‘ดุสิตโพล’เผย 85.50% อาชีวะตีกันเพราะปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ แนะทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771399

'ดุสิตโพล'เผย 85.50% อาชีวะตีกันเพราะปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ แนะทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา

‘ดุสิตโพล’เผย 85.50% อาชีวะตีกันเพราะปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ แนะทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.06 น.

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566  สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย ณ วันนี้ กรณีศึกษา “เด็กอาชีวะ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,161 คน สำรวจระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2566 พบว่า จากกรณีการทะเลาะวิวาทจนถึงแก่ชีวิตของเด็กอาชีวะที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.83 มองว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมืออย่างจริงจัง มีมาตรการ แนวทางป้องกันที่เด็ดขาด คิดว่าสาเหตุของการทะเลาะวิวาท คือการปลูกฝังค่านิยมที่ผิด ๆ รักศักดิ์ศรี สถาบัน ร้อยละ 85.50 ขณะที่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเด็ดขาด เพิ่มโทษสูงสุด ร้อยละ 74.03 ทั้งนี้ประชาชนดูแลความปลอดภัยของตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ร้อยละ 91.62 โดยหน่วยงานที่ควรเข้ามาเร่งแก้ปัญหานี้คือกระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ 88.10 และหากประชาชนมีบุตรหลาน ก็มองว่าไม่อยากให้เรียนต่อสายอาชีวศึกษา ร้อยละ 80.34

การเรียนสายอาชีวศึกษามีความสำคัญต่อตลาดแรงงานไทยอย่างยิ่ง แต่จากสถิติกลับพบว่าผู้สนใจศึกษาต่อในสายอาชีพไม่สูงนัก อีกทั้งการรับรู้ข่าวในสื่อต่าง ๆ ก็ยิ่งทำให้ผู้ปกครองมีความวิตกกังวลมากขึ้น จากผลสำรวจที่ผ่านมาของสวนดุสิตโพล พบว่า สาเหตุของการก่อเหตุทะเลาะวิวาทมุ่งไปที่ความขัดแย้งระหว่างสถาบัน แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมสะท้อนให้เห็นถึงขอบข่ายของปัญหาที่กว้างขึ้นและฝังรากลึก ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเร่งปราบปรามและกระทรวงศึกษาธิการต้องแก้ปัญหาในระยะยาว

‘อธิการฯปทุมวัน’ยันไม่เกี่ยวข้องเหตุรุนแรง ชี้เช็คชื่อแล้วล้วนเป็นอดีต นศ. ส่ง 140 รายชื่อให้ตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771352

'อธิการฯปทุมวัน'ยันไม่เกี่ยวข้องเหตุรุนแรง ชี้เช็คชื่อแล้วล้วนเป็นอดีต นศ. ส่ง 140 รายชื่อให้ตร.

‘อธิการฯปทุมวัน’ยันไม่เกี่ยวข้องเหตุรุนแรง ชี้เช็คชื่อแล้วล้วนเป็นอดีต นศ. ส่ง 140 รายชื่อให้ตร.

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.45 น.

อธิการฯปทุมวัน พร้อมผู้บริหารตั้งโต๊ะ แถลงแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ”น้องหยอด-ครูเจี๊ยบ” ยันตรวจสอบรายชื่อแล้วผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมทั้งหมดพ้นสภาพการเป็นนักศีกษาไปแล้ว ย้ำการกระทำรุนแรงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบัน ส่วนข่าวนักศึกษาร่วมกลุ่มกว่า 80 กว่าตั้งองค์กรเถื่อนนั้น ทางสถาบันไม่มีข้อมูล ทางตำรวจยังไม่ได้ให้รายชื่อมา แต่หากพบว่าเป็นนักศึกษาของสถาบัน ก็ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 นายเสถียร ธัญญศรีรัตน์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานบันฯ แถลงกรณีกลุ่มคนที่อ้างว่า เป็นนักศึกษาจากสถาบันฯก่อเหตุ ยิงนายธนสรณ์ หรือ หยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวายและ น.ส.ศิรดา หรือ ครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้น ม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เสียชีวิตนั้น ทางสถาบันฯ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของครูเจี๊ยบและน้องหยอดเป็นอย่างยิ่ง โดยล่าสุดได้มีการจับผู้ต้องสงสัยและมีชื่อของสถาบันฯเข้าไปเกี่ยวข้อง และจากการตรวจสอบรายชื่อทั้งหมด เป็นนักศึกษาที่พ้นสภาพไปแล้ว ปัจจุบันไม่ได้มีสถานะเป็นนักศึกษาของสถาบันฯ

ทั้งนี้ สถาบันฯมีนักศึกษาอยู่ประมาณ 1,300 คน กว่า 1,000 คน ทำงาน และมาเรียนเสาร์-อาทิตย์ ที่เหลืออีกกว่า 200 คน จะเป็นปริญญาโท และเอก เหลือนักศึกษาภาคปกติเพียง 100 คน

“การเรียนการสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ค่อนข้างเข้มข้น สถาบันฯมีชื่อเสียงมากว่า 90 ปี นักศึกษาสายอาชีพก็อยากจะเข้าเรียนและจบที่ปทุมวัน โดยเพิ่งประกาศรายชื่อนักศึกษาที่พ้นสภาพไปแล้ว เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมากว่า 140 คน ส่วนใหญ่ที่พ้นสภาพไปเพราะมาขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา และไม่ได้มาเรียน แต่ใช้ชื่อปทุมวันออกไปแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในทางเสียหาย ดังนั้น ขอแถลงว่า การกระทำของผู้ต้องสงสัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันทั้งสิ้น โดยเด็กปัจจุบันสร้างชื่อเสียง มีการแข่งขันได้รับรางวัลชนะเลิศมากมาย สภาพแวดล้อมภายในสถาบันเงียบสงบเพราะเด็กอยู่ในห้องเรียน ปทุมวันเป็นสถาบันอันทรงเกียรติ มีชื่อเสียงมานาน มีระบบการรักษาความปลอดภัย ทั้งภายใน ภายนอก มีการประสานความร่วมมือกับสน.ปทุมวัน มีการเรียนการสอนเข้มข้น ถึงเข้ามาได้แต่จบยากปีนักศึกษาจบเพียงปีละ 500 คน ดังนั้น จึงขอปฏิเสธว่าข่าวความรุ่นแรงที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับสถาบัน” อธิการบดีฯ กล่าว

อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทางสถาบันฯมีการทำความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สามารถเข้าตรวจค้นได้ 24 ชั่วโมง หากมีผู้ต้องสงสัยเข้ามาแอบแฝงสามารถดำเนินคดีได้ทันที ส่วนการรับน้องรุนแรง ทางสถาบันจะไม่ให้มีการจัดกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาติจากสถาบันฯ แต่ถ้ามีการแอบไปรับน้องแล้วเกิดความรุนแรงขึ้น จะลงโทษพักการเรียน ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการมาแล้ว โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก ส่วนที่มีข่าวว่า มีอาจารย์เข้าไปค้ำประกันผู้ต้องหากรณีก่อเหตุยิงในงานแต่งเมื่อปีที่ผ่านมานั้น ยังไม่เห็นรายชื่ออาจารย์ไปเกี่ยวข้อง เพราะอาจารย์จะทำอะไรต้องได้รับอนุมัติจากอธิการบดี

“อุเทนฯ กับปทุมวัน พยายามหามาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ส่วนใหญ่เหตุการณ์ไปเกิดขึ้นภายนอก และบางครั้งมีการอ้างโปรไฟล์ปทุมวัน ก็ได้มีการตรวจสอบ รวมถึงมีการตั้งกลุ่มป้องกันเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ แต่หากเหตุการณ์ไปเกิดไกลจากนอกพื้นที่ ก็ดูได้ยาก ทั้งนี้ ในสถาบันฯ ก็จะมีกลุ่มนักศึกษาที่ตั้งใจเรียน ถึงช่วงเวลาเลิกเรียน อาจารย์ก็จะมาดูแลส่งนักศึกษากลับบ้าน แจ้งสถานีรถไฟฟ้า ให้มีอาจารย์ที่ปรึกษาค่อยสอดส่อง ตั้งกลุ่มไลน์ร่วมกับผู้ปกครอง ส่วนหนักใจหรือไม่เด็กที่พ้นสภาพไปแล้ว เอาชื่อสถาบันไป ขอบอกว่าหนักใจมาก เราตรวจสอบไม่เจอ ทำให้สถาบันตกเป็นจำเลยสังคม บางคนพ้นสภาพไปแล้วแต่ผู้ปกครอง ก็ยังเข้าใจว่า เด็กเรียนอยู่ จึงได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง นักศึกษาที่เคยเข้ามา แล้วพ้นสภาพไป ศิษย์เก่าก็ไม่ใช่ ศิษย์ปัจจุบันก็ไม่ใช่ ผมก็คงเข้าไปควบคุมไม่ได้ ต้องให้นิติกรดำเนินการ หากมีการอ้างชื่อ ก็ต้องให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีตามขั้นตอน” อธิการบดีฯ กล่าว

ด้านนายวีนัส ทัดเนียม รองอธิการบดี กล่าวว่า ทางปทุมวันได้ส่งรายชื่อนักศึกษาที่พ้นสภาพทั้ง 140 คนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และจากการตรวจสอบผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย เข้ามาเรียนปีการศึกษา 2565 ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา แต่ไม่ได้ลงทะเบียนเรียน จึงให้พ้นสภาพนักศึกษาไป อย่างไรก็ตามการรับนักศึกษาปทุมวันชั้นปีที่1 ทุกคนจะต้องมีการตรวจสอบประวัติลายนิ้วมือก่อนเข้าเรียน หากพบว่า มีการทำความผิดมาก่อนก็จะไม่รับเข้าเรียน ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าว เพื่อบันทึกประวัติไว้ที่สถานีตำรวจ หากมีการทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบได้ทันที และหากมีการกระทำความผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย รวมถึงยังมีมาตรการว่า กรณีทำผิดวินัย จะต้องมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบว่า มีมูลก็จะต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการที่สถาบันกำหนด เช่น พักการเรียน 1 ปี หรือมากกว่านั้นแล้วแต่ผลการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากผู้ต้องหาทั้ง8 รายซึ่งพ้นภาพไปแล้ว ทราบว่ามีการร่วมกลุ่มของนักศึกษาทั้งเก่าและปัจจุบัน นายวีนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคงต้องรอข้อมูล ซึ่งทางสถาบันได้มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอด ขณะเดียวกันสถาบันฯ ก็ยินดีให้ข้อมูลที่ตำรวจร้องขอมา ส่วนนักศึกษาที่มีการร่วมกลุ่มกว่า 80 กว่าคนนั้น สถาบันไม่มีข้อมูล ทางตำรวจยังไม่ได้ให้รายชื่อมา แต่หากพบว่า เป็นนักศึกษาของสถาบัน ก็ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน

“เรื่องนี้เกิดขึ้นภายนอก สถาบันไม่ทราบชื่อ แม้กระทั่งผู้ต้องหาทั้ง 8 คน สถาบันฯก็เพิ่งมาทราบชื่อภายหลัง เพราะเราไม่ได้เป็นหน่วยสืบสวน สถาบันทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดข้างนอก นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ของสถาบัน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ กำกับดูแลโดยกระทรวงการอุดทศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผลิตคนที่มีคุณธรรม คนดีไปทำงาน ขณะนี้ประเทศชาติขาดวิศวะเป็นแสนอัตรา เด็กปทุมวัน ก่อนจบมีบริษัทมารอรับเข้าทำงาน ส่วนผู้ที่ไปก่อเหตุ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบัน สถาบันไม่ทราบอะไรเลย แต่เด็กปัจจุบันสถาบันจะมีการควบคุมมาตรฐาน เป็นวิศวกรในภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก” รองอธิการบดีกล่าว

เทศบาลนครเชียงราย MOU เทศบาลเมืองจิ่งหง สิบสองปันนา สถาปนาเมืองมิตรภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771318

เทศบาลนครเชียงราย MOU เทศบาลเมืองจิ่งหง สิบสองปันนา สถาปนาเมืองมิตรภาพ

เทศบาลนครเชียงราย MOU เทศบาลเมืองจิ่งหง สิบสองปันนา สถาปนาเมืองมิตรภาพ

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.18 น.

วันที่ 24 พ.ย.66 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงราย ให้การต้อนรับ นาย เต้า ไห่ชิง (Dao Haiqing) นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองจิ่งหง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เทศบาลเมืองจิ่งหง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ห้องประชุม โรงเรียรเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

ซึ่งการพบปะกันครั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองจิ่งหง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้แจ้งเจตจำนง อย่างเป็นทางการ ที่เดินทางมาร่วมลงนาม ว่าด้วยการสถาปนาเมืองมิตรภาพ บ้านพี่เมืองน้อง หลังจากก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 เทศบาลฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนทางด้านทรัพยากรและบุคลากรมาเป็นระยะเวลาหลายปีต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จทางด้านความร่วมมือ ทางการศึกษาและด้านอื่น ๆ 

ดังนั้นทั้ง 2 เทศบาล จึงขอสานสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้น ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้การพัฒนาในด้านอื่นๆ มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่ายทั้งในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่

โดยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า ถือว่าเป็นโอกาสอันนี้ ที่ได้มีการลงนามในครั้งนี้ หากเป็นไปได้ในอนาคตจะได้เสนอเรื่องไปยังส่วนกลางของประเทศไทย เพื่อร่วมกัน เดินทางไป เมืองจิ่งหง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการสร้างมิตรภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น และต้องขอขอบคุณทาง เมืองจิ่งหงฯ เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนของทั้ง 2 เมือง ทั้งส่งนักเรียน นักศึกษา คณะครู ไปแลกเปลี่ยนรู้ที่ เมืองจิ่งหง และ ทาง เมืองจิ่งหง  ก็จะส่ง นักเรียน นักศึกษา และคณะครู จากจีน มายังเชียงรายด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการเปิดให้มีการเชื่อมโยงเมืองแห่งการท่องเที่ยว และเมืองธุรกิจเข้าด้วยกัน

ทางด้านนาย เต้า ไห่ชิง (Dao Haiqing) นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองจิ่งหง กล่าวว่า อนาคตหากมีความเป็นไปได้ เมืองจิ่งหง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ เทศบาลนครเชียงราย เปิดที่ทำการจุดประสานงานทุกเรื่องในเมืองจิ่งหง  พร้อมจะอำนวยความสะดวกทุกเรื่อง เพราะจะได้ประสานงานกันสะดวกมากยิ่งขึ้น และทางเมืองจิ่งหง ก็พร้อมมาเปิดจุดบริการในพื้นที่เทศบาลนครเชียงราย ในการทำหน้าที่ประสานงานของทั้ง  2 เมือง ประการสำคัญที่สุดคือเรื่องการศึกษา การท่องเที่ยว และการทำธุรกิจร่วมกันทุกด้าน ที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ซึ่งเชื่อว่า การลงนามในครั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อ 2 เมือง

‘สกสว.’นำทัพ จัดเวทีระดมความคิดเห็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771313

'สกสว.'นำทัพ จัดเวทีระดมความคิดเห็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

‘สกสว.’นำทัพ จัดเวทีระดมความคิดเห็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.01 น.

กองทุน ววน. โดย สกสว. ประสานความร่วมมือ สศช. ขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจใต้ พัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ด้านการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย – ฝั่งอันดามัน – ประเทศแถบเอเชียใต้

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับจังหวัดชุมพร ได้จัดประชุมระดมความเห็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC): เป้าหมายและความคาดหวังต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ด้านการวิจัยและพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี  โดยมี นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. นายบุญชัย ฉัตรประเทืองกุล ผู้อำนวยการกองพัฒนายุทธศาสตร์พื้นที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตรจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมภาค อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ท่องเที่ยวจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค สภาเกษตรกร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฯลฯ เข้าร่วมประชุมระดมสมองในครั้งนี้

โอกาสนี้ นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวถึงการขับเคลื่อน SEC ว่า ที่ผ่านมายังมีการทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงานในพื้นที่ค่อนข้างน้อย แต่ด้วยมีการกำหนดนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ที่ประกอบด้วยจังหวัดระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งจะเป็นการทำงานที่เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน อีกทั้งเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่ง โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างภาคใต้ สู่ชายแดนไทยสู่มาเลเซีย และการบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนภูมิภาคกับส่วนกลางระดับประเทศ ที่สำคัญ แผนดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนจังหวัด ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนา คือ “ชุมพรเมืองน่าอยู่ บนพื้นฐานการเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวคุณภาพ เชื่อมโยงการพัฒนาสองฝั่งทะเล”  โดยนำเอาข้อมูลข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการวิเคราะห์โดยกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประกอบกับพิจารณาปัญหาและความต้องการในการพัฒนาของพื้นที่ (Area) อำเภอต่างๆ และได้ร่วมกันกำหนดตำแหน่งการพัฒนาจังหวัดชุมพร “การพัฒนาการเกษตร ควบคู่การท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ” และได้กำหนดประเด็นการพัฒนาจังหวัดเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1 การพัฒนาการเกษตรกรรมการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงการพัฒนาในระดับภูมิภาค 2 การพัฒนาคน ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้มีความมั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานให้มีความสมดุลและยั่งยืน 4 เพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการเชิงบูรณาการและการจัดการความมั่นคงเพื่อการพัฒนาแบบประชารัฐ

ด้าน รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการจัดงาน ว่า สืบเนื่องจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้นำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาส่งเสริมและขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยมอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้ดำเนินการจัดทำแผนและการขับเคลื่อนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การประชุมวันนี้จึงเป็นเวทีเพื่อรับฟังข้อมูลและความต้องการของพื้นที่และการทำความรู้จักหน่วยงานทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ด้านการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย – ฝั่งอันดามัน – ประเทศแถบเอเชียใต้ และเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพการแปรรูปการเกษตรและการท่องเที่ยวมูลค่าสูง และเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมวัฒนธรรมและพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีเป้าหมายคือ (1) เป็นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ยางพารา อาหารทะเลมูลค่าสูง รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจสำคัญ (2) เป็นประตูสู่การท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน (3) โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย – ฝั่งอันดามัน – ประเทศแถบเอเชียใต้ และ (4) พัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่ เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม

โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายและแลกเปลี่ยน ที่น่าสนใจ อาทิ ความเห็นจากทางภาคเอกชนที่ได้กล่าวถึง ศักยภาพของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยเฉพาะประมงและเกษตร ซึ่งต้องการการพัฒนาและยกระดับการแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตร การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และการพัฒนาคนในพื้นที่ให้มีศักยภาพเพื่อรองรับการพัฒนาด้านต่างๆ นอกจากนี้รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่ามีความต้องการงานวิจัยเข้ามาพัฒนาการเกษตรทั้งระบบ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ มีข้อเสนอให้จัดตั้งกองทุนนวัตกรรมให้กับพืชแต่ละชนิด เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น และเสนอให้มีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยภาครัฐและเอกชนร่วมกันคิดและดำเนินการ ในส่วนสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ความเห็นต่อเรื่องการสร้างความเข้าใจต่อเรื่องทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อน SEC กับคนในพื้นที่ สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ควรมีการพัฒนาพืชเศรษฐกิจให้เป็นเรื่องๆ เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ตั้งคณะกรรมการเฉพาะพืช เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบของพืชนั้นๆ เป็นต้น
  
ขณะที่ นายบุญชัย ฉัตรประเทืองกุล ผู้อำนวยการกองพัฒนายุทธศาสตร์พื้นที่ สศช. กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจ คือการยกระดับรายได้และเศรษฐกิจของพื้นที่และประเทศ ในส่วนกลไกการขับเคลื่อนนั้นมีทั้งกลไกส่วนกลางระดับประเทศ ที่ประกอบด้วยทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการขับเคลื่อน สำหรับภาคใต้จะมีจุดเน้นสำคัญคือ การเป็นประตูสำคัญของการเชื่อมโยงเพื่อการส่งเสริมการเกษตร ประมง การยกระดับคุณภาพมาตรฐาน โดยจะเน้น อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมชีวภาพ   อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่ง วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมศักยภาพของพื้นที่ ดังนั้น จึงอยากใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจ และประสานให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/politic/2743130

"ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล" เปิดตำราอาหารของ ท่านผู้หญิงประสานสุข

25 พ.ย. 2566 05:01 น.

“ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เปิดตำราอาหารของ ท่านผู้หญิงประสานสุข

ตำราอาหาร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เปิดตัวหนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” ตำราอาหารของ ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล โดยมี คุณหญิงจินตนา ตันติเวชกุล, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ภากมล รัตตเสรี, นิติกร กรัยวิเชียร และ ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ มาร่วมงานด้วย ที่บ้านสุริยาศัย วันก่อน.

การใช้จ่ายงบประมาณต้องเน้นความโปร่งใส….หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…โครงการเรือธง เติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่ รัฐบาล จะเลือกใช้วิธีออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มาใช้ดำเนินโครงการ โดยมีเป้าหมาย กระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศยังยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก…ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ย. เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ออกมาตอกย้ำถึงความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า นโยบายหลักของ รัฐบาล เห็นว่าต้องมีการ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เป็นความจำเป็นที่ต้องทำ และเป็นที่มาที่ไปของ ดิจิทัลวอลเล็ต ต้องเข้าใจว่าทีแรกที่บอก ไม่ต้องกู้แต่เมื่อฟังความคิดเห็นของหลายๆฝ่าย ทุกภาคส่วน รวมทั้ง นักวิชาการ ว่าจะทำอย่างไรให้ โปร่งใส ชอบธรรม ถูกหลักนิติรัฐ จึงเป็นที่มาของการที่ รัฐบาล ตัดสินใจจะออก  พ.ร.บ.กู้เงิน ดังนั้น ถ้า ครม. เห็นด้วย ครม. คือตัวแทนของ สส. และ สส. คือตัวแทนของ ประชาชน ก็แสดงว่าพี่น้องประชาชนเห็นด้วย ถ้า กฤษฎีกา เห็นชอบ ก็ถือว่า ถูกต้องตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.กู้เงิน ต้องผ่าน สภา ก็เป็นหน้าที่ของ สภา ที่ต้องพิจารณารายละเอียด โดย รัฐบาล ต้องตอบรายละเอียดทุกข้อให้ได้ และเมื่อ รัฐสภา ผ่านความเห็นชอบ ก็ถือว่าเป็นนโยบายที่มี ความชอบธรรม ผ่านการตรวจสอบของ ทุกๆ ภาคส่วน ต้องคอยให้ขั้นตอนดำเนินไป อาจจะช้าไปบ้าง แต่ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความชอบธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้จาก ทุกๆภาคส่วน…สรุปคือยึดเรื่อง ความถูกต้อง ตามขั้นตอนกระบวนการในการ ใช้จ่ายงบประมาณ เป็นหลัก เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยจากเงื่อนกฎหมาย
กฐินพระราชทาน พิทยากร เนาถาวร กก.ผจก.กลุ่มบริษัทซีวิค กรุ๊ป เป็นประธานในพิธีถวายกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 โดยมี ดร.วิกรม คุ้มไพโรจน์, นงนุช เจริญพานิช, ลักขณา ปุณณกิติเกษม และ นรวร ปุณณกิติเกษม มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดเจ็ดยอด จ.เชียงราย วันก่อน.
  • ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมาระบุว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลัง ยังไม่ได้ส่งรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่จะนำมาใช้ใน โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณา ทั้งนี้เนื่องจากต้องปรับแก้ และเพิ่มเติมข้อมูลสถานการณ์เศรษฐกิจ ไตรมาส 3 ปี 2566 ที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แถลงเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.5% เท่านั้น ส่วนจะแล้วเสร็จเพื่อส่ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาได้เมื่อใดนั้น ขณะนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ เนื่องจากต้องรอให้ข้อมูลครบถ้วนก่อน แต่คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน…ถือเป็นเรื่องธรรมดาโครงการใหญ่ใช้เงินกู้จำนวนมหาศาลต้องทำอย่างรอบคอบ ช้าแต่ชัวร์ ดีกว่ารีบร้อนแล้วพลาดเป้า
ยอดเยี่ยม นุรักษ์ มาประณีต มอบรางวัล “BUSINESS + PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2023” สินค้าและบริการยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 ให้ สาระ ล่ำซำ และ วิชัย สินอนันต์พัฒน์ โดยมี มนู เลียวไพโรจน์ และ แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสวิสโซเทล วันก่อน.
  • เฮ้อ…จากกรณีเกิดปัญหาจากการใช้ อาวุธปืน หรือ สิ่งเทียมอาวุธปืน ที่ดัดแปลง อาทิ แบลงก์กัน รวมถึงมีการ พกอาวุธปืน ทั้งที่ ได้รับอนุญาต ถูกต้องตามกฎหมาย อาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย ก่อความรุนแรง และ ก่ออาชญากรรม ส่งผลอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่งผลกระทบต่อ ความสงบเรียบร้อยของสังคม และ ด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหลายกรณี ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย โดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ยกร่าง คำสั่งนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรื่อง ห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว โดยมีสาระสำคัญเป็นการ ห้ามออกใบอนุญาตแบบ ป.12 เป็นเวลา 1 ปี เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และ ความปลอดภัยสาธารณะ ลดอาชญากรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอให้ นายกฯเศรษฐา ลงนาม ก่อนเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับในวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยคำสั่งนี้จะไม่มีผลบังคับกับ เจ้าหน้าที่ หรือ บุคคลที่ได้รับอนุญาต ให้พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ที่อยู่ระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่ เช่น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนที่อยู่ระหว่างการช่วยเหลือราชการและมีเหตุจำเป็นต้องมีและใช้อาวุธตาม กฎหมาย …มาตรการนี้จะได้ผลหรือไม่ต้องรอพิสูจน์กันต่อไป เพราะโดยธรรมชาติ อาชญากรมักใช้ปืนเถื่อนมากกว่าปืนมีทะเบียน 
ตำราอาหาร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เปิดตัวหนังสือ “บันทึก นึกอร่อย” ตำราอาหารของ ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล โดยมี คุณหญิงจินตนา ตันติเวชกุล, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ภากมล รัตตเสรี, นิติกร กรัยวิเชียร และ ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ มาร่วมงานด้วย ที่บ้านสุริยาศัย วันก่อน.
  • อืม…ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล สำนักงาน ก.พ. ระบุความคืบหน้าการพิจารณาแนวทาง ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ได้ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ …งานนี้หวังว่าข้าราชการคงไม่ต้องลุ้นเก้ออีกนะจ๊ะ
บุกตลาด สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ และ อเล็กซ์ ถัง แถลงข่าวกลยุทธ์ในการบุกตลาดกลุ่มสมาร์ทโฟน พร้อมแนะนำ “Redmi 13C” สเปกแรงคุ้มค่าในราคาจับต้องได้ โดยมี นันทวัฒน์ ประสงค์ผล, พอล หวง และ นัยนา อริยะจรรยา มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…กนกนุช ประจวบเหมาะ และ ลูกๆ จัดฉลองแซยิดครบรอบ 60 ปี ให้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ที่ victor club ชั้น 8 Sathorn square 25 พ.ย. 18.00 น.
ของอิตาลี เปาโล ดีโอนีซี ทูตอิตาลี เปิดงาน “Blissful Hampers 2024” ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ด้วยกระเช้าของขวัญสินค้าพรีเมียมจากอิตาลี จัดถึง 15 ม.ค.67 โดยมี ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล, พลอยชมพู อัมพุช, เปาล่า กีดา และ พนิตตา ศรีสะอาด มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มโพเรียม วันก่อน.
  • พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานฉลองสมรส พิชชากร ชัยกุล ลูกสาว ต่อสิทธิ์–ปรียนุช ชัยกุล กับ ภูวิศ สีลภูสิทธิ์ ลูกชาย วรวิทย์–สีวิกา สีลภูสิทธิ์ ที่โรงแรม ไฮแอท รีเจนซี กรุงเทพ สุขุมวิท 25 พ.ย. 18.30 น.
  • สุวิชา นาควัชระ ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นประธานฉลองสมรส ปิ่นปินันธ์ ด้วงเงิน กับ เขมณัฏฐ์ เกื้อทิพย์ ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ บีซี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 25 พ.ย. 18.00 น.
ขนมหวาน ภัทรา ศิลาอ่อน จัดงาน “S&P 50th Anniversary Happy Cake & Cookie Fair” ยกขบวนสินค้าสุดพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข โดยมี ประเวศวุฒิ–เกษสุดา ไรวา,ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ และ กำธร ศิลาอ่อน มาร่วมงานด้วย ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต วันก่อน.
  • ศพ ม.ร.ว.สดศรี ปันยารชุน ภริยา อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งสวดศาลาร้อยปี วัดเบญจมบพิตรฯ ถึง 28 พ.ย. จากนั้นสวดทุกวันอาทิตย์ ถึง 24 ธ.ค.
  • ศพ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งสวดศาลา VIP วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ฌาปนกิจ 27 พ.ย.13.00 น. 
ปลายทางชีวิต พลากร สุวรรณรัฐ, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มาร่วมในพิธีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร ที่ศาลากวีนิรมิต วัดเทพศิรินทราวาส วันก่อน.
  • สวดพระอภิธรรม ม.ล.สุทธิพจน์ ศุขสวัสดิ สามี พจนา ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา ศาลา 4 วัดมกุฏกษัตริยาราม 18.30 น. ถึง 28 พ.ย. พระราชทานเพลิง 30 พ.ย. 17.00 น. 
  • วันนี้ 18.00 น. ดร.วิชา จุ้ยชุม  เป็นประธานจัดงาน “พัทลุงสามัคคี ครั้งที่ 62” ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ พุทธมณฑล สาย 1

“ธนูเทพ”

เผยรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรก 10 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743314

เผยรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรก 10 คน

25 พ.ย. 2566 08:46 น.

เผยรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรก 10 คน

กระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันคนไทยได้รับการปล่อยตัวแล้ว 10 คน พร้อมเปิดเผยรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรก

กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยตัวประกันชาวไทยชุดแรกจากกลุ่มฮามาส ว่ามีกลุ่มคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวทั้งสิ้นจำนวน 10 ราย ไม่ใช่ 12 ราย ตามที่แจ้งเบื้องต้น โดยอุปทูตและเจ้าหน้าที่ สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปเยี่ยมกลุ่มคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวที่ รพ. Shamir Medical Center แล้ว โดยเปิดเผยรายชื่อคนไทยทั้ง 10 คนดังนี้

1.นางสาวณัฐฐาวรี มูลกัน

2.นายสันติ บุญพร้อม

3.นายบุญถม พันธ์ฆ้อง

4.นายมงคล ผจวบบุญ

5.นายวิทูรย์ ภูมี

6.นายวิชัย กาละปัตย์

7.นายบัญชา กองมณี

8.นายบุดดี แสงบุญ

9.นายอุทัย ทุ่นศรี

10.นายอุทัย แสงนวล

โดยระหว่างการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ สอท. ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการแปลภาษา การดูแลขั้นพื้นฐาน และทยอยแจ้งญาติที่ประเทศไทยแล้ว ในเบื้องต้นจะอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลา 48 ชม. ซึ่งแพทย์อิสราเอลจะดูแลอย่างเต็มที่ โดยจะจัดคณะทางการแพทย์ 6 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ และ จนท. สอท. เพื่อดูแลผู้ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 10 คน และโรงพยาบาลจะจัดนักจิตวิทยาที่พูดภาษาไทยเพื่อให้ได้พูดคุย ทั้งนี้ทุกคนจะได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะเหยื่อของการก่อการร้าย ตามกฎหมายอิสราเอล ทั้งนี้รัฐบาลไทยจะดำเนินการในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับพี่น้องคนไทยทั้ง 10 คนกลับสู่ประเทศไทย และครอบครัวต่อไป

อนึ่ง จากรายชื่อคนไทยกลุ่มแรกที่ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 10 รายดังกล่าว มี 4 รายที่ทางการอิสราเอลไม่เคยแจ้งยืนยันมาก่อน ทำให้ขณะนี้ยังคาดว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวชาวไทยอีก 20 ราย จากจำนวนเดิม 26 ราย ที่เคยได้รับการยืนยันจากฝ่ายอิสราเอลแล้ว และรัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยกลุ่มนี้ต่อไป

รัฐบาลไทยขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และที่ทางการไทยได้ขอความช่วยเหลือสนับสนุน อาทิ รัฐบาลกาตาร์ อิสราเอล อียิปต์ อิหร่าน มาเลเซีย และ ICRC รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาทุกฝ่ายอีกครั้ง ที่ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการผลักดันการช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยจนได้รับการปล่อยตัวชุดแรก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวประกันที่เหลือทั้งหมดจะได้รับการดูแล และปล่อยตัวอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด.

ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ

สุดยินดี กลุ่มฮามาสเผยคลิปขณะส่งมอบตัวประกัน 24 คนให้กาชาดสากล (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743312

สุดยินดี กลุ่มฮามาสเผยคลิปขณะส่งมอบตัวประกัน 24 คนให้กาชาดสากล (คลิป)

25 พ.ย. 2566 08:00 น.

สุดยินดี กลุ่มฮามาสเผยคลิปขณะส่งมอบตัวประกัน 24 คนให้กาชาดสากล (คลิป)

กลุ่มฮามาสเผยคลิปปล่อยตัวประกันชุดแรกจำนวน 24 คนให้แก่หน่วยงานกาชาดสากลแล้ว โดยในจำนวนนี้มีคนไทยรวมอยู่ด้วย 10 คน

สื่อต่างประเทศ และโลกโซเชียล ต่างเผยแพร่คลิปภาพเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสพาตัวประกัน 24 คนมาส่งให้แก่กาชาดสากล ตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากที่อิสราเอลยอมตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 4 วัน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน โดยจากคลิปภาพจะเห็นตัวประกันที่เป็นผู้สูงอายุมีอายุราวๆ 70-80 ปี และยังมีเด็กอายุ 2 ขวบรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้เอพียังรายงานว่ามีคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันอีก 10 คนที่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้ และมีชาวฟิลิปปินส์อีก 1 คน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่ตรงกับตัวเลขที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยแจ้งในเบื้องต้นว่ามีคนไทยได้รับการปล่อยตัว 12 คน

ชมคลิป ที่นี่

ขณะที่ทางการอิสราเอลยอมปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์จำนวน 39 คนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวประกันในครั้งนี้ด้วย
นับเป็นความคืบหน้าขั้นแรก หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันผ่านตัวกลางอย่างกาตาร์ รวมไปถึงอิหร่าน จนนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 4 วัน หลังจากสู้รบกันมาต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับรายงานว่ามีคนไทยจำนวน 12 คนได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะนี้ได้ข้ามเข้ามาในอิสราเอลผ่านช่องผ่านแดน Rafah และอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังจุดคัดกรองที่ฐานทัพอากาศ Hatzerim ทั้งนี้ในเบื้องต้นยังไม่ทราบเพศ และชื่อตัวประกันที่ถูกปล่อยตัว

ในเบื้องต้นทั้ง 12 คนจะถูกนำไปที่โรงพยาบาล Shamir Medical Center (Assaf Harofeh) โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะเดินทางไปพบที่โรงพยาบาล ซึ่งทั้ง 12 คนดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ และพยาบาล โดยห้ามพบบุคคลภายนอกเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

โดยกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับพี่น้องแรงงานไทย และครอบครัวของทั้ง 12 คนที่ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจับกุมในวันนี้ และจะเร่งนำทุกคนกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

รัฐบาลไทยขอขอบคุณรัฐบาลกาตาร์ อิสราเอล อียิปต์ อิหร่าน มาเลเซีย และ ICRC รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาทุกฝ่ายในการช่วยเหลือตัวประกันชุดแรก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวประกันที่เหลือทั้งหมดจะได้รับการดูแล และปล่อยตัวอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด.

ที่มา: เอพี

ได้ปล่อยชุดแรก 12 ตัวประกันไทย สงครามอิสราเอล-ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743295

ได้ปล่อยชุดแรก 12 ตัวประกันไทย สงครามอิสราเอล-ฮามาส

25 พ.ย. 2566 05:01 น.

ได้ปล่อยชุดแรก 12 ตัวประกันไทย สงครามอิสราเอล-ฮามาส

วันที่รอคอย 12 แรงงานไทยตัวประกันในสงครามอิสราเอล-กาซา ถูกปลดปล่อย เป็นอิสระแล้ว ตามข้อตกลงการหยุดยิงพักรบชั่วคราว ฝีมือรัฐบาลอียิปต์ช่วยเจรจากับกลุ่มฮามาสจนประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากตัวประกันชาวไทยได้รับอิสระแล้ว ยังมีตัวประกันชาวอิสราเอล 13 คน ได้รับการปล่อยตัวด้วย ปานปรีย์เผยพร้อมรับตัวประกันตลอด 24 ชั่วโมง พ่อแม่แรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันสุดดีใจลูกได้รับอิสรภาพ หากกลับมาจะให้บวช 7 วัน “พิพัฒน์” การันตี เยียวยาแรงงานอิสราเอล 5 หมื่นบาทได้แน่ ชี้ ก.คลังทำเรื่องเบิก ชงเข้า ครม. 28 พ.ย.

ในที่สุดวันที่ชาวโลกรอคอยก็มาถึง นั่นคือการหยุดยิงเพื่อพักรบชั่วคราวของอิสราเอลแลกกับการปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮามาสจับกุมตัวไว้กว่า 200 คน ในจำนวนนี้มีตัวประกันชาวไทยเป็นอิสระด้วย 23 คน จากที่จับไป 26 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า กองทัพอิสราเอล (IDF) หยุดโจมตีชั่วคราวทั้งทางตอนเหนือและตอนใต้ของฉนวนกาซาเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่า ไม่พบเห็นปฏิบัติการทางอากาศของอิสราเอลบริเวณทางเหนือของฉนวนกาซา ขณะที่รัฐบาลอียิปต์เผยว่า รถบรรทุกความช่วยเหลือต่างๆ จำนวน 200 คัน รถบรรทุกก๊าซหุงต้ม 4 คัน รถบรรทุกน้ำมันดีเซลปริมาณ 130,000 ลิตร จะเดินทางผ่านด่านข้ามพรมแดนราฟาห์ ชายแดนอียิปต์ เข้าสู่ทางใต้ของฉนวนกาซาในแต่ละวันของการพักรบชั่วคราว นอกจากนี้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันเด็กและสตรีจำนวน 13 คน เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เช่นเดียวกับการปล่อยตัวนักโทษเด็กและสตรีชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในอิสราเอลตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกัน ขณะที่มีราย งานว่าอิสราเอลจะปล่อยตัวนักโทษในวันเดียวกันจำนวน 39 คน

ทางด้านพ่อแม่แรงงานไทยเหยื่อตัวประกันกลุ่มฮามาสหลังทราบข่าวลูกจะได้เป็นอิสระ ต่างพากันดีอกดีใจ ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านเลขที่ 54 ม.3 บ.อำปึล ต.โชกเหนือ อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ของนายคมกริช ชมบัว อายุ 28 ปี หนึ่งในตัวประกันที่กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวในเวลา 21.00 น. วันที่ 24 พ.ย.ตามเวลาของไทย พบนายสุนันท์ นางพรทิพย์ ชมบัว พ่อแม่นายคมกริช ทั้งคู่เผยว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับมาเดือนครึ่ง แต่วันนี้ดีใจมากที่ลูกชายจะถูกปล่อยตัว ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ มาให้กำลังใจต่อเนื่อง โดยเฉพาะเพื่อนบ้านญาติพี่น้องและผู้นำชุมชน ได้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่าขอให้ลูกชายปลอดภัยกลับมา ในชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรแล้วนอกจากชีวิตของลูกชายเท่านั้น เมื่อลูกชายได้กลับมาจะให้บวชแก้บนเป็นเวลา 7 วัน ขอขอบคุณรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยประสานงานการช่วยเหลือ

วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า มีแรงงานไทยกลับจากอิสราเอลแล้ว 9,500 คน มีคนแอบกลับไปทำงานที่อิสราเอลประมาณ 10 คน จึงประสานสถานเอกอัครราชทูตว่า แรงงานเหล่านี้เข้าไปทำงานในพื้นที่ไหน ส่วนคนที่กลับมาแล้ว แจ้งความประสงค์จะกลับไปทำงานหลังเหตุการณ์สงบประมาณ 25% แต่ถ้าสงบแล้วจริง ๆ คิดว่าน่าจะกลับไปเกิน 80% เพราะมีหนี้สิน แม้รัฐบาลกำลังจะเยียวยาคนละ 50,000 บาท มีมาตรการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ในวงเงิน 150,000 บาท ระยะเวลา 3 ปี แต่หากไม่มีรายได้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวง ที่ต้องช่วยให้คนเหล่านี้มีงานทำนอกจากอิสราเอลยังมีเกาหลี ออสเตรเลีย สำหรับ เงินเยียวยา 50,000 บาท ผ่านสำนักงบประมาณ ผ่านนายกฯ ตอนนี้อยู่ที่กระทรวงการคลังเพื่ออนุมัติเงินแล้ว ถ้าทันวันที่ 28 พ.ย.จะแจ้งต่อที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบ กระบวนการก็จบ หากรับเงินเยียวยาแล้วแอบกลับไปเป็นแรงงานเถื่อน เงินเยียวยาจากภัยสงคราม 15,000 บาท จากกระทรวงแรงงานคงให้ไม่ได้

กระทั่งเวลา 21.00 น. วันที่ 24 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “ได้รับการยืนยันจากฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงต่างประเทศว่า มีตัวประกันชาวไทย 12 คน ได้ถูกปล่อยตัวออกมาแล้วขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานทูตกำลังไปรับตัวอีก 1 ชั่วโมงน่าจะทราบชื่อและรายละเอียดต่างๆครับกรุณาคอยติดตาม”

ขณะที่ทางการอียิปต์ออกแถลงการณ์เมื่อวันเดียวกันนี้ ระบุว่านอกเหนือจากตัวประกันชาวอิสราเอล 13 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. จะได้รับการปล่อยตัว ตามส่วนหนึ่งข้อตกลงพักรบและแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ภายใต้การไกล่เกลี่ยของอียิปต์และกาตาร์ นอกจากนี้รัฐบาลอียิปต์ยังประสบความสำเร็จในการเจรจาการปล่อยตัวประกันชาวไทย 12 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ ที่ได้รับการปล่อยตัวในวันเดียวกันนี้ด้วย

เมื่อเวลา 21.22 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่ามีคนไทย 12 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะนี้ได้ข้ามเข้ามาในอิสราเอลผ่านช่องผ่านแดนราฟา (Rafah) และอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังจุดคัดกรองที่ฐานทัพอากาศแฮตเซริม (Hatzerim) ทั้งนี้ ในเบื้องต้นยังไม่ทราบเพศและชื่อตัวประกันที่ถูกปล่อยตัว อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นนี้ทั้ง 12 คนจะถูกนำตัวไปที่ รพ. Shamir Medical Center(Assaf Harofeh) โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตจะเดินทางไปพบที่โรงพยาบาล ซึ่งทั้ง 12 คนดังกล่าว จะอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และพยาบาล โดยห้ามพบบุคคลภายนอกเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชม. ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับพี่น้องแรงงานไทยและครอบครัวของทั้ง 12 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจับกุมในวันนี้ และจะเร่งนำทุกคนกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย รัฐบาลไทยขอขอบคุณรัฐบาลอียิปต์ รัฐบาลกาตาร์ ICRC และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาทุกฝ่าย ในการช่วยเหลือตัวประกันชุดแรก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวประกันที่เหลือทั้งหมดจะได้รับการดูแลและปล่อยตัวอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

สังเวย 2 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743289

สังเวย 2 ศพ

25 พ.ย. 2566 04:51 น.

สังเวย 2 ศพ

สภาพรถบัสโดยสารนำเที่ยวของตุรกีที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยสารมา 26 คน เกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของทนายหญิง คนหนึ่ง และเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนป้ายบอกทางริมถนนในจังหวัดเดนิซลีมุ่งหน้าไปจังหวัดคอนยาขณะกำลังจะไปเที่ยว ทำให้ นักท่องเที่ยวชาวไทยเสียชีวิต 2 ศพ ไกด์ชาวตุรกีอีก 1 ศพ รวมทั้งยังมีผู้บาดเจ็บ จำนวนหนึ่งถูกนำส่ง รพ. และเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ในตุรกีเร่งช่วยเหลือแล้ว.

กลุ่มเกษตรกรเกาหลีใต้รวมตัวประท้วง รบ.เตรียมยื่นร่าง ก.ม.ห้ามกินเนื้อสุนัข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741452

กลุ่มเกษตรกรเกาหลีใต้รวมตัวประท้วง รบ.เตรียมยื่นร่าง ก.ม.ห้ามกินเนื้อสุนัข

24 พ.ย. 2566 21:30 น.

กลุ่มเกษตรกรเกาหลีใต้รวมตัวประท้วง รบ.เตรียมยื่นร่าง ก.ม.ห้ามกินเนื้อสุนัข

กลุ่มเกษตรกรในเกาหลีใต้รวมตัวประท้วงหน้ารัฐสภา เรียกร้องรัฐบาลยกเลิกการเตรียมยื่นร่างกฎหมายห้ามกินเนื้อสุนัข ชี้ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม และอาจทำให้กิจการหลายพันแห่งต้องปิดตัวลง

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เหล่าเกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมค้าเนื้อสุนัขในเกาหลีใต้ อาทิ เกษตรกรผู้เพาะพันธุ์สุนัขสำหรับค้าเนื้อ และเจ้าของร้านอาหารที่มีเมนูเนื้อสุนัข ได้รวมตัวกันหน้ารัฐสภา ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการเตรียมยื่นร่างกฎหมายห้ามกินเนื้อสุนัขภายในปีนี้ อ้างการห้ามกินเนื้อสุนัขจะทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้ และยังจำกัดตัวเลือกเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค

ลี คยองซิก เจ้าของฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขนอกกรุงโซล หนึ่งในผู้ร่วมประท้วง กล่าวว่า การห้ามกินเนื้อสุนัขจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของเขา ซึ่งหากร่างกฎหมายนี้ผ่านและมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน และกิจการของเขาไม่สามารถปรับตัวได้ทัน เสี่ยงทำให้เขาต้องปิดกิจการของตัวเองลง

เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมยื่นร่างกฎหมายห้ามกินเนื้อสุนัขในประเทศต่อสภาเพื่อพิจารณาและบังคับใช้ภายในปีนี้ เพื่อหวังยุติเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ และการต่อต้านจากคนรุ่นใหม่ในประเทศ

โดยร่างกฎหมายนี้จะครอบคลุมถึงมาตรการช่วยเหลือเหล่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมค้าเนื้อสุนัข อาทิ การกำหนดระยะเวลาผ่อนปรน 3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการปรับเปลี่ยนกิจการของตน และการให้เงินชดเชยแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สมาคมผู้ประกอบการเนื้อสุนัขระบุว่า หากร่างกฎหมายห้ามกินเนื้อได้รับการอนุมัติ จะมีกิจการได้รับผลกระทบและต้องปิดตัวลงประมาณ 6,500 แห่ง โดยเป็นฟาร์มเลี้ยงสุนัข 3,500 แห่ง และร้านอาหารที่เสิร์ฟเนื้อสุนัขอีก 3,000 แห่ง มากกว่าตัวเลขที่หน่วยงานรัฐเคยสำรวจไว้ถึงเกือบสองเท่า

การกินเนื้อสุนัขเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในบริเวณคาบสมุทรเกาหลีมาอย่างช้านาน และถูกมองว่าเป็นหนทางในการเอาชนะความร้อนในฤดูร้อน แต่ด้วยวิวัฒนาการของโลก และความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิของสัตว์ ทำให้การกินเนื้อสุนัขไม่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters