One Bangkok-The PARQ ชวนเปิดมุมมองสร้างสรรค์ ผลักดันกรุงเทพฯ ในเทศกาล ‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692938

One Bangkok-The PARQ ชวนเปิดมุมมองสร้างสรรค์ ผลักดันกรุงเทพฯ ในเทศกาล 'บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022'

One Bangkok-The PARQ ชวนเปิดมุมมองสร้างสรรค์ ผลักดันกรุงเทพฯ ในเทศกาล ‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

วัน แบงค็อก (One Bangkok) โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร พร้อมมาตรฐานคุณภาพสูงสุดและใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และเดอะ ปาร์ค (The PARQ) โครงการไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูส ภายใต้แนวคิด Life Well Balanced 

ร่วมสนับสนุนงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022  เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ภายใต้แนวคิด CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข   จัดแสดงผลงานศิลปะระดับโลกจาก 3 ศิลปินชั้นนำชาวไทยและต่างประเทศ ต่อยอดการผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลก พร้อมชวนคนไทยสร้างสุขและยกระดับจิตใจจากการชื่นชมงานศิลปะอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ที่ เดอะ พรีลูด วัน แบงค็อก และเดอะ ปาร์ค ตั้งแต่วันนี้ – 23 กุมภาพันธ์ 2566

จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย หัวหน้าภัณฑารักษ์และผู้บริหารฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรมโครงการ วัน แบงค็อก และ เดอะ ปาร์ค  กล่าวว่า “ ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ วัน แบงค็อก และ เดอะ ปาร์ค เรามีความมุ่งมั่นในการผลักดันให้ วัน แบงค็อก และ เดอะ ปาร์ค เป็นอีกหมุดหมายสำคัญด้านศิลปะ ด้วยการนำเสนองานศิลปะสาธารณะ และโปรแกรมทางศิลปะต่างๆ โดยทำงานร่วมกับทั้งศิลปินในประเทศ และจากทั่วโลก หรือการสนับสนุนงานศิลปะทั้งไทยและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้มีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของโครงการเพื่อสร้างชุมชนสำหรับผู้รักศิลปะ 

สำหรับงานเทศกาลศิลปะนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022  เรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยในครั้งนี้มีผลงานศิลปะจาก 3 ศิลปินทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาจัดแสดงที่ เดอะ พรีลูด วัน แบงค็อก และเดอะ ปาร์ค ประกอบด้วย จิตติ เกษมกิจวัฒนา ศิลปินและภัณฑารักษ์อิสระ Uninspired by Current Events ศิลปินด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกชาวไทย   ฟรานเชสโก อารีนา ศิลปินอิสระและประติมากรชาวอิตาเลียน  การที่เราได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศิลปะครั้งสำคัญครั้งนี้ ตอกย้ำแนวคิดของเราในการให้ความสำคัญกับศิลปะและวัฒนธรรมในการสร้างชุมชนที่มีคุณค่า  ทำให้ผู้ชื่นชอบงานศิลปะได้เพลิดเพลิน สร้างความสุข และยกระดับจิตใจจากการชื่นชมงานศิลปะอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ตลอดจนช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการร่วมผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ” 

สำหรับความพิเศษของ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ในปีนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลปะที่มีชื่อเสียงจากทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมทำงาน ไม่ว่าจะเป็นภัณฑารักษ์และที่ปรึกษา นำโดยศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการ และผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ร่วมด้วย 73 ศิลปิน จาก 35 สัญชาติทั่วโลก มาจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยมากกว่า 200 ชิ้นงาน ในสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยไม่จำกัดรูปแบบงานศิลป์ ทั้งรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Space) ผลงานจริง งานผสมผสานเทคนิคการสร้างสรรค์ดั้งเดิม หรือการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ศิลปะการจัดวาง ประติมากรรม มัลติมีเดีย ภาพยนตร์และดนตรี และอีกหลากหลาย โดยสะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันให้ทุกคนได้สัมผัส ตลอดจนช่วยเพิ่มมุมมองและความสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้กับวงการศิลปะไทย 

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการ และผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เผยว่า บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 เป็นการถ่ายทอดสภาวะคาดเดาไม่ได้ที่ทุกคนเผชิญในช่วงนี้ ไม่ว่าจากสถานการณ์โควิด-19 การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความไม่มั่นคงของสถานการณ์ทางสังคมและการเมือง แนวคิด CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข จึงเป็นการให้ศิลปินตีความมุมมองของคำที่มีความหมายตรงข้ามนี้ นำเสนอออกมาเป็นงานศิลป์ที่สื่อความหมายลึกซึ้ง สะท้อนการรับรู้ความเปราะบางของชีวิต รวมถึงการเปิดกว้าง (inclusivity) การยอมรับความหลากหลาย และความแตกต่างทางเพศสภาพ 

สำหรับไฮไลท์ของผลงานศิลปะที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ 

ที่ อาร์ต แกเลอรี เดอะ พรีลูด วัน แบงค็อก
ผลงาน SilentDREAM โดย จิตติ เกษมกิจวัฒนา ศิลปินและภัณฑารักษ์อิสระ กับงานศิลปะจัดวางมัลติมีเดียได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานไว้ว่า 

“จากความสนใจส่วนตัวเกี่ยวกับ ‘พื้นที่’ และ ‘เวลา’ เกิดเป็นนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการแปลงค่าของ ‘ภาพ’ ให้กลายเป็น ‘เสียง’ โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจากความเป็นสมัยใหม่ที่รัชกาลที่ 4 ทรงริเริ่ม ภาพจิตรกรรมฝาผนังของขรัว อินโข่ง ในพระอุโบสถวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร และวิธีทางสังคมการเมืองในปัจจุบัน นิทรรศการของจิตติในครั้งนี้ จึงเป็นนิทรรศการที่ขับเน้นให้เห็นถึงการส่งอิทธิพลซึ่งกันและกันของคลื่นเสียง ตลอดจนสะท้อนการซ้อนทับของหลากหลายเส้นเวลาบนพื้นที่จัดแสดงงาน

ที่ เดอะ ปาร์ค 

•    BAB Café ชั้น 3 

ผลงาน  “Peasant Park” โดย Uninspired by Current Events ศิลปินคอมพิวเตอร์กราฟิก ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการโพสต์ภาพผลงานศิลปะสะท้อนภาพเหตุการณ์และข่าวสารบ้านเมืองแบบรายวัน ผลงานที่นำมาแสดงในครั้งนี้เป็นการผสมผสานศิลปะและเรื่องราวทางสังคม ในรูปแบบวีดีโอจัดวางที่ขบขันเชิงล้อเลียนสังคม ผ่านภาพอนุสาวรีย์ต่างๆ ของประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน โดยปราศจากข้อจำกัดทางเสรีภาพด้านความคิด

•    Q Space  ชั้น 1

ผลงาน “Daily Stone” โดย ฟรานเชสโก อารีนา ศิลปินอิสระชาวอิตาเลียนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจัดวางและประติมากรรมจากการแกะก้อนหินธรรมชาติขนาดใหญ่เพื่อใช้วางหนังสือพิมพ์ฉบับวันปัจจุบัน โดยหนังสือพิมพ์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ขณะที่แท่นหินจะไม่เปลี่ยนแปลงและคงเป็นเช่นนั้นในอีกหลายสหัสวรรษ งานชิ้นนี้จึงสื่อถึงทั้งความคงที่และความชั่วครั้งชั่วคราว (Static and Fleeting) เป็นองค์ประกอบสองประการของชิ้นงานซึ่งจะสมบูรณ์และมีความหมายก็ต่อเมื่อหนังสือพิมพ์และแท่นหินมาวางอยู่ด้วยกันเท่านั้น  

ดื่มด่ำกับศิลปะร่วมสมัยที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ภายใต้แนวคิด CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข  ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่เดอะ พรีลูด วัน แบงค็อก และเดอะ ปาร์ค โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.onebangkok.com/th/experiences/bab-2022.html

-(016)

Haleon เปิดตัวโครงการ ‘เพราะรอยยิ้มไม่ควรต้องรอ ความสุขก็เช่นกัน’ ส่งเสริมการเข้าถึงฟันเทียมสำหรับคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692934

Haleon เปิดตัวโครงการ ‘เพราะรอยยิ้มไม่ควรต้องรอ ความสุขก็เช่นกัน’ ส่งเสริมการเข้าถึงฟันเทียมสำหรับคนไทย

Haleon เปิดตัวโครงการ ‘เพราะรอยยิ้มไม่ควรต้องรอ ความสุขก็เช่นกัน’ ส่งเสริมการเข้าถึงฟันเทียมสำหรับคนไทย

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.15 น.

เฮลีออน ประเทศไทย (Haleon) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพระดับโลก ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “เพราะรอยยิ้มไม่ควรต้องรอ ความสุขก็เช่นกัน” (Smiles Can’t Wait) ในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำพันธกิจในการส่งมอบสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วันสำหรับทุกคน และสานต่อแนวคิด #EveryMouthMatters สำหรับผู้คนทั่วโลก

โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือผู้สูญเสียฟันที่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายจากการทำฟันเทียมให้มีโอกาสเข้าถึงได้มากขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาด้วยการลดผลกระทบทางด้านอารมณ์จากการสูญเสียฟัน อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาอันเป็นผลสืบเนื่องจากการสูญเสียฟันได้

เฮลีออนเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสในการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงให้นานที่สุดไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม หากแต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับโอกาสนั้น ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ทางสังคมในยุคปัจจุบันที่มีส่วนทำให้การการเข้าถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในแต่ละวันของผู้คนนับล้านยังคงถูกจำกัดไปด้วย เฮลีออนจึงมุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการยกระดับการดูแลสุขภาพในทุกๆ วันของผู้คนให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากผลการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับดัชนีวัดค่าความครอบคลุมด้านสุขภาพ (Health Inclusivity Index ) ซึ่งจัดทำขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยเป็นการศึกษาร่วมกับหน่วยงานด้านการวิจัยชั้นนำอย่าง Economist Impact เพื่อระบุตัวแปรที่เป็นอุปสรรคต่อการมีสุขภาพที่ดีในชีวิตประจําวันของผู้คน ดัชนีดังกล่าวได้จัดอันดับให้ประเทศไทยติดอยู่ในสิบอันดับแรกในฐานะผู้นําที่ได้รับการยอมรับในด้านการให้ความสําคัญต่อสุขภาพองค์รวมของประชาชน รวมถึงสุขภาพของช่องปากและฟัน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของวาระแห่งชาติ  โดยประเทศไทยมีโครงการในระดับชาติหลายโครงการที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุชาวไทย และการดูแลด้าน

ทันตกรรมที่รวมอยู่ในความคุ้มครองของระบบประกันสังคม  อย่างไรก็ตามด้วยความต้องการในการใช้ฟันเทียมที่มีเพิ่มขึ้นอย่างสูงในปัจจุบัน ทำให้โครงการเหล่านี้ไม่สามารถตอบรับกับความต้องการได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ประชากรบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงฟันเทียมได้

นายฌอง ฟรองซัวส์ คูเว่ ผู้จัดการทั่วไป เฮลีออน ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม แต่น่าเสียดายที่ชีวิตและรอยยิ้มของคนไทยจำนวนมหาศาลต้องได้รับผลกระทบจากภาวะการสูญเสียฟัน โดยเฉพาะประชากรกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เช่น กลุ่มผู้สูงอายุก็มักขาดโอกาสในการเข้าถึงฟันเทียมโครงการ ‘เพราะรอยยิ้มไม่ควรต้องรอ ความสุขก็เช่นกัน’ หรือ Smiles Can’t Wait จึงถือกำเนิดขึ้น โดยพวกเราทุกคนที่เฮลีออนมุ่งมั่นที่จะสร้างการรับรู้และให้ความช่วยเหลือเพื่อช่วยให้คนไทยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงฟันเทียมได้ง่ายขึ้น เพราะเราเชื่อว่ารอยยิ้มและความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี โดยไม่จำเป็นไม่ต้องรอ”

จากข้อมูลล่าสุดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ามีชาวไทยมากถึงร้อยละ 58 ในวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 60 – 74 ปี ที่กำลังประสบกับปัญหาการสูญเสียฟัน ส่งผลให้เหลือฟันตามธรรมชาติน้อยกว่า 20 ซี่ โดยสถิติดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในแต่ละทศวรรษ

รศ.ทพ.ดร.นิยม ธำรงค์อนันต์สกุล ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “ในแต่ละปีผู้สูงอายุอายุระหว่าง 60 – 74 ปี และ 80 – 85 ปี ในประเทศไทยเข้าถึงชุดฟันเทียมเพียงร้อยละ 28 เท่านั้น โดยหนึ่งในข้อจำกัดหลักคือค่าใช้จ่ายในการทำฟันเทียม”

ทพ.วิศรุตม์ ประวัติวัชรา ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การสูญเสียฟันอาจเกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การสูญเสียฟันในผู้สูงอายุอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตในด้านสุขภาพ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ”

“ในขณะที่การสูญเสียฟันอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่ใส่ฟันเทียม โดยอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพของร่างกาย เช่น อาการฟันล้ม ปัญหาการเคี้ยวอาหาร ปัญหาการพูดไม่ชัด ภาวะทุพโภชนาการ ไปจนถึงปัญหาที่เป็นผลกระทบต่อสุขภาพทางจิตใจ อาทิ สูญเสียความพึงพอใจในตนเอง เบื่ออาหาร หรือแม้แต่ส่งผลให้มีกิจกรรมทางสังคมที่ลดลง” ทพ.วิศรุตม์ กล่าวเสริม

นางดวงใจ หทัยกาญจน์ นักแสดงและผู้มีประสบการณ์การสูญเสียฟัน และใช้ฟันเทียม แสดงความคิดเห็นสนับสนุนว่าการสูญเสียฟันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของเธอ “เมื่อเราอายุมากขึ้นก็จะมีปัญหาด้านสุขภาพมากมายเข้ามารุมเร้า รวมถึงการสูญเสียฟัน เมื่อดิฉันเริ่มสูญเสียฟัน ดิฉันก็รู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ในฐานะนักแสดง ดิฉันกังวลว่าเวลายิ้ม ผู้คนจะสังเกตเห็นว่าไม่มีฟัน ทำให้ฉันเกิดความไม่มั่นใจในการที่จะเข้ามาออดิชันงานและนำไปสู่อาการเครียดกับการตกงาน ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์อย่างมาก สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นมากกว่าแค่ฟันที่หายไป เพราะถ้าหากไม่มีฟันเทียม โครงสร้างใบหน้าก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้รูปลักษณ์เปลี่ยนไป ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพร่างกายที่มากขึ้น ดังนั้นดิฉันหวังว่าผู้สูงอายุทุกคนจะสามารถเข้าถึงฟันเทียมได้ เพื่อให้พวกเขามีอายุที่มากขึ้นอย่างมีสุขภาพดีและสวยงาม” นางดวงใจ กล่าว

ภายใต้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, กองทันตกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมร้านขายยาแห่งประเทศไทย  เฮลีออน ประเทศไทย จึงได้เข้ามาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายในการมอบอย่างน้อย 1,000 ฟันเทียมให้ผู้สูงวัยในประเทศไทยที่มีปัญหาการสูญเสียฟันและต้องการฟันเทียมให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขและรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทยให้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

“พวกเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะยิ้ม ไม่ว่าเราจะเป็นใคร มาจากไหน หรืออายุเท่าไหร่ก็ตาม เฮลีออนและพันธมิตรของเราพร้อมแล้วที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค และมอบรอยยิ้ม โดยปัญหาดังกล่าวนี้สมควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังด้วยการช่วยเหลือให้คนไทยสามารถเข้าถึงฟันเทียมได้มากขึ้น เพราะการสูญเสียฟันไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องพลาดการได้ใช้ชีวิตที่ดี” นายฌอง-ฟรองซัวส์ กล่าวเสริม

-(016)

เจาะลึกเรื่องมะเร็ง…โลกมาถึงยุค ‘มะเร็งแม่นยำ’ เมืองไทยนำมาใช้แล้วหรือยัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692913

เจาะลึกเรื่องมะเร็ง...โลกมาถึงยุค ‘มะเร็งแม่นยำ’ เมืองไทยนำมาใช้แล้วหรือยัง

เจาะลึกเรื่องมะเร็ง…โลกมาถึงยุค ‘มะเร็งแม่นยำ’ เมืองไทยนำมาใช้แล้วหรือยัง

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.21 น.

หากพูดถึงโรคมะเร็ง…ในใจของผู้คนจะเต็มไปด้วยความกลัวเพราะมะเร็งอันตรายถึงชีวิต นับเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของโลกและประเทศไทย มีสถิติล่าสุดจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (International Agency for Research on Cancer: IARC)  ในปี 2563 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มากกว่า 19 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นชาวเอเชียมากกว่า 9.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 49.3  ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ร้อยละ 5.5  เฉพาะชาวไทยพบผู้ป่วยใหม่จำนวน 190,636 ราย และพบการเสียชีวิตจากมะเร็งมากถึง 124,866 ราย มะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย 3 อันดับแรกได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ตามลำดับ 

ในงานประชุมวิชาการของบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายใต้ชื่อ Roche Scientific Days ซึ่งแต่ละปีจะได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุขมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ทางวิชาการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับแรงบันดาลใจ เพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ อันสามารถนำไปต่อยอดในงานได้  ส่วนหนึ่งของงานในปีนี้มีการอภิปรายพิเศษในหัวข้อ “ห้องปฏิบัติการทางคลินิกผลักดันมะเร็งแม่นยำในประเทศไทยได้อย่างไร” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา และบุคลากรผู้ชำนาญการด้านห้องปฏิบัติการของเมืองไทยร่วมอภิปรายให้ข้อมูลและความรู้ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์สาธารณสุขไทยและประชาชน ดังต่อไปนี้ 

มะเร็งแม่นยำ หรือ Precision Oncology ว่าด้วยเรื่องของการรักษามะเร็งแบบแม่นยำจำเพาะบุคคล โดยคำนึงถึงความหลากหลายของพันธุกรรมหรือยีน สิ่งแวดล้อม และวิถีการใช้ชีวิต ซึ่งโดยหลักการของการรักษาผู้ป่วยจะต้องเป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติ แต่ในทางปฏิบัติแพทย์จำเป็นต้องปรับยา และการรักษาตามบริบทของผู้ป่วย ในบางรายอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง หรือบางรายมีการตอบสนองต่อยาหรือการรักษาอย่างบางได้ดี ซึ่งในอดีตเราไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด

ศาสตราจารย์นายแพทย์มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้อภิปรายให้ความรู้ไว้ว่า “มะเร็งมีความซับซ้อนในหลายมิติ แต่ปัจจุบันเรามีองค์ความรู้มากขึ้น เช่น จากการศึกษาพันธุกรรมจีโนม การถอดรหัสพันธุกรรมมะเร็ง ทำให้รู้ว่ามะเร็งแต่ละชนิดมีการกลายพันธุ์ไม่เหมือนกัน มีภูมิทัศน์จีโนม หรือ genome landscape แตกต่างกัน มะเร็งบางชนิดมีการกลายพันธุ์บางอย่างที่ตอบสนองต่อยาบางตัวได้ดี ทำให้แพทย์เข้าใจถึงที่มาที่ไปจึงสามารถให้การรักษาผู้ป่วยแบบจำเพาะเจาะจงแบบมีเหตุผลมีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งได้ผลมากดีขึ้น รวมทั้งสามารถทำซ้ำได้ จึงเรียกว่า มะเร็งแม่นยำ หรือ precision oncology โดยอาศัยข้อมูลทางแล็บ การสะสมองค์ความรู้ ส่งผลให้แพทย์มีความรู้และความเข้าใจมากขึ้น และที่สำคัญปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีความใช้จ่ายที่ถูกลง และใช้เวลาในการประมวลผลสั้นลง”

อาจารย์ ดร. ชินโชติ ธีรภัคภิญโญ นักวิจัยชำนาญการและหัวหน้าศูนย์จุฬายีนโปร คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “วงการแพทย์ และห้องปฏิบัติการมาถึงยุค Next Generation Sequencing หรือ NGS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ตรวจลำดับสารพันธุกรรมหรือยีนของมนุษย์ แต่เดิมเราตรวจสอบยีนได้ทีละตำแหน่ง ในขณะที่เทคโนโลยี NGS ช่วยให้เราสามารถตรวจยีนได้เป็นกลุ่มไปจนถึงยีนทั้งหมดในจีโนมของมนุษย์ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ  ปัจจุบัน NGS อาจไม่ได้เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีดั้งเดิมทั้งหมด แต่จะเริ่มมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และให้ผลการตรวจวิเคราะห์ที่ช่วยให้แพทย์พยากรณ์และวินิจฉัยโรคมะเร็งได้อย่างแม่นยำขึ้น”

นายแพทย์ภาสกร วันชัยจิระบุญ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา และผู้ช่วยผู้อำนวยการ และรองประธานศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงสาขามะเร็ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ได้ให้ความเห็นว่า “เทคโนโลยีสมัยก่อนต้องลุ้นเหมือนแทงหวย ยิ่งมะเร็งบางชนิดอย่างมะเร็งปอด เราได้ชิ้นเนื้อน้อย ถ้าส่งตรวจทีละตำแหน่งแล้วไม่เจอ ก็ต้องเริ่มใหม่คนไข้ก็ต้องเจ็บตัวอีกรอบ ไหนจะค่าใช้จ่าย แต่สมัยนี้ชิ้นเนื้อเดียวตรวจทีเดียวได้หมดเลย เจอสาเหตุได้มาก ไม่ตัดทางเลือกในการรักษาของคนไข้ เมื่อสามารถเข้าถึงแล็บได้ก็จะทำให้เข้าถึงยาได้ โอกาสรักษาก็เพิ่มมากขึ้น” 

ทุกวันนี้ก็ยังมีคำถามว่า มะเร็งเกิดจากอะไร สาเหตุส่วนหนึ่งเรายังไม่ทราบ แต่อีกส่วนหนึ่งเราทราบแล้วว่าเกิดจากมีกลายพันธุ์บางอย่าง เช่น ยีน Epidermal Growth Factor Receptor (EGFR) เป็นยีนที่พบการกลายพันธุ์มากที่สุด จึงอธิบายได้ว่า ทำไมผู้ป่วยบางคนทั้งชีวิตไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่เจอ pm2.5 แต่เป็นมะเร็งปอด  เมื่อเกิดการกลายพันธุ์จะเหมือนการเปิดสวิตซ์ไฟ มะเร็งก็จะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อแพทย์ทราบได้ว่ามีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งใดก็จะสามารถให้ยาแบบ targeted medicine ซึ่งก็เหมือนเป็นการเข้าไปปิดไฟ ทำให้ก้อนมะเร็งยุบเร็ว ยุบนาน ยุบเยอะ ส่งผลให้อาการข้างเคียงหายไป ผู้ป่วยจึงมีสุขภาพดีขึ้น และคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นด้วย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ชนพ ช่วงโชติ ผู้อำนวยการศูนย์จุฬาลงยีนโปร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สรุปไว้ว่า “เรามาถึงยุคที่สามารถตรวจยีนมะเร็งพร้อมกันเป็นชุด ในการตรวจเพียงครั้งเดียว ตอบโจทย์ความต้องการของแพทย์ผู้รักษา ที่ต้องการข้อมูลพันธุกรรมมะเร็งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเลือกวิธีรักษาผู้ป่วยแต่ละราย ให้เหมาะสมและทันเวลา อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการตรวจยังมีข้อจำกัดอยู่ในบ้านเรา ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อยกระดับการบริการการตรวจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย”

นายพิเชษฐพงษ์ ศรีสุวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 500 ท่าน ทั้งแพทย์ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขาวิชาชีพ และนักเทคนิคการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ “เราตระหนักดีว่า คุณค่าของการตรวจวินิจฉัย เป็นหัวใจสำคัญของการแพทย์และสาธารณสุข ดังนั้นจึงเป็นจำเป็นต้องได้รับการผลักดันให้ทุกหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศ ได้รับทราบและเห็นถึงคุณค่าของงานตรวจวินิจฉัย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย พร้อมกับส่งเสริมให้ระบบสาธารณสุขมีประสิทธิภาพที่ดี และมีความยั่งยืน”

เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692907

เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ

เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.05 น.

เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

1 คน 1 โหลด = หลายล้านพลัง

สภากาชาดไทย ได้รับพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ฯ เพื่อนำมาจัดทำสติกเกอร์ไลน์ชุด “แชทได้บุญ แชร์ได้กุศล” Chat & Charity ครั้งที่ 2 โดยรายได้จากการดาวน์โหลดสมทบทุน “เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย” สติกเกอร์ไลน์มีทั้งสิ้น 16 แบบ ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ที่ https://store.line.me/stickershop/product/21209610/th

ผ่านทาง LINE แอปพลิเคชัน ทั้งระบบ iOS และ Android ราคา 35 บาท (50 Coin)

เบาหวานเป็นเรื่องต้องรู้ กับกิจกรรม ‘วันเบาหวานโลก 2565’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692894

เบาหวานเป็นเรื่องต้องรู้  กับกิจกรรม  ‘วันเบาหวานโลก 2565’

เบาหวานเป็นเรื่องต้องรู้ กับกิจกรรม ‘วันเบาหวานโลก 2565’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.35 น.

บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด ยังคงเดินหน้าภารกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและผู้ป่วยให้ดีขึ้น ล่าสุดจับมือ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย จัดงานวันเบาหวานโลกเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ณ สวนอุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิด “Access to Diabetes Care Education to Protect Tomorrow”  พรุ่งนี้ไม่สาย ถ้าเรารู้ทัน #ให้เบาหวานเป็นเรื่องต้องรู้ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องในวันเบาหวานโลกซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมออกบูธกิจกรรมงานวันเบาหวานโลกภายใต้กรอบแนวคิดของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เพื่อร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องโรคเบาหวาน ที่ถือเป็นปัญหาใหญ่ทางด้านสาธารณสุขระดับโลก

ข้อมูลจากสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation, IDF) ปี 2021 พบว่าจำนวนผู้ที่เป็นเบาหวานทั่วโลกทั้งหมด 537 ล้านคน ซึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 90 ล้านคน ซึ่งเปิดเผยโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานที่อยู่ในระบบทะเบียน 3.2 ล้านคน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนรายต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาด้านสาธารณสุขเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคไต ฯลฯ

พญ. ลัคนา กาญจนกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด ระบุว่า “บริษัทฯ ได้รณรงค์และให้ความสำคัญการสร้างความเข้าใจโรคเบาหวานรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ที่เป็นเบาหวานห่างไกลหรือชะลอภาวะแทรกซ้อนที่ตามมาจากโรคเบาหวานได้ โดยสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ได้กำหนดหัวข้อวันเบาหวานโลก Access to Diabetes Care” สำหรับการรณรงค์ในปี 2564-2566 ปีนี้นั้นมุ่งเน้นเรื่อง Education to Protect Tomorrow การสนับสนุนดังกล่าวทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญและมีการจัดมาอย่างเนิ่นนาน ครั้งนี้ได้มุ่งเน้นความตระหนักรู้การเข้าใจอาหาร ฉลากโภชนาการ การออกกำลังกาย การรณรงค์ให้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เมื่อมีปัญหาด้านเบาหวานแก่ผู้เข้าร่วมงานและผู้ที่สนใจ มีคุณประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานในการช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจและโรคไต จากพฤติกรรมสุขภาพที่ดีที่ช่วยการลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดน้ำหนัก ซึ่งการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเบาหวานที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ”  

ภายในงานคึกคักไปด้วยบรรดาคนรักสุขภาพหลากหลายช่วงวัยที่ต่างพาเหรดเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยบูธให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานต่าง ๆ มากมาย อาทิ การเข้าถึงอาหารสุขภาพ และการออกกำลังกาย, นิทรรศการศิลปะเบาหวานเด็ก จัดแสดงภาพวาด ภาพถ่าย VDO รณรงค์เรื่อง Diabetes awareness, อาหารเพื่อสุขภาพ จำหน่ายพืชผักผลไม้ สินค้าปลอดสารพิษ, ประเมินความเสี่ยงเบาหวานด้วยตนเอง, ตรวจน้ำตาลในเลือดเจาะปลายนิ้ว, ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฯ สร้างความประทับใจกันไปถ้วนหน้า

Mrs.Thailand World2022 ร่วมกิจกรรม ‘กิจกรรม..รับบริจาคโลหิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693057

Mrs.Thailand World2022 ร่วมกิจกรรม 'กิจกรรม..รับบริจาคโลหิต'

Mrs.Thailand World2022 ร่วมกิจกรรม ‘กิจกรรม..รับบริจาคโลหิต’

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.47 น.

Mrs.Thailand World2022 “ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล”ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธินวมินทร์รวมใจ” พร้อมทั้งโรงพยาบาลนวมินทร์9 ร่วมกับ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “รับบริจาคโลหิต” เพื่อสร้างการรับรู้ และความตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต โดยได้รับความสนใจจากประชาชน รวมทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคคลากรภายในโรงพยาบาลฯ เป็นอย่างมาก

TRINITY ปลื้ม Champagne Poppin ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 เพลงอินเตอร์ ที่คนฟังมากที่สุดในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693056

TRINITY ปลื้ม Champagne Poppin ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 เพลงอินเตอร์ ที่คนฟังมากที่สุดในประเทศ

TRINITY ปลื้ม Champagne Poppin ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 เพลงอินเตอร์ ที่คนฟังมากที่สุดในประเทศ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.46 น.

เรียกว่าหายเหนื่อยเลยก็ว่าได้สำหรับเพลงสากลเพลงแรกของ TRINITY (ทรินิตี้) ประกอบด้วย “เติร์ด-ปอร์เช่-แจ๊คกี้” ศิลปินในสังกัด 4NOLOGUE (โฟร์โนล็อค) ล่าสุดเพลง Champagne Poppin ขึ้นชาร์ต No.1 Thailand TOP 50 International เพลงสากลที่มีคนฟังมากที่สุดบนชาร์ต JOOX เป็นที่เรียบร้อย งานนี้ต้องขอบคุณ TWILIGHT (ทไวไลท์ : ชื่อแฟนคลับ) และแฟนเพลงทุกคนที่ช่วยกันสนับสนุน

ฟังเพลง Champagne Poppin ได้แล้ววันนี้ทุก Music Streaming รับชมมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่ YouTube : TRINITY และติดตามทุกความเคลื่อนไหวของสามหนุ่ม “เติร์ด-ปอร์เช่-แจ๊คกี้” ได้ที่โซเชี่ยลมีเดียของ TRINITY ทุกช่องทาง

#ChampagnePoppin

#TRINITY_TNT

#4NOLOGUE

‘เพจข่าวบันเทิงช่อง8’ชื่นมื่นหลังลงข่าวร้องทุกข์ ผู้จัดการดังนิรนาม ยอมคืนเงินแล้ว!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693054

'เพจข่าวบันเทิงช่อง8'ชื่นมื่นหลังลงข่าวร้องทุกข์ ผู้จัดการดังนิรนาม ยอมคืนเงินแล้ว!!

‘เพจข่าวบันเทิงช่อง8’ชื่นมื่นหลังลงข่าวร้องทุกข์ ผู้จัดการดังนิรนาม ยอมคืนเงินแล้ว!!

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.45 น.

ชื่นมื่นไหมล่ะ?หลังจากเพจดัง “ข่าวบันเทิงช่อง8” ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวร้องทุกข์ของป้าอ้อย(นามสมมติ) ที่โดนผู้จัดการดังยืมเงินแล้วไม่ยอมคืนมาประมาณ 4 ปี ล่าสุดข่าวดันกระแสแรงเหมือนแทงใจดำ หลังจากถูกหลายคนออกตามหากันให้ควั่ก ผู้จัดการรายนี้เลยรีบติดต่อกลับไปหาป้าอ้อยทันที แบบไม่ต้องทวงถาม เพื่อขอคืนเงิน โดยทางเพจดังก็ได้ออกมาโพสต์ให้ทราบความคืบหน้ากันว่า

“หลังจากที่เพจข่าวบันเทิงช่อง 8 ได้ลงเรื่องราวร้องทุกข์ของชาวบ้านตาดำ นาม ป้าอ้อย ที่ให้ผจก.ดาราท่านนึงยืมเงินไปหาแม่ที่ป่วย จำนวน 5 หมื่นบาท แต่ ผจก. น้านนนกลับผลัดวันประกันพรุ่ง ผลัดมาจนผ่านมา 3-4 ปี ป้าอ้อยก็ยังไม่ได้เงินคืนซึ่งผจก. ก็อ้างสารพัด ทั้งไม่มีเงิน รอถูกหวย จนถึงขั้นอ้างว่า ทุกวันนี้โรครุมเร้า ไม่มีงาน ทองที่ใส่ก็ปลอมพอเป็นข่าวปุ๊ป ก็ดูเหมือน ผจก.คนดังจะรู้ตัวปั๊บ งานนี้มีการติดต่อป้าอ้อย ไปเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะซึ่ง ผจก.ได้มีการขอโทษ ขอโพยป้าอ้อย ที่ไม่ได้ใช้หนี้ ซึ่งรอบนี้ ผจก.ขอทยอยคืนหนี้ให้กับ ป้าอ้อย ทีละ 1 หมื่นบาทด้าน ป้าอ้อย ก็ยินดี เพราะอย่างน้อยก็ยังทยอย เหตุที่ใจอ่อน ให้ ผจก. ดัง ทยอยใช้หนี้ เพราะเห็นว่า ผจก. เป็นคนดี เคยช่วยเหลือ ดูหมา แมวจรจัดนั่นเองแหมๆ งานนี้ก็รอฟังคำตอบจากปาก ผจก.คนดังดีกว่านะจ๊ะ ว่าเหตุผลที่เป็นหนี้ของชี คืออะไร เพราะเชื่อว่าพี่แกคงมีเหตุผล ระดับนักปั้นมือทอง มีโรงเรียนเดินแบบ ออกงานเป็นว่าเล่น ระดับนี้เค้าไม่มีวันตกอับหรอกเนอะ ฟิ้วววว”

ดองกิ และดองกิ มอลล์ ทองหล่อ เตรียมเปิดร้านซูชิเจ้าดัง SEN SEN SUSHI

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693051

ดองกิ และดองกิ มอลล์ ทองหล่อ เตรียมเปิดร้านซูชิเจ้าดัง SEN SEN SUSHI

ดองกิ และดองกิ มอลล์ ทองหล่อ เตรียมเปิดร้านซูชิเจ้าดัง SEN SEN SUSHI

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.42 น.

บริษัท เจแปน เอ็กเซลเล้นท์ ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัดร้านค้าอันดับหนึ่งด้านสินค้าประเภทของใช้ และอาหารคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) นำโดย นายโคตะทามากิประธานกรรมการบริษัทดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับบริษัททีโอเอ-พีพีไอเอชจำกัด ผู้ให้บริการศูนย์การค้าดองกิมอลล์ทองหล่อนำโดย นายไพฑูรย์เลิศเพ็ญเมธากรรมการผู้จัดการบริษัททีโอเอ-พีพีไอเอชจำกัดเตรียมเปิดร้านซูชิชื่อดัง SEN SEN SUSHI ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของดองกิและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้ง 5สาขาในฮ่องกง เพื่อตอกย้ำการเป็นแหล่งช้อปปิ้งแฮงเอาท์และฟู้ด-เดสทิเนชั่นที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของประเทศญี่ปุ่นในย่านใจกลางกรุงเทพฯอย่างครบวงจรตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งเมนูจานเดี่ยว เมนูพิเศษ และโซนโอมาคาเสะรวมถึงเพิ่มการเข้าถึงร้านซูชิที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและแหล่งวัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วโลกที่มีคุณภาพตามมาตรฐานดองกิในพื้นที่กรุงเทพ โดยจะให้บริการแบบฟูลเซอร์วิสเป็นสาขาแรกของกรุงเทพฯ ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ เวลา 11.00 – 24.00 น.(เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าดองกิมอลล์ทองหล่อ

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.sensensushi.com/th/

เชียงราย ครึกครื้น เปิดงาน ‘Back to Origin 2022’ ณ ล้านเมืองวิลเลจ จังหวัดเชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693049

เชียงราย ครึกครื้น เปิดงาน 'Back to Origin 2022' ณ ล้านเมืองวิลเลจ จังหวัดเชียงราย

เชียงราย ครึกครื้น เปิดงาน ‘Back to Origin 2022’ ณ ล้านเมืองวิลเลจ จังหวัดเชียงราย

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.38 น.

เปิดงานอย่างเป็นทางการ ททท. ชวนเที่ยวงาน “Back to Origin 2022” สัมผัสบรรยากาศ และกลิ่นอายของชา-กาแฟ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวพร้อมช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ ชูจุดขายแหล่งปลูกชาและกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าที่สำคัญของประเทศ 

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับ นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมทำพิธีเปิดงาน “Back to Origin 2022” ที่จัดขึ้นกันตั้งแต่ วันที่ 16-20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 16.00-22.00 น. ณ ล้านเมืองวิลเลจ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

การจัดงานครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่จะกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว และกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ถึงสินค้า ของดีจังหวัดเชียงราย (กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า และชา) และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน อยากให้เกษตรกร มีช่องทางรายได้และสามารถจำหน่ายสินค้า นอกจากนั้นยังมองถึง ผู้ประกอบการธุรกิจด้านชา-กาแฟ อันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่จังหวัดเชียงราย หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เริ่มคลี่คลายลง

บรรยากาศภายในงาน มีกิจกรรมมากมาย สร้างสีสัน ให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้ มี กิจกรรมเวิร์คชอปการเรียนรู้ทักษะด้านชา-กาแฟ ทั้งการชง การคั่ว การดื่มกาแฟและชาในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีการสาธิตชงชาและกาแฟสุดพิเศษโดยบาริสต้าและนักชงชามากฝีมือ, กิจกรรมการแข่งขันด้านกาแฟและชา ได้แก่ การแข่งขันลาเต้อาร์ต (Latte Art), การแข่งขันดริปกาแฟ (Drip Coffee), การแข่งขัน Cup Tasters, การแข่งขันเมนูซิกเนเจอร์กาแฟ Coffee Signature menu และการแข่งขันเมนูซิกเนเจอร์ชา Tea Signature menu ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท, การออกร้านจำหน่ายสินค้าชาและกาแฟส่งตรงจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค พร้อมเปิดประสบการณ์ลองลิ้มชิมรสชาและกาแฟในแบบต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ใครที่ชื่นชอบการช้อป ชิม ต้องห้ามพลาดกับ คาราวานฟู้ดทรัคอาหารแสนอร่อย รวมกว่า 50 ร้านค้า,อิ่มสนุกครบ ใน 3 วัน นอกจากนั้น ยังมี ศิลปินชื่อดัง วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 พบกับ วง getsunova, วันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 พบกับ เพียว The Voice, วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 พบกับ ไอซ์ ศรัณยู, วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 พบกับ วง ONE DREAM THE COMEDIAN และวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 พบกับ นิว – จิ๋ว ใครที่สนใจ ห้ามพลาด คนรักชาและกาแฟ ห้ามพลาด ติดตามและเข้าถึงแก่นแท้ของต้นตำรับได้ทาง Facebook Fanpage : Thailand Festival และ Facebook Fanpage : Back to Origin 2022 

#กระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา #จังหวัดเชียงราย #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #AmezingThailand #SHA #ตลาดล้านเมือง #ล้านเมืองวิลเลจ #ANACuisineandCoffee #สถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/Backtoorigin2022/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทาง Inbox : m.me/Backtoorigin2022