DMT ฉลองครบรอบ 35 ปี จัดคอนเสิร์ต Journey of Dream ขอบคุณลูกค้าอย่างยิ่งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771312

DMT ฉลองครบรอบ 35 ปี จัดคอนเสิร์ต Journey of Dream ขอบคุณลูกค้าอย่างยิ่งใหญ่

DMT ฉลองครบรอบ 35 ปี จัดคอนเสิร์ต Journey of Dream ขอบคุณลูกค้าอย่างยิ่งใหญ่

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นเวลากว่าสามทศวรรษที่ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือ DMT มุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นก้าวสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน พร้อมให้ความสำคัญกับทุกฝ่าย รวมถึงทั้งลูกค้า พนักงาน รัฐและหน่วยงานกำกับ ผู้ถือหุ้นเจ้าหนี้ คู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชนและสังคม ตลอดจนสื่อมวลชน ในปี 2566 นี้จึงได้จัดงานคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 35 ปี ดอนเมืองโทลล์เวย์ “Journey of Dream” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อแทนคำขอบคุณที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุนบริษัทด้วยดีตลอดมาจัดเต็มนำศิลปินคุณภาพ “ก้อง-สหรัถ แอนด์ เบญจแบนด์ ” และ “ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์” หรือหน้ากากทุเรียน มาระเบิดความสนุกกันสุดฤทธิ์สุดเดชไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ณ ไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

โต้โผจัดงานอย่าง ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เล่าด้วยความปลื้มใจ หลังทราบว่ามีผู้เข้าร่วมงานอย่างคึกคักกว่า 1,200 คน ว่า วัตถุประสงค์ในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้มีเพื่อมอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้า และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มต่างๆ ในช่วงใกล้ปีใหม่ โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Journey of Dream” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการจัดงานคอนเสิร์ตของบริษัทฯ ในนามของบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมทั้งสื่อมวลชน ที่ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมบริษัทฯ ตลอดระยะเวลา 35 ปี เป็นอย่างดี พร้อมให้ความมั่นใจเดินหน้าตามทิศทางการดำเนินธุรกิจตามแผน 5 ปี (2567-2571) โดยมุ่งเน้น 3 มิติหลัก สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ เพื่อเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาได้เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จขององค์กร ตอกย้ำว่าเราเดินมาถูกทางและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีเลิศ

ภาพบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน และความประทับใจอย่างเต็มอิ่ม ทั้งลูกค้าและพันธมิตรทุกฝ่ายต่างลุกขึ้นมาวาดลวดลายโยกซ้ายโยกขวาไปตามจังหวะดนตรี ที่เหล่าศิลปินคุณภาพมาร้องบรรเลงและมอบความสุขให้ โดย DMT คาดหวังว่าจะมีโอกาสมอบความสุข และเป็นทางเลือกในเวลาอันแสนมีค่าของผู้ใช้ทางอย่างต่อเนื่องตลอดไป

‘บิวตี้ เจมส์’ เปิดปฐมบทใหม่ โชว์รูมจิวเวลรี่หรูใจกลางศาลาแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771310

‘บิวตี้ เจมส์’ เปิดปฐมบทใหม่ โชว์รูมจิวเวลรี่หรูใจกลางศาลาแดง

‘บิวตี้ เจมส์’ เปิดปฐมบทใหม่ โชว์รูมจิวเวลรี่หรูใจกลางศาลาแดง

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุริยน ศรีอรทัยกุล

บิวตี้ เจมส์ แกรนด์โอเพนนิ่ง “โชว์รูม” แห่งใหม่ย่านศาลาแดง เสิร์ฟความสวยงามของอัญมณีและเครื่องประดับด้วยโซนแสดงสินค้าที่กระจายทั่วทุกพื้นที่ของโชว์รูม ต้อนรับลูกค้าทุกเจนเนอเรชั่นด้วยการ shopping แบบ All Area พร้อมฉลอง นิว แชปเตอร์ โชว์รูมใหม่ด้วยเครื่องประดับ 10 คอลเลคชั่น มูลค่า 1,200 ล้านบาท ส่งท้ายปลายปี ภายใต้แรงบันดาลใจที่มาจากความเชื่อของพลอยชนิดต่างๆ นำมาร้อยเรียงเรื่องราวผ่านลวดลายกับความหมายในหลากหลายบริบท

หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทบิวตี้ เจมส์ เล่าถึงความตั้งใจที่จะรังสรรค์พื้นที่ใจกลางเมือง บริเวณที่ตั้งของอาคารบิวตี้ เจมส์ เซ็นเตอร์ บนถนนศาลาแดง ซอย 1/1 เนรมิตชั้น 3 ของอาคารเป็นโชว์รูมอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อรับรองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้เวลาชมความงดงามของเพชรพลอยและการเลือกเครื่องประดับที่ถูกใจ ท่ามกลางการตกแต่งพื้นที่ในรูปแบบ more function โดยใช้ประโยชน์กับทุกๆ พื้นที่ มีความทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นบิวตี้ เจมส์ ที่มีความ unique ในตัวเองและพร้อมที่จะก้าวไปในยุคสมัยอยู่เสมอ ซึ่งแบรนด์ใช้งบการออกแบบและตกแต่งโชว์รูม ประมาณ 88 ล้านบาท

เมื่อถามถึงเทรนด์เครื่องประดับทุกวันนี้ หนึ่ง-สุริยน มองว่า “ความเป็นวินเทจกลับมานิยมอีกครั้ง  สังเกตว่าวัยรุ่นนำเอาจิวเวลรี่ของคุณพ่อคุณแม่คุณย่าคุณยายออกมาสวมใส่ แต่ก่อนจะมองว่าใหญ่ไป เดี๋ยวนี้ความใหญ่ก็นิยมกันมาก ใส่ให้ดูแพง ใส่ให้ดูทันสมัย โดยจับแมชท์กับลุคและโอกาส ตามสไตล์แต่ละบุคคล นี่คือเทรนด์ที่จะอยู่ไปได้กับทุกยุค ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของบิวตี้ เจมส์ มีอยู่ในทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย ลูกค้าอายุน้อยที่สุด 7 ขวบเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ วัยทำงาน วัยรุ่น เซเลบริตี้ที่เริ่มสะสมจิวเวลรี่ ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่ที่นิยมสวมใส่และเก็บเป็นสมบัติสืบทอดให้ลูกหลาน”

ในโอกาสเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ จัดงาน BEAUTY GEMS GRAND OPENING OF THE NEW CHAPTER EXCLUSIVE WITH MARIO MAURER บิวตี้ เจมส์ ได้ออกแบบเครื่องประดับ 10 ชิ้นงาน ได้แก่ ชุด Cassiusสร้อยคอมรกตประดับเพชร ชุด Colt สร้อยคอพลอยมรกตประดับเพชรหลากหลายเม็ดล้อมรอบมรกตสีเขียวขนาดใหญ่ ชุด Harmony สร้อยคอพลอยทัวร์มาลีนประดับเพชร ชุด Luciano สร้อยคอบุษราคัมประดับเพชร อัญมณีนพเก้าชุด Nicasio สร้อยคอพลอยมรกตประดับเพชร ชุด Opulence สร้อยคอพลอยกรีนทัวร์มาลีนประดับเพชร ชุด Resplendentสร้อยคอบุษราคัมประดับเพชร ชุด Demureสร้อยคอพลอยแทนซาไนต์ประดับเพชร ชุด Armando สร้อยคอพลอยไพลินประดับเพชร และชุด Ethereal สร้อยคอพลอยทับทิมประดับเพชร งานนี้ยังได้นักแสดง มาริโอ้ เมาเร่อร่วมเป็นเกียรติเซอร์ไพรส์แขกภายในงาน โดยเครื่องประดับที่มาริโอ้ สวมใส่เป็นสร้อยเพชร BEAUTY GEMS ABEILLE COLLECTIONS (บิวตี้ เจมส์ อาเบลคอลเลคชั่น) ที่ตั้งใจรังสรรค์โดยใช้ผึ้งมาเป็นตัวแทนของความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง เหมาะกับหนุ่มโอ้ ที่มีไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่ไม่ว่าจะออกงาน ถ่ายละคร หรือแฟชั่นต่างๆ ก็สามารถนำคอลเลคชั่นนี้สวมใส่ไปได้ในทุกๆ โอกาส และคอลเลคชั่นนี้ถือเป็น unisex collections สามารถใส่ได้ทุกเพศทุกวัยด้วย นอกจากนี้หนุ่มโอ้ยังติดเข็มกลัดมรกตประดับเพชร มรกต น้ำหนัก 201.78 กะรัต เพชร น้ำหนัก  44.44 กะรัต18K White Gold 63.00 กรัม Platinum น้ำหนัก 3.42 กรัม รวมมูลค่าเครื่องประดับ 2 ชิ้นกว่า 300 ล้านบาทสำหรับใครที่มองหาของขวัญในโอกาสต่างๆ หรือมองหาจิวเวลรี่สวมใส่เอง มอบให้คนรัก หรือเก็บสะสม เชิญได้ที่โชว์รูม บิวตี้ เจมส์ผู้เติมเต็มความสุขด้วยความงามจากเครื่องประดับที่มีความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดของการออกแบบ เพื่อมอบความงามอันเลอค่าในการครอบครอง ด้วยมาตรฐานการคัดสรรและออกแบบเครื่องประดับคุณภาพสูง ตอกย้ำการเป็นผู้ผลิตและออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับแถวหน้าของประเทศไทย

เมก้า ศรีอรทัยกุล

เมก้า ศรีอรทัยกุล

พรเสก-ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี พร้อมด้วย ม.ล.ปุณยนุช เกษมสันต์
ดุลยจินดา และ นันทวัน แสงธรรมกิจกุล

พรเสก-ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี พร้อมด้วย ม.ล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา และ นันทวัน แสงธรรมกิจกุล

มาริโอ้ เมาเร่อ กับแขกภายในงาน อาทิ จรินทร์ สุมานนท์, พัชรา วีรบวรพงศ์,
เสาวณีย์ อักษรานุวัตร

มาริโอ้ เมาเร่อ กับแขกภายในงาน อาทิ จรินทร์ สุมานนท์, พัชรา วีรบวรพงศ์, เสาวณีย์ อักษรานุวัตร

เมก้า-สุริยน ศรีอรทัยกุล ต้อนรับแขกเหรื่อภายในงานบิวตี้ เจมส์ แกรนด์โอเพนนิ่ง “โชว์รูม” แห่งใหม่ย่านศาลาแดง

เมก้า-สุริยน ศรีอรทัยกุล ต้อนรับแขกเหรื่อภายในงานบิวตี้ เจมส์ แกรนด์โอเพนนิ่ง “โชว์รูม” แห่งใหม่ย่านศาลาแดง

ย้อนเส้นทาง ‘ปอย-พชรวรรณ’ แชมป์โลกนักดมกลิ่นกาแฟ ‘World Aromaster Championship 2023’ คนล่าสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771321

ย้อนเส้นทาง 'ปอย-พชรวรรณ' แชมป์โลกนักดมกลิ่นกาแฟ 'World Aromaster Championship 2023' คนล่าสุด

ย้อนเส้นทาง ‘ปอย-พชรวรรณ’ แชมป์โลกนักดมกลิ่นกาแฟ ‘World Aromaster Championship 2023’ คนล่าสุด

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.24 น.

ย้อนเส้นทางพนักงานสาวซีพี ออลล์ แชมป์โลกนักดมกลิ่นกาแฟ “World Aromaster Championship 2023” คนล่าสุด ผู้ต้องการส่งต่อกลิ่นและรสชาติกาแฟแก้วที่ดีที่สุดถึงผู้บริโภค

ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ ได้กลายเป็นที่ตั้งเวทีแข่งขันของเหล่ามืออาชีพนักดมกลิ่นกาแฟระดับโลก ในรายการ World Aromaster Championship 2023 ที่จัดขึ้นเพื่อค้นหาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะด้านประสาทสัมผัสและด้านการอธิบายรสชาติ Scentone โดยสถาบัน School of Coffee Flavorist (SOCOF) สถาบันสอนกาแฟเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การสอนด้านกาแฟให้กับผู้ที่สนใจ ที่มีมาตรฐานในระดับสากล SCA, SCENTONE, GCS จากประเทศเกาหลี

โดยรายการ World Aromaster Championship เป็นเวทีวัดทักษะด้าน Sensory Test หรือการทดสอบคุณภาพอาหารโดยใช้ประสาทสัมผัสของมนุษย์เป็นเครื่องแปลผลทางความรู้สึก ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2015 พร้อมจัดมาต่อเนื่อง จนในปี 2023 นี้ การแข่งขัน World Aromaster Championship ได้มีผู้เข้าแข่งขันฝ่าฝันมาจนถึงรอบสุดท้ายรวม 9 คน จากประเทศเกาหลี เวียดนาม และไทย ซึ่งบทสรุปสุดท้ายผลปรากฏว่า “พชรวรรณ คงเจริญ หรือ ปอย” 1 ใน 3 ตัวแทน Aromaster ของประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นทักษะด้าน Sensory Test ที่สั่งสมมานานกว่า 10 ปี เข้าป้ายคว้าแชมป์ World Aromaster Championship 2023 ไปครอง

โดย ปอย-พชรวรรณ คงเจริญ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็น Aromaster จากการหลงรักเสน่ห์และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟเป็นทุนเดิม ประกอบกับเส้นทางทำงานหลังเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ที่ได้มาเป็นผู้รับผิดชอบงานส่วนการควบคุมคุณภาพเมล็ดกาแฟ ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงยังได้มีส่วนร่วมในการคิดค้นและพัฒนาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในกลุ่มของกาแฟที่จำหน่ายผ่าน All CAFÉ ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องเรียนรู้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับบริษัทที่คอยสนับสนุนด้านการเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ได้ช่วยผลักดันให้ พชรวรรณ ลองทำตามแพชชันที่มี อย่างการสมัครเข้าแข่ง Aromaster ครั้งแรก จนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้ในท้ายที่สุด

“โดยปกติแล้วที่บริษัทจะมีการเทรนนิ่งเพื่อยกระดับทักษะการทำงานขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การฝึกฝนกับชุดดมกลิ่นกาแฟ-ฝึกฝนชิมกาแฟที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกไตรมาส โดยการฝึกฝนนี้ได้ช่วยให้เราสามารถแยกแยะกลิ่นของกาแฟแบ่งออกเป็น 11 กลุ่ม ก่อนจะลงลึกรายละเอียดไปว่าแต่ละกลุ่มมีกลิ่นย่อยแบบไหนบ้าง เช่น กลิ่นช็อกโกแลตจะสามารถแยกได้ทั้ง ดาร์กช็อกโกแลต มิลค์ช็อกโกแลต หรืออื่น ๆ ซึ่งความยากของการแข่งขันจะอยู่ที่จำนวนกลิ่นที่มีทั้งหมด 144 กลิ่น ให้เราต้องจินตนาการให้ถูกภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและโจทย์เรื่องกลิ่นที่มีความใกล้เคียงกันมาก”

พชรวรรณ เสริมต่ออีกว่า คุณสมบัติของนักดมกลิ่น หรือ Aromaster ทางด้านกาแฟจะคล้ายกับคุณสมบัติของผู้ทดสอบชิมอาหาร คือควรมีประสาทสัมผัสที่ดี สามารถเรียนรู้ จดจำ และบรรยายคุณลักษณะของกาแฟได้ ฉะนั้นแล้วผู้ที่จะมาเป็น Aromaster จึงต้องฝึกฝนชิมกาแฟและดมกลิ่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสั่งสมประสบการณ์รวมถึงคลังคำศัพท์ เพื่อจะนำมาใช้ถ่ายทอดกลิ่นและรสของกาแฟออกมาให้ชัดเจน “ซึ่งรางวัลที่ได้รับมาในครั้งนี้ ทำให้เราตั้งเป้าหมายในการนำโอกาสนี้มาพัฒนากาแฟใน 2 แง่มุม อย่างแรกคือการนำทักษะที่ฝึกฝนมาพัฒนาเรื่องเมล็ดกาแฟอย่างเต็มที่ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากขึ้น อย่างที่สองคือการพัฒนาคนทำกาแฟ ทั้งส่วนของทีมงานที่ต้องเรียนรู้ฝึกฝนเหมือนที่ทำมาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงส่งต่อความรู้นี้ไปให้กับผู้อื่นในสังคมด้วย”

จากจุดเริ่มต้นการเป็นผู้ที่ชื่นชอบในการดื่มกาแฟและอยากผลิตกาแฟที่เป็นสินค้าที่ดีที่สุดออกมา จนได้รับโอกาส ได้รับความรู้ และการฝึกฝนที่ดีจนพัฒนาเป็นความสามารถในด้าน Aromaster ทำให้ พชรวรรณ มุ่งมั่นจะแบ่งปันความรู้ส่งต่อให้ผู้อื่น โดยร่วมพัฒนารสชาติกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำจากการร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ เข้าไปทำหน้าที่สนับสนุนสร้างความเข้มแข็งกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟบ้านกองกาย จ.เชียงใหม่ รวมทั้งใช้ทักษะความสามารถ Aromaster และความเป็น Q Grader หรือผู้ตัดสินคุณภาพของเมล็ดกาแฟ มาพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปเมล็ดกาแฟให้มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนทำให้เมล็ดกาแฟบ้านกองกายมีคะแนนสูงขึ้น และก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลการประกวด Thailand coffee excellence 2023 ในอันดับ 4 ประเภทนวัตกรรม เหรียญทองแดง อีกด้วย

“ปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่ายุคของกาแฟได้พัฒนามาสู่ยุคที่ 5 หรือยุคที่มีเทคโนโลยีเข้าไปจับในทุกส่วนของกาแฟ ที่ผู้ปลูกมีการพัฒนาจนเกิดเกษตรกรไทยที่มีฝีมือมากมาย ตัวผู้บริโภคเองมีความรู้เข้าใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น และช่วยทำให้ตลาดกาแฟเติบโต มีการบริโภคสูงขึ้นมากกว่า 20% หลังจากโควิดที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดแล้วเรามองว่ากาแฟที่ดีควรจะดีมาตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือการผลิตเมล็ดจากการมีองค์ความรู้ มีความเข้าใจ มีการสนับสนุนจากเทคโนโลยี ซึ่งเมื่อต้นทางดีแล้ว กระบวนการต่าง ๆ อย่างการคั่วหรือการชงก็จะให้กลิ่นและรสชาติที่ดีเผยออกมาตามไปด้วย นับเป็นความต้องการของผู้ผลิตทุกคน ที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้ชิมกาแฟแก้วที่ดีที่สุดนั่นเอง” ปอย-พชรวรรณ คงเจริญ กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ ไทยเบฟ เปิดตัวหนังสือ ‘บันทึก นึกอร่อย’ ตำราอาหาร ‘ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล’ ต้นเครื่องในหลวงรัชกาลที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771311

มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ ไทยเบฟ เปิดตัวหนังสือ ‘บันทึก นึกอร่อย’ ตำราอาหาร ‘ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล’ ต้นเครื่องในหลวงรัชกาลที่ 9

มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ ไทยเบฟ เปิดตัวหนังสือ ‘บันทึก นึกอร่อย’ ตำราอาหาร ‘ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล’ ต้นเครื่องในหลวงรัชกาลที่ 9

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.56 น.

มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” ตำราอาหารของท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ‘ต้นเครื่องในหลวงรัชกาลที่ 9’

บ้านสุริยาศัย : ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” ตำราอาหารจากประสบการณ์และการจดบันทึกของท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ‘ต้นเครื่องในหลวงรัชกาลที่ 9’ ที่ได้รับการรวบรวมจัดพิมพ์และนำมาเผยแพร่เป็นครั้งแรก ณ บ้านสุริยาศัย ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดทำตำราอาหารของท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล มารดาของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อรักษาคุณค่าทางภูมิปัญญาของอาหารไทยซึ่งนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน อีกทั้งสูตรอาหารแบบดั้งเดิมนับวันได้ถูกปรับเปลี่ยนไปมากตามยุคสมัยและทรงเกรงว่าจะสูญหาย การจัดทำหนังสือชุดนี้จะได้นำเสนอเรื่องราวรวมถึงสูตรการทำอาหารและเกร็ดความรู้อันทรงคุณค่า โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำนิยมและพระราชทานชื่อหนังสือว่า “บันทึก นึกอร่อย”

ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ได้เคยถวายการรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะต้นเครื่องไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยทำหน้าที่จัดเตรียมพระกระยาหารไทย ประจำพระตำหนักจิตรลดารโหฐานยาวนานกว่า 40 ปี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เคยรับสั่งถึงท่านผู้หญิงประสานสุข ความตอนหนึ่งว่า “…คุณแม่ของคุณสุเมธ คือท่านผู้หญิงประสานสุข รู้จักกับคนในวังดี เช่นท่านผู้หญิงเจือทอง หรือท่านผู้หญิงมณีรัตน์ และทุกคนก็ทราบว่าคุณหญิงประสานสุขเป็นคนที่มีความสามารถในการปรุงอาหาร ตอนนั้นหัวหน้าห้องเครื่อง ซึ่งสมัยนั้นคุณหญิงติ๋วก็ถึงแก่กรรมไป ทุกคนก็เชิญคุณหญิงประสานสุข ซึ่งท่านก็ไม่แน่ใจว่าจะทำอาหารแบบในวังได้ดี  แต่ท่านก็มา … ท่านผู้หญิงก็ตั้งใจศึกษา ซึ่งรวบรวมตำราอาหารเขียนไว้มากมาย ทั้งของตัวเองและไปศึกษาทางวังต่างๆ …”

ท่านผู้หญิงประสานสุข ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ไปเรียนทำอาหารจากวังราชสกุลต่างๆ เช่น วังสระปทุม วังวรดิศ ฯลฯ รวมทั้งศึกษาจากตำราของผู้ที่เป็นปูชนียบุคคลด้านการทำอาหาร เช่น หม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และสูตรอาหารที่คิดค้นด้วยตนเอง

อีกทั้ง ช่วงระยะเวลาแห่งการถวายงานในฐานะต้นเครื่องไทยนั้น ท่านผู้หญิงประสานสุขได้รวบรวมตำราทำอาหารต่างๆ ทั้งคาวและหวาน โดยเขียนด้วยลายมือตนเองเก็บรวบรวมไว้ รวมถึงหนังสือและตำราอาหารที่สำคัญอีกหลายเล่ม ซึ่งล้วนเป็นตำราอาหารที่หาไม่ได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ได้เขียนบันทึกตารางตั้งพระกระยาหารและเครื่องเสวยต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ นั้น โปรดเสวยพระกระยาหารไทยที่เรียบง่ายเหมือนบุคคลทั่วไป แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

รูปแบบหนังสือที่จัดทำนี้ ได้จัดวางรูปเล่มเสมือนสมุดบันทึกของท่านผู้หญิงประสานสุข ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวและสูตรพระกระยาหาร รวมถึงสูตรอาหารอื่นๆ โดยจัดทำเป็นชุดหนังสือบรรจุในกล่องกระดาษแข็งจัดทำพิเศษ ประกอบด้วยหนังสือจำนวน 4 เล่ม แบ่งตามประเภทของอาหาร ดังนี้ เล่ม 1 “กับข้าว กับปลา” นำเสนอวัฒนธรรมอาหารชาววัง เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับอาหารชาววัง ความเชื่อมโยงและการประยุกต์กับวัตถุดิบท้องถิ่น สอดแทรกเกร็ดความรู้และเคล็ดลับตามที่ท่านผู้หญิงประสานสุขบันทึกไว้ เล่ม 2 “ต้มยำ ทำแกง” เรื่องราวของแกง ต้มยำ และยำต่างๆ ที่เป็นดั่งงานศิลป์ ในการผสมผสานสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดได้เป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติอันวิจิตร เล่ม 3 “จานข้าว จานเส้น” สูตรอาหารจานเดียว ทั้งของไทย จีน ฝรั่ง เรื่องราวข้าวผัดไกลกังวล และเรื่องเล่าของเมนูขนมจีนกับน้ำยาต่างๆ เล่ม 4 “ของว่าง ของหวาน” เทคนิคการปรุงของหวานทั้งตำรับไทยและต่างชาติ สอดแทรกประวัติความเป็นมาที่น่าประทับใจ

ทั้งนี้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้เป็นผู้สนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือ โดยมีบริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบการจัดวางเนื้อหา และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ถ่ายภาพประกอบหนังสือ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

หนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” จะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ในราคาชุดละ 1,500 บาท โดยจำหน่ายผ่าน     –    สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โทร. 02 447 8585 – 8 ต่อ 103 ร้านภัทรพัฒน์ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ ร้านนายอินทร์

ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ (SE-ED Book Center) บีทูเอส (B2S) คิโนะคูนิยะ (Kinokuniya) เอเซียบุ๊คส (Asia Books) ทั้งนี้ หากสั่งซื้อจำนวน 200 ชุดขึ้นไป สามารถจัดพิมพ์โลโก้หรือชื่อของหน่วยงาน องค์กร หรือกลุ่มธุรกิจบนกล่องหนังสือได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โทร. 02 447 8585 – 8 ต่อ 103

-(016)

ENRICH WORLDWIDE เปิดตัว4 Step ผิวสวย’SKINMD JEJU MARINE’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771299

ENRICH WORLDWIDE เปิดตัว4 Step ผิวสวย'SKINMD JEJU MARINE'

ENRICH WORLDWIDE เปิดตัว4 Step ผิวสวย’SKINMD JEJU MARINE’

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.29 น.

บริษัท เอนริช เวิลด์ไวด์ จำกัด(ENRICH WORLDWIDE)ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอางคุณภาพจากเกาหลีแบรนด์SKINMD เปิดตัวสินค้าไลน์ใหม่ในชื่อ JEJU MARINESeriesเวชสำอางคุณภาพที่ตอบโจทย์ผิวสวยสุขภาพดีด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดผสานสารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติของท้องทะเลเชจูเข้ากับเทคโนโลยีต่อต้านริ้วรอยที่ดีที่สุดเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ SKINMDด้วย 4 ขั้นตอนการบำรุงผิวแบบสาวเกาหลีได้ครบครัน ผ่านการค้นคว้าวิจัยโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังของ The Seoul National University Hospitalเกิดเป็น 4 ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง JEJU MARINE AGE AWAY ESSENCE TONERJEJU MARINE AGE AWAY LIQUID SERUM,JEJU MARINE AGE AWAY CONCENTRATE AMPOULE และJEJU MARINE UV PROTECTION

ENRICH พร้อมส่งมอบประสบการณ์ผิวสวยสุขภาพดีให้กับผู้ที่ชื่นชอบการดูแลผิว นำเสนอ 4ขั้นตอนผิวสวยแบบสาวเกาหลี ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ในไลน์JEJU MARINE SERIESเวชสำอางคุณภาพสูงจากแบรนด์SKINMD

  • ขั้นตอนที่ 1– JEJUMARINE AGE AWAY ESSENCE TONERนวัตกรรมโทนเนอร์เพื่อการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง ด้วยสารสกัดจาก 3 สาหร่ายทะเลที่มีคุณค่าทางสารอาหารมากมายอย่าง Ecklonia cava, Laminaria japonica และ Hizikiafusiformeพร้อมทั้งน้ำทะเลลาวาเชจูที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ปรับสภาพให้ผิวสดชื่น นุ่ม ชุ่มชื้น พร้อมเปิดรับการบำรุงในขั้นต่อไป
  • ขั้นตอนที่ 2– JEJUMARINE AGE AWAY LIQUID SERUMนวัตกรรมเซรั่มเนื้อบางเบาแต่เข้มข้นด้วยส่วนผสมจากน้ำทะเลลาวาจากเกาะเชจู ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุจากภูเขาไฟ พร้อมผสานพลังกับเทคโนโลยีต่อต้านริ้วรอย REVT-TOX TMเอกสิทธิ์จาก SKINMD ที่จะตรงเข้าฟื้นฟูริ้วรอยเล็กๆ ให้จางหายไปได้อย่างรวดเร็ว! พร้อมทั้งฟื้นบำรุงผิวให้ดูฉ่ำวาว เอิบอิ่มสุขภาพดียาวนาน
  • ขั้นตอนที่ 3– JEJUMARINE AGE AWAY CONCENTRATE AMPOULEนวัตกรรมแอมพลูเพื่อการบำรุงลึกถึงระดับเซลล์ผิว อุดมไปด้วยเปปไทด์ 10 ชนิดและกรดไฮยาลูรอนิกอีก 8 ชนิด พร้อมคุณค่าจากสาหร่ายทะเลและเปลือกส้มจากเกาะเชจูที่สมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ บำรุงผิวอย่างเข้มข้นล้ำลึก ซึมซาบสู่ผิวได้ดี ฟื้นบำรุงริ้วรอยให้กลับมาตื้นขึ้นอย่างเห็นผลได้ใน 4 สัปดาห์
  • ขั้นตอนที่ 4– JEJUMARINE UV PROTECTION SPF 50+ PA++++นวัตกรรมครีมกันแดดจากสารสกัดธรรมชาติ ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากคลินิกผิวหนัง ปกป้องผิวสวยจากแสงแดดยาวนานตลอดวันด้วยเทคโนโลยีการบล็อกรังสีทั้ง UVA, UVB และแสงสีฟ้าจากหน้าจอ กักเก็บความชุ่มชื้น พร้อมปรับผิวให้ดูกระจ่างใส ฉ่ำโกลว์แบบสาวเกาหลี

SKINMD เป็นแบรนด์เวชสำอางอันดับต้นๆ ที่ยังคงโดดเด่นในด้านนวัตกรรมการลดริ้วรอยที่มีประสิทธิภาพอย่างเทคโนโลยี REVT-TOX TMผสานกับสารสกัดบริสุทธิ์จากเกาะเชจู เกาะภูเขาไฟที่ขึ้นชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลเกาหลี พร้อมส่งต่อความสวยให้ถึงมือผู้ใช้งานทั่วประเทศโดย ENRICH WORLDWIDE ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Line : @enrichworldwide หรือ Call Center : 084-5566789

‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์’ เนรมิตแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสในมุมที่แตกต่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771288

‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์’ เนรมิตแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสในมุมที่แตกต่าง

‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์’ เนรมิตแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสในมุมที่แตกต่าง

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.05 น.

กลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ฉลองเปิดตัว โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ (Grande Centre Point Surawong Bangkok) โรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรู แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางย่านสุรวงศ์ ที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งในย่านการค้าใจกลางกรุงเทพฯ ผสานการออกแบบบที่สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาของย่านการค้าที่รุ่งเรือง ตัวโรงแรมออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมตะวันตกแนว Art Deco แฝงด้วยวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่ผสานตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของผู้เข้าพัก ทั้งห้องพักที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สระว่ายน้ำที่สามารถชมทิวทัศน์กรุงเทพฯ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ห้องฟิตเนสและเกมส์รูมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ รวมไปถึงห้องจัดเลี้ยงที่มีเทคโนโลยีจอ LED ขนาดใหญ่ และระบบแสงเสียงทันสมัยครบครัน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย เตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี

คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยถึงการเติบโตของธุรกิจในกลุ่ม LH Mall and Hotel ว่า “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดดำเนินการทั้งสิ้น ณ ปัจจุบันถึง 6 สาขา ได้แก่ โรงแรม แกรนด์       เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อไตรมาส 3 ในปี 2565 และมีผลตอบรับที่ดีเกินคาด มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 90% ภายในเวลาอันรวดเร็ว

โดยในปี 2566 นี้ กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีผลประกอบการรวมตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 มีรายได้รวมประมาณ 3,955 ล้านบาท และประมาณการว่าปี 2566 จะสามารถทำรายได้รวมทั้งปีประมาณ 4,800 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของเครือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ มาจากภาพรวมของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ทั้ง 4 สาขา ในกรุงเทพมหานคร มีการเติบโตของรายได้รวมสูงถึงประมาณ 85% และสาขาที่พัทยา 2 แห่ง เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเติบโตโดยรวมของกลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล มีตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจของรายได้รวมสูงขึ้นถึง 110% จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการที่เราคาดหวังไว้ และถือว่าธุรกิจมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดประเทศในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน และรายได้กลับมาสูงกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยรายได้เฉลี่ยห้องพักต่อห้องเพิ่มขึ้นกว่า 20% และอัตราการเข้าพักที่ประมาณ 90% ในทุกสาขา

ในด้านทิศทางโดยรวมของธุรกิจ บริษัทฯ ยังมีมุมมองบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ซึ่งดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี แม้ว่ายังมีปัจจัยท้าทายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ มีทิศทางดีขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเดินทางทั่วโลก ภาพรวมการท่องเที่ยว และโรงแรมของประเทศไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ประกอบกับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเป็นจำนวนมากตามคาดการณ์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ยังเป็นผลสำเร็จจากการวางกลยุทธทางการขาย การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ควบคู่กัน  สำหรับแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เราเน้นเรื่องความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้น เราจึงใส่ใจเรื่องของการบริการ พวกเรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าพักที่ไม่มีใครเหมือน โดยศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการให้ดีกว่าของคู่แข่ง โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่นักท่องเที่ยวเว้นจากการเดินทางท่องเที่ยวนาน เราได้พัฒนาบริการ สถานที่ ห้องพัก และเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ตอบโจทย์นักเดินทางที่กำลังมองหาประสบการณ์สำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในจุดหมายปลายทางซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวและด้วยทำเลที่โดดเด่นของโรงแรมทุกสาขาของเรา ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ และพัทยา ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อค้นหาเรื่องราวทางวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง ทั้งนี้ การพัฒนานี้ รวมไปถึงการออกแบบที่เราใส่ใจในทุกรายละเอียดให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของพื้นที่ ผสานการมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ ลูกค้าที่เดินเข้ามาในโรงแรมของเราจะต้องกลับออกไปพร้อมความประทับใจ

สำหรับสิ่งที่ทำให้แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทุกสาขา ประสบความสำเร็จ มาจากการที่เราเชื่อมั่นในคุณภาพและการบริการที่ลูกค้าจะได้รับ เพราะโจทย์ใหญ่ของพนักงานทุกคนคือความพึงพอใจของลูกค้า และที่สำคัญคือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไม่เคยหยุดพัฒนาในทุกด้าน นอกจากการขยายสาขาโดยเลือกจากทำเลที่ตั้งที่สะดวกต่อการเดินทาง  ยังรวมไปถึงการพัฒนาดีไซน์โรงแรม การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราคิดมาอย่างละเอียด การออกแบบบริการที่ปรับเปลี่ยนตามลูกค้าในแนวทางของ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์  และพัฒนาบุคลากรให้ปรับเปลี่ยนได้ทันกับการเติบโตของกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ ยังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการในช่องทางการสำรองห้องพักที่สะดวกและง่ายจนถึงการเข้าพัก”

ทางด้าน คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ถือว่ามีผลตอบรับที่ดีมาก มีผลการดำเนินงานที่ดี ทุกสาขาได้รับการตอบรับทั้งจากชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างดี โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% ทุกสาขา และค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วกว่า 20% โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวหรือเทศกาลซึ่งมียอดจองเข้ามาถึงสิ้นปี ซึ่งเราคาดหวังว่าจะมีตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

โดยเฉพาะโครงการล่าสุด แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา Themed Hotel แห่งแรกในไทย ซึ่งเป็นพอร์ต โฟลิโอ ที่เปิดดำเนินงานและทำรายได้โดยรวมในช่วงระยะเวลา 10 เดือนแรกของปี รวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งประมาณการว่าสิ้นปี 2566 โครงการแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา จะมีรายได้รวมทั้งปีทั้งสิ้นประมาณ 1,300 ล้านบาท แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา เป็นแบรนด์ Limited Collection ของกลุ่ม นับเป็นการขยายรูปแบบการให้บริการที่พักให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร โดยได้เปิดดำเนินการและประสบความสำเร็จอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา โดยสามารถทำรายได้ตลอด 1 ปี Yield of Investment สูงถึง 20% การเปิดตัวแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสำคัญของการปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่บริหารภายใต้กลุ่มแอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน และสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราได้ทยอยปรับปรุงทุกสาขาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความสะดวกสบาย ประสบการณ์ และความคุ้มค่าให้กับผู้เข้าพัก

ในปีนี้เราพร้อมเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรม Tier Timeless Collection ซึ่งครบครันด้านสถานที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจ และเชื่อมต่อกับ Old Town โดยถ่ายทอดผ่านงานดีไซน์ทุกพื้นที่ของโรงแรม ซึ่งถือเป็นการต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เป็น แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สาขาที่ 7  

ด้านการคาดการณ์การเติบโตสำหรับปีหน้า ขณะนี้เรามีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน 3 โลเคชั่นที่ดีที่สุดเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นก้าวใหม่ในการขยายธุรกิจของกลุ่ม โดยในไตรมาสแรกของปี 2568 จะเปิดโครงการมิกซ์ยูส (Mixed use) สูง 50 ชั้น ริมถนนพระราม 4 ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าลุมพินี 200 เมตร เปิดให้บริการอาคารสำนักงานและโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 512 ห้อง ห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ ฟิตเนส สระว่ายน้ำกลางแจ้ง คาเฟ่ สปา ออนเซน ห้องอาหาร และห้องอาหารรูฟทอป ซึ่งจะเป็นโรงแรมใน Tier Prestige Collection และต่อมาในไตรมาสแรกของปี 2569 จะเปิดโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สาขาใหม่ที่ราชดำริ ซึ่งเป็นแฟลกชิปของกลุ่มที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ ติดถนนราชดำริ ซึ่งเป็นที่ดินอาคารเพนนินซูล่าเดิม ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 509 ห้อง ห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ ฟิตเนส สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปา ออนเซน ห้องอาหาร และห้องอาหารรูฟทอป และในปี 2570 เราจะมีแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สาขาที่ 3 ที่พัทยา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง Themed Hotel ของแบรนด์ใน Tier Limited Collection ให้บริการห้องพักจำนวน 494 ห้อง ในธีมล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะเป็นโปรเจกต์ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ แห่งที่ 10 ของเรา

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และสัญญาขายสังหาริมทรัพย์ของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี และ 29 ปี ตามลำดับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสัญญาดังกล่าว ได้มีผลบังคับใช้ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566 จากการเพิ่มทุนเพิ่มเติมและการกู้ยืมเงินของกองทรัสต์ LHHOTEL มูลค่ารวมประมาณ รวม 9,400 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ LHHOTEL ได้เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องจากขนาดกองทรัสต์ที่ใหญ่ขึ้นรองรับผู้ที่สนใจเข้าลงทุนใน LHHOTEL

โดยทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เป็นกองทรัสต์โรงแรมที่มีมูลค่าทรัพย์สินและมูลค่าตามราคาตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมที่พัทยาอีก 2 แห่ง ส่งผลให้มีทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอรวม 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21, โรงแรมแกรนด์     เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มีห้องพักรวมทั้งสิ้น 2,287 ห้อง ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ โรงแรมทั้ง 5 แห่ง มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงประมาณ 90% และปัจจุบันยังคงมีลูกค้าคนไทยและต่างชาติจองห้องพักล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ภายหลังลงทุนเพิ่มเติม LHHOTEL จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท และมีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ รวมถึงมีการกระจายการลงทุนที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนทรัพย์สินในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45% นอกจากนี้ บริษัทฯ ในฐานะ Sponsor ของกองทรัสต์ยังมี Pipeline ในการพัฒนาทรัพย์สินใหม่ ๆ ที่เป็นโอกาสให้กับ LHHOTEL ในการสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต โดยขึ้นกับความพร้อมของทรัพย์สินและสภาวะตลาดการลงทุนต่อไป”

คุณภาคิน เอียงผาสุข ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ได้เล่าถึงจุดเด่นของโรงแรมว่า “สำหรับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลทองที่อยู่ตรงกลางของย่านธุรกิจการค้าหลักๆ ของกรุงเทพฯ ทั้งย่านสุรวงศ์ บางรัก เจริญกรุง สีลม สาทร อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ อย่างบางรัก เจริญกรุง ทรงวาด ซึ่งเรายังคงเน้นการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก ด้วยคอนเซ็ปต์ “Immerse in Bangkok soul, where culture meets comfort” เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่ผ่อนคลาย ในย่านที่เชื่อม Old Town และ Commercial ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งภายในห้องพัก และส่วน Facilities การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เสริมด้วยการให้บริการที่นำเอาหลักการของแกรนด์   เซนเตอร์ พอยต์ คือ Grande Your Stay มาสร้างความแตกต่าง เพื่อรองรับผู้เข้าพักทุกคนที่มองหาประสบการณ์ใหม่ และสัมผัสมหานครกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่างออกไป

โดยจากสถิติการเข้าพักในทุกสาขา เรามีลูกค้าหลักจากทุกกลุ่มเป็นชาวต่างชาติ ทั้งกลุ่มเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป ซึ่งสำหรับสาขาสุรวงศ์นี้ ด้วยพื้นที่ตั้งที่เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าฐานยุโรปและเอเชีย และยังมีกลุ่มคนไทย ที่เข้ามาใช้บริการอื่นๆ ของโรงแรม อย่างห้องประชุมสัมมนา ห้องจัดเลี้ยง หรือห้องอาหาร ซึ่งเราให้ความสำคัญไม่แพ้ห้องพักเช่นกัน 

ส่วนกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้า เรามองว่าแนวโน้มฐานลูกค้าสำคัญในปัจจุบัน คือการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองผ่านการสำรองห้องพักทางออนไลน์ โดยศึกษาข้อมูลผ่านรีวิว และคะแนนความประทับใจ ดังนั้น เราได้เน้นสร้างจุดขายใหม่ๆ ที่ทำให้การเข้าพักคุ้มค่า สะดวกสบาย และสมบูรณ์ขึ้น เริ่มตั้งแต่การพัฒนาระบบสำรองห้องพักที่รองรับการจ่ายเงินทุกรูปแบบ ด้านเทคโนโลยีในห้องพัก เช่น การเปลี่ยนโทรทัศน์ เป็น Smart TV ทั้งหมด การเพิ่มสัญญาณ WiFi การเพิ่มความสะดวกสบายในห้องพัก ในด้านปรับปรุงเตียงเพื่อให้นอนหลับได้สบาย ได้เปลี่ยนมาใช้เตียงใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าพักได้รับการพักผ่อนที่สบายกว่าเดิม เพิ่มความนุ่มของเตียงด้วยชั้นรองเตียงหนานุ่ม ใช้ผ้าปูที่นอนจากคอตตอน 100 อย่างดี แบบทอ 300 เส้น เพิ่มจำนวนหมอน Micro Gel ใช้สีขาวทั้งหมด เพื่อความคลาสสิกแลดูสะอาดตา เพิ่มมินิบาร์ ให้บริการฟรีในห้องพัก และอัพเกรด Amenity ทั้งหมด ด้าน Facilities ทุกโรงแรมมีการปรับปรุงพื้นที่โดยเพิ่มพื้นที่ Games Room ซึ่งให้บริการทั้ง เกมส์อาร์เคด เกมส์ เพลสเตชั่น และบอร์ดเกมส์ ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวปัจจุบัน รวมไปถึงพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้ใหม่ และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ปีนี้เราเดินหน้าขยายธุรกิจและรายได้ด้านประชุม โดยพัฒนาส่วนของพื้นที่ประชุมและจัดเลี้ยงโดยเพิ่มเทคโนโลยีสำหรับจัดประชุมเต็มรูปแบบ ทั้งการใช้จอ LED เชื่อว่าด้วยจุดแข็งในด้านทำเล ของทุกสาขา กับการพัฒนาด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการนี้ จะทำให้เราขยายฐานลูกค้าไปได้ทุกกลุ่ม”

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ให้บริการห้องพักจำนวน 399 ห้อง โดยเริ่มตั้งแต่ห้องดีลักซ์ (Deluxe) ขนาดเริ่มต้น 44 ตร.ม. ได้ทิวทัศน์เมืองทุกห้องพัก ห้องประชุมขนาดเริ่มต้น 53 ถึง 262 ตร.ม. ห้องอาหารจีน ฮั้ว ห้องอาหารรูฟทอป บางรักกริลล์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และเกมส์รูม

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ (Grande Centre Point Surawong Bangkok) เปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ โดยสำรองห้องพักได้ที่ grandecentrepointsurawong.com หรือ โทร 02 0795888

ติดตามข้อมูล แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ได้ที่ grandecentrepointsurawong.com , Line@: @gcpsurawong , Facebook: @gcpsurawong , Email: surawong@gcphotels.com ,         เบอร์โทร: 02 0795888

-(016)

นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจ ‘TAVI’ ซ่อมลิ้นหัวใจผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771276

นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจ ‘TAVI’ ซ่อมลิ้นหัวใจผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด

นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจ ‘TAVI’ ซ่อมลิ้นหัวใจผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.41 น.

24 พฤจิกายน 2566 โรงพยาบาล พญาไท 2 ชวนเฝ้าระวังผู้ใหญ่ในครอบครัว กับความเสี่ยงวัย 75 ปี ขึ้นไป ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทำให้มีการตรวจพบโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัยมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้น คือ ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพ หมดความยืดหยุ่น และมีไขมันหินปูนเกาะ ทำให้ลิ้นหัวใจไม่สามารถเปิดและปิดได้สนิท ส่งผลให้เกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบรุนแรง โดยพบได้บ่อยในลิ้นหัวใจห้องซ้ายล่าง บริเวณลิ้นหัวใจเอออร์ติกเพราะเป็นส่วนที่ทำงานหนักที่สุด มีการกระแทกลิ้นหัวใจเปิดปิดแรงเพราะต้องส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นหัวใจทำงานหนักมานานจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดหินปูนเกาะที่ลิ้นหัวใจ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้เพราะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพอโดยทั่วไปแล้วโรคนี้มักจะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อเริ่มมีอาการมักจะรุนแรงจนมีอันตรายแก่ชีวิตได้

ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันเข้ามาช่วยให้การรักษาเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยการใช้เทคนิค TAVI (Trans catheter Aortic Valve Implantation) เป็นการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยการรักษาของ TAVI จะเป็นการใช้สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ แล้วใช้ลิ้นหัวใจแบบเนื้อเยื่อยึดติดกับขดลวดพิเศษ ส่งขึ้นไปถึงตำแหน่งลิ้นหัวใจเอออร์ติกด้วยระบบท่อนำทาง จากนั้นจะปล่อยลิ้นหัวใจเทียมให้กางออกเพื่อทำหน้าที่แทนลิ้นหัวใจเดิม ซึ่งวิธีนี้ผู้ป่วยจะไม่มีแผลผ่าตัดที่บริเวณหน้าอกหรือใต้ราวนมเหมือนกับการผ่าตัดแบบมาตรฐานหรือผ่าตัดส่องกล้อง จะมีเพียงแผลที่บริเวณขาหนีบจากการใส่สายสวนเท่านั้นลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งวิธีนี้ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง และผู้ป่วยจะมีแผลมีขนาดเล็กมากทำให้ฟื้นตัวได้เร็วใช้เวลาพักฟื้นไม่นานก็กลับบ้านได้ การรักษานี้จึงเข้ามาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดและไม่บาดเจ็บ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว

การรักษาด้วย TAVI จะทำได้กับกลุ่มคนไข้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่น อายุมากแล้ว เคยผ่าตัดหัวใจมาก่อน หรือเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จากการศึกษาพบว่าการรักษาด้วย TAVI มีผลดีกว่าการผ่าตัดแบบปกติมาก เกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า เสียชีวิตน้อยกว่า และผลของการรักษาได้ผลดีในระยะยาว

ทุกการรักษาที่ซับซ้อนรวมไปถึงการซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือ TAVI จำเป็นจะต้องมีทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจ แพทย์สวนหลอดเลือด วิสัญญีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และบุคลากรทางห้องสวนหัวใจ รวมถึงการใช้ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ หรือ Hybrid Operating Room เพื่อให้มีความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วย

ที่จำเป็นต้องได้รับรักษาด้วยวิธีสายสวนทางหลอดเลือด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะต้องผ่าตัดแก้ไขหากเกิดปัญหาหรือมีภาวะแทรกซ้อน อันเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการรักษา ที่ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำและทำการรักษาเพิ่มเติมได้ทันทีในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลต่อผลการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย

สาเหตุของโรคลิ้นหัวใจตีบ มักมีความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย และไม่แสดงอาการจนกระทั่งเกิดการตีบอย่างรุนแรง โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ เช่น แน่นหน้าอก หน้ามืด อาจเป็นลมหมดสติ และหัวใจวาย หากตีบรุนแรง และอาการบ่งชี้มักจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น เนื่องจากหัวใจไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม โรคนี้จึงพบได้มากในกลุ่มผู้สูงอายุ และมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในคนไข้สูงอายุที่มาตรวจหัวใจแพทย์จะใช้วิธีฟังเสียงหัวใจ หากมีเสียงที่ผิดปกติก็ต้องหาสาเหตุเพิ่มเติมต่อไปเพื่อหาอาการให้ตรงจุด ก่อนจะทำการรักษาต่อ

หากผู้ใหญ่ในครอบครัวมีอาการน่าสงสัย สามารถโทรมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์หัวใจ ชั้น 12 อาคาร Aโรงพยาบาลพญาไท 2 โทร 02-617-2469 หรือ Call Center 1772

เพราะบ้านคือผืนผ้าใบของคุณ ‘Jotun’s Global Colour Card 2024’ เปิดตัวเครื่องมือแห่งสีสันเพื่อการตกแต่งภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771265

เพราะบ้านคือผืนผ้าใบของคุณ ‘Jotun’s Global Colour Card 2024’ เปิดตัวเครื่องมือแห่งสีสันเพื่อการตกแต่งภายใน

เพราะบ้านคือผืนผ้าใบของคุณ ‘Jotun’s Global Colour Card 2024’ เปิดตัวเครื่องมือแห่งสีสันเพื่อการตกแต่งภายใน

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.27 น.

งาน Global Colour Card ประจำปี 2024 “CANVAS Colour Design by Jotun,” เปิดตัวอย่างประสบความสำเร็จ ณ EmQuartier Helix Garden ชั้น 5 เมื่อวันที่ 10 ถึง 12 พฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา โจตัน เชื่อว่าทุกคนมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว และต้องการที่จะช่วยปลดปล่อยความเป็นศิลปินนั้นด้วย CANVAS  – the brand’s new Global Colour Card for 2024 ที่ออกแบบมาเพื่อมอบแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความเป็นศิลปินในบ้านของตนได้อย่างเต็มที่ ผ่านการนำเสนอสีสันกว่า 23 เฉดสีจากโจตัน ที่รวมไปถึง 10 เฉดสีใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษในปีนี้ภายใต้การร่วมมืออย่างใกล้ชิดของ Lisbeth Larsen – Global Colour Manager และห้องปฏิบัติการด้านเฉดสีของโจตัน

แรงบันดาลใจจากสีของผืนผ้าสู่บ้านของคุณ สีสันที่รายล้อมรอบตัวเราสะท้อนถึงตัวตนและความรู้สึกภายในของเราเมื่อไรก็ตามที่เราเลือกใช้สีสันใด ก็เปรียบเสมือนการที่ได้ก้าวเข้าไปสู่พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ภายในของเรา แปรเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เหมือนดั่งการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ

ในทุกๆ ปี ทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสีระดับนานาชาติของ Jotun และ  Larsen จะออกเดินทางสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก นำเอาเทรนด์ใหม่ ๆ และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมารังสรรค์ให้กลายเป็นชุดคอลเล็กชันเฉดสีที่สวยงามสอดคล้องกับยุคสมัยอย่างลงตัว

พาเลทสีสันสดใหม่ เพื่อการตกแต่งภายในที่สวยงาม

เพื่อให้สอดคล้องต่อเทรนด์การออกแบบสีปัจจุบันที่นิยมสีที่ให้ความรู้สึกสงบและมีความเป็นกลางซึ่งช่วยให้คนสามารถผ่อนคลาย ดังนั้นพาเลทสีประจำปี 2024 ของโจตัน จึงได้รวมเอาสีเขียวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ตลอดจนสีฟ้าสดและสีเทาอ่อนที่ชวนให้นึกถึงร่มเงาของท้องฟ้าและท้องทะเล สีน้ำตาลเอิร์ธโทนและสีเบจให้ความรู้สึกถึงความเป็น “พื้นดิน” ในขณะที่สีเหลืองและสีทองช่วยเสริมบรรยากาศด้วยความสดใส

 “เมื่อกล่าวถึงเรื่องการแสดงออก ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า “สี” เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด แม้ว่าเราไม่ได้ตระหนักถึง เราทุกคนล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยไอเดียต่าง ๆ มากมาย ในบางครั้งเราแค่ต้องการความกล้าที่จะดึงไอเดียเหล่านั้นออกมา CANVAS Collection คือแนวทางของโจตันที่จะแสดงให้เห็นว่าทุก ๆ คนก็สามารถที่จะเป็นศิลปินได้ ” – Lisbeth Larsen, Global Colour Manager at Jotun

ศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งสี

นอกจากจะส่งเสริมให้ทุกคนปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และความเป็นตัวเองในการเลือกใช้สีอย่างอิสระแล้ว ด้วย Global Colour Card ประจำปี 2024 โจตันยังมอบแนวทางการจับคู่ ผสมผสานสีสันต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับการตกแต่งภายในของคุณ โดยมีรากฐานมาจากทฤษฎีสีที่เป็นแนวทางที่ช่วยให้ศิลปินและนักออกแบบภายในสร้างสรรค์ผลงานมานานนับศตวรรษที่แค่ปรายตามองก็เห็นถึงความกลมกลืนและความแตกต่างที่เสริมกันของสีสันอันสวยงาม แต่ละ ‘interior spread’ ใน Global Colour Card มาพร้อมกับวงล้อสีที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงการผสมผสานเฉดสี และเหตุผลเบื้องหลังของแต่ละเฉดสีที่ถูกเปิดตัวในงาน Global Colour Card 2024 ครั้งนี้

สีของโจตัน ประจำปี 2024: 1376 Mist – a warm, greyish white

12075 Soothing Beige – a muted beige tone

12290 Antwerp Beige – a softly muted beige*

12291 Soft Brown – a golden muted brown*

1632 Rock Sugar – a golden brown tone

9925 Fahm – a neutral cool grey

12078 Comfort Grey – a softly muted grey

12077 Sheer Grey – a light grey-beige tone

5081 Silver Moon – a cool blueish-grey tone

4947 True Blue – a fresh blue tone*

9918 Morning Fog – a neutral white

20218 Healing Lavender – a muted purple tone*

2300 Deep Soil – a muted red-brown

2224 Indi Pink – a gently golden pink tone*

20217 Muted Coral – a golden coral tone*

1622 Edelweiss – a warm, greyish white

1775 Fresh Pasta – a pastel yellow shade

7386 Pistachio – a fresh yellowish green*

7685 Subtle Green – a soft, muted green*

7686 Mindful Green – a muted green*

8583 Earthy Yellow – a muted yellow tone*

0288 Mexico – a greenish yellow

8493 Green Tea – a golden green

เจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้สีทาภายในเกรดพรีเมียม Majestic Sense เพื่อสร้างการตกแต่งภายในที่ดูเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเลือกสีที่ตรงกันข้ามเพื่อเติมความน่าตื่นเต้นและความน่าสนใจ หรือจะเลือกใช้สีที่มีระดับความเข้มที่ใกล้เคียงกันเพื่อผสมผสานเฉดสีที่ต่างกันอย่างลงตัว

CANVAS Collection เปิดตัวครั้งแรกของโลกในเดือนสิงหาคมปี 2023 พร้อมงานอีเวนต์สุดพิเศษในหลายประเทศรอบโลก ที่รวมถึงการจัดแสดงผืนผ้าใบแขวนขนาดใหญ่ที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้สำรวจรูปทรงเรขาคณิต และสัมผัสประสบการณ์สีสันที่แตกต่างอย่างตระการตา อีกทั้งยังสามารถร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปเชิงสร้างสรรค์ ผสมผสานและจับคู่เฉดสีเพื่อสร้างงานศิลปะของตนเองอีกด้วย

Make Your Home Your CANVAS บ้านคือผืนผ้าใบของคุณ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ณ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานครฯ โดยในงานได้รับเกียรติจากนางอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล (H.E. Mrs. Astrid Emilie Helle) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยแขกรับเชิญผู้ทรงอิทธิพล โดยมีกิจกรรมภายในงานมากมาย ไม่ว่าจะกิจกรรมถามตอบกับสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดัง, เวิร์คช็อปเรื่องสี, การสาธิตวงล้อสีโจตันในการจับคู่โทนสีแบบลงมือจริง และ Colour Consultations กับผู้เชี่ยวชาญด้านสีระดับนานาชาติของโจตัน และยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ที่รวมไปถึงกิจกรรมถ่ายรูปท่ามกลางผืนผ้าใบแขวนขนาดใหญ่ ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และพื้นที่กิจกรรมมากมายที่ออกแบบมาเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคนที่กำลังมองหาพื้นที่ที่สวยงามที่จะสร้างสรรค์ด้วยสีทาภายในเกรดพรีเมียม Majestic Sense

-(016)

ส่องสว่างใสในวาเลนไทน์ปีนี้ : ให้เพชรเป็นของขวัญวาเลนไทน์ผู้หญิงที่จะไม่มีวันลืม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771241

ส่องสว่างใสในวาเลนไทน์ปีนี้ : ให้เพชรเป็นของขวัญวาเลนไทน์ผู้หญิงที่จะไม่มีวันลืม

ส่องสว่างใสในวาเลนไทน์ปีนี้ : ให้เพชรเป็นของขวัญวาเลนไทน์ผู้หญิงที่จะไม่มีวันลืม

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.31 น.

วาเลนไทน์นี้ พบกับความรักที่เปร่งประกายความสว่างของเพชรที่ไม่มีวันลืมได้เลย ทำให้หัวใจของคนพิเศษของคุณกระโดดขึ้นกับของขวัญวาเลนไทน์ผู้หญิงที่เหนือความเคลื่อนไหวนี้ด้วย จิวเวลรี่เพชรจากอนันทา เราขอเสนอคอลเลคชั่นที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเป็นจิวเวลรี่เพชรสุดหรูที่จะแสดงความรักของคุณที่ไม่สามารถบอกเป็นคำพูดได้ พบกับคอลเลคชั่นของขวัญวาเลนไทน์ผู้หญิงที่เราคัดสรรอย่างรอบคอบทุกชิ้นนำเสนอเป็นเรื่องรักที่ยืนยาว

ทำไมควรเลือกเพชรเป็นของขวัญในวาเลนไทน์ผู้หญิง?

เพชรเป็นของขวัญที่ยืนยาวเหมือนกับความรักของคุณ ค้นหาของขวัญวาเลนไทน์ผู้หญิงที่แสดงสัญลักษณ์ความแข็งแรงและความยืนยาวของความสัมพันธ์ของคุณ

เพชรเป็นความงามและการส่องสว่างที่ไม่มีอะไรเทียบเท่า เมื่อคุณให้เพชรเป็นของขวัญ คุณกำลังบอกเล่าเรื่องราวว่าคุณจะรักคนรักของคุณเสมอ

มีความหรูหราที่ไม่มีใครเทียบเท่า

เพชรเป็นที่รู้จักในนามความงาม และการส่องสว่างที่ไม่เทียบเท่า หากคุณให้ของขวัญเป็นเพชร คุณกำลังให้สมบัติที่จะเป็นความรัก และความผูกพันที่ยืนยาว

มีความหลากหลาย

คอลเลคชั่นเพชร ของวาเลนไทน์ผู้หญิง ของเรามีรูปแบบต่าง ๆ หลากหลาย ตั้งแต่สร้อยคอเพชรที่ลงตัวไปจนถึง แหวนเพชร หลากหลายแบบ คุณจะค้นพบ ของวาเลนไทน์ผู้หญิง ที่ลงตัวกับคนรักของคุณ

ค้นพบคอลเลคชั่นจิวเวลรี่เพชร ของวาเลนไทน์ผู้หญิง ของเรา

1.แหวนเพชร: คอลเลคชั่น แหวนเพชร ที่งดงามของเราจะช่วยให้นิ้วของคุณสง่า และเป็นประกายสุด

2.สร้อยคอเพชร: เพิ่มความงามคนรักของคุณด้วย สร้อยคอเพชร ที่เปร่งประกาย ที่เราคัดสรรมาให้เหมาะกับทุกโอกาส เลือกได้หลากหลายของรูปแบบ

3.ต่างหูเพชร: ยกระดับความงามคนรักของคุณด้วย ต่างหูเพชร ที่น่าละมุนของเรา มีหลากหลายแบบที่สามารถสวมใส่ทุกวัน หรือบันทึกไว้สำหรับช่วงเวลาพิเศษ

4.กำไลเพชร และ สร้อยข้อมือเพชร : แสดงความรักของคุณด้วย กำไลเพชร และ สร้อยข้อมือเพชร ส่องว่างและเปล่งประกาย สวมใส่ทุกวัน แมชได้กับทุกลุค ช่วงเวลาพิเศษที่คุณและคนรักจะไม่มีวันลืม

ทำไมควรเลือกจิวเวลรี่เพชรอนันทาเป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้แฟนของคุณ

ที่อนันทา เรามุ่งมั่นที่จะออกแบบจิวเวลรี่เพชรคุณภาพสูงสุด โดยเมื่อคุณช้อปกับเราคุณสามารถคาดหวัง:

  • ฝีมือการออกแบบที่ยอดเยี่ยม
  • เพชรที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด
  • ราคาที่เข้าถึงได้
  • ผู้ช่วยบริการลูกค้าที่เป็นมิตร และมีความรู้
  • บริการหลังการขาย

สั่งของขวัญวาเลนไทน์ของคุณได้แล้ววันนี้ วันวาเลนไทน์อยู่ไม่ไกลแล้ว ดังนั้นอย่ารอ! ทำให้วาเลนไทน์ปีนี้ไม่มีวันลืมด้วยของขวัญสุดพิเศษที่หรูหราไม่เหมือนใครจากอนันทา ค้นพบคอลเลคชั่นจิวเวลรี่เพชรของเรา และแสดงความรักของคุณด้วยความสว่างไสวของเพชร เฉลิมฉลองวันที่น่าจดจำที่สุดในปี

ให้ความรักของคุณส่องสว่างกว่าที่เคยด้วยจิวเวลรี่เพชรจากอนันทา ทำให้วาเลนไทน์ในปีนี้เป็นวันที่เหมาะสมแท้จริง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://anantajewelry.com/gifts/gift-for/valentine.html

‘HYE’ (Paper Planes) ปั้นไซด์โปรเจกท์มิวสิกอินโนเวชั่นทำเพลงสั้น ‘Poetry in Summary กวีโดยสรุป by HYE’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771286

‘HYE’ (Paper Planes) ปั้นไซด์โปรเจกท์มิวสิกอินโนเวชั่นทำเพลงสั้น ‘Poetry in Summary กวีโดยสรุป by HYE’

‘HYE’ (Paper Planes) ปั้นไซด์โปรเจกท์มิวสิกอินโนเวชั่นทำเพลงสั้น ‘Poetry in Summary กวีโดยสรุป by HYE’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากเปิดตัวค่ายไปเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา GMM SAUCE (จีเอ็มเอ็ม ซอส) ค่ายเพลงสั้น 55 วินาที ที่เน้นเรื่องนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์การทำเพลงใหม่ ที่ไม่ยึดกรอบธรรมเนียมปฏิบัติ หรือสูตรความสำเร็จเดิม ได้มีการปล่อยเพลงเนื้อหาสนุกๆ ออกมาสร้างสีสันในโลกโซเชียลกว่า 30 เพลงแล้ว ทั้งออริจินัลและคัฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงแมวแมว,หวยแหลก, ลำพังดังกว่าลำโพง, ชาบูจะเยียวยา, เงินเดือนหรือเงินทอน เป็นต้นล่าสุด GMM SAUCE ได้มีการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์สุดฮอตของวงการ HYE-ธันวา เกตุสุวรรณ (ฮาย Paper Planes) เตรียมปล่อยเพลงสั้นอัลบั้มแรกที่มีชื่อ “Poetry in Summary กวีโดยสรุป by HYE” การบอกเล่าเรื่องราวของเหล่าวัยรุ่นวัยว้าวุ่น GEN Zพูดถึงโมเมนต์ต่างๆ ของความรักสถานะและความรู้สึกแตกต่างถ่ายทอดเป็นเพลงผ่านบทกวีสร้างสรรค์ โดยศิลปิน “YOUNG GEM” (ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค รุ่นใหม่) MEYOU,YesIndeed, MONICA, FIRZTER และ TIGGER

โดย HYE ในฐานะ Executive Producer ได้พูดถึงคอนเซ็ปต์และการทำงานเพลงอัลบั้มนี้ว่า…“จากโจทย์ที่เราได้มาว่าให้ทำเพลงสั้น เราก็พยายามคิดว่าจะทำยังไงให้เพลงสั้นนั้นไปเกิดในแพลตฟอร์มที่ทางทีมมองไว้ ก็เลยพยายามทำเพลงให้สื่อสารได้เร็วและเข้าใจง่าย คิดว่าจะเล่าเรื่องให้สั้นที่สุดเหมือนเป็นหนังสั้นเรื่องหนึ่งในแพลตฟอร์มนั้น เราเลยให้น้องๆทั้ง 5 คน มาเล่าคอนเซ็ปต์ของแต่ละคนว่าใครอยากทำอะไร ยังไงบ้าง และก็เปลี่ยนวิธีการทำงานให้สั้นที่สุดหนึ่งเพลงจบภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อให้เข้ากับเพลงมากขึ้นและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป การทำงานกับน้องๆทั้ง 5 คน ก็สนุกมากๆ เพราะด้วยการทำงานเป็นเพลงสั้นทำให้ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนเลยทำให้มีไอเดียออกมาเยอะและศิลปินทั้ง 5 คน ก็มีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนมาก มีความเป็นตัวเองสูง สามารถปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาในเพลงได้ค่อนข้างเยอะและชัดเจน”

ซึ่งทั้ง 5 เพลง จาก 5 ศิลปิน ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านมุมมองของพวกเขามีดังนี้ เพลง 1 “เซนต์โย่ว”โดย “MEYOU” เพลงที่เล่าถึงโมเมนต์ของความทรงจำน่ารักๆ ถ่ายทอดออกมาสไตล์ MEYOU, เพลง 2 “รางวัลที่หนึ่ง” โดย 2 หนุ่ม “FIRZTER”เล่าถึงสถานการณ์ของการตกหลุมรักใครสักคนแบบเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม,เพลง 3 “TUR”(ธอ) โดย “TIGGER”เพลง T-pop แสนโรแมนติกที่เล่าถึงคุณค่าของเวลาแม้แต่เสี้ยวนาทีก็มีความหมายมากๆ หากได้อยู่กับคนรัก, เพลง 4 “แอคเค้าท์นี้ไม่โสดแล้วค่ะอะหยอก หยอก หยอก อิอิอิ” โดย“YESINDEED” เพลงที่ถ่ายทอดความน่ารัก มีเสน่ห์ และ ขี้เล่นของผู้หญิง ตอนที่กำลังมีความสุขกับการสังสรรค์,เพลง 5 “ดูแรงส์” โดย “MONICA” สาวซ่าที่มาพร้อมเพลงประชดประชันถ่ายทอดมุมมองการถูกเสียดสีในสังคมของผู้หญิงที่มักถูกตีค่าผ่านรูปลักษณ์ภายนอก โลกนี้โหดร้ายกว่าที่คิด เพราะฉะนั้น จงรักตัวเองให้มากในทุกๆ วัน ติดตามฟังเพลงสั้นจาก GMM SAUCE ได้ทุกมิวสิกแพลตฟอร์มและช่องทาง social media linktr.ee/gmmsauce