เปิดแล้ว “ดินแดน โฟรเซ่น” ที่ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742206

เปิดแล้ว "ดินแดน โฟรเซ่น" ที่ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

21 พ.ย. 2566 09:48 น.

เปิดแล้ว “ดินแดน โฟรเซ่น” ที่ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นักท่องเที่ยวนับพันคน ต่อแถวเข้าชม “ดินแดน โฟรเซ่น” โซนใหม่ล่าสุดของสวนสนุกฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ที่สร้างขึ้นจำลองฉากในแอนิเมชันเรื่องดัง หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นักท่องเที่ยวหลายพันคน ไปต่อแถวรอเข้า “เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น” (World of Frozen) โซนใหม่ล่าสุดของสวนสนุกธีมปาร์ก “ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์” ซึ่งเปิดให้บริการวันแรกเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2566 โดยโซนใหม่ “ดินแดน เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชันยอดนิยมของดิสนีย์ เรื่อง “โฟรเซ่น” และ “โฟรเซ่น 2” ที่กลายเป็นกระแสความนิยมไปทั่วโลก

นายโรเบิร์ต ไอเกอร์ ซีอีโอดิสนีย์ กล่าวในพิธีเปิดว่า อิทธิพลระดับโลกของ “โฟรเซ่น” ถือเป็นหลักฐานความเชี่ยวชาญในการเล่าเรื่องของวอลต์ ดิสนีย์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของบริษัทฯ

ทางด้านปีเตอร์ เกา ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจ ประจำฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ต เผยความคาดหวังว่าดินแดนแห่งใหม่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสู่ฮ่องกง และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของฮ่องกง

ทั้งนี้ ดินแดน “เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น” จัดแสดงหลายฉากสำคัญในภาพยนตร์โฟรเซ่นให้มีชีวิตชีวาขึ้นมา ซึ่งรวมถึง “ปราสาทน้ำแข็ง” และปราสาทเอเรนเดลล์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อพระวงศ์ของเจ้าหญิงเอลซ่า ในภาพยนตร์

ดินแดนแห่งใหม่นี้ผสมผสานภูมิทัศน์ทางธรรมชาติของเกาะลันเตาในฮ่องกงเข้ากับการออกแบบของ “ภูเขาทางตอนเหนือ” ได้อย่างลงตัว เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เพลิดเพลินทิวทัศน์มุมกว้างของสถานที่ทั้งสองแห่ง

ผู้ที่มาเยี่ยมชมยังสามารถเล่นเครื่องเล่นในธีมโฟรเซ่น และดื่มด่ำไปกับบทเพลงชื่อดังจากภาพยนตร์ ซึ่งดินแดนแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของส่วนต่อขยายล่าสุดของสวนสนุกฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ต ทำให้ขณะนี้มีดินแดนรวมทั้งหมด 8 ธีมแล้ว

อุณหภูมิโลกเพิ่มเกิน 2 องศาฯ ครั้งแรก UN จี้ผู้นำคุมเข้มปล่อยคาร์บอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742191

อุณหภูมิโลกเพิ่มเกิน 2 องศาฯ ครั้งแรก UN จี้ผู้นำคุมเข้มปล่อยคาร์บอน

21 พ.ย. 2566 07:24 น.

อุณหภูมิโลกเพิ่มเกิน 2 องศาฯ ครั้งแรก UN จี้ผู้นำคุมเข้มปล่อยคาร์บอน

อุณหภูมิโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกินเพดาน 2 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรก ขณะที่รายงานสหประชาชาติเตือนว่า อุณหภูมิโลกอาจพุ่งไปถึง 2.5-2.9 องศาเซลเซียส หากไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. 2566 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ เผยแพร่รายงานช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Gap report) ฉบับใหม่ กำหนดวันประชุมเรื่องสภาพอากาศระหว่างประเทศไว้ที่สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อหาทางรับมือการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเฉลี่ย ที่อาจพุ่งไปสู่ 2.9 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษนี้

ตามการประเมินในรายงานฉบับใหม่ การจะรักษาอุณหภูมิโลกเฉลี่ยไม่ให้มากกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่นานาชาติตกลงกันไว้ใน ‘ความตกลงปารีส’ (Paris agreement) เมื่อปี 2558 ประเทศต่างๆ ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 42% ภายในสิ้นทศวรรษนี้ หรือปี ค.ศ. 2030

แต่อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาถ่านหิน, น้ำมัน และก๊าซ กลับเพิ่มขึ้น 1.2% ในปี 2565

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สประชาชาติ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

“ช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ควรเรียกว่าหุบเขาลึกมากกว่า เป็นหุบเขาลึกที่เกลื่อนกลาดไปด้วย คำสัญญาที่บิดพลิ้ว, ชีวิตที่สูญเสีย และสถิติที่ถูกทำลาย ทั้งหมดนี้คือความล้มเหลวของผู้นำ, การทรยศต่อผู้เปราะบาง, และการพลาดโอกาสครั้งใหญ่”

“ผู้นำต้องยกระดับเกมของตัวเองขึ้นอย่างมากมาย ต้องทำเดี๋ยวนี้ ด้วยความทะเยอทะยานมากกว่าที่เคย, ลงมือทำมากกว่าที่เคย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากกว่าที่เคย การประชุมแผนสภาพอากาศแห่งชาติรอบต่อไปจะมีความสำคัญมาก แผนเหล่านั้นต้องได้รับการหนุนหลังด้านการเงิน, เทคโนโลยี, การสนับสนุน และหุ้นส่วนต่างๆ เพื่อทำให้มันเป็นไปได้ งานของเหล่าผู้นำที่ COP28 คือทำให้แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้น” นายกูเตร์เรส กล่าว

ตลอดปี 2566 จนถึงสิ้นเดือนกันยายน มีวันที่ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกมากกว่าช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ถึง 86 วัน แต่ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 127 วันแล้ว เพราะเกือบทุกวันในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน และทุกวันในเดือนตุลาคม ล้วนมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉลี่ยแตะหรือเกิน 1.5%

สถิติล่าสุดหมายความว่า โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรม เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ถึง 40% ของปีนี้

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 พ.ย. 2566) อุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มขึ้นจนมากกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 2 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ ตามการเปิดเผยของ นางซาแมนธา เบอร์เกส รองผู้อำนวยการของ ‘โคเปอร์นิคัส’ โครงการสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของสหภาพยุโรป

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสของความตกลงปารีส คือการมีอุณหภูมิที่วัดได้ต่ำกว่าค่าที่กำหนดเป็นเวลาหลายปี ไม่ใช่หลักวัน และโลกจะพลาดเป้าหมายระยะยาวในการควบคุมอุณหภูมิในช่วงต้นปี ค.ศ. 2029 หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างใหญ่หลวง

เพื่อไม่ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องตั้งเป้าหมายที่เคร่งครัดมากกว่าเดิม เพื่อตัดลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และบังคับใช้นโยบายต่างๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างเข้มงวด

ที่มา : ap

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผย การเจรจาปล่อยตัวประกันฮามาสใกล้เสร็จสิ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742190

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผย การเจรจาปล่อยตัวประกันฮามาสใกล้เสร็จสิ้น

21 พ.ย. 2566 04:30 น.

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผย การเจรจาปล่อยตัวประกันฮามาสใกล้เสร็จสิ้น

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผย การเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวเอาไว้ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าจะมีผู้ถูกปล่อยตัวเท่าใด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ของทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวในวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. 2566 ว่า การเจรจาเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวเอาไว้ ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

“ผมรู้ดีว่าทุกคนสนใจเรื่องจำนวนและใครบ้างที่จะได้รับการปล่อยตัว เรากำลังทำงานร่วมกับทั้งสองฝ่ายในเวลาจริง ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะเป็นการดีกว่าถ้าผมไม่คาดการณ์ใดๆ ว่าใครจะได้รับการปล่อยตัว แน่นอนเรามุ่งความสนใจไปที่ชาวอเมริกันที่เรารู้ว่ากำลังถูกจับตัวเอาไว้ และเราต้องการให้พวกเขาออกมา พวกเขาทุกคน ทุกคนควรได้ออกมาแล้ว”

นายเคอร์บี ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเรื่องภาพจากกล้องวงจรปิดที่อิสราเอลอ้างว่า แสดงให้เห็นตัวประกัน 2 คน กำลังถูกขนย้ายผ่านโรงพยาบาลอัลชีฟาในฉนวนกาซา เมื่อ 7 ต.ค.

และเมื่อถูกถามว่าทำเนียบขาวมั่นใจแค่ไหนว่าตัวประกันชาวอเมริกันยังมีชีวิตอยู่ นายเคอร์บี ก็ตอบว่า “ผมพูดได้ว่าเราไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นอย่างอื่น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ศาลอิตาลีจำคุกสมาชิกแก๊งมาเฟีย 207 คน โทษรวมกว่า 2,200 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742189

ศาลอิตาลีจำคุกสมาชิกแก๊งมาเฟีย 207 คน โทษรวมกว่า 2,200 ปี

21 พ.ย. 2566 03:40 น.

ศาลอิตาลีจำคุกสมาชิกแก๊งมาเฟีย 207 คน โทษรวมกว่า 2,200 ปี

อิตาลีตัดสินจำคุกสมาชิกแก๊งมาเฟียและผู้สมรู้ร่วมคิดถึง 207 คน ในการพิจารณาคดีมาเฟียครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศในรบกว่า 30 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. 2566 ศาลในประเทศอิตาลีพิพากษาลงโทษจำคุกสมาชิกแก๊งมาเฟียมากกว่า 200 คน โทษรวมกันกว่า 2,200 ปี ในการพิจารณาคดีแก๊งมาเฟียครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2564

การพิจารณาคดีดังกล่าวมีเป้าหมายไปที่สมาชิกแก๊ง ดรังเกตา (Ndrangheta) เกิดขึ้นที่ศาลในเมืองลาเมเซีย แตร์เม ในแคว้นคาลาเบรีย ซึ่งเป็นถิ่นของมาเฟียกลุ่มนี้ โดยตลอดช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา มีทนายความฝ่ายจำเลยร่วมการไต่สวนมากกว่า 400 คน และมีพยานขึ้นให้การราว 900 คน ก่อนที่การไต่สวนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ คณะผู้พิพากษา 3 คน อ่านคำพิพากษาโทษของจำเลยทั้ง 338 คน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ตัดสินให้จำเลย 207 คน รับโทษจำคุก ด้วยความผิดข้อหาต่างๆ ตั้งแต่สมรู้ร่วมคิดกับมาเฟีย, ขู่กรรโชก, ติดสินบน และฆาตกรรมอีก 5 คดี ขณะที่ตัดสินให้จำเลยมากกว่า 100 คน ไม่มีความผิด

หนึ่งในผู้ที่ถูกพิพากษาโทษหนักที่สุดคือ ซาเวริโอ ราซิโอเนเล และ โดเมนิโก โบนาโวตา หัวหน้ามาเฟียท้องถิ่นในคาลาเบรีย โดยถูกตัดสินจำคุก 30 ปีทั้งคู่ ขณะที่ นายจานคาร์โล พิตเตลลี อดีตสมาชิกสภาจากพรรค ฟอร์ซา อิตาเลีย (Forza Italia) ถูกจำคุก 11 ปี ฐานสมรู้ร่วมคิดและส่งต่อข้อมูลให้มาเฟีย

ผู้ถูกจำคุกรายอื่นๆ รวมถึง นายจอร์โต นาเซลลี อดีตหัวหน้าตำรวจท้องถิ่น, มิเชล มารินาโร อดีตตำรวจฝ่ายการเงิน, จานลูกา กาลลิโป อดีตนายกเทศมนตรี และ ลุยจิ อินคาร์นาโต กับนายปิเอโตร จามโบริโน อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่น

ทั้งนี้ การพิจารณาดคีที่เกิดขึ้นมีชื่อเรียกว่า รินาสซิตา สกอต ตั้งตามชื่อของเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษของสหรัฐฯ สกอต ดับเบิลยู. ซีเบน ผู้ได้รับเครดิตจากการเปิดโปงความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งค้ายาเสพติดในโคลอมเบียกับแก๊ง ดรังเกตา

ตามข้อมูลจากศูนย์อำนวยการต่อต้านมาเฟียของอิตาลี (DIA) แก๊งดรังเกตา ได้รับการพิจารณาว่าเป็นแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอิตาลี และเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก มีสมาชิกหลายพันคนและเครือข่ายสาขาอยู่ทั่วโลก และผู้ขาดการลักลอบขนยาเสพติดในยุโรป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฝ่ายต่อต้าน รบ.ทหารเมียนมา หยุดโจมตี เปิดทาง จนท.ช่วยเหลืออพยพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742188

ฝ่ายต่อต้าน รบ.ทหารเมียนมา หยุดโจมตี เปิดทาง จนท.ช่วยเหลืออพยพ

21 พ.ย. 2566 02:15 น.

ฝ่ายต่อต้าน รบ.ทหารเมียนมา หยุดโจมตี เปิดทาง จนท.ช่วยเหลืออพยพ

กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารในรัฐกะยา อ้างหยุดโจมตีในวันจันทร์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือหลายร้อยคนอพยพจากพื้นที่ความขัดแย้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. 2566 กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาในรัฐกะยา หยุดการโจมตี เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือ รวมถึงเจ้าหน้าที่สหประชาชาติจำนวน 228 คน อพยพออกจากเมืองหลอยก่อ (Loikaw) หลังจากเกิดการต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลก่อนหน้านี้

รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกสภาที่ถูกกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อปี 2564 จนต้องหนีไปต่างประเทศ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ต่างชาติหลายร้อยคนในเมียนมาอพยพไปยังที่ปลอดภัยแล้ว ท่ามกลางการลุกฮือรอบใหม่ เพื่อต่อต้านการปกครองของกองทัพ

“ในขณะที่เจ้าหน้าที่ UN และ NGO บสมาชิกครอบครัวสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย ยังมีคนอีกมากมายที่ติดอยู่ในหลอยก่อ” NUG ระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่าน X โดยเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือดังกล่าวถูกพาไปยังเมืองตองยี (Taunggyi) ในรัฐฉาน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร

ทั้งนี้ กองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธ์ุ 3 กลุ่ม ได้แก่ กองทัพโกก้าง (MNDAA) กองทัพตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน (AA) จับมือเป็นพันธมิตร เปิดฉากโจมตีกองทัพรัฐบาลหลายจุดตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และกำลังกลายเป็นความท้ายทายใหญ่หลวงที่สุดที่รัฐบาลทหารเมียนมาต้องเผชิญ นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564

การต่อสู้ทำให้ชาวต่างชาติหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ติดอยู่ตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะในรัฐฉาน ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับจีน และที่รัฐกะยา ที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทย

เมื่อวันจันทร์ ทางการจีนออกมาระบุว่า พวกเขากำลังช่วยเหลือชาวต่างชาติออกจากเมียนมา และบอกให้พลเมืองของพวกเขาย้ายออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง ขณะที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวไทยมากกว่า 250 คน, ชาวฟิลิปปินส์ 6 คน และสิงคโปร์อีก 1 คน อพยพหนีการต่อสู้ผ่านประเทศจีนเข้าสู่ไทยได้สำเร็จ

ที่มา : cna

ช็อก ‘คยูฮยอน’ Super Junior บาดเจ็บ สกัดสาวถือมีดบุกหลังเวทีโรงละคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742180

ช็อก ‘คยูฮยอน’ Super Junior บาดเจ็บ สกัดสาวถือมีดบุกหลังเวทีโรงละคร

21 พ.ย. 2566 00:20 น.

ช็อก ‘คยูฮยอน’ Super Junior บาดเจ็บ สกัดสาวถือมีดบุกหลังเวทีโรงละคร

คยูฮยอน สมาชิกวงเคป๊อป Super Junior ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังพยายามเข้าสกัดหญิงถือมีดคนหนึ่ง ซึ่งบุกเข้าไปถึงห้องแต่งตัวหลังเวทีโรงละครในกรุงโซล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงอายุในช่วง 30 ปี บุกรุกเข้าไปในห้องแต่งตัวนักแสดงของโรงละคร LG Arts Center ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น และชักมีดออกมาต่อหน้าเหล่านักแสดงที่อยู่ในนั้น

อย่างไรก็ตาม คยูฮยอน สมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง ‘Super Junior’ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ พยายามหยุดยั้งหญิงรายนี้ และได้รับบาดเจ็บ ซึ่ง Antenna ต้นสังกัดของนักแสดงหนุ่มออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คยูฮยอนมีบาดแผลเล็กน้อยที่นิ้วมือ และได้รับการรักษาทันทีในที่เกิดเหตุ

Antenna บอกด้วยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจาก การแสดงละครเวทีเรื่อง ‘เบน-เฮอร์’ (Ben-Hur) รอบสุดท้าย ซึ่งคยูฮยอนรับบทนำจบลง

ขณะที่ตำรวจตามจับกุมตัวหญิงผู้ก่อเหตุได้ในวันเดียวกัน และตอนนี้กำลังสืบสวนมูลเหตุจูงใจรวมถึงที่มาของอาวุธ และตรวจสอบว่าเธอมีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ โดยจากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าเธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับคยูฮยอน หรือนักแสดงละครเวทีคนอื่นๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , time

อิสราเอลล้อมโจมตี รพ.อีกแห่ง ขณะที่ ผอ.สธ.กาซา ชี้อุโมงค์ใน รพ.เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742033

อิสราเอลล้อมโจมตี รพ.อีกแห่ง ขณะที่ ผอ.สธ.กาซา ชี้อุโมงค์ใน รพ.เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

20 พ.ย. 2566 14:45 น.

อิสราเอลล้อมโจมตี รพ.อีกแห่ง ขณะที่ ผอ.สธ.กาซา ชี้อุโมงค์ใน รพ.เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

อิสราเอลใช้รถถังปิดล้อมโจมตี รพ.อินโดนีเซียในกาซา โดยมีรายงานแพทย์และคนไข้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ ขณะที่ผู้อำนวยการกระทรวงสาธารณสุขกาซา ชี้ เรื่องของอุโมงค์ที่กองทัพอิสราเอลพบในโรงพยาบาลเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

นายมูนีร์ เอล บาร์ช ผู้อำนวยการกระทรวงสาธารณสุขกาซา ออกมาปฏิเสธข้อมูลของอิสราเอลเกี่ยวกับอุโมงค์ภายในโรงพยาบาลอัลชีฟา ว่า เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ โดยระบุว่าการเข้าไปตรวจค้นโรงพยาบาลของกองกำลังอิสราเอลทั้งสัปดาห์ ไม่ได้พบอะไรเลย และยังสร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง โดยเด็กแรกเกิด 31 คน จากทั้งหมด 39 คน ต้องออกมาจากตู้อบหลังการโจมตีของกองทัพอิสราเอล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีเด็กทารกเสียชีวิตไปแล้ว 8 ศพ โดยจนถึงเวลานี้ผู้ป่วยที่บาดเจ็บอาการวิกฤติ 250 คน ยังไม่สามารถอพยพออกจากโรงพยาบาลได้ และยังมีเจ้าหน้าที่การแพทย์อีกราว 25 คน ที่ยังคงต้องอยู่ดูแลคนไข้ในโรงพยาบาล

ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้เดินหน้านำรถถังไปล้อมโรงพยาบาลอินโดนีเซีย ในกาซาแล้ว โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างน้อย 8 ศพ ซึ่งมีทั้งแพทย์และคนไข้ นอกจากนี้สำนักข่าวอัลจาซีรายังรายงานว่ารถถังของกองทัพอิสราเอลได้โจมตีโรงเรียนคูไวติที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวเพื่อลี้ภัยสงครามของประชาชนหลายร้อยครอบครัวอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่โรงพยาบาลอัลชีฟา ซึ่งเคยเป็นโรงพยาบาลหลักของฉนวนกาซา โดยใช้เวลาราว 1 ชม. ในการตรวจสอบ โดยพบร่องรอยกระสุน ร้องรอยการยิงต่อสู้ และหลุมศพจำนวนมากที่ทางเข้าโรงพยาบาล จนต้องเรียกโรงพยาบาลอัลชีฟาให้เป็นเขตมรณะ โดยทาง WHO กำลังเตรียมความพร้อมในการอพยพผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่เหลืออยู่อย่างเร่งด่วนไปยังสถานที่อื่นต่อไป.

ที่มา : อัลจาซีรา

“ฆาเบียร์ มิลเล” นักเสรีนิยมฝ่ายขวาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีอาร์เจนตินา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742022

"ฆาเบียร์ มิลเล" นักเสรีนิยมฝ่ายขวาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีอาร์เจนตินา

20 พ.ย. 2566 13:44 น.

“ฆาเบียร์ มิลเล” นักเสรีนิยมฝ่ายขวาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีอาร์เจนตินา

อาร์เจนตินาเลือกนายฆาเบียร์ มิลเล นักเสรีนิยมฝ่ายขวา เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ต่อจากประธานาธิบดีอัลเบร์โต เฟร์นันเดซ ที่กำลังจะหมดวาระลง

นายมิลเล ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนที่มากที่คาดไว้ โดยได้รับคะแนนเสียงประมาณ 55.69% คว้าชัยเหนือนายเซร์จิโอ มาสซา รัฐมนตรีเศรษฐกิจคนปัจจุบันจากพรรค Unión por la Patria (UP) ที่ได้คะแนนเสียงที่ 44.31%

นายมิลเลกล่าวด้วยสุนทรพจน์หลังทราบผลการเลือกตั้งว่า “เรามีปัญหาใหญ่หลวงรออยู่ข้างหน้า ทั้งเงินเฟ้อ การขาดแคลนงาน และความยากจน สถานการณ์อยู่ในภาวะวิกฤติ และไม่มีที่สำหรับมาตรการแบบครึ่งๆ กลางๆ” ขณะเดียวกันก็ยอมรับถึงความท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่

เขาให้คำมั่นว่าจะแก้ไขภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ แผนการของเขารวมถึงการปิดธนาคารกลาง ยกเลิกค่าเงินเปโซ และลดการใช้จ่าย ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่อาจสร้างความเจ็บปวด ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่โกรธเคืองกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

นายมิลเลจะต้องเผชิญความท้าทายหลายอย่าง ทั้งการจัดการกับปัญหาเงินคลังที่ของรัฐบาลและธนาคารกลางที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด โครงการหนี้ที่มีมูลค่าสูงถึง 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อเกือบ 150% และการควบคุมเงินทุน

ชาวอาร์เจนตินาบางคนเลือกลงคะแนนเสียงให้นายมิลเล โดยมองว่าเป็นทางเลือกที่มี “ความชั่วร้ายน้อยกว่า” เมื่อเทียบกับวิกฤติทางเศรษฐกิจที่สร้างความเจ็บปวดมากกว่าที่นายเซร์จิโอ มาสซา เคยสร้างไว้ ที่ทำให้อาร์เจนตินามีหนี้สินจำนวนมาก นอกจากนั้น นายมิลเลยังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่คนหนุ่มสาวที่ได้เห็นประเทศของตนพลิกผันจากวิกฤติหนึ่งไปสู่อีกวิกฤติหนึ่ง

ชัยชนะของเขายังทำให้ภูมิทัศน์ทางการเมืองและแผนงานทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาสั่นคลอน และอาจส่งผลกระทบต่อการค้าธัญพืช ลิเทียม และไฮโดรคาร์บอน เนื่องจากนายมิลเลวิพากษ์วิจารณ์จีนและบราซิล โดยกล่าวว่าเขาจะไม่ทำข้อตกลงใดๆ กับ “คอมมิวนิสต์” และสนับสนุนความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวแสดงความยินดี และขอให้เขาโชคดีและประสบความสำเร็จ โดยเสริมว่านี่เป็นการเคารพในระบอบประชาธิปไตยที่สำคัญ

ด้านอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ แสดงความยินดีกับมิลเล และกล่าวว่านักเสรีนิยมคนนี้จะทำให้อาร์เจนตินากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ขณะเดียวกัน นายกุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของโคลอมเบีย กล่าวว่า นี่เป็น “วันที่น่าเศร้า” สำหรับภูมิภาคนี้

ชัยชนะของนายมิลเล นักเศรษฐศาสตร์วัย 53 ปี และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านโทรทัศน์ ได้ทำลายอำนาจของผู้นำทางการเมืองทั้งฝ่ายซ้ายและขวา นั่นคือกลุ่ม Peronists ที่ครอบงำการเมืองอาร์เจนตินาตั้งแต่ทศวรรษ 1940 และฝ่ายค้านหลักอย่างพรรค Together for Change ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษนิยม

นายมิลเลแสดงท่าทีต่อต้านการทำแท้งอย่างแข็งขัน สนับสนุนการผ่อนคลายกฎหมายอาวุธปืน และวิพากษ์วิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสชาวอาร์เจนตินา หลังจากการลงคะแนนเสียงรอบแรกเมื่อเดือนตุลาคม มิลเลได้สร้างพันธมิตรกับพรรคอนุรักษนิยม แต่เขาต้องเผชิญกับสภาคองเกรสที่ไม่มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มีเสียงข้างมาก ซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอื่นๆ เพื่อผลักดันกฎหมาย และกลุ่มแนวร่วมของเขายังไม่มีใครได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าการรัฐหรือนายกเทศมนตรีในระดับภูมิภาค.

อิสราเอลเผยคลิป “ฮามาส” นำตัวประกันบาดเจ็บมาที่โรงพยาบาลกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742010

อิสราเอลเผยคลิป "ฮามาส" นำตัวประกันบาดเจ็บมาที่โรงพยาบาลกาซา

20 พ.ย. 2566 12:58 น.

อิสราเอลเผยคลิป “ฮามาส” นำตัวประกันบาดเจ็บมาที่โรงพยาบาลกาซา

กองทัพอิสราเอลเปิดเผยภาพวงจรปิด ที่ระบุว่าเป็นภาพของตัวประกันชาวไทยและเนปาล ที่ถูกจับไปยังโรงพยาบาลในเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ว่าฮามาสใช้โรงพยาบาลในการก่อการร้าย

กองทัพอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอชุดใหม่ ที่ระบุว่าเป็นภาพของตัวประกันชาวไทยและเนปาล ที่ถูกจับไปยังโรงพยาบาลในเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ว่าฮามาสใช้โรงพยาบาลในการก่อการร้าย กลุ่มฮามาสใช้โรงพยาบาลอัลชีฟา เพื่อจุดประสงค์ทางทหาร โดยเผยภาพจากกล้องรักษาความปลอดภัยที่แสดงให้เห็นว่าตัวประกันชาวต่างชาติ 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.

วิดีโอชิ้นแรกแสดงให้เห็นภาพที่ดูเหมือนเป็นกลุ่มมือปืนกำลังลากชายคนหนึ่งผ่านทางเข้าหลักของโรงพยาบาล แล้วพาเขาเข้าไปในห้องติดทางเดิน

วิดีโอชิ้นที่สอง แสดงให้เห็นชายกลุ่มหนึ่ง ซึ่งรวมถึงมือปืนอย่างน้อย 1 คน กำลังเข็นชายที่ได้รับบาดเจ็บบนเปลหาม กองทัพกล่าวว่าชายทั้งสองเป็นชาวต่างชาติ 2 คน ไทย 1 คน และชาวเนปาล 1 คน แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าก็ตาม วิดีโอดังกล่าวระบุเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 7 ต.ค.

พล.ร.ต.แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า “เรายังไม่พบตัวประกันทั้งสองรายนี้” และยังไม่ทราบว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน

กองทัพยังแสดงภาพที่ระบุว่าเป็นรถจี๊ปของกองทัพอิสราเอลที่ถูกขโมย ซึ่งขับเข้าไปในโรงพยาบาลในช่วงเช้าของการโจมตี รายงานยังอ้างถึงรายงานทางการแพทย์อิสระ ที่ระบุว่าทหารอิสราเอลหญิงรายหนึ่งซึ่งศพถูกพบในฉนวนกาซาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถูกกลุ่มฮามาสสังหารในโรงพยาบาล

พล.ร.ต.ฮาการี กล่าวว่า พ.ต.อ.โนอา มาร์เซียโน ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการดวลปืนระหว่างกองกำลังอิสราเอลและมือปืนของกลุ่มฮามาส แต่อาการบาดเจ็บดังกล่าวไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เขากล่าวว่าผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วว่าเธอถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลอัลชีฟา และสังหารโดยกลุ่มฮามาส

อิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสมีฐานบัญชาการขนาดใหญ่ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อกล่าวหาที่ว่ากลุ่มนักรบใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ อิสราเอลระบุว่าโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเป้าหมายหลักในการทำสงครามเพื่อยุติการยึดครองของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ภายหลังกลุ่มติดอาวุธโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน

หลังจากทำการค้นหาในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายวัน กองทัพอิสราเอลเผย เมื่อวันอาทิตย์ (19 พ.ย.) ว่า ได้ค้นพบอุโมงค์ยาว 55 เมตร ซึ่งลึกลงไปประมาณ 10 เมตร ใต้อาคารขนาด 20 เอเคอร์ของโรงพยาบาล ซึ่งประกอบด้วยอาคาร โรงรถ และลานกว้างหลายแห่ง โดยระบุว่าอุโมงค์ดังกล่าวประกอบด้วยบันได ประตูกันระเบิด และหลุมยิงที่พลซุ่มยิงสามารถใช้ได้ 

ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮามาสและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องกองบัญชาการภายใต้โรงพยาบาลอัลชีฟา ขณะที่นักวิจารณ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนโดยประมาทของอิสราเอล

จากข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขปาเลสไตน์ มีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 11,500 คน ถูกสังหาร มีรายงานผู้สูญหายอีก 2,700 คน เชื่อว่ายังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ส่วนฝ่ายอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 1,200 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนที่ถูกสังหารระหว่างการโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. และอีกราว 240 คนถูกจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา กองทัพอิสราเอล กล่าวว่า ทหารอิสราเอล 63 นาย ถูกสังหาร รวมถึง 12 นายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา.

เกิดอะไรขึ้นที่ไอซ์แลนด์ หากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเป็นอย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741968

เกิดอะไรขึ้นที่ไอซ์แลนด์ หากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเป็นอย่างไร

20 พ.ย. 2566 11:55 น.

เกิดอะไรขึ้นที่ไอซ์แลนด์ หากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเป็นอย่างไร

  • เกิดแผ่นดินไหวกว่า 900 ครั้ง รอบภูเขาไฟเมืองกรินดาวิก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์ แรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ แผ่นดินแตกตัวเป็นรอยยาวขนาดใหญ่กลางเขตชุมชน ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือน
  • นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยตำแหน่งสำคัญนั้นเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของกรินดาวิก ใกล้กับภูเขาฮากาเฟลล์

แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งรอบ ภูเขาไฟฟากราดาลสฟยาลล์ (Fagradalsfjall) ในเมืองกรินดาวิก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดรอยแยกขึ้นบนถนนหลายสาย เกิดรอยแตกร้าวผ่ากลางชุมชนดันพื้นดินขึ้นสูงประมาณกว่า 1 เมตร บางจุดมีการทรุดตัวของหน้าดิน จนทางการต้องสั่งปิดการจราจรในพื้นที่

เฉพาะเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน วันเดียว ผู้เชี่ยวชาญตรวจพบแผ่นดินไหวบนคาบสมุทรเรคยาเนส ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองกรินดาวิก มากกว่า 900 ครั้ง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทางตอนใต้ของประเทศหลายหมื่นครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยล่าสุดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในเมืองกรินดาวิก ต่างยังคงหวาดผวาและรอดูว่าภูเขาไฟใต้คาบสมุทรเรคยาเนสจะปะทุหรือไม่ เจ้าหน้าที่คุ้มครองพลเรือนกล่าวว่า แม้ว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่ก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่ผู้อยู่อาศัยที่ถูกอพยพออกจากเขตอันตรายจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

เมืองชาวประมงกรินดาวิกถูกอพยพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่หินหนืดกึ่งหลอมเหลว สั่นสะเทือนและงูอยู่ใต้พื้นดินท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนหลายพันครั้ง

ก่อนหน้านี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ เปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่การปะทุจะเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่งตามแนวอุโมงค์แมกมา ระยะทาง 15 กิโลเมตร โดยตำแหน่งสำคัญนั้นเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของกรินดาวิก ใกล้กับภูเขาฮากาเฟลล์

ทางด้านนายกรัฐมนตรีแคทริน ยาคอบส์ด็อตตีร์ ของไอซ์แลนด์ แถลงว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์กำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อสนับสนุนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ต้องผู้อพยพออกจากบ้านเรือน และต้องให้แน่ใจว่าพวกเขามีที่พักที่เหมาะสม

“กรินดาวิก” อยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นที่นั่น

“กรินดาวิก” (Grindavik) เป็นเมืองประมงเล็กๆ บนคาบสมุทร “เรคยาเนส” (Reykjanes) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ มีประชากรอาศัยอยู่ 3,800 คน เมืองนี้อยู่ห่างจากกรุงเรคยาวิกเมืองหลวงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินเคฟลาวิก ซึ่งเป็นสถานที่หลักสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของไอซ์แลนด์

ชาวบ้านในกรินดาวิกเล่าว่า ถูกตำรวจสั่งให้อพยพออกจากบ้านในช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่าพื้นดินสั่นสะเทือน ถนนแตกร้าว และอาคารต่างๆ ได้รับความเสียหายทางโครงสร้าง

ข้อมูลของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ได้เชื่อมโยงแผ่นดินไหวเหล่านี้กับการเคลื่อนตัวและการแพร่กระจายของแมกมาซึ่งอยู่ใต้ดินประมาณ 5 กิโลเมตร โดยตรวจพบว่า พื้นดินยกตัวสูงขึ้นประมาณ 9 เซนติเมตร นับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าภูเขาไฟ “ฟากราดาลสฟยาลล์” (Fagradalsfjall) จะเกิดการปะทุเร็วๆ นี้ เนื่องจากแมกมาอยู่ระดับความลึกที่ตื้นขึ้น

นอกจากนี้เมืองกรินดาวิก ยังตั้งอยู่ใกล้โรงงานความร้อนใต้พิภพ “สวาร์เซนกิ” ซึ่งเป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าและน้ำหลักให้กับผู้อยู่อาศัย 30,000 คนบนคาบสมุทรเรคยาเนส รวมถึงอ่างเก็บน้ำน้ำจืด และยังอยู่ใกล้กับรีสอร์ตสปาความร้อนใต้พิภพ “บลู ลากูน” สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมซึ่งปิดทำการชั่วคราว เพื่อเริ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ระบุ ว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าภูเขาไฟลูกนี้จะปะทุในอีกไม่กี่วันข้างหน้า บริเวณในหรือนอกชายฝั่งเรคยาเนส แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขนาดและความรุนแรงของแผ่นดินไหวจะลดลงก็ตาม

นายวิดีร์ เรย์นิสสัน หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองพลเรือนและการจัดการเหตุฉุกเฉินของไอซ์แลนด์ ระบุว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างบ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในพื้นที่ โดยจากข้อมูลระบุว่า ตอนนี้แมกมาอยู่ระดับความลึกที่ตื้นมาก ดังนั้นจึงคาดว่าจะเกิดการปะทุภายในไม่กี่ชั่วโมงอย่างเร็วที่สุด แต่อย่างน้อยก็ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ 

แผ่นดินไหวและแรงยกพื้นดินที่เกิดจากการที่แมกมาใต้ดินถูกดันตัวขึ้นมาปรากฏการณ์นี้ได้สร้างความเสียหายให้กับถนนและอาคารในกรินดาวิก และบริเวณโดยรอบ

จากภาพข่าวที่ถูกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่า เกิดรอยแตกขนาดใหญ่บริเวณถนนคอนกรีต สะพาน และสนามกอล์ฟกรินดาวิก ซึ่งเป็นภาพที่ถูกแชร์กันอย่างแพร่หลายบนเครือข่ายโซเชียลมีเดีย

จากนั้นทางการไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีกลุ่มภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ 33 กลุ่ม ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งอพยพประชาชนกรินดาวิก ทางศูนย์พักพิงฉุกเฉินและศูนย์ช่วยเหลือได้เปิดทำการ ในเมืองใกล้เคียงหลายแห่ง แต่ชาวเมืองกรินดาวิก ส่วนใหญ่พักอยู่กับเพื่อนหรือญาติพี่น้อง

โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพิ่งเกิดการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ใกล้กับฟากราดาลสฟยาลล์ ถึง 3 ครั้งบนคาบสมุทรเรคยาเนส เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2565 และเดือนกรกฎาคม 2566 อย่างไรก็ตามในครั้งนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลจากเขตชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานที่มีประชากรอาศัยอยู่ 

โอกาสเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

ซารา บาร์ซอตติ ผู้ประสานงานอันตรายจากภูเขาไฟของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ (Icelandic Met Office-IMO) กล่าวว่า ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ คร่อมแนวสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นรอยแตกบนพื้นมหาสมุทรที่แยกแผ่นเปลือกโลกยูเรเชียนและอเมริกาเหนือ ขณะที่เปลือกโลกแตกร้าวอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากการปะทุเหล่านั้นช่วยให้ของเหลวแมกมา ค้นหาเส้นทางได้เร็วขึ้น

โดยก่อนการปะทุในเดือนมีนาคม 2564 คาบสมุทรเรคยาเนสได้สงบนิ่งมาเป็นเวลากว่า 8 ศตวรรษแล้ว ซึ่งบรรดานักภูเขาไฟเชื่อว่า วัฏจักรใหม่ของกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นอาจคงอยู่นานหลายทศวรรษหรือหลายศตวรรษ ขณะที่การปะทุครั้งใหญ่ก่อนหน้านั้น คือในเดือนเมษายน 2553 ที่ภูเขาไฟอีกลูกหนึ่งของไอซ์แลนด์ นั่นคือเอยาฟยาลลาโยคูล ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งพ่นเมฆเถ้าถ่านขนาดใหญ่ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้เที่ยวบินประมาณ 100,000 เที่ยวบินต้องยกเลิก ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 ล้านคนติดค้างอยู่บนเกาะ 

แม้ล่าสุดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่เมืองกรินดาวิกจะเริ่มลดลงแล้ว แต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ เปิดเผยว่า มีโอกาสสูงที่ภูเขาไฟจะระเบิด และอาจเกิดการปะทุได้ภายในเวลาไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าการปะทุครั้งใหม่น่าจะก่อให้เกิดลาวา แต่ไม่ใช่เมฆเถ้าเหมือนในครั้งก่อน.