‘รัชดา ธนาดิเรก’ จับตา‘ประชาธิปัตย์’เลือกหัวหน้าพรรค ถึงเวลา‘ปรับใหญ่’ฟื้นศรัทธาประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772514

‘รัชดา ธนาดิเรก’ จับตา‘ประชาธิปัตย์’เลือกหัวหน้าพรรค ถึงเวลา‘ปรับใหญ่’ฟื้นศรัทธาประชาชน

‘รัชดา ธนาดิเรก’ จับตา‘ประชาธิปัตย์’เลือกหัวหน้าพรรค ถึงเวลา‘ปรับใหญ่’ฟื้นศรัทธาประชาชน

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.10 น.

“77 ปี” เป็นอายุของ “พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” นับจากการก่อตั้งเมื่อปี 2489 ถือเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในกระแสการเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากจะบอกว่าขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญ “วิกฤต” ก็คงไม่ผิดนัก ทั้งการได้ที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในสภา จำนวนน้อยเป็นประวัติการณ์ ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 และการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ยืดเยื้อกันมาหลายเดือนเพราะนัดประชุมทีไรก็ล่มตลอด

รายการ “แนวหน้าTalk” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ตอนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2566 ซึ่งมี ปรเมษฐ์ ภู่โต มาทำหน้าที่ดำเนินรายการแทน บุญยอด
สุขถิ่นไทย ที่ติดภารกิจ โดยในวันดังกล่าว อดีต สส. กรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ รัชดา ธนาดิเรก ได้มาบอกเล่าถึงสถานการณ์ภายในพรรค ว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. 2566 รอบนี้ต้องจบ ซึ่งที่ผ่านมาเหตุที่เลือกกันไม่ได้เพราะองค์ประชุมไม่ครบ

แต่ปัจจุบันมีทางแก้ด้วยการเตรียมองค์ประชุมสำรองไว้ หากองค์ประชุมไม่ครบอีกก็จะจับสลากจากคนที่เป็นตัวสำรองให้เข้ามานั่งเป็นองค์ประชุมแทน จะไม่มีปัญหาอีกแน่นอน ส่วน “คุณสมบัติของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่” หากมองการเมืองไทยตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน จนถึงการเลือกตั้งในปีนี้ และมองต่อไปในอนาคต จะแตกต่างจากการเมืองรอบก่อนหน้านั้นมาก ทั้งการสื่อสารกับประชาชนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็เข้ามามากขึ้นทัศนคติของประชาชนต่อการเมือง ความคาดหวังมันมีความเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นคนที่จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรค 1.ต้องเป็นศูนย์รวมของคนในพรรคให้ได้ก่อน เมื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องนำคนในพรรคให้ได้ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรครวมถึงคนที่ทำงานให้กับพรรค กับ 2.ต้องฉายภาพวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนการเมืองในทิศทางไหน การมีพรรคประชาธิปัตย์ในการเมืองไทยถือเป็นความจำเป็น ไม่มีพรรคนี้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคต้องฉายภาพออกมาให้ประชาชนรับทราบและเชื่อในสิ่งที่พรรคนำเสนอ

ซึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายตามที่หาเสียงไว้ พรรคประชาธิปัตย์พูดจริงทำจริงเมื่อได้ร่วมรัฐบาล เพียงแต่การเป็นพรรคร่วมย่อมไม่อาจผลักดันได้ครบทุกนโยบาย แต่หากเป็นนโยบายหลัก หากจะมีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในรัฐบาลก็ต้องดำเนินตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย คนที่ติดตามการเมืองจะทราบดีว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่สักแต่พูดหรือออกนโยบายมาแค่ให้ได้คะแนนเสียง จนบางครั้งประชาชนมองว่าทำไมพรรคต้องคิดมากขนาดนั้นจนนโยบายที่ออกมาก็ไม่โดนใจ
แต่แม้จะไม่โดนใจก็เป็นนโยบายที่ทำได้จริง

“เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ในยามที่เป็นฝ่ายค้านมั่นใจว่าประชาชนเชื่อมั่นในการทำงาน เราตรวจสอบ คานอำนาจ ถ่วงดุลรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในยามที่เราเป็นรัฐบาล คนที่ทำงานในสภาก็ไม่ใช่ว่าปิดปากเงียบนะ เรื่องไหนที่เราคิดว่ามันไม่ใช่ ต้องปรับปรุงแก้ไข คนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ลุกขึ้นมาที่จะอภิปราย” รัชดา กล่าว

ส่วนคำถามที่ว่า “เหตุใดรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ขับเคลื่อนงานกระทรวงต่างๆ อยู่ด้วย ประชาชนถึงไม่ค่อยรับรู้” เรื่องนี้ รัชดา มองว่า 1.คนสนใจการเมืองน้อย เอาเข้าจริงๆ คนที่เป็นคอการเมืองมีเพียงกลุ่มเล็กๆ และยังแบ่งออกเป็นหลากซีกหลายฟาก ในขณะที่ประชาชนส่วนที่เหลือก็จะสนใจเรื่องอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่เราคิดว่ารู้ คนส่วนมากไม่ได้รับรู้

2.คนไม่ค่อยจำรัฐมนตรี ส่วนใหญ่จะจำนายกรัฐมนตรีมากกว่า รวมถึงจำเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แม้รัฐมนตรีกระทรวงอื่นจะทำงานมากแต่จะรับรู้กันเฉพาะกลุ่ม เช่น เกษตรกร ธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม ฯลฯ แต่การเลือกตั้งคือการพูดถึงคนทุกกลุ่ม จึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกจดจำ อนึ่ง การเมืองเป็นเรื่องของความรู้สึก ทั้งๆ ที่จริงควรเป็นเรื่องของเหตุผล ดังนั้นคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองจึงต้องมีแรงดึงดูดคน คือไม่ใช่เก่งอย่างเดียวแต่ต้องมีเสน่ห์ด้วย แต่ก็ต้องแยกแยะด้วย บางครั้งคนมีเสน่ห์เป็นที่นิยมชมชอบก็ไม่ได้แปลว่าจะบริหารเก่งเสมอไป

กับคำถามเรื่อง “พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทำให้เกิดปัญหาไม่มีใครฟังใครหรือไม่” รัชดา กล่าวว่า “จริงๆ แล้วทุกเรื่องล้วนได้ข้อสรุป เพียงแต่ต้องใช้เวลานานกว่า เพราะการที่พรรคจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไม่ใช่หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเพียงไม่กี่คนจะทำได้ แต่เป็นเรื่องของทั้งพรรค” โดย สส. ของพรรคทุกคนต้องมาประชุมกัน ถกเถียงกันด้วยเหตุผล บางเรื่องใช้เวลาถกเถียงกันนาน 3-4 ชั่วโมง แต่เมื่อได้ข้อสรุป นั่นคือมติของพรรคที่เราก็ยอมรับแม้ตัวเราอาจไม่เห็นด้วย แต่นี่คือพรรคประชาธิปัตย์ มันก็มีช่องทางในการบริหารจัดการได้

“ไม่ใช่ว่าดูมีชื่อเสียง มีเสน่ห์ พูดเก่ง แล้วจะบริหารประเทศเก่งเสมอไป มันไม่ใช่ แต่บางคนเก่งอย่างเดียวแต่ไม่มีเสน่ห์ก็ขายไม่ออกอีก พรรคเรามีคนหลายรูปแบบมาก เพียงแต่ท่านๆ เหล่านั้น เขาอยากจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคในเวลานี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะการบริหารพรรคการเมืองมันยากมาก ยิ่งพรรคการเมืองแบบประชาธิปัตย์ ประชาชนอาจจะตั้งคำถามว่า คำว่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แล้วมันตีความออกมามันแปลว่าอะไร คือถ้ามีเจ้าของ เป็นเจ้านายสั่งใครก็ได้ แต่พอไม่มีเจ้าของทุกคนคือหุ้นส่วน จะไปสั่งหันซ้าย-หันขวา มันลำบากมาก” รัชดา กล่าว

อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับ “การทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาได้รับความนิยมจากประชาชนอีกครั้ง” ด้วยว่า เมื่อมีหัวหน้าพรรคคนใหม่และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว สิ่งที่ต้องดำเนินการ 1.การทำงานในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่พรรคมี สส. เท่านั้น แต่โจทย์ใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มี สส. พรรคจะขับเคลื่อนเรียกความมั่นใจของสมาชิกด้วยกิจกรรมหรือแนวทางใด 2.การทำงานในสภา ต้องขับเคลื่อนกฎหมายที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรค

และ 3.การทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม ในการกำหนดนโยบายของพรรคเพื่อนำมาใช้หาเสียงเลือกตั้งก็ต้องมีการไปรับฟังความคิดเห็นไม่ว่าจากภาคเอกชนหรือภาคประชาชน นอกจากนั้น “เมื่อความเป็นเมืองเพิ่มมากขึ้น..ตัวบุคคลก็มีผลน้อยกว่ากระแสของพรรค” เห็นได้จากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และตัวเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ แม้คนจะเห็นผู้สมัครจากพรรคหนึ่งทำงานในพื้นที่ตลอด แต่พลังของหัวหน้าพรรคและนโยบายความเป็นพรรคมีอิทธิพลมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ทุกพรรคก็ต้องปรับไม่ใช่เฉพาะประชาธิปัตย์เท่านั้น

ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์น่าสนใจเกี่ยวกับกระแสของพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งกระแสแบบนี้ไม่ได้มีแต่ในประเทศไทย เช่น ล่าสุดกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ มิเล (Javier Milei) คว้าเก้าอี้ผู้นำแดนฟ้า-ขาวไปได้ ทั้งที่หาเสียงด้วยนโยบายแบบ “สุดโต่ง” เช่น ยกเลิกธนาคารกลางของประเทศ เลิกใช้เงินเปโซซึ่งเป็นสกุลเงินของอาร์เจนตินาแล้วไปใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาแทน เปิดเสรีการครอบครองอาวุธปืนเพื่อให้ประชาชนป้องกันตนเองจากปัญหาอาชญากรรม ต่อต้านการทำแท้ง ฯลฯ

รัชดา มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ว่า ผู้ชนะการเลือกตั้ง ปธน.อาร์เจนตินา คนล่าสุด มีพื้นเพเป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งมักออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองผ่านสื่อมวลชนอยู่บ่อยครั้งในขณะที่ประสบการณ์ทางการเมืองจริงๆ ถือว่ามีน้อย ถึงกระนั้นก็ยังคว้าชัยชนะ ได้คะแนนเสียงถึงร้อยละ 56 ของผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้ชาวอาร์เจนตินารู้ว่าสิ่งที่ผู้สมัครท่านนี้นำเสนอน่ากลัวและเป็นอันตรายก็ตาม

“ประชาชนเขาบอกว่า ก็รู้ว่ามันสุดโต่ง แต่ว่ามันไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ เขาเบื่อ! คนใหม่ดีกว่าคนเดิมหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฉันเบื่อคนเดิม อย่างในลาตินอเมริกา มันเห็นได้ชัดเลยไม่ว่าจะเป็นเปรู โคลอมเบีย คือขอให้ได้หน้าใหม่ไว้ก่อนเพราะฉันเบื่อ แล้วพอเข้ามาก็เป็นปัญหาว่าคนที่เข้ามาบริหารประเทศนั้นไม่ได้มีประสบการณ์แล้วนำพาประเทศไม่รอด ก็ต้องถูกขับออกไปบ้าง อะไรต่างๆ ก็มีปัญหาอื่นตามมา” รัชดา กล่าว

จากเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงการทำหน้าที่ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลชุดก่อนหน้าที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยรัชดา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่ชอบแหย่สื่อมวลชนเช่น ทำเสียงฮึดฮัดใส่บ้าง ทำเป็นเดินงอนไม่สนใจบ้าง แต่เมื่อจะให้ข้อมูลก็พร้อมจะยืนให้สื่อถาม เว้นแต่เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็จะเดินออกไป

ทั้งนี้ นายกฯ แต่ละท่าน หรือผู้นำของแต่ละประเทศ จะมีท่าทีต่อสื่อมวลชนไม่เหมือนกัน อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จะดูเหมือนลุง นักข่าวเองเมื่อเจอก็มักจะเรียกว่า “ลุงตู่” หมายถึงด้านหนึ่งมีบทบาทระหว่างนายกฯ กับผู้สื่อข่าว แต่อีกด้านก็รู้สึกเหมือนเป็นผู้ใหญ่-ผู้อาวุโสคนหนึ่ง ขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน อาจยังดูมีระยะห่างอยู่

ส่วนชีวิตปัจจุบันหลังพ้นจากตำแหน่งตามวาระ รัชดา กล่าวว่า ชีวิตวันนี้สบายๆ ไม่ได้มีโจทย์ว่าจะต้องมีตำแหน่งหรือไปขอตำแหน่งอะไรจากใคร คิดว่าอยากทำชีวิตให้มีความสุขและทำตัวให้เป็นประโยชน์ เช่นไปสอนหนังสือบ้าง ไปช่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง ส่วนงานการเมือง เบื้องต้นคงไม่ขอกลับไปเป็นกรรมการบริหารพรรคอีก แต่จะลงเลือกตั้ง สส. อีกหรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องอนาคตอีกนาน

โดยการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ผู้สมัครที่เริ่มต้นเร็วจะได้เปรียบ ได้รู้จักพื้นที่ถนน-ตรอก-ซอก-ซอย จุดไหนมีปัญหาอะไร แต่งานการเมืองระดับชาติ คนจะเป็นนักการเมืองไม่ใช่ทำงานเฉพาะการฉีดยากำจัดยุงหรือซ่อมแซมถนนเท่านั้น แต่ต้องมีประเด็นที่ตนเองสนใจอย่างชัดเจน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร การต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ และดูว่าพื้นที่ใดมีปัญหาในเรื่องนั้นเพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบาย สำหรับผู้ที่รู้ว่าตนเองอยากเป็นนักการเมือง ก็ค่อยๆ ทำการบ้านเรื่องเหล่านี้ไป ก็จะเป็นประโยชน์

“ตอนนี้สนใจเรื่องความมั่นคง แต่เป็นความมั่นคงที่ไม่ใช่เรื่องการทหาร ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เรื่องของการขับเคลื่อนเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องความเสมอภาค เรื่องส่งเสริม-เสริมพลังให้กับผู้หญิงในทางเศรษฐกิจ มันจะแตกแยกออกเป็นมิติอื่นๆ ได้อีก แต่หลักๆ วันนี้ที่รู้สึกอินมากก็คือการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องเลย” รัชดา ระบุ

สำหรับการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นความต่อเนื่องมาจากการได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ มีเวลาทำงานอยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง ในการติดตามนโยบายของรัฐบาล โดย รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของตนจะทำงานด้านเครือข่ายสตรีและการส่งเสริมอาชีพ เช่น สนับสนุนให้ จ.ปัตตานี เป็นเมืองปูทะเลโลก เป็นฟาร์มเลี้ยงปู โดยมี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้เพาะพันธุ์ปู หรือการส่งเสริมเมืองอาหารฮาลาลโลก ส่งเสริมการเลี้ยงโคและแพะของประชาชนในพื้นที่

รวมถึงการส่งเสริมบทบาทสตรีกับความมั่นคง เพราะผู้หญิงมีทั้งความเป็นแม่ เป็นครู เป็นคนประกอบอาชีพ จึงต้องดึงศักยภาพให้ผู้หญิงดำเนินบทบาทได้อย่างเต็มที่ แล้วสันติภาพจะเกิดขึ้นตามมา ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าจะมีคณะทำงานผู้แทนพิเศษแบบนี้หรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย แต่ตนก็ยังลงพื้นที่อยู่เรื่อยๆ ในนามส่วนตัว เพราะตนเป็นนักการเมืองมีเครือข่ายคนที่อยากทำสิ่งดีๆ แต่พอบอกว่าเป็นพื้นที่ชายแดนใต้ก็ไม่รู้จะไปอย่างไร รวมถึงยังมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความน่ากลัวอยู่

“เดี๋ยวต้นเดือนธันวาฯ จะเอาแว่นไปแจกให้คนยากจนที่นั่น เราก็เอาเครือข่ายที่เขาตัดแว่น เราระดมทุนแล้วก็ไปแจกแว่น เพราะเรารู้จักคนในพื้นที่ หรืออีกกิจกรรมหนึ่งพานักศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ที่พูดภาษาอารบิกเก่งๆ มาฝึกงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพราะเขามีคนไข้ที่มาจากตะวันออกกลางเยอะ อันนี้เราเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงได้ ฉะนั้นก็จะทำไปเรื่อยๆ เท่าที่เราจะช่วยได้” รัชดา กล่าวในตอนท้าย

หมายเหตุ : สามารถติดตามรายการ “แนวหน้า Talk” ดำเนินรายการโดย บุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ผ่านทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงหัวค่ำโดยประมาณ!!!

“ดังนั้นคนที่จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรค 1.ต้องเป็นศูนย์รวมของคนในพรรคให้ได้ก่อน เมื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องนำคนในพรรคให้ได้ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรครวมถึงคนที่ทำงานให้กับพรรค กับ 2.ต้องฉายภาพวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนการเมืองในทิศทางไหน การมีพรรคประชาธิปัตย์ในการเมืองไทยถือเป็นความจำเป็น ไม่มีพรรคนี้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคต้องฉายภาพออกมาให้ประชาชนรับทราบและเชื่อในสิ่งที่พรรคนำเสนอ”

ฮาวายานัส ดึง 5 ศิลปินสตรีทอาร์ทนักออกแบบชื่อดัง ดีไซน์พินรองเท้า ลิมิเตด อิดิชั่น ที่มีเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772509

ฮาวายานัส ดึง 5 ศิลปินสตรีทอาร์ทนักออกแบบชื่อดัง  ดีไซน์พินรองเท้า ลิมิเตด อิดิชั่น ที่มีเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น

ฮาวายานัส ดึง 5 ศิลปินสตรีทอาร์ทนักออกแบบชื่อดัง ดีไซน์พินรองเท้า ลิมิเตด อิดิชั่น ที่มีเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฮาวายานัส (Havaianas) แบรนด์รองเท้าแตะระดับโลกจากประเทศบราซิล โดดเด่นและมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ จนได้รับความนิยมและกลายเป็นผู้นำเทรนด์รองเท้าแตะครองใจผู้คนทั่วทุกมุมโลก กลับมาสร้างความสนุกและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้แฟนๆ อีกครั้ง กับการจัดงาน “Make Your Own Havaianas Thailand2023” (MYOH) ในบรรยากาศ Beach House เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มาดีไซน์รองเท้าแตะในรูปแบบที่เป็นตัวคุณ ผ่านการเลือกพื้นรองเท้า สายรองเท้า และพินรองเท้า ที่ได้เตรียมลูกเล่นหลากสไตล์มาให้มิกซ์แอนด์แมทช์เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกกับสไตล์ที่ชื่นชอบอย่างเต็มที่

ไฮไลท์ของงานแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด โบว์-เมลดา สุศรี มาพูดคุยถึงเจอร์นี่การเข้ามาเป็นครอบครัวฮาวายานัส พร้อมโชว์รองเท้า DIY in Bow style! ที่นำมาจัดแสดงเป็นที่ระลึก ณ Havaianas ConceptStore ปีนี้ ฮาวายานัสไทยแลนด์ ยังสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่เปิดตัวแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Havaianas CollaborationPin : ‘HavaianasXTHartists’ 5 คอลเลคชั่นโดยเชิญ 4 ศิลปินสตรีทอาร์ทและนักออกแบบคนดัง “Carnival” ปิ๊น-อนุพงศ์คุตติกุล ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Carnivalสตรีทแบรนด์สัญชาติไทยดังไกลระดับโลก“BINKO” บิ้งโกะ ภาพฟ้าพุทธรักษา,“Latte Latte” จีน อรชพร วราศิริกุล, และ “Mr.Dolph” แอน ไอริณ อาริยะธนาพรและอีก 1 คู่นักแสดงชื่อดัง เน็ต & เจมส์ จากซีรี่ส์สุดฮอต อย่าเล่นกับอนล (Bed Friend Series) มาร่วมแคมเปญพิเศษออกแบบพินรองเท้าร่วมกัน ครั้งแรกของครอบครัวฮาวายานัสทั่วโลก ที่มีเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น ซึ่งพินทั้งหมดได้ถูกจัดแสดงและจำหน่ายให้ทั้ง FC ศิลปิน และคนรักแบรนด์ได้เลือกช้อป ตกแต่งรองเท้า หรือเก็บสะสมเป็นที่ระลึก

อภิวิชญ์ ชิระทานิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฯ สินค้าแบรนด์ กล่าวว่า “ขอบคุณลูกค้าทุกท่านในความรักและอยู่เคียงข้างเรามาโดยตลอด เราจึงไม่หยุดนิ่งและสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆในทุกวันเพื่อตอบแทนแฟนๆ และเดินหน้ายกระดับแบรนด์ในทุกมิติให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงบรรยากาศระดับสากลในทุก sentimental เมื่อเข้ามาในเฮ้าส์ของเรา ซึ่งเริ่มชัดเจนแล้วคือการครีเอท Havaianas Store ในสไตล์ Beach House Conceptเปลี่ยนดีไซน์ให้เหมือนการยกชายหาดมาไว้ในร้าน บรรยากาศสุดสบาย สดใสและสนุกสนานไปกับการเลือกสรรฮาวายานัสคู่ที่เป็นคุณ ซึ่งการปรับลุคในครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพื่อยกระดับ Customerexperience ของ Havaianas ในไทยให้เป็น Brand house ระดับสากลที่ครบครันและพร้อมเสิร์ฟทุกความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังคงไว้ซึ่งความประทับใจและให้ความรู้สึกแบบโอเรียนทอลให้เข้ากับความเป็นเอเชีย ซึ่งคอนเซ็ปต์ใหม่นี้จะอวดโฉมให้คนไทยได้เห็นกันในเร็วๆ นี้”

สนใจรายละเอียดไอเทมเด็ดและเนื้อหากิจกรรมจากฮาวายานัส สามารถเข้าไปที่ www.Havaianas.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line OA @havaianasofficial IG @havaianas.thailand Facebook @HavaiansThailand หรือไปเช็คอินที่ ฮาวายานัส ทุกสาขาบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมอย่างยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญ ‘Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772512

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมอย่างยั่งยืน  เปิดตัวแคมเปญ ‘Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้’

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมอย่างยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญ ‘Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้’

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

FWD ประกันชีวิต องค์กรที่สนับสนุนให้เกิดความหลากหลายและ เท่าเทียม นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านระบบเสียงอัจฉริยะ กับแคมเปญ “Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้” ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ที่มีความจำกัดทางการมองเห็นได้ใช้ชีวิตประจำวันในการเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยติดตั้งระบบใน 10 ป้ายรถเมล์บริเวณสถานที่ที่ผู้ที่มีความจำกัดทางการมองเห็นใช้เป็นประจำ ครอบคลุมเส้นทางการเดินรถเมล์46 สาย เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมในสังคมอย่างยั่งยืน และทุกคนได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้โดยไม่ต้องกังวล

นางสาวปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“FWD ประกันชีวิต”) กล่าวว่า FWD ประกันชีวิต ในฐานะองค์กรที่สนับสนุนให้เกิดความหลากหลาย และเท่าเทียม พร้อมเคารพทุกความแตกต่างในสังคม เราได้ทำงานต่อจากปีที่ผ่านมาในโครงการ “Insurance for all” ครั้งนี้เราได้ศึกษาข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ด้านคนพิการทางการมองเห็นในประเทศไทย โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า ปัจจุบัน (ข้อมูลณ วันที่ 31 มีนาคม 2566) ประเทศไทยมีผู้พิการทางการมองเห็น จำนวน 184,622 คนที่มีการเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันรวมกับข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก(in-depth interview) กับผู้ที่มีความจำกัดทางการมองเห็นภายใต้การดูแลของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ทำให้เราพบว่า ผู้ที่มีความจำกัดทางการมองเห็นส่วนใหญ่เลือกใช้การเดินทางประจำวันด้วยรถโดยสารประจำทาง แต่ปัญหาสำคัญคือ มักจะพลาดรถประจำทางสายที่ต้องการ เนื่องจากไม่สามารถรับรู้ถึงสายรถประจำทางที่ต้องการได้อย่างชัดเจน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ FWD ประกันชีวิต จัดทำโครงการ“The Talkable Bus Shelter” ที่นำเอาเทคโนโลยีผสานความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาป้ายรถเมล์พูดได้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความจำกัดทางมองเห็นสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น โดยสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างสะดวก และสามารถเตรียมตัวเพื่อขึ้นรถโดยสารได้อย่างปลอดภัย และไปถึงจุดหมายที่ต้องการได้อย่างปลอดภัย

“The Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้” เป็นการนำความคิดสร้างสรรค์ผนวกเข้ากับหลักการทำงานเรื่องคลื่นเสียง เพื่อสร้าง “ระบบเสียงอัจฉริยะ” ที่ทำงานโดยการนำเทคโนโลยี GPS ที่ติดตั้งบนรถประจำทางและป้ายรถประจำทางอัจฉริยะ เมื่อรถประจำทางกำลังเทียบท่าหรือกำลังออกจากป้ายรถเมล์ ระบบเสียงจะแจ้งหมายเลขรถโดยสารคันดังกล่าว โดยระบบเสียงนั้น ใช้หลักการคลื่นเสียงมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความสามารถทางการได้ยินของผู้ที่มีความจำกัดทางการมองเห็น โดยมีความดังระหว่าง 70-80 เดซิเบล และคลื่นเสียงระหว่าง 1,000-4,000 เฮิรตซ์ เพื่อเตือนให้ผู้มีความจำกัดทางการมองเห็นทราบถึงรถโดยสารที่กำลังจะมา และเตรียมตัวเดินทาง

นอกจากนี้ การใช้ระดับเสียงที่สม่ำเสมอสำหรับสัญญาณเสียง และการเตือน สามารถช่วยให้ผู้ที่มีความจำกัดทางการมองเห็น ระบุ และแยกแยะระหว่างเสียงต่างๆ ได้ง่ายขึ้น FWD ประกันชีวิต จึงได้ออกแบบเสียงประกาศพิเศษ โดยออกเเบบให้แตกต่างทั้ง 46 เส้นทางรถ* เพื่อประสิทธิภาพในการจดจำหมายเลขรถประจำทางได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยใน “The Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้” จะได้รับการติดตั้งและให้บริการใน 10 ป้ายรถเมล์ตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นจุดที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ได้แก่ บริเวณหน้าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ตรงข้ามวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก โรงพยาบาลรามาธิบดี องค์การเภสัชกรรม สวนจตุจักร ตรงข้ามสวนจตุจักร ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่งหน้าพระตรีมูรติ และฝั่งหน้า Apple Store) บิ๊กซี ราชดำริ ฟอร์จูนทาวน์ และซอยศูนย์วิจัย (เพชรบุรี) โดยเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ความตั้งใจของแคมเปญนี้คือ การสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะผู้มีความจำกัดทางการมองเห็น เราหวังว่าประสิทธิภาพของ The Talkable Bus Shelter ป้ายรถเมล์พูดได้” จะตอบโจทย์ของผู้มีความจำกัดทางการมองเห็นในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ เพื่อที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้โดยไม่ต้องกังวล” นางสาวปวริศา กล่าวทิ้งท้าย

ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สะกดโลก ‘Amazing Thailand Countdown 2024’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772508

ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สะกดโลก ‘Amazing Thailand Countdown 2024’

ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สะกดโลก ‘Amazing Thailand Countdown 2024’

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งใหญ่กับงาน “Amazing Thailand Countdown 2024”

ไอคอนสยาม ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุ่มงบ 300 ล้าน สร้างปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สะกดโลก “Amazing ThailandCountdown 2024” จัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งต่อความรุ่งโรจน์แห่งสยามสู่เวทีโลก คาดมีผู้ร่วมงานผู้ชมการแสดงพลุโดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้ชมถ่ายทอดสด รวมมากกว่า11 ล้านคน จากทั่วประเทศและทั่วโลกตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาและประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Global CountdownDestination ที่ผู้คนทั่วโลกต้องการมาเยือนอย่างต่อเนื่อง

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และ พันธมิตรภาคเอกชน ธุรกิจโรงแรมและชุมชน โดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ผนึกกำลังกันจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “Amazing Thailand Countdown 2024at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “The Unrivaled Phenomenon of SIAM: ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สะกดโลก ส่งต่อความรุ่งโรจน์แห่งสยาม” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้แม่น้ำเจ้าพระยาและประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Global Countdown Destination ที่ผู้คนทั่วโลกต้องการมาเยือนอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะที่ไอคอนสยามเป็น Global Countdown Destination ของค่ำคืนการฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หนึ่งเดียวของไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับการถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกผ่านโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวระดับโลกมากมายอย่างต่อเนื่อง อาทิ CNN, BBC, AP,Reuter, ABC ฯลฯ ในปีนี้ ขอส่งมอบความสุขให้คนไทยและนักท่องเที่ยวทุกคน ด้วยไฮไลต์ดังต่อไปนี้

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล

ที่สุดแห่งปรากฏการณ์บันเทิง! รวมสุดยอดศิลปินไทยและโลก บนเวทีไอคอนสยามแห่งเดียวของประเทศไทย โดยคัดสรร 13 สุดยอดศิลปินไทยตัวท็อป มอบความสุขบนเวที 360(องศา) สุดอลังการริมแม่น้ำ อาทิ บะหมี่ (BameeKT), PERSES,Jeff Satur, Proxie, 4EVE, ATLAS, Three Man Down, ซี-พฤกษ์ พานิช, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์, พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร, และ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุลพร้อมพบกับ “แบมแบม”-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังระดับโลก หนึ่งในสมาชิก GOT7 และเตรียมพบกับ เซอร์ไพรส์! อีกครั้งกับศิลปินระดับโลก เพื่อแฟนคลับชาวไทยและอากาเซ่ ซึ่งจะเปิดเผยรายชื่อเพิ่มเติม เร็วๆ นี้

ที่สุดแห่งปรากฏการณ์พลุรักษ์โลก! The Unrivaled Phenomenon of Siam ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี จำนวน 50,000 ดอก ตระการตาและยาวที่สุดในประเทศไทย บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา จากการรวมพลังของทีมงานมืออาชีพคนไทยและ “โอกุจิ โยชิมาซะ” ผู้กำกับการแสดงพลุมือทองระดับโลก เจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดพลุปี 2023 จากเทศกาลดอกไม้ไฟชินเม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น และที่สุดแห่งปรากฏการณ์โดรนโชว์! 3D Drone CelebrationShow สุดอลังการเหนือน่านฟ้ากว่า 2,000 ลำ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดงาน Amazing Thailand Countdown2024 กิจกรรมยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีซึ่ง ททท.จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดสติเนชั่นที่มีความหลากหลายของประเทศไทย เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเดินทางของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และยังเป็นการมอบของขวัญปีใหม่และส่งความสุขให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ สำหรับการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ททท. ร่วมกับ ไอคอนสยาม วางแผนการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่สุดตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่ที่ไอคอนสยามจัดขึ้นนี้ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่สายตานานาประเทศทั่วโลก สร้างสีสันและบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปีให้กับเมืองไทยได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์งานเคาท์ดาวน์ระดับโลก “Amazing ThailandCountdown 2024 at ICONSIAM” สุดยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกปีแบบที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน ตั้งแต่วันที่ 29-31 ธันวาคมนี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เข้าร่วมงานได้ทาง http://www.iconsiam.com หรือ Facebook :ICONSIAM หรือเลือกรับชมผ่านการถ่ายทอดสด 15 ช่องทาง ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวีช่อง 32HD, ONE31, PPTV HD 36 และ TNN16 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก ไทยรัฐออนไลน์,เดลินิวส์ออนไลน์, ช่อง one31, PPTV HD 36,TNN ช่อง16, ข่าวสด มติชน, Feed ที่จะถ่ายทอดสดให้รับชมพร้อมกันตั้งแต่เวลา23.00 น. เป็นต้นไป และช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook Live, YouTubeLive และ TikTok Live ICONSIAM ตั้งแต่เวลา 19.15 น. เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯพระราชทานผ้าพระกฐิน ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772530

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯพระราชทานผ้าพระกฐิน ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ  เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯพระราชทานผ้าพระกฐิน ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ ขอพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เชิญไปทอดถวายพระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ อุโบสถวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 27พฤศจิกายน 2566 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมและเพื่อสืบสานประเพณีสำคัญทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในกาลกฐินประจำปีพุทธศักราช 2566

โดยมี พระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ ทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ วราภรณ์ เสริมภักดีกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยฝ่ายบริหารส่วนราชการจังหวัดนครสวรรค์ อาทิ ทิวาพรรณ สหอารักขา ท้องถิ่นจังหวัด, พรมรินทร์ ขวัญอ่อน ผอ.พศจ.นว, ปรีชญา พรมชูวัฒนธรรมจังหวัด, สส.บัญชาเดชเจริญศิริกุล, ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอดนายอำเภอท่าตะโก, พ.ต.อ.อิศเรศ ห่านดำผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่าตะโก,จิตรา หมีทอง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข,สวรรค์ พิมพ์หนู นายก อบต.ทำนบ,วนัสนันท์ ทองบุญเจริญ ท้องถิ่นอำเภอท่าตะโก, เบญจมาศ บุญเทพ วัฒนธรรมจังหวัด, ว่าที่ร.ต.สมเกียรติ เกตุฟักผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม ฯลฯ

พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ คณะศิษย์พระพรหมวชิรากร อาทิ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์-ปราณี หอมอ่อน,พล.ต.ท.ประจวบ-ผศ.พรพิมล วงศ์สุขและผู้มีจิตศรัทธา มาร่วมพิธี ซึ่งปัจจัยที่ได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ยอดเงินถวายผ้าพระกฐินฯ รวม 2,159,595 บาท

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าได้มีพิธีบวงสรวงเทพยดาและนาฏลีลาปูชนียสักการ แล้วอัญเชิญองค์กฐิน-ผ้าป่าเดินทักษิณาวรรต รอบอุโบสถ 3 รอบพิธีประกาศเทวตาปัตติทานโมทนาบูชาพระรัตนตรัย พิธีทักษิณานุปทานถวายเป็นพระราชกุศลแด่บุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พิธีเจริญเทพนพเคราะห์สมโภชองค์กฐินและเสริมสิริมงคลแด่ผู้มาร่วมพิธี พิธีทอดผ้าป่ามหากุศล พิธีทอดผ้ากฐินพระราชทาน

คณะสงฆ์พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์และทรงรับเป็นองค์ประธานงานก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยาเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในวันที่5 ธันวาคม 2550 และต่อมาทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์ ซึ่งเป็นวัดแรกและวัดเดียว

อุโบสถวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

อุโบสถวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระรูป สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระรูป สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ประธานในพิธี สุมนา อภินรเศรษฐ์ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานแด่พระภิกษุสงฆ์

ประธานในพิธี สุมนา อภินรเศรษฐ์ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานแด่พระภิกษุสงฆ์

นาฏลีลาปูชนียสักการ

นาฏลีลาปูชนียสักการ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ กับคณะศิษย์พระพรหมวชิรากร นำโดย พ.อ.หญิงอุษากรณ์ จันทรวงศ์, พ.อ.หญิงสุกัญญา เจริญชัย, นิตย์ นาครัตน์, พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์, พ.อ.วีรพจน์ สุภธีระ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ กับคณะศิษย์พระพรหมวชิรากร นำโดย พ.อ.หญิงอุษากรณ์ จันทรวงศ์, พ.อ.หญิงสุกัญญา เจริญชัย, นิตย์ นาครัตน์, พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์, พ.อ.วีรพจน์ สุภธีระ

พระพรหมวชิรากร, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์, สุมนา อภินรเศรษฐ์, เบญจมาศ บุญเทพ, ว่าที่ ร.ต.สมเกียรติ เกตุฟักและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์

พระพรหมวชิรากร, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์, สุมนา อภินรเศรษฐ์, เบญจมาศ บุญเทพ, ว่าที่ ร.ต.สมเกียรติ เกตุฟักและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์

ทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และภริยาถวายผ้าไตรแด่พระพรหมวชิรากร

ทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และภริยาถวายผ้าไตรแด่พระพรหมวชิรากร

พระพรหมวชิรากร, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ทวี-วราภรณ์ เสริมภักดีกุล,สส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล, จิตรา หมีทอง, สมนึก งามนิธิพร, พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ หอมอ่อน, พล.ต.ท.ประจวบ-ผศ.พรพิมล วงศ์สุข

พระพรหมวชิรากร, พระครูวิจิตรสีลาภรณ์, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ทวี-วราภรณ์ เสริมภักดีกุล,สส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล, จิตรา หมีทอง, สมนึก งามนิธิพร, พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ หอมอ่อน, พล.ต.ท.ประจวบ-ผศ.พรพิมล วงศ์สุข

พระพรหมวชิรากร ที่โต๊ะบวงสรวงเทพยดา

พระพรหมวชิรากร ที่โต๊ะบวงสรวงเทพยดา

ทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, วราภรณ์ เสริมภักดีกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์, สุมนา อภินรเศรษฐ์รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ฯ, จิตรา หมีทอง, พัชรา มาดล

ทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, วราภรณ์ เสริมภักดีกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์, สุมนา อภินรเศรษฐ์รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ฯ, จิตรา หมีทอง, พัชรา มาดล

คุณแหน : 1 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772520

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll โกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เชิญชวนพสกนิกรไทยร่วมเทิดพระเกียรติรำลึกพระอัจฉริยภาพดนตรีแจ๊สองค์“อัครศิลปิน”เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธ.ค.2566สำรองที่นั่งชมฟรี ที่เว็บไซต์ dcpthaiyouth.netการแสดงจะจัด 14 ธ.ค. 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย..

ll ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์พร้อม ม.ล.เอวิตา ยุคล,ม.ล.อรณิช กิติยากร,ม.ล.วรารมณ์ ชุมพล ไปร่วมงานเปิด“NGGJEWELLERY”Flagship Store @ Central Worldชั้น 1 โดยมี ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล ต้อนรับงานนี้สาวๆ เลือกมาช้อปที่ NGG JEWELLERY เพราะเป็นอาณาจักรเครื่องประดับแท้จากธรรมชาติ เพชร ทองคำ อัญมณี และนาฬิกา ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งดีไซน์และโรงงานผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาที่เดียวครบจบทุกความต้องการ..

ll ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธินพาคณะอดีตผู้บริหารบริษัทเซเรบอส จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไทย เช่น จิมมี่ ทานิยามะ,ไมเคิล คาตายะมะ,เลสลี่ หม่า,คู งวนเซี้ย,ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ไปพระนครศรีอยุธยา พักที่ Thann Wellness Destination ซึ่งเจ้าของคือฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ ต้อนรับอย่างเต็มที่ในฐานะเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดมาก่อนโดยได้จัดให้ทุกคนได้ใส่ชุดไทย ร่วมลอยกระทงพร้อมสัญญากันว่างานหน้าจะไปเจอกันที่ญี่ปุ่น..

ll กรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บมจ.การบินไทย ภูสิต รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจรองผู้ว่าการ ททท. ร่วมลงนาม MOU ในการเชื่อมโยงการค้ากับการท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์ พาวเวอร์ไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารไทยและร้านอาหารไทยที่ได้รับตรา Thai SELECT โดยมี ภูมิธรรมเวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กับ ชายเอี่ยมศิริ CEO การบินไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธี..

ll เพื่อนๆ ชาว Digital CEO#3 ร่วมยินดีกับ ปฐมภพ สุวรรณศิริ ที่ บมจ.ไทยคม ได้รับรางวัล Commended Sustainability Awardsจาก SET Awards 2023..

ll ด้วยเป็นคนรักรถคลาสสิก บุญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ ยามนี้คุณเป๋าเตรียมรถ 190 SL ปี 55 สีแดงไปร่วมงาน Classic d’ elegance ที่อมตะสปริงคันทรีคลับ 9 ธ.ค. ..

ll รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ รับมอบเงินบริจาคจาก วาณีรัตน์ แก้ววิเชียร กรรมการมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการอาหารไทย หัวใจดี..

ll ในงานเสวนา“ขับเคลื่อน ESG ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล”ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ม.เชียงใหม่ ได้วิทยากร เช่น ผศ.ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์,พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร,กนกพงษ์ พงษ์ธรรมรักษ์,มนัสพงษ์ มั่งไคร้,ปรัชญา โกมณี,ราชิต ไชยรัตน์..

ll ไพโรจน์ อนันต์กิจตระกูล วันเกิดตอนเช้าไปถวายสังฆทานที่วัดสัมมาชัญญาวาส เสร็จแล้วไปทานข้าวกลางวันกับครอบครัว พร้อมบริจาคช่วยเด็กพิการด้วย..ll

น้องใหม่

BRG GROUP เสกความสุขใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญ ‘Discover The Magic Of The Road’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772494

BRG GROUP เสกความสุขใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญ 'Discover The Magic Of The Road'

BRG GROUP เสกความสุขใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญ ‘Discover The Magic Of The Road’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.19 น.

BRG GROUP เสกความสุขใหญ่ส่งท้ายปี ต้อนรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 กับแคมเปญ “Discover The Magic Of The Road” พร้อมเปิดตัวสุดยอดรถยนต์ MPV ในตำนานอย่าง M’z SPEED New Alphard 2024

BRG GROUP จัดใหญ่ต้อนรับ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 กับแคมเปญ “Discover The Magic Of The Road” ให้คุณได้ค้นพบความมหัศจรรย์แห่งท้องถนน ไปกับสุดยอดรถยนต์ MPV ในตำนาน พร้อมชุดแต่งเต็มคันอย่าง All New M’z SPEED Alphard 2024 พร้อมจัดเต็มกับแคมแปญกิจกรรม BRG Double Magic เสกความสุข 2 ต่อ ให้คุณได้ลุ้นรับของรางวัลมากมายกว่า 20 รายการ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

งาน Thailand International Motor Expo 2023 หรือ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Mobility: Imagination and Beyond หรือ ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566

BRG GROUP ผู้แทนจำหน่ายยนตรกรรมนำเข้าพรีเมียม จัดใหญ่ ฉลองครบรอบ 15 ปี ที่ BRG GROUP อยู่คู่กับงานมหกรรมยานยนต์มา นำขบวนยนตรกรรมในตำนานกว่า 10 รุ่น มาให้คุณได้สัมผัสคันจริงกันแบบใกล้ชิดที่งาน Thailand International Motor Expo 2023

ในปีนี้ BRG GROUP เสกมนต์ ชวนคุณไป “ค้นพบความมหัศจรรย์แห่งท้องถนน” กับแคมเปญ “Discover The Magic Of The Road” โดยมี สุดยอดรถยนต์ MPV ในตำนาน พร้อมชุดแต่งเต็มคันอย่าง All New M’z SPEED Alphard 2024 มาเป็นรถยนต์ Highlight เด่นประจำบูธ

โดยคุณจะได้สัมผัสทั้งความมหัศจรรย์ของ All New M’z SPEED Alphard 2024 และความมหัศจรรย์ของ ชุดแต่ง M’z SPEED ลิขสิทธิ์แท้จากประเทศญี่ปุ่น ที่ BRG GROUP เป็นตัวแทนเอกสิทธิ์การนำเข้าแต่เพียงผู้เดียว ความหรูหรา สง่างาม และทรงพลัง พร้อมให้คุณได้มาสัมผัสคันจริงกันที่งาน

ไฮไลท์ทัพยนตรกรรมยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ BRG GROUP ยังมีสุดยอดยนตรกรรมพรีเมียมในตำนานอีกมากมายที่งาน อาทิ รถยนต์  Mini MPV สไตล์รถครอบครัวที่เน้นความ luxury พรีเมียม พร้อมเสริมชุดแต่ง M’z SPEED สายสปอร์ตสุดเท่อย่าง M’z SPEED Stepwagon และ รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวทรงกล่องที่มีความมินิมอล เรียบหรู พร้อมเสริมชุดแต่ง M’z SPEED อย่าง M’z SPEED Voxy และตำนานรถยนต์ SUV Full Size ที่ผสานความแข็งแกร่ง และทรงพลังอย่างไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อย่าง Toyota Land Cruiser 300 ZX และ Toyota Land Cruiser Prado TZ-G, รถตู้สไตล์เรโทรพลังงานไฟฟ้า100% สุดคลาสสิกอย่าง Volkswagen ID. Buzz, ตำนานรถยนต์ MPV พรีเมียมระดับ VIP ที่เน้นความ Private เป็นหลัก อย่าง Volkswagen T5 และยังมีรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย ให้คุณได้ชมกันแบบใกล้ชิดที่บูธ BRG GROUP ภายในงานปีนี้

แคมเปญดีๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ BRG GROUP ยังมีอีก 1 กิจกรรมใหญ่ส่งท้ายปี กับ แคมเปญ BRG Double Magic ที่จะมาเสกความสุข 2 ต่อ ให้คุณได้รับโปรโมชั่นดีๆ และยังได้สิทธิลุ้นรับของรางวัลมากมายกว่า 20 รายการ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

BRG Double Magic ความสุขต่อที่ 1 สำหรับลูกค้าที่มาจองรถที่บูธ BRG GROUP ภายในงาน Motor Expo 2023 เท่านั้น รับไปเลยโปรโมชั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี นาน 10 ปี (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีความสุขต่อที่ 2 ให้คุณได้สิทธิจับฉลาก Lucky Draw ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำหนัก 1 บาท ,iPhone 15 และของรางวัลอื่นๆอีกมากมาย อาทิ เช่น กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า Airwheel ,Samsung TV 55” ,iPad 10 ,Apple Watch SE ,ลำโพง Marshall ,Airpods Gen 3 , หูฟังไร้สาย SONY และอื่นๆอีกมากมาย  เพียงคุณจองรถยนต์ที่บูธ BRG GROUP ภายในงาน รับไปเลยข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษ (**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

 BRG Group ผู้แทนจำหน่าย และผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 49 ปี พร้อม บริการดูแล บำรุง รักษารถยนต์แบบ One Stop Service ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ครบวงจร และดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการด้วยใจ และเข้าใจทุกปัญหาเรื่องรถยนต์อย่างแท้จริง

โชว์รูมและศูนย์บริการ One Stop Service พร้อมให้บริการ ทั้ง 2 สาขา ทั้งสาขาศรีนครินทร์ และสาขาเเจ้งวัฒนะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ โทร. 088-377-6992 (สาขาศรีนครินทร์) / โทร. 085-123-8170 (สาขาแจ้งวัฒนะ) Website : http://www.brg.co.th / Line : @brggroup (มี@ข้างหน้า) หรือกดลิงก์ https://pixelfy.me/BRG-group , /Instagram : brg_group

-(016)

‘Glasstech & Fenestration Asia 2023’ งานอุตสาหกรรมกระจกที่สอดรับกับยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772493

‘Glasstech & Fenestration Asia 2023’ งานอุตสาหกรรมกระจกที่สอดรับกับยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว

‘Glasstech & Fenestration Asia 2023’ งานอุตสาหกรรมกระจกที่สอดรับกับยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.11 น.

MMI Asia องค์กรที่เชี่ยวชาญการจัดงานการประชุมและแสดงสินค้าระดับโลกจากเยอรมนี จัดงาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 ซึ่งเป็นที่สุดแห่งงานการประชุมและแสดงสินค้าที่รวบรวมองค์กรผู้ผลิตกระจกอาคารแบบครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

โดยงาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 เป็นนิทรรศการที่นำเสนอสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการและสมาคมอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีกระจกและผนังส่วนหน้าอาคาร (Façade) ระดับโลก ที่ตัวแทนองค์กรการค้าและภาคอุตสาหกรรมจากทั่วโลกจะมาพบปะกันในบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาธุรกิจ และผู้เข้าร่วมงานยังจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงโซลูชันด้านสถาปัตยกรรม เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าและตอบสนองความต้องการในอนาคตของอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีกระจกและ Façade ซึ่งได้มีตัวแทนชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกตกลงเข้ามาร่วมงานนี้กว่า 200 ราย บนพื้นที่จัดงานกว่า 8,000 ตารางเมตร ผ่านการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (ทีเส็บ), ผู้ประกอบการชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์, Singapore Pavilion และ Enterprise Singapore หน่วยงานของรัฐบาลสิงคโปร์ที่สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในสิงคโปร์ 

ไมเคิล วิลตัน CEO และกรรมการผู้จัดการ MMI Asia Pte Ltd กล่าวถึงการจัดงาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 ในประเทศไทยว่า “ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับจัดงาน Glasstech and Fenestration Asia 2023 ในครั้งนี้ และสิ่งที่เราได้เรียนรู้หลังการระบาดของโควิด-19 คือ ธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องการกลับมาเจรจาธุรกิจแบบเจอหน้ากัน แบบตัวต่อตัว โดยเฉพาะในงานนิทรรศการแสดงสินค้าบนสถานที่จริงอีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับอุตสาหกรรมกระจกและ façade ในไทยนั้นมีอัตราการเติบโตสูงมาก ดังนั้น สำหรับผมในฐานะตัวแทนของ MMI Asia ประเทศไทยจึงมีความน่าสนใจในการจัดงานประชุมและนิทรรศการอย่างยิ่ง”

สำหรับทิศทางของอุตสาหกรรมกระจกและ façade ในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต่างให้ข้อมูลที่ตรงกันว่าจะมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น หลังจากซบเซามาในช่วงการระบาดของโควิด-19 วิรัตน์ ลี้ไวโรจน์ นายกสมาคมธุรกิจอุตสาหกรรมกระจกไทย กล่าวว่า “การระบาดของโควิดและภาวะสงครามทําให้อุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมกระจกชะลอตัว แต่ก็คาดว่าปีหน้านี้น่าจะดีขึ้นตามการคาดการณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วยว่าจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้อย่างไรบ้าง”

ทางด้านวิชัย วิรัตกพันธ์ กรรมการและเลขานุการ ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมกระจกจะมีการขยายตัวเป็นไปตามทิศทางของอสังหาริมทรัพย์ เพราะหากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโต อุตสาหกรรมกระจกและ façade ที่มีความเกี่ยวเนื่องกันมักจะเติบโตแปรผันตาม โดยในปี 2567 คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวประมาณ 5-10% ดังนั้นผมคิดว่าอุตสาหกรรมกระจกก็น่าจะขยายตัวไปในทิศทางเดียวกัน”

นอกจากนี้ คุณวิรัตน์ยังกล่าวเสริมถึงเทคโนโลยีกระจกที่น่าสนใจว่า “เมื่อก่อนเราใช้กระจกเฉพาะในงานหน้าต่างกับประตู แต่ช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ เริ่มมีการใช้ผนังกระจก (Curtain Wall) ในตึกสูงใจกลางเมือง ซึ่งผนังกระจกนี้ นอกจากจะมีคุณสมบัติกันลมและกันฝนแล้ว ยังสะท้อนความร้อนอีกด้วย ซึ่งนวัตกรรมใหม่ในการผลิตกระจกเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Low Emission Glass ก็คือเอากระจกธรรมดามาเคลือบสารโลหะเข้าไป ส่งผลให้มีการสะท้อนความร้อนออก แต่ยังให้แสงเข้ามาในตึกได้ ส่งผลให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น เพราะว่าการที่ตึกมี Curtain Wall นั่นหมายความว่าความร้อนจะเข้ามาในตึกได้น้อยลง ลดค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องปรับอากาศได้ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อีกทาง ล่าสุดก็ยังมีนวัตกรรมใหม่ที่กระจกสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และเริ่มติดตั้งใช้งานบ้างแล้วในญี่ปุ่นและบางประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ และน่าทดลองนำมาปรับใช้กับประเทศไทย” ด้านการสนับสนุนจากภาคธุรกิจและสมาคมต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศนั้นมีการสนับสนุนในอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างดี

ไพทยา บัญชากิติคุณ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการจัดงาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 ครั้งนี้ว่า “ผมคิดว่า งาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 เป็นงานที่รวบรวมกลุ่มผู้ผลิตทั้งตัวอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ ที่มีผลเกี่ยวเนื่องกับงานก่อสร้าง งานสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกระจกและผนังส่วนหน้าอาคารในประเทศไทย ซึ่งการจัดงานนี้จะส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเติบโตขึ้นได้ในอนาคต” สำหรับด้านอุตสาหกรรมไมซ์ ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “ในปี พ.ศ. 2566 จำนวนนักเดินทางต่างชาติจากงานแสดงสินค้า จำนวน 269,439 คน สร้างรายได้เข้าประเทศจากการใช้จ่าย มูลค่า 17,783 ล้านบาท คิดเป็น 168% ของเป้าหมายที่ 160,000 คน

สำหรับงาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 ครั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้จัดงานอย่าง MMI Asia นั้นช่วยส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของ MICE Industry และเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับนักเดินทางไมซ์เชิงคุณภาพได้ นอกจากนี้การจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทยจะช่วยให้อุตสาหกรรมไมซ์ทั้ง ecosystem เติบโต เกิดผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่จะไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง”

ไม่เพียงเท่านั้น คุณ Gan Pay Yap ประธานสมาคมกระจกแห่งสิงคโปร์ กล่าวถึงธุรกิจอุตสาหกรรมกระจกระหว่างไทยกับสิงคโปร์ว่า “สิงคโปร์และไทยต่างก็เป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียน จึงมีข้อตกลงด้านการค้าเสรีเกิดขึ้นมากมาย ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกระจกรายใหญ่ มีโรงงานหลายแห่ง ในขณะที่สิงคโปร์เองก็มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระจกและ façade มากมาย เช่น การให้คำปรึกษาด้านการตกแต่งอาคารในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ จึงมีสินค้าและบริการเกิดขึ้นมากมายระหว่างกัน ในอนาคตผมหวังว่าจะมีการบูรณาการกันมากขึ้นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกระจกและ façade ในภูมิภาคนี้ เพื่อขยายมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เติบโตยิ่งขึ้นไป”

นับได้ว่างาน Glasstech & Fenestration Asia 2023 ครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เกิดการเจรจาธุรกิจที่ทำให้อุตสาหกรรมกระจกและ façade และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องมีความเคลื่อนไหวในทางที่ดี และส่งผลให้มีแนวโน้มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://fenestrationasia.com/ และ https://glasstechasia.com.sg/ หรือที่เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/glasstechasia และ LinkedIn https://www.linkedin.com/company/glasstech-asia-fenestration-asia

-(016)

‘168 to be Design x อ.ช้าง’ พลิกโฉมอินทีเรียดีไซน์ เปิดมิติใหม่กับการแต่งบ้านหรูคู่ฮวงจุ้ยมหาเศรษฐี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772492

‘168 to be Design x อ.ช้าง’ พลิกโฉมอินทีเรียดีไซน์ เปิดมิติใหม่กับการแต่งบ้านหรูคู่ฮวงจุ้ยมหาเศรษฐี

‘168 to be Design x อ.ช้าง’ พลิกโฉมอินทีเรียดีไซน์ เปิดมิติใหม่กับการแต่งบ้านหรูคู่ฮวงจุ้ยมหาเศรษฐี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.07 น.

“168 to be design” บริษัทตกแต่งภายในครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศไทย พร้อมรับรองมาตรฐานประกันคุณภาพด้วย ISO 9001 จับมือ “อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา” ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยชื่อดัง จัดแคมเปญ “168 to be Design x อ.ช้าง พลิกโฉมอินทีเรียดีไซน์ แต่งบ้านหรูคู่ฮวงจุ้ยมหาเศรษฐี” โดยมีพระเอกระดับแถวหน้าของเมืองไทย “คุณหมาก-ปริญ สุภารัตน์  พร้อมครอบครัวนักแสดงสาวสุดอบอุ่น ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น – กรณ์ ณรงค์เดช มาร่วมงาน ปิดท้ายงานกับมินิคอนเสิร์ตจาก โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โดยมี โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล รับหน้าที่พิธีกร ณ Waldorf Astoria Bangkok วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566

แบงค์-ฐิติพล เหลือรัก ผู้จัดการฝ่ายบริหารการขายและกลยุทธ์ บริษัท 168 to be design กล่าวว่า จากที่ทางทีมการตลาดของเราได้สำรวจมา พบว่าเทรนด์ในช่วงนี้มาพร้อมกับธรรมชาติ อารมณ์ และ ความหรูหรา ซึ่งสไตล์ที่มาแรงคือ Biophilic โดยจะเป็นการออกแบบโดยสอดประสานวิถีชีวิตของคนให้เป็นส่วนหนึ่งในธรรมชาติ หรือการออกแบบแนวธรรมชาติบำบัดนั่นเองครับ แต่การตกแต่งแนวนี้มีห้องที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษอยู่คือห้องนอนครับ เนื่องจากต้นไม้อาจรบกวนการนอนได้ จุดนี้เราเลยจึงต้องระมัดระวังในการเลือกให้ดี และช่วงก่อนหน้ามีความนิยมแนวมินิมอล น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่นกันใช่ไหมครับ แต่ในขณะนี้ แนวคิดแบบที่ยิ่งมากยิ่งสุนทรีย์กำลังกลับมาอีกครั้ง บ้านจะต้องการความหรูหรา โอ่อ่าแทบจะในทุกส่วนของบ้านเลย ตั้งแต่ห้องน้ำ ห้องเด็ก หรือโรงรถเองก็ตาม สำหรับโทนสีที่กำลังมาคือสีม่วงลาเวนเดอร์ สีนี้แสดงความรู้สึกถึงอารมณ์ได้ 2 แบบ ทั้งความร่าเริง และความสงบ การใช้สีนี้กับบ้านจะช่วยให้คุณผ่อนคลายและยังสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีได้

โดยเราสามารถนำเทรนด์ที่กำลังมาแรงผสมเข้าด้วยกันได้ อย่างการใช้สีทองที่แสดงถึงความหรูหรา มาผสมผสานเข้ากับธรรมชาติ ไม่ว่าจะสีเขียวของต้นไม้ หรือสีม่วงของดอกไม้ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบลวดลายบน วอลล์เปเปอร์ก็ได้ และอีกหนึ่งอย่างที่กำลังนิยมในช่วงนี้ คือ ประเภทซุ้มโค้ง ประตูโค้ง หรือมุมโค้ง เหล่านี้ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์ เป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังและไร้กาลเวลา ผู้เชี่ยวชาญเขาเชื่อกันว่าเฟอร์นิเจอร์ทรง โค้งสามารถทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น กลม ๆ มน ๆ มองแล้วมันก็สบายตา สบายใจ ซึ่งไม่ว่าทุกท่านจะต้องการบ้านสไตล์ไหน ที่ 168 to be design สามารถทำให้ได้ทุกสไตล์ ตอบโจทย์ทุก ความต้องการแน่นอน อยากจะเอาฮวงจุ้ยมาใส่ในสไตล์ลักซ์ชัวรี่ หรือจะผสมธรรมชาติบำบัดเข้าไปด้วยก็ ตามแต่ใจลูกค้าที่น่ารักของเราทุกท่าน โดยพวกเรามีทีมดีไซเนอร์ฝีมือดีรอให้บริการเสมอ

 “สำหรับลูกค้าท่านใดที่สนใจอยากให้อาจารย์ช้างไปดูฮวงจุ้ยให้ถึงบ้าน เพียงท่านเซ็นสัญญาตกแต่งภายในกับเราที่ 10 ล้านขึ้นไป และเป็น 8 หลังแรก จะได้รับสิทธิพิเศษนี้ไปทันทีเลย นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขแบบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่ทางบริษัทของเราได้กำหนดเอาไว้ คือแก้ไขได้ภายในระยะเวลา 1 ปี และไม่สามารถเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งที่เลือกไว้ตั้งแต่ต้นได้ เช่น เลือกโมเดิร์นไว้แต่อยากเปลี่ยนไปเป็นคลาสสิก หรือเปลี่ยนไปเป็นลักซ์ชัวรี่ แบบนี้ไม่ได้ และยังมีส่วนลดพิเศษ ค่าออกแบบจากตารางเมตรละ 3,000 บาท ลดเหลือ 2,500 บาท โปรโมชั่นนี้มีถึงเพียงแค่สิ้นปีนี้เท่านั้น ให้มั่นใจได้เลยว่าบ้านของทุกท่านจะออกมาสวยตรงปกไม่จกตาแน่นอน รับประกันคุณภาพกับมาตรฐาน ISO 9001 เลยครับ”

 “อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา” ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยชื่อดัง กล่าวว่า ฮวงจุ้ยเป็นหลักการออกแบบชนิดหนึ่งเช่นกันเหมือนมีคนช่วยกันออกแบบสองคน บางอย่างอาจจะถูกหรือบางอย่างอาจจะไม่ถูกหลักตามศาสตร์ที่แต่ละคนเรียนมา เพราะฉะนั้นจึงต้องการผู้ที่เชี่ยวชาญจริงๆ เข้ามาทำงานด้วยกัน เพื่อหาจุดที่สามารถกลมกลืนอยู่ด้วยกันได้ สำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยจะเข้าไปประยุกต์กับสไตล์ไหนได้บ้างให้ออกมาดูดีนั้น โดยส่วนตัวมองว่า การใช้วัสดุหรือโทนสีที่เสริมให้ฮวงจุ้ยดีขึ้นจะเป็นการตอบโจทย์ความพึงพอใจให้กับลูกค้า เช่น สีทองในสไตล์ลักซ์ชัวรี่จะเสริมให้ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้น ไปได้

บริษัท 168 ทูบีดีไซน์ จำกัด (168 To Be Design) ตั้งใจรังสรรค์เพื่อส่งมอบความสมบูรณ์แบบของที่พักอาศัยอย่างแท้จริงให้กับลูกค้า โดยเปิดให้บริการทุกวันเวลา 08:00 – 18:00 น. หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

Facebook  : https://www.facebook.com/168To8eDesign/

LINE  : https://page.line.me/871nkutx?openQrModal=true

Instagram  : https://www.instagram.com/168_to_be_design/

-(016)

ธ.กรุงเทพ จับมือ 8 ผู้กำกับมือทอง ชวนคนรุ่นใหม่สร้างคอนเทนต์ โปรโมทท่องเที่ยว 8 จังหวัดเมืองรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772488

ธ.กรุงเทพ จับมือ 8 ผู้กำกับมือทอง ชวนคนรุ่นใหม่สร้างคอนเทนต์ โปรโมทท่องเที่ยว 8 จังหวัดเมืองรอง

ธ.กรุงเทพ จับมือ 8 ผู้กำกับมือทอง ชวนคนรุ่นใหม่สร้างคอนเทนต์ โปรโมทท่องเที่ยว 8 จังหวัดเมืองรอง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.02 น.

ธนาคารกรุงเทพ ชวนคนรุ่นใหม่สร้างคอนเทนต์ โปรโมทท่องเที่ยว 8 จังหวัดเมืองรอง จับมือ 8 ผู้กำกับมือทองติวเข้มคอร์สพิเศษ เปิดโครงการ “ผู้กำกับน้อย” ซีซั่น 2 หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน-กระจายรายได้ทั่วถึง

ธนาคารกรุงเทพ ต่อยอดความสำเร็จโครงการ ‘ผู้กำกับน้อย’ ลุยเปิดซีซั่น 2 ชวนคนไทยสร้างคอนเทนต์ โปรโมทท่องเที่ยว 8 จังหวัดเมืองรอง หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ทั่วถึง พร้อมเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประสบการณ์ตรง จาก 8 ผู้กำกับมืออาชีพ ลงมือทำภาพยนตร์สั้นชิงตำแหน่ง ‘ผู้กำกับน้อย’ พร้อมรางวัลรวมกว่า 8 แสนบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพได้จัดโครงการ “จานโปรด Episode ลับ” เพื่อเชิญชวนคนไทยมาร่วมกันสร้างคอนเทนต์โปรโมทร้านเด็ดในชุมชน พร้อมได้รับเกียรติจาก 5 ผู้กำกับมือทองมาร่วมติวเข้มและแชร์ประสบการณ์สำหรับสร้างคลิปและทำหนังสั้นแบบมืออาชีพ ให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์สั้นได้สำเร็จและตัดสินรางวัล “ผู้กำกับน้อย” คนแรกของประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กิจกรรมดังกล่าวประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีเยี่ยม มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งกว่า 300 ทีม และที่สำคัญยังได้ประชาสัมพันธ์ร้านค้าในระดับท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย

เพื่อสานต่อกิจกรรมและต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ปีนี้ ธนาคารกรุงเทพจึงได้จัดทำโครงการ Young Director Award – ผู้กำกับน้อย ปีที่ 2 เพื่อเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจการผลิตคอนเทนต์ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนสินค้าในท้องถิ่น-ชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจในระดับชุมชนทั่วประเทศให้กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดเมืองรอง ได้แก่ ลำพูน พิษณุโลก ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ชัยนาท จันทบุรี นครศรีธรรมราช และตรัง ที่ต่างมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะได้เข้าร่วมอบรมเรียนรู้วิธีการผลิตภาพยนตร์อย่างรอบด้านและครบทุกกระบวนการจากสุดยอดวิทยากร-ผู้กำกับมือทอง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในธุรกิจภาพยนตร์ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จะแบ่งออกเป็น 3 รอบ โดยรอบที่ 1 จะเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ทีมละ 3 คน ส่งเรื่องย่อบทภาพยนตร์สั้น ความยาว 5 นาที รวมถึง Theme และ Concept ของเรื่องความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 โดยให้อิสระในการนำเสนอบทภาพยนตร์สั้น โดยคณะกรรมการได้คัดเลือก 25 ทีม เข้าสู่รอบที่ 2 ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ผู้กำกับน้อย” เพื่อเรียนรู้หลักการและประสบการณ์การจัดทำภาพยนตร์สั้นอย่างเข้มข้น พร้อมนำเสนอผลงานภาพยนตร์สั้น ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกเพียง 8 ทีมเข้าสู่รอบต่อไป

ในรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายที่จะได้เข้าไปติวเข้มและเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจาก 8 ผู้กำกับมือทอง ประกอบด้วย คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับเรื่อง ต้มยำกุ้ง องค์บาก, คุณก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับ ขุนพันธ์, คุณกอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับ Moments of Love, คุณยรรยง คุรุอังกูร ผู้กำกับ อัลเทอร์มาจีบ, คุณพัฒนะ จิรวงศ์ ผู้กำกับหนังสารคดี ติดถ้ำ, คุณพิง ลำพระเพลิง ผู้กำกับ โคตรรักเอ็งเลย, คุณเอส คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับ สายลับจับบ้านเล็ก และทีมผู้กำกับภาพยนตร์จักรวาลไทบ้าน ผู้กำกับไทบ้าน เดอะซีรีส์ พร้อมกับต้องลงมือถ่ายทำภาพยนตร์สั้นส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 8 จังหวัดเมืองรอง ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเพียงทีมเดียวจะได้รับตำแหน่ง “ผู้กำกับน้อย” พร้อมรางวัล “บัวหลวงทองคำ” และเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท นอกจากนี้ ผลงานทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการ จะได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ของธนาคารกรุงเทพ เพื่อร่วมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรองอีกทางหนึ่งด้วย

“ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งเรามีความตั้งใจที่อยากกระจายประโยชน์ในภาคการท่องเที่ยวให้เข้าไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ให้กว้างขึ้น ไม่กระจุกอยู่เฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักเท่านั้น จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ที่อยากเชิญชวนคนที่สนใจและชื่นชอบการสร้างสรรค์คอนเทนต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้มีความยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน เรายังหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งเวทีแห่งโอกาสสำหรับคนที่สนใจด้านการสร้างภาพยนตร์ โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา สามารถเข้ามาเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจากผู้กำกับมืออาชีพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและประกอบอาชีพในอนาคต” นายกอบศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายนนทรีย์ นิมิบุตร ในฐานะตัวแทนและผู้ประสานงานของโครงการ Young Director Award – ผู้กำกับน้อย กล่าวว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ธนาคารกรุงเทพไว้วางใจ ให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Young Director Award ผ่านหลักสูตรการอบรม “ผู้กำกับน้อย” ได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้สนใจงานด้านการกำกับภาพยนตร์ เป็นเวทีแห่งโอกาสสำหรับคนที่สนใจการสร้างภาพยนตร์สั้น โดยเฉพาะน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาที่มีใจในงานเหล่านี้ สามารถเข้ามาเรียนรู้และหาประสบการณ์จากผู้กำกับที่มีชื่อเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้จากการทำงานจริงร่วมกัน และเป็นพื้นที่ในการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์อย่างเสรี  ความคิดสร้างสรรค์ วิธีการนำเสนอ ภาพการตัดต่อ มุมกล้องที่น่าสนใจ เป็นไอเดียใหม่ๆ จากน้องซึ่งเป็นรุ่นใหม่ ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เผยแพร่นักสื่อสารออนไลน์อย่างมืออาชีพ และนำความรู้ไปประกอบเป็นอาชีพต่อไป

“สิ่งที่นับเป็นความภาคภูมิใจของผู้กำกับและทีมงานทุกคน คือการได้นำเอาความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ มาถ่ายทอดให้แก่คนรุ่นใหม่ที่สนใจและมีศักยภาพที่อาจจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของวงการภาพยนตร์ในอนาคต ขณะเดียวกันยังได้มีส่วนร่วมกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองรอง การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอีกครั้งอย่างยั่งยืน ซึ่งเชื่อมั่นว่าทุกคนมีความตั้งใจและพร้อมทุ่มเทกับโครงการนี้อย่างเต็มที่แน่นอน” นายนนทรีย์ กล่าว

ผู้สนใจโครงการ Young Director Award – ผู้กำกับน้อย สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ได้ที่เพจ Facebook: Young Director Award ผู้กำกับน้อย

-(016)