‘ตรีนุช’สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693103

'ตรีนุช'สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

‘ตรีนุช’สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.07 น.

“ตรีนุช” สั่งสอศ.เร่งแก้นักศึกษาอาชีวะทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

19 พ.ย. 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมีนักศึกษาอาชีวศึกษา รวมกลุ่มก่อเหตุความรุนแรงขึ้นภายนอกสถานศึกษา ตามถนนและแหล่งมั่วสุมต่างๆ นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่พ้นสภาพนักศึกษาไปแล้ว และ อยู่นอกระบบการศึกษา แต่แอบอ้างว่าเป็นนักศึกษา ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตนจึงได้มอบหมายให้ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยยึดหลัก 3 ป คือป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทที่ต้นตอตรงจุด

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมาทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)และวิทยาลัยในสังกัด ทุกแห่งได้ดำเนินการป้องกัน และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ระเบียบ วินัยอย่างเข้มข้น เหตุความรุนแรงจึงไม่เกิดในวิทยาลัย แต่ไปเกิดเหตุระหว่างการเดินทางบนท้องถนน  ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)จะเพิ่มมาตรการป้องกันและปรามปราบร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และศาลโดยตนได้สั่งการให้ สอศ.แจ้งให้วิทยาลัยในสังกัดทุกแห่ง สำรวจรายชื่อนักเรียน นักศึกษา ทำบัญชีกลุ่มเสี่ยง ที่เคยก่อเหตุ หรือ มีแนวโน้มที่จะก่อเหตุ หรือ มีพฤติกรรมรุนแรง จากนั้นทุกสถานศึกษาจะส่งรายชื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามพฤติกรรม หากกระทำผิดให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายทันที รวมทั้งจะนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้กับผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กไปก่อเหตุดังกล่าวด้วย โดยจะต้องรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษาอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมากลุ่มเหล่านี้กระทำผิดซ้ำบ่อย  ทั้งนี้ หากสถานศึกษา พบว่า มีกลุ่มรุ่นพี่ หรือบุคคลภายนอกที่มีอิทธิพลมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามาชักจูงพาทำกิจกรรมหรือมีการปลูกฝังความคิดในทางที่ผิด หรือ พยายามเข้ามาก่อกวนชักนำรุ่นน้องไปในทางที่ผิด ให้สถานศึกษาส่งชื่อให้ตำรวจช่วยติดตามปรับทัศนคติ หรือดำเนินตามกฎหมายทันที

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า ตนได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีสื่อโซเชียล เช่น เว็บไซต์ เพจ และสื่อต่างๆ ได้ลงภาพ คลิป ข้อความที่เป็นการสื่อไปในทางท้าทาย ยุยง ยั่วยุ ปลุกปั่น ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ตามสื่อซึ่งมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก นั้น ทาง ศธ. และ สอศ.จะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ขอให้กองบัญชาการ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ดำเนินการตรวจสอบปิดเพจ เว็บไซต์ สื่อต่างๆ เหล่านั้น และดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน

“มาตรการเหล่านี้ถือว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นต้องใช้เพื่อปกป้องนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และดิฉันก็ขอขอบคุณผู้ปกครองที่ไว้วางใจส่งบุตร หลานให้มาเรียนสายอาชีพ โดยดิฉันจะช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนได้เรียนอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข กระทรวงศึกษาธิการจะใช้มาตรการทุกรูปแบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงอีกต่อไป” นางสาวตรีนุช กล่าว 

รมช.ศึกษาธิการพร้อมเยียวยานร.หญิงถูกล่วงละเมิด ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693102

รมช.ศึกษาธิการพร้อมเยียวยานร.หญิงถูกล่วงละเมิด ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด

รมช.ศึกษาธิการพร้อมเยียวยานร.หญิงถูกล่วงละเมิด ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.04 น.

“คุณหญิงกัลยา” ยันไม่ป้องคนผิด กรณีนักเรียนหญิงพัทลุงถูกล่วงละเมิด กำชับสถานศึกษาติดตามตรวจสอบเข้มงวด พร้อมดูแลเยียวยาเหยื่ออย่างเต็มที่

19 พฤศจิกายน 2565 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัว รมช.ศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวกรณีนักเรียนหญิง ชั้น ม.4 ของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดพัทลุง ถูกเพื่อนชายโรงเรียนเดียวกันล่วงละเมิดทางเพศ และมีรายงานข่าวปรากฏว่านักเรียนหญิงคนดังกล่าวได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมากนั้น

จากกรณีดังกล่าว ดร.คุณหญิงกัลยา ในฐานะที่กำกับโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษรับทราบและมีความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง จึงได้กำชับสถานศึกษาให้เร่งตรวจสอบ และสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การดูแล เยียวยา เยาวชนผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร่งด่วน

นางดรุณวรรณ  กล่าวต่อด้วยว่า ดร.คุณหญิงกัลยา มีความไม่สบายใจและห่วงใยเป็นอย่างยิ่งโดยได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษา รายงานความคืบหน้ามายังหน่วยงานต้นสังกัดพร้อมกันนี้คุณหญิงกัลยายังได้มีบัญชาให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยดูแลเยียวยาเยาวชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องของการเยียวยาบาดแผลจิตใจที่อาจส่งผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อีกทั้งให้สถานศึกษาทุกแห่ง ตลอดจนครู อาจารย์ ร่วมกันตรวจตรา เอาใจใส่นักเรียนอย่างเข้มงวด จริงจังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนอยู่ประจำแบบพักค้าง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรูปแบบเดียวกันในสถานศึกษาทุกแห่ง

“คุณหญิงกัลยา เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน และรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เกิดกรณีแบบนี้ในสถานศึกษา ซึ่งควรจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน หากการสอบสวนพบว่ากระทำผิดจริง ก็ต้องให้รับโทษตามกระบวนการทางกฏหมายต่อไป และขอให้ผู้ปกครองสบายใจว่าจะให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่” นางดรุณวรรณ กล่าว 

พิพิธภัณฑ์การเกษตร ชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติยิ่งใหญ่3-6ธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693077

พิพิธภัณฑ์การเกษตร ชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติยิ่งใหญ่3-6ธ.ค.นี้

พิพิธภัณฑ์การเกษตร ชวนเที่ยวงานวันพ่อแห่งชาติยิ่งใหญ่3-6ธ.ค.นี้

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.50 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 น.  ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พลอากาศเอก เสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมในหลวงรักเรา ภูมิพลังแผ่นดิน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2565 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สดุดีพระเกียรติคุณและเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม มีพระราชกรณียกิจพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินที่ประสบความสำเร็จ สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดและเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาประเทศ

โดยมี นายอร่าม  แก้วนิล ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง , นางขวัญใจ  เนตรหาญ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.สระบุรี และ นางสาวจุฑามาศ  ทองชมพูนุช ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมแถลงข่าว กิจกรรมพิเศษในวันที่ 5 ธันวาคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ เวลา 08.00 น. ขอเชิญประชาชนชาวไทย ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์ 59 รูป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ร่วมรับชมการแสดง  และจุดเทียนมหามงคลสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ รับฟังบทเพลงบรรเลงเพื่อพ่อ และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์ดินดล ตลอดทั้งวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วยพร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

พลอากาศเอก เสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมในหลวงรักเรา ภูมิพลังแผ่นดิน ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร และในปีนี้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO ได้กำหนดการจัดงานวันดินโลกภายใต้หัวข้อ “Soils, where food begins : อาหารก่อกำเนิด เกิดจากดิน” เพื่อสร้างการรับรู้และให้ความตระหนักถึงทรัพยากรดินที่เป็นแหล่งกำเนิดของปัจจัยต่างๆ ทั้งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และพลังงาน ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ภูมิพล ดลดิน จัดแสดงพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการดินเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพระราชดำริในการแก้ปัญหาดินในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมด้วยนิทรรศการจากพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นิทรรศการของขวัญจากดิน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดิน 

ด้าน นายอร่าม  แก้วนิล ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้ามาร่วมเรียนรู้นิทรรศการผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อนิทรรศการของขวัญจากดิน เรียนรู้ความอุดมสมบูรณ์ด้านข้าว ปลา อาหาร จากเกษตรกรผู้ปฏิบัติจริง สะท้อนเรื่องราววิถีเกษตรยุคใหม่ ที่ยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม พร้อมพัฒนาและยกระดับ  ให้เข้ากับยุคสมัยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ นำเสนอเรื่องราว 4 วิถี แห่งการพึ่งพาตนเองสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเองและชุมชน อาทิ ของขวัญจากดิน “ข้าวใหม่ปลามัน สรรพสิ่งหลังนา”การสร้างคนรุ่นใหม่ 7 โมเดล การท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาและสร้างผู้ประกอบการ พร้อมด้วยกิจกรรม Work shop จับเข่า ล้อมวงเล่าเรื่องเกษตร พร้อมด้วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการอบรมวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขณะที่นางขวัญใจ  เนตรหาญ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.สระบุรี กล่าวว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ถือเป็นช่วงเดือนข้าวใหม่ ปลามัน เดือนแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว   พี่น้องเครือข่ายจากทั่วประเทศ ร่วมใจกันรวบรวมผลผลิต ได้แก่ ข้าวไร่ ทั้ง 4 ภาค พืชหัว ผักพื้นบ้าน องค์ความรู้เรื่องจุลินทรีย์สรรพสิ่งฯ ตลอดช่วงฤดูกาลทำนา มาจัดแสดงให้เห็นถึงห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แสดงถึงสายใยที่สร้างความมั่นคงทางอาหารตามวิถีเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ภายในงาน

ขณะเดียวกัน นางสาวจุฑามาศ  ทองชมพูนุช ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ทางด้านตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ตลาดองค์ความรู้ ตลาดแห่งมิตรภาพ และการแบ่งปัน ศูนย์กลางการรวบรวมองค์ความรู้ ด้านการเกษตร พื้นที่จุดประกายความคิดและน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมให้เห็นในเชิงประจักษ์ พร้อมชม ช้อป แบบจุใจกว่า 200 ร้านค้ากับสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตผลเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพ อาหารพื้นบ้านคาวหวานทั้ง 4 ภาค และตลาดต้นไม้นานาพันธุ์ โดยเกษตรกรผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต จำหน่ายในราคามิตรภาพ และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์ดินดล ตลอดงาน

ทั้งนี้ ภายในงานมีการเปิดให้เข้าชมนิทรรศการใหม่ วิถีเกษตรกรไทย ตามรอยศาสตร์พระราชา พิพิธภัณฑ์อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ 8 ภายใต้แนวคิด เกษตรกรไทยเท่ มีกิน  มีใช้ มีเก็บ มีเกียรติ และเปิดให้ชมนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งสนองพระราชปณิธาน พื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจตามศาสตร์พระราชา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร สนุกทะลุจอ สัมผัสความแปลกใหม่ในโรงภาพยนตร์แอนิเมชัน 7 มิติ ที่จะเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในงานนี้ จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสืบสาน รักษา ต่อยอด สืบทอดพลังแห่งความดี ธ ผู้ทรงเป็นดั่งกำลังของแผ่นดิน ภายในงานมหกรรมในหลวงรักเรา ภูมิพลังแผ่นดิน ระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2565 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ.

จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ กสศ. ประกาศเจตนารมณ์ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693043

จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ กสศ. ประกาศเจตนารมณ์ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’

จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ กสศ. ประกาศเจตนารมณ์ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.32 น.

จังหวัดสุรินทร์ จับมือ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประกาศเจตนารมณ์ร่วมสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ครอบคลุมทุกช่วงวัยตั้งแต่ปฐมวัยถึงระดับอุดมศึกษา โดยสานพลังภาคีเครือข่ายหน่วยงานทั้งในและนอกจังหวัด อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ภาคประชาสังคม เอกชน ประชาชนคนทั้งจังหวัด ปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมเชื่อมกลยุทธ์การทำงานเข้ากับโครงการต่าง ๆ ของ กสศ. เพื่อให้เป็นจังหวัดต้นแบบการบูรณาการการทำงานเชิงพื้นที่ ซึ่งจะขยายผลไปสู่การทำงานขับเคลื่อนนโยบายทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

นางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ทุกคนต่างทราบดีว่าความยากจนเหลื่อมล้ำ หรือความไม่เท่าเทียมเสมอภาค เป็นประเด็นปัญหาที่ไม่เคยหายไปจากประเทศของเรา แม้จะมีความพยายามในการทำงานเพื่อลดช่องว่างเหล่านี้ ทั้งนี้หากขุดลึกลงไปยังรากของความเหลื่อมล้ำหรือความยากจน จะพบว่า ‘ความรู้’ คือตัวแปรสำคัญ หมายถึงเราจะทำอย่างไรให้คนมีความรู้ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกในมิติต่าง ๆ และนำความรู้มาประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้

การศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลเด็กเยาวชนด้อยโอกาส ทำให้เราพบว่า มิติเรื่องสุขภาพหรือระดับการศึกษาในครอบครัว เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เด็กเยาวชนเข้าถึงโอกาสได้ยากขึ้น เราพบครอบครัวที่มีคนมีปัญหาสุขภาพซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณในการดูแล รวมถึงครอบครัวของเด็กเยาวชนด้อยโอกาสส่วนใหญ่ มักมีผู้ปกครองระดับการศึกษาสูงสุดไม่เกินชั้นประถมศึกษา โดยแม้จะมีกฎหมายระบุว่าเด็กต้องได้รับการศึกษาจนจบภาคบังคับ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กล่าวมากลับผลักให้เด็กเยาวชนกลุ่มนี้ต้องทำงานก่อนวัยอันควร มีชีวิตวนเวียนอยู่เพียงเป็นแรงงานขาดทักษะ หรืออพยพย้ายถิ่นเพื่อหารายได้ไปเรื่อย ๆ และถ้ามีการสร้างครอบครัวใหม่ เด็ก ๆ ที่เกิดจากครอบเหล่านี้ ก็จะอยู่ในวงจรส่งผ่านความยากจนด้อยโอกาสจากคนรุ่นพ่อแม่ต่อไปไม่สิ้นสุด

“สิ่งที่เด็กทุกคนต้องการคือโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเอง ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้มาตรฐานการศึกษาโรงเรียนห่างไกลมีความเสมอภาค มีมาตรฐานเพียงพอ คำตอบของคำถามนี้คือความร่วมมือของทุกคนในวันนี้ ที่จะต้องช่วยกันสร้างคุณภาพการศึกษาให้เด็ก ๆ จากหมู่บ้านหรือตำบลห่างไกล เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสต่อยอดชีวิตเช่นเดียวกับเด็กในพื้นที่อื่น นอกจากนี้เราต้องมองไปที่เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ว่าจะทำอย่างไรให้เขาได้เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง

“เพราะเด็กทุกคนมีศักดิ์ศรี มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเอง หากด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ครอบครัว สุขภาพ หรือจังหวะต่าง ๆ ในทางเดินของชีวิต ทำให้ต้องหลุดไปจากระบบและเข้าไม่ถึงโอกาส และไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดที่ทำให้เขาอยู่นอกระบบการศึกษา พวกเราจะไม่ทิ้งและจะไม่มีวันปล่อยมือจากเขา เพราะอย่าลืมว่าเด็กทุกคนที่จะเติบโตขึ้นมาล้วนสำคัญต่อโครงสร้างการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ วันนี้พวกเราจึงต้องมาช่วยกันมองว่าจะทำอย่างไรให้เด็กกลับสู่เส้นทางการพัฒนาศักยภาพ ไม่ว่าในระบบ นอกระบบ รวมถึงการเรียนรู้ทักษะอาชีพ เพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นทางอนาคตได้”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ทุกคนทุกหน่วยงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันวันนี้ เพื่อปิดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับคนทุกช่วงวัย ด้วยพลังของทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดสุรินทร์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทุกฝ่ายมีใจและมีพลังในการทำงานอย่างเต็มที่ โดยหลังจากนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เพียงแค่สร้างความเปลี่ยนแปลงในจังหวัดของเรา แต่จะเป็นประโยชน์ในฐานะตัวแบบการทำงานที่จะขยายผลไปในระดับชาติ

“การให้การศึกษาคน คือการให้โอกาสที่ดีที่สุด ทุกคนต้องเข้าถึงการศึกษาที่เสมอภาค ขอบคุณ กสศ. คณะกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จ.สุรินทร์ สมัชชาการศึกษา จ.สุรินทร์ อบจ. สุรินทร์ ในการทำงาน และขอฝากคความหวังไว้ที่ทุกท่าน ว่าลูกหลานชาวสุรินทร์ของเราทุกคน จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่เสมอภาค และไม่มีใครหลุดไปจากระบบการศึกษาอีก”

นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาขนาดใหญ่ ด้วยประเทศไทยมีเด็กเยาวชนจากครอบครัวรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนราว 1.9 ล้านคน ที่เสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษา ขณะที่กว่า 2 แสนคนหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีเด็กเพียง 5% จากกลุ่มยากจนที่สุดของประเทศที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา จึงเป็นโจทย์ของการทำงานเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในพื้นที่ห่างไกล ประเด็นสำคัญคืองานวิชัยชี้ว่าโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมีคุณภาพการศึกษาที่ห่างจากโรงเรียนในเมืองถึงสองปีการศึกษา และยังไม่นับว่าวิกฤตโควิด-19 ยิ่งเทำให้สถานการณ์เหล่านี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น

กสศ. มีภารกิจทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งไปยังกลุ่มยากจน 15% ล่างสุดของประเทศ โดยการทำงานร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ แบ่งเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ทำให้เด็กเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา 2.พัฒนาคุณภาพการศึกษา 3.สร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการของคนทุกกลุ่ม และ 4.สนับสนุนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ เพื่อให้ระบบดำเนินต่อเนื่องในระยะยาว

“ในการศึกษาภาคบังคับ หรือการทำงานกับเด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ราว 9 ล้านคน กสศ. มีระบบดูแลผ่านทุนเสมอภาค สำหรับนักเรียนในเกณฑ์พิจารณาความยากจนและยากจนพิเศษประมาณ 1.2 ล้านคน มุ่งเพิ่มอัตราการมาเรียน ดัชนีการเติบโต และประคองให้เด็กไม่หลุดจากระบบ ทั้งนี้จากการลงเยี่ยมบ้าน คัดกรอง และเก็บข้อมูลโดยครูในพื้นที่ เชื่อว่าในปีการศึกษาถัดไป กสศ. จะสามารถขยายทุนเสมอภาคไปถึงเด็กได้เป็นจำนวนมากขึ้น”

ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า การทำงานกับจังหวัดสุรินทร์ที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงอายุ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษา (TSQP) ที่เป็นการสร้างตัวแบบการจัดการศึกษา ได้ทำกับโรงเรียนขนาดกลางที่มีความสนใจ 41 แห่ง โดยร่วมกันตั้งโจทย์ กำหนดเป้าหมายพัฒนา และใช้ข้อมูลสารสนเทศพัฒนาครูผ่านเครือข่ายการเรียนรู้ รวมถึงมีทีมพี่เลี้ยงที่เข้าไปดูแล

ส่วนเด็กที่พ้นจากการศึกษาภาคบังคับ กสศ. มีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่มุ่งผลิตเยาวชนให้มีทักษะอาชีพ สามารถดูแลตนเองและครอบครัว และขยายการทำงานไปยังเด็กเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษ โดยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นการสร้างต้นแบบการพัฒนาการเรียนการสอน และเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบดูแลนักศึกษาสายอาชีพและนักศึกษาผู้มีความต้องการพิเศษ

สำหรับกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษาและแรงงานนอกระบบ มี โครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเยาวชนและแรงงานนอกระบบ ที่มุ่งดูแลทั้งเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา แรงงานนอกระบบ รวมไปถึงคนทุกกลุ่มที่ขาดแคลนโอกาส ให้มีการรวมกลุ่มพัฒนาทักษะอาชีพ โดยจุดเด่นคือใช้ฐานชุมชนพัฒนาไปสู่การมีอาชีพ มีรายได้ และทางต่อยอดในชีวิต นอกจากนี้ ความสำเร็จของการพัฒนาทักษะด้วยฐานชุมชน ยังเป็นต้นแบบเรียนรู้ให้กับพื้นที่ชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันสุรินทร์มี 7 เครือข่ายที่ทำงานต่อเนื่องจนเห็นความสำเร็จแล้ว

“ทุกโครงการที่ กสศ. ทำร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ เป็นการดูแลคนทุกรุ่นทุกช่วงวัย โดยทุกโครงการได้ทำมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้คือความต่อเนื่อง โดยอาศัยการบูรณาการงานเชิงพื้นที่ เพื่อให้คนสุรินทร์นำเครื่องมือ และเครือข่ายเหล่านี้ไปต่อยอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดึงทรัพยากรมากระจายไปให้ถึงทุกพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ด้วยคน และเครือข่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด

ผู้ประกันตนติดโควิดใช้สิทธิอย่างไร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693042

ผู้ประกันตนติดโควิดใช้สิทธิอย่างไร?

ผู้ประกันตนติดโควิดใช้สิทธิอย่างไร?

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.30 น.

สำนักงานประกันสังคม แนะผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม ที่ป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้เข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลตามสิทธิ สำหรับผู้ประกันตนที่มีความจำเป็นไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลตามสิทธิได้ สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลอื่นได้ โดยต้องมีผลการตรวจ ATK เป็นบวกและมีอาการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ให้แก่สถานพยาบาลที่ให้บริการ เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ทั้งนี้  ผู้ประกันตน ต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา15 เดือน ก่อนการเจ็บป่วย ผู้ประกันตน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.sso.go.th หรือ Line : @ssothai หรือโทร 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง https://youtu.be/XTH8Z4LsKE8

สธ. จัดประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ แลกเปลี่ยนแนวทางการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693040

สธ. จัดประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ แลกเปลี่ยนแนวทางการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์

สธ. จัดประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ แลกเปลี่ยนแนวทางการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.25 น.

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2565 ระหว่างวันที่ 14 -17 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา นายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งและประธานสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA) ศาสตราจารย์คลินิกกิตติคุณ ดร.วิทยา ถิฐาพันธ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย Mr. Jose “Oying” Rimon II ผู้อำนวยการสถาบัน Bill & Melinda Gates เพื่อประชากรและอนามัยการเจริญพันธุ์ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ร่วมงาน           

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ กล่าวว่า การประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ ครั้งนี้เป็นความร่วมมือจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงานวางแผนครอบครัว รวมไปถึงการพัฒนาประชากรในมิติต่าง ๆ จากหลายประเทศทั่วโลก โดยมีบุคลากรสำคัญจากนานาชาติ ทั้งในระดับผู้นำ ผู้บริหารองค์กรด้านสุขภาพ และการพัฒนาประชากร นักวิจัย นักวิชาการ และผู้ที่สนใจจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 คน จาก 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับประเทศไทยในการส่งเสริมและขยายการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ และการวางแผนครอบครัว ที่สอดคล้องกับความต้องการอย่างเท่าเทียมตามสิทธิภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในทุกระบบ และเป็นการปูทางให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ปี 2573 ในการรับรองการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรทุกคนทุกช่วงวัย

ดร.สาธิต กล่าวต่อไปว่า การดำเนินงานวางแผนครอบครัวของไทย ได้เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2513 โดยมีการประกาศนโยบายประชากรครั้งแรก ที่สนับสนุนการวางแผนครอบครัวด้วยความสมัครใจ เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ  เกี่ยวกับอัตราการเพิ่มประชากรที่สูงมาก มีการจัดบริการคุมกำเนิดที่มีคุณภาพและปลอดภัย เข้าถึงง่าย มีบริการคุมกำเนิดที่หลากหลาย ซึ่งการดำเนินงานมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ จนทำให้อัตราการคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่เคยต่ำกว่าร้อยละ 15 ในช่วงก่อนเริ่มมีนโยบายด้านประชากร เพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 80  แต่ด้วยวิถีชีวิตของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป การมีค่านิยมอยู่เป็นโสด หรือแต่งงานช้าลง ทำให้ปัจจุบันไทยมีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเดิมในช่วงปี 2507 – 2526 เคยมีเด็กเกิดปีละประมาณ 1 ล้านคน  แต่นับจากปี 2562 เป็นต้นมา จำนวนเด็กเกิดในแต่ละปีเหลือต่ำกว่าปีละ 6 แสนคน ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศในปี 2565 ลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1.6 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทน

“ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการดำเนินงานวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างแท้จริง โดยในปี 2540 ได้ประกาศนโยบายอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยปรับเปลี่ยนจากเดิมที่มุ่งเน้นการคุมกำเนิด มาเป็นการดำเนินงานที่มีความครอบคลุมมิติด้านการวางแผนครอบครัวเพื่อเพิ่มคุณภาพประชากรยิ่งขึ้น การดำเนินงานได้มีความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2553 – 2557 และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของยุทธศาสตร์ ฉบับที่ 1  ได้มีการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 – 2569 ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ การเกิดที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการวางแผนครอบครัว มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน รวมถึงหญิงที่จะตั้งครรภ์ ควรอยู่ในวัยที่เหมาะสมด้วย” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่สุด

-(016)

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 19 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692935

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 19 พฤศจิกายน 2565

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 19 พฤศจิกายน 2565

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เซ็นทรัลพัฒนา ชวนชิมขนมและเครื่องดื่ม คอลเลคชั่นพิเศษจาก LINE FRIENDS แพ็กเกจน่ารัก น่าสะสม 9 คอลเลคชั่น จาก 9 แบรนด์ดัง ถึง 6 ม.ค. 2566 เฉพาะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 34 สาขา เท่านั้น

Cinnabon ชวนชิม มินิบอน คลาสสิก จับคู่กับ ไอซ์ อเมริกาโน่ เป็นคู่ Perfect Match ราคา 89 บาท ถึง 30 พ.ย. ที่ ร้านซินนาบอน เฉพาะสาขา ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ สีลมคอมเพล็กซ์

คริสปี้ ครีม ชวนชิม 2 เมนูเครื่องดื่มใหม่ Appleberry Blended และ Pineapple Breeze Fitz แก้วละ110 บาท พร้อมรับโดนัท คริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น ถึง 16 ธ.ค.ที่ ร้านคริสปี้ ครีม สาขาใกล้บ้านคุณ

ชวนชิม

KATSUYA ชวนชิมคัตสึไก่หรือหมู และปลากะพง จับคู่กับของทานเล่นที่ชอบ และเครื่องดื่ม ราคา 245 บาท กับโปรโมชั่นใหม่สุดคุ้ม “Tonkatsu Mixed & Match” ถึง 31 ม.ค. 2566 ที่ ร้านคัตสึยะ ทุกสาขา

ชวนชิม “เมนูไข่” หลากหลาย อาทิ ข้าวไข่ข้นชีส,ซัมยังเส้นเกาหลีไข่ออนเซน,เตี๋ยวต้มยำไข่หวาน, ข้าวหน้าไก่ไข่ลาวา ฯลฯ ถึง 30 พ.ย.ที่ฟู้ดคอร์ท ไลม์ไลท์ อเวนิวภูเก็ต โทร.076-682900

ห้างสรรพสินค้าสยามทาคาชิมายะ ฉลองครบรอบ 4 ปี ชวนชิมขนมหวานสไตล์ดั้งเดิม “WAGASHI” พร้อมเมนูสุดพิเศษที่ครีเอทโดย 5 เชฟดังที่บินตรงจากญี่ปุ่น ถึง 30 พ.ย. ที่ ไอคอนสยาม

ชวนช็อป

ชวนช็อปสินค้าของกินของใช้จากน้องๆ นักเรียน พ่อค้า แม่ขายรุ่นเยาว์ในงาน “ตลาดนัดวัยเรียน สานฝันสู่อาชีพ ครั้งที่ 2” ถึง 20 พ.ย. ที่ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนช็อปสินค้าแบรนด์เนมมือสองสภาพดี การันตีคุณภาพ ของแท้ถูกชัวร์ ในงาน “DARADAILY แบรนด์เนมมือสอง Season 4”ถึง 20 พ.ย. ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์

เครือเฮอริเทจ ชวนช็อปอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพพร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุด 30%ในงาน “makro HoReCa 2022” ถึง 20 พ.ย. ที่ฮอลล์ 6-7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ชวนใช้

สภากาชาดไทย ชวนสนับสนุนโครงการ “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566” มอบเครื่องกันหนาวผู้ยากไร้ในชนบท โอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย“สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” เลขที่บัญชี 001-1-34567-0

OCEAN LIFE ไทยสมุทร ชวนใช้แบบประกันใหม่! “OCHI CI TOP 3 EXTRA” ประกันออนไลน์ไซซ์เล็กคุ้มครองโรคร้าย TOP 3 ของคนไทย จ่ายเบี้ยสบายๆ วันละไม่ถึง 4 บาท*โทร.02-2078844

กาแฟเขาช่อง ชวนลดใช้พลาสติกและสร้างคุณค่าขยะในกิจกรรม “ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่อง ซีซั่น 3” ส่งซองผลิตภัณฑ์
ที่ใช้แล้วสร้างถนนสีเขียว ถึง 31 มี.ค. 2566 ที่ โครงการกรีนโรด โทร.088-6843104

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง” ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. เวลา 16.15-16.30 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “สำรับตำรับชอง” ในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

CDC ชวนชม “CDC Balloon Fun Festival” เทศกาลบอลลูนยักษ์กลางเมือง ครั้งแรกของกรุงเทพมหานคร ถึง 20 พ.ย.
ที่ Crystal Design Center (CDC) ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โทร.02-1015999

ชวนชมมินิคอนเสิร์ตฟรี และศิลปะการต่อสู้มวยไทยโบราณ มวยคาดเชือกในงาน “THAI FESTA” วันที่ 19, 26 และ 27 พ.ย. ที่ลานกิจกรรมเอ็ม บี เคอเวนิว โซน A-B ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

ทันโลกทันเหตุการณ์กับแพทยสภา : การบาดเจ็บจากการวิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692959

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การวิ่ง เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกผลวิจัยพบว่าการวิ่งมีประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ ช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยลดความเครียด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านักวิ่งจำนวนมากได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการฝึกซ้อมที่ผิดวิธี นักวิ่งจึงจำเป็นต้องรู้สาเหตุของการบาดเจ็บ การป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ รวมไปถึงวิธีการรักษาเบื้องต้น โดยการบาดเจ็บจากการวิ่งที่พบบ่อย ได้แก่

l กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ (Runner’s knee) เกิดจากความไม่สมดุลของแรงกล้ามเนื้อที่กระทำต่อลูกสะบ้า จะมีอาการเจ็บบริเวณด้านหน้าเข่า อาการมักเป็นมากขึ้นเวลาวิ่งขึ้นลงทางลาดชัน คุกเข่า หรือขึ้นลงบันได

l เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ (Iliotibial band syndrome) มีอาการเจ็บบริเวณต้นขาและเข่าด้านนอก มักมีอาการเวลาวิ่งขึ้นลงทางลาดชัน อาการปวดมักหายไปเมื่อหยุดวิ่ง ยกเว้นในกรณีที่บาดเจ็บรุนแรง

l กล้ามเนื้อบริเวณหน้าแข้งอักเสบ (Shin splints) มีอาการปวดตื้อๆ ตรงบริเวณกระดูกหน้าแข้ง หรืออาจร้าวลงไปถึงบริเวณน่อง มักเกิดจากการวิ่งที่หักโหม หรือวิ่งบนพื้นที่แข็งเกินไป

l รองช้ำ (Plantar fasciitis) มีอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรือฝ่าเท้า อาการจะเป็นมากในก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือนั่งนานๆ เมื่อเดินไปสักระยะอาการปวดจะเริ่มน้อยลง การเขย่งเท้าหรือเดินขึ้นบันไดอาจทำให้มีอาการปวดมากขึ้นได้

l กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอักเสบ (Hamstring strain) มีอาการเจ็บแปล๊บบริเวณด้านหลังต้นขา ถ้าบาดเจ็บรุนแรงอาจมีบวมหรือช้ำได้

l เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinitis) มีอาการเจ็บ บวม แดง บริเวณเอ็นร้อยหวาย อาการเจ็บอาจร้าวขึ้นไปถึงบริเวณน่องได้

วิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่ง

l อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่ง (Warm up) ผ่อนคลายร่างกายหลังวิ่ง (Cool down) และยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ ทั้งก่อนและหลังวิ่ง

l ค่อยๆ เพิ่มระยะทางและความเร็วที่ใช้ในการวิ่ง ไม่เพิ่มความเร็วเกินกำลัง

l ไม่วิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ หรือทางที่ลาดชันจนเกินไป

l ไม่สวมรองเท้าวิ่งที่พื้นแข็งจนเกินไป และแนะนำให้เปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ทุกๆ 350-500 ไมล์

l ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ กรณีที่วิ่งนานเกิน 1 ชั่วโมงหรือมีเหงื่อออกมาก ควรเพิ่มการดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชย

l ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ

การรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นแบบ POLICE

P: Protection คือ การป้องกันบริเวณที่บาดเจ็บ ไม่ให้มีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น อาจใช้เครื่องช่วยพยุง หรือที่รัดประคองบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ

OL: Optimal loading คือ การลงน้ำหนักบริเวณที่บาดเจ็บอย่างเหมาะสม

I: Ice compression คือ การประคบเย็น ใช้เจลเย็น หรือถุงใส่น้ำแข็งห่อผ้าขนหนู ประคบบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บ ครั้งละ 10-15 นาที

C: Compression คือ การใช้ผ้ายืดพันรัดบริเวณที่บาดเจ็บ

E: Elevation คือ การยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวม

ลักษณะอาการบาดเจ็บที่ควรไปพบแพทย์

l มีอาการปวดรุนแรง บวม แดง หรือช้ำ บริเวณที่มีการบาดเจ็บ

l ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักบริเวณที่มีการบาดเจ็บได้

พญ.นิกษา ทนงศักดิ์มนตรี ผู้เขียน

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : ฉลอง‘วันขอบคุณพระเจ้า’ ให้เราอิ่มอร่อยกับครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692939

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : ฉลอง‘วันขอบคุณพระเจ้า’  ให้เราอิ่มอร่อยกับครอบครัว

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : ฉลอง‘วันขอบคุณพระเจ้า’ ให้เราอิ่มอร่อยกับครอบครัว

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ขอพาทุกท่านไปพบกับอาหารเลิศรสกับเมนูหลากหลายในเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า จาก 9 โรงแรม เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอ “บุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษจากทั่วทุกมุมโลก”และลิ้มลองความเลิศรสของไก่งวงสุดพิเศษที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม มื้อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. ท่านละ 1,980 บาท++รวมเครื่องดื่ม ที่ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โทร.02-1006255

โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท นำเสนอ “เดอะ แกรนด์ ซีฟู้ด บุฟเฟ่ต์” ไก่งวงนำเข้าจากออสเตรเลีย อบหอมกรุ่นเนื้อนุ่ม มื้อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย.หอยนางรมสด ซาซิมิ ซูชิ เทมปุระ ปลาแซลมอนรมควัน พาสต้าอิตาเลียนโฮมเมด และโซนไลฟ์กริลล์ เนื้อออสเตรเลีย เนื้อแกะ และเนื้อหมูนุ่ม รวมของหวาน ท่านละ 2,300 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารออร์คิด คาเฟ่ โทร.02-6498645

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ นำเสนอบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดคลาสสิก อาทิ ไก่งวงอบ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงสูตรต้นตำรับ มุมซีฟู้ดนานาชนิด มุมสลัดผักสด มุมอาหารอบซุป มุมอาหารไทย ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์อเมริกันแสนอร่อยมากมาย 24 พ.ย. ท่านละ 3,600 บาท++ (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ที่ ห้องอาหารเฟลอริช โทร.02-0959999

โรงแรมใบหยกสกาย นำเสนอ “บุฟเฟ่ต์กริลล์ & ซีฟู้ด” ทั้งสเต๊กเนื้อวากิว สเต๊กเนื้อออสเตรเลีย สเต๊กหมูคุโรบุตะกุ้งย่างมันเยิ้ม หอยนางรมทรงเครื่อง ผัดไทย ราดหน้ากุ้งแม่น้ำ ชาบูน้ำตกเนื้อวากิว ซีฟู้ดถัง ไข่ตุ๋นทะเลเดือด พิซซ่า พาสต้า กุ้งอบวุ้นเส้น ฯลฯ ปิดท้ายด้วย บิงซูผลไม้ พร้อม Topping ต่างๆ กว่า 20 รายการ พร้อมข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน และข้าวเหนียมมะม่วง มื้อกลางวันท่านละ 650 บาท มื้อเย็น 890 บาท รวมเครื่องดื่ม, ชากาแฟ รวมทั้งชมวิวบนชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุน ชั้น 84 ฟรี ที่ ห้องอาหาร บางกอกสกาย โทร.02-6563000

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ “บุฟเฟ่ต์นานาชาติ” มื้อกลางวันท่านละ 400 บาทถ้วน และมื้อเย็นท่านละ 500 บาทถ้วน อร่อยจุใจเหมือนเดิม อาทิ ซุปครีมเห็ด สปาเกตตีคาโบนาร่า พิซซ่าญี่ปุ่น ซูชิโรล ปูอัด ทอดมันปลา ปลากะพงราดพริก น้ำพริกปลาทู สลัดบาร์ ขนมหวาน เค้ก และ ไอศกรีม ถึง 20 พ.ย. ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอ “บุฟเฟ่ต์นานาชาติ” ต้อนรับประชุมเอเปก 2022 อร่อยหลากหลายกับ เป็ดย่าง หมูแดงอบน้ำผึ้งรมควัน หมูกรอบ ติ่มซำ ซาลาเปาชาโคลลาวาไข่เค็ม ซาชิมิ ซูชิ พร้อมขนมหวาน เค้ก และไอศกรีม มื้อกลางวัน590 บาทถ้วน และมื้อเย็นเพิ่มซีฟู้ด ท่านละ 888 บาทถ้วน อายุ 60 ปี ทานฟรีเมื่อมาพร้อมครอบครัว ถึง 20 พ.ย. ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอ “ปูขนนึ่งใบชา” เนื้อปูแน่นๆ มันเยิ้มๆ ทานพร้อมน้ำจิ้มผสมขิงสูตรเฉพาะ ตัวละ 990 บาท++ ถึง 30 พ.ย. ที่ ห้องอาหารจีนหยก โทร.0-22764567

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำนำเสนอ “โปรโมชั่นส่งท้ายปลายปี” กับบุฟเฟ่ต์อาหารรูปแบบต่างๆ ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 64 วันที่ 24-27 พ.ย.ที่บูธ K40-K41 ศูนย์ไบเทค บางนา โทร.02-3099999

โรงแรมปรินซ์พาเลซ นำเสนอบุฟเฟ่ต์ติ่มซำและเป็ดปักกิ่ง ท่านละ 899 บาท ที่ ห้องอาหารจีนไชน่าพาเลซ พร้อมโปรโมชั่นคูปองราคาพิเศษ ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 64 วันที่ 24-27 พ.ย.ที่บูธ K40-K41 ศูนย์ไบเทค บางนา โทร.02-6281111

อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติและบรรยากาศแห่งความหลากหลายในสไตล์ตะวันตก-ตะวันออก ได้อย่างปลอดภัยไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

ทรู คลิกไลฟ์ เปิดมุมมองก้าวทันโลกดิจิทัลสู่การเรียนรู้ที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692956

ทรู คลิกไลฟ์ เปิดมุมมองก้าวทันโลกดิจิทัลสู่การเรียนรู้ที่ยั่งยืน

ทรู คลิกไลฟ์ เปิดมุมมองก้าวทันโลกดิจิทัลสู่การเรียนรู้ที่ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในวันที่โลกมีการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างรวดเร็ว “ระบบการศึกษา” ก็ต้องปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต้องมีการเสริมแกร่งบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันในทุกด้าน ทรู คลิกไลฟ์ หนึ่งในผู้นำนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แบบครบวงจรสำหรับโรงเรียนเอกชน ภายใต้การดำเนินงานของ กลุ่มทรูตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการบริหารและการจัดการเรียนการสอน จึงได้สร้างสรรค์หลักสูตรเพื่อเสริมศักยภาพผู้ บริหารและครูผู้สอนต่อเนื่องตลอดทั้งปีด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ ทรูคลิกไลฟ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565 หัวข้อ EDUCATION FOR LEADERSHIP ยกระดับการศึกษาโรงเรียนเอกชน สู่การเป็นผู้นำในทุกด้าน ที่นำทีมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาจัดการเรียนรู้แก่ผู้บริหารและครูผู้สอนที่เข้าร่วมหลักสูตรกว่า 400 คน ทั่วประเทศ เข้าร่วมการอบรมตลอด 2 วันอย่างเข้มข้น เพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพให้นำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับ 5 หลักสูตรของทรูคลิกไลฟ์ ได้แก่ เทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน โรโบติกส์ และดนตรี ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะทำงานด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจ และการศึกษา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเปิดงานมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ทรู คลิกไลฟ์ดำเนินงานดูแลเรื่องการศึกษามาเป็นระยะเวลา 14 ปีแล้ว มีการปรับรูปแบบสื่อการเรียนการสอนทุกปี เพื่อก้าวทันต่อการศึกษาแห่งอนาคตที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อให้ตอบโจทย์ตรงกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสื่อสร้างสรรค์ ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงโปรแกรมช่วยสอนของคุณครู ที่มีการปรับให้ทันสมัยเข้าใจได้ง่าย ทำให้นักเรียนทุกคนมีความสุขกับการเรียนและสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการเรียนการสอนยุคใหม่ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ของทางทรู คลิกไลฟ์ทั้งหมด และทรูพร้อมที่จะสร้าง ecosystem ทางการศึกษาเหมาะกับแต่ละโรงเรียน และสัญญาจะทำหน้าที่ในฐานะผู้ให้บริการ จะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และจะทำให้ดียิ่งขึ้น โดยนึกถึงประโยชน์สูงสุด คือ นักเรียนโรงเรียนเอกชนของเรา”

การอบรมครั้งนี้ ทรู คลิกไลฟ์ยังได้จัดผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษามาร่วมเสวนาในการสร้างผู้นำแห่งศตวรรษที่ 21 นำโดย ผศ.ดร.พิชญ์วดี กิตติปัญญางาม ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร Arkki Thailand, ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, ครูโซ่-ยอดหทัย รีศรีคำ เจ้าของศูนย์การเรียน KRUSO Happiness Learning Center และวิทยากรรับเชิญพิเศษ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) และกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น มาให้ความรู้และเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ต่อการสอนเด็กในยุคดิจิทัล รวมถึง อ.อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการผู้จัดการบริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด ที่มาจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้บริหารโรงเรียนในหัวข้อ The Future of School Management เมื่อโลกเปลี่ยน โรงเรียนต้องปรับ เพื่อช่วยยกระดับการบริหารสถานศึกษาสู่ความสำเร็จ

นอกจากนี้ ทีมวิชาการของทรู คลิกไลฟ์ ได้เวิร์กช็อปส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพพร้อมอัปเดตนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้จากหลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ เพื่อยกระดับการพัฒนาการจัดการชั้นเรียน ต่อยอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายหลังการอบรมในครั้งนี้ ยังมีแผนให้ผู้บริหารและคุณครูได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองผ่านสื่อมัลติมีเดียอัดแน่นเทคนิคการจัดการเรียนการสอนพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรพิเศษในแวดวงการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำตลอดปี รวมถึงร่วมพูดคุยกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 หลักสูตร เพื่อติดตามประเมินผลเป็นระยะและส่งเสริมการพัฒนาการสอนได้อย่างตรงจุดอีกด้วย