THE FOODISM SHOW มหกรรมแสดงสินค้าอาหารสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700193

THE FOODISM SHOW มหกรรมแสดงสินค้าอาหารสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก

THE FOODISM SHOW มหกรรมแสดงสินค้าอาหารสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อิมแพ็ค ร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจ จัดงานมหกรรมแสดงสินค้าเพื่อกลุ่มธุรกิจอาหารสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก หรือ เดอะ ฟู้ดอีสซึ่ม โชว์ (THE FOODISM SHOW) ครั้งแรกในไทย ในธีม “THE FOODISM SHOW – ALL ABOUT DIET & HEALTHY EATING” ตอบรับกับกระแส

คนรักสุขภาพเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน และหันมาดูแลตัวเองให้สุขภาพดี แข็งแรง สวย หล่อ สมวัย และปลอดภัยจากโรคถือเป็นงานเดียวที่ครบครัน ด้วยการนำสินค้าและบริการจากกลุ่มธุรกิจอาหารสุขภาพและการควบคุมน้ำหนักกว่า 150 แบรนด์ชั้นนำ มาจัดแสดงบนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม2565 ณ อาคาร 7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นัทวลักษ์ กอบกำ

นางสาวนนัทวลักษ์ กอบกำ ผู้จัดการโครงการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน แมเนจเม้นท์จำกัด กล่วว่า ภายในงาน เดอะ ฟู้ดอีสซึ่ม โชว์(THE FOODISM SHOW) ได้จัดโซนจำหน่ายสินค้าให้ผู้รักสุขภาพและกลุ่มธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพดีได้เลือกซื้ออาหารครอบคลุม 4 เสาหลักแห่งอาหารอนาคต ได้แก่ 1.) อาหารออร์แกนิค (Organic Food) ประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนมวัว และไข่ไก่ ผักและผลไม้ ธัญพืช2.) อาหารทางเลือก (Functional Food) อาหารประเภท Plant-Based อาหารประเภทโปรไบโอติค, ซุปเปอร์ฟู้ด อาหารที่ปราศจากการปรุงแต่ง กลุ่มคีโต กลุ่ม IF กลุ่ม Low-Carb 3.) อาหารทางการแพทย์ (Medical Food), วัตถุดิบและอาหารการแพทย์พิเศษ (FSMP) วัตถุดิบและอาหารที่จำเป็นต่อการบำบัดหรือการรักษาโรคเรื้อรัง กลุ่มวัตถุดิบหรืออาหารเพื่อโภชนาการสำหรับนักกีฬา และ 4.) อาหารนวัตกรรมใหม่ (Novel Food) วัตถุดิบและอาหารแร่ธาตุ อาหารที่ถูกดัดแปลงพันธุวิศวกรรม, อาหารและวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการนาโนเทค เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ อาทิ การตรวจหาภูมิแพ้อาหารแฝง สาธิตการทำอาหารเมนูเพื่อสุขภาพ การสัมมนาและเวิร์กช็อป เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก การเลือกรับประทานอาหารสุขภาพที่เหมาะกับตัวเองโภชนบำบัดเพื่อการรักษาโรค การออกกำลังกายพร้อมทอล์กโชว์ โดยผู้เชี่ยวชาญชื่อดัง ให้ทุกคนมาฟังความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการทานอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นปรับพฤติกรรมการกินอย่างไรให้ไกลโรค NCDs, ข้าว..กับการลดน้ำหนัก กินอย่างไรไม่ให้อ้วน, Plant-based and Cancer กินถูกทางวางใจเรื่องมะเร็ง และความรู้ดีๆ อีกมากมาย

ในส่วนของการสาธิตการทำอาหารเมนูสุขภาพดี ที่จะชวนทุกคนมาหาไอเดียการทำเมนูคีโต เมนู Plant Based เช่น สาธิตเมนูข้าวดอกกะหล่ำผัดปลาสลิด เวิร์กช็อปหมักข้าวสาเก เปิดเมนู เต็มเป้ (Tempeh) มาใช้ทำอาหารเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ เป็นต้น และการสัมมนาและกิจกรรมหัวข้อสำคัญๆ อาทิ สารอาหารต้านมะเร็ง โดย ป้าพิม เจ้าของเพจสวยสู้มะเร็ง ผู้พลิกวิกฤตมะเร็งสู่การสร้างสุขภาพดี ด้วยการกินอาหารแทนยา, รู้ทันความเครียดภัยเงียบทำร้ายสุขภาพพร้อมแนวทางปรับไลฟ์สไตล์และโภชนาการลดภาวะความเครียดสะสม, ทานอาหารอย่างไร..ให้ชะลอวัย, กัญชาทางการแพทย์..รักษาโรคได้จริงหรือไม่, ทำไมต้องออร์แกนิค, โภชนาการในผู้สูงวัยและนักกีฬา และอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งานนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ผู้รักสุขภาพไม่ควรพลาด ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน http://www.thefoodism-show.com

ไลอ้อน ลงนามความร่วมมือ 7 หน่วยงาน เดินหน้าขับเคลื่อน ‘โครงการวัฏจักรต้นแบบการเจริญเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700204

ไลอ้อน ลงนามความร่วมมือ 7 หน่วยงาน เดินหน้าขับเคลื่อน  ‘โครงการวัฏจักรต้นแบบการเจริญเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน’

ไลอ้อน ลงนามความร่วมมือ 7 หน่วยงาน เดินหน้าขับเคลื่อน ‘โครงการวัฏจักรต้นแบบการเจริญเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน’

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย สุภาพร รุ่งเลิศเกียรติ ผู้จัดการบริหารวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผนึกกำลังพันธมิตร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาลัยชุมชนน่าน ศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้ มูลนิธิฮักเมืองน่านและหอการค้าจังหวัดน่าน เพื่อดำเนินโครงการวัฏจักรต้นแบบการเจริญเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนของพื้นที่จังหวัดน่าน ณ บ้านกิ่วม่วง ตำบลดู่พงษ์ อำเภอ สันติสุข จังหวัดน่าน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาระบบนิเวศ การใช้ประโยชน์ของทรัพยากรและพืชสมุนไพรท้องถิ่นแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดน่าน ตั้งแต่การพัฒนาระบบการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพรในเชิงอุตสาหกรรม และในส่วนของการใช้ประโยชน์ของการประเมินปริมาณการปลดปล่อยและการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากพืชสมุนไพร เป็นการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบของการพัฒนาอาชีพ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรถิ่นและสิ่งแวดล้อม สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผู้ประกอบการของจังหวัดน่านอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ในพิธีลงนามดังกล่าว ได้รับเกียรติจากวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยการดำเนินงานโครงการ “วัฏจักรต้นแบบการเจริญเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนของพื้นที่จังหวัดน่าน” สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดน่าน ที่มุ่งเน้นพลิกโฉมการพัฒนา เดินหน้าสร้างเมืองน่านให้เป็นเมืองแห่งความสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี สังคมร่มเย็น เศรษฐกิจได้รับการต่อยอด สร้างมูลค่าอย่างสร้างสรรค์ และเติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ด้าน “สุขเศรษฐกิจสร้างสรรค์และมูลค่าสูง” ที่มุ่งเน้น ส่งเสริม สนับสนุน การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ทั้งในเชิงโครงสร้างและภาคการผลิต อุตสาหกรรมและบริการ ด้วยองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าสูง เชื่อมั่นว่าผลจากการดำเนินงานในระยะเวลาอันใกล้จะก่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในด้านพืชสมุนไพร พัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ตลอดจนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้จังหวัด ตลอดจนก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจของจังหวัดน่านอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ได้มีการร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้จัดทำเป็นแปลงสาธิตการปลูกสมอพิเภก สมอไทย และมะขามป้อม เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ อีกด้วย

เปิดโครงการ ‘ส่งความสุขเทศกาลปีใหม่’ ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประทับใจผู้รับ สร้างรายได้ให้สมาชิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700205

เปิดโครงการ ‘ส่งความสุขเทศกาลปีใหม่’  ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประทับใจผู้รับ สร้างรายได้ให้สมาชิก

เปิดโครงการ ‘ส่งความสุขเทศกาลปีใหม่’ ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประทับใจผู้รับ สร้างรายได้ให้สมาชิก

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิด “โครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประจำปี 2566” โดยมี วิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมเยี่ยมชมสินค้าและกระเช้าของขวัญภายในห้องจัดแสดงกระเช้าสินค้าสหกรณ์ และได้ร่วมสาธิตการจัดกระเช้าของขวัญปีใหม่ด้วยสหกรณ์ ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ

โดย มนัญญากล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายมุ่งหวังพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตสินค้าของเกษตรกรให้ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายช่องทางการตลาดให้ถึงมือผู้บริโภค และใช้กลไกระบบสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพ ปัจจุบันสหกรณ์ภาคการเกษตรมีศักยภาพในการผลิตสินค้าได้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะสินค้าเพื่อการบริโภค ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 นับเป็นโอกาสดีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้คัดสรรสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศหลากหลายชนิด ทั้งอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากผ้า เครื่องจักสาน และงานหัตถกรรม ได้นำผลิตภัณฑ์และสินค้าของชุมชนจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ นำมาจัดวางในรูปแบบของกระเช้าของขวัญปีใหม่

“ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้พี่น้องเกษตกรขาดรายได้ ตอนนี้เป็นที่น่าภูมิใจที่ลูกหลานเกษตรกรกลับมาช่วยครอบครัวทำการเกษตร เช่น บรรจุภัณฑ์ที่นำมาวางจำหน่ายก็เป็นฝีมือของเด็กรุ่นใหม่ในโครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านฯ ที่รวมกลุ่มบูรณาการทำงานร่วมกันในชุมชน มีกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้การสนับสนุน เกิดเป็นแพ็กเกจที่สวยงาม เพิ่มมูลค่า รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ของสมาชิกสามารถเก็บไว้ได้นานเหมาะกับการมอบเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมและรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันซื้อของไทย และใช้ของไทยที่เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน เป็นการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน มีทั้งสินค้าและผลผลิตจากเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเสริมอาชีพและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลูกพืชผักปลอดภัยได้มาตรฐาน GAP และ GMP” มนัญญา กล่าว

ด้าน วิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำสินค้าของสหกรณ์มาตกแต่งและจัดเป็นกระเช้าของขวัญเพื่อมอบความสุขและความปรารถนาดีให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีนี้นับเป็นปีที่ 20 เปิดจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตอนนี้มียอดสั่งซื้อเข้ามาแล้ว 249 กระเช้า มูลค่าประมาณ 3.2 แสนบาท ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ติดตามอุดหนุนกระเช้าปีใหม่ของสหกรณ์ทุกปีทำให้ในแต่ละปีกรมฯ สามารถสร้างยอดจำหน่ายกระเช้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีละไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านบาทส่งผลให้เกิดการส่งเสริมการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์ และการสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การซื้อสินค้าสหกรณ์ นอกจากพี่น้องประชาชนจะได้สินค้าคุณภาพกลับไปแล้ว ทุกท่านยังมีส่วนสนับสนุนรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศอีกด้วย

รูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ที่นำมาจำหน่าย ได้คัดสรรสินค้าและผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพของสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ มาจัดตกแต่งลงกระเช้าของขวัญหลากหลายรูปแบบและหลายขนาดพร้อมห่อหุ้มด้วยผ้าขาวม้าและผ้าปาเต๊ะที่มีสีสันสวยงาม คัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภค-บริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ ผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าว กข 43นาขวัญ จากสหกรณ์การเกษตรสว่างอารมณ์ จำกัด จ.อุทัยธานี ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน จากสหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จ.ลำปาง พิเศษสุดในปีนี้ได้คัดเลือกสินค้าและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรและสินค้าของสมาชิกสหกรณ์จากโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์มาร่วมจัดและยังมีสินค้าประเภทสมุนไพรชงดื่ม ขิงผง เก๊กฮวยผงดอกคำฝอย ชาใบหม่อนอินทรีย์ ชาดอกกาแฟ กระเทียมผงและพริกไทยดำ พันธุ์ปะเหลียน จากสหกรณ์การเกษตรปะเหลียน จำกัด จ.ตรัง สินค้าประเภทนมและเครื่องดื่ม นม UHT น้ำผลไม้ น้ำส้มแขกกาแฟชงพร้อมดื่ม กาแฟดริป และโกโก้ผงบรรจุกระป๋อง ของสหกรณ์การเกษตรห้วยคต จำกัด จ.อุทัยธานี

สินค้าประเภทอาหารแปรรูปและผลไม้แปรรูป อาทิ กล้วยตากเคลือบช็อกโกแลต กล้วยตากรสทุเรียน กล้วยหนึบหนับ ขิงกรอบแก้วรสน้ำผึ้งหมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง เนื้อทุบเนื้อกระจก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกหยีกวนหยาบไม่มีเมล็ดผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย เช่น ผ้าคลุมไหล่ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าพันคอ รวมทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรรุ่นใหม่ เช่น คุกกี้มะม่วง น้ำผึ้งมะนาวมะเขือเทศแช่อิ่ม กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง กระเทียมโทนดองสามรส สำหรับกระเช้าสินค้าสหกรณ์ มีหลายรูปแบบ อาทิ กระเช้าสำเร็จรูป และสามารถเลือกสินค้าที่ต้องการจัดกระเช้าได้ด้วยตัวเอง มีบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มกราคม 2566 จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันจันทร์-ศุกร์เปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 08.30-18.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ จำหน่ายตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ อาคาร 1 ชั้น 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์ กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทางเพจ Facebook : COOP Market หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-6285512, 089-8915912

คุณแหน : 24 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700201

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์ เรือฯอับปางกลางทะเล เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา…ทหารหาญทุกท่านได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ขอให้ดวงวิญญาณของท่านสู่สุคติในสัมปรายภพเทอญ…และขอภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ผู้ที่ยังสูญหาย 23 นาย ปลอดภัย และทีมค้นหาพบในเร็ววันนี้ด้วย…

ll ยินดีกับ อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ ที่ได้รับมอบโล่ในฐานะศิษย์เก่า ผู้น่ายกย่อง เชิดชูเกียรติ บุคคลแห่งคุณค่า จากคณะกรรมการชมรมศิษย์เก่าหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)เมื่อเร็วๆ นี้…

ll ดีใจกับ ปุ่มศักดิ์-อัมพร จักกะพาก ที่ฉลอง Happy Anniversary ครบ 38 ปี เมื่อวันก่อน…อยู่กันยาวนานขนาดนี้น่าจะมีเคล็ดลับนะ…

ll พ.อ.สันดุษิต ดีบุกคำ ประธานเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่ามีกิจกรรมตลอดเวลา เพราะเป็นชาวลำปางโดยกำเนิด รักชอบศิลปวัฒนธรรมเมืองเขลางค์นคร เป็นชีวิตจิตใจ ประกอบกับภรรยาพิมธิดา เป็นผู้มีจิตอาสา ได้คิดกิจกรรมสร้างสรรค์ดีงามมาชวนกันทำอยู่เสมอ…

llไปฉลองคริสต์มาสกับเพื่อนๆ สมัยวัยละอ่อนที่เรียนประถม-มัธยม รร.เรยีนา เชียงใหม่ด้วยกัน กาญจนา วิฑูรชาติ กับ ประนอม เฉินบำรุง พาไปอิ่มอร่อยกันที่ฟอเรสเบคเมื่อวันก่อน งานนี้ แซนตี้กาญจนา ผู้ไม่เคยทำให้เพื่อนผิดหวัง หอบของขวัญสุดน่ารักมาให้เพื่อนๆ ครบทุกคนเหมือนเคย…

ll ช่วงคริสต์มาส พ.อ.พิเศษ หญิง ประไพพรรณไตรโยธี ชวนคู่ชีวิตไปทริปซิดนีย์ ออสเตรเลียและเลยถือโอกาสเยี่ยมญาติซะเลย…

llคืนวันก่อนเพื่อนสมัยเรียนพิบูลวิทยาลัยเลี้ยงต้อนรับ ดวงตา ทองตันไตร และสามี Westley Gamagushi มาเยี่ยมเมืองไทย…เพื่อนที่อยู่สุพรรณอย่าง พล.ต.วีระ-เกษรา บุตรโพธิ์ ก็ฝ่าการจราจรที่คับคั่งมาร่วมงานด้วย โดยมีสมาชิกหน้าเดิมๆ อาทิ จักรชัย-ขจรสิริ บาลี, ธนิต วิจิตรพันธุ์ ส่วนเพื่อนรักรุ่งนภา ตันยุวรรธนะ ขาดขานชื่อ เพราะติดภาระดูแลสุนัข…

ll ปกติไม่ชอบกินปลา พันธุ์ทิพย์ สุนันทิยกุล บอกว่า เมื่อได้มาลิ้มชิมรสชาติปลาแซลมอนแล้ว รู้สึกไม่เหม็นคาวสักนิด…รู้งี้ชิมไปตั้งนานแล้ว…

ll ภัสสร โล่ห์จินดา แต่งตัวจะมางานพระราชทานเพลิงศพเจ้านาย แต่ลูกสาวคนสวยเกิดอุบัติเหตุตกบันไดกะทันหัน เลยต้องพากันไปโรงพยาบาลก่อน…หน้าที่แม่สำคัญยิ่งนัก…

ll เพื่อนรักราชินี อภิรดี ตันตราภรณ์ กับ เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ ชวนกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เสริมพลังความแข็งแรงให้แก่ตนเอง ด้วยการ
เดินออกกำลังกาย ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทุกวันที่ว่าง…

ll ไม่ได้พักร้อนเลยปีนี้ ผุสดี โสรัต เพิ่งลาพักผ่อน ไปทริปเชียงใหม่ โดยมอบหมายการจัดรายการทางวิทยุให้ ราเชนทร์ ชุมสายฯ ทำแทน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา…แบบไม่ใช่แฟน ก็ทำแทนกันได้ !!…ll

บารอนเนส

Made in Thailand สินค้าไทยเป็นที่นิยมในเวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700229

Made in Thailand สินค้าไทยเป็นที่นิยมในเวียดนาม

Made in Thailand สินค้าไทยเป็นที่นิยมในเวียดนาม

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คนเวียดนามโดยเฉพาะคนชั้นกลางนิยมสินค้าไทย เพราะคุณภาพดี ราคาไม่แพงจนเกินไปและคนเวียดนามจำนวนมากก็ชอบไปเที่ยวเมืองไทยเพราะติดใจอาหารและสินค้าไทย (นางทรานเล แอนห์ ธี ผู้อำนวยการ บริษัท หง่อกเธียนบ๋าว จำกัด ผู้นำเข้าสินค้าไทยไปจำหน่ายในเวียดนาม)  

ตลาดเวียดนามมีศักยภาพสูง และเป็นตลาดที่อยู่ใกล้กับไทย ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับตลาดของเพื่อนบ้าน เพราะเล็งเห็นว่าการ
ค้าขายกับเพื่อนบ้านเป็นเรื่องสำคัญ และช่วยเพิ่มความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน (นายกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พีเอ็ม 80 จำกัด)

ไลฟ์ วาไรตี ชวนคุณไปดูสินค้าไทยในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เพื่อให้เห็นว่าคนเวียดนามจำนวนไม่น้อยชื่นชมสินค้าไทย 

บุคคลแรกที่เราไปสนทนาด้วยคือ นางทราน เล แอนห์ ธี ผู้อำนวยการ บริษัท หง่อกเธียนบ๋าวจำกัด

l ซินจ่าว สวัสดีครับ ขอบคุณที่ให้เกียรติรายการ เรียนถามว่าอะไรคือเหตุผลสำคัญที่เลือกสินค้าไทยชื่อ ลองก้า เข้ามาจำหน่ายในเวียดนามทั้งๆ ที่มีสินค้าไทยจำนวนมากสนใจอยากเข้ามาเปิดตลาดเวียดนาม

คุณธี : คุณอาจรู้ดีแล้วว่าชาวเวียดนามจำนวนมากสนใจสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก ก็ยังสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่ที่สำคัญคนเวียดนามชื่นชอบสินค้าไทยมานานแล้ว เพราะมั่นใจในคุณภาพสินค้า ส่วนตัวดิฉันเองไปเมืองไทยบ่อยๆ ทั้งไปเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว แล้วได้เห็นสินค้าดีคุณภาพสูงของไทยจึงนำเข้าไปจำหน่ายในเวียดนาม สินค้าไทยตัวล่าสุดที่นำเข้ามาจำหน่ายคือน้ำลำไยผสมคาร์บอนเนต ชื่อลองก้า เหตุที่เลือกตัวนี้เพราะเป็นสมุนไพรจากไทย เนื่องจากลำไยมีสรรพคุณด้านสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณแล้ว และเมื่อเห็นผลรับรองด้านการวิจัยจากสถาบันระดับโลกก็ทำให้มั่นใจคุณภาพมากขึ้น

l นำสินค้านี้เข้ามาจำหน่ายได้นานกี่เดือนแล้วครับ

คุณธี : เพิ่งนำเข้ามาเพียงสามสัปดาห์เท่านั้นค่ะ 

l สินค้าใหม่ ต้องทำการตลาดหนักมากไหมครับ เพราะเท่าที่สังเกตคือ มีสินค้าตัวนี้กระจายในตลาดโฮจิมินห์หลายจุด ตั้งแต่ร้านริมถนนไปจนถึงภัตตาคาร และที่สำคัญพบว่ามีป้ายบิลบอร์ดโฆษณาในเมืองหลายสิบป้าย

คุณธี : ต้องเน้นสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค เพราะเป็นสินค้าใหม่ แต่จุดเด่นคือคุณภาพดีนอกจากนั้นบริษัทของเราเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ของเวียดนาม เรามีตัวแทนจำหน่ายขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั้งหมด 200 หน่วยทั่วประเทศ และยังมีผู้ค้าส่งรายย่อย และร้านค้าทั่วไปอีกประมาณ 120,000 รายอยู่ในระบบ เราจึงสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึงทุกตลาดในเวลารวดเร็ว เพราะเรามีระบบการกระจายสินค้าดี ประกอบกับมีตัวแทนจำหน่าย ผู้จำหน่ายส่ง และร้านค้าย่อยกระจายทั่วเวียดนาม ทำให้กระจายสินค้าได้เร็ว

l ตั้งเป้าจำหน่ายสินค้าตัวนี้ในแต่ละเดือนไว้อย่างไรครับ 

คุณธี : เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่มาก จึงยากที่จะกำหนดเป้าแบบตายตัว แต่เบื้องต้นตั้งเป้านำเข้าไว้เดือนละประมาณ 10-15 ตู้คอนเทนเนอร์หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน เราตั้งเป้าให้สินค้าตัวนี้เป็นที่รู้จักในเวียดนามมากขึ้น โดยจัดกิจกรรมการตลาดหลากหลายแบบ และประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำบิลบอร์ดให้กระจายทั่วเมืองโดยเฉพาะในเขตชุมชนใหญ่ ทำสติ๊กเกอร์แจกไปตามจุดต่างๆ ติดสติ๊กเกอร์ที่ตู้แช่เย็นตามร้านค้า เช่น ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม แม้กระทั่งในตลาดสดส่วนบิลบอร์ดนั้น เราทำไปแล้ว 30 แห่งในโฮจิมินห์ ซิตี้และติดป้ายโปสเตอร์ตามสถานที่ต่างๆ อีกประมาณ 1 พันจุด แจกสติ๊กเกอร์แจกไปแล้วกว่าแสนใบเราเชื่อว่าเมื่อจำหน่ายไปได้ 6 เดือน เราจะสามารถสั่งเพิ่มได้ถึง 40-50 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน

l เรื่องการกำหนดราคาขาย ใช้กลยุทธ์อะไรครับ เพราะราคาสินค้าน่าจะอยู่ในเกรดพรีเมียม

คุณธี : เราตั้งราคาขายไว้ที่ระดับไม่สูงจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่สินค้าราคาถูกมาก เราเน้นตลาดคุณภาพ เน้นผู้ซื้อที่ให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพเป็นสำคัญ เราไม่ต้องการให้สินค้ากลายเป็นสินค้าเกรดตลาด C-D เราจับลูกค้ากลุ่ม B ขึ้นไป เพราะเป็นสินค้าเพื่อคุณภาพ เราใช้กลยุทธ์การขายด้วยการให้ส่วนลดราคาเมื่อซื้อจำนวนอย่างน้อยกี่ขวด เช่น ซื้อ 5 ขวด แถม 1 ขวด เป็นต้น 

l สินค้าติดคำว่า Made in Thailand คำนี้ข่วยเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้าอย่างไรบ้างครับ

คุณธี : ชาวเวียดนามจำนวนมากชอบเมืองไทยมาก หลายคนไปเที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง ไปแล้ว ไปอีกเพราะติดใจ แล้วก็ชื่นชอบสินค้าไทยมากด้วย เพราะสินค้าคุณภาพดี ราคาจับต้องได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราประทับตรา Made in Thailand ลงบนสินค้า จึงทำให้ผู้บริโภคชาวเวียดนามไว้ใจมากและซื้อหาสินค้าไทยด้วยความไว้วางใจในคุณภาพ 

l ผมขอบอกว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ชอบมาเที่ยวเวียดนาม โดยเฉพาะที่โฮจิมินห์ฮานอย เว้ ดานัง ฮอยอาน เป็นต้น และขอบอกว่าคนไทยกับคนเวียดนามเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมายาวนาน เป็นเพื่อนบ้านที่ดี ผมเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้ไทยกับเวียดนามจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งๆ ขึ้น คุณเชื่อเหมือนผมใช่ไหมครับ

คุณธี : แน่นอนที่สุดค่ะ ดิฉันเชื่อเช่นนั้น ดิฉันคิดเหมือนคุณ และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทยกับเวียดนามจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด  และดิฉันยังคงแสวงหาสินค้าไทยที่มีคุณภาพเข้ามาจำหน่ายในเวียดนามอยู่ตลอดเวลาค่ะ

l ก่ามเอิน (ภาษาเวียดนาม) ขอบคุณมากครับ

คุณธี : ขอบคุณค่ะ

ผู้ร่วมสนทนาอีกรายคือนายกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริษัท พีเอ็ม 80 จำก้ด

l สวัสดีครับ ขอบคุณที่ให้เกียรติรายการครับ เรียนถามว่า ตั้งเป้าหมายการทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าตัวนี้ในเวียดนามไว้อย่างไรครับ

คุณกมลสุทธิ์ : อันดับแรกคือเราให้ความสำคัญกับตลาดของเพื่อนบ้าน เพราะเป็นบ้านใกล้เรือนเคียง เป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เราอยากให้
สินค้าไทยคุณภาพดีเป็นที่รู้จักของเพื่อนบ้าน แล้วเราก็ได้พบตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ของเวียดนามนับเป็นความโชคดีของเรา เมื่อตัวแทนจำหน่ายได้ประจักษ์ในคุณภาพสินค้าของเราแล้ว เขาก็เดินหน้าทำการตลาดอย่างรวดเร็ว จนลองก้าเป็นที่รู้จักแพร่หลายในระยะเวลาอันสั้นมาก

l ตัวแทนจำหน่ายบอกเหตุผลไหมครับว่าอะไรทำให้สินค้าตัวนี้ได้รับความนิยมรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงเดือน

คุณกมลสุทธิ์ : เพราะคุณภาพสินค้าเป็นสำคัญ เนื่องจากลำไยคือสมุนไพร ที่มีประวัติอยู่ในตำรายาแผนโบราณมาตั้งแต่หลายพันปี โดยเฉพาะตำราของจีน ดังนั้น เมื่อสินค้ามีคุณภาพดี ก็จึงเป็นที่นิยมของตลาดได้ในเวลาอันสั้นมากครับ คนเวียดนามยุคนี้เน้นสินค้าคุณภาพเพื่อสุขภาพที่ดีของเขา ซึ่งเราก็ดีใจที่ผลิตของมีคุณภาพเพื่อผู้บริโภค

l เท่าที่ดู เห็นว่าตลาดเวียดนามให้การตอบรับอย่างไรบ้างครับ

คุณกมลสุทธิ์ : ตอบรับค่อนข้างดีมากแต่ก็ยังถือว่าเป็นสินค้าใหม่ เพราะเพิ่งเข้ามา 2-3 สัปดาห์เท่านั้น แต่ต้องชมแผนการตลาดของผู้นำเข้าสินค้าครับ เขามีทีมงานดีมีคุณภาพเยี่ยม ทำให้สินค้าของเราได้รับความนิยมอย่างมากในเวลาที่แสนสั้นครับ 

l พอจะบอกเล่าตัวเลขการส่งออกสินค้ามาจำหน่ายในเวียดนามได้ไหมครับ

คุณกมลสุทธิ์ : ก็ถือเป็นหลักล้านขวดในเวลาที่รวดเร็วนะครับ น่าดีใจครับ ดีใจทั้งในฐานะผู้ผลิตและในฐานะคนไทย เมื่อเราเห็นสินค้าไทยเป็นที่นิยมในตลาดเพื่อนบ้าน เราก็ดีใจในฐานะสมาชิกอาเซียนด้วยกัน

l เท่าที่ผมทราบคือมูลค่าการค้าต่อเดือนหลายร้อยล้านบาท ใช่ไหมครับ 

คุณกมลสุทธิ์ : ครับ ใช่ครับ เป็นตัวเลขหลักร้อยล้านบาทครับ น่าดีใจครับ ต้องชื่นชมตัวแทนจำหน่าย และผู้นำสินค้าเข้าครับ เขาเอาจริงเอาจังมาก แผนการตลาดของเขาดีมาก มีตัวแทนกระจายสินค้าทั่วถึง เขาบอกว่าเขามั่นใจในคุณภาพสินค้าของเรา เขาจึงตั้งใจทำการตลาดอย่างจริงจัง ยิ่งเขาเห็นรางวัลระดับนานาชาติรับรองคุณภาพสินค้าของเรา เขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่เขาบอกกับเราตลอดเวลาคือ เขาต้องการเลือกนำเข้าสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดี เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และเพื่อมีสุขภาพดีในวันที่มีอายุมากขึ้น เรียกว่าเป็นการมองการณ์ไกลเพื่อความปลอดภัยของชีวิตในยามแก่เฒ่า

l สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นก็คือ สินค้า ประทับคำว่า Made in Thailand ชัดเจนมาก ตรงนี้ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดด้วยไหมครับ 

คุณกมลสุทธิ์ : คนเวียดนามไว้ใจในคุณภาพสินค้าไทยมานานแล้ว เขาแฮปปี้เมื่อใช้สินค้าไทย เขาเชื่อถือคุณภาพสินค้าไทยครับ เราก็ต้องทำให้เขามั่นใจในคุณภาพสินค้าของเราด้วยครับ เพื่อเขาจะได้ไม่ผิดหวัง

l การจัดงานเปิดตัวสินค้าของไทยในครั้งนี้ตัวแทนจำหน่ายและผู้นำเข้าเวียดนาม จัดงานใหญ่มาก แสดงว่าเขามุ่งมั่นทำตลาดอย่างจริงจัง มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไรครับ

คุณกมลสุทธิ์ : ต้องขอบคุณผู้นำเข้าสินค้าอย่างสูง และเราก็เห็นถึงความตั้งใจจริงของเขาเขาเชิญตัวแทนจำหน่ายทุกระดับมาร่วมงาน และยังเชิญร้านค้ามากมายมาร่วมงานด้วย ผมได้คุยกับพวกเขาแล้ว ทำให้มั่นใจว่าสินค้าของเรามีคุณภาพดีเพราะเขายืนยันกับผมเอง ผมมองว่าเมื่อปักหลักอย่างมั่นคงในโฮจิมินห์ ซิตี้ ได้แล้ว ลองก้าจะกระจายไปทั่วประเทศเวียดนามได้ในเวลาไม่นานนัก ด้วยความที่ผู้นำเข้าสินค้ามีระบบการกระจายสินค้าได้ดีเยี่ยม เขามีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และมีจุดจำหน่ายสินค้ากระจายทั่วประเทศด้วย ดังนั้น จึงน่าดีใจที่ลองก้าไปวางจำหน่ายในร้านต่างๆ ทั้ง ร้านเฝอริมถนน ร้านข้าวแกงริมถนน แม้กระทั่งร้านเฝอชื่อดัง หรือภัตตาคารต่างๆ ก็มีสินค้าของเราจำหน่าย ร้านโชห่วยก็มีจำหน่ายนะครับ 

l มีปัญหาสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการในเวียดนามบ้างไหมครับ

คุณกมลสุทธิ์ : มีปัญหาเล็กน้อยครับ กำลังแก้ไขครับ คือบางช่วงสินค้าส่งไม่ทันตามคำสั่งซื้อครับแต่ปัญหานี้เราแก้ไขได้

l เมื่อเข้ามาในตลาดเวียดนามแล้ว ตั้งเป้าจะไปตลาดอื่นๆ ในอาเซียนที่ไหนอีกบ้างครับ

คุณกมลสุทธิ์ : เบื้องต้นคือเราต้องทำให้ตลาดในเวียดนามอยู่ตัวก่อนครับ แล้วจากนั้นก็จะกระจายไปในกลุ่ม CLM คือกัมพูชา ลาว เมียนมา ครับ เราต้องการตลาดแบบ slow but sure ไม่เร่งรัดร้อนรนมากเกินกำลังครับ ขอให้ตลาดเวียดนามมั่นคงก่อน แล้วเราจะขยายต่อไปเรื่อยๆ ครับ ผมต้องเน้นว่า ลำไยไทยมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร ดังนั้นสินค้าตัวนี้คือสินค้าที่เราวางตำแหน่งไว้ที่สินค้าคุณภาพ เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคครับ สินค้าตัวนี้ได้รับการรับรองด้านงานวิจัยเพื่อสุขภาพจากนานาชาติแล้วด้วย นี่คือจุดแข็งของสินค้าของเราครับ

คุณจะได้ชมรายการไลพ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

LPP คว้า ISO 14001:2015 ตอกย้ำพันธกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700202

LPP คว้า ISO 14001:2015 ตอกย้ำพันธกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

LPP คว้า ISO 14001:2015 ตอกย้ำพันธกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ รับมอบ ISO 14001:2015 มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนตัวตนของ LPP ในการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและใส่ใจสังคมรอบข้าง ควบคู่กับการบริหารงานอย่างมีคุณภาพ ส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้า 

สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จํากัด (LPP) เปิดเผยว่า “LPP ได้รับมาตรฐาน ISO 14001:2015 จาก บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำระดับสากลที่ให้การรับรองมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นรางวัลแห่งการทำงานส่งท้ายปี 2565 ที่เกิดจากความมุ่งมั่นของบริษัทในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบอันเป็นการการันตีถึงมาตรฐานการทำงานที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล”  

“สำหรับมาตรฐานสากล ISO 14001:2015 เป็นมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ทาง LPP ได้ให้ความสำคัญและนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ในทุกมิติการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย และสังคมในภาพรวม เพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ครอบคลุมถึงการ Reuse เช่น การนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการลดการใช้ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การจัดการด้านขยะอย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์เหตุฉุกเฉินหรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมวางแนวทางป้องกัน และการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ และด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า จึงทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้า และการบริหารจัดการด้านการเงินของชุมชน”  

นอกจากนี้ LPP ยังได้รับมาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001:2015 มาตั้งแต่ปี 2561อันแสดงถึงความสามารถในการให้บริการที่สอดคล้องตามข้อกำหนดของลูกค้าและกฎข้อบังคับอย่างสม่ำเสมอ มีการส่งมอบงานที่มีคุณภาพ  ซึ่งก่อประโยชน์ต่อทั้งบริษัท ลูกค้า และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย      

“การที่ LPP ได้ใบรับรองระบบมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ทำให้ LPP สามารถนำผลมาวิเคราะห์ ตรวจสอบ และปรับปรุงทั้งด้านกระบวนการและงานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้นช่วยให้การบริหารจัดการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถบรรลุความต้องการและความคาดหวัง รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้เสีย และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในธุรกิจการบริหารจัดการชุมชน” สมศรีกล่าว   

การดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนี้ LPP ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของบริษัท โดยมีการมุ่งเน้นด้านจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ดีในทุกชุมชนที่บริหาร เพื่อส่งต่อความร่วมใจ ห่วงใย และแบ่งปัน ออกสู่สังคมภายนอก เป็นการตอกย้ำแนวคิด Smooth Your Livingอย่างแท้จริง

นับถอยหลัง สู่งานเคาท์ดาวน์ระดับโลก Amazing Thailand Countdown 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700196

นับถอยหลัง สู่งานเคาท์ดาวน์ระดับโลก Amazing Thailand Countdown 2023

นับถอยหลัง สู่งานเคาท์ดาวน์ระดับโลก Amazing Thailand Countdown 2023

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ไอคอนสยาม และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตร กรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่าฯ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยามูลนิธิประชาคมย่านกะดีจีน-คลองสาน และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเคาท์ดาวน์ “Amazing Thailand Countdown 2023” คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ยิ่งใหญ่ระดับโลก ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติปักหมุดฉลองส่งท้ายปีริมเจ้าพระยา ชมการแสดงพลุรักษ์โลกแบบ Hybrid World Countdown ครั้งแรกในไทย!!

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า งานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “Amazing Thailand Countdown 2023” จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำที่งดงามที่สุดที่ผ่านมาได้ถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกผ่านโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวระดับโลก อาทิ CNN, BBC, AP, Reuter, ABC ฯลฯ ทั่วโลกต่างชื่นชมความงดงามของค่ำคืนแห่งการก้าวสู่ปีใหม่บนโค้งน้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งหัวใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คระดับประเทศที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้กับประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ

งานฉลอง “Amazing Thailand Countdown 2023” เพื่อต้อนรับศักราชใหม่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตามอบเป็นของขวัญให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่เดินทางเยือนประเทศไทยในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกของการฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตโควิด-19เราและพันธมิตรทุกหน่วยงานตั้งใจมากที่จะจัดงานเคาท์ดาวน์ครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยมีไฮไลต์ที่สุดของงานคือ Hybrid World Countdown สุดตระการตา ผสมผสานแสง สี เสียง และ Immersive Technology เชื่อมต่อโลกเสมือนเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยการแสดงพลุรักษ์โลกสุดยิ่งใหญ่บนโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยและกรุงเทพมหานครให้เป็นหนึ่งใน“Global Countdown Destination” ที่ผู้คนจากทั่วโลกต้องมาเยือนและร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปกับคนไทยและผู้คนทั่วโลก

8 อาหารต้องห้าม เสี่ยงมากถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700220

8 อาหารต้องห้าม เสี่ยงมากถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง

8 อาหารต้องห้าม เสี่ยงมากถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.24 น.

อาหาร เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ เพราะสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไปทุกวันจะส่งผลต่อร่างกายโดยตรง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถ้าหากอยากสุขภาพดี จึงควรรับประทานแต่อาหารที่อุดมคุณประโยชน์ต่อร่างกาย และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารบางประเภทที่เมื่อรับประทานเข้าไปเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะทำให้คุณเสี่ยงต่อมะเร็งได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ตอนนี้จะมีประกันมะเร็งให้ซื้อเอาไว้ให้อุ่นใจแล้ว แต่การรักษาสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ดีกว่า หรือการเลือกรับประทานอาหารก็ห้ามละเลย อยากรู้แล้วใช่ไหมละว่า ถ้าไม่อยากเสี่ยงมากกับการเป็นมะเร็ง ต้องหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามประเภทไหนบ้าง อย่ารอช้าตามไปลิสต์กันเลยดีกว่าว่าต้องต้องละเว้นอะไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งได้ในอนาคตการมีประกันมะเร็งไว้ด้วยก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน

1.อาหารทะเล

ไม่ใช่ว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลเสมอไป แต่ให้ระวังอาหารทะเลที่ไม่สามารถทราบถึงแหล่งที่มา หรือไม่น่าไว้ใจ เพราะอาหารทะเลส่วนใหญ่ที่ผู้ขายต้องการให้ดูสด มักจะปนเปื้อนสารฟอร์มาลีน ดังนั้นถ้าหากว่าคุณจะซื้ออาหารทะเลสดมาปรุงสุกเองที่บ้าน ก็ขอให้มั่นใจได้ว่าเป็นอาหารทะเลสดที่ไม่ได้มีการแช่ฟอร์มาลีนมาแต่อย่างใด หรือถ้าจะไปรับประทานนอกบ้าน ก็ขอให้เลือกร้านที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ เนื่องจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนฟอร์มาลีน นั้นก่อให้เกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่

2.อาหารสำเร็จรูป

อย่างที่หลายคนบอกว่าถ้ากินอาหารสำเร็จรูปนานๆ อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งนั้นไม่เกินจริงเลย มาดูว่าทำไมอาหารสำเร็จรูปถึงเป็นตัวการหนึ่งนั่นก็เพราะว่าอาหารสำเร็จรูปต้องพึ่งสารกันบูด พอร่างกายรับประทานเข้าไปมากๆ ก็จะเป็นอันตราย นอกจากนั้นอาหารสำเร็จรูปบางชนิดยังมีโซเดียมสูง ไม่ดีต่อระบบการทำงานของไต กินเข้าไปมากๆ อาจจะเสี่ยงเป็นทั้งมะเร็ง และโรคไต อย่างไรซะ ถ้าหากว่าเลือกได้ อยากให้กินอาหารที่ปรุงสุก และหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป หรือรับประทานแค่ในยามที่จำเป็นเท่านั้น

3.เนื้อย่าง

อีกหนึ่งเมนูโปรดของใครหลายคน เชื่อว่าใครก็ห้ามใจยากที่จะไม่รับประทานเนื้อย่าง โดยเฉพาะหมูกระทะเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ อันที่จริงแล้วเนื้อย่าง หรือหมูกระทะที่เข้ามาอยู่ในลิสต์ของอาหารต้องห้าม สำหรับใครที่ไม่อยากเสี่ยงเป็นมะเร็ง ก็เพราะว่าเนื้อวัว และเนื้อหมู มีสารประกอบฮีโมโกลบิน ที่เป็นส่วนสำคัญไปเร่งเซลล์มะเร็งให้เติบโตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเวลาที่ย่างเนื้อ หรือย่างหมูไป จะทำให้เกิดควันจากที่ไขมันลงไปโดนถ่าน ทำให้เกิดโพลีไซคลิก อโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons- PAH) เป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง รู้อย่างนี้แล้วหลีกเลี่ยงได้ก็ควร หรือบริโภคให้น้อยลงก็จะดี หรือซื้อประกันภัยมะเร็งไว้ด้วยก็ดีเพราะมีความเสี่ยงสูงกับอาหารประเภทนี้มากๆ

4.ของทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำๆ

รับประทานของทอดว่าแย่แล้ว การรับประทานของทอดที่ถูกทอดอยู่อย่างนั้นในน้ำมันเดิมแบบซ้ำๆ นั้นแย่ยิ่งกว่า และอาจจะเป็นฝันร้ายเพราะเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็ง และก็ต้องซื้อประกันมะเร็งไว้เพื่อลดความเสียงเรื่องของค่าใช้จ่ายประกันมะเร็ง เนื่องจากว่าน้ำมันที่ทอดอยู่ในอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานนั้น ก่อให้เกิด โพลีไซคลิก อโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons- PAH) สารก่อมะเร็งที่เป็นที่รู้จักกันดี เมื่อเกิดการรับประทานเข้าไปก็จะสะสมอยู่ในร่างกาย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงร้านของทอดที่เมื่อคุณมองเห็นแล้ว ประเมินได้ว่าน้ำมันไม่ได้เปลี่ยนเป็นเวลานาน หรือซื้อมาทอดกินเองที่บ้าน นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอนเลย

5.ขนมปังกรอบ และบิสกิต

ขนมที่บางทีดูเหมือนจะไม่อันตราย แต่ถ้ากินเข้าไปมากๆ ก็อันตรายต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด ซึ่งขนมปังกรอบ และบิสกิตก็เป็นหนึ่งในสิ่งอาหารต้องห้ามหากไม่อยากเสี่ยงหรือต้องมีตัวช่วยประกันมะเร็งติดตัวไว้ ก็ห่างไกลอาหารประเภทนี้ได้ก็ควรห่าง เพราะสำนักงานอาหารแห่งประเทศสวีเดนได้ทำการวิจัยออกมา แล้วค้นพบว่าเหล่าอาหารที่ถูกทอดด้วยความร้อนสูง เช่นเดียวกันกับขนมปังกรอบ และบิสกิต ล้วนแต่มีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ที่เป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งอยู่เช่นเดียวกัน ยิ่งถ้าบริโภคเข้าไปมากๆ และสะสมอยู่ในร่างกายก็เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้เช่นเดียวกัน

6.อาหารหมักดอง

ไม่ว่าจะเป็นอาหารหมักดองทั่วไป หรืออาหารที่หมักเกลือ ถ้าบริโภคมากเกินไปจนร่างกายเกิดความสะสมก็เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอาหารหมักดอง เช่น แหนม หมูส้ม ปลาร้า ปลาส้ม ต่างก็ต้องผ่านกระบวนการหมักที่ใช้ดินประสิวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้นอาหารหมักดองที่ใช้เกลือในการหมัก ก็จะทำให้ร่างกายนั้นได้รับความเค็มในปริมาณที่มาก เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งไม่แพ้ของทอด หรือว่าปิ้งย่างเลย แนะนำถ้าอยากรับประทานสิ่งเหล่านี้ก็ควรนำไปปรุงให้สุกเสียก่อน หรือว่าถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงประกันมะเร็งมีไว้หากเกิดโรคขึ้นมาเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องเสี่ยงเลย

7.ถั่วลิสง

ใครชอบรับประทานถั่วลิสงต้องระวังให้ดี เพราะถั่วลิสงเป็นอาหารที่ขึ้นราง่ายมาก ถ้าหากเก็บไม่ดี เอาไว้ในที่ความชื้นสูง ก็จะเกิดราขึ้นได้ ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวก็คือเจ้าเชื้อราต่างๆ เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งขึ้นได้ เนื่องจากว่าเชื้อรากลุ่มแอสเปอร์จิรัส เฟลวัส (Aspergillus Flavus)ที่เติบโตในอาหาร สามารถสร้างสารพิษ แอลฟาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดมะเร็งตับ เช่นเดียวกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่ถ้าเก็บไม่ดีก็จะเกิดเชื้อราขึ้น ได้แก่ หอม กระเทียม พริกป่น ขนมปัง หรือว่ามันฝรั่ง ก่อนจะหยิบจับวัตถุดิบอะไรมาทำอาหาร ก็ควรที่จะเช็คให้ดีก่อน หากใช้ชีวิตเสี่ยงๆ กินแบบไม่เลือก ก็มีประกันมะเร็งไว้หน่อยก็ดีกว่าเยอะ

8.อาหารแปรรูป

ทั้งแฮม ไส้กรอก กุนเชียง หรือว่าเนื้อเค็ม ทั้งหลาย อาจจะเป็นภัยร้ายแบบที่คุณก็ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะอาหารที่กล่าวมานี้นั้น มีความเสี่ยงว่าถ้าบริโภคเข้าไปแล้วคุณอาจจะเป็นมะเร็ง เนื่องจากสิ่งที่กล่าวมาจะมี “โปตัสเซียมไนเตรต” หรือว่า ดินประสิว เป็นส่วนประกอบนั่นเอง เพราะว่าสารนี้จะช่วยคงสภาพเนื้อสัตว์ให้ดูดี และน่ารับประทาน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาหารแปรรูปทั้งหลาย ที่มาในรูปแบบของกระป๋อง หรือว่าแพคเกจที่เก็บไว้ได้นาน มักยังดูน่ากินแม้จะผ่านไปนานแล้ว ฉะนั้นถ้าอยากหลีกเลี่ยง ก็ควรพิจารณาดูว่าอาหารแปรรูปนั้นสดใหม่หรือไม่

แม้จะดูไม่ยาก กับแค่การหลีกเลี่ยงรับประทานอาหาร แต่บางครั้งสิ่งเหล่านั้นก็อยู่ในชีวิตประจำวันรอบตัว ทางที่ดี และเป็นไปได้ ก็ควรเลือกกินแต่อาหารสดใหม่ อาหารที่มีคุณภาพ และดีต่อร่างกาย ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บถามหา ไม่ใช่แค่เพียงโรคมะเร็ง แต่ยังนำพามาซึ่งโรคอื่นๆ แต่ถ้าใครอยากชัวร์ กังวลว่าจะเป็นมะเร็งในอนาคต ก็สามารถเลือกซื้อประกันมะเร็งได้ ครอบคลุมทุกโรคมะเร็ง ยกเว้นมะเร็งผิวหนัง เจอแล้วจ่ายจบแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก TQM ประกันมะเร็ง

ดีอีเอส จับมือ ETDA จัด ‘1212 ETDA Workshop’ เร่งสร้างภูมิคนไทยรู้ทัน ปัญหาออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700212

ดีอีเอส จับมือ ETDA จัด ‘1212 ETDA Workshop’ เร่งสร้างภูมิคนไทยรู้ทัน ปัญหาออนไลน์

ดีอีเอส จับมือ ETDA จัด ‘1212 ETDA Workshop’ เร่งสร้างภูมิคนไทยรู้ทัน ปัญหาออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.08 น.

23 ธันวาคม 2565 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) จัดงานแถลงข่าว Kick off เปิดตัวโปรเจค “1212 ETDA Workshop : สร้างภูมิคนไทยรู้ทัน ปัญหาออนไลน์” จับมือพาร์ทเนอร์ลุยพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันโลกออนไลน์และกระบวนการช่วยเหลือหากต้องตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ แก่เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ 10 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มจังหวัดแรก 25 มกราคมนี้

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล ทุกกิจกรรมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการทำธุรกรรมออนไลน์กันแทบทั้งสิ้น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวก ให้เราสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ติดต่อสื่อสาร ทำงาน ตลอดจนทำธุรกิจได้รวดเร็ว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่ตามมา คือ ภัยหรือปัญหาที่แฝงมากับโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น การฉ้อโกงและอาชญากรรมออนไลน์, แก๊ง Call Center, บัญชีม้า, การหลอกลวงลงทุน-ระดมทุนออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน,  การพนันออนไลน์, การหลอกลวงซื้อขายสินค้าและเว็บไซต์ผิดกฎหมาย เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเงาตามตัว โดยจากการให้บริการรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ ของศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212ETDA พบว่า ปี 2565 (มกราคม – พฤศจิกายน 65) ได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์สูงถึง 59,794 ครั้ง สูงกว่าปี 2564 ที่มีจำนวนติดต่อ 54,348 ครั้ง โดยปัญหาซื้อขายออนไลน์ยังคงครองแชมป์ สูงเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย, สอบถามข้อสงสัย และแจ้งเบาะแส แก๊ง Call Center SMS หลอกลวง ฯลฯ แม้จากการให้บริการช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ของ 1212ETDA พร้อมกับพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องครอบคลุมทั่วประเทศในระดับชุมชน สามารถผลักดันให้ประชาชนผู้ประสบปัญหาเข้าถึงการช่วยเหลือดูแลแล้วกว่า 95% จากจำนวนผู้ร้องเรียนทั้งหมด แต่การทำให้ผู้ใช้งาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ผู้นำในชุมชน เกิดความรู้ความเข้าใจและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ ตลอดจนรู้วิธีการรับมือ การเข้าถึงกระบวนการการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อนั้น จึงเป็นอีกประเด็นที่ทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำ

ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งยกระดับและส่งเสริมให้คนไทยเกิดการทำธุรกรรมออนไลน์ที่มั่นคงปลอดภัยน่าเชื่อถือ จึงร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.), สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, กรมการค้าภายใน, ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ฯลฯ จึงจัดกิจกรรม“1212 ETDA Workshop : สร้าง   ภูมิคนไทย รู้ทันปัญหาออนไลน์” เพื่อนำผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้และจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อภัยออนไลน์ ตลอดจนรู้วิธีป้องกัน การช่วยเหลือ และการจัดการปัญหาออนไลน์แก่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานระดับภูมิภาค ผู้นำชุมชน และประชาชนที่สนใจ ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ รวมกว่า 10 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 2,000 คน ภายใต้เนื้อหาที่น่าสนใจและเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็น การอัปเดตเทรนด์ภัยออนไลน์ รูปแบบกลลวงในรูปแบบต่างๆ วิธีการรับมือ ตลอดจนแนวทางการให้คำแนะนำ การให้ความช่วยเหลือ การประสานติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลางที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น และการสร้างความตระหนักรู้และการรู้เท่าทันออนไลน์ในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ ไปกับหลักสูตร EDC หรือ  ETDA Digital Citizen เป็นต้น

“1212 ETDA Workshop ถือเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานเชิงรุก ที่กระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วย ETDA และพาร์ทเนอร์ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ได้ผสานความร่วมมือ เดินหน้าทำงานร่วมกัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคน ซึ่งเป็น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชนของหน่วยงานท้องถิ่น เป็นอีกหน่วยงานสำคัญที่จะเข้าไปช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการขยายขีดความสามารถในการรับเรื่องร้องเรียน และให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไปที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพื่อให้การทำธุรกรรมออนไลน์ของคนไทยปลอดภัย เกิดความเชื่อมั่นในการใช้งาน”

สำหรับ แผนการดำเนินการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ 10 จังหวัด ภายใต้กิจกรรม “1212 ETDA Workshop : สร้างภูมิคนไทยรู้ทัน ปัญหาออนไลน์” มีกำหนดการ ดังนี้ 1.วันที่ 25-26 มกราคม 2566 จังหวัดระยอง 2.วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2566 จังหวัดชลบุรี 3.วันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2566 จังหวัดเชียงใหม่ 4.วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2566 จังหวัดพิษณุโลก 5.วันที่ 8-9 มีนาคม 2566 จังหวัดลพบุรี 6.วันที่ 22-23 มีนาคม 2566 จังหวัดอุบลราชธานี 7.วันที่ 29-30 มีนาคม 2566 จังหวัดนครราชสีมา 8.วันที่ 19-20 เมษายน 2566 จังหวัดนครศรีธรรมราช 9.วันที่ 26-27 เมษายน 2566 จังหวัดภูเก็ต 10.วันที่ 10-11 พฤษภาคม 2566 จังหวัดกรุงเทพมหานคร 

สำหรับผู้ที่อยู่นอกเหนือจากจังหวัดดังกล่าว หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมในงาน “1212 ETDA Workshop : สร้างภูมิคนไทยรู้ทัน ปัญหาออนไลน์ พร้อมช่วยเหลือทุกปัญหาออนไลน์” สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก “1212 ETDA” และ เว็บไซต์ http://www.1212ETDA.com

-(016)

เพ็ญภาคซีซ่าส่งความสุขด้วย’ชุดของขวัญปีใหม่’แบบผิวใส ผอมสวย สุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700181

เพ็ญภาคซีซ่าส่งความสุขด้วย'ชุดของขวัญปีใหม่'แบบผิวใส ผอมสวย สุขภาพดี

เพ็ญภาคซีซ่าส่งความสุขด้วย’ชุดของขวัญปีใหม่’แบบผิวใส ผอมสวย สุขภาพดี

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.21 น.

บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรพญานาคพญานาค พร้อมท์ และเพ็ญภาคซีซ่า ในเครือบริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัดผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 105 ปี ร่วมส่งมอบความสุขเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2566 อย่างยิ่งใหญ่กับ“ชุดของขวัญปีใหม่ เพ็ญภาคซีซ่า”เพื่อผิวใส ผอมสวย สุขภาพดี ด้วยเครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่าที่มาในแพคเกจสีสันสดใสรูปแบบใหม่ของการผสานคุณประโยชน์จากมะขามป้อมที่ให้วิตามินซีสูงกว่าส้มและมะนาว 20 เท่า มีใยอาหารสูง 7,000 มิลลิกรัม หญ้าหวาน และเพิ่มความซ่าจากโซดาอย่างลงตัว ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการสร้างคอลลาเจนให้ผิวสวย แลดูกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น รวมถึงช่วยในการปรับประจำเดือนให้มาเป็นปกติ มาพร้อมรสชาติกลมกล่อม อร่อย สดชื่น ชุ่มคอ หอมกลิ่นสมุนไพร ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแอลกอฮอล์ ตลอดจนได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล และสัญลักษณ์โภชนาการ ทางเลือกสุขภาพ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพด้วยพลังงานเพียง 35 แคลอรี

ร่วมส่งมอบความสุข สุขภาพดี ในทุกเทศกาลไปกับชุดของขวัญปีใหม่เพ็ญภาคซีซ่าได้แล้ววันนี้ ซึ่งใน 1 ชุดประกอบด้วยเครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่า แบบขวดแก้ว ขนาด 150 มิลลิลิตร จำนวน 5 ขวด ในราคา 150 บาท สั่งซื้อได้ทาง Line Official Account : @order.penpark คลิกลิงก์https://lin.ee/GSGWOlJ หรือทางแพลตฟอร์ม Shopee Mall : Penpark Official Shop คลิกลิงก์https://shopee.co.th/penpark_officialshopวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2566 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด