‘เฉลิมชัย’ แม่ทัพประชาธิปัตย์คนใหม่ พร้อมลุยงานทันที 3 เดือนแรกเห็นผล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565102

09 ธ.ค. 2566

'เฉลิมชัย' แม่ทัพประชาธิปัตย์คนใหม่ พร้อมลุยงานทันที 3 เดือนแรกเห็นผล

เปิดใจ ‘เฉลิมชัย’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 วัดผลงาน กก.บห.ชุดใหม่ทุก 3 เดือน ยืนยันไม่แตกหัก ‘อภิสิทธิ์’ เลือดสีฟ้าเหมือนกัน โยนถามคนในพรรคหลังกระแส ‘ตระบัดสัตย์’ เลิกเล่นการเมือง

เปิดใจ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หลังขึ้นตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนที่ 9 ยอมรับเพิ่งตัดสินใจตอบรับคำเชิญลงสมัครเมื่อคืนนี้ตอน 22:00 น.

ภารกิจแรก สร้างความเป็นเอกภาพพรรคให้กลับคืนมา เชื่อว่าหากทุกคนทุกรุ่นช่วยกันก็สามารถเริ่มต้นได้ ส่วนการทำงาน 3 เดือนแรกจะต้องเห็นเป็นรูปธรรมทั้งข้อบังคับยุทธศาสตร์พรรคและนโยบาย โดยจะประเมินผลงานกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทุก 3 เดือน ยืนยัน วันนี้คนประชาธิปัตย์ยังรักพรรค และหวังอย่างยิ่งว่าทุกคนจะช่วยกันสร้างพรรค 

ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค นั้น นายเฉลิมชัย ได้บอกกับนายอภิสิทธิ์ว่า ไม่ออกได้ไหม แต่นายอภิสิทธิ์บอกว่า “เพื่อให้ท่านสบายใจ ท่านจะได้ไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ให้คนอื่นมองว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหาร” ตนก็เคารพการตัดสินใจ หากนายอภิสิทธิ์จะกลับมา ก็ยินดีและอยากให้ท่านกลับมา ส่วนการพูดคุยในเวลา 10 นาที ก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้งต่อกัน ยังพูดเหมือนเดิมมองตาก็รู้ใจ ตนและนายอภิสิทธิ์รักพรรคประชาธิปัตย์ กรีดเลือดออกมาก็เป็นสีฟ้าเหมือนกันทั้งคู่

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ขอให้เชื่อมั่น ตนอยู่พรรคมา 22 ปีเต็ม หลักการและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเปลี่ยน ตนเป็นคนที่เคร่งครัดรักษาหลักการและอุดมการณ์ของพรรคมาโดยตลอด วันนี้แค่มาเพื่อแก้วิกฤตให้เดินต่อไปได้ และประกาศชัดเจนว่า ประชาธิปัตย์จะมีการปรับเปลี่ยน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาได้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

ส่วนกระแสข่าวเตรียมเข้าร่วมรัฐบาล นายเฉลิมชัยยืนยันว่า ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นฝ่ายค้าน และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หากในอนาคตมีการทาบทามหรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ส่วนตัวต้องคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและพรรคเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของตัวบุคคล ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรไม่มีใครเดาได้ แต่หลักการและอุดมการณ์ยังต้องอยู่  

ส่วนหลังจากนี้จะมีสมาชิกพรรคทยอยลาออกเพิ่มอีกหรือไม่ ตนจะพยายามให้เต็มที่ วันนี้ขอให้ทุกคนมาช่วยกัน เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผล อยู่ที่ว่าเรารักพรรคจริงหรือไม่ 

ส่วนการที่ตนเข้ามานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องมีการไปพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้อาวุโสภายในพรรคหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ในที่ประชุม นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้หันไปถามนายเฉลิมชัยว่า “จะเอาจริงแน่หรือ” 

นายเฉลิมชัยระบุว่า เรื่องนี้ จะต้องไปพูดคุยกับทุกคน โดยเฉพาะผู้อาวุโสของพรรค เพราะถือเป็นปูชนียบุคคล และเชื่อไม่มีใครรักพรรคประชาธิปัตย์น้อยไปกว่าใคร

ส่วนที่เคยพูดว่าจะเลิกเล่นการเมือง แต่วันนี้กลับมานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนี้ตนเคยพูดไปแล้วถึง 2 ครั้ง หากอยากได้คำตอบขอให้ไปถาม สส. และกรรมการบริหารพรรค เชื่อว่าทุกคนจะตอบ เพราะมันคือข้อเท็จจริง ใครจะคิดว่าอย่างไรตนไม่รู้ แต่สำหรับตน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และที่ผ่านมาก็ตอบชัดเจนแล้ว

เปิดประวัติ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565092

09 ธ.ค. 2566

เปิดประวัติ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  คนที่ 9'

ทำความรู้จัก เสี่ยต่อ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หลังสมาชิกพรรคมีมติรับรอง 88.5 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็น ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9’

หลังจากการประชุมใหญ่วิสามัญ พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เป็นการจัดการประชุมเพื่อเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ เมื่อช่วงสายของวันที่ 9 ธ.ค. 2566 องค์ประชุม 260 คน ล่าสุดมีมติรับรองให้ “เสี่ยต่อ” ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รับตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ด้วยคะแนน 88.5 เปอร์เซ็นต์

ประวัติ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9

วันเกิด : 07 มี.ค. 2508

ที่อยู่ : บ้านเลขที่ 179 หมู่ 11 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ประวัติการศึกษา

  • ปริญญาตรี : สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาโท : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขานโขบายและการวางแผน มหาวิทยาลัยเกริก
  • ปริญญาเอก : ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัย ราชภัฏพระนคร

ประวัติการทำงาน

  • ปี 2533-2543 : สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ปี 2538-2540 : ประธานสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ปี 2544, 2548, 2550, 2554 : สมาชิกสภาผู้แทนรายฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ปี 2553 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • ปี 2550-2554 : รอง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
  • ปี 2554 – 13 ธ.ค. 2556 : เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
  • 17 ก.ค. 2562 – 5 ก.ย. 2566 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเละสหกรณ์
  • 15 พ.ค. 2562 – ปัจจุบัน : เลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์

‘ต่อพิฆาต’ ผงาด ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9’ ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565098

09 ธ.ค. 2566

'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%

กลเกมการเมืองภายใน ปชป. เลือกหัวหน้าพรรคเป็นครั้งที่ 3 คราวนี้ผ่านฉลุย ‘ต่อพิฆาต’ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เจ้าของเครื่องหมายการค้า ‘คำไหน คำนั้น’ ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรค ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5% เป็น ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9’

วันที่ 9 ธ.ค. 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร(กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3 เพื่อเลือก หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการ(กก.บห.)พรรคชุดใหม่ หลังจากการประชุมพรรค ทั้ง 2 ครั้งล่ม

'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%
'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%

โดยที่ประชุม มีองค์ประชุม 260 คน เป็นการเข้าคูหาลงคะแนน จากนั้นในเวลา 13.30 น. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ กกต.ประจำพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศผลลงคะแนนว่า

ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เลือกนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคะแนน 88.5 เปอร์เซนต์ ถือว่านายเฉลิมชัย ได้รับเลือกเป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย คือมีอายุ 77 ปี ก้าวสู่ปีที่ 78

เสี่ยต่อ หรือ ต่อพิฆาต หรือเฉล้มชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9เสี่ยต่อ หรือ ต่อพิฆาต หรือเฉล้มชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9

สำหรับ ต่อพิฆาต เฉลิมชัย ศรีอ่อน นั้น เป็นนักการเมืองท้องถิ่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในนามกลุ่ม 16 เสี่ยต่อ ยึดโมเดลการเมืองเชิงอุปถัมภ์จนเกิด กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ในพรรคประชาธิปัตย์ มีเครื่องหมายการค้า คำไหน คำนั้น ทำให้เขาสร้างบทบาทสำคัญในพรรคการเมืองระดับชาติได้สำเร็จ

ว่ากันว่า ต่อพิฆาต เป็นฉายาของสโมสรฟุตบอลพีทีประจวบ เอฟซี ที่นำมาจากชื่อเล่นของ ‘เสี่ยต่อ’ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ผู้ริเริ่มก่อตั้งทีมลูกหนังเมืองสามอ่าว เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว

การเลือกตั้งปี 2544 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 มีการเปลี่ยนกติกาใหม่ เป็นเขตเดียว-เบอร์เดียว เวลานั้นเสี่ยต่อ-เฉลิมชัย ศรีอ่อนเป็น ส.อบจ.ประจวบฯ เขต อ.ปราณบุรี ได้รวบรวม สจ.ทุกเขต ให้มาอยู่ในกลุ่มเดียวกันคือ ‘กลุ่ม 16’

กลุ่ม 16 เป็นกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นรุ่นใหม่ ที่ต้องการพัฒนาเมืองสามอ่าว ไม่มีแบ่งก๊กแบ่งเหล่า เรียกว่า‘ประจวบโมเดล’โดยมี ประมวล พงศ์ถาวราเดช เป็นนายก อบจ.ประจวบฯ และ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นประธานสภา อบจ.ประจวบฯ

การเลือกตั้ง สส.ปี 2544 เฉลิมชัย ศรีอ่อน และมนตรี ปาน้อยนนท์ ลาออกจาก สจ. มาลงสมัคร สส.ในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกเป็น สส.ประจวบฯ สมัยแรก

ว่ากันว่า เครื่องหมายการค้าของเฉลิมชัยคือ “คำไหน คำนั้น” เสี่ยต่อจึงสร้างประจวบโมเดล อันหมายถึงการเมืองระดับชาติผูกพันอยู่กับระดับท้องถิ่น ด้วยสโลแกนคำไหน คำนั้น ไม่แก่งแย่งตัดแข้งตัดขา มีแต่เกื้อหนุนกัน

ปี 2548 เสี่ยต่อ ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค ในยุคที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ปชป. และรับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง และได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค ปชป.อีกครั้ง ยุคที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค เมื่อปี2562

และการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่2 เสี่ยต่อ ได้รับเลือกให้นั่ง รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ควบตำแหน่งเลขาธิการพรรค และในการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่3 ‘ต่อพิฆาต’ได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 ด้วยคะแนนท่วมท้น 85.5 %

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวต่อหน้าสมาชิกพรรค ในการที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3 เพื่อเลือก หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการ(กก.บห.)พรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ในช่วงหนึ่งเอาไว้ว่า

“ขอให้เชื่อมั่น หลักการอุดมการณ์เต็มร้อย ไม่ต้องกังวล ผมอยู่ปชป.22 ปี ยืนยันประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ใคร และจะไม่มีวันยอม เชื่อผมได้ แต่ไม่อยากพูดมาก ไม่อยากจะเป็นข่าว เพราะว่ารู้ตัวว่า ผมต้องรับผิดชอบ”

'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%
'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%
'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%
'ต่อพิฆาต' ผงาด 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่9' ด้วยคะแนนท่วมท้น 88.5%

…กมลทิพย์ ใบเงิน…เรียบเรียง

‘สาธิต’ ชำแหละ 4 เหตุผล ประกาศลาออก ‘ประชาธิปัตย์’ เชื่อทยอยตามมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565091

09 ธ.ค. 2566

'สาธิต' ชำแหละ 4 เหตุผล ประกาศลาออก 'ประชาธิปัตย์' เชื่อทยอยตามมา

‘สาธิต’ ลาออกสมาชิก ‘ประชาธิปัตย์’ หลังไร้อุดมการณ์พรรค เล่นพวก ไม่เปิดโอกาสเปลี่ยนแปลงพรรค ผู้นำไร้สัจจะ ยืนยันตัดสินใจด้วยตัวเอง

ภายหลังที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและถอนตัวจากการเข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

ต่อมานายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคด้วยเช่นกัน ยก 4 เหตุผล เนื่องจากสถานการณ์ของพรรคมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงอุดมการณ์เป็นอย่างมาก 

จากที่มาร่วมประชุมรู้สึกว่าเป็นการประชุมเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเหมือนกับรู้ผลมาก่อนล่วงหน้า จะเห็นได้จากเหตุการณ์การจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมามีการไปลงมติให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ทั้งที่พรรคมีมติแล้วว่าให้งดออกเสียง ถือเป็นความชัดเจนว่าทิศทางของพรรคในเชิงอุดมการณ์การเปลี่ยนแปลง

รวมถึงมีกลุ่มหนึ่งในพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับคำว่า “พรรคพวก” มากกว่า “จุดยืนทางการเมือง” ที่ชัดเจน อาจทำให้ทิศทางของพรรคในอนาคตปราศจากจุดยืนทางการเมือง 

ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ไม่เปิดโอกาสปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งที่ในที่ประชุมมีผู้เสนอตัวลงสมัครหัวหน้าพรรค โดยต้องใช้การงดเว้นข้อบังคับโดยใช้เสียง 3 ใน 4 รวมถึงบุลคลที่จะมานำพาพรรคไม่รักษาสัจจะวาจา จึงอาจทำให้เป็นนักการเมืองไม่ได้ เพราะคำพูดและสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนในที่สาธารณะเปรียบเสมือนนโยบายที่ต้องรักษา นักการเมืองที่ดีต้องพึ่งรักษา 

“หลังจากนี้ ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะไปอยู่พรรคไหน แต่วันนี้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค การลาออกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของตนคนเดียวและคิดว่าจะมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่มีแนวความคิดตรงกันก็แล้วแต่จะตัดสินใจ ไม่ได้ชวนใคร” นายสาธิต กล่าว 

'สาธิต' ชำแหละ 4 เหตุผล ประกาศลาออก 'ประชาธิปัตย์' เชื่อทยอยตามมา

‘มาดามเดียร์’ อดชิงหัวหน้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’ พร้อมขอบคุณทุกเสียงสนับสนุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565090

09 ธ.ค. 2566

'มาดามเดียร์' อดชิงหัวหน้า 'พรรคประชาธิปัตย์' พร้อมขอบคุณทุกเสียงสนับสนุน

‘มาดามเดียร์’ อดชิงหัวหน้า ปชป. เสียงไม่ถึง 3 ใน 4 เพื่อยกเว้นข้อบังคับ บอกขอบคุณทุกเสียงสนับสนุน ยันยังไม่ติดสินใจเดินต่อกับพรรคหรือไม่ ขอประเมินสถานการณ์ก่อน

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.

9 ธันวาคม 2556 ในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ  เป็นการจัดการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ องค์ประชุม 260 คน   

เวลา 11.45 น. นายขยัน วิพรหมชัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ลำพูน ได้เสนอชื่อ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีผู้รับรอง 144 คน พร้อมทั้งเสนอญัตติให้การยกเว้นข้อบังคับข้อ 31(6) ที่กำหนดให้ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคได้เคยเป็น สส. หรือรัฐมนตรีของพรรค หรือต้องสังกัดพรรคมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี

น.ส.วทันยา บุนนาค - นายชวน หลีกภัย น.ส.วทันยา บุนนาค – นายชวน หลีกภัย

นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นกล่าวว่า มติ 3 ใน 4 เพื่อยกเว้นข้อบังคับนั้นไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอะไร ถ้าเราจะเปิดโอกาสให้เราได้แข่งขัน จึงอยากสนับสนุนให้องค์ประชุมสนับสนุนให้ น.ส.วทันยา ลงคะแนนและได้แข่งขัน เมื่อแข่งขันแล้วผลออกมาอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น

ผลการยกมือโหวตได้คะแนน 139 เสียง ซึ่งไม่ถึง 3 ใน 4 ขององค์ประชุมคือ 196 เสียง จึงทำให้ น.ส.วทันยา หมดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
 

น.ส.วทันยา บุนนาค ขอบคุณทุกเสียงสนับสนุน ขอประเมินสถานการณ์หลังจากนี้ น.ส.วทันยา บุนนาค ขอบคุณทุกเสียงสนับสนุน ขอประเมินสถานการณ์หลังจากนี้

ต่อมา น.ส.วทันยา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ขอบคุณคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคที่รับรองชื่อของตนในการลงสมัครหัวหน้าพรรคและคะแนนเสียงที่ยกเว้นข้อบังคับพรรค เธอกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เธอตั้งใจมาลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะว่าแม้ตัวเองจะเพิ่งได้มีโอกาสเดินเข้ามาทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ตั้งใจเข้ามาด้วยอุดมการณ์ ด้วยความหวังที่เราเชื่อมั่นและศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่พรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้งเหลือ สส. เพียง 25 คน มันเป็นสิ่งที่สมาชิกพรรคทุกคนรู้สึกหวาดหวั่นว่าอนาคตของพรรคจะเป็นอย่างไร

น.ส.วทันยา กล่าวว่า วันนี้พรรคกำลังยืนอยู่บนทางแพร่ง 2 ทางคือ เราจะเข้าสู่อำนาจเพื่อใช้ระบบอุปถัมภ์ เมื่อวันหนึ่งไม่มีจะให้หรือให้เท่าไรก็ไม่พอ แล้วก็ทำได้แค่เพียงหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสเราอีกครั้ง หรือการใช้อุดมการณ์ จิตวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์ในการที่ทำงานซื่อตรงกับประชาชน ในการที่จะยึดหลักของความถูกต้องเพื่อประชาชน และเป็นหนทางที่เราทำสำเร็จและได้รับแรงศรัทธาจากประชาชนมาตลอด 77 ปี สิ่งที่เคยทำสเร็จในอดีตและความผิดพลาดที่ทำให้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง เพราะว่าเราไม่สามารถสร้างอุดมการณ์ สร้างจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน เพื่อเป็นความหวังและเป็นทางเลือกให้พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ และวันที่กลัวที่สุดคือวันที่เรายืนอยู่บนทางสองแพร่งนี้ว่าจะฟื้นฟูอุดมการร์ได้สำเร็จ หรือจะเปลี่ยนไปแล้ว เธอจึงตัดสินใจลงสมัครหัวหน้าพรรค เพื่อรื้อฟื้นจิตวิญญาณประชาธิปัตย์ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ วิถีทางที่บริสุทธิ์ เหมือนที่หัวหน้าพรรคทั้ง 8 คนได้ทำมาตลอด นั่นคือทางรอดของพรรคประชาธิปัตย์

“เดียร์หวังว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และได้แต่หวังว่าเพื่อนๆ สมาชิกพรรคทุกท่านจะเห็นเหมือนกัน มันทำให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เราหวังว่าจะทำให้ประชาชนจะกลับมาศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง วันนี้แสงแห่งความหวัง แสงแห่งความเปลี่ยนแปลงมันไม่เกิดขึ้น แล้วเราจะคาดหวังแสงแห่งศรัทธาจากประชาชนคืนมมาได้อย่างไร” น.ส.วทันยา กล่าว

เมื่อถามว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ น.ส.วทันยา ตอบว่า ต้องขอประเมิน ทบทวน และรอดูทิศทางของพรรค เราต้องเลือกที่จะทำการเมืองกับพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ตรงกัน แต่ถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็เป็นเรื่องของเราที่ต้องพิจารณาตัวเองว่ายังสมควรที่จะทำงานกับพรรคต่อหรือไม่ 

เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจะมีสัญญาณที่บอกเราเอง ตอนนี้ตัดสินใจว่าจะยังไม่รับตำแหน่งใดๆ แต่ยังจะทำงานที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง เช่น การขับเคลื่อนกฎหมายต่างๆ หรือที่ทำเพื่อประชาชนจะทำต่อ แต่งานที่ทำร่วมกับพรรคจะงดเว้นไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน

‘ชวน’ เสนอชื่อ ‘อภิสิทธิ์’ ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ถอนตัวลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565082

09 ธ.ค. 2566

'ชวน' เสนอชื่อ 'อภิสิทธิ์' ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  อภิสิทธิ์ถอนตัวลาออก

ชวน หลีกภัย เสนอชื่อ อภิสิทธิ์ ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่เจ้าตัวลุกจากที่ประชุมขอถอนตัว พร้อมลาออกทันที

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์  จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3 เพื่อเลือก หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการ (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก

โดยแกนนำและสมาชิกพรรค ต่างทยอยมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชวน หลีกภัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคฯ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าและรักษาเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ในฐานะผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และสมาชิกพรรค เป็นต้น

น.ส.วทันยา บุนนาค ผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 - นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 – นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค

นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมฯ กรณีกระแสข่าวจะขึ้นเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าพรรคฯ ในที่ประชุมฯว่า ถึงเวลาแล้วค่อยบอก 

จากนั้น เวลา 10.08 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 โดยวาระสำคัญวันนี้อยู่ที่วาระการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่โดย นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเสียงรับรองถูกต้อง

ซึ่งระหว่างการประชุม นายชวน กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอเคารพความตั้งใจทุกคนที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือพรรคในยามทุกข์ยาก เราไม่ใช่คนขี้อวด ขี้คุย ขี้โม้ แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ด้อยกว่าหัวหน้าพรรคคนไหนในประเทศไทยที่มีในขณะนี้ เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ จะนำพรรคไปสู่แนวทางประชาธิปไตย ฟื้นสู่แนวทางที่พรรคให้เติบโตขึ้นมาได้ นายอภิสิทธิ์มีความรอบรู้ มีความสามารถนำพาพรรคไปสู่ความก้าวหน้าและสำเร็จ
 

พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่พักการประชุมใหญ่วิสามัญ 10 นาที เพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ และนายเฉลิมชัย ได้พูดคุยกัน ได้กลับมาประชุมอีกครั้ง โดยนายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า จากการพูดคุยเข้าใจตรงกันทุกอย่าง ได้เรียนรักษาการหัวหน้าพรรคจะขอถอนตัวจากการเป็นสมัครหัวหน้าพรรค ด้วยเหตุผลที่แจ้งให้ตนทราบ ขอลาออกจากสมาชิกพรรค แต่ยืนยันไม่มีพรรคอื่น ไม่ไปพรรคอื่น กรีดเลือดเป็นสีฟ้าจนวันตาย เป็นลูกพระแม่ธรณี รับใช้บ้านเมืองวันข้างหน้า ถ้าช่วยพรรคในวันข้างหน้าได้ตนไม่ปฏิเสธ หวังว่าผู้บริหารชุดใหม่จะทำงานได้สำเร็จตามที่นายเฉลิมชัยได้กล่าวไว้กับตน

หลังจากนั้นได้มีเสียงปราบมือเต็มห้องประชุม และนายอภิสิทธิ์ ได้เดินออกจากห้องประชุมทันที

จับตาศึกชิงแม่ทัพประชาธิปัตย์ ‘มาดามเดียร์’ น้อมรับผลตัดสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565069

09 ธ.ค. 2566

จับตาศึกชิงแม่ทัพประชาธิปัตย์ 'มาดามเดียร์' น้อมรับผลตัดสิน

ก่อนเลือกแม่ทัพประชาธิปัตย์ ‘มาดามเดียร์’ ขอสู้ต่อ หวังประชาธิปไตยในพรรค ยืนยันมาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ตัวแทนใคร น้อมรับผลแพ้-ชนะ กลับมาพิจารณาอนาคตการเมือง ลุ้น ‘เฉลิมชัย’ ตอบรับชิงตำแหน่ง ขณะที่กระแสข่าว ‘ชวน’ เสนอชื่อ ‘อภิสิทธิ์’ กลับมา

การประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้จับตาการเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนที่ 9 ที่มีชื่อ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลงชิงตำแหน่ง รวมถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาหัวหน้าพรรค ที่ถูกเทียบเชิญ และกระแสข่าวการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค 

น.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาค

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

ก่อนการประชุม น.ส.วทันยา ย้ำถึงความมั่นใจลงสมัครหัวหน้าพรรค ซึ่งมาถึงจุดนี้เกินกว่าที่จะคิดว่าจะแพ้หรือชนะ แต่คือการสู้ให้ดีที่สุดและจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเอาจิตวิญญาณประชาธิปไตยกลับมา ยืนยันเป็นการตัดสินใจลงสมัครด้วยตัวเอง และไม่ยืนยันจะสามารถดึงเสียงสนับสนุนจากกลุ่ม 21 สส.ได้หรือไม่ แต่จะทำให้ดีที่สุด  

ส่วนจะผ่านมติยกเว้นคุณสมบัติหรือไม่ น.ส.วทันยา ยอมรับ ไม่มั่นใจว่าจะผ่านมติโหวต 3 ใน 4 แต่หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะมีความเป็นประชาธิปไตยและเสรีภาพทางความคิด ยืนยันว่าไม่ได้มาเป็นตัวแทนใคร หรือตัวแทนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่มาด้วยความตั้งใจทำงานระยะยาว มาด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่ผลประโยชน์ และไม่คิดว่าจะย้ายไปไหน หากพรรคเปลี่ยนไป ก็เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจอีกครั้ง

ส่วนผลการเลือกตั้งจะออกมาแพ้หรือชนะ ขอประเมินอีกครั้งว่า อุดมการณ์และวิถีการเมืองที่ศรัทธาเชื่อถือนั้น ได้เปลี่ยนแนวคิดอุดมการณ์และไม่ได้เป็นอย่างที่ศรัทธา ต้องเป็นเรื่องที่พิจารณาว่ายังเหมาะสมกับพรรคการเมืองนั้นอยู่หรือไม่ หากแพ้การเลือกตั้ง ขอประเมินการทำงานการเมือง ไม่ขอรับตำแหน่งใดจนกว่าจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนของพรรค ที่หวังว่าวิถีการเมืองของประชาธิปัตย์จะไม่เปลี่ยนไป และยังไม่ได้ชูใครเป็นเลขาธิการพรรคเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค รวมถึงนายเฉลิมชัย นายชวน หลีกภัย หรือนายอภิสิทธิ มาก่อน และไม่ทราบ ไม่ขอก้าวล่วงกรณีกระแสข่าวว่านายชวนจะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เข้าชิง 

ขณะที่นายชวน ไม่ตอบชัดเจนว่าจะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ลงสมัครหัวหน้าพรรคหรือไม่ ขอให้ถึงเวลาแล้วจะบอกอีกครั้ง และพูดถึง กรณีการเสนอนายเฉลิมชัยและหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ก็ถือว่า สมาชิกเลือกใครเป็นหัวหน้าก็เป็นไปตามสมาชิก

ด้านนายอภิสิทธิ์ บอกว่า ยังไม่ทราบกระแสข่าวที่นายชวน จะเสนอชื่อตนเองชิงหัวหน้าพรรค 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายชวน หลีกภัยนายชวน หลีกภัย

พาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.บึงกาฬ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774198

พาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.บึงกาฬ

พาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.บึงกาฬ

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.46 น.

“พาณิชย์” จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด จ.บึงกาฬ นำสินค้าจากผู้ประกอบการ เกษตรกร SMEs วิสาหกิจชุมชน รวม 10 หมวดสินค้า กว่า 500 รายการ ลดสูงสุด 60% มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เผยมีสินค้าไฮไลต์ ราคาพิเศษ ทั้งไข่ไก่ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ หมูเนื้อแดง ไก่ และส้ม จำหน่ายทุกวันด้วย

นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นประธานในพิธีเปิดงานธงฟ้าราคาประหยัด จังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 9–11 ธันวาคม 2566 ณ โรงเรียนพรเจริญวิทยา อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ผนึกกำลังกับผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหชุมชน รวมทั้งผู้ประกอบการจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 500 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสาเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ายาซักผ้า ของใช้ประจาวัน เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าชุมชน เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจาหน่ายสินค้าไฮไลต์ และสินค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 95 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 40 บาท ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (5 กก.) ถุงละ 150 บาท หมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 100 บาท ไก่น่องสะโพก กิโลกรัมละ 60 บาท และส้ม กิโลกรัมละ 35 บาท

ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการลด รายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจาหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า และยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
 

กรมปศุสัตว์แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากสุกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774196

กรมปศุสัตว์แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากสุกร

กรมปศุสัตว์แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากสุกร

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.32 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ แจงกรณี “บริบูรณ์-ไทกร” กล่าวหาถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากเนื้อและชิ้นส่วนสุกรไปประเทศที่สาม ยืนยันปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พร้อมนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนการทำลายซากสินค้าของกลางเป็นไปตามระเบียบ

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายบริบูรณ์ ลออปักษิณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศิขันทิน จำกัด และบริษัทสมายล์ ท็อปเค จำกัด ซึ่งเป็น 2 บริษัทล่าสุดในคดีพิเศษที่ 59/2566 ได้เข้าพบคณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา และได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์กลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากชิ้นส่วนสุกรไปประเทศที่สาม รวมทั้งได้ทำหนังสือร้องเรียนและยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง นอกจากนี้แล้ว นายไทกร พลสุวรรณ ได้สื่อสารผ่านทาง Social Media หลายครั้ง กล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์กลั่นแกล้งไม่ยอมออกใบอนุญาตนำผ่านให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง นั้น 

กรมปศุสัตว์ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งให้บริษัทดังกล่าวได้รับความเสียหายตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งในเบื้องต้นกรมปศุสัตว์ขอสรุปลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

1. ในปี 2565 ระหว่างเดือนสิงหาคม – ตุลาคม สินค้าซากสุกร ของบริษัท ศิขัณทิน จำกัด และบริษัท สมายด์ ท็อปเค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้ขนส่งทางเรือเข้ามาในราชอาณาจักรที่ท่าเรือแหลมฉบัง สินค้าซากสุกรทั้ง 2 บริษัท ไม่ได้ขออนุญาตนำเข้า/นำผ่านสินค้ากับกรมปศุสัตว์ และไม่มีเอกสารที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้า มาแสดงต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ส่งผลให้สินค้าดังกล่าวถูกยึดตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (หรือที่เรียกว่า บัญชี List F)

2. ต่อมาปี 2566 เดือนเมษายน – พฤษภาคม นายบริบูรณ์ ลออปักษิณ เจ้าของทั้ง 2 บริษัท ได้มายื่นคำขออนุญาตนำเข้า/นำผ่านซากเนื้อและชิ้นส่วนสุกร ต่อด่านกักกันสัตว์ชลบุรี กรมปศุสัตว์  โดยยื่นคำขอมาที่ระบบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) กองสารวัตรและกักกันได้ตรวจสอบคำขอแล้ว พบว่าเอกสารและการกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ ในการอนุญาตนำเข้า/นำผ่าน ซากสัตว์ เนื่องจากสินค้าตกเป็นของแผ่นดินแล้ว รวมถึงเอกสารและขั้นตอนการดำเนินการ ไม่ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ ของกรมปศุสัตว์ กองสารวัตรและกักกันจึงไม่อนุญาตให้นำเข้า/นำผ่าน สินค้าซากสุกร

3. เดือนมกราคม 2566 นายบริบูรณ์ ลออปักษิณได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง โดยกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติในหน้าที่ โดยไม่อนุญาตให้นำเข้านำผ่านสินค้าซากสุกร ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตน และต่อมาศาล ฯ มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง

4. เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 บริษัท ศิขัณทิน จำกัดได้ยื่นฟ้องกรมปศุสัตว์ต่อศาลปกครองกลาง เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 243.9 ล้านบาท และขอทุเลาการบังคับมิให้ทำลายสินค้าซากสุกร ซึ่งศาลปกครองพิจารณาแล้ว จึงมีคำสั่งไม่ทุเลาการทำลายซากสินค้าสุกรตามที่บริษัทฯ ร้องขอ โดยกรมปศุสัตว์ได้ทำลายซากสุกรทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์พร้อมจะนำพยานหลักฐานและเอกสารต่างๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตตามระเบียบและกฎหมาย และสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ได้

‘ธรรมนัส’ประชุมคณะอนุกก.ส่งเสริมพัฒนาอาชีพฯ สร้างความมั่นคงกลุ่มเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774084

'ธรรมนัส'ประชุมคณะอนุกก.ส่งเสริมพัฒนาอาชีพฯ สร้างความมั่นคงกลุ่มเกษตรกร

‘ธรรมนัส’ประชุมคณะอนุกก.ส่งเสริมพัฒนาอาชีพฯ สร้างความมั่นคงกลุ่มเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.32 น.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ครั้งที่ 2/2566 เปิดเผยว่าที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่ 1/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จำนวน 11 คณะ ดังนี้ 1. คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน 2. คณะอนุกรรมการจัดที่ดิน 3. คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด 4. คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) 5. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน 6. คณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน 7. คณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม และประเมินผล 8. คณะอนุกรรมการสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน 9. คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1: 4000 (One map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินรัฐ 10. คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) และ 11. คณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยภาพรวมการดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2566 มีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 1,582 พื้นที่ 71 จังหวัด เนื้อที่ 5.8 ล้านไร่ พื้นที่เห็นชอบการจัดที่ดินแล้ว 1,372 พื้นที่ เนื้อที่ 4.3 ล้านไร่ พื้นที่ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 523 พื้นที่ 2.4 ล้านไร่ ดำเนินการจัดราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์แล้ว 393 พื้นที่ 85,403 ราย เนื้อที่ 587,357 ไร่ ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดแล้ว จำนวน 312 พื้นที่ 66 จังหวัด หน่วยงานในคณะอนุกรรมการฯ บูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ คทช. ดำเนินการตามกรอบภารกิจ 6 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นฐานข้อมูล Zoning โดยกรมพัฒนาที่ดิน จัดทำระบบระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ คทช. ส่งเสริมการปรับปรุงคุณภาพดิน เป้าหมาย 14,000 ไร่ 4,000 ราย ผลการดำเนินงาน 13,696 ไร่ 4,008 ราย กรมป่าไม้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ลุ่มน้ำ 3, 4 และ 5 ก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2541 ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย จำนวน 12,470 ไร่ เกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ 1,799 ราย

2) ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู และปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ พร้อมระบบกระจายน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านช่อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมาย 3) ด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด อาทิ ถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่แก่เกษตรกร การส่งเสริมการทำการเกษตรแก่เกษตรกรต้นแบบ กิจกรรมพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ คทช. กิจกรรมยกระดับรายได้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

4) ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ในปี 2566 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1. สหกรณ์การเกษตรบ้านหนองแสง จำกัด จ.มหาสารคาม 2. กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์เวียงเก่าเขาเขียว จ.ขอนแก่น มีจำนวนสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ คทช. ทั้งหมด 86 แห่ง แบ่งเป็น ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ 60 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่เดิม 26 แห่ง 5) ด้านสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนเงินทุนกู้ยืมโดยกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ให้แก่สถาบันเกษตรกรในพื้นที่คทช. เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ในการประกอบอาชีพ รวบรวมผลผลิต จัดหาปัจจัยการผลิต เพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ รวมจำนวน 17 แห่ง และ 6) ด้านการส่งเสริมและการจัดทำบัญชีครัวเรือน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อบรมการจัดทำบัญชีรับ จำนวน 1,400 ราย กำกับ แนะนำ การจัดทำ บัญชี จำนวน 983 ราย ติดตามจัดเก็บข้อมูลการจัดทำบัญชี จำนวน 983 ราย

ขณะเดียวกันที่ประชุมเห็นชอบร่างคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ในพื้นที่ คทช. และร่างคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่ คทช. เพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันในพื้นที่ คทช. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ประธานอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด) ลงนามแต่งตั้งต่อไปด้วย

– 006