อียูเผย มลพิษทางอากาศ คร่าชีวิตคนในยุโรป เกือบ 4 แสนคนในปี 2021

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743356

อียูเผย มลพิษทางอากาศ คร่าชีวิตคนในยุโรป เกือบ 4 แสนคนในปี 2021

25 พ.ย. 2566 22:30 น.

อียูเผย มลพิษทางอากาศ คร่าชีวิตคนในยุโรป เกือบ 4 แสนคนในปี 2021

สหภาพยุโรปเผย มีประชาชนเกือบ 400,000 คนในยุโรป เสียชีวิตจากปัญหามลพิษทางอากาศในปี 2021

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป (EEA) เปิดเผยรายงานวานนี้ (24 พ.ย.) พบว่าในปี ค.ศ. 2021 มีประชาชนเกือบ 400,000 คน จากชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เสียชีวิตจากปัญหามลพิษทางอากาศ อาทิ มลพิษที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 โดยหลายรายสามารถหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตได้หากประเทศต่างๆ ควบคุมมลพิษทางอากาศให้อยู่ในระดับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ

รายงานระบุว่า ในปี 2021 ปัญหามลพิษทางอากาศที่เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมากในประเทศสมาชิก EU คือ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ซึ่งการสูดฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่เป็นโรคหัวใจโดยเฉพาะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 253,000 ราย ตามมาด้วยปัญหามลพิษจากไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานมากที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 52,000 ราย และปัญหามลพิษจากแก๊สโอโซนที่ไม่ดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22,000 ราย

รายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรปยังเปิดเผยอีกว่า ในปี 2021 มีประชาชนอีกราว 389,000 รายจากประเทศในยุโรปที่ไม่ได้เป็นสมาชิก EU ที่เสียชีวิตจากปัญหามลพิษทางอากาศ

“ความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศของยุโรปในปี 2021 สูงกว่าระดับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ วิธีที่จะช่วยป้องกันการเสียชีวิตจากปัญหามลพิษทางอากาศ คือ ต้องพยายามลดมลพิษให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม” รายงานระบุ

สำหรับประเทศที่พบผู้เสียชีวิตจากปัญหามลพิษทางอากาศมากที่สุดในปี 2564 คือ โปแลนด์ อิตาลี และเยอรมนี ขณะที่ประเทศแถบยุโรปเหนือ เช่น ไอซ์แลนด์ สแกนดิเนเวีย และเอสโตเนีย ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

อิสราเอลเผย ฮามาส เตรียมปล่อยตัวประกันชุดที่ 2 ชาวอิสราเอล 14 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743438

อิสราเอลเผย ฮามาส เตรียมปล่อยตัวประกันชุดที่ 2 ชาวอิสราเอล 14 คน

25 พ.ย. 2566 20:32 น.

อิสราเอลเผย ฮามาส เตรียมปล่อยตัวประกันชุดที่ 2 ชาวอิสราเอล 14 คน

จนท.อิสราเอลเผย กลุ่มฮามาส เตรียมปล่อยตัวประกันชุดที่ 2 ชาวอิสราเอล 14 คน ในขณะที่อิสราเอลจะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์

เมื่อ 25 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่อิสราเอลเผยกลุ่มฮามาสเตรียมปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลอีก 14 คน ในวันเสาร์ที่ 25 พ.ย.2566 (ตามเวลาท้องถิ่น) นับเป็นการปล่อยตัวประกันชุดที่ 2 หลังรัฐบาลอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน โดยกลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 50 คน แลกกับอิสราเอลที่จะปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่เป็นผู้หญิงและเด็ก ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอล 150 คน

ตามรายงานระบุว่า การปล่อยตัวประกันในวันที่ 2 นี้ กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 14  คนในขณะที่อิสราเอลจะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 42 คน หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ย. กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกัน 24 คน เป็นชาวอิสราเอล 14 คน และชาวไทย 10 คน จนสร้างความดีใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง หลังจากถูกกลุ่มฮามาสจับกุมมานาน 48 วัน นับตั้งแต่บุกโจมตีอิสราเอลและลักพาตัวประกันมากว่า 240 คน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 

สุดสยอง ไฟไหม้ห้างฯ ในปากีสถาน หนีไม่ทัน สังเวยอย่างน้อย 11 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743422

สุดสยอง ไฟไหม้ห้างฯ ในปากีสถาน หนีไม่ทัน สังเวยอย่างน้อย 11 ศพ

25 พ.ย. 2566 18:06 น.

สุดสยอง ไฟไหม้ห้างฯ ในปากีสถาน หนีไม่ทัน สังเวยอย่างน้อย 11 ศพ

ไฟไหม้ ห้างสรรพสินค้าในนครการาจี ภาคใต้ปากีสถาน เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 11 ศพ บาดเจ็บกว่า 30 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้สะเทือนขวัญ ที่ห้างสรรพสินค้า ในนครการาจี เมืองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของปากีสถาน เมื่อ 25 พ.ย. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ บาดเจ็บราว 35 ราย 

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ปากีสถาน ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าที่นครการาจี ทางภาคใต้ของปากีสถาน ครั้งนี้ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีความสูง 6 ชั้น โดยขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในห้างสรรพสินค้าประมาณ 60 คน

ตามรายงานเบื้องต้น เผยสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้สยองที่ห้างสรรพสินค้าว่า เนื่องจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร และเปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเผาไหม้ห้างสรรพสินค้าจนได้รับความเสียหายสองชั้น และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสุดสลดอย่างน้อย 11 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ :https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : The Guardian

เผยเมแกน ทูลกษัตริย์ชาร์ลส์ มีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ 2 องค์ ‘เหยียดสีผิว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743387

เผยเมแกน ทูลกษัตริย์ชาร์ลส์ มีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ 2 องค์ 'เหยียดสีผิว'

25 พ.ย. 2566 16:43 น.

เผยเมแกน ทูลกษัตริย์ชาร์ลส์ มีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ 2 องค์ ‘เหยียดสีผิว’

เขย่าราชวงศ์อังกฤษอีก เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทูลกษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 มีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ 2 องค์ เหยียดสีผิว ถามด้วยความกังวล ถึงสีผิวของโอรสอาร์ชี ก่อนจะลืมตาดูโลก

เมื่อ 25 พ.ย.  2566 เดลี่เมล รายงาน หนังสือเล่มใหม่ Endgame (จบเกม) ของโอมิด สโกบี นักข่าวและนักเขียน ซึ่งเป็นพระสหายของเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ซึ่งเตรียมจะวางจำหน่าย สัปดาห์หน้า เปิดเผยว่า เมแกนได้ทูลต่อสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 อ้างมีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ 2 องค์ (ไม่ใช่แค่องค์เดียวตามที่เมแกนเคยกล่าวหา) ที่ถามเธอ ด้วยความกังวลเกี่ยวกับสีผิวของ ’อาร์ชี’ โอรสองค์โตของเธอกับเจ้าชายแฮร์รี่ ก่อนอาร์ชีจะลืมตาดูโลกว่า เมื่อเกิดมาแล้วจะมีผิวสีอะไร 

การเปิดเผยเรื่องนี้ในหนังสือเล่มใหม่ Endgame (จบเกม) ของสโกบี ถือเป็นการจุดประเด็นข้อกล่าวหาของเมแกนที่อ้างว่ามีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษบางองค์แสดงการหยียดสีผิวอีกครั้ง (เนื่องจากเมแกน มีแม่เป็นชาวอเมริกันผิวสี และพ่อเป็นคนผิวขาว) หลังจากเมแกนเคยกล่าวหาถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกระหว่างที่เธอและเจ้าชายแฮร์รี่ให้สัมภาษณ์กับโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรหญิงคนดังในปี 2564 ภายหลังขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ และย้ายมาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อต้นปี 2563

เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน

ตามรายงานของ The Sun สื่อหัวสีในอังกฤษ เผยด้วยว่า หนังสือเล่มใหม่ Endgame ยังอ้างว่าเจ้าชายแฮร์รี่ได้ตรัสกับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ พระราชบิดาว่า ทรงต้องการจะเห็นพระราชนัดดา (หลานสององค์คือ เจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลีเบต) อีกหรือไม่? ขณะทั้งสองพระองค์ทรงมีปากเสียงกันเกี่ยวกับพระตำหนักฟร็อกมอร์ คอทเทจ ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน แต่มีข่าวในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ได้ขอให้ทั้งสองย้ายออกจากตำหนักฟร็อกมอร์ คอทเทจ จึงทำให้เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ไม่มีที่ประทับในอังกฤษอีกต่อไป

ภูเขาน้ำแข็งใหญ่สุดในโลก แตกจากชายฝั่ง เคลื่อนตัวครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743333

ภูเขาน้ำแข็งใหญ่สุดในโลก แตกจากชายฝั่ง เคลื่อนตัวครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

25 พ.ย. 2566 15:21 น.

ภูเขาน้ำแข็งใหญ่สุดในโลก แตกจากชายฝั่ง เคลื่อนตัวครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่สุดในโลก เริ่มเคลื่อนตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ทศวรรษ หลังแตกออกจากชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกา 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นักธรณีวิทยาเปิดเผยวานนี้ (24 พ.ย.)ว่า ภูเขาน้ำแข็ง A23a ซึ่งเป็นภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดพื้นที่เกือบ 4,000 ตร.กม. หรือใหญ่กว่านครนิวยอร์ก 3 เท่า แตกออกจากชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกาแล้ว และเริ่มเคลื่อนตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ทศวรรษ หลังจากติดอยู่ชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529

โอลิเวอร์ มาร์ช นักธรณีวิทยาจากหน่วยงานสำรวจแอนตาร์กติกของอังกฤษ กล่าวว่า จากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อเร็วๆ นี้ เผยให้เห็นว่าภูเขาน้ำแข็ง A23a ซึ่งมีน้ำหนักเกือบล้านล้านเมตริกตัน ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวผ่านตอนปลายเหนือสุดของคาบสมุทรแอนตาร์กติก ด้วยอิทธิพลของกระแสลมและกระแสน้ำที่พัดแรงขึ้น ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากที่จะเห็นภูเขาน้ำแข็งใหญ่ขนาดนี้เคลื่อนที่ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงจำเป็นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ภูเขาน้ำแข็ง A23a เป็นหนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตร.กม. หรือใหญ่กว่านครนิวยอร์กเกือบสามเท่า โดยในปี 2529 ภูเขาน้ำแข็งนี้ก็ได้แยกตัวออกจากชั้นน้ำแข็ง Filchner-Ronne ทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งภูเขาน้ำแข็ง A23a ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยของสหภาพโซเวียต

มาร์ชกล่าวถึงสาเหตุที่ภูเขาน้ำแข็งเริ่มเคลื่อนตัว โดยปกติแล้วเมื่อไอน้ำเพิ่มขึ้น ก็มีโอกาสที่ส่วนของภูเขาน้ำแข็งที่ติดอยู่ที่พื้นมหาสมุทรจะบางลงเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ภูเขาเริ่มเคลื่อนตัวไปตามกระแสน้ำเย็นรอบขั้วโลกใต้ ตามเส้นตรอกภูเขาน้ำแข็ง

ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลคือภูเขาน้ำแข็ง A23s มีโอกาสเคลื่อนตัวไปติดกับเกาะเซาท์จอเจีย ซึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหากับสัตว์ต่างๆ ในทวีปแอนตาร์กติกา เช่น แมวน้ำ นกเพนกวิน และนกทะเลหลายล้านตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

‘กระทรวงยุติธรรม’ สั่งตรวจสอบคลิป ‘เสี่ยแป้ง’ ตัวจริงหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564136

25 พ.ย. 2566

'กระทรวงยุติธรรม' สั่งตรวจสอบคลิป 'เสี่ยแป้ง'   ตัวจริงหรือไม่

ถูกพาดพิงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ‘กระทรวงยุติธรรม’ สั่งกรมราชทัณฑ์ตรวจสอบ บุคคลในคลิปต์ ใช่ _’เสี่ยแป้ง’ จริงหรือไม่

นายวัลลภ นาคบัว ฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณี นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง เผยแพร่คลิปร้องขอความเป็นธรรมในการถูกดำเนินคดี โดยมีการพาดพิงกระทรวงยุติธรรมและบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ว่าพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบบุคคลในคลิป ว่าเป็นนายเชาวลิตฯ จริงหรือไม่

ส่วนประเด็นที่นายเชาวลิตฯ หรือเสี่ยแป้ง อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเลขาธิการ ป.ป.ส. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ

ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นในคดีเดิม พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเชาวลิตฯ และผู้ร่วมกระทำผิดซึ่งมีทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และบุคคลในกระบวนการยุติธรรมรวมหลายคน แต่จากคำพิพากษานายเชาวลิตฯ​ ถูกฟ้องเพียงคนเดียว และมีการแยกสำนวนฟ้องอีกบางคน

ขณะที่ผู้ร่วมกระทำผิดคนอื่นโดยเฉพาะตำรวจ ทหาร และบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ที่ยังไม่มีการฟ้องคดี หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบและมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดีก็สามารถฟ้องคดีได้

โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่ปล่อยผ่านนักการเมืองเอี่ยว’หมูเถื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564123

25 พ.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ไม่ปล่อยผ่านนักการเมืองเอี่ยว'หมูเถื่อน'

ให้กระบวนการยุติธรรม ทำงานก่อน นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่ปล่อยนักการเมือง เอี่ยวหมูเถื่อนลอยนวล หากพบว่ามีความผิด

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด เรื่องปัญหาหมูเถื่อน หลังจากที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แถลงข่าวชี้แจงไปแล้ว

ส่วนข้อมูลที่ระบุว่ามีอดีตนักการเมืองใหญ่เกี่ยวข้องนั้น ยืนยันจะไม่ปล่อยไป และเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องดำเนินการ แต่ยืนยันว่าไม่มีรัฐมนตรีใน ครม.ชุดปัจจุบันเกี่ยวข้อง หากถึงเวลาต้องเปิดเผยรายชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะเปิดเผยชื่อ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่การประชุมกับกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ดูแลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการไปปรากฏตัวอยู่ตามชาติแดน ซึ่งก็มีมาตรการออกไปแล้ว ก็ให้ความสำคัญสูงสุด ประชาชนควรทำตามที่กระทรวง ดิจิทัลฯ แนะนำ และต้องขอความร่วมมือกับทุกๆฝ่าย ทั้งกระทรวงการคลัง และ ธนาคารเอง ร่วมถึงถึงกสทช.และเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งหลาย ให้ตรวจดูอย่างเข้มงวด ด้วย

‘อาจารย์ใหญ่’ช่วยทำให้วงการสัตวแพทย์ไทยก้าวหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771328

‘อาจารย์ใหญ่’ช่วยทำให้วงการสัตวแพทย์ไทยก้าวหน้า

‘อาจารย์ใหญ่’ช่วยทำให้วงการสัตวแพทย์ไทยก้าวหน้า

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

นิสิตสัตวแพทย์ได้รับคุณประโยชน์ในการศึกษาด้ายกายวิภาคศาสตร์ของสัตว์อย่างมากมายมหาศาล เพราะมีอาจารย์ใหญ่ให้ความรู้ ดังนั้นอาจารย์ใหญ่จึงมีบุญคุณต่อผู้ที่จะเป็นสัตวแพทย์ในอนาคต เพราะช่วยให้สามารถศึกษาวิจัยขั้นสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้อย่างดีที่สุด

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปพูดคุยกับผู้บริจาคซากของสัตว์เลี้ยงเพื่อให้นิสิตสัตวแพทย์ใช้ศึกษาเล่าเรียน และสนทนากับนิสิตสัตวแพทย์ที่ยืนยันว่าซากของอาจารย์ใหญ่คือสิ่งที่มีบุญคุณอย่างสูงกับการพัฒนาศักยภาพสัตวแพทย์

คุณวันวิสาข์ พนศิริรัตน์ ผู้บริจาคซากสุนัขเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่

● สวัสดีครับ ขอบคุณที่มาร่วมรายการกับเราในวันนี้ครับ นำซากของน้องหมาหรือแมวมาบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ครับ อายุของน้องที่นำมาบริจาคกี่ปีครับ

คุณวันวิสาข์ : น้องหมาพันธุ์พุดเดิลค่ะ เขาตายเมื่ออายุ 16-17 ปีค่ะ เขาป่วยมาระยะหนึ่งประมาณ 2-3 ปี ด้วยอาการเกี่ยวกับตับ เราพาน้องมารักษาที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เจ้าหน้าที่ทุกคนมีน้ำใจดีสัตวแพทย์ที่ให้การรักษาก็เอาใจใส่ดูแลน้องหมาดีมาก ให้ความรู้กับเจ้าของด้วยว่าต้องดูแลรักษาพยาบาลน้องหมาอย่างไร เพื่อยืดอายุของน้องหมาให้นานที่สุด และให้เขามีความสุขมากที่สุดแม้จะเจ็บป่วยโรงพยาบาลสัตว์ของเกษตรฯ มีแผนกเฉพาะโรค จึงให้การรักษาได้ตรงกับอาการป่วย ประทับใจบุคลากรทุกคนของที่นี่มากค่ะ

● น้องหมาอายุ 16-17 ปี นับว่าอายุยืนมากเลยนะครับ อยู่กันมานานก็ย่อมผูกพันกันมาก ก็ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของน้องหมาด้วยครับ แต่ขออนุญาตถามเรื่องที่ตัดสินใจนำซากน้องมาบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ เคยนำน้องตัวอื่นๆมาบริจาคก่อนหน้านี้ไหมครับ

คุณวันวิสาข์ : ขอบคุณค่ะ ก็ผูกพันกันมากค่ะ เพราะอยู่ใกล้ชิดกันมานานมาก เห็นกันทุกวัน ก็คิดถึงเขาเวลาเขาจากไป ส่วนการนำซากน้องมาบริจาคนั้น ต้องบอกว่านี่คือครั้งแรกค่ะ เพราะที่ผ่านๆ มานั้น เมื่อสัตว์เลี้ยงตายลง เราก็จะฝังเขาไว้ในบริเวณบ้าน จนวันหนึ่งทราบว่าคณะสัตวแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ต้องการซากสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาของนิสิตสัตวแพทย์ หรือที่เรียกว่านำไปเป็นอาจารย์ใหญ่ก็จึงนำซากน้องมาบริจาค เพราะคิดว่าน้องจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของนิสิต และเพื่อเป็นการทำบุญให้กับน้องหมา

● ก่อนที่จะนำซากน้องหมามาบริจาคเคยได้ทราบข่าวเรื่องอาจารย์ใหญ่บ้างไหมครับ

คุณวันวิสาข์ : เคยทราบบ้างค่ะ แต่เนื่องจากเราเห็นว่าที่บ้านมีบริเวณ ก็เลยฝังร่างเขาในบ้าน แต่มาระยะหลังทราบว่าการบริจาคซากน้องหมาให้เป็นอาจารย์ใหญ่สำหรับนิสิตสัตวแพทย์ จะช่วยพัฒนาการศึกษาด้านสัตวแพทย์ได้มากขึ้น และเป็นการช่วยเหลือให้สัตว์อื่นๆ ได้รับการรักษาดูแลดีขึ้น ก็จึงนำน้อง
มาบริจาค

● ช่วยเชิญชวนให้คนที่ยังไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ของการบริจาคซากสัตว์เลี้ยงเพื่อให้นิสิตสัตวแพทย์ใช้ศึกษา เพื่่อจะได้สำเร็จการศึกษาไปเป็นสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในอนาคต เพราะยังมีบางคนเข้าใจผิดๆ ว่าการนำซากน้องไปบริจาค จะทำให้น้องไปเกิดใหม่แล้วมีร่างกายไม่สมบูรณ์ เพราะในการศึกษาซากอาจารย์ใหญ่ต้องผ่าชำแหละเพื่อเรียนรู้อวัยวะภายในทุกส่วน

คุณวันวิสาข์ : จริงๆ แล้วต้องขอบอกว่า การบริจาคร่างของสัตว์เลี้ยงให้คณะสัตวแพทย์นำไปใช้ศึกษาคือการให้ประโยชน์ทางการศึกษากายวิภาคศาสตร์ของสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุด ทำให้นิสิตสัตวแพทย์สำเร็จการศึกษาไปเป็นสัตวแพทย์ที่มีความรู้จริง และเชี่ยวชาญ จนสามารถรักษาดูแลสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีในอนาคต เพราะฉะนั้น ขอเชิญชวนให้นำซากของน้องหมาที่คุณรักไปบริจาคเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่นะคะ นอกจากช่วยส่งเสริมการศึกษาด้านสัตวแพทย์แล้ว ยังเป็นการสร้างบุญให้น้องอย่างมาก แล้วเมื่อซากของอาจารย์ใหญ่ถูกใช้เพื่อการศึกษาจนเรียบร้อยแล้ว ทางคณะสัตวแพทย์ก็จัดพิธีทำบุญอุทิศกุศลให้กับอาจารย์ใหญ่ และเชิญให้เจ้าของน้องที่เสียชีวิตไปแล้วมาร่วมงานด้วย เราคิดว่านี่คือการทำบุญทำกุศลที่สำคัญให้กับน้อง และเชื่อว่าน้องที่จากไปก็จะยินดีที่เป็นประโยชน์เพื่อการศึกษาด้วย แล้วที่สำคัญคือจะช่วยให้สัตวแพทย์มีข้อมูลสำหรับรักษาสัตว์อื่นๆในอนาคต ขอเชิญชวนนำสัตว์เลี้ยงที่เสียชีวิตมาบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่นะคะ บริจาคร่างของน้องหมาเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ง่ายมาก ไม่ยุ่งยากเลย แค่ติดต่อกับแผนกรับบริจาคร่างของสัตว์เลี้ยงในโรงพยาบาลสัตว์เกษตรฯก็สามารถดำเนินการต่อได้ทันที ยิ่งหากมีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรฯ ก็ยิ่งสะดวกมากขึ้น เพราะมีประวัติเดิมอยู่แล้ว แต่หากเคยรักษาที่อื่น ก็ขอให้นำประวัติการรักษาของน้องหมาไปด้วย เพื่อง่ายต่อการดำเนินการต่อไป ขอเชิญชวนบริจาคร่างของสัตว์เลี้ยงเพื่อการศึกษาด้านสัตวแพทย์นะคะ

คุณนฤภร ดำรงกิจเจริญ, คุณอิสริยาพร พุทธวงษ์

นิสิต ปี 2 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

● สวัสดีครับ เรียนถามพิธีการไหว้ครู และการทำบุญให้อาจารย์ใหญ่ของนิสิตในวันนี้ครับ ช่วยเล่าให้ฟังว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างครับ และคิดว่าจะช่วยสืบสานกิจกรรมนี้ไหมครับ

คุณอิสริยาพร : โดยส่วนตัว หนูยืนยันว่าต้องสืบสานประเพณีไว้ต่อไป เพราะการไหว้ครู คือการแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ที่ให้ความรู้กับนิสิต และเป็นโอกาสที่รุ่นพี่รุ่นน้องได้มาพบปะกัน และได้แสดงความเคารพต่อครู ส่วนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้อาจารย์ใหญ่ก็สำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงความกตัญญูและเคารพต่ออาจารย์ใหญ่ ที่ให้ร่างกับนิสิตเพื่อศึกษาด้านสัตวแพทย์ และเชื่อว่าประเพณีนี้จะสืบต่อไปตลอดค่ะ

● ตามปกติ นิสิตสัตวแพทย์ปีไหนจะได้เริ่มผ่าซากของสัตว์หรืออาจารย์ใหญ่ ครับ

คุณนฤภร : เมื่อเรียนปี 1 เทอม 2 ค่ะ นิสิตจะได้เรียนกับร่างอาจารย์ใหญ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งในวิชากายวิภาคศาสตร์ เป็นการเรียนเกี่ยวกับสัตว์ที่ตายโดยปกติ ไม่มีโรคภัยร้ายแรงใดๆ เพื่อให้นิสิตเห็นว่าสัตว์ปกติจะมีร่างและอวัยวะเป็นแบบนี้ โดยสัตว์ส่วนใหญ่ที่เป็นอาจารย์ของนิสิต คือร่างของอาจารย์ใหญ่ที่อาจารย์จากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ประเมินแล้วว่าสามารถใช้เพื่อการศึกษาได้ เพื่อให้นิสิตได้เห็นอวัยวะต่างๆ กล้ามเนื้อ และโครงสร้างของสัตว์โดยรวมทั้งร่าง

● ช่วยเล่าความรู้สึกเมื่อผ่าร่างของอาจารย์ใหญ่ในครั้งแรกของชีวิตนิสิตสัตวแพทย์ครับ

คุณอิสริยาพร : ยังจำความรู้สึกของการได้พบร่างและได้ผ่าร่างอาจารย์ใหญ่ได้ดีจนทุกวันนี้ค่ะตื่นเต้นมาก และรู้สึกขอบคุณมาจนทุกวันนี้ เป็นการเรียนหลังจากนิสิตได้ผ่านภาคทฤษฎีแล้ว ก็เข้าไปเรียนกับร่างของอาจารย์ใหญ่ ซึ่งช่วยให้นิสิตเห็นของจริง ได้สัมผัสจริงๆ ได้กรีดมีดผ่าตัดลงไปจริงๆ จำได้ไม่ลืมเลยค่ะ และขอบคุณตลอดเวลาค่ะ ถือว่าเป็นประโยชน์และมีบุญคุณต่อหนูและนิสิตสัตวแพทย์ทุกคนจริงๆ ค่ะ

● การได้พบกับของจริง เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างไรบ้างครับ

คุณนฤภร : ตามปกติการเรียนทุกวิชาไม่สามารถใช้ความรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต้องใช้การลงมือทำจริงๆ ด้วย เพื่อให้เกิดความรู้จากการปฏิบัติจริงหนูรู้สึกได้เลยว่าการที่นิสิตได้ทดลองลงมือผ่าร่างอาจารย์ใหญ่ด้วยมือของนิสิตเอง มันคือการเรียนที่ผ่านการปฏิบัติจริง ทำให้ได้ความรู้ที่มากขึ้น ได้พบของจริง ได้ทดลองจริงๆ เมื่อนำความรู้ตรงนี้ไปประกอบกับทฤษฎี ก็ช่วยให้เห็นได้จริงมากขึ้น ทำให้เข้าใจมากขึ้น ต้องขอบคุณทุกท่านที่นำร่างของอาจารย์ใหญ่ไปบริจาคให้นิสิตได้เรียนกับของจริง นิสิตทุกคนระลึกในบุญคุณของอาจารย์ใหญ่ และผู้บริจาคร่างอาจารย์ใหญ่ตลอดเวลา และพวกเราก็ตั้งใจเรียนรู้จากอาจารย์ใหญ่เป็นอย่างมาก

● ช่วยกล่าวเชิญชวนให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงนำซากหรือร่างของสัตว์ที่ตายแล้วไปบริจาคเพื่อการศึกษาด้วยครับ

คุณอิสริยาพร : หนูเชื่อมั่นว่าร่างของอาจารย์ใหญ่1 ร่างที่ได้รับบริจาคมา ช่วยให้นิสิตทุกคนที่เรียนในคณะสัตวแพทย์ทุกแห่งได้ประโยชน์ทางการศึกษามหาศาล ช่วยทำให้พวกหนูที่จะเป็นสัตวแพทย์มีความรู้จริง และสามารถช่วยเหลือสัตว์ที่เจ็บป่วยได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของสัตว์ ร่างของอาจารย์ใหญ่ช่วยให้สัตวแพทย์มีคุณภาพในการทำงานต่อในอนาคตดียิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ ขอเชิญชวนนำร่างของสัตว์เลี้ยงที่ตายแล้วบริจาคเพื่อการศึกษาค่ะ

คุณนฤภร : หนูรู้สึกว่าการเรียนสัตวแพทย์นั้น นอกจากเรียนในห้องเรียนแล้ว ยังต้องบูรณาการกับสิ่งที่เราเห็นในชีวิตประจำวันด้วย หนูเห็นว่าการที่หนูได้ทดลองผ่าร่างอาจารย์ใหญ่ด้วยตัวเอง ทำให้หนูเข้าใจเนื้อหาต่างๆ ที่เรียนจากทฤษฎีได้มากยิ่งขึ้น เพราะได้เห็นของจริง ได้ผ่าจริงๆ ขอบอกว่านิสิตสัตวแพทย์ทุกคนเป็นหนี้บุญคุณอาจารย์ใหญ่ ร่างของอาจารย์ใหญ่1 ร่าง ช่วยทำให้วงการสัตวแพทย์ไทยพัฒนาไปได้ไกลมากขึ้นค่ะ ขอเชิญชวนนำร่างสัตว์เลี้ยงของคุณบริจาคให้นิสิตสัตวแแพทย์ได้ใช้ศึกษานะคะ

คุณปาณัสม์ รุ่งนิรันดรกุล และคุณศุภวิชญ์ นิลนุ้ย

นิสิต ปี 2 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

● น้องๆ เรียนอยู่ชั้นปี 2 แสดงว่าเพิ่งได้มีโอกาสผ่าร่างของอาจารย์ใหญ่มาเมื่อไม่นานนี้เอง ก่อนจะเข้าไปใน LAB ผ่าร่างอาจารย์ใหญ่ ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างครับ

คุณปาณัสม์, คุณศุภวิชญ์ : ตื่นเต้นมากครับ ทั้งๆ ที่เตรียมตัวมาดีแล้ว ก็ยังตื่นเต้นมาก การเตรียมตัวในครั้งแรกของการผ่าร่างอาจารย์ก็คือต้องอ่านหนังสือเยอะมาก ดูภาพประกอบเยอะมาก แล้วก็เตรียมตัวอย่างดี แต่ก็ยังตื่นเต้นมากครับ การได้ผ่าร่างอาจารย์ใหญ่ครั้งแรกของผม ทำให้ผมจำได้จนทุกวันนี้ เพราะอาจารย์ใหญ่ของผมตัวอ้วนมาก ไขมันเยอะ ผ่ายากพอสมควร ต้องเลาะไขมันออกก่อน ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับผมครับ

● การเลือกอาจารย์ใหญ่ให้นิสิตที่เพิ่งเริ่มผ่าครั้งแรก จะเลือกร่างที่ตายด้วยสาเหตุใดให้ใช้ผ่าครับ

คุณปาณัสม์ : ใช้ร่างที่ไม่ได้ตายด้วยโรคต่างๆ ครั้ง เพราะต้องการให้นิสิตได้เห็นร่างที่ปกติ ไม่มีโรคภัยต่างๆ จะได้ดูอวัยวะ และกล้ามเนื้อที่เป็นปกติได้ครับ เพื่อจะได้เอาไว้เปรียบเทียบเมื่อนิสิตได้เรียนในชั้นสูงขึ้น เมื่อต้องไปเจอกับร่างที่ตายด้วยโรคภัยและความผิดปกติอื่นๆ ครับ

● เท่าที่พอทราบ มีปัญหานิสิตขาดแคลนร่างอาจารย์สำหรับการศึกษาไหมครับ

คุณปาณัสม์ : เท่าที่ผมทราบ ในคณะของเรายังไม่มีปัญหาขาดแคลนนะครับ แต่ก็ยังอยากเชิญชวนให้ท่านที่ต้องการช่วยสนับสนุนการเรียนของคณะสัตวแพทย์ นำร่างของสัตว์เลี้ยงที่ตายแล้วไปบริจาคให้เราครับ เพราะเป็นประโยชน์เพื่อการศึกษาของนิสิตมากจริงๆ ครับ

● ร่างอาจารย์ใหญ่ให้ประโยชน์อย่างไรกับการศึกษาสัตวแพทย์ครับ

คุณปาณัสม์ : ร่างของอาจารย์ใหญ่ช่วยให้พวกเรา นิสิตสัตวแพทย์ใช้เพื่อศึกษากายวิภาคศาสตร์ของสัตว์เลี้ยงได้ดีที่สุดครับ วิชาด้านกายวิภาคศาสตร์เป็นสิ่งที่สำคัญมากของการเรียนในคณะของเรา เป็นพื้นฐานการศึกษาของสัตวแพทย์ และเป็นประโยชน์มากมายต่อการรักษาเพื่อช่วยชีวิตสัตว์อื่นๆ ในอนาคต

คุณศุภวิชญ์ : ผมอยากขอเชิญชวนคุณพ่อ คุณแม่ของน้องๆ สัตว์เลี้ยงครับ เมื่อน้องๆ หรือลูกๆ ที่เป็นสัตว์เลี้ยงตายลง ขอให้ช่วยนำร่างสัตว์ให้กับคณะสัตวแพทย์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาของพวกเราครับ ขอเรียนว่าร่างอาจารย์ใหญ่มีประโยชน์ต่อการศึกษาของสัตวแพทย์มากครับ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของ
การเรียน แล้วช่วยให้สามารถเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไป จนถึงชั้นคลินิกครับ เราทุกคนในฐานะนิสิตสัตวแพทย์สัญญาว่าจะใช้ร่างอาจารย์ใหญ่นี้ให้ดีและเกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการรักษาดูแลสัตว์อื่นๆบนโลกใบนี้ครับ

● ร่างอาจารย์ใหญ่ 1 ร่าง ใช้ในการศึกษานานกี่ภาคการศึกษาครับ

คุณศุภวิชญ์ : เราใช้ซากเดิมในการศึกษา 1 ปีครึ่งครับ โดยการเก็บรักษาไว้ในถังดองฟอร์มาลีน นิสิตได้เรียนรู้ทุกส่วนของร่างอาจารย์ใหญ่ ทั้งอวัยวะต่างๆ ระบบกล้ามเนื้อ และระบบหายใจ เส้นเลือด เส้นประสาท ระบบทางเดินอาหาร และทุกระบบของสัตว์ครับ เมื่อศึกษาร่างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จัดพิธีทำบุญให้อาจารย์ใหญ่ครับ โดยทำเป็นประจำทุกปี

● ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ทำให้เห็นอวัยวะ และระบบต่างๆ ในตัวสัตว์ได้มากกว่าเดิมคิดว่าเทคโนโลยีต่างๆ จะเข้ามาแทนที่ความสำคัญของอาจารย์ใหญ่ได้หรือไม่ครับ

คุณปาณัสม์ : ผมมั่นใจว่าร่างจริงๆ ของอาจารย์ใหญ่เป็นประโยชน์ต่อนิสิตมากกว่าครับ เรื่องของเทคโนโลยีอาจจะช่วยด้านการศึกษาเชิงทฤษฎีได้แต่ไม่สามารถทดแทนของจริงๆ ได้ครับ นิสิตสัตวแพทย์ยังจำเป็นต้องเรียนกับร่างจริงของอาจารย์ใหญ่ครับ ส่วนพวกภาพ animation หรือ visualized ทั้งหลายช่วยเป็นแนวทางการศึกษาของพวกเราครับ ช่วยให้เรารู้ตำแหน่งของอวัยวะได้ในยามที่เรายังเรียนทฤษฎีครับ แต่ร่างจริงของอาจารย์ใหญ่ช่วยให้เราทำงานในชีวิตจริงได้อย่างถูกต้องแม่นยำครับ เป็นประโยชน์ต่อวงการสัตวแพทย์ในอนาคตอย่างมากครับ

● จะฝากบอกอะไรถึงคนที่อยากเรียนสัตวแพทย์ครับ ต้องเตรียมตัวอย่างไรต้องเจออะไรบ้าง ต้องทำใจอะไรบ้างเมื่อได้เข้ามาเรียนจริงๆ

คุณศุภวิชญ์, คุณปาณัสม์ : ผมเห็นว่าการเรียนสัตวแพทย์ ไม่ใช่เรื่องเรื่องยากเกินไป แต่ก็ไม่ง่ายมาก หากเราตั้งใจจริง เราก็สามารถเรียนได้จนสำเร็จ แต่ต้องมีใจรักสัตว์ก่อนเป็นอันดับแรกนะครับ อย่าลืมว่าสัตวแพทย์ก็คือแพทย์ที่รักษาสัตว์ ก็ต้องมีความรู้ความชำนาญในด้านทฤษฎีและปฏิบัติจริง ต้องอ่านตำรามาก ต้องลงมือทำให้จริงจัง ต้องขยันออกค่ายเพื่อฝึกฝนและหาความรู้จริงๆ ขอบอกว่าการฝึกงานจริง เป็นประโยชน์มากต่อสัตวแพทย์ สำหรับที่คณะสัตวแพทย์ เกษตรฯ มีค่ายฝึกงานมากมาย ได้พบเจอกับสัตว์มากมาย เช่น หมู ไก่ วัว ควาย หมา แมว และสัตว์อื่นๆ เช่น สัตว์น้ำ สัตว์ปีก และสัตว์ทุกชนิดมีอะไรให้เรียนรู้มากมาย ไม่รู้จบ หากคุณสนใจจะมีอาชีพสัตวแพทย์ ก็เตรียมตัวสอบให้ดี แล้วเราจะได้มาร่วมอาชีพรักษาสัตว์ด้วยกันครับ

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

10 ปี Teach for Thailand เติมเต็มการศึกษา เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ สร้าง ‘ครูผู้นำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771322

10 ปี Teach for Thailand เติมเต็มการศึกษา เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ สร้าง ‘ครูผู้นำ’

10 ปี Teach for Thailand เติมเต็มการศึกษา เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ สร้าง ‘ครูผู้นำ’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิชิตพล ผลโภค

มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ (Teach For Thailand) แถลงถึงความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผ่านงานฉลองครบรอบ “10 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง” #เติมเต็มการศึกษาสานต่ออนาคต โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหลายแวดวง และกลุ่มบริษัทผู้ให้การสนับสนุน การทำงานของมูลนิธิอย่างต่อเนื่อง อาทินายวิเชียร พงศธร ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ ดร.กาญจน์วรินทร์ ผลอนันต์ร่วมด้วยครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงและศิษย์เก่าเข้าร่วมงานคับคั่ง โดยมีกิจกรรมสำคัญ คือ เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “10 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เส้นทางที่ผ่านมา และอนาคตของการศึกษาไทย”

วิชิตพล ผลโภค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์กล่าวว่า “กว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ได้ผลิตบุคลากรคุณภาพ ผ่านโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงซึ่งเฟ้นหาครูผู้นำฯ ที่มีศักยภาพ จากหลากหลายสาขาอาชีพไปปฏิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลา 2 ปี ในพื้นที่ที่ขาดแคลนครูเพื่อให้พวกเขา เรียนรู้ปัญหาทางการศึกษาที่นักเรียน ครู และชุมชนต้องพบเจอซึ่งมีความซับซ้อนและลึกซึ้ง ความเหลื่อมล้ำทางการ ศึกษาเป็นเรื่องที่แก้ไม่ง่าย แต่เราเชื่อมั่นในการลงทุน กับคนและการสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีศักยภาพ

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ช่วยเชื่อมต่อให้ผู้คนเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริงสามารถปรับกลยุทธ์ และการลงมือทำให้ สอดคล้องกัน และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยกว่า 50% ของศิษย์เก่าฯยังคงทำงานอยู่ในภาคการ ศึกษาต่อหลังจบโครงการฯ 2 ปี พวกเขาได้สามารถใช้ประสบการณ์ต่างๆ แก้ปัญหาการศึกษาไทยกลายเป็นผู้นำ ที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง”

ยุทธกฤต เฉลิมไทย หรือ “นัท” จากครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่น 1 สู่ประธานสมาคมศิษย์เก่า ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Education for the Deaf (EDeaf) ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อผู้บกพร่องทางการได้ยิน

“2 ปีในโครงการฯ ทำให้พบว่าปัญหาการศึกษาไทยมีหลายมิติและซับซ้อน การได้เข้ามาเป็นครูผู้นำการ เปลี่ยนแปลง จึงเป็นแรงขับที่ทำให้เราหันมาสนใจปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง และเลือกที่จะทำอาชีพด้านนี้ต่อหลังจบโครงการ เราได้มีโอกาสร่วมงานกับองค์กรหลากหลายซึ่งตอบรับ และยอมรับเราเป็นอย่างดีเมื่อรู้ว่าเรามาจาก ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ช่วยหล่อหลอมศักยภาพความเป็นผู้นำ ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเจอ ปัญหาอะไรครูผู้นำฯ จะพยายามหาทางออกให้กับปัญหานั้นจนได้เราทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจน และ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ มีระบบที่สนับสนุนครูผู้นำฯได้เป็นอย่างดี สิ่งที่คุณจะได้รับจากการเป็นครูผู้นำฯคือทักษะความเป็นผู้นำ ความกล้าคิดกล้าตัดสินใจการค้นพบตัวเอง และที่สำคัญได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตนักเรียนที่มีต่อทัศนคติ ของครอบครัว เติมพลังให้กับครูในระบบ ปรับวิธีคิดของคนในชุมชน และสร้างพลังใจให้คนเหล่านั้นมาช่วยกัน เปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้ดีขึ้นผ่านการทำงานของเรา”

วรัทยา ไชยศิลป์” หรือ “ครูแพรว” กล่าวว่า “การเป็นครูผู้นำฯ เป็นการเรียนรู้ที่เหนือความคาดหมาย การได้เข้ามาทำงานทำให้เราได้เห็นและเข้าใจปัญหาของการศึกษาไทย ได้เรียนรู้วิถีของชุมชนและสังคมไปพร้อมกัน เป็นแรงบันดาลใจให้อยากทำงานด้านการศึกษาต่อ เราได้ความรู้ตลอดระยะเวลา 2 ปี และสามารถนำเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น ระหว่างการเป็นครูผู้นำฯ ไปต่อยอดได้ นอกจากนี้ การเป็นครูผู้นำฯ ยังช่วยให้เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองในหลายด้านโดยเฉพาะการปรับตัว ไม่ว่าเรา จะต้องเข้าไปอยู่ในตำแหน่งไหน หรือเจอกับปัญหาอะไร สิ่งที่ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ปลูกฝังให้กับครูผู้นำฯ คือการแก้ไขปัญหา และความมุ่งมั่นสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นต่อไป”

วิเชียร พงศธร ประธานมูลนิธิยุวพัฒน์ ในฐานะผู้สนับสนุน มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “หวังว่าความพยายามของ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ จะสัมฤทธิผลและสามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย เพราะยังมีเด็กอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้รับโอกาส ขาดศักยภาพที่จะเติบโตและช่วยพัฒนาสังคม ครอบครัว ชุมชนของเขาให้เข้มแข็ง จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

วิชิตพล ผลโภค ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ กล่าวปิดท้ายถึงก้าวต่อไปว่า “สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ เราจะพยายามบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ครูผู้นำฯและศิษย์เก่า ได้ลงมือทำแสดงให้เห็นแล้วว่า“การเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้” นับจากนี้ไปจึงมีความมุ่งหวังว่าอีก 3 ปี ข้างหน้าเราจะสามารถ เข้าถึงนักเรียนได้ 100,000 คน ผ่านการทำงานของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 300 คน และศิษย์เก่าฯ ช่วยขับเคลื่อน ทำงานด้านการศึกษา และช่วยเด็กนักเรียนได้ไม่ต่ำว่า 500,000 คน”

มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ มีพันธกิจในการพัฒนาความเป็นผู้นำเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย ผ่านโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมูลนิธิฯ สรรหาและคัดเลือกผู้สมัคร เพื่อทำงานเป็นครูในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นเวลา 2 ปี โดย “ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง” จะทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในชุมชน เพื่อมอบการศึกษาที่มีคุณภาพให้นักเรียนและเพื่อให้พวกเขาสามารถกำหนดอนาคต ของตนเอง และคนรอบข้างตลอดระยะเวลา 2 ปี ครูผู้นำฯ จะได้ประสบการณ์ที่จะเป็นพื้นฐานของการสร้างความเป็นผู้นำ และหลังจากจบโครงการฯ พวกเขาจะเป็นศิษย์เก่าที่มีความสามารถเข้าไปทำงานในหลากหลายสาขาวิชาชีพ เพื่อสร้างความ เปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ต่อไป

ติดตามข่าวสารและการขับเคลื่อนการสร้างความเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยของ มูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และร่วมสนับสนุนมูลนิธิได้ที่ สมัครโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ที่ https://tft-fellowship.org/

วิเชียร พงศธร

วิเชียร พงศธร

ยุทธกฤต เฉลิมไทย

ยุทธกฤต เฉลิมไทย

คุณแหน : 25 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771309

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แจ้งว่า เนื่องในวาระครบรอบ 55 ปีของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์สภามหาวิทยาลัยได้เห็นชอบให้มีการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำประโยชน์ยิ่งแก่ประเทศชาติ โดยมีมติเอกฉันท์อนุมัติ ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ให้แก่ ศ.พิเศษ ภญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธ์ุ ด้วยผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในการพัฒนาชุมชน เพื่อยุติความยากจน และความไม่เท่าเทียม และสร้างสังคมที่ยั่งยืนเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ …พิธีมอบปริญญาได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ก่อน…

●● ครบรอบแต่งงาน 37 ปีของปองพล-ธิดา อดิเรกสาร แถมตรงกับเบิร์ธเดย์ของฝ่ายชายอีกด้วย…คู่สร้าง-คู่สมพากันไปทำบุญสองโอกาส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา…

●● พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ณัฐธน สุชาโต สามี ทวีพร ตั้งมณีโสภา วันที่ 22 พ.ย.สวดเวลา 17.30 น., วันที่ 23-24 พ.ย.สวดเวลา 18.00 น. ณ ศาลา 17 วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน และฌาปนกิจ 28 พ.ย.13.00 น. …

●● ขอแสดงความเสียใจกับ นิศารัตน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่สูญเสียน้องชาย สุนาท เทพหัสดินฯ สวดพระอภิธรรม ณ ศาลาสุพจน์ วัดเจ็ดยอด อ.เมือง เชียงใหม่ 23-25 พ.ย.19.30 น. ฌาปนกิจ 26 พ.ย. 13.00 น. …

●● เป็นที่รักของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ งานเลี้ยงคิวยาวเป็นเดือน…เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ศุลีพร โชควิวัฒน ได้ใช้เวลากับครอบครัว โดยไปเที่ยวอยุธยา ไหว้พระ-กินกุ้งเผา-นั่งฟังเพลงเบาๆ ที่ร้านกาแฟ…แสนสุขสมประสาคนเกษียณสุข…

●● เพราะชอบถ่ายรูปสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ ทั้งดอกไม้ ใบหญ้านานาพันธ์ุ มีโอกาสขึ้นเหนือคราวนี้ สุกุลยา ชมภูมิ่ง เลยชวนเพื่อนๆ 4-5 คน นั่งรถตู้แวะบันทึกภาพไปตลอดทางโดยมีจุดหมายที่ ไฉไลเกรซ เชียงดาว ซึ่งได้รับการต้อนรับแบบสุดแสนประทับใจจาก ไฉไล โกมารกุล ณ นคร ผู้เป็นเจ้าของที่นั่น…

●● เมื่อเสาร์ก่อน มนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ ได้ไปร่วมงาน น้ำใจน้องพี่ 50 ปี ครุศาสตร์สัมพันธ์ ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาฯ โดยร่วมแสดงชุดจุฬาแซมบ้า กับเพื่อนร่วมรุ่น…วันรุ่งขึ้นบินไปนาโกยา ญี่ปุ่น ในเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี และยังได้อาบน้ำแร่แบบออนเซนกับเพื่อนสาว…ไม่ต้องอธิบายยาวก็เข้าใจว่า สุขใดหาไหนเทียมทันทีเดียวเชียว…

●● มีแต่ข่าวคนไทยไปเที่ยวเมืองนอก อย่าง รศ.ยุรฉัตร บุญสนิท ชวนน้องสาวไปทริปไต้หวัน พร้อมเพื่อนราชินีรุ่น 65 อาทิ แสงเดือนเอกสิงห์ ฯลฯ…เที่ยวคราวนี้มีแต่ไปชิมอาหารอร่อยมาก…

●● กลับจากไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น อนุสรา จิตต์มิตรภาพ ถ่ายรูปออกมาสีผมดูเปลี่ยนไปด้วย…เช่นเดียวกับ จิรพรรณ อินทรสมใจ ไปเที่ยวเจแปนเช่นกัน โดยเช่ารถขับเอง และได้ผจญอากาศหนาวเย็นเป็นที่สุด…

●● สิริอมร นิลกำแหง ไปทริปญี่ปุ่นกับเพื่อนรุ่นน้องการบินไทย…

●● ทางด้าน จิราวรรณ ศรีวัฒนา ก็บินไปท่องเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัยอีกแล้วระหว่างนี้ ใน 1 ปีคุณพี่ไปเยือนบ่อยครั้งมาก…เพราะญี่ปุ่นแค่ปากซอย…

●● นิสากร โฆษิตรัตน์ มีทริปกับครอบครัวที่นิวซีแลนด์ ได้แวะอุดหนุนร้านอาหารจีนที่มีเมนูแสนอร่อยที่นั่นด้วย…

●● พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร ในฐานะประธานนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์รุ่น 13-15(87) เชิญประชุมใหญ่และสังสรรค์ประจำปี 14 ธ.ค. 11.00 น. ณ ห้องนภาภิรมย์ สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ เหตุที่นัดกลางวัน มิได้กลัวเพื่อนจะหลงแสงสีกลางคืน แต่เพราะเห็นแก่ความจำของเพื่อนที่อยู่ในวัย สว. เกรงว่าถ้านัดกันค่ำมืดดึกดื่นจะหลงทางกลับบ้านไม่ถูกต่างหาก !!…●●

บารอนเนส