ช่อง 3 รับปีมะโรง รวมพลังนักแสดงกว่า 50 ชีวิต ถ่ายแฟชั่นปฏิทินปีใหม่ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771295

ช่อง 3 รับปีมะโรง รวมพลังนักแสดงกว่า 50 ชีวิต ถ่ายแฟชั่นปฏิทินปีใหม่ 2567

ช่อง 3 รับปีมะโรง รวมพลังนักแสดงกว่า 50 ชีวิต ถ่ายแฟชั่นปฏิทินปีใหม่ 2567

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ช่อง 3 ชวนสร้างสีสันรับ ปีมะโรง (งูใหญ่) กับเหล่าดารานักแสดงกว่า 50 ชีวิต ที่ต่างทยอยมาร่วมถ่ายภาพแฟชั่นขึ้นปฏิทินปีใหม่ในธีม “Brightness, Happiness & Friendship” (ความสุขสดใสที่มาพร้อมกับมิตรภาพดีๆ) งานนี้คู่รัก-คู่จิ้น คู่พระ-นาง มากันยกสถานี

โดย ช่อง 3 สื่อความบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 50 ปี เป็นผู้ผลิตละครมาแล้วมากมาย อีกทั้งยังมีนักแสดงในสังกัดที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งนักแสดงส่วนใหญ่ของ ช่อง 3 มีความสามารถหลากหลายทั้งร้อง เล่น เต้น โชว์ และในทุกๆ ผลงานล้วนได้รับการสนับสนุนที่ดีจากแฟนคลับแฟนละครเสมอมา ดังนั้น เมื่อปีใหม่มาถึงจึงขอตอบแทนน้ำใจและมิตรไมตรีที่มีต่อกันด้วยปฏิทินดาราที่เตรียมแจกกันแบบจัดหนักโดยได้ระดมเหล่าดารานักแสดงหลากรุ่นมารวมตัวถ่ายภาพแฟชั่นแบบสับสีสันสดใสเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและความจี๊ดจ๊าดหลากหลายของเสื้อผ้าหน้าผม ส่วนใครจะอยู่ประจำในเดือนไหนมีให้ลุ้นกันในปฏิทิน ช่อง 3 ความแซ่บแบบนี้หนึ่งปีมีครั้งเดียว แฟนๆ ช่อง 3 ห้ามพลาด

นำทีมโดยนักแสดงตัวแม่ของวงการ “แอน ทองประสม” ที่ยืนหนึ่งพาน้องๆ นักแสดงทั้งชายและหญิงจัดกันมาเต็มๆ อาทิ โป๊ป-ธนวรรธน์, เกรท-วรินทร, บอย-ปกรณ์, ณเดชน์ คูกิมิยะ, หมาก-ปริญ, มาริโอ้ เมาเร่อ, เจมส์-จิรายุ, เจมส์ มาร์, นาย-ณภัทร, อาเล็ก-ธีรเดช, กลัฟ-คณาวุฒิ, ภณ-ณวัสน์, กระทิง-ขุนณรงค์, เพื่อน-คณิน, เต้ย-พงศกร, มาสุ จรรยางค์ดีกุล,เด่นคุณ งามเนตร, ไอซ์-ภาณุวัฒน์, กองทัพ พีค, ออกัส-วชิรวิชญ์, จ็อบ-ธัชพล, เก้า- นพเก้า, ริว-วชิรวิชญ์, มีน-นิชคุณ, มีน-พีรวิชญ์, ไมกี้-ปณิธาน, เทศน์-ไมรอน, ตี๋-ธนพล, เซ้นต์-ศุภพงษ์, อู๋-กิตติภณ และกลุ่มสาวๆ อาทิ เบลล่า-ราณี, ญาญ่า-อุรัสยา, คิมมี่- คิมเบอร์ลี่, โบว์-เมลดา, แต้ว-ณฐพร, ณิชา-ณัฏฐณิชา, น้ำตาล-พิจักขณา, เต้ย- จรินทร์พร, แมท-ภีรนีย์, พาย-รินรดา, จีน่า-ญีนา, มิ้นท์-รัญชน์รวี, พีพี-ปุญญ์ปรีดี, ญดา-นริลญา, พรีม-รณิดา, แยม-มทิรา, อุ้ม-อิษยา, หลิงหลิง, น้ำฟ้า-ธัญญภัสร์, อแมนด้า และ ติ๊ต๊ะ-ชญานิศ ปีนี้มีน้องๆ นักแสดงรุ่นใหม่มากันล้นสตูดิโอ สำหรับวันแจกปฏิทินพร้อมลายเซ็นนักแสดงมีทั้งหมด 5 วัน ที่อาคารมาลีนนท์ 3 วัน และห้างบิ๊กซี 2 วัน ตั้งแต่วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2566 สามารถติดตามรายละเอียดวัน เวลา และสถานที่รับปฏิทินพร้อมลายเซ็นนักแสดงได้ทางรายการต่างๆ ของช่อง 3 และช่องทางออนไลน์ Ch3Thailand, 3Plus

ตามไปอิ่มและเที่ยวสนุกไปด้วยกันกับรายการ กินไหน ไปด้วยกัน สัปดาห์นี้ 2 พิธีกร บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์ และ ดรีม-ปุณณฤกษ์ อาศัยป่า พาไปกินแบบจุกๆเหมือนเช่นเคย เริ่มที่ร้านแรก Katsura Pork Cutlet Bar ร้านหมูทอดทงคัตสึลับๆ ที่อร่อยไม่ลับย่านหลังสวนที่นอกจากมีเมนูหมูทอดทงคัตสึเด็ดแล้ว ยังมีเมนูญี่ปุ่นอื่นๆ อีกมากมาย และยังพาไปเติมความอร่อยต่อที่ KOKO (โกโก้) ร้านอาหารไทยกลางสยามสแควร์ รสชาติแบบไทยแท้ที่คงความอร่อยมายาวนาน

อิ่มท้องแล้ว มาต่อเรื่องเที่ยว ที่เด็ดเหมือนเคยครั้งนี้ ด้านพิธีกรสายลุย อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร พาไป อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง หนึ่งในแหล่งพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันและยังเป็น 1 ใน 5 พื้นที่สงวนชีวมณฑลของไทย ซึ่งมีธรรมชาติที่สวยงามและสมบูรณ์สุดๆ จากนั้นพาแวะเติมพลังกันที่ โรตีนิสรา ร้านโรตีในตำนานที่ใครๆแวะเวียนมาจังหวัดระนอง ต้องมาเช็คอินก่อนที่จะบุกน้ำลุยป่า เข้าไปศึกษาป่าชายเลน พบกับต้นโกงกางยักษ์ที่มีอายุกว่า 200 ปีวิวธรรมชาติทั้งหมดนี้ จะงดงามขนาดไหนปักหมุดตัวหนาๆ รอชมได้เลยงานนี้ สายเที่ยวสายลุย สายกิน ต้องไม่พลาด ชมครบทุกเรื่องราวนี้ในรายการ “กินไหนไปด้วยกัน”วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เวลา 12.05 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และดูย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV/ YouTube : Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

ตาม 2 หนุ่มแซบ ‘บอส-ดรีม’ ตะลุยร้านลับเที่ยวระนองไปกับ ‘อาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771296

ตาม 2 หนุ่มแซบ 'บอส-ดรีม' ตะลุยร้านลับเที่ยวระนองไปกับ 'อาย'

ตาม 2 หนุ่มแซบ ‘บอส-ดรีม’ ตะลุยร้านลับเที่ยวระนองไปกับ ‘อาย’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตามไปอิ่มและเที่ยวสนุกไปด้วยกันกับรายการ กินไหน ไปด้วยกัน สัปดาห์นี้ 2 พิธีกร บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์ และ ดรีม-ปุณณฤกษ์ อาศัยป่า พาไปกินแบบจุกๆเหมือนเช่นเคย เริ่มที่ร้านแรก Katsura Pork Cutlet Bar ร้านหมูทอดทงคัตสึลับๆ ที่อร่อยไม่ลับย่านหลังสวนที่นอกจากมีเมนูหมูทอดทงคัตสึเด็ดแล้ว ยังมีเมนูญี่ปุ่นอื่นๆ อีกมากมาย และยังพาไปเติมความอร่อยต่อที่ KOKO (โกโก้) ร้านอาหารไทยกลางสยามสแควร์ รสชาติแบบไทยแท้ที่คงความอร่อยมายาวนาน

อิ่มท้องแล้ว มาต่อเรื่องเที่ยว ที่เด็ดเหมือนเคยครั้งนี้ ด้านพิธีกรสายลุย อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร พาไป อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง หนึ่งในแหล่งพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันและยังเป็น 1 ใน 5 พื้นที่สงวนชีวมณฑลของไทย ซึ่งมีธรรมชาติที่สวยงามและสมบูรณ์สุดๆ จากนั้นพาแวะเติมพลังกันที่ โรตีนิสรา ร้านโรตีในตำนานที่ใครๆแวะเวียนมาจังหวัดระนอง ต้องมาเช็คอินก่อนที่จะบุกน้ำลุยป่า เข้าไปศึกษาป่าชายเลน พบกับต้นโกงกางยักษ์ที่มีอายุกว่า 200 ปีวิวธรรมชาติทั้งหมดนี้ จะงดงามขนาดไหน
ปักหมุดตัวหนาๆ รอชมได้เลยงานนี้ สายเที่ยวสายลุย สายกิน ต้องไม่พลาด ชมครบทุกเรื่องราวนี้ในรายการ “กินไหนไปด้วยกัน”วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เวลา 12.05 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และดูย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV/ YouTube : Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

PARADOX เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี ดึง ‘แหลม-สมพล’ ร่วมงานเพลงใหม่ ‘ฤดูหนาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771284

PARADOX เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี ดึง ‘แหลม-สมพล’ ร่วมงานเพลงใหม่ ‘ฤดูหนาว’

PARADOX เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี ดึง ‘แหลม-สมพล’ ร่วมงานเพลงใหม่ ‘ฤดูหนาว’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากวงร็อกที่ยืนหนึ่งเรื่องครีเอทีฟไอเดียผ่านการนำเสนอสุดแฟนตาซี PARADOX (พาราด็อกซ์) จากค่าย genie records (จีนี่เรคคอร์ดส)ได้ออกมาโพสต์ประกาศในเพจวงว่า…พาราด็อกซ์จะเริ่มเข้าฤดูหนาวตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไปซึ่งเพลง “ฤดูหนาว” นี้ จะมีอีกหนึ่งฤดูพิเศษที่จะเข้ามาสร้างสีสันให้คำร้องและทำนอง เพลงนี้สมบูรณ์ ซึ่งฤดูพิเศษนี้ จะมาพร้อมกับเสียงสูง…ที่ทุกคนคิดถึงสามารถติดตามผลประกาศจากกรมอุ(ต้า)นิยมวิทยาได้เป็นระยะ รับรอง…หนาวแน่!#Paradox8#newsingle#ฤดูหนาว” พร้อมโพสต์ภาพสมาชิกวงแต่งตัวแฟชั่นต้อนรับฤดูหนาวแบบเท่ๆก็สร้างความตื่นเต้นให้แฟนเพลงตั้งตารอคอยเพลงใหม่กันอย่างมาก

ล่าสุดพวกเขาก็ไม่ปล่อยให้แฟนเพลงต้องคอยนาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเจ้าของเสียงสูงที่ทุกคนคิดถึงนั้นแล้วว่าคือ แหลม-สมพล รุ่งพาณิชย์นักร้องหนุ่มที่มีเสียงเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นเอง เป็นที่ทราบกันดีว่าวง PARADOXได้สร้างเพลงฮิต “ฤดูร้อน” ที่ครองใจกลุ่มคนฟังมาอย่างยาวนาน และยังมีเพลง “ฤดูฝน” เพลงเศร้าเคล้าสายฝนออกมาให้ฟังกันไปแล้วการที่วงประกาศว่าจะปล่อยเพลง “ฤดูหนาว” ซึ่งได้แหลมมาร่วม featuring จึงได้รับความสนใจจากแฟนเพลงเป็นอย่างมาก ต่างเข้ามาคอมเมนต์ถึงการรอคอยที่กำลังจะสิ้นสุดร่วมสนุกไปกับการคาดเดาเนื้อเพลง และนับถอยหลังรอฟังเพลงนี้ไปพร้อมๆ กัน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 30 วัน โคตร(เกลียด)เธอเลย (Love Reset)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771297

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 30 วัน โคตร(เกลียด)เธอเลย  (Love Reset)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 30 วัน โคตร(เกลียด)เธอเลย (Love Reset)

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนังรักโรแมนติกคอเมดี้ หนังรอม-คอมจากแดนกิมจิเรื่องล่าสุดที่จับเอา คังฮานึล กับ จองโซมิน สองพระ-นางที่เคยจูงมือกันสร้างความประทับใจมาแล้วจาก Twenty หนังดราม่าคอเมดี้ Twenty (2015) เมื่อ 8 ปีก่อน มาแสดง

ผู้กำกับ นัมแดจุง ทำ 30 วัน โคตร(เกลียด)เธอเลย (Love Reset) มาครบสูตรสำเร็จของหนังรอม-คอม หัวเราะ/ยิ้มแบบมีความสุขไปพร้อมกับการแตกสลายของครอบครัวเส้นเรื่องอาจจะดูธรรมดาๆ เล่าเรื่องง่ายๆ ดูสบายๆ มีการหักมุม มีมุขเซอร์ไพรส์ให้สนุกได้ตลอดเวลาในแบบที่คาดไม่ถึงง่ายๆ แต่ได้ผลดี หลายมุขอดขำไม่ได้แม้จะเป็นมุขธรรมดาๆ หรือบางมุขเอากันแบบนี้เลยเหรอ เพลินไปกับการขึ้นศาล การสู้คดีหย่าร้างในเกาหลี ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (กฎหมายเกาหลีศาลจะไกล่เกลี่ยให้เวลาตัดสินใจก่อนจะตัดสินหย่าให้ และถ้าไม่มาแสดงตัวภายใน 90 วันถือเป็นโมฆะ) สนุกไปกับบรรยากาศในกองถ่ายหนังของนางเอก การทำงานทนายของพระเอก บรรยากาศเบาๆ ในบาร์ยิ้มไปกับชีวิตประจำวันในคอนโดฯในเมืองใหญ่ อบอุ่นไปกับบรรยากาศครอบครัวในชนบท

คังฮานึล รับบทตลกที่สุดๆ ทั้งภายนอกภายในอินเนอร์มาแบบเต็มๆ พร้อมที่จะทำให้เราหัวเราะสนุกไปกับ สิ่งที่เขาจะต้องเจอ

จองโซมิน สวยมีเสน่ห์ น่ารักในแบบของโปรดิวเซอร์สาวในกองถ่าย ลูกคุณหนูที่ทำตามใจตัวเองทุกอย่าง ดูแล้วอดที่จะหลงรักเธอได้ง่ายๆ และขำไปกับบทรั่วๆ ในคาแร็กเตอร์ของฮงนารา

คังฮานีล กับ จองโซมิน เคมีเข้ากัน เล่นได้แบบเข้าขา ส่งบทกันไป-มาสุดๆ ทั้งบทสนุกสนานเฮฮา ยิ้มไปกับช่วงรักเบาๆ โรแมนติกหรือเศร้า ลุ้นเอาใจช่วยในช่วงดราม่า และยังทำให้เกิดความรู้สึกรอดู ลุ้นไปกับตัวหนังว่าสุดท้าย ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่จะได้หย่ากันหรือไม่ ความสัมพันธ์พังๆจะก่อตัวขึ้นมาใหม่ได้อีกหรือไม่

30 วัน โคตร(เกลียด)เธอเลย (Love Reset)มีโครงเรื่องที่ชวนให้นึกถึง Long Live Love ลอง ลีฟ เลิฟการนำเสนอประเด็นที่พูดเรื่องเดียวกัน การหย่าร้าง การย้อนกลับไปทบทวนความทรงจำดีๆ เพียงแต่หนังไทยเราออกไปในแนวแฟนตาซี แต่ของเกาหลีอยู่ในโลกแห่งความจริง นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนังเกาหลีที่ดูแล้วขำกระจาย หัวเราะจนเก้าอี้โยก หัวเราะจนเกือบตกเก้าอี้ดูแบบมีความสุขตลอดเรื่องจนไม่อยากให้หนังจบ หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลได้ใจไปเต็ม 10/10 คะแนน

เดือดตั้งแต่เปิดตัว! ค่ายเพลง ‘HighHow’ ขนทัพศิลปินกว่า 26 ชีวิตสร้างความสนุกจัดเต็ม 5 ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771290

เดือดตั้งแต่เปิดตัว! ค่ายเพลง ‘HighHow’ ขนทัพศิลปินกว่า 26 ชีวิตสร้างความสนุกจัดเต็ม 5 ชั่วโมง

เดือดตั้งแต่เปิดตัว! ค่ายเพลง ‘HighHow’ ขนทัพศิลปินกว่า 26 ชีวิตสร้างความสนุกจัดเต็ม 5 ชั่วโมง

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับค่ายเพลงน้องใหม่แต่มากฝีมือ HighHow (หายห้าว) ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับความสามารถด้านดนตรีของศิลปินในทุกรูปแบบหลากหลายแนวดนตรี ซึ่งงานเปิดตัว “เปิดบ้านงาน” และคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบได้ถูกจัดขึ้นที่อาเหนก ป้าสง ฮอลล์ ช่างชุ่ย ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566ที่ผ่านมา

เริ่มเปิดงานกันด้วยการเปิดตัว 2 ผู้บริหารพี่น้องที่มีใจรักทางดนตรี อย่าง มิก-ตฤณ ด้วงนาม กับ วา-ศิวา ด้วงนาม ที่มีความตั้งใจอยากให้ศิลปินไทย โดยเฉพาะน้องๆ นักดนตรีที่มีความฝัน มีพื้นที่โชว์ความสามารถทุกแนวดนตรี โดยเริ่มต้นจาก วา คนน้อง ที่ทำร้านเหล้าเล็กๆที่มีดนตรีสดกับกลุ่มเพื่อนเมื่อ 7 ปีก่อน ในชื่อ HighHow café จากนั้นได้ขยายกลุ่มก้อนคอดนตรีแบบ “หายห้าว” มาเป็นค่ายเพลงในปัจจุบัน และเปิดรับศิลปินหลากหลายแนว โดยมีศิลปินในสังกัด 6 วง ได้แก่วง “โจรลอยนวล” วงดังจากการ Cover ที่มียอดวิวสูงสุดใน YouTube กว่า 27 ล้านวิว ซึ่งในกระแสคนฟังเพลงอินดี้ ต่างบอกว่าต้องได้ดูสดๆสักครั้งถึงจะสะใจ วง “Toothpaste Sundown” วงคุณภาพที่พกเพลงเพราะแนว soul pop ฟังสบาย โดยมีนักร้องนำคือ บูม จากเวทีประกวด The Voice Thailand ทีมป๊อป ที่มารวมตัวทำวงกับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบดนตรีในแนวเดียวกัน วง “MIDDLEWAY” วงร็อกนักร้องสาวสายว๊ากที่เพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลล่าสุดไปสดๆ ร้อนๆ วง “KNOBB” 5 หนุ่ม pop rockมากฝีมือที่สามารถเอาเพลงที่ยากมาทำให้เป็นเพลงที่ไพเราะฟังสบายได้อย่างลงตัว วง “บริกรB วงของ วา เจ้าของค่ายคนน้อง วงดนตรีแนว pop folkrock สุดเซอร์แต่เพลงโดน และพิเศษสุดในงานกับการเปิดตัว วง “Bigdeals.RAPboratory” 7 หนุ่มหล่อ Rapper หน้าใหม่ที่เขียนเนื้อร้อง บีทเพลง และ performance สุดมันส์ เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ในช่วงปิดท้ายคอนเสิร์ต

โดย 2 ผู้บริหาร มิก-ตฤณ ด้วงนาม กับ วา-ศิวา ด้วงนามได้พูดถึงคอนเซ็ปต์ของค่าย HighHow (หายห้าว) ไว้ว่า “มันเป็นความฝันของเราสองคนตั้งแต่เด็กๆด้วยครับ เราถูกส่งไปเรียนกีตาร์เรียนดนตรีกันตั้งแต่เด็กๆ เลย เท่าที่จำได้ก่อนที่จะแยกกันไป จนได้กลับมาเป็นศิลปินร่วมวงเดียวกัน และได้มาลุยงานเบื้องหลังกันเต็มตัว ส่วนตัว ผมเอง (มิก) ได้มีโอกาสเข้าสู่งานบันเทิง ผ่านประสบการณ์การเป็นทั้ง Product manager, Promoter ดูแลเบื้องหลังให้กับศิลปินต่างๆ มาแล้วหลายคนจากค่ายเก่าที่เคยอยู่ก่อนจะแยกตัวออกมาทำค่ายของตัวเองส่วน วา (คนน้อง) ก็เดินทางสายงาน Produce และได้ร่วมทำเพลงกับเพื่อนๆ ศิลปินวงอื่นๆ ด้วย

HighHow (หายห้าว) ในความตั้งใจของพวกเรา ก็น่าจะเป็นที่ที่ทำให้เพื่อนๆ พี่น้อง นักดนตรี คนที่มีความฝันมารวมตัวกัน มีอิสระในการทำเพลง หรืออยากที่จะเป็นศิลปิน ได้เดินตามความฝันเหล่านั้นครับเราได้เห็นการเติบโตของเพื่อนพี่น้องรอบตัวเรา ที่บางคนมีฝีมือแต่อาจจะขาดแค่โอกาส ได้ลองนำเสนอเพลงของพวกเขาออกไปในวงกว้าง และก็ทำงานดนตรีด้วยความชอบและความรักอย่างมีความสุข น่าจะเป็นแก่นแท้จริงๆ ของดนตรีแบบ HighHow (หายห้าว) ครับ หวังว่างานในวันนี้จะทำให้ทุกๆ คนรู้จักพวกเรามากขึ้น และเปิดรับดนตรีเราด้วยนะครับ

หลังจากนั้นก็เป็นช่วงมินิคอนเสิร์ตที่จัดหนักจัดเต็ม 6 วงดนตรีจุแน่นความมันส์ถึง 5 ชั่วโมง ทุกศิลปินก็ขนเอาพลังและฝีมือมาให้สนุกกันสุดเหวี่ยง ถือว่าเป็นการเปิดตัวค่ายที่ให้คนดูและสื่อมวลชนได้สัมผัสวงดนตรีของค่ายแบบลึกซึ้งตั้งแต่เปิดตัวค่ายเลยทีเดียว

3 สมาคม รวมพลคนบันเทิงร่วมบุญ ณ วัดรางหมัน จัดใหญ่ฟรีคอนเสิร์ตมหากฐิน ศิลปิน ดารา ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771266

3 สมาคม รวมพลคนบันเทิงร่วมบุญ ณ วัดรางหมัน จัดใหญ่ฟรีคอนเสิร์ตมหากฐิน ศิลปิน ดารา ประชาชน

3 สมาคม รวมพลคนบันเทิงร่วมบุญ ณ วัดรางหมัน จัดใหญ่ฟรีคอนเสิร์ตมหากฐิน ศิลปิน ดารา ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปรับโหมดเปลี่ยนบรรยากาศการชมรายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD สัปดาห์นี้ พิธีกรพี่ใหญ่ “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” พร้อมก๊วนพิธีกรน้องรัก และพี่ชายสายฮา “แสนรักเมืองโคราช” พาชมเทปบันทึกภาพวาระสำคัญที่ 1 ปี มีครั้งเดียวกับงานใหญ่มหากุศลกฐินสามัคคี ที่มีศิลปิน ดารา ตลก ทั่วฟ้าเมืองไทย รวมถึงข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชนเดินทางมาร่วมงานคับคั่ง

รวมพลผนึกพลังร่วมสร้างบุญใหญ่ในครั้งนี้ นำโดย 3 นายก “บริพันธ์ ชัยภูมิ” นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย, ราชาเพลงแหล่ (คนปัจจุบัน) “ทศพล หิมพานต์” นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย และศิษย์ก้นกุฏิหลวงปู่แผ้ว ปวโร “โอบะ เสียงเหน่อ” นายกศิลปินตลก (ประเทศไทย) สมทบด้วย ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์, ดร.มนัส โนนุช ร่วมจัดกฐินสามัคคีประจำปี 2566 โดยมหกรรมบันเทิงฟรีคอนเสิร์ตกฐินสามัคคี ศิลปิน ดารา ประชาชนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างพระมหาเจดีย์สูง 119 เมตร โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ณ วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)หลวงปู่แผ้ว ปวโร อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมซึ่งสรุปได้ยอดบุญกฐินไปกว่า 16 ล้านบาทบรรยากาศช่วงเช้า…งานบุญแห่เครื่องกฐินเข้าวัดคึกคักครื้นเครงมากด้วยสาธุชนผู้มากด้วยศรัทธาหลั่งไหลมาร่วมบุญเนืองแน่น ส่งต่อช่วงบ่าย…เปิดเวทีในร่ม ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเฟ้นหา 8 ดาวเด่นก้าวสู่เวทียักษ์ แสง สี เสียงอลังการตระการตา มีกองเชียร์ พ่อยกแม่ยก ติดขอบเวทีถือป้ายไฟเชียร์กันคึกคัก และสำหรับผู้ที่คว้าถ้วยรางวัลเกียรติยศ “ชุมทางดาวทอง” พร้อมเข็มกลัดดาวทองและเงินรางวัล ได้แก่หนุ่มใสวัยทีน “โพสต์” พีรวิชญ์ น้อยจำรัส โดยมีนายอำเภอและผู้สนับสนุนหลักขึ้นมอบบนเวที

ต่อเนื่องความสนุกด้วยทัพศิลปินนักร้อง ศิลปินตลก ดาราดังกว่า 70 ชีวิต ร่วมมอบความหรรษาบนเวที อาทิ เอก รังสิโรจน์, แซ็ค ชุมแพ, กุ้ง ขี้เหล็กสี, จอมขวัญ กัลยา, สลักจิต ดวงจันทร์,พงศ์ พัทลุง, หนามเตย, จอย บียอนด์,เด่นชัย สายสุพรรณ, เกษม คมสันต์, บุญตา เมืองใหม่, ดำรงค์ วงศ์ทอง, น้องผึ้ง บึงสามพัน, แสนรัก เมืองโคราช, ต้าร์ วสันต์, เอ็ม เทพบุตร, ทราย บิ๊กเซเว่น, มะปิง นภาพร, แซ็ค คลองโคน, บอลลี่ seven star, ต้าร์ ตจว., วงดูโอเมย์, สายัณห์ ลายไทย, พรชัย วรรณศรี, ป่าน ชุมทาง เป็นต้น ติดตามรายการ “ชุมทางดาวทอง” กับบรรยากาศอิ่มบุญอิ่มสุขในกฐินมหากุศลครั้งนี้ ทางช่อง 7HD กด 35 ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 23 และวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 12.45 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv Youtube Channel ชุมทางดาวทอง ช่อง 7HD และเฟซบุ๊กแฟนเพจ https://www.facebook.com/chumtangdaotong/ความบันเทิงที่ไปกับคุณทุกที่ทุกเวลา

ส่องแฟชั่นผ้าพื้นเมือง‘รัชนก ศรีโลพันธุ์’ ลูกทุ่งสาวสำเนียงใต้ ยืนหนึ่งงานอนุรักษ์สืบสานบ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771262

ส่องแฟชั่นผ้าพื้นเมือง‘รัชนก ศรีโลพันธุ์’  ลูกทุ่งสาวสำเนียงใต้ ยืนหนึ่งงานอนุรักษ์สืบสานบ้านเกิด

ส่องแฟชั่นผ้าพื้นเมือง‘รัชนก ศรีโลพันธุ์’ ลูกทุ่งสาวสำเนียงใต้ ยืนหนึ่งงานอนุรักษ์สืบสานบ้านเกิด

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งศิลปินคุณภาพบ้าน “แกรมมี่โกลด์” กับ “รัชนก ศรีโลพันธุ์” ที่มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์สไตล์ลูกทุ่งแท้สำเนียงใต้ ให้แฟนๆได้เพลิดเพลินไปกับทุกๆ บทเพลงที่ถ่ายทอดแถมยังเพลินตากับแฟชั่นผ้าพื้นเมือง ที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวที่ไหน ก็จะมาพร้อมกับชุดเสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มพร้อมเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ที่มองแล้วต้องจำได้ทันทีว่านี่คือ “รัชนก ศรีโลพันธุ์”

เห็นแฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งกายแล้วแทบไม่ต้องบอกเลยว่า รัชนก เป็นศิลปินชาวใต้เพราะทุกชุดจะสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมความเป็นภาคใต้ไว้ได้อย่างสวยงามลงตัว และบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของ “รัชนก ศรีโลพันธุ์”ได้อย่างดี

“รัชนก ศรีโลพันธุ์” เผยว่า “ส่วนตัวแล้วนกชื่นชอบผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะของภาคใต้นะคะ จริงๆ นกมีผ้าไทยทุกภาคเลยค่ะได้ใส่อยู่บ่อยๆ ตามโอกาสตามงาน นกจะดูว่างานไหนเหมาะกับผ้าแบบไหนชุดแบบไหน ก็จะเลือกเอง ถือเป็นการอนุรักษ์ผ้าไทยให้อยู่สืบไป ให้คนรุ่นใหม่เห็นด้วยว่าสามารถใส่ได้จริง นกก็ขอฝากด้วยนะคะช่วยกันค่ะ”

‘พลอย-ประพัตรา’เปิดหน้า ร่วม รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771300

'พลอย-ประพัตรา'เปิดหน้า ร่วม รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

‘พลอย-ประพัตรา’เปิดหน้า ร่วม รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.30 น.

เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เล็งเห็น ความสำคัญของปัญหาสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเรื่องความรุนแรงต่อเด็กและสตรี สำหรับ “พลอย-ประพัตรา มาตราช” Mrs.Thailand World Photogenic 2022โดยผ่านงาน ศิลปะ ที่เธอ ลงแรง..ลงใจ สะท้อนผ่านงานภาพถ่าย ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ของคนรอบข้าง ถึงความเหมาะสม แต่ “สาวพลอย” สาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่คนหนึ่ง เห็นถึงผลกระทบของความรุ่นแรง ต่อเด็กๆ และสตรี ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึงส่งผลเสียอย่างมากมายมหาศาล ไม่ว่าทั้งต่อคนหรือสังคมโดยรวม “พลอย-ประพัตรา” เธอจึงเลือกที่จะไม่ยืนมองอยู่เฉยๆ  และยืนยันถึงความตั้งใจ รังสรรค์งานศิลปะชิ้นนี้ออกมา โดยถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงที่โดนทำร้าย เป็นตัวแทนของความเจ็บปวดใบหน้าอันบอบช้ำ ระทมทุกข์ทรมาน สะท้อนถึง ด้านมืดของจิตใจมนุษย์ ที่กำลังแพร่ระบาดเหมือนโรคมะเร็ง ที่กัดกินสังคม อยู่ในขณะนี้ จะด้วยสาเหตุอันใด หลากหลายปัจจัย แค่ไหน ที่กลายมาเป็นข้ออ้าง ใช้ความรุ่นแรงเป็นเครื่องมือเพียงเพื่อปลดปล่อยความสะใจต่อเด็กสตรี และผู้ที่อ่อนแอ ในสังคม  สิ่งที่หลงเหลือไว้ ก็มีแต่เพียงความเจ็บปวด ทั้งกายและใจ ที่สร้างไว้กับเหยื่อผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าอย่างไร  ก็แล้วแต่…ผลรับกลับมา ต่อผู้กระทำ มักจบไม่สวย เสมอและเนื่องในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็น “วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล”“พลอย-ประพัตรา มาตราช” Mrs.Thailand World Photogenic 2022ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ขอเรียกร้องช่วยกันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีผ่านผลงานชิ้นนี้ เพียงเผื่อดึงสติ ขอให้ฉุกคิดสักนิด..ตรึกตรองสักหน่อย ก่อนที่จะทำอะไรลงไป ความรุ่นแรงไม่ใช่ทางออก แต่มันเป็นหายนะที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เลย

‘นนท์ ธนนท์’นำทีม! สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนดนตรี ในงานเปิดตัว ‘LOVEiS Music Foundation’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771233

'นนท์ ธนนท์'นำทีม! สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนดนตรี ในงานเปิดตัว 'LOVEiS Music Foundation'

‘นนท์ ธนนท์’นำทีม! สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนดนตรี ในงานเปิดตัว ‘LOVEiS Music Foundation’

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.04 น.

“มูลนิธิ เลิฟ อิส มิวสิค (LOVEiS Music Foundation)” ก่อตั้งโดยCEO LOVEiS Entertainment จี๊บ เทพอาจ กวินอนันต์จาก Passion เกี่ยวกับดนตรี หลังคลุกคลีในแวดวงดนตรี ทั้งในฐานะของผู้บริหารค่ายเพลง และในฐานะของ “ศิลปิน” ที่ชื่นชอบดนตรีด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีการสนับสนุนคือ มีการเรียนการสอนดนตรี มีการจัดเวิร์คช้อปดนตรีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนและเยาวชน เพื่อสร้างสังคมของการสนับสนุนด้านดนตรีให้กลุ่มเป้าหมายอย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ ผลักดันดนตรีสู่Soft Power ของไทย

โดยในวันแถลงข่าวเปิดตัว“มูลนิธิ เลิฟ อิส มิวสิค (LOVEiS Music Foundation)” อย่างเป็นทางการที่ Lido Connect มีศิลปินตัวแทนค่าย LOVEiS Entertainment และค่ายย่อยในสังกัด ได้แก่NONT TANONT, TINN และ PROO Thunwaมาร่วมงาน เพื่อแชร์ประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนคนดนตรี ได้สานต่อความฝันในการเรียนดนตรีในสถาบันชั้นนำของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินวงHYBSมาร่วมสร้างความสนุก ปลุกอารมณ์ด้วยเสียงดนตรี ให้คึกคักไปทั้งงาน

NONT TANONTเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่เปิดเผยชัดเจนว่าตนเองนั้นได้รับโอกาสในการทำงานด้านดนตรีจากความไว้ใจเชื่อใจของค่ายเพลงใหญ่อย่าง LOVEiS Entertainment และตลอดระยะเวลาในชายคาบ้านหลังนี้ได้สร้างสรรค์ผลงานดนตรีเป็นบทเพลงคุณภาพ จากศิลปินคุณภาพ และจากแรงสนับสนุนของค่ายอย่างเต็มกำลัง ซึ่งล่าสุดก็ได้จัดคอนเสิรต์ของตนเองในชื่อว่า “NONT EP.02 SO SERIOUS จริงๆจังๆ CONCERT”โดยได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามสร้างปรากฏการณ์คอนเสิร์ต 2 วันเปิดขายบัตรภายในไม่กี่นาทีก็ Sold Out อย่างรวดเร็ว

โดยเจ้าตัวได้นำเสนอผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้งว่า ในช่วงวัยเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดและมีความสนใจด้านการร้องเพลงและดนตรี แต่การสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ยังเข้าไปไม่ถึง ซึ่งในปัจจุบันมีการสนับสนุนมากขึ้น และเปิดโอกาสมากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ได้ครอบคลุมก็ตาม  ดังนั้น การก่อตั้งมูลนิธิ เลิฟ อิส มิวสิค (LOVEiS Music Foundation) และการที่ตนมีโอกาสขึ้นพูดคุยบนเวทีในฐานะอีกหนึ่งศิลปินจากเด็กต่างจังหวัดที่ได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่นี้ เชื่อว่าจะกลายเป็นแรงผลักดันให้น้องๆ ที่รักในดนตรีได้มีความฝันเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ

นนท์ ธนนท์เผยว่า “การที่ได้เรียนในสถาบันสอนดนตรีโดยเฉพาะมันมีข้อดีมากๆ ในการฝึกทักษะทางด้านดนตรีของเรา ถึงแม้เราจะร้องเพลง เล่นดนตรีได้จากการฝึกเองที่บ้าน แต่เมื่อเราได้มาเรียนแบบจริงๆจังๆ มันช่วยปลดล็อกส่งเสริมสิ่งที่เราไม่รู้ ให้เราได้เข้าใจ เช่น ตัวโน๊ตต่างๆ วิธีการใช้มันให้ถูกวิธี ซึ่งพอมีผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์มาแนะนำ มันทำให้เราได้เข้าถึงดนตรีมากขึ้น เข้าใจมันมากขึ้น มันทำให้เราต่อยอดไปพัฒนาการผลิตผลงานของเราได้ในอนาคต

มูลนิธิ LOVEiS Music Foundation ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่น้องๆจะได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีมือทางด้านดนตรี เพราะมูลนิธิเราให้ทั้งเครื่องดนตรี จัดคลาสสอนดนตรี รวมถึงทุนการศึกษาให้น้องๆได้เล่าเรียนกัน สมัยก่อนนี้โอกาสแบบนี้ไม่ค่อยมีกันเยอะ ทุกอย่างต้องใช้ทุนทรัพย์ผมจึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่น้องๆจะได้พัฒนาตนเองและสามารถสร้างอาชีพในสิ่งที่เรารัก และเราจะมีความสุขในการได้ทำมันในทุกๆวัน”

LOVEiS Music Foundationเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างคนดนตรีคุณภาพ อีกทั้งช่วยเด็กขาดโอกาส ให้ได้รับโอกาสที่สำคัญ ต่อยอดการเรียนรู้ ใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะให้แข็งแกร่ง เพื่ออนาคตที่“ใช่”สำหรับพวกเขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิ เลิฟ อิส มิวสิค 

ได้ที่ Line OA @Loveisfoundation 

ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771405

ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.13 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้าราชการถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

25 พฤศจิกายน 2566 เวลา 07.20 น. ที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต 25 พฤศจิกายน 2566

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือที่พวกเราคนไทยขานพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2423 ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ มุสิกนาม โดยทรงมีพระเชษฐภคินีและพระอนุชาร่วมพระชนนี 7 พระองค์ ครั้นพระชนมายุย่างเข้า 9 พรรษาเมื่อ พ.ศ. 2431 ทรงรับพระราชทานสถาปนาพระอิสริยศักดิ์เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวารวดี และต่อมา ในปี พ.ศ. 2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระองค์ให้ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร โดยทรงดำรงพระราชอิสริยยศที่สยามมกุฎราชกุมารเป็นพระองค์ที่ 2 ของประเทศไทย และพระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 รวมพระชนมายุ 44 พรรษา ดำรงสิริราชสมบัติเป็นระยะเวลา 15 ปี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา ทั้งด้านการเมือง การปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ วรรณกรรม และอักษรศาสตร์ โดยทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้รวมกว่าพันเรื่อง โดยทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” อันหมายความว่า พระเจ้าแผ่นดินผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นปราชญ์ เป็นพระราชสมัญญาที่ประชาชนทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ อาทิ ทรงจัดตั้ง “คณะโขนสมัครเล่น” ซึ่งต่อมามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “โขนบรรดาศักดิ์” เนื่องจากผู้แสดงทั้งหมดเป็นผู้ที่รับราชการและได้รับพระราชทานให้มีบรรดาศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมโขนหลวง และทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูด และโปรดฯ ให้จัดการแสดงละครพระราชนิพนธ์และละครอื่น ๆ เพื่อเก็บเงินบำรุงสาธารณกุศลมาเป็นลำดับตราบจนสิ้นรัชสมัย ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2454 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งวงศ์ดุริยางค์ชนิดออเคสตราวงแรกของประเทศไทยและภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ และในปี พ.ศ. 2457 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “โรงเรียนทหารกระบี่หลวง” ซึ่งมุ่งเน้นฝึกหัดเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ความชำนาญในวิชานาฏดุริยางคศิลป์ เพื่อสืบทอดศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามิให้เสื่อมสูญ มีนักเรียนที่มีชื่อเสียง เช่น ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท นายเอื้อ สุนทรสนาน และนายอาคม สายาคม เป็นต้น และจากพระราชกรณียกิจในด้านดังกล่าว ทำให้ในปี พ.ศ. 2524 องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองวันพระราชสมภพครบ 100 พรรษา เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2524 ว่าทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละครไว้เป็นจำนวนมาก

“ในด้านการปกครอง ทรงเน้นความสำคัญของ “ชาติ” เป็นหัวใจของการปกครอง โดยในรัชสมัยของพระองค์ นอกจากจะทรงดำเนินการปกครองตามแบบแผนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มไว้แล้ว ยังได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดการปรับเปลี่ยนบางอย่างเพิ่มเติม เช่น การปรับเปลี่ยนระเบียบราชการบางส่วนในกระทรวงมหาดไทย โดยโปรดเกล้าฯ ให้รวมหัวเมืองมณฑลที่ใกล้เคียงกันจัดเป็นภาค และทรงแยกหัวเมืองในมณฑลพายัพออกเป็น 2 มณฑล คือ มณฑลพายัพ มีเขตปกครอง คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน และเชียงราย กับมณฑลมหาราษฎร์ มีเขตปกครองคือ จังหวัดแพร่ ลำปาง และน่าน แล้วโปรดให้เรียกรวมว่า “มณฑลพายัพ” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่ง สมุหเทศาภิบาล ขึ้นเป็นอุปราชมณฑลภาคพายัพ เป็นต้น นอกจากนี้ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวง หรือวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบันขึ้นแทนการสร้างวัดประจำรัชกาล เพื่อบำรุงการศึกษาของเยาวชนของชาติ และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในด้านการวางรากฐานระบบราชการไทย โดยทรงสถาปนา “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ เป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” และทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา “กองเสือป่า” ขึ้น โดยพระองค์เป็นผู้บัญชาการ เพื่อให้พลเรือนซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการในราชสำนักได้มีโอกาสฝึกหัดระเบียบวินัย มีการบังคับบัญชาเป็นหมู่เหล่าเช่นเดียวกับทหาร เพื่อป้องกันภัยอันตรายที่จะมีแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งมีพระราชดำริในด้านการสาธารณสุข โดยให้จัดสร้าง “โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล” นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นพระผู้พระราชทานกำเนิด “กิจการลูกเสือในประเทศไทย” โดยทรงเห็นว่าหากเยาวชนของชาติได้รับการฝึกหัดให้มีวินัยและได้เรียนรู้วิธีสืบข่าวเสียแต่ยังเยาว์ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ นอกจากจะมีระเบียบวินัยเป็นพลเมืองดีของชาติแล้ว ยังจะสามารถนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ด้วย จึงทรงยกร่าง “ข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือ” โปรดเกล้าฯ ให้ตราข้อบังคับนี้ไว้ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญที่เป็นการริเริ่มวางรากฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยทรงโปรดให้จัดตั้ง “ดุสิตธานี” ภายในบริเวณพระราชวังดุสิตขึ้นในปี พ.ศ. 2461 เพื่อเป็นแบบทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีลักษณะเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นแบบเทศบาล ซึ่งภายในดุสิตธานี ได้มีการจำลองรูปแบบการปกครองและสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ราชการ อาคารบ้านเรือน อาทิ ที่ทำการรัฐบาล บ้านเรือนราษฎร พระราชวัง ศาสนสถาน สถานที่ราชการ โรงทหาร ร้านค้า โรงพยาบาล ตลาด โรงแรม ธนาคาร สถานประกอบธุรกิจต่าง ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน และทรงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พระพุทธศักราช 2456 เพื่อช่วยกำหนดตัวบุคคลได้แน่นอนกว่าการเรียกชื่อเพียงอย่างเดียว เป็นต้น

“สำหรับ “สวนลุมพินี” เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานครอันเป็นอนุสรณ์หวนรำลึกนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานไว้ โดยมีจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2468 ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 15 ปี ประกอบกับเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงทรงพระราชดำริให้จัดงานแสดงพิพิธภัณฑ์สรรพสินค้าและทรัพยากรธรรมชาติ เฉกเช่นประเทศตะวันตกที่ได้ทำได้ผลมาแล้ว โดยกำหนดจัดในฤดูหนาวปลายในปีดังกล่าว และทรงมีพระราชประสงค์ว่า เมื่อเลิกการจัดงานแล้วให้จัดทำเป็นสวนพฤกษชาติ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาและใช้พักผ่อน โดยพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมในการเตรียมสถานที่ ซึ่งภายในมีการขุดสระกว้าง สร้างเกาะลอยกลางน้ำ ตัดถนน และสร้างถาวรวัตถุ เช่น หอนาฬิกา ตึกแบบกรีก และพระราชทานชื่อว่า “สวนลุมพินี” หมายถึงสถานที่ประสูติแห่งพระพุทธเจ้า ณ ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล แต่แล้วพระองค์ก็เสด็จสวรรคตก่อนกำหนดเปิดงานจึงไม่ได้จัดงานดังกล่าว จนกระทั่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ผู้ทรงเป็นพระอนุชาธิราชเจ้า ทรงสานต่อการทำเป็นสวนสาธารณะจนแล้วเสร็จ และในปี พ.ศ. 2485 ได้มีการจัดสร้างพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้น ณ สวนลุมพินีแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้พระราชทานกำเนิดสวนลุมพินี” นายสุทธิพงษ์ ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้นของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผู้ทรงมีคุณูปการอันเป็นรากฐานความมั่นคงของประเทศ ส่งผลให้เกิดความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทยตราบจนถึงปัจจุบัน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันตั้งจิตเป็นกุศลประกอบคุณงามความดี เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต 25 พฤศจิกายน 2566 โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ