คุณแหน : 10 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774227

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ๗  ธันวาคม๒๕๖๖ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ …

●● วันนี้วันดี ๑๐ ธ.ค. เวลา ๑๑.๓๐ น.  ประธานวุฒิสมาชิกศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยเป็นประธาน  งานฉลองมงคลสมรส เมธัส สิริเวชชะพันธ์บุตรชาย ชัยชุมพล-สุวรรณีสิริเวชชะพันธ์ กับ ปิ๊บป้า ดีนบุตรสาว  Mark-Lisa  Deanมีงานเลี้ยง ณ ห้องแกรนด์บอลรูม รร.แชงกรี-ลา…

●● ประธานกมธ.สาธารณสุขนพ.เจตน์  ศิรธรานนท์ กลับจากเมืองทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน เท้าแตะพื้นไม่เท่าไหร่ ต้องบินต่อไปจ.เลยเพื่อร่วมรับฟังปัญหาของแพทย์และเจ้าหน้าที่ในจังหวัด ในเรื่องการถ่ายโอนมายังกระทรวงมหาดไทย สู้..สู้..นะครับ…

●● ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนสงกรานต์ไทยแล้ว เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ…

●● มีแต่เรื่องเศร้า.. ขอร่วมอาลัยและเสียใจกับครอบครัว สีมาเอกรัตน์ที่สูญเสีย คุณแม่พวงเพ็ชรสีมาเอกรัตน์ มีสวดพระอภิธรรมและบรรจุศพ ณ ศาลา ๑ วัดโพธิ์บางคล้า  จ.ฉะเชิงเทรา  อาทิตย์ที่๑๐ ธ.ค. เคลื่อนศพไปบรรจุ ณ สุสานมูลนิธิโรจนสมบูรณ์ธรรมสถาน…

●● และการสูญเสีย ศ.นพ.วินิต พัวประดิษฐ์อดีตคณบดีคณะแพทย์รพ.รามาธิบดี ได้มี พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม แล้ว เนื่องจากอาจารย์ได้บริจาคร่างให้แก่รพ.รามาฯจึงยังไม่มีการฌาปนกิจศพ…●●

น้องนิ่ง….นิ่ง…

หนังสือเด่น : กฎกติกาการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เข้มแข็ง สุขสงบและสำเร็จตลอดกาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774220

หนังสือเด่น : กฎกติกาการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เข้มแข็ง สุขสงบและสำเร็จตลอดกาล

หนังสือเด่น : กฎกติกาการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เข้มแข็ง สุขสงบและสำเร็จตลอดกาล

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Richard Templar (ริชาร์ด เทมพลาร์)   เจ้าของผลงานเขียนที่มีผู้ติดตามกว่า 1,000,000 คนทั่วโลก

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้  “ปรับองศาความคิด ชีวิตมีคุณภาพ : The Rules of Life”  และหนังสือชุด The Rules ที่โด่งดังทั่วโลกกล่าวไว้ว่า คนทั่วไปในโลกนี้มี 2 แบบ คือ คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ที่ไม่ได้หมายถึงร่ำรวยล้นฟ้า แต่เป็นคนรู้จักใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย  คุ้มค่า พอเพียง มีความสุขในทุกๆวัน สุขภาพแข็งแรง  และแบบที่สองคือคนที่ยังดิ้นรนแสวงหาความสำเร็จในชีวิต หรือคนที่ไม่พอใจกับอะไรสักอย่าง และไม่มีความสุขในชีวิตเท่าที่ควรจะเป็น  สำหรับเคล็ดความสุขที่แท้จริงตามแนวคิดของเขาคือ ความสามารถที่จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้  ซึ่งเขาเห็นว่าทุกคนได้รับสิทธิ์นั้นอยู่แล้ว  ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกมีความสุขหรือจะเลือกทำในสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์

“ปรับองศาความคิด ชีวิตมีคุณภาพ : The Rules of Life” เป็นหนังสือที่เป็นกฎที่ผู้เขียนประมวลมาจากการสังเกตชีวิตของคนประสบความสำเร็จและมีความสุข ที่เขาบอกว่าใครทำตาม ก็จะสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ความเจริญ ไร้เคราะห์ภัยแพ้วพาน  ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใดก็มีสง่าราศี มีกระแสแห่งความเผื่อแผ่ให้คนรอบข้างตลอดเวลา คิดอ่านอะไรก็มีแต่โชคลาภ มีความสดชื่นในชีวิต และแก้ปัญหาได้เก่งขึ้น

กฎทั้งหมดแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ  กฎเพื่อตนเอง 57 ข้อ เป็นกลุ่มสำคัญที่สุดในบรรดากฎทั้งหมด    เพราะจะช่วยให้เราตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น และนำทางให้เรามีสวัสดิภาพ สวัสดิผล พ้นภัยพาลตลอดวัน  ช่วยลดระดับความเครียด ช่วยทำให้มีทัศนคติที่ถูกที่ควร ปลุกใจให้เรายึดมั่นในหลักการของตัวเอง และมีจุดมุ่งหมายเอาชนะทุกสิ่งอย่าง นอกจากนี้จะมี กฎความสัมพันธ์ 15 ข้อ  กฎที่ใช้กับครอบครัวและเพื่อน 14ข้อ และกฎกติกาสังคม 21 ข้อ  ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นกฏแห่งความสุขละความสำเร็จที่อยู่ในทุกขั้นตอนของชีวิตอย่างครบถ้วนที่สุด ทั้งกฎเพื่อตัวเอง เพื่อสังคม เพื่อสิ่งแวดล้อม  เพื่อคนที่เรารัก และรักเราทุกคน ไม่ว่าพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อนฝูง ภรรยา สามี และลูกหลาน

การดำเนินชีวิตของคนเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถจัดการให้เป็นเรื่องง่ายได้  อยากมีความสำเร็จในชีวิต คนเราทุกคนต้องมีกฎเกณฑ์ มีกติกา มารยาท  เพราะกฎเกณฑ์ เป็นเหมือนเข็มทิศ หรือแผนที่นำทางเราไปสู่ขุมสมบัติ หรือจุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้ได้

กฎเพื่อความสุขและความสำเร็จของ ริชาร์ด เทมพลาร์ เล่มนี้มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตอย่างยิ่ง  ถ้าใครได้ลองทำตามกฎของเขา หรือแค่ทำตามบ้างเป็นบางกฎ ก็จะพบว่าสามารถทำอะไรได้ผลสำเร็จทันตาเห็นตามสรรพคุณที่กล่าวอ้างในกฎนั้นๆ  ยิ่งทำได้มากที่สุด หรือทำครบทุกข้อ ทุกอย่างในชีวิตที่ต้องการก็จะมากองอยู่ตรงหน้ากันเลยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ เคยสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกมาแล้วในการพิมพ์ครั้งแรก ด้วยการติดอันดับหนังสือขายดีทั่วโลกอยู่นาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะได้รับการการันตีจากผู้อ่านว่าพวกเขาประสบความสำเร็จและมีความสุขกับชีวิตทุก ๆ วัน   ผู้แปลและเรียบเรียงคือ สมิทธิ์ เอกโชติ ลิขสิทธิ์ของ เอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ราคาเล่มละ 235 บาท

รู้จัก “โลกของทุนนิยมสอดแนม”

ภัยคุกคามในทุกมิติชีวิตของคนยุคใหม่

“ทุนนิยมสอดแนม” ผู้เขียน Shoshana  Zuboff (โซชานา ซูบอฟฟ์) ผู้แปล ฐณฐ จินดานนท์  ศตวรรษที่ 21 คือยุคของอำนาจสายพันธุ์ใหม่ที่คุกคามธรรมชาติมนุษย์ในคราบเทคโนโลยีดิจิทัลที่คอยติดตามมนุษย์ทุกฝีก้าวและปลายนิ้ว ขูดรีดข้อมูลและประสบการณ์ทุกอย่าง ซ้ำยังกลืนกินสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย หรือ ยุคแห่ง “ทุนนิยมสอดแนม (The Age of Surveillance Capitalism)”  ผู้เขียนซึ่งเป็น ศาสตราจารย์เกียรติคุณจากวิทยาลัยธุรกิจฮาร์วาร์ด ได้ผสานความรู้หลากหลายสาขาวิชากับข้อมูลเชิงลึกในแวดวงเทคโนโลยี อธิบายโลกของทุนนิยมสอดแนมได้อย่างถึงแก่น สำรวจกลไกการเกิดขึ้นของระเบียบเศรษฐกิจใหม่ที่นำทัพโดยบรรษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล เฟซบุ๊ก และไมโครซอฟท์ รวมถึงเปิดเปลือยลัทธิอำนาจใหม่ที่พรางกายใต้ม้าไม้เทคโนโลยี คอยชักใยและฉวยใช้พฤติกรรมมนุษย์เป็นเครื่องมือสั่งสมความมั่งคั่ง ความรู้ และอำนาจ ซึ่งสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างที่สุด  หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายระเบียบเศรษฐกิจ-สังคม-การเมืองแห่งศตวรรษที่ 21 ได้อย่างทรงพลังและเฉียบคม และชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามจากจากทุนนิยมที่สอดแนมในทุกมิติของชีวิต และกระตุ้นให้พลเมืองลุกขึ้นต่อสู้บนเส้นทางสู่การทวงคืนอิสรภาพจาก “ไอ้เบิ้ม” (Big Other) เพื่อสร้าง “อนาคตดิจิทัล” รูปแบบใหม่ ที่ให้คุณค่าคนเหนือเทคโนโลยี สิทธิความเป็นส่วนตัวเหนือกำไรสูงสุด และประชาธิปไตยเหนือเผด็จการทุนนิยมโฉมใหม่  หนังสือเล่มนี้เป็น International Bestseller และการันตีด้วยรางวัลรับรองจากหลากหลายสถาบัน  ราคาเล่มละ 750 บาท

วิธีปราบคนพฤติกรรมน่ารำคาญ

ในที่ทำงานแบบเนียนๆ ไม่ให้รู้ตัว

“จิตวิทยาตีเนียน (เพื่อจัดการคนน่ารำคาญ)” จิตวิทยาร้ายเงียบ ที่ใช้จัดการคนชอบสร้างปัญหา แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ใช้ได้หมดกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง และลูกค้า ผู้เขียน Inoue Tomosuke (อิโนะอุเอะ โทโมะสุเกะ) ผู้แปล กมลวรรณ เพ็ญอร่าม      ผู้เขียนเป็นจิตแพทย์ญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาเรื่องปัญหาในที่ทำงานโดยเฉพาะ ที่ช่วยแก้ปัญหากลุ้มใจให้กับคนทำงานชาวญี่ปุ่นมาแล้วนับหมื่นคน เขาได้แบ่งคนที่สร้างมลพิษในการทำงานออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ คนขี้นินทา คนอวดเบ่ง คนชอบล่วงละเมิด คนชอบบงการ และคนชอบปัดความรับผิดชอบ โดยให้นิยามคนเหล่านี้แบบเหมารวมว่า “คนน่ารำคาญ” เราไม่สามารถสั่งสอนหรือขอให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แต่คนเราไม่จำเป็นต้องก้มหน้ารับกรรมหรือฝืนตัวเองเพื่อคนเหล่านี้เช่นกัน มาทำความเข้าใจเอกลักษณ์ของคนน่ารำคาญแต่ละแบบ ที่มีแตกต่างกันไป แล้วหาวิธีรับมือได้อย่างตรงจุด ครอบคลุมคนทำงานทุกตำแหน่ง หรือทุกลักษณะ ด้วยวิธีการในหนังสือเล่มนี้ หนังสือราคา 255 บาท

เทคนิคหารายได้ แบบทำได้จริง

ทั้งเปิดร้านและเป็นนายหน้าบน TikTok

“หาเงิน 1,000,000 ง่าย ๆ ด้วย TikTok Shop (ฉบับทำได้จริง ไม่มโน)” ผู้เขียน มรุต วันทนากร (โค้ชบี) เจ้าของเพจ โค้ชบี พลิกชีวิต ด้วยเสื้อผ้า Online เจ้าของช่อง โค้ชบีเสื้อผ้าออนไลน์ กูรูตัวจริงในวงการที่การันตีเงินล้านผ่านการขายบน TikTok Shop  โค้ชบีตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ในการสร้างรายได้จากการขายของในแพลตฟอร์มดังกล่าวแบบไม่มีกั๊ก   ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้โดยเปิด TikTok Shop  คือการเป็นเจ้าของธุรกิจบน TikTok  เทคนิคการหาสินค้ายอดฮิตมาจำหน่ายโดยลงทุนหลักร้อยบาท และการเป็นนายหน้า TikTok หรือการสร้างรายได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าเป็นของตนเอง   เทคนิคต่าง ๆที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ในเรื่องการจับเสือมือเปล่า ผู้ติดตามไม่ถึง 1,000 คน ก็สมัครเป็นนายหน้า TikTok ได้ รวมทั้ง เทคนิคการเลือกร้านค้าที่ไม่มีใครบอกกันง่ายๆ 9 เทคนิค  เทคนิคการขายดีโดยตีสนิทกับ AI เทคนิคง่าย ๆ ในการสร้างคลิปปัง ให้ยอดขายพุ่ง การขายที่มีกำไรและยั่งยืน และกลยุทธ์อื่นๆอีกมากมาย  หนังสือราคา 265 บาท

เคล็ดลับการจัดบ้านแบบเดนมาร์ก

ผสานปรัชญาความสุขกับชีวิตรอบด้าน

“My Hygge Home: จัดบ้านน่าอยู่ด้วยปรัชญาความสุขฉบับฮุกกะ” ผู้เขียน Meik Wiking (ไมก์ วิกิง)   ผู้เขียน ผู้แปล ศิริกมล ตาน้อย  หนังสือเล่มนี้คือเล่มที่สี่ของผู้เขียน ฮุกกะ ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์กที่ขายดีกว่าล้านเล่มทั่วโลก เล่มนี้เป็นเล่มล่าสุดที่ยังว่าด้วยเรื่องราวของความสุข แต่เป็นการจัดบ้านด้วยปรัชญาความสุขแบบฮุกกะของชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก  ผู้เขียนเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุข ได้ผสมผสานปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์กเข้ากับงานวิจัยจากทั่วทุกมุมโลก กลั่นกรองเป็นเคล็ดลับการจัดบ้านสร้างสุขที่เชื่อมโยงกับชีวิตรอบด้าน  8 ข้อ อาทิ  การจัดสรรพื้นที่ให้กว้างขึ้นด้วยหลักการ “เตรียมรก” เทคนิคจัดแสงตามรอยเท้าเจ้าเหมียว การเลือกรูปทรงโต๊ะอาหารเพื่อบทสนทนาที่ลึกซึ้ง การสร้างพื้นที่ work from home ที่เอื้อต่องานและดีต่อใจ ไปจนถึงการออกแบบตามหลัก “พีระมิดความต้องการ” เพื่อค้นพบตัวตนผ่านบ้านที่เติมเต็ม  เพราะบ้านไม่ใช่เพียงที่อาศัย แต่เป็นที่พักใจในทุกโมงยามของชีวิต ไม่ว่าบ้านของจะเล็กหรือใหญ่ มีงบมากน้อยเพียงใด ปรัชญาฮุกกะจะช่วยเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นบ้าน และเปลี่ยนบ้านให้เป็นศูนย์บัญชาการแห่งความ “อยู่ดี-มีสุข-ฮุกกะ” ในแบบของเจ้าบ้านเอง หนังสือราคา 495 บาท

Science Update : จีนเปิดใช้ ‘ห้องแล็บใต้ดินลึกสุด-ใหญ่สุด’ ในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774221

Science Update : จีนเปิดใช้ ‘ห้องแล็บใต้ดินลึกสุด-ใหญ่สุด’ ในโลก

Science Update : จีนเปิดใช้ ‘ห้องแล็บใต้ดินลึกสุด-ใหญ่สุด’ ในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จีนเปิดใช้งานห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ ซึ่งตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 2,400 เมตร ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธ.ค. โดยห้องปฏิบัติการแห่งนี้ถือเป็นห้องปฏิบัติการใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ลึกมากที่สุดในโลก คณะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าห้องปฏิบัติการใต้ดินแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สะอาด สำหรับการแสวงหาสสารที่มองไม่เห็น หรือสสารมืด (dark matter) โดยการตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินอย่างมากจะช่วยสกัดกั้นรังสีคอสมิกส่วนใหญ่ที่เป็นอุปสรรคต่อการสังเกตการณ์

ห้องปฏิบัติการใต้ดินลึกและรังสีพื้นหลังต่ำพิเศษสำหรับการทดลองทางฟิสิกส์แนวหน้า(DURF) ตั้งอยู่ข้างใต้ภูเขาจิ่นผิง แคว้นปกครองตนเองเหลียงซาน กลุ่มชาติพันธุ์อี๋ ของเสฉวนมีความจุของห้องรวม 330,000 ลูกบาศก์เมตร จัดเป็นระยะที่ 2 ของห้องปฏิบัติการใต้ดินจิ่นผิงแห่งประเทศจีน เริ่มต้นก่อสร้างเดือนธันวาคม 2020 ร่วมสร้างโดยมหาวิทยาลัยชิงหัวและบริษัท ยาหลง ริเวอร์ ไฮโดรพาวเวอร์ เดเวลอปเมนต์

ห้องปฏิบัติการฯ นี้มีจุดเด่นหลายประการ ทั้งปริมาณรังสีคอสมิกต่ำพิเศษ รังสีในสิ่งแวดล้อมต่ำมาก ความเข้มข้นของเรดอนต่ำมาก และพื้นที่สะอาดพิเศษ ซึ่งเกื้อหนุนการตรวจจับสสารมืด

ทั้งนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์อนุมานว่าสสารที่มองเห็นได้คิดเป็นเพียงราวร้อยละ 5 ของจักรวาล ขณะสสารมืดและพลังงานมืดคิดเป็นราวร้อยละ 95 ของจักรวาล

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774215

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จีนพบซาก ‘เขื่อน’ เก่าแก่สุด 5,100 ปี

ซากเขื่อนโบราณ ซึ่งมีพร้อมทั้งอ่างเก็บน้ำและทางน้ำล้น อายุ 5,100 ปี ในมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ได้รับการระบุให้เป็นโครงการอนุรักษ์น้ำที่มีความเก่าแก่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบของจีน

ซากเขื่อนแห่งนี้ชื่อ “สยงเจียหลิ่ง” (Xiongjialing Dam) เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งโบราณคดีชวีเจียหลิ่งในเมืองจิงเหมินของหูเป่ย ที่ซึ่งครั้งหนึ่งวัฒนธรรมยุคหินใหม่ (Neolithic) เคยเจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าถูกก่อสร้างขึ้นเมื่อราว 5,100 ปีก่อน บริเวณลำน้ำสาขาของแม่น้ำชิงมู่ต้าง และถูกขยับขยายทั้งความสูงและความกว้างในเวลาต่อมา

ตัวซากเขื่อนที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบันสูง 2 เมตร และยาว 180 เมตร มีอ่างเก็บน้ำทางตะวันออก และพื้นที่ทดน้ำขนาด 8.5 เฮกตาร์ (ราว 53 ไร่) ทางตะวันตกโดยพื้นที่ทดน้ำนี้มีแปลงเพาะปลูกข้าวยุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย

(ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว)

Health News : ฟกช้ำดำเขียวง่าย สัญญาณโรคร้ายที่คาดไม่ถึง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774222

Health News : ฟกช้ำดำเขียวง่าย สัญญาณโรคร้ายที่คาดไม่ถึง

Health News : ฟกช้ำดำเขียวง่าย สัญญาณโรคร้ายที่คาดไม่ถึง

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ซุนนัต-เรน พาซรีชา ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา (hematology) จากสถาบันวิจัยทางการแพทย์วอลเทอร์และเอไลซาฮอลล์ (WEHI) ที่ออสเตรเลีย ออกมาเตือนผ่านเว็บไซต์The Conversation ว่า คนที่มีอาการฟกช้ำดำเขียวง่าย ทั้งที่ไม่ได้เดินสะดุดหกล้ม หรือแขนขาไปกระแทกเข้ากับของแข็งใดทั้งสิ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายแรงที่แอบแฝงอยู่

เพราะหากแพทย์พบว่า คนไข้มีรอยฟกช้ำหรือจ้ำเลือดขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายไปทั่วร่างรวมทั้งมีเลือดกำเดาไหลบ่อยและประจำเดือนมามากผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เลือดออกมากหลังการผ่าตัด ทำฟัน คลอดบุตร หรือมีเลือดออกมากอย่างฉับพลันในกระดูกข้อต่อหรือสมอง จะแนะนำให้คนเหล่านี้ตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยอาการข้างต้นอย่างละเอียด เนื่องจากอาจมีอาการของไขกระดูกทำงานผิดปกติ หรือเกล็ดเลือดถูกภูมิคุ้มกันขจัดออกจากกระแสโลหิตเร็วเกินไป

โรคเกล็ดเลือดต่ำเพราะภูมิคุ้มกัน (Immune Thrombocytopenic Purpura – ITP) มักเกิดขึ้นหลังมีการติดเชื้อไวรัส แต่ก็มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่จู่ๆ ก็มีอาการของโรคนี้ขึ้นมาเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนทำให้ผิวหนังเกิดรอยฟกช้ำดำเขียวเล็กๆ ทั่วร่างกายคล้ายกับเป็นผื่น ซึ่งในคนไข้เด็กอาการนี้จะเป็นอยู่เพียงชั่วคราวและหายไปได้เอง แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้วโรคนี้ค่อนข้างร้ายแรง และแพทย์จะต้องให้ยากดภูมิคุ้มกัน ยากระตุ้นการสร้างเกล็ดเลือด หรือบางรายอาจจะต้องผ่าตัดเอาม้ามออกไปด้วย

เปิดตัว ‘CBD First For Palliative Care’ มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774230

เปิดตัว ‘CBD First For Palliative Care’  มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

เปิดตัว ‘CBD First For Palliative Care’ มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิชัย ทองแตง ที่ปรึกษาคณะ กก.บ.เครือ รพ.พญาไทและเครือ รพ.เปาโล พร้อมด้วย นพ.จุมพล สิงห์หิรัญนุสรณ์ ผอ.รพ.พญาไท นวมินทร์, นพ.ศุภชาติ ชมภูนุช แพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง,ดร.ก้องเกียรติ สุริเย Chief executive officer of GRD group (CEO of GRD group) และคณะผู้บริหาร

โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ จัดแถลงข่าวเปิดตัว “CBD First For Palliative Care ทางเลือกการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองเพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว” นำทีมโดย นพ.จุมพล สิงห์หิรัญ นุสรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ร่วมด้วย นพ.ศุภชาติ ชมภูนุช แพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง และ ดร.ก้องเกียรติ สุริเย Chief executive officer of GRD group (CEO of GRD group) ภายในงานมีกิจกรรมการเสวนาในหัวข้อเรื่อง “การดูแลรักษาผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative Care) โดยใช้ ผลิตภัณฑ์น้ำมันเอ็มซีทีผสมสารสกัดซีบีดี” และมีผู้ใช้ผลิตภัณฑ์มาร่วมเสวนาแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ระหว่างการรักษาและผลการรักษา โดยการดูแลแบบประคับประคอง Palliative Care คือการดูแลทางการแพทย์แบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ช่วยลดความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ตลอดจนทางด้านสังคมและจิตวิญญาณ โดยจะคำนึงถึงความต้องการ (The living will) ของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นสำคัญมีเป้าหมายและวิธีการดูแลเพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบายต่างๆ ที่เกิดกับผู้ป่วย เป็นการดูแลเพื่อป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมานร่วมกับการดูแลทางด้านจิตใจ ซึ่งหลักการการดูแลจะเริ่มจากการที่แพทย์ได้ประเมินทั้งปัญหาสุขภาพทางร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ป่วย จากนั้นจะวางแผนการรักษา โดยใช้วิธีรักษาอาการรบกวนต่างๆ อย่างเหมาะสมเป็นรายบุคคล

แนวทางการดูแลรักษามีหลากหลายรูปแบบดังนี้ การดูแลแบบประคับประคองด้านร่างกาย, ด้านจิตใจ, ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) เป็นบริการที่ทางโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ที่กำลังเผชิญหน้ากับโรคที่คุกคามต่อชีวิต
(life-threatening illness) ซึ่งไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นโรคมะเร็งเท่านั้น การดูแลจะประกอบด้วยการให้คำปรึกษา วางแผนการป้องกันและให้การรักษาแบบผสมผสานทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา หรือใช้การรักษาทางเลือกอื่นๆ รวมถึงการใช้ CBD ร่วมด้วย เพื่อบรรเทาความทุกข์ ลดความเจ็บ ลดความทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ไปจนถึงให้การดูแลครอบครัวของผู้ป่วย

นพ.จุมพล สิงห์หิรัญนุสรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ กล่าวว่า “To Be The First Choice And To Be TheDestination” กอปรกับปรัชญา “เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สุขภาพที่ดี เพื่อศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต” คือภารกิจโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ที่ตั้งใจพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยปักหมุดกรุงเทพฝั่งตะวันออกให้ผู้รับบริการรวมถึงครอบครัวผู้รับบริการได้รับการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นการส่งมอบคุณค่าของการบริการอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจบริการการดูแลแบบประคับประคองโดยใช้ CBD Frist สามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์มะเร็งอายุรวิวัฒน์ (Beyond Health Center) โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ด้วยตัวเองหรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-944-7111 หรือที่เว็บไซต์ https://www.phyathai.com/th/pytn

แหวกฟ้าหาฝัน : Alice Bailly ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774216

แหวกฟ้าหาฝัน : Alice Bailly ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

แหวกฟ้าหาฝัน : Alice Bailly ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

The Pink Garden 1907

ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne นอกจากจะมีงานของ Louis Adolphe Soutter และ Rene Auberjouis ศิลปินชาวสวิสทั้งสองคนที่โด่งดังแล้วยังมีงานของศิลปินของ Alice Bailly ศิลปินหญิงชาวสวิสที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานหลากหลายแนวอีกคนอยู่เป็นจำนวนมากด้วย Bailly เกิดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1872 ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นพนักงานไปรษณีย์ และมีแม่เป็นครูสอนเยอรมันในเมืองเจนีวา เดิมนั้นเธอใช้นามสกุล Bally แต่นักวิพากษ์ศิลป์เรียกนามสกุลเธอผิดเป็น Bolly เธอจึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น Bailly เพื่อป้องกันความสับสน

บิดาของเธอเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 14 ปี แต่เธอยังได้เข้าเรียนที่ Ecole des Beaux-Arts โดยเรียนในหลักสูตรหญิงล้วนด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้เธอได้พัฒนาความสามารถมากกว่าที่จะสอนให้เธอเรียนศิลปะตามกระแสหลัก เนื่องจากเธอมีความสามารถมากจนสามารถได้ทุนไปเรียนต่อที่มิวนิคในเยอรมนี แต่เธอกลับไม่ประสบความสำเร็จและไม่ชอบการเรียนในห้องเรียนจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปศึกษาภาพเขียนของศิลปินที่ประสบความสำเร็จเก่าๆ อาทิ Rubens, Van Dyck ที่ Munich Art Gallery

หลังจากไม่ประสบความสำเร็จจากมิวนิค เธอกลับไปสวิส และทำงานจิตรกรรมและแกะสลัก ปี 1904 เธอย้ายไปปารีส และได้รู้จักกับจิตรกรเพิ่มขึ้นอีกหลายคน อาทิ Juan Gris, Francis Picabia, Albert Gleizes,Jean Metzinger, Fernand Léger, SoniaLewitska และ Marie Laurencin ในช่วงเวลาที่อยู่ในปารีส เธอให้ความสนใจกับศิลปะแนว Fauvism งานของเธอในช่วงนั้นเน้นการใช้สีที่หนักแน่น บวกกับขอบสีเข้มที่ชัดเจน และเน้นกายภาพและช่องว่างที่ไม่เป็นจริง ผลงานแนวนี้ของเธอกลับได้รับการจัดแสดงที่ Salon d’Automne ร่วมกับศิลปินแนว Fauvism หลายคนในปี 1908

Woman with Fan 1913

หลังจากประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในต่างประเทศ เธอก็เดินทางกลับไปตั้งรกรากในสวิส แต่ก็ได้มีโอกาสออกจัดนิทรรศการยังรัสเซีย อังกฤษ และสเปนเป็นครั้งคราว หลังจากนั้นเธอเริ่มเปลี่ยนแนวทางในการสร้างสรรค์งานเป็นแบบ Futurism จวบจนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเริ่มขึ้น เธอเริ่มสร้างงานบนไม้ด้วยแนวทางศิลปะแบบ Cubism ทำให้ ช่วงระหว่างปี 1913-22 เธอสร้างงานแนวนี้ได้มากถึง 50 ชิ้น ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แนวทางศิลปะแบบ Dadaism เริ่มเป็นที่รู้จัก เธอก็ได้สร้างสรรค์ผลงานแนวนี้ด้วยหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามและหายนะจากสงคราม แต่สาธารณชนกลับไม่ชอบผลงานแนวนี้ของเธอ

เธอยังเป็นศิลปินอีกผู้หนึ่งที่ได้มีโอกาสจัดแสดงผลงาน ณ Salon de Independent ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ศิลปินนอกกระแสมีที่จัดแสดงผลงาน ร่วมกับศิลปินหญิงอื่นๆ ที่สร้างสรรค์งานแนว Cubism อยู่หลายครั้งแต่นักวิพากษ์ศิลป์ส่วนหนึ่งกลับวิจารณ์อย่างเสียหายว่างานของเธอกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวและโรคทางตา หลังปี 1923เธอย้ายไปอยู่ Lausanne เป็นการถาวร เธอได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพตกแต่งโรงละคร เธอบ่นให้เพื่อนๆ ฟังว่า เหนื่อยอ่อนล้ากับการสร้างงานและความคาดหวังของผู้คนจากงานนี้มากจนทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเสียชีวิตจากวัณโรคในปี 1938 เธอได้ทำพินัยกรรมให้ขายผลงานศิลปะของเธอเพื่อนำเงินไปก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือศิลปินสวิสรุ่นเยาว์ต่อไป

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสชื่นชมผลงานของ Bailly ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne จะเห็นว่า เธอเป็นศิลปินหญิงที่มากความสามารถ ทั้งนี้เพราะเธอสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างมีชีวิตชีวาโดยใช้สีสันที่สดใสด้วยเทคนิคของแนวทางศิลปะที่แตกต่างกันลิบลับในช่วงเวลาเดียวกัน

The Concert in the Garden 1920

The Concert in the Garden 1920

The Green Tree 1912

The Green Tree 1912

ตะลอนเที่ยว : หนังใหญ่ วัดขนอน ราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774213

ตะลอนเที่ยว : หนังใหญ่ วัดขนอน ราชบุรี

ตะลอนเที่ยว : หนังใหญ่ วัดขนอน ราชบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนที่ได้ไปชมโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจัดแสดงเป็นประจำทุกปี (ยกเว้นในบางปีที่งดการแสดงเนื่องจากมีเหตุจำเป็น) โดยแสดงมาเกือบ 20 ปีแล้ว และการแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนล่าสุดคือกุมภกรรณทดน้ำ ซึ่งเพิ่งลาโรงไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม

เมื่อกระแสความนิยมชมโขนรามเกียรติ์เฟื่องฟูขึ้นในสังคมไทย เนื่องมาจากพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระพันปีหลวง ก็ทำให้เกิดความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงอีกชนิดหนึ่งตามมา นั่นคือ หนังใหญ่

มีคำกล่าวว่าโขนในราชสำนักนั้นมีต้นกำเนิดมาจากการแสดงหนังใหญ่ เพราะหนังใหญ่ถือเป็นมหรสพหลวงชนิดหนึ่งที่มีหลักฐานว่าแสดงในราชสำนักกรุงศรีอยุธยามาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองแล้วสืบต่อมาจนถึงสมัยกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ โดยในสมัยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปรากฏหลักฐานเรื่องหนังใหญ่อยู่ในกฎมณเฑียรบาล และในการสมโภชช้างเผือก แล้วมีการแสดงสืบต่อเรื่อยมาแล้วก็ยังมีหลักฐานว่าในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เล่นหนังใหญ่เพื่อฉลองการรับพระแก้วมรกต ครั้งมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีหลักฐานการแสดงหนังใหญ่ปรากฏตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

โดยแรกเริ่มนั้นหนังใหญ่แสดงในราชสำนัก เพราะเป็นมหรสพหลวง แต่ในกาลต่อมาได้แพร่หลายไปยังนอกวัง แล้วชาวบ้านที่มีความรู้ในการแสดงหนังใหญ่ก็นำไปแสดงเป็นมหรสพพื้นบ้าน ดังมีหลักฐานว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการสร้างตัวหนังใหญ่ และเล่นหนังใหญ่ที่วัดขนอน ราชบุรี แต่ก็พบหลักฐานว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีหนังใหญ่ที่วัดพลับพลาชัย เพชรบุรี

ดังที่ได้กล่าวว่า ในสมัยโบราณนั้นหนังใหญ่คือมหรสพหลวง มักแสดงเรื่องรามเกียรติ์ โดยในการแสดงตอนสำคัญๆจะใช้ตัวหนังมากถึง 600 ตัว ตัวหนังใหญ่แบ่งเป็นสองชนิด คือหนังกลางวัน และหนังกลางคืน หนังกลางวัน ตัวหนังมีสีสันมากถึง 5 สี (เบญจรงค์) โดยสีทองใช้ทองคำเปลวปิดลงไป เชิดในเวลากลางวัน ส่วนหนังกลางคืน มีสีดำขาวเท่านั้น ใช้เชิดในเวลาค่ำ

ตัวหนังใหญ่จะแบ่งย่อยได้อีกคือ หนังเล็ก ขนาดสูงไม่เกิน 60 เซนติเมตร แสดงในโรงที่มีจอหนังกว้างไม่เกิน 4 เมตร ใช้แสดงในงานจุดดอกไม้ไฟ หรือระทา
ต่อมาคือตัวหนังกลาง ขนาดตั้งแต่ 90-130 เซนติเมตร มักมีประจำวัดและวังต่างๆ และสุดท้ายคือหนังใหญ่ฉบับหลวง จะทำตัวหนังใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาหนังวัว หนังควายมาทำได้ ใช้ประดับในวังหลวง ส่วนหนังใหญ่ของวังหลวงก็จะต่างจากวังหน้า เพราะมีอิสริยยศ อิสริยศักดิ์ไม่เท่าเทียมกัน

Mr.Flower ขอชวนเชิญคุณๆ ร่วมกันอนุรักษ์หนังใหญ่ และร่วมกันสนับสนุนให้หนังใหญ่อยู่คู่กับแผ่นดินไทยสืบต่อไป โดยการชวนคุณๆ ไปร่วมทริปชมและสนับสนุนหนังใหญ่ วัดขนอนในช่วงต้นปีใหม่ 2567 ที่กำลังจะมาถึงนี้โดยกำหนดไปชมหนังใหญ่วัดขนอนวันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2567 หากคุณสนใจร่วมทริปอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยโปรดติดต่อโทรศัพท์ หมายเลข091-7233615

ขอเชิญชวนร่วมกันอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของไทยให้อยู่สืบต่อไป เพื่อเป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคต

NocNoc บุกเวียงเจียงใหม่ครีเอทรถแดงส่งสุขส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774208

NocNoc บุกเวียงเจียงใหม่ครีเอทรถแดงส่งสุขส่งท้ายปี

NocNoc บุกเวียงเจียงใหม่ครีเอทรถแดงส่งสุขส่งท้ายปี

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.26 น.

นายอนุพงศ์ ทะสดวก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าและพาณิชย์ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc เปิดเผยว่า การขยายตลาดสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ในต่างจังหวัดของ NocNoc ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2566 ต่างได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าทุกภูมิภาค ซึ่งพื้นที่โซนภาคเหนือเป็นหนึ่งในแผนการขยายตลาดและฐานลูกค้าทั้ง B2C และ B2B ให้กว้างขึ้นในไตรมาส 4/66  ซึ่งเราคาดการณ์ว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีและมีดีมานด์ในกลุ่มสินค้าและบริการเรื่องบ้านเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของภาคเหนือ ที่ขยายตัวขึ้นทั้งในภาคอุตสาหกรรม 15.9% การค้า 12.7% และการท่องเที่ยว 9.6% ซึ่งเรามีความพร้อมทั้งสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่มีให้เลือกกว่า 600,000 รายการ จาก 5,000 ร้านค้าตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าปรับปรุงบ้าน และบริการเรื่องบ้านตั้งแต่ บริการซ่อมแซม ปรับปรุง บริการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการล้างและทำความสะอาด การขนส่ง โปรโมชันความคุ้ม บริการหลังการขาย ที่พร้อมรองรับความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้าทั้งกลุ่มB2C และ B2B ที่ช้อปสินค้าตกแต่งบ้าน ตกแต่งร้านทั้งคาเฟ่ โรงแรม โฮสเทล ร้านอาหาร ฯลฯ จากช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย

ทิศทางการเติบโตที่ดีนี้ เป็นโอกาสให้ NocNoc ลงพื้นที่จัดแคมเปญส่งสุขส่งท้ายปี สร้างความคึกคักในช่วงเทศกาล เพื่อขยายการเข้าถึงความต้องการของกลุ่มเรียลดีมานด์ให้กว้างและครอบคลุมมากขึ้น ยกขบวนเซอร์ไพรส์ พี่น้องชาวเชียงใหม่ถึงแดนเหนือเปลี่ยนรถแดงคุ้นตาเป็นของขวัญแกะกล่องออนทัวร์ตระเวนส่งความสุขถึงแลนมาร์คดังทุกสัปดาห์ พร้อมให้บริการรับส่งฟรีเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือนธันวาคม 66 จำนวน 1 คัน

“การมายังภาคเหนือครั้งนี้ เรามองเห็นถึงโอกาสที่ถูกที่ถูกเวลาในการขยายแบรนด์สู่จังหวัดหัวเมืองในภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่ตลาดสินค้าแต่งบ้านกำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดีจากปัจจัยบวกต่าง ๆ ทั้งการค้าการลงทุน ปริมาณการท่องเที่ยว หรือการจับจ่ายที่คึกคักในช่วงวันหยุดยาว NocNoc จึงอยากดึงจุดแข็งความเป็นแพลตฟอร์ม Home and Living Destination ให้เข้ามาเป็นอีกแรงเสริมความคึกคักสร้างความสุขส่งท้ายปีให้ลูกค้าชาวเหนือได้รับความคุ้มอีกด้วย นายอนุพงศ์ กล่าวปิดท้าย

-(016)

คึกคักตลาดแตก! ‘รอน – จ๊ะจ๋า’ ข้ามยุคบุกตลาดลิ้นติดโปรแฟร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774207

คึกคักตลาดแตก! 'รอน – จ๊ะจ๋า' ข้ามยุคบุกตลาดลิ้นติดโปรแฟร์

คึกคักตลาดแตก! ‘รอน – จ๊ะจ๋า’ ข้ามยุคบุกตลาดลิ้นติดโปรแฟร์

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.09 น.

เปิดตลาดวันแรก ออเจ้าก็ทำเอาตลาดแตกเลยจ้า เหล่าแฟนคลับยกขบวนมาให้กำลังใจ รอน AF5 – ภัทรภณ โตอุ่น ในบท “เพิ่ม” และ จ๊ะจ๋า – แดนดาว ยมาภัย ในบท “อึ่ง” คู่ชิปจากซีรีส์ฮิตติดเทรนด์พรหมลิขิต ที่ขอข้ามยุคมาบุกตลาดสร้างสีสันในงาน ลิ้นติดโปรแฟร์’66 ของคู่ซี้ ก้อง-ท็อป ที่จัดหนัก จัดใหญ่ ส่งท้ายปลายปี คึกคัก ช้อป ชิม อร่อยฟิน!! ทุกโซน ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 ธันวาคมนี้  @ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น B

เปิดตลาดปุ๊ป ก้อง  ปิยะ ชวนออเจ้าทั้งคู่ รอน – จ๊ะจ๋า เดินทักทาย โปรยความสุข ส่งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ให้กำลังใจบรรดาพ่อค้าแม่ขายแบบใกล้ชิด โปรโมทจัดจัดหนัก จัดเต็ม  เติมพลังใจเต็มอิ่ม ให้พ่อค้าแม่ขาย ขายดิบขายดีตลอด 10 วัน!!   เพราะเพลานี้ทั้งคู่หยิบจับชิมของอร่อยเมนูไหน  แฟนๆ ต่างมารุมรอช้อปของอร่อย ถูกอกถูกใจเหล่าออเจ้ายิ่งนัก เรียกว่าอร่อยฟินสุดๆ ไปเลย

มาร่วมส่งท้ายปลายปีกับความสุขอิ่มจุกๆ อิ่มหน่ำสำราญในงาน ลิ้นติดโปรแฟร์ เปิดตลาดแล้ว วันนี้ถึง17 ธันวาคมนี้  @ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น B  มาชิม ช้อป ของอร่อยสุดฟินกันเยอะๆนะจ๊ะออเจ้า

-(016)