตกรรมเงินเปลี่ยนโลก”ผู้เขียน Yan Pritzker (ยาน พริตซ์เกอร์) ผู้แปล พิริยะสัมพันธารักษ์ “บิตคอยน์” อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตของพวกเราก็ว่าได้ แต่ทว่าผู้คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้ว่ามันคืออะไร หรือทำงานอย่างไรด้วยซ้ำ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านได้รู้จักกระบวนการประดิษฐ์คิดค้นบิตคอยน์ทีละขั้นทีละตอน รู้จักกลไกการทำงานของบิตคอยน์
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบิตคอยน์จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะกลายมาเป็นระบบเงินสดไร้ศูนย์กลาง ผู้เขียนเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการคริปโทเคอร์เรนซี (โดยเฉพาะ Bitcoin) มีผลงานเรียบเรียงหนังสือ The Bitcoin Standard ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง จึงสามารถอธิบายได้อย่างทีละขั้นทีละตอน อ่านเข้าใจง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานไม่ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคใดๆ และ เมื่อมีความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอก็จะสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสมและสามารถทำกำไรจาก “บิตคอยน์” ได้หนังสือราคา 225 บาท

ส่งต่อความสุข ให้คุณอิ่มและสนุก กับแคมเปญ ‘Happy Bread Day’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693127

ส่งต่อความสุข ให้คุณอิ่มและสนุก  กับแคมเปญ ‘Happy Bread Day’

ส่งต่อความสุข ให้คุณอิ่มและสนุก กับแคมเปญ ‘Happy Bread Day’

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าที่จะทำให้ทุกๆ วัน เป็นวันพิเศษสำหรับคนพิเศษ ขอส่งมอบความสุขให้กับทุกๆ คนผ่านขนมปังจากร้านชื่อดังกว่า 10 ร้าน ในแคมเปญ “Happy Bread Day” โดยตลอดเดือนพฤศจิกายน 2565 แลกรับฟรี! เมนูขนมปังนุ่มอร่อย จาก 10 ร้านดังเฉพาะสาขาเมกาบางนา

อาทิ ฮอทดอก เมนูยอดฮิตจาก IKEA, Premium Pretzel นุ่ม หนึบ หอมอร่อยจากร้าน AUNTIE ANNE’S,Vanilla Custard Pie Puff หวานสดชื่นด้วยครีมวานิลลาจากร้าน BREAD PAPA’S, Garlic Cream Cheese Bun นุ่มหอมเติมอิ่มทุกมื้อจากร้านMIKAZUKI, Mini Super Cheese Toast อร่อยฟินแบบหยุดไม่ได้กับชีสยืดสุดจากร้าน THE VOLCANO, แมคฟิช เบอร์เกอร์ปลาตำนานความอร่อยจากร้าน MCDONALD›S, Butter Croissant ครัวซองต์สัมผัสนุ่ม และกลิ่นหอมเกินห้ามใจจากร้าน PAUL, ปังเย็นนมสด ขนมปังเมนูโปรดผสานเครื่องดื่มเติมความสดชื่นจากร้าน VISTA CAFÉ, Strawberry Custard Bread หรือ Salty Egg & Dango Custards Bread เลือกความอร่อยได้ถึง 2 เมนูจากร้าน CHEEWIT CHEEWA 

และปิดท้ายด้วยฮอทดอกไก่บูลโกกิอร่อยกันแบบเน้นๆ ทั้งไก่นุ่มอร่อย พร้อมผักสดๆครบอิ่มเต็มมื้อ จากร้าน SUBWAY สิทธิพิเศษนี้เฉพาะสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส เพียงใช้คะแนนเมกา สไมล์ รีวอร์ดส ตั้งแต่ 10 คะแนนขึ้นไปสามารถแลกเมนูพิเศษนี้ได้ผ่านแอปพลิเคชั่นเมกาบางนา วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2565 นี้เท่านั้น (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)

Health News : เตือนหนุ่มสาว 1,000 ล้านคนเสี่ยงเสียการได้ยิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693117

Health News : เตือนหนุ่มสาว 1,000 ล้านคนเสี่ยงเสียการได้ยิน

Health News : เตือนหนุ่มสาว 1,000 ล้านคนเสี่ยงเสียการได้ยิน

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผลวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกและได้รับการตีพิมพ์ใน “บีเอ็มเจ โกลบอล เฮลท์” วารสารการแพทย์ของอังกฤษ ระบุว่า ประชากรอายุน้อยราว 1,000 ล้านคนทั่วโลกอาจเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการได้ยินจากการสวมหูฟัง หรืออยู่ในงานคอนเสิร์ตที่มีเสียงดัง

ผลวิจัยดังกล่าวเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงาน 33 ชิ้นที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส และรัสเซีย ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 19,000 คน และทั้งหมดมีอายุตั้งแต่ 12-34 ปี ผลวิจัยพบว่า มีคนอายุน้อยร้อยละ 24 ที่มีพฤติกรรมใช้หูฟังที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน อย่างไม่ปลอดภัย และร้อยละ 48 ที่ได้รับอันตรายจากระดับเสียงที่ไม่ปลอดภัยในสถานบันเทิง เช่น คอนเสิร์ตหรือไนต์คลับ

ดร.ลอเรน ดิลลาร์ด นักโสตสัมผัสวิทยาของมหาวิทยาลัยการแพทย์รัฐเซาท์แคโรไลนา และเป็นผู้เขียนงานวิจัยเกี่ยวกับประเด็นนี้เป็นคนแรก เผยว่า การที่จำนวนประชากรอายุน้อยที่เสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการได้ยินมีช่วงที่กว้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบางคนมีความเสี่ยงทั้ง 2 อย่าง ทั้งจากการใช้หูฟังและการอยู่ในสถานบันเทิงที่มีเสียงดัง พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้หูฟังเพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการได้ยินด้วยการลดความดังเสียงและลดเวลาในการสวมหูฟัง นอกจากนี้ ประชากรกลุ่มนี้ควรสวมที่อุดหูเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง เช่น คอนเสิร์ตหรือไนต์คลับ เพื่อป้องกันภาวะสูญเสียการได้ยินที่อาจเกิดขึ้นได้อนาคต

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693101

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สองผู้ยิ่งใหญ่ : ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมสัมผัสมือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ที่โรงแรมหรูบนเกาะบาหลี ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพบหารือกันแบบพบหน้าครั้งแรกในรอบหลายปี และเกิดในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี จากประเด็นต่างๆ ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน

ซับเหงื่อ : นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำสุดหล่อของแคนาดาใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อ ระหว่างเข้าร่วมทำกิจกรรมร่วมกับบรรดาผู้นำโลกช่วงมื้อเที่ยงในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20 ที่โรงแรมในเมืองนูซา ดัว บนเกาะบาหลี

ขำกลิ้ง : นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ชูสองนิ้วต่อหน้ากล้องพร้อมกับหัวเราะร่า ก่อนเข้าร่วมการประชุมพันธมิตรเพื่อสาธารณูปโภคของโลกและการลงทุน ซึ่งเกิดขึ้นเคียงข้างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20