สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ผลลัพธ์แห่งการให้ … จากน้ำใจสู่การให้ชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692958

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์  ผลลัพธ์แห่งการให้ ... จากน้ำใจสู่การให้ชีวิต

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ผลลัพธ์แห่งการให้ … จากน้ำใจสู่การให้ชีวิต

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลรัฐมุ่งผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพโดดเด่น และมีความรู้ความสามารถที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์ต่างๆ ของโลกที่ไม่แน่นอน “สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์” อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นหนึ่งในวิทยาเขตการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีเอกลักษณ์ในการดำเนินการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีปรัชญาของ “ชีวิตวิทยาเขต” (Campus life) บนพื้นที่ประมาณ 319 ไร่ ประกอบด้วย โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และหลักสูตรวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย (ซึ่งหลักสูตรนี้มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย) และพื้นที่ในการสนับสนุนชีวิตวิทยาเขตรวมกว่า 400,000 ตารางเมตร พันธกิจหลักในการผลิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ระดับปริญญาตรีรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีความสามารถและมีศักยภาพสูง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขกับประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกแถบเขตปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ทางภาคตะวันออกของประเทศ อันเป็นพื้นที่ ที่มีความหนาแน่นของประชากรจำนวนมาก

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ตั้งอยู่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เปิดให้บริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนผ่าน “โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์” เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ให้บริการผู้ป่วยนอกได้มากกว่า 1,000,000 รายต่อปี และผู้ป่วยในประมาณ 17,000 รายต่อปี เน้นให้บริการทางการแพทย์แบบองค์รวมที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเป็นต้นแบบในการรักษาที่ได้มาตรฐานแก่ผู้ป่วย ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิถึงทุติยภูมิ
เน้นการส่งเสริม ฟื้นฟูสุขภาพและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านสาธารณสุข ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ด้านอาชีวเวชศาสตร์ให้กับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น ในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ได้ทำหน้าที่เป็นด่านสำคัญของการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่ส่งต่อมาจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชาทั้งวิทยาเขตพญาไท และวิทยาเขตจักรีนฤบดินทร์ จึงสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มกำลัง

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ถือกำเนิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้มีสถานพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ จึงจัดตั้งสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เพื่อบริการประชาชนในแถบจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดใกล้เคียง ให้เข้าถึงบริการสาธารณสุขมากขึ้นและขยายความสามารถในการรองรับผู้ป่วยให้ได้มากขึ้น สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ถูกสร้างให้เป็น “โรงเรียนแพทย์ในฝัน” เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล บนพื้นที่ทั้งหมด 319 ไร่ ซึ่งใหญ่กว่าโรงพยาบาลรามาธิบดีศูนย์พญาไทถึง 10 เท่า โดยมี จุดประสงค์เพื่อให้เป็นโรงเรียนแพทย์ที่ผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกไปรับใช้ประชาชนทั่วประเทศ และเป็นพื้นที่ที่ทำให้นักศึกษาเรียนอย่างมีความสุข โดยหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตมีการปรับหลักสูตรถึง 3 ครั้ง โดยให้นักศึกษาเขามามีส่วนร่วมในการปรับหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาได้เลือกเรียนตามความต้องการของตนเอง (Personalized Curriculum)ในบรรยากาศการเรียนการสอนที่สนุกสนาน พร้อมสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของนักศึกษาให้ดียิ่งขึ้นซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่ดี”

ในส่วนของการศึกษาวิจัย สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ มีการบริหารจัดการให้เกิดชีวิตวิทยาเขต (Campus life) ที่สนับสนุนพันธกิจการศึกษาและวิจัยในลักษณะการศึกษาร่วมกันของ 4 หลักสูตร(Interprofessional education : IPE) ครอบคลุมถึงการเรียนการสอน การใช้ชีวิตและมีกิจกรรมร่วมกัน ทั้งในและนอกเวลา โดยได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาที่เกี่ยวกับการแพทย์เข้ามาในหลักสูตรการเรียนการสอน มุ่งเพิ่มความเชี่ยวชาญและประสิทธิภาพในการให้ความรู้อย่างบูรณาการ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจิตวิญญาณในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมให้ใกล้ชิดกับผู้คนในชุมชน รวมถึงการสร้างสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมสายงานที่มีหลากหลายบทบาทอาชีพ เพื่อสร้างบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ

รศ.นพ.วิชาญ โชคธนะศิริ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ กล่าวว่า “สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อพันธกิจ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริการรักษาพยาบาล การศึกษาวิจัย การบริการวิชาการและรับผิดชอบต่อสังคม และการสืบสานศิลปวัฒนธรรม สำหรับการรักษาพยาบาล ปัจจุบันโรงพยาบาลฯ รองรับผู้ป่วยนอกวันละประมาณ 1,000 คน ในขณะที่เรามีศักยภาพรองรับผู้ป่วยนอกได้กว่า 3,000 คน ต่อวันในส่วนของการศึกษาวิจัย มีศูนย์การเรียนรู้ 1 และ 2 หรืออาคารพรีคลินิก ซึ่งรองรับการเรียนการสอนของทั้ง 4 หลักสูตร ซึ่งได้แก่ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และหลักสูตรความผิดปกติของการสื่อความหมาย ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทย การออกแบบสถาบัน รวมทั้งโรงพยาบาล เน้นให้ตอบสนองต่อการศึกษาวิจัยและ Campus Life (ชีวิตวิทยาเขต) ซึ่งก็คือการใช้ชีวิตร่วมกัน ระหว่างนักศึกษาทั้ง 4 หลักสูตร และบุคลากรทางการแพทย์ มีแอปพลิเคชั่น “C Life” หรือ “CNMI Life” ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการบริหารจัดการ และการดำเนินชีวิต อาทิ การจองห้องประชุม การจองรถรับส่ง การจองสนามกีฬาและศูนย์ฟิตเนสในพื้นที่อาคารสันทนาการ เป็นต้นเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเอื้อต่อการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีจิตใจเป็นผู้ให้ และสามารถเป็นที่พึ่งให้สังคมได้อย่างดียิ่ง”

การก่อสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์นี้มุ่งจะให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีสิ่งแวดล้อมและภูมิสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และจินตนาการอย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบแนวคิด 4E ดังนี้ Educationreform เป็นการสร้างโอกาสที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจะปฏิรูประบบการศึกษาและปฏิรูปหลักสูตรใหม่ซึ่งจะสามารถทำได้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในสถานที่ใหม่ร่วมกับกรอบแนวคิดใหม่ Excellent living and working condition คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของบุคลากร นักศึกษา และผู้ป่วยเป็นสำคัญ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานพร้อมสรรพ ทั้งศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัยที่สุด มีระบบสารสนเทศเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สายครอบคลุมทั้งบริเวณ มีการออกแบบหอพักให้มีความน่าอยู่โล่ง โปร่ง ไม่แออัดและใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีอาคารนันทนาการเพื่อการพักผ่อนและออกกำลังกาย เพื่อให้ครูและศิษย์อาศัยอยู่ใกล้ชิดกันอย่างมีความสุข ก่อให้เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นชุมชนของปัญญาชน และเป็นแหล่งเพาะบ่มปัญญาและการเรียนรู้อย่างแท้จริง Environmental friendly ภูมิสถาปัตยกรรมของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เน้นความเป็นมิตรและกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม เช่น มีการบำบัดน้ำเสียและนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ การจัดศูนย์ Power Plant ไว้อย่างเป็นสัดส่วนปราศจากเสียงรบกวนและควันพิษการออกแบบทางคนเดินควบคู่กับถนน สนับสนุนให้มีการสัญจรโดยจักรยานและไม่อนุญาตให้มีการใช้จักรยานยนต์ เป็นต้น Energy saving คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน โดยมุ่งอาศัยพลังงานทางเลือกเข้ามาร่วมให้มากที่สุด

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

อาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

อาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

แคมปัสการศึกษาวิทยาเขตจักรีนฤบดินทร์

แคมปัสการศึกษาวิทยาเขตจักรีนฤบดินทร์

การเรียนการสอนที่สถาบันการแพทย์
จักรีนฤบดินทร์ของ นศ.พยาบาล

การเรียนการสอนที่สถาบันการแพทย์ จักรีนฤบดินทร์ของ นศ.พยาบาล

การเรียนการสอนที่สถาบันการแพทย์
จักรีนฤบดินทร์ ของ นศ.แพทย์

การเรียนการสอนที่สถาบันการแพทย์ จักรีนฤบดินทร์ ของ นศ.แพทย์

งานวิจัยนวัตกรรมใหม่ เพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

งานวิจัยนวัตกรรมใหม่ เพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รศ.นพ.วิชาญ โชคธนะศิริ ผอ.สถาบันการแพทย์
จักรีนฤบดินทร์

รศ.นพ.วิชาญ โชคธนะศิริ ผอ.สถาบันการแพทย์ จักรีนฤบดินทร์

เอสซีจีโชว์นวัตกรรมสีเขียว บน APEC 2022 Thailand รวมพลังฟื้นฟูเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีผู้นำโลก ต่อยอด BCG

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692961

เอสซีจีโชว์นวัตกรรมสีเขียว บน APEC 2022 Thailand  รวมพลังฟื้นฟูเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีผู้นำโลก ต่อยอด BCG

เอสซีจีโชว์นวัตกรรมสีเขียว บน APEC 2022 Thailand รวมพลังฟื้นฟูเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีผู้นำโลก ต่อยอด BCG

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปิดฉากลงพร้อมความสำเร็จ เอสซีจี จัดแสดงนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บนเวทีผู้นำโลก APEC 2022 Thailand ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โชว์ศักยภาพพร้อมเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ปรับตัวรับมือความท้าทายโลกด้วยโซลูชั่นเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และนวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตไบโอ-เอทิลีนเพื่อผลิตพลาสติกชีวภาพ ชูโครงการฝึกอาชีพ สร้างรายได้มั่นคง ลดสังคมเหลื่อมล้ำ พร้อมเปิดตัวผลงานชะลอมAPEC 2022 Thailand จากนวัตกรรม CPAC 3D Printing หนึ่งเดียวในโลก สานต่อแนวทางสานต่อแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG

นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจี มีความตั้งใจนำความเชี่ยวชาญของเรา มาผสานศักยภาพกับทุกภาคส่วน เพื่อทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงโอกาสใหม่ๆในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ที่สมดุลทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งเราหวังว่าจะช่วยให้เกิดการรวมพลังทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่ง ต่อเนื่อง ยั่งยืน โดยเอสซีจีได้จัดแสดงโซลูชั่นเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition Solutions) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ “พลังงานชีวมวล (Biomass)” จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สำหรับทดแทนพลังงานฟอสซิลในกระบวนการผลิต และ “SCG Cleanergy โซลูชั่นพลังงานสะอาดครบวงจร” ในรูปแบบ Smart Grid เครือข่ายอัจฉริยะจัดการพลังงานสะอาด เพื่อการซื้อ-ขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้อย่างง่ายดาย

ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ รองผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานนวัตกรรม SCGC กล่าวเสริมว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC พร้อมสานต่อแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG (Bio–Circular–Green Economy) โดยพัฒนานวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ “SCGC GREEN POLYMER” เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตไบโอ-เอทิลีนสำหรับการผลิตพลาสติกชีวภาพ โดยร่วมมือกับ Braskem (บราสเคม) ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกจากประเทศบราซิล ตอบโจทย์ความต้องการใช้พลาสติกรักษ์โลกที่กำลังเติบโต”

เอสซีจี ได้นำเสนอหลากหลายนวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ภายใต้แนวคิด “Together to Sustainable Future” ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 14-19 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้เปิดตัว “ผลงานชะลอม ตราสัญลักษณ์ APEC 2022 Thailand” หนึ่งเดียวในโลก ผลิตจากนวัตกรรม CPAC 3D Printing Solution เทคโนโลยีการพิมพ์ได้อย่างอิสระ สวยงาม ซึ่งเป็นการนำเครื่องพิมพ์แบบ 3 มิติ ขนาดใหญ่ขึ้นรูปด้วยปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮดรอลิก คาร์บอนต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างเสร็จไว ช่วยลดวัสดุเหลือทิ้งอย่างน้อย 70% สามารถสร้างสรรค์ได้หลายรูปแบบ ทั้งงานก่อสร้าง และงานตกแต่ง ทั้ง เฟอร์นิเจอร์ หรือชิ้นงานตกแต่งแลนด์สเคป รวมทั้งสามารถพริ้นท์เป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ซึ่ง “ผลงานชะลอม ตราสัญลักษณ์ APEC 2022 Thailand” นี้ จะร่วมมือกับ APEC 2022 Thailand นำไปวางเป็นบ้านปะการังเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังที่เสียหายเพิ่มความหลากหลายระบบนิเวศทางทะเลส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนต่อไป นอกจากนี้ เอสซีจียังนำเสนอ “โครงการพัฒนาทักษะอาชีพที่ตลาดต้องการ” เช่น วิสาหกิจชุมชน ช่างประจำบ้าน คนขับรถบรรทุก เพื่อเปิดกว้างโอกาส สร้างอาชีพรายได้มั่นคงให้ชุมชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า “การประชุม APEC 2022 Thailand ได้นำแนวคิดBCG มาสานต่อ เพื่อเปิดกว้างการค้าการลงทุน ส่งเสริมให้คนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งทุกเขตเศรษฐกิจให้ความสำคัญ โดยวางเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากรยั่งยืน ซึ่งจะสำเร็จได้จำเป็นต้องรวมพลังและศักยภาพจากทุกภาคส่วน โดยภาคเอกชนไทยซึ่งมีความสามารถได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงโอกาสใหม่ๆเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว หลังยุคโควิด-19”

ผู้สนใจสามารถติดตามนวัตกรรมและข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://www.scg.com/esg/ https://scgnews channel.com /Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

บูธ SCG ในงานการประชุม APEC 2022 Thailand

บูธ SCG ในงานการประชุม APEC 2022 Thailand

บูธ SCG ในงานการประชุม APEC 2022 Thailand

บูธ SCG ในงานการประชุม APEC 2022 Thailand

ผลงานชะลอม ตราสัญลักษณ์ APEC 2022 Thailand

ผลงานชะลอม ตราสัญลักษณ์ APEC 2022 Thailand

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมบูธ SCG

เบื้องหลังความวิจิตรอลังการของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692948

เบื้องหลังความวิจิตรอลังการของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

เบื้องหลังความวิจิตรอลังการของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การแต่งองค์ทรงเครื่องให้ตัวละครแต่ละตัว โดยเฉพาะตัวหลัก นอกจากจะต้องใช้ความพิถีพิถันแล้ว ยังต้องใส่ใจกับรายละเอียดทั้งหมด เพื่อให้การแสดงหน้าฉากดำเนินไปอย่างงดงามตระการตา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีขนบธรรมเนียม มีขั้นตอน และมีครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ทั้งสิ้น

กว่าที่ผู้ชมจะได้พบความงดงามของการแสดงโขนได้ในแต่ละรอบนั้น มีบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังอีกมากมายที่ช่วยกันรังสรรค์ความวิจิตรให้บังเกิดขึ้น ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับผู้อยู่เบื้องหลัง และตัวแสดงหลักบางตัวใน โขนรามเกียรติ์ ตอน สะกดทัพ

ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดง

เรียนถามผู้กำกับการแสดงว่าจุดเด่นที่สุดของการแสดงปีนี้คืออะไรครับ

ดร.สุรัตน์ : จุดเด่นสำคัญของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่จัดแสดงทุกปีคือ ความงดงามวิจิตรตระการตาโดยองค์รวม และที่สำคัญอีกประการคือเราเน้นความสมจริงของการแสดงในฉาก hi light โดยการแสดงปีนี้มีฉากพิเศษคือหนุมานแผลงฤทธิ์แปลงกายสูงใหญ่เท่าสิงขร มีสี่พักตร์ แปดกร เพิ่มเติมจากฉากหนุมานอ้าปากอมพลับพลาพระรามเพื่อป้องกันไมยราพลักพาตัวพระราม นอกจากฉากนี้แล้วยังมีฉากสนุกสนานอีกมากมาย เช่น ฉากพระรามทรงพระสุบินว่าราหูอมจันทร์ หนุมานรบกับช้างที่เฝ้าทางไปเมืองบาดาล ฉากหนุมานรบกับฝูงยุงตัวเท่าแม่ไก่ แต่ละฉากสนุกสนานมาก เพิ่มสีสันให้การแสดงเป็นพิเศษ ส่วนฉากที่เน้นความอลังการของท้องพระโรงกรุงลงกาก็ยังงดงามเหมือนทุกปี หลายคนถามว่าเรานำเอาตอนศึกมัยราพณ์มาแสดงใหม่หรือเปล่า ตอบว่าไม่ใช่ เพราะปีนี้ชื่อตอนสะกดทัพเราอัญเชิญบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 1 มาเป็นบทดำเนินเรื่อง ส่วนศึกมัยราพณ์นั้นอัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 2 มาเป็นบทดำเนินเรื่อง การสะกดชื่อไมยราพจึงต่างจากมัยราพณ์การแต่งองค์ทรงเครื่องของไมยราพในปีนี้ก็จึงต่างไปจากตอนศึกมัยราพณ์

การแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้รับการยกย่องว่าดำเนินเรื่องได้กระชับรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์อย่างเคร่งครัด ช่วยเล่าการทำงานตรงนี้ให้ฟังด้วยครับ

ดร.สุรัตน์ : การแสดงโขนมีขนบ มีแบบแผนมาตั้งแต่โบราณกาล เราต้องยึดหลักนี้ไว้ แต่เราก็ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้คนชมไม่รู้สึกว่าการแสดงยืดยาดเชื่องช้าเกินไป เราจึงต้องเน้นการดำเนินเรื่องให้กระชับฉับไว แต่ไม่เสียอรรถรสของบทพระราชนิพนธ์ โขนของศิลปาชีพฯ จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี เป็นที่กล่าวขานของคนในสังคมโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงของเรา ดังจะเห็นว่าตอนสะกดทัพมีเด็กอายุ 9-11 ขวบ แสดงเป็นมัจฉานุ โดยเราคัดเลือกไว้ถึง 6 ตัวแสดงด้วยกัน นี่คือดอกผลของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่เราทุกคนผู้มีส่วนร่วมทำงานถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงล้วนภาคภูมิใจมากที่สุด เพราะอย่างน้อยที่สุดคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยก็ให้ความสนใจกับโขนนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย ทำให้เราเบาใจว่าโขนไทยจะดำรงสืบต่อไปในบ้านเมืองของเรา

คุณวัชรวัน ธนะพัฒน์ รับบททศกัณฐ์

ทศกัณฐ์ในตอนสะกดทัพ มีบทแสดงมากน้อยแค่ไหนครับ เมื่อเทียบกับตอนอื่นๆ ของรามเกียรติ์

คุณวัชรวัน : ตอนสะกดทัพ ทศกัณฐ์มีบทไม่มากนัก มีแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น โดยสั่งให้หลานคือไมยราพเข้าเฝ้า แล้วสั่งให้ไปลักตัวพระรามไปไว้ในเมืองบาดาล มีฉากทศกัณฐ์แค่ในท้องพระโรงกรุงลงกาเท่านั้น กล่าวได้ว่าในตอนนี้ทศกัณฐ์ไม่เด่นมากนัก แต่ไมยราพกับหนุมานจะมีบทมาก

ทศกัณฐ์เป็นตัวละครเด่นและสำคัญมากตัวหนึ่งของรามเกียรติ์ ขอเรียนถามว่าการคัดเลือกตัวผู้แสดงเป็นทศกัณฐ์ต้องเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญครับ

คุณวัชรวัน : ผู้รับบททศกัณฐ์ต้องมีรูปร่างใหญ่โตให้สมกับเป็นยักษ์กษัตริย์ชั้นสูง ต้องสั่งสมประสบการณ์การแสดงมากยาวนาน จนครูท่านไว้วางใจให้รับบทสำคัญนี้ เรียกว่าต้องฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเมื่อถึงวัยอันควร ครูก็จะมอบหมายให้รับบทนี้ ในกลุ่มผู้แสดงโขนแต่ละคนจะมีความสามารถ มีรูปร่างบุคลิกลักษณะต่างกัน ครูโขนท่านจะมองตัวแสดงที่เหมาะสมที่สุดให้รับบทต่างๆ คนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ คอยาวระหง มักจะได้รับบทยักษ์ใหญ่ เช่น ทศกัณฐ์ สหัสเดชะ หากรูปร่างเล็กลงไปสักหน่อยหนึ่งก็จะรับบทยักษ์เล็ก เช่น อินทรชิต ไมยราพ เป็นต้น สำหรับผมนั้น ครูท่านเห็นว่ามีรูปร่างใหญ่โต ท่านดูการแสดงแล้วจึงมอบให้รับบททศกัณฐ์ ผมก็ต้องซ้อมให้หนักมากขึ้น ให้สมกับที่ครูท่านไว้วางใจให้แสดง เราต้องทำให้ดีที่สุดเมื่อได้รับโอกาสแล้ว

การแสดงบทต่างๆ เช่น รัก โกรธ เขินอาย เจ็บปวด เสียใจ โดยตัวละครที่สวมหัวโขนปิดหน้า อย่างเช่น ทศกัณฐ์ แต่ต้องแสดงอากัปกิริยาต่างๆ ให้สอดคล้องกับบท นับว่าเป็นการแสดงที่ยากมาก ต้องฝึกฝนนานแค่ไหนจึงจะแสดงได้สมบทบาทครับ

คุณวัชรวัน : ก็ค่อนข้างยากครับ เพราะเราจะต้องทำให้คนดูเชื่อว่ากำลังโกรธ รัก เจ็บปวด โดยแสดงออกทางท่าทางเท่านั้น แต่ไม่มีสีหน้าช่วยประกอบอารมณ์ มันเป็นสิ่งที่ต้องฝึกแสดงนานมาก แต่จะว่าไปแล้วการแสดงอารมณ์ของโขนก็คือการแสดงอารมณ์ของคนทั่วไป เพราะคนเรามี รัก โกรธ ดีใจ เสียใจ เขินอายเจ็บปวด เช่น เวลาเราโกรธคนอื่น เราก็อาจชี้หน้าเขา หรืออาจจะแสดงอาการหงุดหงิดด้วยการเกาหัว แต่เมื่อมาทำเป็นท่ารำของโขน ครูบาอาจารย์ท่านก็ประดิษฐ์คิดท่ารำขึ้น โดยเอากิริยาตามธรรมชาติของคนที่มีอารมณ์ต่างๆ มาใช้ในการแสดง โดยประดิษฐ์ท่าทางให้สวยงามมากขึ้น เช่น การชี้หน้าก็ทำเป็นบทฟาดนิ้ว เป็น acting ชนิดหนึ่ง คือทำให้ท่าทางออกมาสวยประกอบการรำ

ยุคนี้คนรุ่นใหม่สนใจโขนมากขึ้น หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นตัวทศกัณฐ์ เพราะดูสง่า ภูมิฐาน ในฐานะตัวทศกัณฐ์จะฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ที่สนใจโขนบ้างครับ

คุณวัชรวัน : อย่างแรกเลยขอให้อ่านรามเกียรติ์ก่อนครับ แล้วศึกษาตัวละครต่างๆ ไปเรื่อยๆ จากน้้นก็ดูโขน หาความรู้เรื่องโขนเพิ่มเติม ยิ่งศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อยจะซึมซับได้ดี แล้วฝึกฝนการแสดงไปเรื่อยๆ ซึ่งมีการอบรม และสอนในสถาบันการศึกษาที่สอนนาฏศิลป์ หรือสถานที่ต่างๆ ที่อบรมและฝึกโขน ปัจจุบันนี้มีมากมาย เช่น สถาบันโขนคึกฤทธิ์ และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ส่วนผู้ที่ศึกษาอยู่ในวิทยาลัยนาฏศิลป์อยู่แล้วก็ต้องหมั่นฝึกฝนการแสดงบทต่างๆ ให้มาก เพราะยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งชำนาญมากขึ้น

คุณอรรถพล อ่อนสุวรรณ รับบทไมยราพ

คุณเพ็ญศิริ โกมลวัจนะ ช่างแต่งกายตัวละคร

คุณอรรถพลร่วมแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มากี่ตอนแล้วครับ ในตอนแรกๆ รับบทใดครับ

คุณอรรถพล : ผมได้รับเกียรติให้ร่วมงานกับโขนมูลนิธิฯ มา 10 กว่าปีแล้วครับ ครั้งแรกเมื่อปี 2554
รับบทพิเภก ในตอนนั้นใช้ชื่อตอนว่าศึกมัยราพณ์ ส่วนครั้งนี้รับบทไมยราพครับ (คำว่าไมยราพกับมัยราพณ์คือตัวละครเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่มาจากบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1 และ 2)

บทพิเภก กับบทไมยราพ มีความแตกต่างกันอย่างไรครับ

คุณอรรถพล : ยักษ์สองตนมีวัยวุฒิต่างกัน บุคลิกลักษณะก็ต่างกัน พิเภกเป็นยักษ์ชั้นสูง มีอายุ
มีความสุขุม ไม่มีนิสัยดุร้าย เป็นยักษ์ที่ทรงภูมิรู้ เป็นโหราจารย์ รักความเป็นธรรม ส่วนไมยราพเป็นยักษ์
ต่างเมือง มีอายุไม่มาก ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น บุคลิกลักษณะจะคล่องแคล่วว่องไวกว่าพิเภก การรับบทตัวยักษ์ใดๆก็ตามต้องศึกษาบท และบุคลิกลักษณะตัวละครให้แตกก่อน แล้วจึงวางท่าทางให้เหมาะสมสอดคล้อง เพื่อให้สมจริงที่สุด ผู้แสดงที่ต้องเปลี่ยนบทเป็นตัวละครอื่นๆ ในแต่ละการแสดงต้องทำความเข้าใจกับบทที่ต้องรับให้ดีที่สุดครับ ต้องทำการบ้านให้ดี และต้องอ่านบทให้ละเอียดมากที่สุด แล้วถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมา

เรียนถามผู้แต่งกายให้ไมยราพ ต้องใช้เวลานานกี่ชั่วโมงครับ จึงจะแต่งกายสำเร็จพร้อมออกแสดงได้

คุณเพ็ญศิริ : โดยประมาณคือหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าชำนาญแล้วก็ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาทีค่ะ

อะไรคือความยากที่สุดของการแต่งกายตัวละคร โดยเฉพาะยักษ์ระดับเจ้าเมือง แล้วทำไมจึงสนใจการแต่งกายตัวละคร

คุณเพ็ญศิริ : ต้องตรึงต้องเย็บให้เข้ารูปมากที่สุด และให้ดีที่สุด เพื่อให้เครื่องทรงออกมาดูดี และ
ที่สำคัญเมื่อแสดงบทรบต้องไม่ปริไม่ขาดไม่หลุด เพราะการแสดงจริงนั้นหากเกิดปัญหาเสื้อผ้าเครื่องทรงไม่เรียบร้อยจะทำให้เสียความน่าเชื่อถือมาก แล้วตัวแสดงจะไม่สามารถแสดงต่อได้อย่างสมบทบาท ส่วนเหตุผลที่สนใจแต่งตัวละครเพราะเคยเรียนนาฏศิลป์มาก่อนเคยรับบทพระ และยักษ์สตรี ประกอบกับที่บ้านมีอาชีพด้านเครื่องแต่งกายละคร จึงค่อนข้างคุ้นเคยพอประมาณค่ะการแต่งกายตัวละครมีความน่าสนใจ เพราะแต่ละตัวมีสีสัน และเครื่องประกอบต่างกันไป

คุณกัณฑ์กรพัชญ์ สุทธิพร ช่างแต่งผมหน่วยตั้งรัดเกล้า

การตั้งรัดเกล้าคือการทำผมตัวละครโดยเฉพาะตัวนาง ใช่ไหมครับ ตัวนางแต่ละตัวตั้งรัดเกล้าเหมือนหรือต่างกันครับ

คุณกัณฑ์กรพัชญ์ : การตั้งรัดเกล้าคือการทำผมให้ตัวนางก่อนที่จะไปสวมชฎาหรือมงกุฎหรือเกี้ยว หรือกระบังหน้า ซึ่งก็คือศิราภรณ์ ระดับของศิราภรณ์ขึ้นอยู่กับฐานันดรของตัวละครที่จะรับบท การตั้งรัดเกล้าเป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งของการแต่งตัวในการแสดงโขนมีเทคนิคพิเศษคือใช้เชือกตั้งตัวรัดเกล้าโดยที่ไม่ใช้กิ๊บหนีบผม แต่ใช้เชือกตรึงไว้ ยกตัวอย่างตัวละคร เช่น นางสีดามีศักดิ์สูงเป็นนางกษัตริย์สวมชฎาก็จะทำผมแบบหนึ่งเพราะชฎาจะปิดบังทรงผมไว้ทั้งหมด แต่หากเป็นนางเบญกาย หรือนางตรีชฎา จะไม่ทรงชฎาเหมือนนางสีดา แต่จะสวมเกี้ยวยอด หรือรัดเกล้า ดังนั้นตัวละครทั้งสองนี้จะต้องตั้งรัดเกล้า ส่วนตัวละครที่ศักดิ์ต่ำลงมาอีก เช่น นางกำนัลก็จะสวมกระบังหน้า ก็จะทำผมอีกแบบหนึ่งที่ต่างไป กล่าวโดยย่อๆ คือ การตั้งรัดเกล้านั้นเฉพาะตัวนางที่ไม่ได้ทรงชฎายอดแหลม กลุ่มตัวละครที่สวมชฎายอดสูง เช่น เทวดา นางเทพอัปสร นางฟ้าชั้นสูง และตัวละครสตรีชั้นสูง เช่น พระอุมา พระลักษมี เป็นต้น

คุณอนันตศักดิ์ กุลดิลก หัวหน้าช่างแต่งกายตัวละคร

เรียนถามคุณอนันตศักดิ์ว่าการแต่งกายตัวละครสำคัญๆ ระหว่าง ตัวพระและนางกษัตริย์กับตัวยักษ์ระดับกษัตริย์ เช่น ทศกัณฐ์ มีความยากง่ายต่างกันไหมครับ ใช้เวลาแต่งกายตัวละครตัวใดมากกว่ากันครับ

คุณอนันตศักดิ์ : อันที่จริงตัวพระระดับกษัตริย์แต่งกายไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น พระราม พระลักษมณ์จะไม่ต่างกันในองค์ประกอบหลัก แต่ต่างกันที่สีเครื่องแต่งกาย ส่วนนางสีดาก็จะแต่งกายไม่ยากไม่ซับซ้อนเท่ากับตัวพระราม พระลักษมณ์ เพราะนางกษัตริย์จะยุ่งยากที่เรื่องผ้านุ่งและสไบ ส่วนทศกัณฐ์ก็แต่งองค์ไม่ต่างจากพระรามมากนัก เพียงแต่มีส่วนประกอบที่ต่างไป เช่น มีสร้อยพระศอ โดยสรุปก็คือตัวละครชั้นสูงต้องมีศิราภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ พัสตราภรณ์มากมายซึ่งต้องทำตามขนบประเพณีอย่างเคร่งครัด เพราะทุกอย่างมีครูบาอาจารย์ เอาเพียงแค่ถนิมพิมพาภรณ์ก็มากมาย ซึ่งประกอบด้วย กำไลข้อเท้า สังวาล ปั้นเหน่งเข็มขัด ทับทรวง กำไลแผง หรือทองกร ธำมรงค์ ปะวะหล่ำ และแหวนรอบ เป็นต้น

เรียนถามเรื่องการนุ่งผ้าให้ตัวพระและยักษ์ทศกัณฐ์ครับ มีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้างครับ

คุณอนันตศักดิ์ : หลักๆ ก็มีสนับเพลา หรือ กางเกง ผ้านุ่งหรือภูษาที่มีลวดลายตามชั้นยศ เจียระบาด ห้องข้าง หรือชายเเครง ห้อยหน้า หรือชายไหว หรือสุวรรณกระถอบ เสื้อ หรือฉลององค์ รัดสะเอว หรือรัดองค์ กรองศอ และอินทรธนู ส่วนสำคัญของผ้านุ่งคือต้องมีหางหงส์ ส่วนชฎาพระรามหรือตัวพระต้องมีดอกไม้และอุบะติดด้านขวาด้วย เรียกชฎาพระยอดชัย การแต่งกายให้ตัวละครหลักๆ ต้องพิถีพิถันมาก ต้องเย็บต้องตรึงให้ดีที่สุด เพราะเมื่อตัวละครหันหลังให้ผู้ชมจะได้พบกับความงามรอบตัว เรียกได้ว่างามตั้งแต่หัวจรดเท้างามทั้งองค์ ตัวละครหลักของโขนมีสี่ตัว คือ พระ นาง ยักษ์ ลิง การแต่งกายก็จะแตกต่างกันไปตามสมญาภิธานรามเกียรติ์ คนแต่งตัวให้โขนต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ดีห้ามทำผิดธรรมเนียม

เด็กชายวรวิชญ์ โรหิตาจล รับบทมัจฉานุ

คุณสำเริง ศรีอ่ำอ่วม ช่างแต่งกายมัจฉานุ

การแสดงเป็นมัจฉานุต้องเน้นการออกท่าออกทางอะไรเป็นพิเศษบ้างครับ

เด็กชายวรวิชญ์ : มัจฉานุเป็นลูกผสมของลิงกับปลา จึงต้องมีการแสดงท่าทางของสัตว์สองชนิด
ในเวลาเดียวกัน เพราะความเป็นลิงจึงต้องซุกซนอยู่ไม่เป็นสุข แต่มีหางเป็นปลา จึงต้องทำเสมือนว่ายน้ำในบางขณะ แต่ก็เป็นลิงและปลาที่มีพละกำลังมากเพราะเป็นลูกของหนุมาน ดังนั้นเวลาสู้รับกับหนุมานก็จึงต้องใช้ความคล่องแคล่วว่องไวสูงมากให้สอดรับอารมณ์การแสดงของหนุมาน ตอนที่รบกับหนุมานโดยที่ยังไม่รู้ว่าหนุมานเป็นพ่อ ก็สู้เต็มกำลัง แต่ก็เอาชนะหนุมานไม่ได้ส่วนหนุมานก็เอาชนะมัจฉานุไม่ได้ จึงต้องเจรจากัน จนเมื่อมัจฉานุรู้ว่าหนุมานเป็นพ่อ จึงเสียใจและขอโทษที่ล่วงเกินพ่อการแสดงฉากนี้จึงมีทั้งการสู้รบ การร้องไห้เมื่อถูกหนุมานตี ต้องแสดงออกให้เหมือนเด็กกำลังสู้กับผู้ใหญ่ สู้ไปก็หลอกล่อ หยอกล้อไปด้วย สุดท้ายก็ฉากที่หนุมานกล่อมให้นอน ก็เหมือนเด็กไม่ยอมนอน อยากเล่นกับพ่อกลัวพ่อหนี มีหลายอารมณ์มาก

เรียนโขนมาตั้งแต่อายุกี่ปีครับ ร่วมแสดงโขนกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นครั้งแรกใช่ไหมครับ ฝึกซ้อมนานกี่เดือนครับ

เด็กชายวรวิชญ์ : ผมอายุ 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมห้า โรงเรียนจิตรลดาครับ และเรียนโขนด้วย
คุณพ่อผมเคยรับบทหนุมาน คุณพ่อช่วยสอนท่าทางให้ผมด้วยครับ และผมก็ดูท่าทางจากยูทูบประกอบด้วยครับ ส่วนการฝึกซ้อมก็ใช้เวลามากหลายเดือนครับ ทุกวันนี้ก็ยังต้องฝึกซ้อมท่าทางอยู่ตลอดเวลาเมื่อว่างจากการเรียน เพื่อให้แสดงได้ดียิ่งขึ้นครับ

เรียนถามช่างแต่งกายให้มัจฉานุ การแต่งกายตัวละครเด็กยากหรือง่ายกว่าตัวละครผู้ใหญ่ครับ

คุณสำรวย : แต่งกายให้ตัวละครเด็กจะค่อนข้างยุ่งยากกว่าตัวละครผู้ใหญ่ค่ะ เพราะต้องใช้เครื่องแต่งตัวและเครื่องประดับสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งต้องตัดเย็บและทำขึ้นเป็นพิเศษ แต่ก็โชคดีที่น้องวรวิชญ์มีความเข้าใจและอดทนเวลารัดเครื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วเด็กอายุน้อยๆ มักไม่ค่อยอดทนมากนัก เนื่องจากการรัดเครื่องตัวละครต้องใช้เวลานาน และต้องไม่เข้าห้องน้ำ ต้องไม่กินอาหาร ไม่ดื่มน้ำมากๆ ก่อนการแสดง เด็กบางคน
เวลารัดเครื่องแล้วอึดอัดก็จะไม่ค่อยอดทน แต่น้องมัจฉานุตัวนี้น่ารัก เข้าใจในงานที่ต้องทำ เวลาเราเย็บกลึงตรึงเครื่องแต่งกายให้ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้จะอึดอัดก็ทนได้ น่ารักมาก

คุณพงศ์รัต กิจบำรุง หัวหน้าช่างแต่งหน้า

เรียนถามว่าการแต่งหน้าตัวละครที่แสดงโขน ต้องเน้นในสิ่งใดเป็นพิเศษครับ เพราะเป็นการแต่งหน้าเสมือนจำลองจากจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์จากวัดพระแก้ว

คุณพงศ์รัต : การแต่งหน้าโขน เน้นความงามที่ผิดไปจากมนุษย์จริงๆ เป็นการเน้นเรื่องลายเส้นต่างๆ บนใบหน้า เช่น เส้นคิ้ว เส้นใต้ตา การลงสีบนเปลือกตา การเน้นสันจมูก และการทาสีบนปาก ทั้งหมดเป็นเสมือนการเขียนภาพจิตรกรรมแบบลายไทย เช่น คิ้วของตัวพระกับตัวนางก็จะต่างกัน ตัวนางจะบางกว่า ส่วนของตัวพระจะหนากว่า การให้สีบนใบหน้าก็ต่างกันระหว่างตัวพระกับตัวนาง แม้กระทั่งระหว่างตัวพระด้วยกันเองก็มีความแตกต่างกัน เช่น พระรามสีแต่งหน้าให้ออกประกายทองส่วนพระลักษมณ์จะไม่เน้นประกายทองเท่าพระราม การแต่งหน้าตัวนางสำคัญๆ ก็จะต่างกันไป เช่น หน้านางสีดาก็จะมีความแตกต่างไปจากหน้าของนางมณโฑ หรือนางตรีชฎา เป็นต้น เพราะแต่ละนางมีบุคลิกลักษณะและความสำคัญในฉากต่างกัน ส่วนกลุ่มนางฟ้าเทวดาก็จะเน้นให้ดูแล้วมีรัศมีเปล่งออกมาจากร่างกายและใบหน้า

ความต่างของสีที่ใช้ในการแต่งหน้าแต่งสีผิวของตัวพระตัวนางมีรายละเอียดอื่นๆ อะไรอีกบ้างครับ

คุณพงศ์รัต : สีผิวหน้าผิวกายของตัวพระจะออกโทนสีส้มนวล ส่วนตัวนางจะออกสีชมพูแดงเรื่อๆ
สีผิวหน้าผิวกายจะช่วยทำให้ตัวละครมีความโดดเด่นมากขึ้นเมื่อปรากฏตัวบนเวที อย่างเช่น ตัวเทวดา นางฟ้า หรือเทพชั้นสูงจะต้องแต่งสีผิวให้เหมือนมีประกายทองทั้งตัว แม้กระทั่งเท้า เพราะเทพชั้นสูงจะมีผิวกายที่เปล่งประกายเหมือนมีรัศมี

ใช้เวลาแต่งหน้าตัวละครตัวใดนานที่สุดนานกี่นาทีครับ

คุณพงศ์รัต : ใช้เวลาแต่งหน้าพระรามพระลักษมณ์ นางสีดา และเหล่าเทพชั้นสูงค่อนข้างนาน โดยเฉลี่ยประมาณหน้าละ 50-60 นาที แรกๆ ที่ฝึกแต่งหน้าตัวละครหลักๆ ใช้เวลานานมาก มากกว่า 2 ชั่วโมงเพราะมันไม่ลงตัว แต่งแล้วแก้ แก้แล้วแต่งใหม่หลายครั้งมาก เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นก็ใช้เวลาน้อยลง แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 50 นาทีต่อหน้า เพราะมีรายละเอียดของแต่ละหน้ามากน้อยต่างกัน รูปหน้าที่ต่างกันของตัวละครก็ทำให้ต้องใช้เวลาแต่งต่างกันไปด้วย

เปิดโรงเรียนสอนแต่งหน้าโขนด้วยไหมครับ

คุณพงศ์รัต : ไม่ได้เปิดโรงเรียนสอนของตัวเอง แต่ทำงานและสอนอยู่ที่สถาบันเทคนิคการแต่งหน้าMTI ครับ

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692951

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ สามี ดร.ณัฏฐา ณ เมรุวัดธาตุทอง 11 ธ.ค.17.30 น. …

ll มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ให้ พระภาวนาโพธิคุณ(โพธิ์ จนฺทสโร) วัดธารน้ำไหล(สวนโมกขพลาราม) ไชยา สุราษฎร์ธานี เป็นพระราชาคณะนาม“พระราชวัชรโพธิคุณ” ขอน้อมถวายมุทิตา สักการะ…

ll ครบรอบวันเกิด 76 ปี (21 ต.ค.)พี่ชายที่แสนดี อ.เกษม จันทร์น้อย ทำบุญใส่บาตรแต่เช้าตรู่ ที่ตลาดบางจากพระโขนง โดยไม่ไปฉลองที่ไหน เพราะกังวลการระบาดของโควิด-19 ยังดำรงคงอยู่…ขอให้สุขี Happy Birthday…

ll ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ มอบเงินจำนวน 1 แสนบาท ให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่คุณหญิงหาทุนสร้างมาตั้งแต่ต้น…ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll เพราะเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย เทอดขวัญ กำภูฯ เลยยังไม่ได้ไปวอชิงตัน ดี.ซี.กับบุตรสาว ชลทิพย์ ภรรยา ธานี แสงรัตน์ ออท.ไทยประจำสหรัฐอเมริกา…

ll สมจิตร ต่อพงษ์พันธุ์ เข้ารับการผ่าตัดเข่าที่ รพ.แหลมฉบัง ซึ่งลูกชายคนเล็กเป็นหมออยู่ที่นี่ จึงปลอดภัยขอให้เพื่อนๆ หายห่วง…

ll ยินดีกับ ภัสสร โล่ห์จินดา ที่บุตรสาวคนสวย ศศิภา เรียนจบเป็นบัณฑิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เกียรตินิยม อันดับ 2 เข้าทำงาน ที่สำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนของเกาหลีประจำประเทศไทย…

ll ดีใจกับ “เจลลี่” หลานยายวัย 13 ปีของ ตวงพร เลาหะบุตร ในโอกาสที่ได้เป็นแชมป์นอกประเทศครั้งแรก นักกอล์ฟสมัครเล่นของ World Amature Golf Ranking(WAG)…

ll กิตติ อินทรกุล, นภาพร เมฆาผ่องอำไพ,สายสม วงศาสุลักษณ์ นัดประชุมกรรมการรางวัลประชาบดีด้วยระบบซูม 21 พ.ย. 13.30 น. ที่ชั้น 19 A อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สะพานขาว…

ll จากนักเขียนมาเป็นศิลปินวาดภาพ ไมตรี ลิมปิชาติ จัดงาน “เติมภาพวาด…ต่อชีวิต” โดยนำภาพเขียนของตนมาให้ประมูลหารายได้ให้มูลนิธิเขื่อนยันฮี เพื่อเป็นทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลใน จ.ตาก 10 แห่ง ช่วง 7-10 ธ.ค. ที่ตึก 50 ปี สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ นนทบุรี…

ll โสมรพี ศรีประเสริฐ นายกสมาคมกีฬาลีลาศฯแจ้งมาว่า 19-20 พ.ย. มีงานแข่งขันกีฬาลีลาศที่ไอคอนสยาม…

ll ปิดยาวเอเปกคราวนี้ ดร.รวิวรรณ ภูริเดช ดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร ฯลฯ มีทริปที่เวียดนาม…

ll ผุสดี โสรัต ไม่ได้ไปชมคอนเสิร์ต The Platters เมื่อครั้งที่ผ่านมา เพราะต้องจัดทำรายการวิทยุYesterday ’s Music ที่รับผิดชอบทุกบ่ายวันอาทิตย์…แบบหน้าที่ต้องมาก่อน…

ll จาก แอลเอ สันทนี วายุโชติ ควงสามีสุดที่รัก สุรพล สุขถาวร กลับมาร่วมฉลองวันเกิด91 ปี ของ คุณแม่ชรัตน์ วายุโชติ เมื่อต้นเดือน…พร้อมปฏิบัติภารกิจฟิชโชต่างๆ นานารวมทั้งได้เยี่ยมเยียนลูกสาวซึ่งทำงาน ที่สถานกงสุลไทย ณ สปป.ลาว, ไปทอดกฐินที่เชียงใหม่,ไปทำบุญกับชาวแอลเอที่ลพบุรี เยี่ยมรุ่นพี่ที่เมืองกาญจน์ สังสรรค์เพื่อนนักข่าวรุ่นเก๋าที่กรุงเทพฯ เก็บเกี่ยวเวลา 1 เดือนในเมืองไทยได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ …ยินดีด้วยที่ Mission Complete !!…ll
 

บารอนเนส

รพ.พญาไท-เปาโล เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692989

รพ.พญาไท-เปาโล เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ

รพ.พญาไท-เปาโล เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.23 น.

18 พฤศจิกายน 2565 เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ทรานสฟอร์มธุรกิจสุขภาพสู่  Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ ดึงจุดแข็งจากทุกแพลตฟอร์ม พัฒนาระบบการบริการด้านสุขภาพ ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวก รวดเร็ว ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาผสานกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล พลิกโฉมภาพลักษณ์ของการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมจัดงาน “The New Era Of Digital Health ร่วมเป็นผู้นำสู่วิถีใหม่ของการดูแลสุขภาพยุคดิจิทัล” ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 – วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ณ ลาน A ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน

นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า ในช่วงตลอดระยะเวลาที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองในช่วงโควิดอย่างจริงจัง การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพทำได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ประชาชนให้ความสำคัญกับสินค้าด้านสุขภาพมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการแพทย์ต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีดิจิทัลนับว่าเข้ามามีบทบาทและเป็นปัจจัยหลักในการช่วยสนับสนุนต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งในส่วนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เล็งเห็นถึงความสำคัญของ Digital Healthcare และนวัตกรรมใหม่ๆ จึงมุ่งพัฒนาสินค้าและบริการเดินหน้าเข้าสู่ Digital Healthcare Provider อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ต่อทุกความต้องการ ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกกลุ่มผู้บริโภคให้มีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน

“มีผลสำรวจเรื่องเทรนด์สุขภาพล่าสุด พบว่ากลุ่มคน Gen Y หรือกลุ่มมิลเลนเนียลที่อายุประมาณ 22 – 40 ปี และกลุ่มอายุช่วง 40 – 49 ปี จะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะอายุมากขึ้นยิ่งต้องดูแลตัวเอง หากสุขภาพไม่ดีอาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา ส่งผลต่อสุขภาพจิตทำให้ทุกอย่างแย่ไปด้วยเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงได้มีการนำ Digital Engagement Model เข้ามาปรับใช้ในสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค องค์กรให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูล (Data) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำ ‘Hyper Personalization’ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลต่างๆ มาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นประโยชน์กับลูกค้ามากที่สุด

นอกจากนี้ข้อมูลด้านการรักษาของผู้เข้าใช้บริการ โรงพยาบาลฯ คำนึงถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA เป็นสำคัญ เรามีทีมทำ Futuristic Data ที่สามารถนำข้อมูลเชิงบุคคลมาช่วยวิเคราะห์ วางแผนโปรแกรมการดูแลรักษาแบบ Human Touch Service มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยทำให้เสียค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าใช้บริการ ที่จะได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค สามารถออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพ    ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้ เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพ All You Can Check เป็นต้น”

นอกจากนี้ เครือโรงพยาบาลฯ ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพให้กับกลุ่มคนทำงานในระดับองค์กรต่างๆ เช่น โครงการ Let’s Get Healthy ที่นอกจากให้บริการตรวจสุขภาพให้กับพนักงานแล้วยังมีการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ความจำ การนอน การรับประทานอาหาร ฯลฯ มาวิเคราะห์ประเมินถึงภาวะสุขภาพของพนักงานและช่วยออกแบบโปรแกรมสุขภาพที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ถือเป็นการยกระดับการดูแลสุขภาพให้พนักงานในองค์กรให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการดูแลสุขภาพพนักงานได้อย่างคุ้มค่า และแม้ว่าเครือโรงพยาบาลฯ จะขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสู่ระบบดิจิทัลด้วยการนำหุ่นยนต์ AI แอปพลิเคชันเข้ามาใช้ หากยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องการออกแบบการให้บริการโดยคำนึงถึงเรื่อง Human Touch เป็นหลัก  เพราะเชื่อว่า ธุรกิจการให้บริการทางด้านสุขภาพของมนุษย์ต้องเริ่มจากมนุษย์ การออกแบบเส้นทางสุขภาพที่ดีให้กับผู้รับบริการ (Health Journey) ต้องเริ่มจากความเข้าใจของมนุษย์ต่อมนุษย์ คือ บุคลากรทางการแพทย์ทั้ง   หน้างานและเบื้องหลังที่เข้าใจและตั้งใจที่จะออกแบบการให้บริการสุขภาพที่ดีนั้นส่งต่อไปยังคนไข้ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนให้เข้าถึงและสะดวกเพิ่มมากขึ้น   

นายศุภกร กล่าวต่อไปว่า “เรายังสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคผ่านการใช้ Digital Health Solution Service เช่น ข้อมูลสุขภาพบน Health Content Library ของเครือโรงพยาบาลฯ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มปัญหาสุขภาพตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ที่นับว่าเป็นการเปิดมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพของคนไทย ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลการดูแลสุขภาพได้ง่ายและบ่อยขึ้น และจากข้อมูลคลังสุขภาพออนไลน์ของเครือโรงพยาบาลฯ พบว่าสถิติของผู้เข้าอ่านบทความมีจำนวนมากถึง 100 ล้านครั้งต่อเดือน นั่นแสดงให้เห็นว่าคนไทยใส่ใจในสุขภาพเป็นอย่างมาก”

ด้านผลิตภัณฑ์และบริการของเครือโรงพยาบาลฯ พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมี่ยมไลฟ์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า “ด้านการบริการเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล มีการปรับตัวกันเป็นอย่างมาก จากในอดีตที่แพทย์จะเน้นเรื่องการรักษา แต่ปัจจุบันเราให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกัน (Preventive Care) เปลี่ยนจากหมอผู้รักษาคนป่วยเป็น Health Coach ที่จะคอยให้คำแนะนำ และติดตามดูแลใกล้ชิดจนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ได้แก่ All You Can Check ที่จะคอยติดตามภาวะสุขภาพได้ตลอดทั้งปี มีทีมแพทย์ให้คำแนะนำวางแผนการดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้อย่างตรงจุด การตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ละเอียดและแม่นยำ ลดความเสี่ยงในอนาคตจากโรคต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมี All You Can Shine โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึกระดับ DNA ที่ช่วยในการวางแผนสุขภาพอนาคตด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย และ โปรแกรม All You Can Fits ตรวจความสมดุลและสมรรถภาพร่างกายรายบุคคล การปรับพฤติกรรม เพื่อแก้ไขสาเหตุอาการบาดเจ็บของร่างกาย โดยเฉพาะโรคออฟฟิศซินโดรม ที่เป็นกันมากในกลุ่มวัยทำงาน โดยจะมี Health Coach นักกายภาพคอยดูแลให้คำแนะนำ ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมการแพทย์ Urine CTX II ซึ่งเป็นงานวิจัยการเสื่อมสลายข้อเข่าด้วยการตรวจปัสสาวะ ทำให้สามารถรู้ถึงภาวะสุขภาพและวางแผนชะลอความเสื่อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้ นอกเหนือจากการออกแบบโปรแกรมสุขภาพเพื่อให้ปลายทางไปสู่ความสำเร็จ ลูกค้ามีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนนั้น สิ่งสำคัญอีกประการคือ การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในการเปลี่ยนแปลงสุขภาพให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมาพบแพทย์สม่ำเสมอ การดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ หรือตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น และนี่คือวิถีใหม่ในการดูแลสุขภาพร่วมกันในยุคดิจิทัล”

ในขณะเดียวกัน นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า “เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลให้ความสำคัญกับ Digital Healthcare เป็นอย่างมาก หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเน้นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและ

แพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการลงทุนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อนำ Digital Healthcare มาพัฒนาระบบการให้บริการแก่ผู้รับบริการได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านบริการต่างๆ อาทิ Telecare  บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบ Real-Time Video Call บริการเจาะเลือดที่บ้าน บริการจัดส่งยา ช่วยให้เข้าถึงบริการได้จากทุกที่ ง่าย สะดวก ประหยัดเวลา ไม่ต้องมาโรงพยาบาล ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังได้รับการดูแลเหมือนมารับบริการที่โรงพยาบาล และยังมี ‘Health Up’ แอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพ สามารถเข้าไปดูผลตรวจสุขภาพ ความรู้ด้านสุขภาพ การนัดหมายแพทย์ ตลอดจนซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ด้วย ซึ่งแอปพลิเคชันนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดใช้งานมากกว่า 265,000 ราย และมีผู้ใช้บริการทำนัดหมายพบแพทย์ผ่านแอปพลิเคชันแล้วประมาณ 57,000 ครั้งในรอบระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาดูแลลูกค้าระบบประกันสุขภาพ (ประกันสังคม) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 600,000 กว่าคน”

นพ.ยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีแผนที่จะขยายบริการดังกล่าวต่อไปในโรงพยาบาลเครือข่ายของกลุ่ม BDMS ด้วยกัน เพื่อนำ Model เหล่านี้ไปขยายต่อ อาทิ รพ.กรุงเทพ สนามจันทร์, รพ.กรุงเทพ ดีบุก เพื่อให้คนในชุมชนได้รับบริการด้านสุขภาพที่สะดวกสบายมากขึ้น และสร้างสุขภาพที่ดีในภาพรวมได้เช่นกัน”

เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงจัดงาน “The New Era Of Digital Health ร่วมเป็นผู้นำสู่วิถีใหม่ของการดูแลสุขภาพยุคดิจิทัล” โชว์เคสความพร้อมด้าน Digital Healthcare และกิจกรรมต่างๆ มากมาย และไฮไลท์พิเศษจากเน็ตไอดอลศิลปินชื่อดัง ได้แก่ เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา, วง MEAN, เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข และ Season Five ที่จะหมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 – วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ณ ลาน A ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/PhyathaiHospitalFanpage/ 

-(016)

อว.เปิดโครงการ ‘U2T x RSP @มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม’ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692949

อว.เปิดโครงการ ‘U2T x RSP @มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม’ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

อว.เปิดโครงการ ‘U2T x RSP @มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม’ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.02 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากลและเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน สานต่อโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) หรือ โครงการ U2T อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยได้สามารถใช้องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากรของมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาพื้นที่ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท รวมถึงพัฒนาประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ มีมหาวิทยาลัยเป็น System Integrator ผ่านการนำองค์ความรู้ที่หลากหลายในสถาบันอุดมศึกษามาบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ และการสร้างนวัตกรรมสังคมที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งมีการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชน (Community Big Data)  ล่าสุด ดร. ดนุช  ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นประธานในงานแถลงข่าว “โครงการ U2T x RSP @ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) กิจกรรมที่ 1 U2T Show & Share” โดยมี อาจารย์ ดร.นิศารัตน์ โชติเชย รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ให้การต้อนรับคณะ

โดย โครงการU2T ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสารคามในครั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึง ความสำเร็จและนวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้การดำเนินงานโครงการ U2T ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม และเข้าใจถึงความสำคัญของการปรับบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนในพื้นที่ โดยในการนี้ อว. ยังได้แถลงความร่วมมือระหว่าง สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในการจัดแสดงผลงานเด่นของโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลโครงการ U2T พร้อมร่วมชมผลงาน

ดร. ดนุช  ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) ที่จัดขึ้นนี้นับเป็นผลดีอย่างยิ่งในการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย ไปพัฒนาชุมชน ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการที่มีคุณภาพ และเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วไป ให้เกิดการเข้าใจ และเข้าถึงประโยชน์จากการปรับบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน ซึ่งในวันนี้ได้มาติดตามผลการดำเนินโครงการฯ รวมถึงให้กำลังใจผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน และได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานโครงการ U2T ระหว่างผู้บริหาร อว. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ชุมชน และผู้เข้าร่วมโครงการ U2T ในพื้นที่ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดต่อไป พร้อมทั้งมีสื่อมวลชนที่สามารถเป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับความสำคัญของการปรับบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน ในพื้นที่ อันเป็นประโยชน์แก่ชุมชนและประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งในวันนี้จะได้เห็นผลงานเด่นจากโครงการ U2T ที่เป็นเครื่องยืนยันว่าการทำงานแบบบูรณาการมีคุณภาพต่อคนในพื้นที่อย่างยิ่ง”

ภายในงานยังมีกิจกรรม Show & Share โดยทีมวิทยากรคุณภาพ มอบความรู้ แนวทาง และวิธีการในการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาผลงานแบบง่ายๆ ให้เกิดความน่าสนใจด้วย Smart Phone ให้แก่กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลโครงการ U2T ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดในการประชาสัมพันธ์ผลงานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งมีการจัดงานเสวนาติดตามความคืบหน้าโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลโครงการ U2T และร่วมพูดคุย แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละตำบลเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างตรงจุด

โดยหลังจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของโครงการฯ นวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ภายใต้การดำเนินงานโครงการ U2T ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

-(016)

‘มาดามแป้ง’ เตรียมแสดงพลังนักธุรกิจหญิง ใน ‘APEC CEO Summit 2022’ ภายใต้หัวข้อ ‘Passion, Inspiration and Empowerment by Madame Pang’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692946

‘มาดามแป้ง’ เตรียมแสดงพลังนักธุรกิจหญิง ใน ‘APEC CEO Summit 2022’ ภายใต้หัวข้อ ‘Passion, Inspiration and Empowerment by Madame Pang’

‘มาดามแป้ง’ เตรียมแสดงพลังนักธุรกิจหญิง ใน ‘APEC CEO Summit 2022’ ภายใต้หัวข้อ ‘Passion, Inspiration and Empowerment by Madame Pang’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.57 น.

เริ่มแล้วกับการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022  ของไทย ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และการประชุมสุดยอดซีอีโอแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APEC CEO Summit 2022 กิจกรรมคู่ขนานระหว่างวันที่ 17 – 18 พฤศจิกายน 2565 ณ ดิ แอทธินี โฮเต็ล อะ ลักชัวรี คอลเลคชั่น โฮเต็ล กรุงเทพฯ

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันวินาศภัยรายเดียวในไทย หนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก ”งานประชุม ABAC 2022 หรือ สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของเอเปค และ “APEC CEO Summit 2022” หรือการประชุมสุดยอดผู้นำภาคเอกชนของเอเปค ซึ่งเป็นการประชุมชั้นนำของผู้นำเศรษฐกิจเอเปคและผู้นำชุมชนธุรกิจระดับภูมิภาคและระดับโลกจาก 21 เขตเศรษฐกิจ เพื่อร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าทุกมิติครั้งสำคัญ

โอกาสนี้ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เตรียมขึ้นแถลงข่าวหัวข้อ “Passion, Inspiration and Empowerment by Madame Pang” แสดงศักยภาพและพลังของผู้หญิงที่ขับเคลื่อนการทำงานทุกด้านด้วยแรงบันดาลใจ สะท้อนผ่านมุมมองซีอีโอหญิงชั้นแนวหน้าของไทยและในฐานะผู้นำบริษัทด้านประกันวินาศภัยที่ดำเนินธุรกิจยาวนานที่สุดในประเทศ ในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน  2565 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ณ ดิแอทธินี โฮเต็ล อะลักชัวรี คอลเลคชั่น โฮเต็ล กรุงเทพฯ 

‘ความรักปรากฏรูป’ งานศิลปะครั้งแรกของกวีซีไรต์ ‘เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692945

‘ความรักปรากฏรูป’ งานศิลปะครั้งแรกของกวีซีไรต์ ‘เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์’

‘ความรักปรากฏรูป’ งานศิลปะครั้งแรกของกวีซีไรต์ ‘เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.54 น.

ผ่านพ้นไปอย่างงดงามและอบอุ่น สำหรับงานเปิดนิทรรศการภาพเขียนครั้งแรกของ “เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์” กวีซีไรต์และศิลปินศิลปาธร ในนาม ‘ความรักปรากฏรูป’ (The Shapes of Love) เมื่อค่ำวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่โอลด์ทาวน์ แกลเลอรี่ สี่แยกแม้นศรี

การเปิดงานที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของนักเขียนหนุ่ม ผู้ดุ่มเดินบนเส้นทางสายวรรณกรรมมาตลอดทั้งชีวิต แน่นอนว่าย่อมมีผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงวรรณกรรม และผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานกันอย่างมากมาย อาทิ ชมัยภร แสงกระจาง,เจน สงสมพันธุ์, นรีภพ สวัสดิรักษ์, พินิจ นิลรัตน์,วัชระ สัจจะสารสินฯลฯ รวมทั้งลูกศิษย์ลูกหาที่เคยเข้าค่ายอบรมทั้งใกล้ไกล ต่างเดินทางมาร่วมยินดีจนแกลเลอรี่คับแคบไปถนัดตา

ท่ามกลางภาพวาดลายเส้นขาวดำกว่า 200 ภาพ ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เพราะเจ้าของงานอยากให้ทุกคนที่มาร่วมเป็นประธานร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดๆ ขับกล่อมสลับกับการอ่านบทกวี โดยเปิดเวทีบรรเลงจากนักเขียน-นักดนตรีอย่าง นกน้อย-ชูเกียรติ ฉาไธสง,ต๋วง-จามิกร  แสงศิริ,เดช อัสดง,ดิเรก นนทชิต, เสียงเป่าฟลุ๊ตของ น้องนัช-หาญพานิชพันธุ์ ฯลฯ ไปจนถึงเซอร์ไพร์สจากลูกสาว “เพลงน้ำ พันธุ์พิพัฒน์” ที่ถูกเชื้อเชิญให้ออกมาร้องเพลงให้พ่อ โดยที่เธอก็ไม่รู้ตัวมาก่อน แต่ก็สร้างความรู้สึกที่อบอุ่นให้กับผู้ร่วมงานไม่น้อย

สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของเรวัตร์ เจ้าของรางวัลกวีซีไรต์ ปี 2547 และศิลปินศิลปาธร ปี 2557 ในครั้งแรกนี้ ออกจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และท้าทายอย่างมาก เพราะเขาไม่ได้ร่ำเรียนวิชาศิลปะจากที่ใดมาก่อน ภาพวาดลายเส้นทุกภาพล้วนแล้วมาจากความรู้สึกนึกคิดที่อยากจะถ่ายทอดออกมาเท่านั้นเอง แต่น่าสนใจตรงที่ได้สะท้อนมุมมองจากสายตากวีได้อย่างชัดเจน 

ทั้งนี้ นิทรรศการชุดนี้ยังได้สะท้อนแรงบันดาลใจในวัยเด็กที่ชื่นชอบงานศิลปะ แต่ด้วยสภาวะครอบครัวที่ไม่ปกติสุขทำให้เขาต้องทิ้งความรักความชอบนี้ไป จนกระทั่งปี 2562 เรวัตร์ ได้รับเลือกไปพำนักในหมู่บ้านศิลปินของเกาะไต้หวัน ซึ่งที่แห่งนั้น นอกจากจะมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้นั่งเขียนนวนิยายแล้ว ยังเชิญชวนให้เขาจับปากกาวาดเส้นสายสิ่งที่เห็นรายรอบตัวอีกด้วย

การวาดภาพ แม้จะเป็นเพียงเวลาที่เหลือจากการเขียนหนังสือ แต่ก็ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินและมีความสุขมาก มารู้ตัวอีกที เขาก็ไม่อาจหยุดวาดได้อีกเลย

นิทรรศการ “ความรักปรากฏรูป” ปรากฏต่อสายตากว่า 200 ภาพ จัดแสดงพร้อมจำหน่าย ที่โอลด์ทาวน์แกลเลอรี ชั้น 2 สี่แยกแม้นศรี สามารถเข้าชมได้ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 นอกจากนี้ เรวัตร์ยังได้จัดพิมพ์ผลงานเป็นสมุดภาพ และมีบทกวีบางส่วน จัดจำหน่ายในราคาเล่มละ 500 บาท สั่งซื้อได้ที่แกลเลอรี่ หรือส่งข้อความโดยตรงไปที่ facebook ชื่อ Rewat Panpipat

-(016)

‘Miss Tiffany 2022 The Original’ สวยไม่หยุด ฉุดไม่ไหวแล้วแม่! ผู้เข้าประกวดอวดโฉมรอบชุดว่ายน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692942

‘Miss Tiffany 2022 The Original’ สวยไม่หยุด ฉุดไม่ไหวแล้วแม่! ผู้เข้าประกวดอวดโฉมรอบชุดว่ายน้ำ

‘Miss Tiffany 2022 The Original’ สวยไม่หยุด ฉุดไม่ไหวแล้วแม่! ผู้เข้าประกวดอวดโฉมรอบชุดว่ายน้ำ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.38 น.

กองประกวดมิสทิฟฟานี่ Miss Tiffany 2022 The Original จัดการประกวดรอบชุดว่ายน้ำ “Tiffany’s Swimsuit Walk Through The Glam”

ผู้เข้าประกวดทั้ง 31 คนอวดโฉมในชุดว่ายน้ำสวยงามจากแบรนด์ Coralist Swimwear ในการประกวดรอบชุดว่ายน้ำ “Tiffany’s Swimsuit Walk Through The Glam” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของกองประกวดฯ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดสาวงามทรานส์เจนเดอร์เพียงหนึ่งเดียวของไทยคนที่ 27 ที่จะตอกย้ำความเป็นที่สุดของ “ต้นแบบความงาม คุณค่าของตัวจริง” และได้ครอบครองมงกุฎอันทรงคุณค่าแห่งเวทีมิสทิฟฟานี่ซึ่งจัดมายาวนานกว่าสี่สิบปี

และผู้ชนะรางวัล “Best in Swimsuit” ในปีนี้ ได้แก่ บุ๊ค ธีรชยา พิมพ์กิติเดช หมายเลข 1 ซึ่งสวยงาม โดดเด่น พกความมั่นใจมาเต็มร้อย เข้าตากรรมการอย่างเป็นเอกฉันท์ทั้งป้าตือ แม่ซินดี้ แม่ปอย แม่เกด เอสม่อน คุณนัท นิสามณี และคุณอรวรรณ และสามารถคว้ารางวัลไปครองได้สำเร็จ

ในปีนี้ กองประกวดฯ ได้จัดหนักจัดเต็มเข้มข้นทั้งการประกวดและกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยมีการประกวดรอบความสามารถพิเศษ วันที่ 19 พฤศจิกายน รอบพรีลิมินารี วันที่ 25 พฤศจิกายน และรอบไฟนอลในวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา

ติดตามการประกวด “Miss Tiffany 2022 The Original” และให้กำลังใจสาวงามทั้ง 31 คนได้ที่ Facebook: @MissTiffanyUniverse , YouTube: Miss Tiffany’s Universe , Instagram: @misstiffanyuniverse , Tiktok: @misstiffany.official

-(0146)

เปิดตัว Kush House พร้อมศิลปะสไตล์กราฟฟิตี้โดย Chip7 ศิลปินจากสหรัฐอเมริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692940

เปิดตัว Kush House พร้อมศิลปะสไตล์กราฟฟิตี้โดย Chip7 ศิลปินจากสหรัฐอเมริกา

เปิดตัว Kush House พร้อมศิลปะสไตล์กราฟฟิตี้โดย Chip7 ศิลปินจากสหรัฐอเมริกา

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.31 น.

Kush House ให้บริการผลิตภัณฑ์ผลผลิตจากพืชกัญชาที่มีความครบครันและคุณภาพสูงสุดในเมืองไทย โดยมีทีม Budtender ผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยแนะนำอย่างใกล้ชิดและเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล พร้อมทั้งแพทย์แผนไทยที่จะคอยให้ความรู้ในศาสตร์การแพทย์ทางเลือกจากพืชชนิดนี้

ภายใน Kush House ประกอบไปด้วยพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ โซน Community Room สำหรับนั่งสังสรรค์ Consumption Lounge ที่จัดไว้ให้ลูกค้าได้ใช้ทดลองผลิตภัณฑ์ของทางร้าน และโซน The Walls สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ

Kush House (คุชเฮาส์) ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โรงแรม Holiday Inn สุขุมวิท 22เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท OG Canna Company ที่ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาจากหลากหลายภาคส่วน นำประสบการณ์มาพัฒนาสร้างให้ Kush House เป็นเสมือนงานศิลปะในตัวของมันเองและแตกต่างจากทั่วไป

นอกจากนี้ยังมี Chip7 ซึ่งเป็นศิลปินชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้ง M.A.Y.H.E.M Crew ในเมือง New Jersey โดยผลงานของเขาได้ถูกนำไปจัดแสดงอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นในหนังสือ Freight Train Graffiti, Broken Windows, New York Graffiti รวมถึงนิตยสารอย่าง Juxtapoz และยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Primary Flight ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงขนาดใหญ่ใน Miami สำหรับประเทศไทย Chip7 เป็นผู้ร่วมจัดตั้งร้านตัดผมชื่อดัง NEVERSAYCUTZ และได้รับหน้าที่เป็น Art Director ให้กับมิวสิควีดีโอเพลง Make It Happen ของ DaBoyWay และ YaYa และเพลงดังของวง Thaitanium อย่าง LaLaLa ภายในงานยังมีผู้เข้าร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Kush House อย่างคับคั่ง

-(016)