สำนักงาน กปร. เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘ดิน น้ำ ป่าไม้ พลังงานทดแทน สมดุลสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773829

สำนักงาน กปร. เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘ดิน น้ำ ป่าไม้ พลังงานทดแทน สมดุลสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ’

สำนักงาน กปร. เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘ดิน น้ำ ป่าไม้ พลังงานทดแทน สมดุลสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.09 น.

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ขอเชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติผลสำเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “ดิน น้ำ ป่าไม้ พลังงานทดแทน สมดุลสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ในงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙ และงานประชุม International on Biodiversity ๒๐๒๓ ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖ ณ หอรัชมงคล สวนหลวง ร.๙  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศ์ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่ประชาชน สร้างความตระหนักรู้ และความซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจ พร้อมน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติสืบต่อไป

-(016)

ฉลองครบรอบ 12 ปี สมาคมกงสุลฯ สานสัมพันธไมตรี ทูต-กงสุลฯ ร่วมยินดีกว่า 90 ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773825

ฉลองครบรอบ 12 ปี สมาคมกงสุลฯ  สานสัมพันธไมตรี ทูต-กงสุลฯ ร่วมยินดีกว่า 90 ประเทศ

ฉลองครบรอบ 12 ปี สมาคมกงสุลฯ สานสัมพันธไมตรี ทูต-กงสุลฯ ร่วมยินดีกว่า 90 ประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.02 น.

สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) จัดงานครบรอบ 12 ปี กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นคณะกงสุลฯ ในประเทศไทย โดยความร่วมมือของ อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ซึ่งได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ จาก 50 ประเทศ รวมทั้งสมาชิกกงสุลฯ อีกกว่า 40 ประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ฯลฯ ร่วมยินดีอบอุ่น ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ 

ดร.ชุมพล พรประภา กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฟิจิประจำประเทศไทย และในฐานะประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงวาระครบรอบ 12 ปีของการก่อตั้งสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) 

“นับเป็นโอกาสอันดีที่สมาชิกได้กลับมาใกล้ชิดกระชับสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันประจำปี เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน ปัจจุบันกงสุลฯ ต่างประเทศประจำเทศไทยมีกว่า 100 แห่ง มีกงสุลฯ เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคม 71 แห่ง ทางสมาคมฯ ตั้งเป้าขยายเปิดรับสมาชิกเพื่อให้สมาคมฯ แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ทำให้การพบปะสังสรรค์หยุดชะงักไป วันนี้ทุกกลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยสมาคมฯ ยังเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการเจรจาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยสมาชิกกงสุลฯ พร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการประชาสัมพันธ์ทั้งภาคเศรษฐกิจการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวเพื่อสานสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างประเทศ”

นายสนั่น อังอุบลกุล กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สหรัฐสาธารณรัฐมัลดีฟส์ประจำประเทศไทย ประธานที่ปรึกษาสมาคมคณะกงสุลกิตติศักดิ์ฯ และในฐานะประธานกรรมการหอการค้า และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึง บทบาทหน้าที่ของคณะกงสุลฯ สำคัญคือการเป็นสะพานเชื่อมสองประเทศ คือประเทศผู้รับ กับประเทศผู้ส่ง กงสุลฯแต่ละประเทศต้องเป็นผู้ประสาน ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ในฐานะเป็นกงสุลฯ ทำให้สามารถเข้าถึงได้ทุกระดับเป็นประโยชน์ต่อประเทศ นอกจากทางการทูต ทุกวันนี้ต้องให้ความสำคัญเศรษฐกิจ ที่จะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันด้วย 

งานครั้งนี้เป็นการฉลองแบบจัดเต็มครบทุกรสชาติ รวมถึงธีมอาหารนานาชาติสำหรับแขกทูตานุทูตจากทั่วทุกทวีป ปิดท้ายด้วยไฮไลท์บรรยากาศคอนเสิร์ตจากวงบุรินทร์ ถือโอกาสเชื่อมความสัมพันธ์และเติมเต็มความสุขสนุกสนานไปพร้อมกัน

-(016)

รมว.แรงงาน ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านบริการประกันสังคมที่ทันสมัย บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773820

รมว.แรงงาน ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านบริการประกันสังคมที่ทันสมัย บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน

รมว.แรงงาน ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านบริการประกันสังคมที่ทันสมัย บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.55 น.

7 ธันวาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เกียรติเป็นประธานการจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม ภูมิภาค (ภาคใต้) ภายใต้หัวข้อ “SSO Innovative and Data Driven 33 ปี ก้าวสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม เพื่อการบริการที่ทันสมัย” พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนกระทรวงแรงงานเข้าสู่กระทรวงเศรษฐกิจ ให้กับผู้เข้าร่วมประชุม โดยมี นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ผู้ประกันตน (ภาคใต้) ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมวังใต้ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในวันนี้ ผมมีความยินดียิ่งที่ได้มาเป็นประธานการจัดประชุมวิชาการประกันสังคม ภูมิภาค (ภาคใต้) ภายใต้หัวข้อ “SSO Innovative and Data Driven 33 ปี ก้าวสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม เพื่อการบริการที่ทันสมัย” ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดจากการประชุมวิชาการประกันสังคม ประจำปี 2566 ที่อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนางานประกันสังคมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ด้านการใช้ข้อมูลตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ ตลอดจนมีข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมว่า ควรจัดประชุมเพิ่มเติมและกระจายไปสู่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้น จึงได้มีการขยายผลการจัดประชุมวิชาการประกันสังคมไปยังภูมิภาคทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาในการกำหนดจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม ภูมิภาค ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้

รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า การจัดประชุมวิชาการประกันสังคม ภูมิภาค ครั้งนี้ สำหรับ 14 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล มีพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ ผลิตผลทางการเกษตร แหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจ ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้หลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มในการพัฒนาทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับประเทศแล้ว ยังส่งผลให้เศรษฐกิจภาคใต้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว ตลาดแรงงาน โดยภาคใต้มีสถานประกอบการในระบบประกันสังคมทั้งหมด 55,642 แห่ง มีผู้ประกันตนมาตรา 33, 39, 40 จำนวนทั้งสิ้น 2,734,299 คน ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมได้จัดเก็บข้อมูลแรงงาน เพื่อบูรณาการการเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กร และนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการปฏิบัติงาน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัล ทำให้สามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึก นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ในการกำหนดนโยบายหรือแนวทางต่างๆ นวัตกรรมใหม่ๆ (Innovative) นำไปแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้ประกันตน เพื่อขยายผลการใช้งานระบบฐานข้อมูลไปยังสำนักงานประกันสังคมส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเพิ่มช่องทางการให้บริการผ่านเว็บไซต์ http://www.sso.go.th  เช่น การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนผ่านระบบบริการ e-service การยื่นขอเบิกจ่ายประโยชน์ทดแทนด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Self Service การจ่ายสิทธิประโยชน์ ผ่านบริการพร้อมเพย์ การยื่นแจ้งการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานผ่านระบบ e-compensate และการชำระเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 40 ผ่านเคาน์เตอร์ cenpay Power Buy บุญเติม ให้สามารถทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง ทุกที่ทุกเวลาทุกช่องทาง รวมทั้งแนวทางในการบริหารจัดการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายสำคัญของนโยบายกระทรวงแรงงาน “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันสังคมเด่น เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” พร้อมก้าวสู่องค์กรแห่งความเชื่อมั่นด้านการให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย                                             

-(016)

‘พิพัฒน์’ สั่งเลขาฯ สปส.เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตเหตุรถทัวร์ตกไหล่ทางที่ จ.ประจวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773817

‘พิพัฒน์’ สั่งเลขาฯ สปส.เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตเหตุรถทัวร์ตกไหล่ทางที่ จ.ประจวบ

‘พิพัฒน์’ สั่งเลขาฯ สปส.เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตเหตุรถทัวร์ตกไหล่ทางที่ จ.ประจวบ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.51 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้ที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์รถโดยสารปรับอากาศเสียหลักตกไหล่ทางชนต้นไม้ บริเวณถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ใกล้ทางเข้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมรีบสั่งการให้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่เป็นผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็ว

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมายให้ นางสาวอังสุมาลี ยอดยิ่งวิทยา นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบข้อมูลว่า รถทัวร์คันดังกล่าว มีผู้โดยสารทั้งหมด 49 ราย ได้รับบาดเจ็บ 35 ราย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัย และมูลนิธินำส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ประกันตน จำนวน 5 ราย ดังนี้

          1. นางสาวTHIDAR MON (พม่า) เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

          2. นายสมศักดิ์ มากเอียด เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

          3. นางสาวนพวรรณ จันทเลิศ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

          4. นางสาวมนทิรา ทองคำ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

          5. นายกิตติศักดิ์ ดำหนูอินทร์ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 

          ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทับสะแก จำนวน 3 ราย ดังนี้

          1. นายHLA WIN (พม่า) เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

          2. นายหมัดอาสัน หมัดแสะ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

          3. นายอนุชา บุญมาเลิศ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 

จากการตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 14 ราย เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 , 39 และ 40 จำนวน 9 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน มีรายชื่อดังนี้

1. นางสาวยุวดี สุรรณอินทร เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับสิทธิประโยชน์ค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 90,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ 99,810.78 บาท

2. นายมัณฑนธาดา สุจริตธุรการ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับสิทธิประโยชน์ค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 30,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ 54,306.77 บาท

3. นางสาวอัญชลี  แฝงจันดา เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับสิทธิประโยชน์ค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 65,400 บาทและเงินบำเหน็จชราภาพ 89,993.96 บาท

4. นางสาวมณฑิรา  ดีมา เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้รับสิทธิประโยชน์ค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 9,600 บาทและเงินบำเหน็จชราภาพ  34,553.35  บาท

5. นายสุทธิรักษ์ ศิริมนตรี เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับสิทธิจากกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานขณะขับรถให้บริษัท ศรีสยามเดินรถ จำกัด มีค่าทำศพ 50,000 บาท ค่าทดแทนรายเดือนระยะเวลา 10 ปี เงินบำเหน็จชราภาพ 41,683.26 บาท       

6. นายสมบูรณ์  เหล็มเนียม เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับสิทธิประโยชน์ค่าทำศพ 25,000 บาท และเงินชราภาพ 1,050 บาท

7. พระอัฏฐ์ชานัช กะนะหาวงศ์ เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ได้รับสิทธิประโยชน์เงินชราภาพ 19,110 บาท

8. นางสาวละมัย  คงใหม่ เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ได้รับสิทธิประโยชน์ เงินชราภาพ  4,113.30 บาท      

9. นายเฉลิมวุฒิ จันทร์คำ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับสิทธิประโยชน์ค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 24,720 บาท  และเงินบำเหน็จชราภาพ 71,264.75 บาท

สำหรับผู้ประกันตนที่เสียชีวิต ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการประสานติดตามทายาทผู้มีสิทธิให้มาติดต่อขอรับประโยชน์ทดแทน เพื่อจะได้วินิจฉัยสั่งจ่ายประโยชน์ทดแทนต่อไป ทั้งนี้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมายให้นางสาวอังสุมาลี ยอดยิ่งวิทยา นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และที่โรงพยาบาลทับสะแก จำนวน 8 ราย เพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมชี้แจงสิทธิประโยชน์กรณีประสบอุบัติเหตุหรือ เจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมถึงได้ประสานโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาล เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

-(016)

BCH ได้รับใบประกาศนียบัตรด้านการต่อต้านการคอร์รัปชั่นจากสถาบัน CAC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773811

BCH ได้รับใบประกาศนียบัตรด้านการต่อต้านการคอร์รัปชั่นจากสถาบัน CAC

BCH ได้รับใบประกาศนียบัตรด้านการต่อต้านการคอร์รัปชั่นจากสถาบัน CAC

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.36 น.

7 ธันวาคม 2566 ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับใบประกาศนียบัตร CAC ในงาน CAC National Conference 2023 ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

ซึ่งงานดังกล่าวจัดโดยแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ CAC ภายใต้หัวข้อ “Public-Private Collaboration: A Strong Collective Action Against Corruption ผนึกกำลังไตรภาคี สร้างความแข็งแกร่ง เพื่อความยั่งยืน“ โดยประกาศนียบัตรถือเป็นการประกาศเกียรติคุณให้กับบริษัทที่ผ่านการรับรองจาก CAC ซึ่ง BCH ได้รับการรับรองต่ออายุเป็นครั้งที่ 2 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนทั้งองค์กรโดยคำนึงถึงการต่อต้านคอร์รัปชันมาอย่างต่อเนื่อง

รางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของโรงพยาบาลในการดำเนินกิจการ รวมถึงความพยายามในการที่จะขยายความรับผิดชอบนี้ให้กับบริษัทคู่ค้า และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกันอื่น ๆ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ปราศจากการคอร์รัปชันต่อไป

-(016)

DGA จัดงานยิ่งใหญ่ทำเนียบรัฐบาลได้มีการมอบรางวัล Digital Government Awards 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773784

DGA จัดงานยิ่งใหญ่ทำเนียบรัฐบาลได้มีการมอบรางวัล Digital Government Awards 2023

DGA จัดงานยิ่งใหญ่ทำเนียบรัฐบาลได้มีการมอบรางวัล Digital Government Awards 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.35 น.

นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2566 “Digital GovernmentAwards 2023”แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการยกระดับองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลจำนวนทั้งสิ้น 150 รางวัล ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGAเพื่อเป็นผลสะท้อนการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงความสำเร็จของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ โดยมี นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัยประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลดร.สุพจน์ เธียรวุฒิผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ในการนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชม ยินดีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2566 พร้อมกล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลที่เกิดจากความมุ่งมั่นพัฒนาของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศส่งผลให้อันดับรัฐบาลดิจิทัลไทยพุ่งขึ้นมาลำดับที่ 19 จาก 66 ประเทศ และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ในปี 2023 จากการจัดอันดับ World Digital Government (Waseda-IAC World Digital Government Ranking) ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ทั้งนี้ รัฐบาลตระหนักดีว่าการบริหารงานและการให้บริการที่ตอบโจทย์ประชาชนแบบตอบสนองทันท่วงทีอาจไม่เพียงพอรัฐบาลจำเป็นต้องปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของประชาชนยกระดับบริการภาครัฐ สิ่งสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำ คือ การปรับปรุงบริการออนไลน์ภาครัฐเพื่อให้การติดต่อกับภาครัฐเป็นเรื่องง่ายไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญการเข้าถึงสวัสดิการและบริการสาธารณะ หรือการสมัครใบอนุญาตต่าง ๆ พร้อมทั้ง สร้างความมั่นใจต่อผู้รับบริการว่าขั้นตอนต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นโปร่งใส และสามารถเข้าถึงได้จากที่บ้านของทุกคน รวมถึงการสร้างมุมมองที่เป็นประสบการณ์ทั้งหมดของประชาชนด้วยข้อมูล Single View of Citizen หรือ
360-degree Customer View เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลมีความเข้าใจที่สมบูรณ์เกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์และการทำธุรกรรมระหว่างประชาชนกับภาครัฐ ซึ่งแนวคิดนี้จะส่งเสริมการให้บริการมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี และต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพและถูกต้อง เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันได้ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวผ่านการให้สิทธิและควบคุมข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมทั้งการนำเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้วิเคราะห์เชิงลึก และปรับปรุงบริการภาครัฐ ต่อยอดนวัตกรรมบริการ ร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้สำเร็จสามารถรองรับการให้บริการออนไลน์ทั่วทั้งประเทศ

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกล่าวรายงานถึงโครงการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐว่า ปัจจุบันภาครัฐมีบริการดิจิทัลที่หลากหลายมิติครอบคลุมบริการประชาชนในทุกช่วงชีวิต อาทิ แพลตฟอร์มบริการกลาง และบริการดิจิทัลเพื่อประชาชน เป็นผลเนื่องมาจากโครงการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐที่เป็นเครื่องมือสำคัญให้รัฐบาลสามารถติดตามก้าวหน้าในการปรับเปลี่ยนหน่วยงานภาครัฐสู่องค์กรดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ก็สามารถกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมดังผลสำเร็จที่เป็นที่ประจักษ์ในเวทีรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งในปีนี้ได้แบ่งรางวัลเป็น 5 รางวัล ได้แก่ รางวัลรัฐบาลดิจิทัล สำหรับหน่วยงานมีคะแนนความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลรวมสูงสุดรางวัลเฉพาะด้านประจำปี ประกอบด้วย 3 รางวัลย่อย คือ รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ และรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านบุคลากรดิจิทัลรางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นรางวัลพัฒนาการดีเด่น และ รางวัลท้องถิ่นดิจิทัล

ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่าโครงการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ในปีนี้ DGA ได้สำรวจหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า และ หน่วยงานระดับจังหวัด รวมทั้งสิ้น 376 หน่วยงาน จากผลการสำรวจ พบว่า หน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่า มีสัดส่วนหน่วยงานที่มีความพร้อมในขั้นริเริ่ม ขั้นต้น ขั้นกลาง ลดลงและมีความพร้อมระดับขั้นสูงเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการมีพัฒนาการด้านความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลที่สูงขึ้นในภาพรวม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่ายังมีระดับความพร้อมอยู่ในระดับขั้นกลางเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดที่ร้อยละ 44.52 จากผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นถึงหน่วยงานระดับกรมมีคะแนนความพร้อมด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านการบริการภาครัฐ
ซึ่งจากผลสำรวจสามารถนำมากำหนดเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้ 4 ประการ ดังนี้

1. มุ่งเน้นการบริหารจัดการข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาล หรือ Data Governance ควบคู่ไปกับการเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก Open by Default และดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2. ส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐ และติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบและน่าเชื่อถือ

3. ยกระดับการให้บริการดิจิทัลผ่านการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มกลางที่ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ด้วยแนวคิด Inclusion by Design และประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้บริการดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้น อีกทั้ง สนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการตัดสินใจ หรือ e – Decision – Making ทั้งเชิงนโยบาย และการออกแบบบริการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ

และ 4. ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นมาตรฐาน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นอกจากนี้ DGA ในฐานะหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ได้ผลักดันและสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในด้านสำคัญมาโดยลำดับ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐการให้บริการแพลตฟอร์มกลางระบบสื่อสารด้วยอีเมลและระบบประชุมออนไลน์สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐแพลตฟอร์มกลางท้องถิ่นดิจิทัลสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ได้ให้คำปรึกษาและสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ ใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติราชการตาม พ.ร.บ.ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 อย่างต่อเนื่อง เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้าถึงบริการภาครัฐที่ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม

‘อัศวโสภณ’เปิดตัว Bose Professional 2 รุ่น PowerShare X และ S1 Pro+

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773782

'อัศวโสภณ'เปิดตัว Bose Professional 2 รุ่น PowerShare X และ S1 Pro+

‘อัศวโสภณ’เปิดตัว Bose Professional 2 รุ่น PowerShare X และ S1 Pro+

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.32 น.

บริษัท อัศวโสภณ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า BOSE Professionalจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด2รุ่น Bose PowerShare Xแอมปลิฟายเออร์อัจฉริยะที่สามารถจัดสรรพลังขับให้กับโซนใช้งานต่างๆได้อย่างยืดหยุ่นและลงตัว และBose S1 Pro+ลำโพง Portable PA ยอดนิยมรุ่นล่าสุดที่มอบประสบการณ์เสียงระดับมืออาชีพได้ในทุกที่ทุกเวลา พกพาเคลื่อนย้ายไปได้ทุกที่โดยในงานได้รับความสนใจจากดีลเลอร์และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วประเทศรวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

คุณรัตนชัย อัศวโสภณกรรมการผู้จัดการสายงานสร้างสรรค์ธุรกิจ บริษัท อัศวโสภณ เผยว่า “สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ทีมงานและผู้บริหารจาก Bose Professional ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากอัศวโสภณ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำของแบรนด์BOSE x ASAVASOPONในการนำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกความต้องการครั้งนี้เราเปิดตัวทั้งหมด 2 รุ่น ในกลุ่มของ BOSE Professionalเป็นสินค้าในกลุ่มที่เราได้เห็นและได้ใช้ในชีวิตประจำวันได้แก่ BOSE S1Pro+ Wireless PA System และ Bose PowerShare X  ประกอบด้วย  BOSE PowerShareX1204D ,PowerShareX2404D และ PowerSahareX8404Dเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลาย ที่ช่วยมอบประสบการณ์เสียงในระดับมืออาชีพ และนวัตกรรมที่ล้ำสมัย

คุณรัตนชัย อัศวโสภณกล่าวต่อว่า “สำหรับทั้ง 2 รุ่นที่ได้เปิดตัวในครั้งนี้ มีความพิเศษแตกต่างกัน ดังนี้

BOSE S1Pro+ Wireless PA System พัฒนามาจากลำโพงที่ขายดีของ Bose ตัวเก่าคือ S1Pro Portable Bluetooth Speaker System โดยรุ่นใหม่ได้ปรับรูปลักษณ์ให้ทันสมัยมีการใช้ Technology และ Features ที่เป็นดิจิตอลมากขึ้นโดยเฉพาะความเร็วและอุปกรณ์เสริมระบบ Wireless ที่เพิ่มฟังก์ชั่นอุปกรณ์เสริม Transmitter สำหรับไมค์และเครื่องดนตรีให้เชื่อมต่อได้แบบไร้สายทำให้ BOSE S1Pro+ ใช้งานได้ง่ายขึ้นเพิ่มความสะดวกในการพกพา สามารถพกไปติดตั้งเองคนเดียวได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญหมดปัญหาความยุ่งยากในการตั้งค่าและการเดินสะดุดสายไฟระหว่างใช้งาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ทั้ง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มทั่วไป ที่ต้องการสร้างความสุขทั้งภายในและภายนอกบ้าน ไม่ว่าจะเล่นเพลง ร้องเพลง และพกพาสะดวก จึงเหมาะกับงานรื่นเริงปาร์ตี้กิจกรรมต่างๆ,กลุ่มงานนำเสนอ (Presentation) ทั้งภาควิชาการและสันทนาการ ด้วยลำโพงที่ง่ายต่อการโยกย้ายและสะดวกด้วยการเชื่อมต่อไมโครโฟนไร้สาย จึงเหมาะกับงานประกาศ งานเลี้ยงรับรอง ห้องเรียนคลาสต่างๆ ห้องประชุมย่อย  และ กลุ่มงานดนตรี เป็นลำโพงให้ได้ทั้งเวทีเล็กและใหญ่ สามารถนำมาเป็นลำโพง Monitor ให้นักดนตรีได้ด้วย ด้วยระบบการเชื่อมต่อไมโครโฟนและเครื่องดนตรีแบบไร้สาย จึงเหมาะกับการแสดงดนตรี ไลฟ์แบนด์ ทั้งเล่นเองหรือในร้านอาหาร ผับ บาร์ต่างๆ ซึ่งแบรนด์ BOSEได้เล็งเห็นความสำคัญยังคงเน้นความหลากหลายในการใช้งานและคุณภาพเสียงที่ดีเหมือนเดิม

ในส่วนของ อีกรุ่นที่ได้ทำการเปิดตัวในวันนี้ Amplifier รุ่น BOSE PowerShareXประกอบด้วย “BOSE PowerShareX1204D  / PowerShareX2404D / PowerShareX8404Dเป็นแอมปลิฟายเออร์กำลังสูงรุ่นล่าสุด ใช้เพียงตัวเดียวสามารถรองรับลำโพงได้หลายตัว มาพร้อมความสามารถในการจัดแบ่งกำลังขับเสียงให้แต่ละโซนใช้งานได้อย่างอิสระและยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ออกแบบระบบเสียงเหมาะ สำหรับการใช้งานในพื้นที่น้อยใหญ่หรือแม้แต่เวทีการแสดงได้ตามต้องการช่วยประหยัดทั้งพื้นที่ติดตั้งที่แต่เดิมต้องใช้ Amplifier หลายตัว และยังประหยัดเวลาในการตั้งค่าและใช้งานด้วยระบบจัดการที่ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น รองรับอินพุทได้ทั้ง Analog และ Digital ผ่านช่อง Dante แอมป์รุ่นใหม่นี้มีความทนทานและให้ความเสถียรในการใช้งานในระดับสูง ปรับแต่งได้ตั้งค่าได้หลากหลายทำให้ BOSE PowerShareXคือหนึ่งใน นวัตกรรมที่ล้ำหน้าอย่างแท้จริงเหมาะกับลูกค้ากลุ่มงานโครงการทุกประเภท ทั้งงานระบบเสียงสำหรับสถานที่ขนาดใหญ่อย่าง ศูนย์การค้า สนามกีฬา ศาสนสถาน เวทีการแสดง หอประชุม มหาวิทยาลัย โรงเรียน สถานออกกำลังกาย หรือสถานที่ขนาดกลางและเล็กอย่าง โรงแรม คอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ โดยมีกำลังขับให้เลือกให้เหมาะกับการใช้งานถึง 3 ระดับ ตามความเหมาะสม”

ในส่วนของราคาเปิดตัวในครั้งนี้

BOSE S1 Pro+ Wireless PA System 33,790

BOSE PowerShareX1204D

BOSEW PowerShareX2404D

BOSE PowerSahareX8404D

สำหรับผู้สนใจ อัศวโสภณยินดีให้บริการคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 60 ปี สามารถทดลองและรับชม พร้อมรับคำแนะนำฟรี ได้ที่ อัศวโสภณทุกสาขา ได้แก่ สำนักงานใหญ่รามคำแหง สยามพารากอน เซ็นทรัลเอ็มบาสซี เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ หรือ โทร. 02 234 6467-8 หรือไลน์ @asavasopon เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเสียงที่ยินดีรับฟังปัญหาและความต้องการ พร้อมให้บริการด้วยใจ ครบทุกประเภทครบทุกความต้องการ และยังสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม ความเคลื่อนไหวของ อัศวโสภณ ได้ที่ช่องทางwww.asavasopon.co.th / Facebook: Asavasopon” คุณรัตนชัย กล่าวทิ้งท้าย

คนไทยกว่า 46% มีความเสี่ยงต่อโรคปลายประสาทอักเสบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773761

คนไทยกว่า 46% มีความเสี่ยงต่อโรคปลายประสาทอักเสบ

คนไทยกว่า 46% มีความเสี่ยงต่อโรคปลายประสาทอักเสบ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.50 น.

สำหรับกิจกรรมวันเบาหวานโลกปี 2023P&G Health ยังคงสานต่อความพยายามในการสร้างความตระหนักรู้ด้วยแคมเปญใหม่#KnowtheSigns เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคเบาหวานและภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวานกับโรคปลายประสาทอักเสบและการขาดวิตามินบี เพื่อให้มีตรวจพบและรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อีกทั้งทางบริษัทได้มีการนำเสนอข้อมูลใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าประชากรไทยมากถึง 46% มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ

รู้หรือไม่?

  • โรคเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของโรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน8
  • ในปี 2021 ความชุกของโรคเบาหวานในประเทศไทยอยู่ที่ 9.7% หรือประมาณ 6.1 ล้านคน (International Diabetes Federation, IDF)9.
  • สาเหตุอื่นๆ ที่ก่อโรคปลายประสาทอักเสบ ได้แก่ การใช้ยาเบาหวาน ยารักษาโรคกระเพาะ การรับประทานอาหารมังสวิรัติ และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ10-12
  • เช็กอาการง่ายๆด้วยแบบประเมินตัวเอง https://bit.ly/3SwNXvV

โรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวานเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเนื่องจากไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย1อาการของโรคได้แก่ ชา ซู่ซ่าเหมือนเหน็บแปลบปลาบคล้ายเข็มตำ เป็นต้น การขาดวิตามินบีและอายุที่มากขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมกับโรคเบาหวานที่นำไปสู่ความเสียหายของเส้นประสาทส่วนปลาย โดยสิ่งสำคัญในการดูแลรักษาโรคให้ดียิ้งขึ้นคือการเพิ่มความตระหนักรู้ทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์2

อาล็อก อากราวัล (Aalok Agrawal) รองประธานอาวุโสของP&G Health ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMA) กล่าวว่า “ในฐานะพันธมิตรของสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (IDF) P&G Health มุ่งมั่นที่จะสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องรวมถึงโรคปลายประสาทอักเสบและภาวะขาดวิตามินบีประมาณ 1 ใน 2 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานและ 1 ใน 10 ของผู้ป่วยภาวะก่อนเบาหวาน4 คาดว่าจะเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ ในขณะที่การขาดวิตามินบีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประมาณ 19% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด5,6ซึ่งปัญหาสำคัญเกิดจากการที่ผู้ป่วยมักไม่ตระหนักถึงอาการของตนเอง ส่งผลให้อาการแย่ลง ได้รับการรักษาล่าช้า และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตต่อไป”

คาโอริ มัตซึอุระผู้จัดการทั่วไปของ P&G ประเทศไทยกล่าวว่า“เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีสำหรับคนไทย เราเข้าใจดีว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางครั้งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อความเสียหายของเส้นประสาทและโรคปลายประสาทอักเสบภารกิจของเราคือการช่วยให้คนไทยดูแลตนเองและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เราเชื่อว่าด้วยการสร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้ที่จำเป็นจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อชีวิตของผู้คนนับไม่ถ้วนได้”

ฮาริช โกปาล ผู้จัดการทั่วไปของ P&G Healthประเทศไทยกล่าวว่า “มีผู้คนจำนวนไม่มากที่ทราบว่าการวินิจฉัยโรคปลายประสาทอักเสบตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยให้มีผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีจากการที่เส้นประสาทถูกทำลายกลับมาซ่อมแซมได้ส่วนหนึ่งในกิจกรรมของแคมเปญ #KnowtheSigns ในประเทศไทยคือการดำเนินโครงการด้านการศึกษาและแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ต่างๆ โดยมุ่งเป้าไปที่บุคลากรทางการแพทย์และบุคคลทั่วไป เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ในการวินิจฉัยโรคปลายประสาทอักเสบได้ทันท่วงทีทำให้มีผลการรักษาที่ดีและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย”

ภก. อรรถพร ไศลวรากุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการแพทย์ ของ P&G Health ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านการดูแลโรคทางระบบประสาทเป้าหมายของบริษัทคือการพัฒนาวิธีเพิ่มผลการรักษาและคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 บริษัท P&G Health ได้สนับสนุนงานวิจัยจากประเทศไทยจนได้รับการนำเสนอและตีพิมพ์ในการประชุม EASD ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ผลจากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าประชากรไทยมากถึง 46% มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ7 สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ เกือบ 45% ของผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่ในช่วงอายุ 35 ถึง 44 ปี โดยอาการที่พบบ่อยคือ ซู่ซ่าเหมือนเหน็บ แปลบปลายคล้ายเข็มตำและอาการชา ความชุกของโรคปลายประสาทอักเสบดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้เราดำเนินการและมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการคัดกรองเบื้องต้นและการดูแลรักษาภาวะนี้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเพิ่มสุขภาวะที่ดีของคนไทย”

กิจกรรมจากบริษัท P&G Health ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องกับบุคลากรทางการแพทย์ องค์กรด้านการแพทย์ บุคคลทั่วไปและผู้ป่วยเพื่อสร้างความตระหนักรู้ผ่านกิจกรรมหลากหลายช่องทางในการตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

ข้อมูลเพิ่มเติม

อ่านบทความ เรื่อง Digital platform for awareness and screening peripheral neuropathy in Thailand: transformation on diabetes management.

เช็กอาการหากคุณมีความเสี่ยง https://bit.ly/3SwNXvV

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773732

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.51 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 7 ธันวาคม 2566 เวลา 7.30 น.  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 ซึ่งเป็นบริเวณจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566 คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี กล่าวถวายพระพร และร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 28 รูป จากวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ทั้งนี้มี ภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมในพิธี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้จัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2566  ขึ้นเป็นปีที่ 12 ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 ภายใต้แนวคิด “น้ำพระทัยสองพระมิ่งขวัญเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปี่ยมล้นพระเมตตาผู้ประสบอุทกภัย” เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการทรงงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี โดยถ่ายทอดเรื่องราวการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ตั้งแต่การเฝ้าระวังก่อนเกิดอุทกภัย การบรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดอุทกภัย และการฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัย ในรูปแบบ Immersive Exhibition ในแกลลอรี่ทรงหยดน้ำ นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านของร้านโครงการส่วนพระองค์ ร้านพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านพึ่งพา และ PAfé ร้านค้ากิตติมศักดิ์ ร้านภริยาเหล่าทัพ ร้านภาคีเครือข่าย และร้านดังจากโลกออนไลน์ กว่า 200 ร้าน และความเพลิดเพลินจากกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย รายได้จากการจัดงานนำสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

แนะนำผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรกินยาต้านไวรัสต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773600

แนะนำผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรกินยาต้านไวรัสต่อเนื่อง

แนะนำผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรกินยาต้านไวรัสต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค แนะนำผู้ติดเชื้อเอชไอวี ควรกินยาต้านไวรัสต่อเนื่อง ส่งผลให้กดเชื้อไวรัสได้ เตือนหากหยุดกินยา เสี่ยงโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงหากติดโรคฝีดาษวานร

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้รู้สถานะการติดเชื้อเอชไอวี ประมาณ 500,000 คน ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ประมาณ 457,000 คน (ร้อยละ 90)และกดปริมาณไวรัสสำเร็จ ประมาณ 445,000 คน(ร้อยละ 97) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมาก ทั้งที่รู้สถานะและไม่รู้สถานะการติดเชื้อเอชไอวีของตนเอง ไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา และรักษาไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เสี่ยงโรคติดเชื้อฉวยโอกาส เสี่ยงเกิดอาการรุนแรงหากติดโรคฝีดาษวานร

นายแพทย์ธงชัย กล่าวต่อว่า ประเทศไทยใช้ยาต้านไวรัสเป็นสูตรหลักของการรักษาเอชไอวี ได้ผลในการควบคุมเชื้อเอชไอวีดีที่สุด มีผลข้างเคียงน้อย กินง่าย โดยยาจะไปยับยั้งการแบ่งตัวและยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อเอชไอวี หากผู้ติดเชื้อกินยาตรงเวลาทุกวัน ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จะกดเชื้อไวรัสให้มีจำนวนน้อยลงถึงระดับที่ตรวจเลือดไม่พบเชื้อเอชไอวี และไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ การตรวจไม่พบเชื้อเอชไอวี หมายถึงยาต้านไวรัสได้กดเชื้อเอชไอวีจนเหลือน้อยมาก แต่เชื้อเอชไอวียังหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น ในสมอง ต่อมน้ำเหลือง หรือลำไส้ เป็นต้น ดังนั้น หากผู้ติดเชื้อเอชไอวี ไม่กินหรือหยุดกินยาต้านไวรัส อาจทำให้จำนวนเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง มีโอกาสเสี่ยงโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงหากได้รับเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะ ฝีดาษวานร ที่ขณะนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความเสี่ยงเมื่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีระดับจำนวนเม็ดเลือดขาว ซีดี 4 ต่ำกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. ติดโรคฝีดาษวานร จะมีอัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 15

จึงมีคำแนะนำ ให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดกินยาเอง และอย่าหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่รักษาการติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน พร้อมแนะนำหากเคยตรวจพบว่าติดเชื้อเอชไอวีแล้วยังไม่รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ให้รีบเข้ารับการรักษาทันที รักษาฟรีทุกสิทธิการรักษา เพื่อให้มีระดับเซลล์ภูมิคุ้มกันซีดี 4 เกิน 200 เซลล์/ลบ.มม. ซึ่งจะเพียงพอในการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคฉวยโอกาส นอกจากนี้ แนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับทุกคน ทุกช่องทาง เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดแนบเนื้อกับผู้ที่มีผื่น ตุ่มหรือหนอง และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการติดโรคฝีดาษวานร