นายกฯเยือนถิ่นเมืองลับแล ติดตามงานพัฒนาแหล่งน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772567

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เขื่อนทดน้ำผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายเศรษฐาทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาและมอบนโยบายแนวทางการแก้ปัญหาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายสุริยพลนุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน นายอภิชาต ชุมนุมมณี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ นายยุทธนามหานุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 3 (โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก อ.เมืองอุตรดิตถ์, โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปาด อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์)  นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายไพฑูรย์ ศรีมุก รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทาน ร่วมให้การต้อนรับ

โดย จ.อุตรดิตถ์ เป็น 1 ในจังหวัด ที่มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 450,000 ไร่ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการใช้น้ำให้กับจังหวัดต่างๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่าง ประมาณ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณบ้านคลองนาพงหมู่ 7 ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันได้สร้างเขื่อนทดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์

รองปลัดฯร่วมถก แก้ภัยพิบัติเกษตร เกิดภาวะเอลนีโญ ปัญหาฝุ่นPM2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772560

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 7/2566 ว่าต้องเตรียมแผนการแก้ปัญหาด้านการเกษตรจากผลกระทบของสภาพอากาศแปรปรวน เกิดเอลนีโญ และมีน้ำฝนสำรองพอใช้ รวมถึงเตรียมการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ (PM2.5) ที่เกิดจากภาคการเกษตร ซึ่งที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ พบว่ามีการกักเก็บน้ำเกินเกณฑ์ความจุ 8 แห่ง มีอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังน้ำน้อย 4 แห่ง รวมถึงรับทราบสถานการณ์อุทกภัย ปี 2566

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตร ช่วงฤดูแล้ง ปี 2566/67 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางดำเนินงานป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้านการเกษตรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและอุทกภัย พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2566/67 เพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้ และตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช ซึ่งส่งผลให้เกิดมลภาวะฝุ่นทางอากาศ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดทำ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน

เทศบาลนครเชียงราย จับมือกองทัพอากาศ จัดกิจกรรมเชิงสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772561

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เทศบาลนครเชียงราย ร่วมหารือกับ พลอากาศโทชัยนาท ผลกิจ รองเสนาธิการทหารอากาศ พร้อมด้วย นาวาอากาศโทปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับการฝูงบิน 416 เชียงราย และคณะทหารอากาศ  ที่โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทั้งนี้ การหารือได้วางกรอบแนวทาง เรื่องการส่งเสริมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ และกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและสิ่งแวดล้อม โดยทางกองทัพอากาศ และเทศบาลนครเชียงราย จะได้ร่วมกันดูแลพื้นที่บางส่วนของฝูงบิน 416 เชียงราย จำนวน 20 ไร่ เพื่อดำเนินการพัฒนาให้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย สถานที่พักผ่อน ลานกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อขานรับกับ เชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ Chiang rai  Wellness City โดยนายวันชัย จงสุทธานามณีนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงราย ได้ร่วมกับทางกองทัพอากาศ และฝูงบิน 416 เชียงราย ดำเนินการโครงการต่างๆ ที่ดีให้ประชาชนชาวเชียงรายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ปลูกผักสวนครัว พื้นที่สร้างสรรค์ให้กับนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 4 สันป่าก่อ ดังนั้นการดำเนินการในพื้นที่ 20 ไร่ จะเป็นสิ่งที่ต่อยอดสิ่งดีๆ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายให้มากที่สุด รวมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่ง กลางเมืองเชียงราย

กรมชลฯเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ภาคใต้ตอนล่างรับมือฝนตกหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772562

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กล่าวว่า 5 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก จึงกำหนด 6 แนวทางปฏิบัติ ซึ่งจะสอดคล้องกับ 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ในการรับมือ

สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมนั้น จะเป็นจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก ฝั่งตะวันออกในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ บริเวณเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สนามบินนครศรีธรรมราช และพื้นที่โดยรอบ เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง พื้นที่ลุ่มน้ำตาปีตอนบน แหล่งชุมชนในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกและตะวันตก พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตอนบนและตอนล่าง พื้นที่ติดทะเลของสวนส้มโอทับทิมสยามรวม 3,500 ไร่ ใน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่ บริเวณเทศบาลตลาดไชยา ที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี ตั้งแต่ อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.พุนพิน และพื้นที่โครงการฝายคลองท่าทอง ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 15 ได้จัดเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำพร้อมเสริมคันดินระยะทาง 900 เมตร ในพื้นที่ ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองบางจากไหลล้นเข้าท่วมสวนส้มโอแล้ว

ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก 3 จังหวัด คือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ แม้ไม่มีสถานการณ์ฝนตกหนัก แต่ได้เตรียมความพร้อมจัดกำลังคนเครื่องจักรกลเข้าประจำ 12 จุดเสี่ยง รวมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือประจำการในพื้นที่ที่สำนักงานชลประทานที่ 15 รับผิดชอบทั้งสิ้น 177 เครื่อง

“ฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้จะเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการระบายบริเวณประตูน้ำระบายน้ำ (ปตร.) แม่น้ำสายสำคัญ คลองสายย่อย รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร กำจัดวัชพืชได้กว่า 10,000 ตัน นอกจากนี้ได้ประสานโครงการชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนหากเกิดสถานการณ์ที่บ่งชี้เหตุอุทกภัยล่วงหน้า พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง” ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 14 แห่ง ของกรมชลประทานในพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งอยู่ในฝั่งตะวันออก 6 อ่าง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 167 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 70 ของปริมาณเก็บกัก สามารถรับน้ำได้อีก 49 ล้าน ลบ.ม.ฝั่งตะวันตก 8 อ่างมีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 58.2 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 90 ของปริมาณเก็บกัก สามารถรับน้ำได้อีก 5 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ดี ได้บริหารจัดการน้ำตามเกณฑ์กำหนดในฤดูฝนนี้อย่างรัดกุม ไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ รวมถึงบริหารน้ำต้นทุนสำรองเพื่อใช้อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง

‘อภัย’ประชุมคกก.นโยบาย บริหารจัดการมันสำปะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772568

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 2/2566 โดยนายภูมิธรรม
เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีเรื่องสำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.สถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง 2.การขยายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง 3.ผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปี 2564-2567

4.มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้ามันสำปะหลัง ปี 2566/67 และ 5.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.)

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยอาหารรสเลิศหลากหลายในประเทศไทยกับสิทธิพิเศษจาก ‘แมริออท บอนวอย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772712

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยอาหารรสเลิศหลากหลายในประเทศไทยกับสิทธิพิเศษจาก ‘แมริออท บอนวอย’

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยอาหารรสเลิศหลากหลายในประเทศไทยกับสิทธิพิเศษจาก ‘แมริออท บอนวอย’

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.50 น.

แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขในประเทศไทยด้วยการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่หลากหลายสำหรับแขกผู้เข้าพักโรงแรมและผู้ที่สนใจที่ต้องการพบปะสังสรรค์กัน พร้อมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่อย่างมีสไตล์

ด้วยโรงแรมและรีสอร์ทมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศไทย รวมถึงจุดหมายปลายทางยอดนิยม เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เกาะสมุย หัวหิน กระบี่ และเชียงราย พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอย ญาติมิตรและครอบครัวสามารถเพลิดเพลินกับเทศกาลเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีที่ควรค่าแก่การจดจำใน “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” โดยข้อเสนอที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้

ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a  Luxury Collection Hotel, Bangkok) หนึ่งในโรงแรมระดับหรูในกลุ่ม ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Luxury Collection Hotel) ในกรุงเทพฯ ของเครือแมริออท เปิดตัวแคมเปญ “Christmas Celebrations” ซึ่งรวมบุฟเฟ่ต์สุดอลังการที่ Rain Tree Café ประกอบด้วยไก่งวง อาหารทะเลระดับพรีเมียม ซี่โครงแกะ เมนูพิเศษจากเชฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ขณะที่ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ (The St. Regis Bangkok) จัดแคมเปญ “Exquisite Gastronomic Experiences” ที่ IGNIV ห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ และ VIU ซึ่งเป็นร้านอาหารบนชั้น 12 ที่มีให้เลือกทั้ง “Christmas Eve Brunch & Dinner” และ “Christmas Day Brunch” ที่ยอดเยี่ยม ตลอดจน “New Year’s Eve Brunch & Dinner” อันหรูหรา และ “New Year’s Day Brunch” ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (JW Marriott Hotel Bangkok) จัดแคมเปญ “A Taste of Christmas” ด้วยอาหารมื้อพิเศษสุดสำหรับครอบครัวที่ JW Café ซึ่งรวมเมนูยอดนิยมสำหรับคริสต์มาสแบบดั้งเดิม ในขณะที่ แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) เชิญชวนนักชิมให้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลามหัศจรรย์ของอาหารเพื่อการเฉลิมฉลองที่ Goji Kitchen + Bar และ Akira Back พร้อมปาร์ตี้เคาท์ดาวน์บนชั้น 38 ที่ ABar Rooftop ในวันส่งท้ายปีเก่า และ คอร์ทยาร์ด โดย แมริออท กรุงเทพฯ (Courtyard by Marriott Bangkok) กับแคมเปญ “Christmas Eve Buffet Dinner” ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานสำหรับครอบครัวที่ MoMo Café

Kissuisen ห้องอาหารญี่ปุ่นแห่งใหม่ภายในโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ (Bangkok Marriott Hotel The Surawongse) ยกระดับเทศกาลแห่งความสุขด้วยเมนูโอมากาเสะสุดสร้างสรรค์สำหรับเทศกาลคริสต์มาส (23-25 ธันวาคม) และวันส่งท้ายปีเก่า ขณะที่ห้องอาหาร Yào Restaurant ร่วมฉลองปีใหม่ด้วยเมนูโอมากาเสะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งประกอบด้วยเซ็ตเมนูพิเศษและเมนูที่รังสรรค์สำหรับบรรยากาศเคาท์ดาวน์ที่ Yào Rooftop Bar ส่วนที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ (Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel) สามารถลิ้มลองอาหารอิตาเลียนเลิศรสได้ที่ห้องอาหร La Tavola ควบคู่ไปกับเมนูอาหารสำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบดั้งเดิมที่รห้องอาหาร Flavors

หากท่านต้องการพักผ่อนในวันหยุดช่วงเทศกาลที่ชายหาด ภาคใต้ของประเทศไทยสามารถเลือกพักที่ภูเล เบย์ อะริทซ์ขคาร์ลตัน รีเซิร์ฟ (Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve) จังหวัดกระบี่ ซึ่งเชฟ Christian Herrgesell เชฟระดับมิชลินนำเสนอเมนูหกคอร์สเลิศรสสำหรับคริสต์มาสอีฟ ตามด้วยเมนูหลากหลายคอร์สที่ชวนให้หลงใหล เป็นอาหารเลิศรสในคืนส่งท้ายปีเก่า และ เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Phuket Resort & Spa) ร่วมฉลองเทศกาลด้วยบุฟเฟ่ต์วันคริสต์มาสที่มีอาหารให้เลือกอย่างจุใจและประสบการณ์อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารสุดอลังการริมชายหาดในวันส่งท้ายปีเก่า และที่ โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตองบีช รีสอร์ท (Four Points by Sheraton Phuket Patong Beach Resort) “ชาวเล คิทเช่น” (Chao Leh Kitchen) ได้จัดเตรียม “BBQ Seafood Buffet” สำหรับคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาสนี้ เฉลิมฉลองวันสุดท้ายของปีอย่างมีสไตล์ที่ “Glitz & Glam Masquerade Party!” กับมื้อเย็นที่ “ชาวเล คิทเช่น” และอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่ The Deck Beach Club Patong! หรือเพลิดเพลินกับค่ำคืนอันหรูหราที่ Akara Grand Ballroom

ดับเบิ้ลยู เกาะสมุย (W Koh Samui) เชิญชวนนักชิมมาอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์คริสต์มาสอีฟสุดหรูที่ The Kitchen Table พร้อมเครื่องดื่มไม่อั้นและการแสดงสด ส่วนวันส่งท้ายปีเก่าที่ NAMU จะนำเสนออาหารค่ำ 6 คอร์สสุดพิเศษที่รังสรรค์เองกับโดย เชฟ Taka พร้อมวงดนตรีแสดงสดริมชายหาด ส่วนที่ เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Sheraton Hua Hin Resort & Spa) ร่วมฉลองปีใหม่ในสไตล์ไทยแท้ๆ ด้วย “Tropical Paradise Celebration” กับอาหารค่ำริมชายหาด ดีเจแสดงสด ดอกไม้ไฟ และอีกมากมาย

ปิดท้ายที่ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ Favola ห้องอาหารอิตาเลียนริมแม่น้ำกก ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ มาส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลกับ “Christmas Eve Dinner” และ “Christmas Day Brunch” นำเสนออาหารจานอร่อยพร้อมรสชาติชวนหลงใหลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงอบ แฮมอบน้ำผึ้ง และบาร์บีคิวย่างร้อน ๆ จากนั้นส่งท้ายปีเก่ากับการเฉลิมฉลองในธีม “Le Marché” ด้วยบรรยากาศดินเนอร์และปาร์ตี้กับการแสดงสุดพิเศษจาก Petite

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและค้นพบประสบการณ์ฉลองเทศกาลแห่งความสุขอันน่าตื่นตาตื่นใจไปกับ  แมริออท บอนวอย ในประเทศไทย สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ marriottbonvoyasia.com/R+B/local-discount/thailand-festive-offers

-(016)

ICS ส่งร้านใหม่สุดฮิต เอาใจสายกิน ตอกย้ำ ‘Always A Good Day ความสุขของทุกวันที่ ICS’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772708

ICS ส่งร้านใหม่สุดฮิต เอาใจสายกิน ตอกย้ำ ‘Always A Good Day ความสุขของทุกวันที่ ICS’

ICS ส่งร้านใหม่สุดฮิต เอาใจสายกิน ตอกย้ำ ‘Always A Good Day ความสุขของทุกวันที่ ICS’

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.44 น.

“ไอซีเอส” ตอกย้ำ “Always A Good Day ความสุขของทุกวันที่ ICS”  ส่งร้านใหม่สุดฮิต เอาใจสายกินพร้อมรวมมิตรเมนูเด็ดสุดคุ้ม  แห่ง Daily Tasty อิ่มอร่อยจบในที่เดียว

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตอกย้ำแลนด์มาร์คใหม่ย่านฝั่งธนบุรี เชื่อมต่อประสบการณ์ระดับโลก ครบครันทุกมิติ นำ 2 ร้านดังย่านฮิตเสิร์ฟตรงถึงลูกค้า และร้านค้าสไตล์สตรีทฟู้ดมากมายให้ทุกท่านได้มาลิ้มรสอาหารรสเลิศให้ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นอร่อยแบบยกก๊วนกับเพื่อนฝูง หรือใช้เวลาอิ่มอร่อยกับครอบครัว

เริ่มที่ “เฮียเล็ก เกาเหลาหมูสามอย่าง” ตำนานห้างดังย่านพาหุรัด ที่มีชื่อเดิมว่า “ก๋วยจั๊บหัวสั่น” ฉายาที่ได้มาจาก คุณพ่อของเฮียเล็ก ผู้คิดค้นสูตรที่ยืนลวกเครื่องในจนหั่วสั่น หัวคลอน เพื่อให้ได้ความสุกที่พอดีที่สุด จากความนิยมและชื่อเสียงที่แพร่หลาย จึงได้ขยายตัวโดยมีแฟรนไชส์หลายสาขา จนถึงสาขาล่าสุดที่ ICS เป็นสาขาที่ 5 เปิดให้บริการบนชั้น 4 ของ ICS ในรูปแบบสไตล์จีนโมเดิร์นที่ยกทัพเอาความอร่อยของต้นตำรับมาแบบจัดเต็ม ความพิเศษคือป็นที่แรกที่พร้อมเสิร์ฟแบบ Dinning ให้ลูกค้าสามารถสั่งกินที่ร้านได้เลย

จุดเด่นของร้านเฮียเล็ก เกาเหลาหมูสามอย่าง อยู่ที่วัตถุดิบหลักซึ่งจะถูกส่งจากครัวกลาง เพื่อให้ได้รสตรงตามมาตรฐานที่สุด ทั้งยังมีการดัดแปลงจานร้อน อาหารจานเดียวเข้ามาเสริมให้ครบครันยิ่งขึ้น โดยมี Signature Menu ที่พลาดไม่ได้ที่ใครๆ ก็ต้องสั่ง คือ “เกาเหลาหมูสามอย่าง” ซึ่งถูกนำมาตั้งเป็นชื่อร้านใหม่ ในยุคของเฮียเล็ก “ธานินทร์ เหลืองบารมี” ที่มารับช่วงต่อจากคุณพ่อ ที่ว่าสามอย่างเพราะเมนูประกอบด้วยหมู ‘ช่อ กรอบ ชิ้น’ นั่นคือ หมูบะช่อ หมูกรอบ หมูชิ้น ในน้ำซุปเสิร์ฟในหม้อดิน เกาเหลาที่เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ที่พร้อมให้ทุกคนได้พิสูจน์ความอร่อย โรยด้วยกระเทียมเจียวบนข้าว รับรองไม่ทำให้ผิดหวัง

นอกจากเมนูซิกเนเจอร์แล้ว ที่ร้านยังมีอีกสองจานเด็ด “หมูกรอบคั่วพริกเกลือ” และ “บะช่อคั่วกระเทียม” ที่ทุกคนห้ามพลาดเช่นกัน  ไม่เพียงเท่านั้นที่ร้านยังมีเมนูเอาใจคนรักอาหารจานทอด อาทิ หมูกรอบเข้าวัง ไส้อ่อนทอดกระเทียม ฯลฯ ทั้งหมดพร้อมเสิร์ฟให้ทุกคนมาลิ้มลองความอร่อยแล้ว ที่ร้าน “เฮียเล็ก เกาเหลาหมูสามอย่าง” ชั้น 4 ของ ICS ตั้งแต่วันนี้

อีกร้านใหม่ที่สายกินพลาดไม่ได้คือ “พลิกล็อคหมูกรอบ” (Pig Lock Crispy Pork) ร้านหมูกรอบจานด่วนที่พร้อมเสิร์ฟทุกเวลา กับปณิธาน การเสิร์ฟหมูกรอบแบบไม่มีวันหมด เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งหมูกรอบมาอร่อยฟินได้ทุกเวลา ไม่พลิกล็อคความคาดหวัง ถือเป็นอีกร้านสุดฮอต ที่เริ่มต้นมาจากเดลิเวอรี่ในย่านลาดพร้าว ซึ่งสร้างปรากฏการณ์เปิดได้ไม่กี่เดือนก็มียอดออเดอร์ถล่มทลาย จนต้องขยับขยายเปิดหน้าร้านและเดินหน้าขยายสาขาไปในโลเกชั่นต่างๆ จนล่าสุดคือที่ชั้น 4 ไอซีเอส ที่วันนี้พร้อมเสิร์ฟให้ชาวฝั่งธน ได้ฟินกันอย่างเต็มที่

. ความพิเศษของร้าน “พลิกล็อคหมูกรอบ” ที่เปิดให้บริการที่ ICS ถือเป็นสาขาแรกที่ใส่ความเป็นตัวเองในเรื่องดีไซน์ร้านอย่างเต็มที่ โดยเน้นออกแบบตกแต่งร้านสไตล์สุดโมเดิร์น เอาใจสายชิคให้สามารถมาเช็คอินถ่ายรูป พร้อมอิ่มเอม อิ่มใจ ไปกับบรรยากาศของความอร่อยและสนุกไปพร้อมๆ กัน

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ต้องลอง ได้แก่ “ข้าวขยำพลิกล็อคหมูกรอบ” จานเด็ดที่หาจากที่อื่นไม่ได้ เสิร์ฟครบทุกรสชาติ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด อีกเมนูที่แนะนำคือ “ข้าวหมูกรอบคั่วพริกเกลือคลุกข้าวหน้าล้น” เสิร์ฟความพิเศษในชามใหญ่สไตล์ข้าวด้ง เอาใจคนกินจุด้วยการให้ทุกอย่างเป็นสองเท่า เสิร์ฟพร้อมไข่ดองน้ำปลาสุดนัว อีกจานที่ต้องลอง คือ “หมี่ต้มยำหมูกรอบ” ซึ่งเป็นซุปต้มยำน้ำข้นร้อนๆท๊อปด้วยหมูกรอบ เมนูสำหรับสายเส้นโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับคนชอบกินเมนูผัดผงกะหรี่ “ข้าวหมูกรอบผัดผงกะหรี่” ทั้งหมดพร้อมให้ทุกคนมาลิ้มลองความอร่อยแล้ววันนี้ 

นอกจากนี้ ไอซีเอส เอาใจสายกินมากขึ้น ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยในราคาสบายกระเป๋ากับ รวมมิตรเมนู Grab & Go จาก 6 ร้านเด็ดแห่ง Daily Tasty ชั้น G ที่ ICS ด้วยการรวบรวมทุกความอร่อยเอาไว้ครบครันกับร้านอาหารหลากสไตล์ โดยเฉพาะเมนูสตรีทฟู้ดชื่อดัง ที่นำมาไว้ในที่เดียวกันให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันแบบสุดฟิน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งแบบ Grab แล้ว Go หรือจะนั่งทาน ที่นี่ก็มีโซนรับประทานอาหารบนชั้นลอย พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่

เริ่มที่ “ข้าวขาหมูท่านลอร์ด” ที่เด็ดทั้งเมนูขาหมูที่มีให้เลือกทั้งเนื้อ หนัง คากิ รวมถึงเมนูจานเดียวอื่นๆ อย่างข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่ทอด โดยมีเคล็ดลับความอร่อย คือ น้ำซุปกระดูกหมูผักดอง ที่เสิร์ฟพร้อมกับทุกเมนู ตามด้วยร้าน “หลาลูกชิ้นปลาเยาวราช” กับเมนูเด็ดหลากหลายที่รับรองความอร่อย ทั้งก๋วยเตี๋ยวแห้ง น้ำใส ต้มยำ หรือเย็นตาโฟ โดยมีทีเด็ดอยู่ที่ลูกชิ้นปลา แถมยังมีเผือกทอด หนังปลากรอบ และสารพันเครื่องเคราจัดแน่นจัดเต็มในทุกชาม โดยมีเมนูแนะนำอย่าง “บะหมี่เย็นตาโฟต้มยำ” ครบเครื่อง แซ่บซี้ด ถึงใจ เช่นเดียวกับ “บะหมี่ลูกชิ้นปลาเยาวราชรวมมิตร” ที่เน้นเครื่องแน่นๆ ทั้งสองชามนี้ราคาชามละ 60 บาทเท่านั้น

อีกร้านอาหารจานเดียวที่แนะนำให้ลิ้มลองคือ “มังกรหยกเป็ดย่าง” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเมนูย่างๆ ทุกรายการ ทั้งเป็ดย่าง หมูแดง และหมูกรอบ มากับเคล็ดลับการย่างที่ทำให้ทั้งหมูและเป็ดได้หนังที่หอม กรอบ อร่อย โดยมีเมนูเด็ดอย่าง “ข้าวเฉโป” ที่มีทั้งหมูแดง หมูกรอบ และเป็ดย่างพร้อมเสิร์ฟ ในราคา 65 บาท, บะหมี่หยกเป็ดย่าง หอมเส้นบะหมี่เนื้อนุ่มเข้ากันกับเป็ดย่าง ในราคา 55 บาท เป็นต้น

. อีกร้านสำหรับคนชอบทานเผ็ด ห้ามพลาดกับ “เด็ดกะเพรา” ร้านกะเพรายืนหนึ่งของที่นี่ ที่มีทุกกะเพราให้เลือกสรร ทั้งหมูสับ ไก่ เนื้อ เบคอนรมควัน เต้าหู้ไข่ ไข่เยี่ยวม้า ฯลฯ และยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งสารพัดไข่ อย่างไข่ดาวสุก-ไม่สุก เต้าหู้ไข่ ไข่เยี่ยวม้า และไข่ลาวา โดยมีเมนูแนะนำอย่าง “ข้าวกะเพราเนื้อโปะไข่ลาวา” กับไข่แดงไหลเยิ้มคลุกเคล้ากับข้าวและกะเพรา จุดเด่นของร้านนี้คือ ไซส์ใหญ่และใช้ของดี ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย อย่างกะเพราเนื้อราคาอยู่ที่ 85 บาท  ท็อปไข่ลาวาเพิ่มอีกเพียง 20 บาทเท่านั้น

ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีเสิร์ฟอย่างครบครันที่นี่ เริ่มที่ “ร้านน้ำผลไม้ปั่น” เจ้าเดียวใน Daily Tasty แห่งนี้ กับเมนูแนะนำ “น้ำมะม่วงปั่น” ที่ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้ 1 ลูกเน้นๆ เช่นเดียวกับ “น้ำอะโวคาโดปั่น” ที่ใช้เนื้ออะโวคาโดครึ่งลูก ในราคาแก้วละ 50 บาทเท่านั้น ลูกค้าสามารถเลือกผสมผลไม้อะไรกับอะไร หรือจะใส่เครื่องดื่มชูกำลังเสริมเข้าไปด้วยก็มีให้บริการเช่นกัน

เอาใจสายสุขภาพกับอีกหนึ่งร้านที่แนะนำกับร้าน “วุ้นกบไต้หวัน”  กับวุ้นกบเจ้าแรกในประเทศไทยที่ทำจากวุ้นธรรมชาติ 100% ห้ามพลาดกับ “อ้ายหยู้” ผลไม้ท้องถิ่นของไต้หวันที่นำเอาเมล็ดซึ่งหน้าตาคล้ายไข่กบมาทำเป็นวุ้น แคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์สูง มีกากใยอาหารและคอลลาเจนจากธรรมชาติ สายคีโตทานได้อย่างปลอดภัย

“ชาตักวุ้น” เจ้าของเดียวกับวุ้นกบไต้หวัน แตก ต่างตรงที่วุ้นที่ร้านนี้ทำจาก Jelly Powder อร่อยได้ในราคาสบายกระเป๋า โดยมีเมนูชาให้เลือกครบครัน รวมถึงเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำมะนาวสด น้ำเสาวรส บ๊วยชาเขียว น้ำฟักเขียวมะนาว ฯลฯ โดยมีเมนูแนะนำอย่าง “น้ำฟักเขียวตักวุ้น” และ “ชาอู่หลงเก๊กฮวยตักวุ้น” ที่หวานน้อย อร่อยได้คุณค่าในแบบน้ำสมุนไพร ราคาแก้วละ 30 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ไอซีเอส ยังมีร้านอาหารอีกมากมาย พร้อมต้อนรับให้ทุกท่านได้มาอิ่มอร่อยสุดคุ้มได้ทุกวัน

 พร้อมกันนี้ ไอซีเอส เอาใจนักกิน ให้อิ่มฟินและยิ้มรับไปกับแคมเปญโปรโมชั่นสุดคุ้ม “ICS DINE & SMILE”  สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp รวบรวมใบเสร็จจากยอดใช้จ่ายสินค้าในโลตัส พรีเว่, ร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในไอซีเอส ครบ 800 บาทขึ้นไป สามารถแลกรับคูปองส่วนลดจากโลตัส พรีเว่ มูลค่า 50 บาท ทันที (รวม 2,000 รางวัลตลอดรายการ) *ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดแลกรับของสมนาคุณ  

พบกับแคมเปญโปรโมชั่นที่เหล่าสายกินฟินจนหุบยิ้มไม่ได้ “ICS DINE & SMILE” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 2 ม.ค. 67 ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ Facebook : ICS

-(016)

NSDF หนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวออกกำลังกาย พร้อมส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772704

NSDF หนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวออกกำลังกาย พร้อมส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน

NSDF หนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวออกกำลังกาย พร้อมส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.35 น.

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เดินหน้าโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวออกกำลังกายให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน ในเขตพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร

เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (National Sports Development Fund) ได้จัดกิจกรรมภายใต้ “โครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายของประชาชนผ่านกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา (CSR)” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเป็นการเสริมสร้างโอกาสและประสบการณ์ทางด้านกีฬาให้กับนักเรียนและเยาวชนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้ทักษะการเล่นกีฬา สร้างโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬาที่จะทำให้เยาวชนสามารถค้นพบศักยภาพและความถนัดทางด้านกีฬา มีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาตนเองเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาในระดับอาชีพ และเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ซึ่งมีความสำคัญในระดับนโยบายและทุกภาคส่วนในจังหวัดกำแพงเพชรที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรม           “I want to be” ส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโดยได้รับเกียรติจากนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานผู้นำมอบอุปกรณ์กีฬา และคณะผู้บริหาร ได้แก่ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา นายบุญช่วย หอมยามเย็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร โดยมีนายวสันต์ ชูเฉลิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง เป็นตัวแทนรับมอบอุปกรณ์กีฬา จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านวังทอง, โรงเรียนชุมชนบ้านคณฑี (ประสิทธิ์อุปถัมภ์), โรงเรียนผินสหราษฎร์พัฒนา, โรงเรียนชุมชนบ้านหนองปลิง (นาคอุปถัมภ์) และ โรงเรียนนิคมสร้างต้นเอง 1 (ทุ่งโพธิ์ทะเล) 

ภายในงานมีการจัดเสวนาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในหัวข้อ “จากสังเวียนมวย สู่นักมวยทีมชาติไทยในโอลิมปิกเกมส์” โดยพันโทสมจิตร จงจอหอ อดีตนักชกฮีโร่เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย เหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัย และพันตรีแก้ว พงษ์ประยูร อดีตนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2012 นักชกซีเกมส์ 6 สมัย 4 เหรียญทอง มาทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องราวบนเส้นทางสายนักมวย ที่แม้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ความเพียรพยายาม และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็นำไปสู่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “สนุกกับกีฬา ทักษะเพื่อแรงกาย แรงใจ” ให้เด็กๆ ได้ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกาย ฝึกทักษะพื้นฐาน “ต่อย – เตะ ให้เป๊ะแบบนักมวย” อย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ปิดท้ายด้วยความประทับใจ

กิจกรรมดีๆ แบบนี้ยังจะมีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึง มกราคม 2567 โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจะเดินหน้าจัดกิจกรรม และส่งมอบอุปกรณ์กีฬา ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา และขาดโอกาสเข้าถึงกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพมาตรฐาน สามารถนำไปใช้ในการฝึกซ้อม ฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะทางด้านกีฬา และจัดกิจกรรมกีฬาหรือนันทนาการต่างๆ ในอนาคต

-(016)

สภาผู้บริโภค เปิดเวทีเสวนา ‘รถไฟฟ้า 20 บาท ทุกสายทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประชาชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772666

สภาผู้บริโภค เปิดเวทีเสวนา ‘รถไฟฟ้า 20 บาท ทุกสายทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประชาชน’

สภาผู้บริโภค เปิดเวทีเสวนา ‘รถไฟฟ้า 20 บาท ทุกสายทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประชาชน’

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.51 น.

สภาผู้บริโภค เปิดผลสำรวจผู้บริโภค 90% อยากให้กำหนดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูสูงสุด 20 บาท ขณะที่เลขาฯ สภาผู้บริโภคเดินหน้าผลักดันนโยบาย 20 บาทจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ด้านกรมการขนส่งทางรางเตรียมตั้งคณะกรรมการเจรจาเอกชนผลักดันค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทให้เกิดขึ้นทุกสาย

หลังการเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยให้ใช้บริการฟรีจนถึง วันที่ 3 มกราคม 2567 จากนั้นจะเก็บค่าโดยสารราคา 15-45 บาท สภาองค์กรของผู้บริโภคได้จัดเวทีเสวนา “รถไฟฟ้า 20 บาท ทุกสายทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและประชาชน” เพื่อเสนอทางออกในการกำหนดราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมต่อไป

นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ได้นำเสนอผลการสำรวจเบื้องต้นการสัญจรของผู้บริโภคในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูโดยได้สอบถามผู้ใช้บริการกว่า 2,500 รายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ผู้บริโภค 69.8% เห็นว่านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการตอบโจทย์ต่อการใช้งานและการเดินทางของทุก ๆ คน

เมื่อถามว่าราคาค่าโดยสารสายสีชมพูที่รัฐบาลกำหนดไว้ 15-45 บาทแพงหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถาม 55 % ตอบว่าแพง โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทยถือว่าแพงมาก ทั้งนี้ผู้โดยสารเห็นว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าตลอดสายไม่ควรเกิน 27 บาท

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 91% อยากให้กำหนดราคาค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีชมพูเก็บค่าโดยสารไม่เกิน 20 บาทเหมือนกับสายสีม่วงและสีแดง

“ผู้ตอบแบบสอบถามอยากได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพู 20 บาท เนื่องจากขณะนี้ให้นั่งฟรีถึงวันที่ 3 ม.ค. 2567 เท่านั้นเองและหลังจากนั้นต้องจ่ายราคา 15 -45 บาท ซึ่งอยากให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาในส่วนนี้”

ขณะที่ความเห็นของเครือข่ายผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็น ตัวแทนผู้บริโภคที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง สีม่วง สีชมพู สีเหลืองและสีน้ำเงินต่างเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอด นอกจากนี้ยังต้องการให้ผลักดันการใช้ตั๋วร่วมเนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพอย่างมาก

ส่วนปัญหาของการใช้บริการพบว่า จุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเขียวที่ยังมีความลำบากต่อผู้ใช้บริการโดยเฉพาะผู้ใช้บริการที่สูงอายุ และยังมีปัญหาการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่นอย่างเช่น รถเมล์ เป็นต้นซึ่งบางสถานีไม่มีป้ายรถเมล์ให้ผู้โดยสารได้ใช้บริการต่อไปยังรถไฟฟ้า

อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เชื่อว่า หากค่าโดยสารรถไฟฟ้าอยู่ที่ราคา 20 บาทตลอดสายก็จะยังคงใช้บริการต่อไปและเชื่อว่าจะมีคนใช้บริการจำนวนมากขึ้น

ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคได้ผลักดันเรื่องรถไฟฟ้าราคา 20 บาททุกสายมาโดยตลอดและจะผลักดันเรื่องนี้ต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย เนื่องจากมีข้อมูลพบว่าต้นทุนค่าเดินรถไฟฟ้าอยู่ที่ 10.30 บาท และ16.10 บาททำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทสามารถทำได้

การกำหนดค่าโดยสารในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ยังช่วยให้เกิดการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยขณะนี้คนไทยใช้ขนส่งสาธารณะในปริมาณน้อยเพียง 24-25% เท่านั้น ขณะที่ประเทศมาเลเซียตั้งเป้าหมายในปี 2573 จะทำให้คนใช้ขนส่งมวลชน 40%

หากมีการกำหนดค่ารถไฟฟ้าราคา 20 บาท นอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แล้ว ยังช่วยลดปัญหามลพิษ ลดปัญหาโลกร้อน โลกเดือด ยกตัวอย่างข้อมูลจากบีทีเอสเองบอกว่าจะปลูกต้นไม้ 4,000 ต้นต่อปี เพราะในแต่ละปีเดินรถไฟฟ้า 4,000 เที่ยว โดยสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ 2.1หมื่นล้านตันคาร์บอน

 “สภาผู้บริโภคสนับสนุนให้ขนส่งมวลชนทุกคนขึ้นได้ทุกวัน และสนับสนุนให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ และการเข้าถึงขนส่งมวลชนต้องสะดวก สามารถเดินไปไม่เกิน 500 เมตร เจอขนส่งมวลชนสาธารณะ ดังนั้น เราจึงผลักดันในเรื่องค่ารถไฟฟ้า 20 บาททุกสาย ซึ่งจะผลักดันเรื่องนี้ต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ”

ด้านนายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม บอกว่า ในส่วนผู้บริโภคและกรมรางฯ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือต้องการให้ผู้บริโภคเข้าถึงการเดินทางขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยการผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทมาอย่างต่อเนื่องและสามารถทำได้แล้ว 2 สายคือ รถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้าที่รัฐลงทุนและในวันที่ 30 พ.ย.นี้ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคมจะเปิดให้มีการเดินทางร่วมกันได้ระหว่างสายสีแดงและสายสีม่วง โดยไม่มีค่าแรกเข้าผ่านบัตร EMV ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ทั้งนี้ได้มีการประเมินผลของการดำเนินนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทโดยในเรื่องของผู้โดยสารพบว่า รถไฟฟฟ้าสายสีแดงมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 2 หมื่นคนเพิ่มขึ้นเป็น 26,097 คน ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงจากเดิม มีผู้โดยสารอยู่ที่ 56,979 คน เพิ่มขึ้น 64,803 คน

ส่วนการประเมินในเรื่องของรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีแดงก่อนจะมีนโยบาย 20 บาทมีรายได้เฉลี่ยต่อวันที่ประมาณ 6.6 แสนบาท แต่หลังดำเนินการมีรายได้ลดลงมาเหลือประมาณ 5 แสนบาท ขณะที่ รายได้ของรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากเดิมวันละล้านบาท หลังดำเนินการเหลือประมาณ 6 แสนบาท ดังนั้นรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทำให้เราต้องมาประเมินกันว่าจะเดินหน้านโยบายค่าโดยสาร 20 บาทต่อไปอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดการผลักดันในเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาททุกสายต่อไปกระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเจรจากับเอกชนเพื่อเจรจาในส่วนรถไฟฟ้าที่ติดสัญญาสัมปทานว่าจะสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง โดยในคณะกรรมการชุดนี้จะมีสภาองค์กรของผู้บริโภคเข้าร่วมเป็นกรรมการในฐานะตัวแทนผู้บริโภค โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ส่วนมาตรการอื่น ๆ ในการผลักดันให้เกิดนโยบาย 20 บาททุกสาย นายอธิภู กล่าวว่าจะผลักดันนโยบายบัตร EMV เพื่อให้สามารถเดินทางร่วมกันได้ เพื่อลดค่าแรกเข้าครั้งเดียว ซึ่งได้มีการคุยกันในเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายและมีแนวคิดเรื่องการตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อสนับสนุนค่าโดยสารและได้เข้าไปหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อนำเงินกองทุนน้ำมันมาเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว แต่ทั้งหมดยังเป็นแนวคิดที่จะดำเนินการภายใต้หลักการค่าโดยสารของกรมการขนส่งทางราง ผู้บริโภคต้องเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม

รองศาสตราจารย์สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม หรือใครได้ประโยชน์จากค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสายนั้นสามารถมองได้ 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกต้องสนับสนุนให้ประชาชนเดินทางโดยรถไฟฟ้าเนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่ห่างไกลจากสถานีรถไฟฟ้า ส่วนค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 20 บาทเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น หากมีคนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการจราจรจะลดลงมาก

MSI ขนไลน์อัพโน้ตบุ๊กทุกรุ่นยอดฮิต จัดโปรแรงลดกระหน่ำรับสิ้นปี ในงาน Commart BEST DEAL

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772661

MSI ขนไลน์อัพโน้ตบุ๊กทุกรุ่นยอดฮิต จัดโปรแรงลดกระหน่ำรับสิ้นปี ในงาน Commart BEST DEAL

MSI ขนไลน์อัพโน้ตบุ๊กทุกรุ่นยอดฮิต จัดโปรแรงลดกระหน่ำรับสิ้นปี ในงาน Commart BEST DEAL

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.46 น.

ลดกระหน่ำรับสิ้นปี กับ MSI ที่งาน Commart BEST DEAL เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ลดสูงสุด 28% พร้อมของพรีเมี่ยมจัดเต็ม ส่งต่อความคุ้มเน้นๆช่วงสิ้นปีนี้

ลดรับปิ้นปี ช่วง Holiday Season นี้ ที่งาน Commart BEST DEAL 2023 กับ MSI ที่ยกความอลังการ ขนไลน์อัพโน้ตบุ๊กทุกรุ่นยอดฮิตในปี 2023 นี้ รวมถึงรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน มาให้แฟนๆได้เป็นเจ้าของกัน กับความคุ้มค่าพร้อมส่วนลดกว่า 26% ของพรีเมี่ยมจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก จัดมาให้แฟน ๆ MSI โดยเฉพาะ ทั้งรุ่นที่เหมาะกับการเล่นเกมและการทำงาน ราคาโดยประมาณเริ่มต้นเพียง 13,990 บาทเท่านั้น!

ยังพบกับพวกเรา MSI ได้ในโลเคชันเดิมอย่างบูธหมายเลข B12 ของงาน Commart BEST DEAL ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 –  3 ธันวาคม 2566 4 วันเท่านั้น!

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นคุ้มค่า ราคาเริ่มต้นที่  19,990 บาท

Thin GF63

– บาง เบา พกพาง่าย

– วัสดุแข็งแรงทนทาน ทำจากอลูมิเนียม

– อัพเกรดแรมได้เพิ่มอีก 1 ช่อง และช่อง 2.5” SATA

– ดีไซน์เกมมิ่งจัดเต็ม

– กราฟิกการ์ด GeForce RTX Series

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นยอดฮิต ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 26,990 บาท ลดสูงสุด 21%

Katana 15 / 17

–  เทคโนโลยีใหม่ CPU Intel และการ์ดจอ GeForce RTX 30  / 40Series

– เทคโนโลยีระบายความร้อน Cooler Boost 5 เทคโนโลยี Shared Pipe

– ดีไซน์เกมมิ่ง ดุดัน หน้าจอกางได้ 180 องศา กับดีไซน์ฝาพับแบบล่าสุด

– เกมมิ่งคีย์บอร์ด RGB 4-Zone ฟัง์ชั่นปุ่มลัดจัดเต็ม พร้อมปุ่มตัวเลข เหมาะทั้งการทำงานและการเล่นเกม

ทุกรุ่นแถมฟรี Essential Backpack มูลค่า 1,490 บาท

รุ่นเน้นการพกมาแต่มาพร้อมประสิทธิภาพอันทรงพลัง

Stealth 16 Studio

– ดีไซน์เน้นความเรียบ หรูหรา ใช้ได้ทั้งการทำงานและการเล่นเกม

– เหมาะกับการพกพาและมาพร้อม Thunderbolt 4 และมีการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

– ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5

– หน้าจอระดับเทพ 16:10 ความละเอียด 2K 240Hz การแสดงสีสันเที่ยงตรงและสดใส

ทุกรุ่นแถมฟรี Stealth Trooper Backpack มูลค่า 1,690 บาท

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กเรือธงตัวแรง ดีไซน์ล้ำอนาคตพร้อมไฟ RGB ที่จัดเต็ม

Raider GE68 HX

– ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่สูงที่สุดจาก Intel Core i9 Gen 13th HX Series

– หน้าจอระดับเทพ 16:10 ความละเอียด 2K 240Hz การแสดงสีสันเที่ยงตรงและสดใส

– ดีไซน์สไตล์ยานอวกาศล้ำยุด พร้อมไฟ RGB Matrix Light Bar สุดล้ำ

– วัสดุทำจากอลูมิเนียมคุณภาพดี การประกอบที่แน่นหนา ทนทานต่อการใช้งาน

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสายพันธ์ AMD ที่คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้ สายแดงแรงฤทธิ์กับราคาสุดว้าวและของแถมสุดพิเศษ

Alpha 17 C7V

– ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่สูงที่สุดจาก CPU AMD Ryzen 9 7945 HX

– หน้าจอระดับเทพความละเอียด 2K 240Hz การแสดงสีสันเที่ยงตรงและสดใส

– ดีไซน์ดุดัน กับความสามารถ Over Boost เพิ่มพลังขั้นสูง

– รองรับ WI-Fi 7 เทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายใหม่ล่าสุด

– วัสดุทำจากอลูมิเนียมคุณภาพดี การประกอบที่แน่นหนา ทนทานต่อการใช้งาน

โน้ตบุ๊กสายทำงาน บาง เบา หรูหรา ราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 13,990 บาท

Modern

– สีสันทันสมัย ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมคุณภาพดี มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ

– น้ำหนักจับถนัดมือ เพียง 1.3 – 1.6 กิโลกรัม และอแดปเตอร์ไซส์พิเศษ

– หน้าจอกางได้ 180 องศา มาพร้อมฟังก์ชั่น Flip & Share

รวมถึงยังมีโปรโมชั่นของพรีเมี่ยมแบบ Limited จาก MSI อีกมากมายสำหรับผู้ที่ซื้อภายในงาน

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://msi.gm/SAAE5978 

ดาวน์โหลดโบรชัวร์โปรโมชั่นได้ที่ https://msi.gm/S3DBF862

MSI Gaming Website https://th.msi.com/

MSI Thailand Facebook https://msi.gm/2u6kGeX

MSI Thailand Instagram https://msi.gm/2QOli6R

MSI Thailand YouTube https://msi.gm/2ZgU1tt