เปิดใจ ‘อาร์ม-อธิพร’ หนึ่งในผู้จัดซีร่ีส์วาย ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’ หวังหลังดูซีรี่ส์เน้นส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774236

เปิดใจ ‘อาร์ม-อธิพร’ หนึ่งในผู้จัดซีร่ีส์วาย  ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’  หวังหลังดูซีรี่ส์เน้นส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพกัน

เปิดใจ ‘อาร์ม-อธิพร’ หนึ่งในผู้จัดซีร่ีส์วาย ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’ หวังหลังดูซีรี่ส์เน้นส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพกัน

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.01 น.

กำลังเข้มข้นทุกตอนสำหรับซีรี่ส์วายส่งเสริม กีฬา “Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง”ที่นำแสดงโดยนักแสดงเลือดใหม่ อาทิ ไรอัน-ปัญญา แม็คเชน, เฟรม-ฤทธิ์ชนนท์ ศรีประสิทธิ์เดชา,มีมี่-ฤทัยภัทร พัทธนนปภังกร, ภูร์ เพียงพอ, ทีม-ธัชนนท์ ทองเภ้า, ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชะวลีกุล, ตัส-ทศวรรษ สิงอุปโป, เท็น-อภิวิชญ์ เอื้อมหาโสภา,นัท-ตรัยพัทธ์ วุฒิบรวนันท์, ก้อง-คุปต์พงษ์ชำนาญยง, ท้องฟ้า-อลิชา ศรีประทักษ์, ทูรี่-พันธุ์ทิพา พงศ์เรืองรอง, พลับ-วราวุธ แสงศรีเรืองและ โอม-นภัทร อุตสาหะ โดยวันนี้เราก็มีอีกหนึ่งนักธุรกิจหนุ่มอาร์ม-อธิพร พูลสวัสดิ์ ซีอีโอบ้านลลิสา กรุ๊ป เจ้าของธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ อาทิ เดอะดอว์น เชียงใหม่ รีแฮบ แอนด์ เวลเนส เชียงใหม่ ไทยแลนด์ รักษาผู้ป่วยติดยาเสพติดและการรักษาสุขภาพจิตที่ได้รับการรับรองระดับสากล, บ้านลลิสาเฮลท์แคร์ เซอร์วิส กรุ๊ปส์ ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพักฟื้นก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้จัดซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วยอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ “อาร์ม-อธิพร” ให้ความสนใจร่วมลงทุนฉีกไลน์มาสายบันเทิงกันเลย

■ ขอทราบถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมลงทุนเป็นหนึ่งในผู้จัดซีรี่ส์เรื่องนี้?

ผมกับคุณวิสูตร วัลลา (คุณเป้ หนึ่งในผู้จัด) เราเคยร่วมงานกันมาก่อน คุณวิสูตรก็แนะนำว่าทุกวันนี้ธุรกิจของเราคือรักษาปลายเหตุ หมายถึงว่าคนเป็นแล้วถึงมารักษา ทำไมเราไม่ลองช่วยเหลือกลุ่มที่เขายังแข็งแรงดีช่วยให้เขาป้องกันส่งเสริมการดูแลสุขภาพของเขา ก็เลยคิดว่าการลงทุนในซีรี่ส์น่าจะเป็นการโปรโมทสุขภาพค่อนข้างดี เราก็เลยตัดสินใจมาร่วมด้วยกัน

■ พอได้มาร่วมงาน และคลุกคลีกับการทำงานแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?

ตอนแรกผมก็ใช้เวลาในการตัดสินใจนานเหมือนกัน เพราะยังไม่รู้ว่าเราจะได้อะไรจากธุรกิจนี้มากน้อยแค่ไหน แต่ด้วยความที่เชื่อมั่นในคุณวิสูตร เชื่อใจในทีมงานของคุณวิสูตร ก็เลยตัดสินใจร่วมลงทุนด้วย ซึ่งพอได้มาร่วมแล้วก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการเข้าถึงคนกลุ่มมาก ใช้มีเดียเป็นฐานกระจายหนึ่งในความเชื่อของเราบวกกับน้องๆ และทีมงานทุกคนก็น่ารักอบอุ่นคอยแนะนำทุกอย่างเป็นอย่างดีทำให้เรารู้สึกดี และแม้ว่ามันจะเป็นซีรี่ส์วายแต่ก็มีเรื่องกีฬาวอลเลย์บอล และยูยิตสูมาร่วมด้วย ซึ่งผมก็ไม่ค่อยได้ดูซีรี่ส์แนวนี้มาก่อน แต่เมื่อมีโอกาสไปดูการถ่ายทำได้เห็นจุดแข็งที่ต่างจากซีรี่ส์วายเรื่องอื่น แถมซีรี่ส์วายก็กำลังเป็นกระแส ก็ทำให้ผมมีความมั่นใจนะ

■ ได้เจอน้องๆ นักแสดงแล้วคิดอย่างไร?

สูงจังเลย…แต่ก็เข้าใจเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวอลเลย์บอล ทุกคนก็น่ารักให้การต้อนรับดีให้ความอบอุ่น ถึงแม้ผมจะเป็นคนนอกที่นานๆ มาทีทุกคนก็ต้อนรับเราดีก็รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับน้องๆ ผมอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมในช่วงการแคสติ้งแต่ก็ได้ใช้เวลากับน้องๆ เยอะอยู่ ซึ่งบอกเลยทุกคนเหมาะสมกับบทบาทที่เขาได้รับกันมาก เท่าที่ดูทุกคนก็แสดงได้ดีนะครับ

■ มีความคาดหวังกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ?

โดยส่วนตัวแล้วคือที่มาร่วมกับเรื่องนี้จริงๆ อาจจะไม่ใช่ในเรื่องของผลประกอบการสักเท่าไหร่ แต่จะเป็นเรื่องของการอยากจะลองในอุตสาหกรรมที่เรายังไม่เคยทำ อยากรู้ว่าจะสร้างอิมแพ็กในมิชชั่นส่วนตัวแค่ไหน สิ่งที่อยากเน้นคือให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้นเรื่องผลประกอบการเป็นเหตุผลรองลงมา ส่วนตัวผมเองก็อยู่ในหน่วยงานรัฐเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการแรงงาน ล่าสุดมีคุยกันอยู่ว่านโยบายใหม่ของรัฐบาลที่ว่าจะเพิ่มเรื่องของ 30 บาท บัตรทอง เป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี ก็ยังคิดอยู่เลยว่า 30 บาท ช่วยให้คนเราเข้าถึงการแพทย์ได้แต่จริงๆ มันผิดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์หลักของ 30 บาท ก็คืออยากให้คนเราเมื่อเริ่มเป็นอะไรก็ให้ไปพบหมอไปตรวจอะไรก่อนที่มันจะเป็นอะไรร้ายแรง แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนหน่วยงานรัฐเองอาจจะไม่พร้อมซะทีเดียว ไปทีก็ต้องรอคิวนานสำหรับคนที่ใช้สิทธิ์ คนส่วนมากเลยไม่อยากไป รอจนเป็นอะไรร้ายแรงแล้วค่อยไปใช้สิทธิ์ 30 บาท เราก็เลยคิดว่ามันมีอะไรอื่นอีกไหมที่เราสามารถช่วยให้คนเข้าถึง ช่วยโปรโมทสุขภาพให้ดีขึ้นซึ่งปกติอุตสาหกรรมบันเทิงดูจะเข้าถึงทุกคนทุกวัยในประเทศไทยอยู่แล้ว การที่เรามาลงทุนทางนี้ ผมมองว่าน่าจะช่วยโปรโมทเรื่องสุขภาพที่จะสร้างความแตกต่างได้ครับ

■ มีคำแนะนำอะไรที่เราอยากใส่เข้าไปในซีรี่ส์บ้างไหม ?

ถ้าเป็นไปได้นะครับ ผมอยากจะเปลี่ยนความเข้าใจของคนในเรื่องของบ้านพักคนชรา อย่างปัญหาที่ผมเจอคือคนส่วนมากจะเข้าใจผิดว่าศูนย์เนอสซิ่งโฮมเป็นเหมือนเอาพ่อแม่มาทิ้งหรือว่าเวลาพ่อแม่ป่วยถึงขั้นผ่าตัดเมื่อผ่าตัดเสร็จเราก็ควรจัดการดูแลก่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนมากคนเมื่อไม่พร้อม แต่ต้องดูแลคนป่วยเองเลยทำให้มีปัญหามากขึ้น อย่างเช่น อาจจะเป็นแผลกดทับแล้วเกิดติดเชื้ออะไรแบบนี้ เราก็คิดว่าจะมีทางไหม ในซีรี่ส์ในช่วงไปโปรโมทเราจะมีโรททูแล้วพยายามแทรกให้คนเข้าใจศูนย์เนอสซิ่งโฮมว่าไม่ใช่ที่ๆ เอาคนมาทิ้งนะ แต่เรามาดูแลฟื้นฟูให้ดีขึ้นเพื่อที่คุณจะได้กลับไปดูแลที่บ้านได้ง่ายขึ้น เราจะพยายามใช้ซีรี่ส์ในการสื่อตรงนี้ถ้ามีโอกาสครับ

■ ทำเรื่องแรกก็มาจับซีรี่ส์วาย มีความรู้สึกอย่างไร ?

คิดว่าซีรี่ส์วายน่าจะตอบโจทย์ในเรื่องของมุมมอง อย่างผมโตต่างประเทศเขาจะมองว่ากลุ่มที่สนใจซีรี่ส์วายมายด์เซตเขาอาจจะกว้างกว่า แล้วธุรกิจที่เราทำอยู่ก็ค่อนข้างจะเปลี่ยนแนวคิดในสังคมเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าฐานเสียงที่เราได้ อาจจะได้จากผู้ชมซีรี่ส์เรื่องนี้เป็นที่ช่วยเราก็ได้ ซึ่งถ้าซีรี่ส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ
ผมเองก็อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นถ้าถามว่าชอบไหม ผมชอบนะถ้าเป็นงานเบื้องหลังไม่จำเป็นต้องมามีส่วนร่วมหน้างาน แต่ขอให้ได้ทำอะไรที่มันมีอิมแพ็คมีมิชชั่นส่วนตัวมากกว่า ถ้าเกิดทำแล้วมันเวิร์กแล้วเราได้ผู้ชมช่วยตามที่เราต้องการด้วยก็ดี และถ้าซีรี่ส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมมาก ผมก็อาจจะมีการต่อยอดเป็นผู้จัดในเรื่องต่อๆ อีกก็ได้ครับ

■ ทางครอบครัวมีความคิดเห็นอย่างไรหรือไม่ ?

พื้นฐานทางคุณพ่อคุณแม่ผมจะเป็นคนที่ซัพพอร์ตมาก คือเราอยากทำอะไรเขาก็ซัพพอร์ตเราเต็มที่อยู่แล้ว ตอนที่ไปอยู่เมืองนอก อาร์มอยู่กับพี่ชาย 2 คน 10 ขวบ กับ 13 ขวบ เขาก็ซัพพอร์ตเราเต็มที่แค่ขอให้เราบอกในสิ่งที่เราอยากทำเท่านั้น เมื่อก่อนผมเป็นนักกีฬาอยากเรียนอะไรท่านก็จ้างโค้ชมาสอนเต็มที่ตลอด แล้วพอผมเรียนจบมาทำธุรกิจแรก เขาก็ให้เงินมาก้อนนึงแล้วบอกว่าอยากทำอะไรก็ให้ไปทำ คือท่านอยากเห็นเราโตด้วยตัวเราเอง เราเห็นอะไรดีก็จะซัพพอร์ตให้ สำหรับโปรเจกท์นี้เขาก็โอเคเหมือนกัน เป็นกำลังใจให้อยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่าอาร์มทำอะไรจะทำได้ค่อนข้างดี

■ ที่บอกว่าเป็นนักกีฬา เป็นนักกีฬาอะไรมาก่อน ?

นักเทนนิสครับ ผมเคยเป็นนักกีฬาแข่งเทนนิสตอนที่เรียนในประเทศไทย พออายุ 10 ขวบ ผมก็ขอไปเรียนที่อเมริกาเพราะอยากไปเล่นเทนนิสที่นั่นครับพอไปอยู่ที่นั่นเขาก็จะมีเทนนิสอคาเดมี่มีโค้ชที่เก่งกว่า ซึ่งผมก็ได้เป็นตัวแทนไปแข่งเป็นรุ่นๆ ไปครับ แต่ถ้าพูดในแง่ของสรีระเราอาจจะสู้ฝรั่งเขาไม่ได้ สุดท้ายผมก็เลยมาเอาดีทางด้านเรียนแทน แล้วก็เล่นเทนนิสเป็นงานอดิเรก

อีกเหตุผลที่ผมซัพพอร์ตซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับวอลเลย์บอล ก็เพราะผมอยากให้คนเรารู้จักอารมณ์ของทีมเวิร์ก นักเทนนิสแพ้หรือชนะจะอยู่ที่ตัวเราเองคนเดียว แต่พอเป็นวอลเลย์บอลมันต้องใช้ทีมเวิร์กช่วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้สังคมไทยของเรากำลังจะเริ่มเสื่อมลง เพราะเดี๋ยวนี้คนเราก็เน้นเจอกันผ่านทางออนไลน์ เล่นกีฬาด้วยกันก็เป็นอีสปอร์ต ยิ่งโควิดมาก็ยิ่งแยกกันเยอะขึ้น ผมก็เลยคิดว่าอยากมาซัพพอร์ตซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับทีมเวิร์กที่ต้องมีเพื่อนๆ ช่วยด้วยครับ

■ สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงผู้ชมมั้ย

ผมก็อยากจะฝากทุกคนให้ช่วยมาซัพพอร์ตซีรี่ส์เรื่องนี้กันเยอะๆ น้องนักแสดงทุกคนน่ารัก เป็นนักแสดงรุ่นใหม่แต่ว่าทุกคนตั้งใจพยายามมากให้ซีรี่ส์นี้ประสบความสำเร็จ โดยก็เป็นซีรี่ส์ที่โปรโมทในสิ่งดีๆ ทั้งกีฬา สุขภาพ ทีมเวิร์ก ทุกอย่างอยู่ในนี้หมด ก็อยากจะให้เด็กรุ่นใหม่ได้ดูซีรี่ส์ดีๆ อย่างน้อยก็ได้ข้อคิดและได้เอ็นจอยไปด้วยครับ

“Twins The Series สลับรักนักลูกยาง” นับเป็นซีรี่ส์วาย ที่มีเรื่องของกีฬาเข้ามาสร้างสีสัน ที่ผู้จัดย้ำว่ามีสิ่งดีๆ มอบให้กับผู้ชมนอกเหนือความฟิน
ของคู่วายคู่ใหม่มีให้จี๊ดกันแน่!!ออนแอร์ ทางช่อง 3HD สามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดที่ Inbox และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง FB : Twins The SeriesTwitter :Twinstheseries IG : Twinstheseries YouTube : Lovemediathailand

‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ และ ‘นิกกี้ ณฉัตร’ เหินฟ้าไปสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774233

‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ และ ‘นิกกี้ ณฉัตร’  เหินฟ้าไปสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ

‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ และ ‘นิกกี้ ณฉัตร’ เหินฟ้าไปสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถือเป็นทริปที่ทั้ง 2 เพื่อนซี้คอบอลของน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง “มาริโอ้ เมาเร่อ” และ “นิกกี้ ณฉัตร” รอคอยมาตลอดปีกับทริป “ช้าง ส่งแชมป์ไปอังกฤษ” พาน้องๆ ทีมแชมป์การแข่งขันฟุตบอลระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย “ช้าง ยู-แชมเปี้ยน คัพ 2023” จาก “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ทั้ง 25 ชีวิต เหินฟ้าแบบยกทีมไปสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ แถมยังเติมเต็มความสนุกด้วย “สเตฟาน สินคณาวิวัฒน์” ยูทูบเบอร์ สายฟุตบอล เจ้าของช่อง Antihero และ “เบลล์ ขอบสนาม” จากเพจขอบสนาม 2 ตัวพ่อแห่งวงการฟุตบอลในโลกออนไลน์ พร้อมทั้งทีมผู้บริหารจากบริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์จำกัด (บีเอ็มเอ็น) และบริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด ผู้สนับสนุนหลัก

ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ยิ่งใหญ่ระดับช้างเท่านั้นที่ให้ได้ ทำเอา มาริโอ้ และ นิกกี้ ตื่นเต้นมากๆ แถมครั้งนี้ยังรวมก๊วนและร่วมเชียร์กับน้องๆ นักฟุตบอลอนาคตช้างศึกไทยอีกด้วย โดยทั้งหมดได้ไปร่วมชมฟุตบอลอังกฤษคู่บิ๊กแมทช์ระดับโลกแบบชิดติดขอบสนามเอติฮัด ระหว่าง ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ พบกับ ทีมลิเวอร์พูล ต่อด้วยการพาน้องๆ บุกไปเมืองเลสเตอร์เพื่อพบปะกับนักเตะระดับโลกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ นำทีมโดย เจมี วาร์ดี้ ถึงสนามซ้อมซีเกรฟ ที่เป็นสนามซ้อมที่ยิ่งใหญ่ติดท็อป 3 ของอังกฤษ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมฝึกซ้อมกับน้องๆ และสต๊าฟโค้ชอีกด้วย ซึ่งทางสโมสรฯ ได้จัดการแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่างทีมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ลงฟาดแข้งกับทีม U-21 ของสโมสรฯ และถึงแม้ผลการแข่งขันจะไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายแต่ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวได้ในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่น้องๆ นำไปพัฒนาทักษะและฝีเท้าของตัวเองเพื่ออนาคตในการค้าแข้งต่อไป

‘มดดำ’ การันตี ‘แฉแฟร์’ จัดเต็มกว่า 200 ร้าน สายกิน-สายมู ห้ามพลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774234

‘มดดำ’ การันตี ‘แฉแฟร์’  จัดเต็มกว่า 200 ร้าน สายกิน-สายมู ห้ามพลาด

‘มดดำ’ การันตี ‘แฉแฟร์’ จัดเต็มกว่า 200 ร้าน สายกิน-สายมู ห้ามพลาด

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แฉแฟร์ มหกรรมแฉความอร่อยสุดปังแห่งปีจากบ้าน ATIME รวมร้านเด็ด-ดังกว่า 200 ร้าน ทั้งจากรายการแฉ ร้านดารา-เซเลบ สินค้าไลฟ์สไตล์สายมู และหมอดูชื่อดัง งานเดียวที่สายกิน สายมู ต้องห้ามพลาด ตั้งแต่วันที่ 14-17 ธันวาคมนี้ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

งานนี้ มดดำ คชาภา เผยว่า “หลายคนติดใจแฉแฟร์ปีที่แล้ว เรียกร้องอยากให้เราจัดอีก เพราะมาแค่งานเดียวคุ้ม! ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกิน สายมู หรือชอบความบันเทิง อยากเจอดารา คนดัง มาได้เลยแฉแฟร์คัดมาให้แล้วรวมกว่า 200 ร้านทั้งร้านเด็ดที่เคยออกรายการแฉ ที่สายกินจะต้องปลื้มทั้งของคาว ของหวาน เรารวบรวมมาให้คุณแล้ว อาทิ CHARM GARDEN – ลูกชิ้นและหมี่คลุก เชฟอ้อย / เตียวโก /หอยจ๊อปูแม่วรรณา หรือร้านที่โด่งดังในโลกโซเชียล เช่น ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ หรือที่เราเรียกกันว่า ลูกชิ้นยืนกินลิซ่า ก็ยกมาในงานนี้ด้วย ส่วนใครที่อยากเสริมความเฮง ความปังเป็นสายมูตัวยงยิ่งต้องห้ามพลาด เพราะเราเชิญหมอดูและซินแสชื่อดังไว้อย่างคับคั่งอาทิ อาจารย์อุ๋ย ญาณสัมผัส และ ซินแสไช้พลังฮวงจุ้ยแห่งฟ้าดิน ที่จะมาร่วมพูดคุยถึงดวงชะตาและฮวงจุ้ยในปีหน้าว่าราศีไหนจะเฮงและปัง รวมถึงใครที่กำลังมองหาสินค้าสายมูเสริมมงคล มางานนี้งานเดียวรับรองครบจบปังแน่นอนครับ แล้วมาเจอกันได้ใน แฉแฟร์ วันที่ 14-17 ธันวาคมนี้ ที่ MCC HALLชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :ATIME และ www.atime.live ครับ”

Celebrity Gossip : 10 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774225

Celebrity Gossip : 10 ธันวาคม 2566

Celebrity Gossip : 10 ธันวาคม 2566

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

✯✯ YG Entertainment เผยแล้วว่า เกิร์ลกรุ๊ป สุดฮอต BLACKPINK ตัดสินใจต่อสัญญางานวงกับต้นสังกัดที่แจ้งเกิด โดยทางค่ายจะจัดการเรื่องงานเพลง, คอนเสิร์ต และกิจกรรมของวงอย่างเต็มที่ ให้สมกับที่ 4 สาวไว้วางใจ ด้านยางฮยอนซอก ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริษัท YG Entertainmentก็รู้สึกดีใจที่ความสัมพันธ์กับวง BLACKPINK ยังคงต่อเนื่อง ทั้งยังสัญญาว่า จะผลักดันวง BLACKPINK ให้ยิ่งเปล่งประกายไปในตลาดเพลงโลกมากยิ่งขึ้น ถึงอย่างนั้น สัญญางานเดี่ยวของสมาชิกแต่ละคน ทาง YG Entertainment ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ การต่อสัญญาของ BLACKPINKเป็นการยุติการคาดเดาอนาคตของเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต BLACKPINK ไปต่างๆ นานา หลังจากที่สี่สาวหมดสัญญากับYG Entertainment ตั้งแต่เดือนสิงหาคม และการเจรจายืดเยื้อนานหลายเดือน จนแฟนเพลงทั่วโลกหวั่นใจว่า BLACKPINK อาจแยกวง และสี่สาวจะเป็นอิสระในการไปทำงานเพลงเดี่ยวภายใต้สังกัดใหม่

✯✯ เรื่องงานยังรุ่ง แต่เรื่องรักต้องสะดุด ล่าสุด เจนนี่ BLACKPINK กับ วี BTS ประกาศทางใครทางมันกันแล้ว ก่อนที่ วี จะต้องเข้ากรมกลางเดือนธันวาคมปีนี้ (2566) โดยต้นสังกัดของ ทั้งวี และ เจนนี่ ก็พร้อมใจกันนิ่งเงียบกับข่าวเรื่องเลิกเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า วี และเจนนี่ ไปเที่ยวเกาะเจจู ด้วยกัน แถม เจนนี่ ยังเชิญวี และก๊วนเพื่อนคนดังอย่าง พัคซอจุน, ชเวอูชิก และ พัคฮยอกชิก ไปร่วมงานปาร์ตี้เปิดตัวซิงเกิ้ล You & Me แบบเป็นส่วนตัว ก่อนจะมีภาพ วีและเจนนี่ เดินจูงมือกันกลางกรุงปารีสอีกต่างหาก แต่ทั้ง 2 คนไม่เคยออกมาคอนเฟิร์มสถานะของทั้งคู่ ส่วนต้นสังกัดทั้ง YGEntertainment และ BIGHIT MUSIC ก็อ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของศิลปิน คงพูดแทนไม่ได้

✯✯ เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาววัย 33 ปี ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี 2023 ของนิตยสาร Time ในปีที่เธออยู่ในจุดสูงที่สุด ทั้งเวิลด์ทัวร์อย่าง Eras Tour และภาพยนตร์แสดงสดคอนเสิร์ต ก็ทำรายได้ระดับ Blockbuster รวมไปถึงผลงานอัลบัมเพลงที่เธอนำกลับมาทำใหม่ในรูปแบบ Taylor’sVersion ทั้ง Speak Now และ 1989 ก็ขึ้นอันดับท็อป แซมเจคอบ จากนิตยสาร Time พูดถึงนักร้องสาวว่า ในโลกที่แตกแยกมีหลายสถาบันต้องล้มลง แต่ เทย์เลอร์ สวิฟต์ พบทางของตนเองที่จะก้าวข้ามขอบเขต และสร้างให้ตนเองเป็นแหล่งกำเนิดแห่งแสงสว่าง ในโลกปัจจุบันไม่มีใครแล้วที่จะสามารถขับเคลื่อนผู้คนจำนวนมากได้ขนาดนี้ เธอยังผสมผสานศิลปะ กับธุรกิจไว้ด้วยกัน พร้อมกับปล่อยมันออกมาเป็นขุมพลังแห่งประวัติศาสตร์ การขึ้นปกนิตยสาร Time ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ในฐานะบุคคลแห่งปี โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2017 เธอเคยขึ้นปกในฐานะบุคคลแห่งปีร่วมกับผู้หญิงอีกหลายคนที่ได้รับยกย่องว่าเป็น “ผู้ทำลายความเงียบ” ที่ออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหว #MeToo

✯✯ แม็กเคาเลย์ คัลกิน ได้ประทับชื่อลง Walk of Fame ในฮอลลีวู้ด แคลิฟอร์เนีย ที่จารึกชื่อของนักแสดง และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการมายา ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของวงการบันเทิงสหรัฐฯ โดยมีญาติสนิท, มิตรสหาย และอดีตเพื่อนร่วมงาน มาแสดงความยินดีกับหนุ่มวัย 43 ปี มากมาย ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1990 คัลกิน เป็นหนึ่งในคนดังที่สุดในโลก เป็นนักแสดงเด็กมีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อายุ 10 ขวบโดยแสดงใน Home Alone ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หลายเรื่องที่ทำให้เขาได้รับสถานะ A-list เกือบชั่วข้ามคืน จากหนังที่เล่าเรื่องของเด็กชายวัยแปดขวบ ที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้านคนเดียวโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างความวุ่นวายที่ครอบครัวใหญ่ของเขาเดินทางไปฝรั่งเศสแต่เมื่อโตขึ้น เจ้าตัวตัดสินใจถอยห่างจากสปอตไลท์และพยายามใช้ชีวิตตามปกติ โดยเขายังคงมีผลงานอยู่บ้าง แม้จะไม่ได้โด่งดังเท่าเดิม แต่ชีวิตก็มีความสุข แตกต่างจากซูเปอร์สตาร์เด็กหลายๆ คน

✯✯ เควิน เบคอน นักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ด วัย 65 ปี ที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Footloose ปี 1984 นั่งเล่าในรายการ เดอะ เคลลี คลาร์กสัน โชว์ ถึงชีวิตตอนย้ายมาอยู่นิวยอร์กเมื่อปี 1976 ว่าเคยมีประสบการณ์ชีวิตอยู่ห้องเช่าราคา 150 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือราว 5,250 บาทมาแล้ว หลังอ่านเจอโฆษณาของอพาร์ตเมนต์หลังหนึ่งในหนังสือพิมพ์วิลเลจ วอยซ์ (Village Voice) ที่เขียนว่า มีบรรดาศิลปิน นักแสดง นักดนตรี มาเช่าอยู่ที่นี่กัน เป็นการย้ายที่นอนหลังจากอาศัยนอนบนโซฟาที่บ้านพี่สาวมานาน 4 เดือน ในช่วงที่กำลังทำความคุ้นเคยกับชีวิตในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก เบคอนบอกว่า มันเป็นห้องเช่าราคาถูก ตอนแรกคิดว่าคงมีศิลปินพักอยู่ที่นี่พอสมควร แต่กลับมีไม่มาก เบคอนยังเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารพีเพิลถึงการใช้เวลาว่างในปัจจุบันว่า เขาและ คีรา เซดจ์วิก นักแสดงดังวัย 58 ปี ภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่กันมา 35 ปี ชอบเข้าครัว ทำอาหาร เป็นกิจกรรมที่ครอบครัวเขาทำกันมาตลอด และความรักในการทำอาหารกินเอง ยังส่งต่อไปถึง โซซี ลูกสาววัย 31 ปี และ ทราวิส ลูกชายวัย 34 ปีด้วย

เที่ยวญี่ปุ่นส่งท้ายปีไปกับ 6 หนุ่มฮอต ในรายการ ‘No Math School Trip’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774237

เที่ยวญี่ปุ่นส่งท้ายปีไปกับ 6 หนุ่มฮอต ในรายการ ‘No Math School Trip’

เที่ยวญี่ปุ่นส่งท้ายปีไปกับ 6 หนุ่มฮอต ในรายการ ‘No Math School Trip’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“No Math School Trip” รายการวาไรตี้เรียบง่ายของแก๊ง 6 หนุ่มจากเกาหลีใต้อย่าง โท กย็อง-ซูหรือ (ดี.โอ.exo), ครัช นักร้องหนุ่มสุดฮอต, ซิโค่ แร็พเปอร์หนุ่ม,ชเว จอง ฮุน จากวง Jannabi,ยัง เซ ชัน และ ลี ยง จิน 2 นักแสดงตลกชาวเกาหลีใต้ ที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยวใน ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น สถานที่ที่งดงามราวกับภาพวาด ในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยหิมะ แต่งานนี้ จะให้มาท่องเที่ยวแบบธรรมดาก็จะง่ายเกินไป พวกเขาจึงต้องทำภารกิจพิเศษ และเล่นเกมระหว่างการเดินทาง บอกเลยว่างานนี้ นอกจากทุกคนจะได้รับเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ยังได้เห็นความอบอุ่น ความห่วงใยของแก๊ง 6 หนุ่มนี้อีกด้วย

มายิ้มไปกับความเป็นธรรมชาติของหนุ่มๆ ที่มีฉากหลังเป็น ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวสวยงาม ได้ในรายการ “No Math School Trip” ทุกวันอาทิตย์ เริ่มวันแรก 17 ธันวาคมนี้ เวลา 21.30 น. ทางทรูวิชั่นส์ และทรูวิชั่นส์ นาว ช่อง True X-ZYTE (340, 351)

ตามรอยโครงการพระราชดำริฯ บนเส้นทางเขาเต่า กับ ‘คุณน้ำผึ้ง – อู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774232

ตามรอยโครงการพระราชดำริฯ บนเส้นทางเขาเต่า กับ ‘คุณน้ำผึ้ง – อู’

ตามรอยโครงการพระราชดำริฯ บนเส้นทางเขาเต่า กับ ‘คุณน้ำผึ้ง – อู’

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาต่อกับทริปเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 กันต่อ…ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ คราวนี้ “คุณน้ำผึ้ง-อู” ชวนกันมาที่ ศูนย์หัตถกรรมบ้านเขาเต่า เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระพันปีหลวง โดยเป็นศูนย์ส่งเสริมการทอผ้าให้ชาวบ้าน ผ้าทอของศูนย์หัตถกรรมบ้านเขาเต่าในปัจจุบัน นอกจากจะมีการพัฒนารูปแบบการทอให้มีลวดลายที่สวยงามขึ้นแล้ว ยังมีการนำไปแปรรูปเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และกระเป๋า เพื่อเพิ่มมูลค่าของผ้าทอ ซึ่งรายได้จากการจัดจำหน่ายส่วนหนึ่งจะนำไปส่งเสริมกิจกรรมในชุมชนอีกด้วย

จากนั้นไปนั่งชิลกันที่ The memorie house นอกจากจะมีเมนูเครื่องดื่ม และขนมให้เลือกหลากหลายเมนูแล้ว ยังได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งสไตล์โรงนาแบบชนบทของยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าคัลเลอร์ฟูลแบบเทพนิยาย แถมยังมีพรอพจัดเตรียมไว้ให้ถ่ายรูปกับแบบชิคๆ ได้อีกหลายมุมกันเลยทีเดียว ที่สำคัญที่นี่ยังมองเห็น อ่างเก็บน้ำเขาเต่า เป็นโครงการพระราชดำริโครงการแรกที่เกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำ ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2506 โดยพระองค์ทรงมอบทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรมาถึงเขาเต่า สายมูตัวตึงอย่างคุณน้ำผึ้งก็ต้องขอชวนอูเที่ยว วัดถ้ำเขาเต่า ถือเป็นวัดติดทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของหัวหิน มีการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายถ้ำ มีหลวงพ่อองค์ใหญ่ พระพุทธศากยชินมหาราช ประดิษฐานอยู่บนยอดสูงสุดของวัด เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยมีขนาดหน้าตัก กว้าง 9.99 เมตร ภายในวัดประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้กราบไหว้สักการะไฮไลท์สุดของวัดนี้อยู่ที่ด้านบนของวัด สามารถมองเห็นทั้งชายหาดหัวหิน หาดสวนสนประดิพัทธ์ ยาวไปจนถึงหาดเขาตะเกียบ ได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว

‘ท่านอ้น วัชเรศร’เยือนสวนนงนุช เข้าชมพิพิธภัณฑ์-ปลูกต้นสาละอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774284

'ท่านอ้น วัชเรศร'เยือนสวนนงนุช เข้าชมพิพิธภัณฑ์-ปลูกต้นสาละอินเดีย

‘ท่านอ้น วัชเรศร’เยือนสวนนงนุช เข้าชมพิพิธภัณฑ์-ปลูกต้นสาละอินเดีย

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.35 น.

ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ นำคณะเยือนสวนนงนุชเป็นการส่วนตัว เข้าชมพิพิธภัณฑ์รถ พิพิธภัณฑ์หัวโขน – ปลูกต้นสาละอินเดีย

วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์  กลับมาประเทศไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว และยังคนเดินสายปฎิบัติภารกิจส่วนตัว โดยวันนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวัน นำพาคณะเดินชมสวนนงนุช มีคุณโต้ง กัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชพาชม ตั้งแต่การแสดงโชว์​ในโรงละคร การแสดงช้าง จากนั้น ขึ้นรถรางชมรอบส่วนนงนุช ซึ่งมีเนื้อที่มากกว่า 1,700 ไร่ ทั้งพืชพันธุ์ต่างๆ รวมถึงรูปปั้นไดโนเสาร์และรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่ทางสวนจัดแสดง

ท่านอ้น ให้ความสนใจกับพิพิธภัณฑ์รถ พิพิธภัณฑ์หัวโขน การปักสดึงไทยหุ่นกระบอกและพิพิธภัณฑ์พระเป็นพิเศษ เพราะมองแล้วเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ 

นอกจากนี้ ท่านอ้น ได้นั่งรถขึ้นไปบนเขาบันไดกฤษ เพื่อปลูกต้นสาละอินเดีย โดยพื้นที่เขาแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษาพันธุ์ไม้ของสวนนงนุช อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินชมสวนนงนุช มีประชาชนจำนวนมากมาขอถ่ายรูปกับท่านอ้นและบอกว่าโชคดีมากที่ได้เจอท่านอ้นวันนี้

เปิดใจ ‘กฤตัชญ์ กรรณิกา’ กับสายสัมพันธ์นักเรียนไทยในต่างแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774259

เปิดใจ 'กฤตัชญ์ กรรณิกา' กับสายสัมพันธ์นักเรียนไทยในต่างแดน

เปิดใจ ‘กฤตัชญ์ กรรณิกา’ กับสายสัมพันธ์นักเรียนไทยในต่างแดน

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.06 น.

ตามไปดูสายสัมพันธ์นักเรียนไทยในต่างแดน “กฤตัชญ์ กรรณิกา” ดีกรีเหรัญญิกสมาคมนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา เยาวชนไทยผู้ไม่ลืมความเป็นคนไทย

อาจกล่าวได้ว่าการศึกษาที่ดีเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ความสามารถให้เด็กและเยาวชนของชาติก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ ดังนั้นจังหวะก้าวในการศึกษาจึงเป็นโอกาสสำคัญที่เด็กหลายคนตักตวงไขว่คว้าหาความรู้กันเต็มที่เพื่อแสดงศักยภาพในตัวเองออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและส่วนรวม 

ดังเช่น นายกฤตัชญ์ กรรณิกา หรือ น้องมิว นักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาด้วยวัย 19 ปี ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกชายของ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพลและนักวิชาการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชื่อดัง เปิดความในใจต่อสายสัมพันธ์นักเรียนไทยในต่างแดนที่ครั้งหนึ่งตนเองรู้สึกต่างคนต่างอยู่โดดเดี่ยวแบบ Bowling Alone ในประเทศอันกว้างใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและสะท้อนให้เห็นระบบการศึกษาที่แตกต่างไปจากระบบการศึกษาของประเทศไทยว่าการศึกษาไทยที่เคยประกาศปฏิรูปมาร่วม 30 ปีแล้วควรเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกยุคดิจิทัลและก้าวล้ำไปข้างหน้า แต่ไม่ลืมความเป็นคนไทยควบคู่กับสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างผู้เรียนรู้ในโลกใบใหญ่นี้

น้องมิว เกิดที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา สมัยที่คุณพ่อ คือผศ.ดร.นพดล กรรณิกา เรียนที่นั่น และชีวิตแห่งการเรียนก็ไปกลับไทย-อเมริกา ตอนมาไทยก็เรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ไปเรียนไฮสกูลที่ Walter Johnson รัฐแมรี่แลนด์ เรียกว่าเกาะติดตามคุณพ่อไปทุกที่ที่คุณพ่อไปเรียน 

ปัจจุบันน้องมิวกำลังเรียนที่คณะบริหารธุรกิจ สนใจการเงินการบัญชีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มหาวิทยาลัยจอร์ชวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาชั้นปีสอง เรียกว่าตามรอยคุณพ่อมาติดๆ ตอนจบปีหนึ่งได้มีโอกาสฝึกงานด้านการเงินการบัญชี ช่วงปิดภาคฤดูร้อนที่บริษัท RSM ประเทศไทยในส่วนหนึ่งของ RSM International บริษัทอันดับสี่ของสหรัฐอเมริกาและอันดับหกของโลกมีความเชี่ยวชาญด้านบริการตรวจสอบบัญชี ภาษีและที่ปรึกษา มีความมุ่งมั่นเข้าใจความต้องการลูกค้า รักษาคุณภาพและช่วยผลักดันให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ ด้วยค่านิยมหลักคือ ความซื่อตรง ซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นหุ้นส่วนกัน และความเป็นเลิศ

น้องมิว ด้วยวัยเพียง 19 ปี บอกว่า แม้จะได้สัญชาติอเมริกันและได้โอกาสเรียนกับนักศึกษานานาชาติในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่เคยลืมความเป็นคนไทย พร้อมยังสำนึกรู้คุณชาติกำเนิดของเราที่เป็นคนไทย นอกจากนี้ยังมีโอกาสร่วมงาน วันชาติของราชอาณาจักรไทย และวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือวันพ่อของประเทศไทย ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ได้มีโอกาสถ่ายภาพกับเพื่อนสนิทนักเรียนไทยและท่านเอกอัครราชทูต นายธานี แสงรัตน์ ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีดูแลพวกเราเสมือนเป็นลูกหลานอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ในงานนั้นได้มีโอกาสพบปะกับ พันเอก มาร์ค มิลลิแกน (Col. Marc Milligan) และรองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และท่านผู้ใหญ่ใจดีอื่น ๆ อีกด้วย

น้องมิว ยังเล่าให้ฟังต่อว่า วันนี้ดีใจมากที่ พี่ ๆ และเพื่อน ๆ รวมถึงผู้ใหญ่คนไทยให้ความไว้วางใจ และมอบตำแหน่ง เหรัญญิกหรือตำแหน่งนี้ภาษาอังกฤษคือ Treasurer ของสมาคมนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา หรือ Association of Thai Students in the United States of America, ATSA  ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ที่น้องมิวต้องหลอมรวม สติ สมาธิและปัญญาให้เป็นตัวเดียวกันในการจัดการระบบการบัญชีและภาษีด้วยความซื่อตรงและรักษาผลประโยชน์ของสมาคมและของสมาชิกทุกคนด้วยการจัดการข้อมูลทางการเงิน บัญชีและทักษะทางเทคโนโลยีที่ต้องมีความปลอดภัยของข้อมูล (Information Security) ตามความสนใจของน้องมิวเรื่อง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย

สมาคมนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกานี้เป็นองค์กรที่มีคณะบริหารองค์กรและบอร์ดอำนวยการเชื่อมประสานและทำกิจกรรมร่วมกันของนักศึกษาไทยเปิดกว้างทุกมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีภารกิจสำคัญหลายอย่าง เช่น มุ่งเน้นการสร้างชุมชน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการสนับสนุนทางการศึกษา โดยภารกิจคือการสร้างเครือข่ายสนับสนุนสำหรับนักศึกษาไทย เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ทางวัฒนธรรมและการพัฒนาทั้งทางส่วนบุคคลและวิชาชีพผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ น้องมิวบอกว่าส่วนตัวคือไม่ลืมความเป็นคนไทย สำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอน และเชื่อว่านักศึกษาไทยทุกคนก็คิดแบบนี้เช่นกัน

สำหรับบทบาทของน้องมิวในฐานะเหรัญญิกของ ATSA คือจัดการด้านการเงินขององค์กรด้วยความโปร่งใสและปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รวมถึงการจัดทำงบประมาณ การวางแผนทางการเงิน การดูแลระบบค่าสมาชิกและแหล่งทุนเพื่อรักษากิจกรรมในภารกิจบทบาทของเราเชื่อมสายสัมพันธ์นักเรียนไทยในต่างแดนให้ยั่งยืน

น้องมิว เล่าให้ฟังต่อว่า หลังจบการศึกษา มีเป้าหมายจะได้รับโอกาสร่วมงานในฐานะส่วนหนึ่งของการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและขององค์กรบนความเชี่ยวชาญผสมผสานระหว่างการเงินการบัญชีและเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างเช่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เห็นความสำคัญของอนาคตชาติ และต้องการสนับสนุนอนาคตนักเรียนไทยที่จะกลับมาทำคุณประโยชน์ให้ส่วนรวมได้อีกมากให้กับประเทศด้วย

‘สพฐ.’ออกประกาศ’ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’หวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774212

'สพฐ.'ออกประกาศ'ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้'หวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

‘สพฐ.’ออกประกาศ’ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’หวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.06 น.

สพฐ.ออกประกาศ “ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้” หวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2566 ได้ลงนามประกาศ “แนวทางการมอบหมายการบ้าน” ตามนโยบาย ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) โดยเป็นการประกาศหลักการและแนวปฏิบัติในการมอบหมายการบ้าน “ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้” ที่มุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ให้การบ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และเป็นเครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน

หลักการ “ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้” มุ่งเน้นให้ครูลดปริมาณการบ้านที่ต้องทำนอกเวลาในชั้นเรียนให้เน้นการมอบหมายการบ้านเฉพาะรายวิชาที่จำเป็นทักษะสำคัญ เช่น การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ให้มีการบูรณาการการบ้าน ซึ่งการบ้านชิ้นงานเดียวอาจตอบโจทย์การเรียนรู้ข้ามรายวิชา และส่งเสริมให้นักเรียนได้มีเวลาศึกษาค้นคว้าตามความสนใจของตนเองมากขึ้น

“การประกาศแนวทางการมอบหมายการบ้าน “ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้” ของ สพฐ. เพื่อให้คุณครู รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าใจร่วมกันว่า หัวใจของการให้การบ้าน คือ การให้เด็กๆ ได้ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ ให้ได้ฝึกฝนทำซ้ำจนเกิดทักษะ ซึ่งเด็กแต่ละคนต้องการเวลาเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เรียนไม่เท่ากัน หรือสำหรับเด็กโต การบ้านที่ให้ได้ค้นคว้าอย่างอิสระ จะยิ่งส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยบ่มเพาะความรับผิดชอบในตนเอง จึงขอเน้นย้ำกับคุณครูว่า การให้โจทย์ที่ไม่ยากไม่ง่าย ไม่ใช้เวลามากเกินไป แล้วมีการตรวจการบ้าน อธิบาย ให้ feedback จุดที่ควรพัฒนาอย่างตรงประเด็น จึงจะเป็นการพัฒนานักเรียนอย่างแท้จริง ซึ่งความสุขที่เกิดจากการลดปริมาณแต่เพิ่มคุณภาพของการบ้าน เช่น ทำการบ้านหนึ่งชิ้นงานส่งคุณครูเพื่อวัดผลการเรียนรู้ได้หลายวิชา จะสร้างความสุขให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงคุณครูเองด้วย ซึ่งเชื่อได้ว่าจะทำให้เด็กไทย “เรียนดี มีความสุข” ตามเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

จัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย มุ่งเผยแผ่-ฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่มาตุภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774204

จัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย มุ่งเผยแผ่-ฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่มาตุภูมิ

จัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย มุ่งเผยแผ่-ฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่มาตุภูมิ

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.00 น.

‘คณะสงฆ์ไทย-ชมรมไตรรัตนภูมิ-เครือข่ายองค์กรชาวพุทธไทย-อินเดีย’จัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย มุ่งเผยแผ่-ฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่มาตุภูมิ ถวายพระกุศลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

8 ธันวาคม พ.ศ. 2566 คณะกรรมการจัดกิจกรรม “ปลูกหน่อพุทธบุตร สืบพระศาสนา สู่แดนพุทธภูมิ” บรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวพุทธอินเดีย อันเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการ “พลิกฟื้นคืนพุทธธรรมสู่พุทธภูมิ” โดยชมรมไตรรัตนภูมิ มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแผ่และฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่ดินแดนต้นกำเนิด และยังถือเป็นโอกาสมงคลที่จะได้ถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2566 และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ในโอกาสครบ 100 ปี วันประสูติ 6 พฤษภาคม 2566 กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ถึง 15 มกราคม 2567

ทั้งนี้เ มื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายนาเคศ ซิงห์ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ในนามตัวแทนชาวอินเดียทั้งประเทศ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าไตรพระราชทานและพิธีเจริญ
พระพุทธมนต์ถวายพระกุศล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระอุโบสถ วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ด้วย

สำหรับการบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวพุทธอินเดียในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อกิจกรรม “ปลูกหน่อ พุทธบุตร สืบพระศาสนา สู่ดินแดนพุทธภูมิ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลิกฟื้นคืนพุทธธรรมสู่พุทธภูมิ” ที่ทางชมรมไตรรัตนภูมิ วัดธาตุทอง, มูลนิธิกากัน มาลิก, มูลนิธิอาชเรย์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายองค์กรทางพระพุทธศาสนา 2 ประเทศ (ไทย – อินเดีย) ได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแผ่และฟื้นฟูพระพุทธศาสนากลับสู่ดินแดนมาตุภูมิ ซึ่งมีกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้วและยังดำเนินการอยู่อีกมากมาย เช่น กิจกรรม 84,0000 พระพุทธปฏิมาคืนลมหายใจพระพุทธศาสนาสู่แดนพุทธภูมิ เป็นกิจกรรมส่งมอบพระพุทธรูปจากพุทธศาสนิกชนไทยให้กับอาราม-วิหาร ชุมชนชาวพุทธทั่วประเทศอินเดีย ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์, กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธทั่วประเทศอินเดีย เพื่อให้ชาวพุทธจากทั่วโลกได้เห็นว่าในประเทศอินเดียไม่ได้มีพุทธสถานเฉพาะแค่ในแถบพื้นที่ 4 สังเวชนียสถาน ที่ชาวพุทธไทยส่วนมากรู้จัก แต่หากยังมีพุทธสถานโบราณอีกมากมายทั่วประเทศอินเดีย และบางแห่งยังคงวิถีชาวพุทธอยู่กว่า 1000 ปี ไม่เคยจางหาย, กิจกรรมธุดงค์ธรรมยาตรา ที่จัดในพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของอินเดีย และได้รับความสนใจจากชาวพุทธอินเดียจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยว รัฐบาลอินเดีย และหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ของไทย เช่น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี กรมการศาสนา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โครงการกำลังใจ กระทรวงยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล ฯลฯ

กิจกรรม “ปลูกหน่อพุทธบุตร สืบพระศาสนา สู่แดนพุทธภูมิ” นำชาวพุทธอินเดียที่ถือเป็นลูกหลานทายาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเพื่อเรียนรู้หลักธรรมคำสอนและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ซึ่งในครั้งนี้มีชาวพุทธอินเดียเข้าร่วมกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทจำนวน 47 ท่าน ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่ทาง พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง 
ได้มีโอกาสดำเนินการ โดยในครั้งนี้ได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานอุปถัมภ์ พระพรหมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานคณะทำงาน และยังได้รับเมตตาจากพระเถรานุเถระ พระสังฆาธิการ พระภิกษุสงฆ์ทุกภาคส่วนทั้งปริยัติและปฏิบัติ และเรื่องที่เป็นมหามงคลอีกประการคือ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน ๑ ไตร และเครื่องไทยธรรม ๑ ชุด ถวายพระอุปัชฌาย์ และพระราชทานผ้าไตรจำนวน ๔๗ ไตร แก่ผู้อุปสมบท นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้

ระหว่างการอุปสมบทผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้พระธรรมวินัย วิถีชาวพุทธแบบเถรวาท และการศึกษาดูงานพุทธสถานสำคัญต่าง ๆ ภาควิชาการได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการส่งพระวิทยากร / วิทยากรเพื่อถวายความรู้แก่พระนวกะทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฮินดี ภาคปฏิบัติมีกิจกรรมธุดงค์ธรรมยาตรา จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถึงจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้รับเมตตาจาก พระพรหมวชิรากร พระราชวัชรวิสุทธิวงศ์ พร้อมพระเถรานุเถระผู้มีภูมิรู้ภูมิธรรมอีกมากมาย อาทิ พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์, ดร., พระเทพมงคลโสภณ, พระเทพวชิรสุนทร, พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ฯลฯ ร่วมอบรมสั่งสอนและถ่ายทอดความรู้อันจะเป็นประโยชน์แก่การฟื้นฟูพระพุทธศาสนากับสู่ประเทศอินเดียอีกครั้ง โดยตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม นายกากัน มาลิก หรือ ทิดกากัน (อดีตพระกากัน อโสโก) นักแสดงชาวอินเดียผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นที่รู้จักของคนไทยจำนวนไม่น้อยและเคยมาอุปสมบทที่วัดธาตุทอง เมื่อปี 2565 เป็นเวลา 99 วัน จะรับหน้าที่เป็นโยมอุปัฏฐาก ร่วมถวายความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ แก่พระนวกะทั้ง 47 รูป

ตลอดโครงการด้วย นายกากัน มาลิค กล่าวว่า “ชาวพุทธอินเดีย ที่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทในครั้งนี้ มีความแน่วแน่ ตั้งใจฝึกซ้อมท่องจำคำขานนาคที่มีการออกเสียงแบบภาษามคธ ตามที่คณะสงฆ์ไทยได้เน้นย้ำ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับภาษาท้องถิ่นของตนอย่างมาก และนอกจากนี้ยังมีคณะจิตอาสาชาวอินเดียอีกจำนวนหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยอุปัฏฐาก คณะพระนวกะในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ชาวอินเดียจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสำคัญ และตระหนักถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนาในประเทศตน” ทั้งนี้นายกากัน ยังกล่าวถึงความรู้สึกปราบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ ในการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ผ้าไตรให้กับชาวอินเดียที่จะเข้าอุปสมบททั้ง 47 คน ด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารระหว่างการจัดกิจกรรม สามารถติดตามได้ทางช่องทาง Facebook: ชมรมไตรรัตนภูมิ, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย หรือหน่วยงานเครือข่ายองค์กรชาวพุทธที่เข้าร่วมกิจกรรม