OCEAN LIFE ไทยสมุทร ชวนใช้แบบประกันใหม่! “OCHI CI TOP 3 EXTRA” ประกันออนไลน์ไซซ์เล็กคุ้มครองโรคร้าย TOP 3 ของคนไทย จ่ายเบี้ยสบายๆ วันละไม่ถึง 4 บาท*โทร.02-2078844
l กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ (Runner’s knee) เกิดจากความไม่สมดุลของแรงกล้ามเนื้อที่กระทำต่อลูกสะบ้า จะมีอาการเจ็บบริเวณด้านหน้าเข่า อาการมักเป็นมากขึ้นเวลาวิ่งขึ้นลงทางลาดชัน คุกเข่า หรือขึ้นลงบันได
l เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ (Iliotibial band syndrome) มีอาการเจ็บบริเวณต้นขาและเข่าด้านนอก มักมีอาการเวลาวิ่งขึ้นลงทางลาดชัน อาการปวดมักหายไปเมื่อหยุดวิ่ง ยกเว้นในกรณีที่บาดเจ็บรุนแรง
l กล้ามเนื้อบริเวณหน้าแข้งอักเสบ (Shin splints) มีอาการปวดตื้อๆ ตรงบริเวณกระดูกหน้าแข้ง หรืออาจร้าวลงไปถึงบริเวณน่อง มักเกิดจากการวิ่งที่หักโหม หรือวิ่งบนพื้นที่แข็งเกินไป
l รองช้ำ (Plantar fasciitis) มีอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรือฝ่าเท้า อาการจะเป็นมากในก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือนั่งนานๆ เมื่อเดินไปสักระยะอาการปวดจะเริ่มน้อยลง การเขย่งเท้าหรือเดินขึ้นบันไดอาจทำให้มีอาการปวดมากขึ้นได้
l กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอักเสบ (Hamstring strain) มีอาการเจ็บแปล๊บบริเวณด้านหลังต้นขา ถ้าบาดเจ็บรุนแรงอาจมีบวมหรือช้ำได้
l เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinitis) มีอาการเจ็บ บวม แดง บริเวณเอ็นร้อยหวาย อาการเจ็บอาจร้าวขึ้นไปถึงบริเวณน่องได้
วิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่ง
l อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่ง (Warm up) ผ่อนคลายร่างกายหลังวิ่ง (Cool down) และยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ ทั้งก่อนและหลังวิ่ง
l ค่อยๆ เพิ่มระยะทางและความเร็วที่ใช้ในการวิ่ง ไม่เพิ่มความเร็วเกินกำลัง
l ไม่วิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ หรือทางที่ลาดชันจนเกินไป
l ไม่สวมรองเท้าวิ่งที่พื้นแข็งจนเกินไป และแนะนำให้เปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ทุกๆ 350-500 ไมล์
l ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ กรณีที่วิ่งนานเกิน 1 ชั่วโมงหรือมีเหงื่อออกมาก ควรเพิ่มการดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชย
l ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ